Tag Archives: โอเน็ต

รมว.ศธ.ลงพื้นที่ภาคใต้ ช่วยเหลือประชาชนที่ประสบอุทกภัย

page.jpg

นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ พร้อมด้วย พล.ท.โกศล ประทุมชาติ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ, นายการุณ สกุลประดิษฐ์ เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน, นายสุภัทร จำปาทอง เลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา, นายสุเทพ ชิตยวงษ์ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา, นายประเสริฐ บุญเรือง รองปลัดกระทรวงศึกษาธิการ, นางรักขณา ตัณฑวุฑโฒ หัวหน้าสำนักงานรัฐมนตรี และผู้บริหารกระทรวงศึกษาธิการ ตรวจเยี่ยมพื้นที่ประสบอุทกภัยและมอบถุงยังชีพแก่ผู้ประสบอุทกภัยที่ ต.ท่าชี อ.บ้านนาสาร จำนวน 1,370 ถุง และ ต.เขาหัวควาย อ.พุนพิน จำนวน 1,000 ถุง

นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ กล่าวว่า สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ทรงห่วงใยพสกนิกรที่ประสบภัยพิบัติในครั้งนี้ และมีพระราชโองการสั่งให้องคมนตรีได้ติดตามดูแลประชาชนที่ประสบภัย ยังความซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้น รัฐบาลโดยกระทรวงศึกษาธิการ จึงรับสนองพระราชดำริ ด้วยการจัดโครงการ “รัฐบาลโดยกระทรวงศึกษาธิการช่วยเหลือประชาชน” พร้อมทั้งจัดขบวนคาราวานนักศึกษาจากวิทยาลัยอาชีวศึกษาและนักศึกษา กศน. ทั่วประเทศ ตั้งทีมให้ความช่วยเหลือ อีกทั้ง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐบาลก็มีความห่วงใยประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยเช่นกัน โดยทราบว่านายกรัฐมนตรีจะลงพื้นที่เยี่ยมผู้ประสบอุทกภัยภาคใต้ในสัปดาห์หน้า ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรีได้กำชับให้กระทรวงศึกษาธิการเข้าไปดูแลลูกหลานให้มีสถานที่เรียนหนังสือ เพื่อไม่ให้เด็กเสียโอกาสทางการศึกษา ซึ่งถือเป็นหน้าที่หลักของกระทรวงศึกษาธิการในการบูรณะโรงเรียนที่เสียหายให้กลับมามีสภาพดังเดิมหรือดีกว่าเดิม ส่วนการขยายเวลาเรียนหรือขยายเวลาปิดภาคเรียนสำหรับโรงเรียนที่น้ำท่วมแล้วสอนไม่ทันนั้น ถ้ามีเหตุผลและจำเป็นก็ต้องทำ แต่ควรมีความยืดหยุ่น และคาดว่าสถานศึกษาจะสามารถเตรียมการสอบโอเน็ต ป.6 ช่วงเดือนมีนาคมนี้ได้ทันเวลา เพราะสถานการณ์ดีขึ้นมากแล้ว โดยสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ได้ประเมินสถานการณ์และรายงานให้ทราบทุกวัน นอกจากนี้ สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) ได้จัดตั้งศูนย์อาชีวะบริการผู้ประสบอุทกภัยภาคใต้ 12 จังหวัด พร้อมทั้งส่งนักศึกษามาช่วยซ่อมอุปกรณ์ สิ่งของ ตลอดจนเครื่องใช้ไฟฟ้า การเดินทางมาให้ความช่วยเหลือที่จังหวัดสุราษฎร์ธานีในครั้งนี้ ถือเป็นการเปิดโอกาสให้กระทรวงศึกษาธิการได้ทำดี เราจะได้รู้ว่าเรามีหน้าที่อะไรและทำหน้าที่นั้นให้ดีที่สุด ซึ่งเงินที่นำมาช่วยเหลือก็เป็นเงินภาษีของประชาชน ดังนั้นหากประชาชนท่านใดไม่ได้รับความช่วยเหลือ ขอให้แจ้งมา อย่าอายที่จะขอความช่วยเหลือและต้องไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง เพราะเป็นสิท ธิ์ของทุกคน โดยกระทรวงศึกษาธิการไม่ต้องการความช่วยเหลือที่สร้างภาพ เราคนไทยด้วยกันอยากให้มีความห่วงใยกัน โอกาสนี้ นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ ได้นั่งเรือตรวจเยี่ยมโรงเรียนบ้านไทรงาม อ.พุนพิน ซึ่งยังไม่สามารถเปิดทำการเรียนการสอนได้ เพื่อรับทราบข้อมูลความเสียหายของโรงเรียนจากเหตุอุทกภัย และหารือแนวทางเร่งฟื้นฟู บูรณะ และซ่อมแซม ให้โรงเรียนเปิดทำการเรียนการสอนได้ทันทีภายหลังน้ำลด โดย รมว.ศึกษาธิการ กล่าวว่า สถานศึกษาในจังหวัดสุราษฎร์ธานีได้รับความเสียหายจากอุทกภัยจำนวน 276 โรงเรียน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นโรงเรียนประถมศึกษา และมีโรงเรียนที่ได้รับผลกระทบอย่างหนักอยู่ในอาการโคม่า 20 แห่ง เช่น โรงเรียนบ้านไทรงามซึ่งพื้นของอาคารเรียนทั้งสองหลังใช้งานไม่ได้ จึงต้องเร่งฟื้นฟูในเรื่องของกายภาพ และให้ สพฐ. ดูแลเรื่องการจัดทำงบประมาณในการปรับปรุงซ่อมแซม ส่วนเรื่องการจัดการเรียนการสอนได้แก้ปัญหาแล้ว เช่น การนำเด็กจากโรงเรียนต่าง ๆ มาเรียนรวมกัน และยืมสถานที่ของเอกชนมาใช้สอนหนังสือ เป็นต้น โดยพยายามทำเท่าที่สถานการณ์จะทำได้ ซึ่งตอนนี้มีข่าวดีคือระดับน้ำลดลงเรื่อย ๆ และที่น่ายินดีไปกว่านั้นคือ ได้รับความร่วมมือจากสถาบันอาชีวศึกษาจากภูมิภาคต่าง ๆ มาช่วยซ่อมสิ่งของ โดยมาตั้งศูนย์ฯ อยู่ที่สุราษฎร์ธานีเป็นเวลา 3 อาทิตย์แล้ว ซึ่งได้รับรายงานว่านักเรียนนักศึกษาอาชีวศึกษาได้ช่วยซ่อมของทั้งชิ้นเล็กและชิ้นใหญ่ประมาณ 80,000 ชิ้น ความร่วมมือร่วมใจกันช่วยเหลือประชาชนในครั้งนี้จึงถือเป็นมูลค่าที่ประมาณไม่ได้ Cr.ข่าวสำนักงานรัฐมนตรี กลุ่มประชาสัมพันธ์ 19 มกราคม 2560

ขอบคุณแหล่งข้อมูล: สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา

สอนอย่างไรให้สำเร็จ เคล็ดลับโอเน็ตสูงโรงเรียนบ้านสำโรงหัวนาโนนจันทร์หอม สพป.มหาสารคาม เขต ๓

895704.JPG

วันที่ 8 สิงหาคม 2559 ที่ห้องผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษามหาสารคาม เขต 3 นายสมพงษ์ โรจน์ภัทรพงศ์ ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา มอบโล่และเกียรติบัตรแก่โรงเรียนบ้านสำโรงหัวนาโนนจันทร์หอม และข้าราชการครูผู้ปฏิบัติงานการสอนดีเด่น สอนนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 มีผลการสอบระดับชาติขั้นพื้นฐาน (O-NET) ปีการศึกษา 2558 ยอดเยี่ยม สมควรที่จะได้รับการยกย่องเชิดชูเกียรติ ดังนี้

1. นายสุระพงษ์ ราชดา ครูผู้สอนวิทยาศาสตร์ดีเด่น นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 มีผลการสอบระดับชาติขั้นพื้นฐาน (O-NET) ปีการศึกษา 2558 ได้ลำดับที่ 1 ระดับสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา มีพัฒนาการร้อยละ 8.11 และมีค่าเฉลี่ยสูงกว่าระดับประเทศ (ร้อยละ 43.67: 37.63)

2. นางสาวสุรีย์พร พรรณนา ครูผู้สอนคณิตศาสตร์ดีเด่น นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 มีค่าเฉลี่ยผลการสอบระดับชาติขั้นพื้นฐาน (O-NET) ปีการศึกษา 2558 ได้ลำดับที่ 2 ระดับสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา และมีค่าเฉลี่ยสูงกว่าระดับประเทศ

3. นางอนงค์ เหล่าเคน ครูผู้สอนภาษาไทยดีเด่น นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ผลการสอบระดับชาติขั้นพื้นฐาน (O-NET) ปีการศึกษา 2558 มีค่าเฉลี่ยสูงกว่าระดับประเทศ และมีพัฒนาการก้าวกระโดด 10.95

4. โรงเรียนบ้านสำโรงหัวนาโนนจันทร์หอม นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 มีผลการสอบระดับชาติขั้นพื้นฐาน (O-NET) ปีการศึกษา 2558 ลำดับที่ 2 ระดับเขตพื้นที่การศึกษา และมีค่าเฉลี่ยสูงกว่าระดับประเทศ พัฒนาการ 3.58

นายสุระพงษ์ ราชดา ครูผู้สอนวิทยาศาสตร์ดีเด่นลำดับที่ 1 เปิดเผยถึงเคล็ดลับวิธีการสอนที่ประสบผลสำเร็จ ครูจะต้องรู้จักเด็กเป็นรายคน วิเคราะห์เด็กรายคนได้ เข้าถึงพ่อแม่ ผู้ปกครองทำความเข้าใจ จากนั้นจะให้การบ้านเด็ก กล่าวคือ ทุกครั้งที่จะขึ้นบทเรียนใหม่ครูจะให้การบ้านเด็กไปอ่าน คิด วิเคราะห์ แล้วสรุปเนื้อหาตามความเข้าใจมาให้ครูดูก่อน โดยให้ผู้ปกครองเป็นคนเซ็นชื่อรับรองทุกครั้ง เมื่อเด็กนำการบ้านมาส่งครูจะอธิบายขยายความเพิ่มเติมในส่วนที่นักเรียนยังไม่เข้าใจ ซึ่งวิธีนี้จะช่วยให้ครูสอนได้ง่ายขึ้น เด็กจะเข้าใจเร็วและมีส่วนร่วม อีกประการหนึ่งครูใช้วิธีทำให้เด็กรักด้วยการพาออกกำลังกาย กิจกรรมบริหารกายประกอบดนตรี การดูแลเอาใจใส่สุขภาพตนเองให้ดี เมื่อสุขภาพจิตดีแล้วจึงโยงเข้าสู่บทเรียน

ทางด้านนางสาวสุรีย์พร พรรณนา ครูผู้สอนคณิตศาสตร์ดีเด่น ลำดับที่ 2 ของเขตพื้นที่สองปีติดต่อกัน และเคยได้ที่ 1 ของเขตพื้นที่การศึกษามาแล้ว เปิดเผยว่า วิธีการสู่ความสำเร็จมี 3 ประการ คือ 1. ครูจะรวบรวมข้อสอบหลาย ๆ รุ่นมาให้นักเรียนทำแบบฝึกหัด เฉลย และสอนเนื้อหาไปในตัวควบคู่ไปกับการสอนตามปกติ ส่วนการบ้านจะให้น้อย ๆ แต่มีข้อสอบเก่าปนไปด้วย อย่างน้อย 2-3 ไม่เกิน 5 ข้อ ในแต่ละวัน โดยจะทำอย่างนี้ทุกวันและทำอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ชั้น ป.6 ถึงชั้น ม.3 จะเห็นการพัฒนาและเด็กก็ชิน 2. ครูจะจับคู่ทำแบบฝึกหัด โดยผสมระหว่างเด็กเก่งและเด็กอ่อน เพื่อให้นักเรียนสอนกันเอง ขณะเดียวกันก็ให้เด็กหัดตั้งโจทย์ใหม่เองด้วย 3. ครูจะดุ ถ้าใครไม่ส่งการบ้านจะถูกทำโทษกันทั้งห้อง เพื่อกระตุ้นให้เด็กช่วยเหลือกัน ซึ่งทั้ง 3 ประการนี้ได้ผล เด็กมีความรัก สามัคคี ช่วยเหลือห่วงใยซึ่งกันและกัน และครูจะนั่งล้อมวงอธิบายให้นักเรียนฟัง เข้าใจได้อย่างสนุกสนาน เกิดการมีส่วนร่วม

ส่วนทางด้านนางอนงค์ เหล่าเคน ครูผู้สอนภาษาไทยดีเด่น มีค่าเฉลี่ย O-Net สูงกว่าระดับประเทศแบบก้าวกระโดด เปิดเผยว่า ตนเพิ่งมาสอนภาษาไทยนักเรียนชั้น ม.3 เป็นปีแรก แต่มีพัฒนาการสูงถึง 10.95 และสูงกว่าระดับประเทศ มีเคล็ดลับไม่แตกต่างกันคือนำข้อสอบเก่า ๆ มาทบทวน แต่เลือกหัวข้อมาสอนย้ำ ทำความเข้าใจให้เด็กหลาย ๆ ตัวอย่าง หลาย ๆ แบบ ทำทุกวัน ทำบ่อย ๆ พยายามเป็นกันเองกับเด็ก โดยสร้างความรักความคุ้นเคย และนำศิลปะของภาษาที่มีทั้งความสนุกสนานเพลิดเพลิน เพราะภาษาไทยมีเสน่ห์อยู่ในตัวอยู่แล้ว หากรู้จักนำมาใช้จะทำให้เด็กเกิดทักษะและอยากมีส่วนร่วม

ในขณะที่นายสมเกียรติ บูรภักดิ์ ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านสำโรงหัวนาโนนจันทร์หอม เปิดเผยปัจจัยที่ทำให้คะแนน O-Net ดีเลิศนั้นตนมองว่ามี 4 ประการ ได้แก่ 1. มีครูที่ตรงกับสาขาวิชาเอก 2. ครูมีจิตวิญญาณของความเป็นครู คือมีความรับผิดชอบ ความมุ่งมั่น ตั้งใจ และการรู้จักใช้สื่อ 3. ครูรู้จักวิเคราะห์ผู้เรียน วิเคราะห์หลักสูตร/เนื้อหาที่สอน และชัดเจนในมาตรฐานการเรียนรู้ 4. นักเรียนมีความพร้อมในกิจกรรมที่จะเรียน และทั้งหมดนี้สิ่งที่ขาดไม่ได้เลยคือ ขวัญและกำลังใจของครูที่มาจากผู้บริหารที่ให้ความสำคัญเป็นอันดับแรก รู้จักยกย่องและเชิดชูเกียรติครูและบุคคลในโรงเรียน

ในส่วนของนายสมพงษ์ โรจน์ภัทรพงศ์ ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษามหาสารคาม เขต 3 ได้กล่าวขอบคุณ ชื่นชม และให้กำลังใจผู้บริหารและข้าราชการครูที่มีผลงานดีเด่นโรงเรียนบ้านสำโรงหัวนาโนนจันทร์หอม ปฏิบัติหน้าที่สอนคนให้เป็นคนเก่ง คนดี มีความสามารถ มีหลักคารวธรรม สามัคคีธรรม และปัญญาธรรม ซึ่งเป็นหัวใจหลักของการเป็นประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข การจะขับเคลื่อนพัฒนาประสิทธิภาพการศึกษาให้เกิดประสิทธิผลได้นั้น ทุกคนล้วนมีบทบาทสำคัญที่จะต้องทำงานกันอย่างร้อยรัด โดยเฉพาะอย่างยิ่งครูซึ่งเป็นเป้าหมายสำคัญมีอิทธิพลสูงสุดต่อเด็กซึ่งเป็นความหวังของชาติ แต่ทั้งนี้ก็ต้องประกอบไปด้วยปัจจัยอื่น เช่น ผู้บริหารระดับสูง ระดับกลาง และระดับล่างขานรับนโยบายลงสู่การปฏิบัติและเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน

ทิพยฉัตร ฉัตรทอง นักประชาสัมพันธ์

ภาพ/ข่าว

http://203.172.194.82/mk3/?p=6955

12 กันยายน 2559

ขอบคุณแหล่งข้อมูล: สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ

เลขานุการ รมว.ศธ. พร้อมกับ เลขาธิการ กพฐฺ. ตรวจเยี่ยมโรงเรียนแม่เหล็ก ที่จังหวัดเชียงใหม่

895835.JPG

เลขานุการ รมว.ศธ. พร้อมกับ เลขาธิการ กพฐฺ.ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมโรงเรียนแม่เหล็ก ที่เชียงใหม่

:เมื่อวันที่ 12 กันยายน 2559 เลขานุการ รมว.ศธ.พันเอกณัฐพงษ์ เพราแก้ว พร้อมด้วยนายการุณ สกุลประดิษฐ์ เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานลงพื้นที่ปฏิบัติราชการในจังหวัดเชียงใหม่. เพื่อติดตามสำรวจพื้นที่การบริหารจัดการ ตอลดจนถึงความคิดเห็นผู้เกี่ยวข้องในพื้นที่โรงเรียน ทั้งโรงเรียนหลักและโรงเรียนที่มาควบรวมหรือโรงเรียนขนาดเล็ก ซึ่งการดำเนินงานตามโครงการโรงเรียนดีใกล้บ้าน ทางกระทรวงศึกษาธิการตั้งเป้าจะบริหารจัดการโรงเรียนขนาดเล็กที่มีนักเรียนต่ำกว่า 20 คนลงมา ซึ่งมีจำนวนทั้งสิ้น 917 โรงเรียน ยกเว้นโรงเรียนที่อยู่ในพื้นที่ห่างไกลหรืออยู่ในเกาะต่างๆ ซึ่งมีประมาณ 90 โรงเรียน ยังคงมีความจำเป็นต้องตั้งอยู่เช่นเดิม โดยกระทรวงฯพร้อมจะสนับสนุนการจัดการศึกษา ทั้งครูและอุปกรณ์การเรียนการสอน เพื่อให้โรงเรียนเข้มแข็งและจัดการเรียนการสอนได้อย่างมีคุณภาพ สำหรับโรงเรียนในจังหวัดเชียงใหม่ ที่ได้มาติดตามในครั้งนี้ มี 4 โรงเรียน โรงเรียนแรกคือ โรงเรียนบ้านห้วยส้ม ต.สันกลาง อ.สันป่าตอง สังกัด สพป.เชียงใหม่เขต 4 โดยนายทวี อุปสุขิน ผอ.สพป.เชียงใหม่เขต 4 นำเสนอรายงานข้อมูลพื้นฐานโรงเรียน

ต่อจากนั้น เลขานุการ รัฐมนตรีว่าการกรทรวงศึกษาธิการ ได้แจ้งถึงเจตารมณ์ในการลงพื้นที่ครั้งนี้ต่อคณะผู้นำชุมชน ตัวแทนผู้ปกครอง ผู้บริหารโรงเรียนและครูโรงเรียน ว่าได้รับมอบหมายจาก รมว.ศธ.(พลเอกดาพงษ์ รัตนสุวรรณ) ให้มาติดตามดูโรงเรียนเพื่อทราบสภาพการบริหารจัดการและรับฟังความเห็นจากทุกฝ่ายในพื้นที่ ว่ามีความเห็นเป็นอย่างไร มีปัญหาอุสรรคใด โรงเรียนดีใกล้บ้านในจังหวัดเชียงใหม่จะเป็นอย่างไร และเบื้องต้นตนจึงขอทำความรู้จัก ผู้นำชุมชนที่มาพร้อมกันในวันนี้ โดยขอให้ ผู้นำขุมชนผู้ปกครอง รวมทั้งผู้อำนวยการโรงเรียนและครูในพื้นทีแนะนำตัว และได้แสดงความคิดเห็น ตามลำดับ โดย/นายคำมูล กันทา กำนัน นายนิราศ ศรีบุญผวน ผู้ใหญ่บ้าน ประธานกรรมการสถานศึกษา นางเทียนชฎา กุลุง ผู้ใหญ่บ้าน ผู้นำชุมชน และนาย จำลอง คำมูล ซึ่งทุกคนมีความเห็นพ้องว่า การนำนักเรียนมาเรียนรวมกันตามโครงการเป็นสิ่งที่ดี เพราะโรงเรียนเป็นโรงเรียนดี ศักยภาพการสอนดี การสอนครูดี เด็กได้สัมผัสความเป็นคนหมู่บ้านชุมชนที่ดี เป็นสิ่งที่ควรที่ดี ที่จะได้มีโรงเรียนดีใกล้บ้าน การเดินทางใกล้ การเดินทางสะดวก ภูมิทัศน์ การจัดกิจกรรม ดีใจที่มีผู้ใหญ่ มาดูและชื่นชมการทำงานของผู้อำนวยการโรงเรียนด้วย /ส่วน ตัวแทนผู้ปกครองกล่าวว่า เดิมมีปัญหาเรื่องการเดินทาง ต้องตื่นแต่ตีห้า หากเรียนรวมก็คงไม่ต้องตื่นเช้าแบบนี้ /

ทางด้านนายเดชชัย ผอ.โรงเรียนวัดบุพผาราม กล่าวถึงความคาดหวัง คิดมารวม เนื่องจากมีครู เพียงสองคน อัตราจ้าง2 คน พยายามจะพัฒนาปีที่ผ่านมาโอเน็ตดี แต่เป็นห่วงกลัวเด็กขาดโอกาส จึงหารือกันที่จะมารวมเพราโรงเรียนบ้านห้วยส้มมีความพร้อม จึงตัดสินใจมารวม ส่วนครูก็พร้อมอยากให้ลูกศิษย์ได้รับโอกาสดี ๆ /ผอโรงเรียนบ้านห้วยส้ม มองที่เด็กเป็นสำคัญ ประธานกรรมการศึกษา มองจุดหมายเดียวกัน ด้านวิชาการเดินช้าๆ แต่ต่อเนื่องจนผลการเรียนโอเน็ตเป็นที่น่าพึงพอใจ ได้ปรึกษาหารือหับกรรมการสถานศึกษาก็ยินดีต้อนรับ ไม่มีปัญหาอะไร อาจมีบ้างในเรื่องการเดินทาง หากเป็นไปได้ขอสนับสนุนเรื่องรถ /ส่วนจุดอ่อนของโรงเรียน ผอ.ตอบว่า คือจุดอ่อนด้านภาษาอังกฤษ

ทางด้านนายการุณ สกุลประดิษฐ์ เลขาธิการ กพฐ. กล่าวถึงทิศทางการสนับสนุนว่าขณะนี้มีงบอุดหนุนก้อนหนึ่ง เราจะจัดให้การจัดสรรงบประมาณอุดหนุนมาเพื่อพัฒนาด้าน ict. สนามฟุตบอล ห้องสุขา ห้องสมุด ห้อง ict. /

เลขานุการกล่าวทิ้งท้ายว่า ร.ร.จะได้รับโอกาส แก้ปัญหาครู บุคลากรที่ดูแลแลกคอมพิวเตอร์ ส่วนเรื่องการซื้อรถยนต์. เลขาฯรมว.ศธ.กล่าวทิ้งท้ายว่า การซื้อรถยนต์ เป็นการแก้ปัญหาที่ไม่ยั่งยืน จะต้องหาคนขับ หรือพบปัญหาการซ่อม ตามมาอีกมากมายอีกมากมาย วิธีการอื่นที่ดีกว่า โดยงบประมาณที่มีมาให้เกิดผลซึ่งเชื่อว่าจะทำให้โรงเรียนนี้ดีขึ้น//

ต่อจากนั้นได้เดินทางไปพบปะคณะกรรมการสถานศึกษา ครูและผู้ปกครอง และเยี่ยมชมการจัดการเรียนการสอนของครูโดยโรงเรียนวัดบุปผาราม มีนายชัยเดช นาเกร็ด ผอ.โรงเรียนวัดบุปผาราม และครูผู้สอนธนภรณ์ เรือนศรี กับคุณครูบุปผา สุวรรณแก้ว ให้ข้อมูล และเดินทางต่อ ที่โรงเรียนวัดโรงวัว ต.แม่ก๊า อ.สันป่าตอง มีนายนิเทศก์ ธาติอินทร์ ผู้บริหารโรงเรียน นำเสนอรายงานข้อมูล ณ ห้องประชุมของโรงเรียน พร้อมกับสอบถามสภาพปัญหา รับฟังความเห็นของผู้บริหารและชุมชน คณะกรรมการสถานศึกษา พร้อมกล่าวได้ชื่นชมการบริหารจัดการด้วยความโปร่งใสในการที่ได้รับการสนับสนุนการระดมทรัพยากรในการจัดการศึกษา ที่โรงเรียนได้มีการประกาศต่อสาธารณชนได้รับรู้ผ่านบอร์ดประกาศของโรงเรียน(ในห้องประชุม) ต่อจากนั้น เดินทางต่อไปยังโรงเรียนวัดหนองครอบ เข้ารับฟังความเห็นในห้องประชุมโรงเรียน เลขาฯ รมว.ศธ. พร้อมทั้งแนะนำการใช้ทรัพยากรร่วมกันในการแก้ปัญหา และพบปะครู และเยี่ยมห้องเรียน เพื่อเยี่ยมทักทายนักเรียน และพูดคุยกับครูในส่วนการจัดการเรียนการสอน แล้วเดินทางต่อเพื่อบรรยายพิเศษ งานประชุมสัมมนา ผอ.สพท.รอง ผอ.สพท.ทั่วเทศ ณ ห้องประชุมล้านตอง โรงแรมโลตัสปางสวนแก้ว อ.เมือง จ.เชียงใหม่ ในประเด็น การสอบบรรจุแต่งตั้งครู การวางแผนอัตรากำลังครู ให้ทำแผนอัตรากำลังครู 10 ปี นโยบายลดเ วลาเรียนเพิ่มเวลารู้ . STEM ศึกษา การปรับหลักสูตรภาษาอังกฤษ. Echo. การสร้างบรรยากาศสภาพแวดล้อมภายใน โรงเรียน การทดสอบระดับชาติ O-net. (KPI8). ประเด็นปฏิรูปการศึกษาเร่งด่วน. 1.การปรับโครงสร้างฯ (ยังไม่ตกผลึก). ทำงานไปก่อน 2.การแก้ปัญหาเด็กไทยไม่เข้าสู่ระบบหรือตกหล่น 3. การบริหารจัดการโรงเรียนขนาดเล็ก. 4. การผลิตคนให้ตรงกับความต้องการ 5.การมีส่วนร่วม (โครงการประชารัฐ).การศึกษา 4.0/ 1.0. ผู้เรียนเรียนรู้จากอาจารย์ 2.0. ผู้เรียนเรียนด้วยตนเอง. 3.0. ผู้เรียนสร้างความรู้เอง 4.0 ผู้เรียนสร้างนวัตกรรมได้

ในการลงพื้นที่ในโรงเรียนดีใกล้บ้าน หรือโรงเรียนแม่เหล็กใน ครั้งนี้ มีนายพะโยม ชิณวงศ์ รองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน นายทวนทอง ศรีสวัสดิ์ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเชียงใหม่ เขต 1 ปฏิบัติหน้าที่ศึกษาธิการจังหวัดเชียงใหม่ นายสิทธิชัย มูลเขียน ผอ.สพม.34 ร่วมติดตาม

//ทีมข่าวเครือข่ายประชาสัมพันธ์เฉพาะกิจ รายงาน

12 กันยายน 2559

ขอบคุณแหล่งข้อมูล: สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ

พัทลุง ๑ เตรียมใช้ข้อสอบกลางวัดคุณภาพผู้เรียนชั้น ป.๑-ม.๓

863572.jpg

พัทลุง 1 เตรียมวัดและประเมินผลการเรียนรู้ของนักเรียนชั้น ป.1 -ม.3 ประจำปีการศึกษา 2559 เจตนาเพื่อวัดคุณภาพของผู้เรียนในระดับเขตพื้นที่การศึกษา โดยใช้ข้อสอบกลางระดับเขตพื้นที่การศึกษาสอบเป็นแนวเดียวกันพร้อมกันทุกโรงเรียน ยกเว้นระดับชั้น ป.6 และ ม.3 โดยมติที่ประชุมผู้บริหารสถานศึกษา เมื่อวันที่ 31 พฤษภาคม 2559 ณ ห้องประชุมอุทยานการศึกษาอุดมปัญญา อำเภอควนขนุน จังหวัดพัทลุง ได้มีมติเห็นชอบในการวัดคุณภาพผู้เรียนระดับเขตพื้นที่การศึกษา โดยใช้ข้อสอบกลางระดับเขตพื้นที่การศึกษาสอบแนวเดียวกันพร้อมกันทุกโรงเรียน โดยมีรายละเอียดดังนี้ ดร.เจียร ทองนุ่น ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาพัทลุง เขต 1 (ผอ.สพป.พัทลุง เขต 1) ได้กล่าวว่า การจัดการศึกษาในปัจจุบันนอกจากให้ทั่วถึงแล้วยังมุ่งเน้นคุณภาพด้วย ผู้ปกครอง สังคม และรัฐต้องการเห็นหลักฐานอันเป็นผลมาจากการจัดการศึกษา นั่นคือคุณภาพผู้เรียนที่เป็นไปตามมาตรฐานของหลักสูตร หน่วยงานที่รับผิดชอบนับตั้งแต่สถานศึกษา ต้นสังกัด หน่วยงานระดับชาติที่ได้รับมอบหมาย จึงมีบทบาทหน้าที่ในการตรวจสอบคุณภาพผู้เรียนตามความคาดหวังของหลักสูตร ดังนั้น หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 จึงกำหนดให้มีการวัดและประเมินผลผู้เรียน ใน 4 ระดับ ได้แก่ระดับชั้นเรียน ระดับสถานศึกษา ระดับเขตพื้นที่การศึกษา และระดับชาติ ทุกระดับมีเจตนาเดียวกันคือ ตรวจสอบความก้าวหน้าในการเรียนรู้ของผู้เรียน เพื่อนำผลการประเมินมาใช้ในการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง และสำหรับการประเมินระดับเขตพื้นที่การศึกษา ดร.เจียร ทองนุ่น กล่าวว่า สภาพปัจจุบันการวัดและประเมินผลของสถานศึกษาในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาพัทลุง เขต 1 ใช้เครื่องมือวัดที่หลากหลายซึ่งเป็นไปตามสภาพบริบทของโรงเรียน ทำให้เขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาพัทลุง เขต 1 ไม่ทราบสภาพปัญหาที่แท้จริงในการจัดการศึกษา จึงได้สร้างเครื่องมือวัดและประเมินผลในระดับเขตพื้นที่การศึกษาฯ เพื่อนำไปตรวจสอบนักเรียนในทุกระดับชั้น ทั้งนี้จะได้ทราบจุดเด่นจุดด้อยที่ควรพัฒนาของนักเรียนในเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาพัทลุง เขต 1 ของแต่ละระดับชั้น เพื่อนำไปประกอบการจัดการศึกษาในปีการศึกษาต่อ ๆ ไป ซึ่งการดำเนินการแบบนี้จะทำให้ครูทุกระดับชั้น โดยเฉพาะระดับชั้น ป.6 ไม่เครียดกับผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษา ซึ่งถูกวัดในระดับชาติ จึงได้มีแนวนโยบายการสร้างข้อสอบกลางระดับเขตพื้นที่ไปวัดนักเรียน ผอ.สพป.พัทลุง เขต 1 กล่าวเพิ่มเติมว่าในการดำเนินการจะวัดและประเมินผลการเรียนรู้ของนักเรียนในระดับชั้น ป.1,2,3,4,5 และม.1,2 ใน 8 กลุ่มสาระ ในสัดส่วน 8 สาระ คือ 30 กับ 20 ที่เป็น Summative (การสรุปผลการเรียนรู้) โดยข้อสอบครูผู้สอนจะเป็นผู้ออกข้อสอบ กระบวนการสอบจะสอบเหมือนสอบโอเน็ต จะสอบพร้อมกันทุกโรง ตรวจข้อสอบด้วยเครื่องคอมพิวเตอร์ ข้อสอบมีทั้งอัตนัยและปรนัย สำหรับนักเรียนชั้น ป.1 ในภาคเรียนที่ 2 ให้นักเรียนอ่านข้อสอบเอง สมใจ บุญเผือก นักประชาสัมพันธ์ สพป.พัทลุง เขต 1 รายงาน

10 มิถุนายน 2559

ขอบคุณแหล่งข้อมูล: สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ

ผอ.สพป.ยล.๑ เข้าร่วมประชุมรับฟังนโยบายแก่ผู้บริหารหน่วยงานการศึกษาในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ

849079.JPG

วันที่ ๒๕ เมษายน ๒๕๕๙ พลเอก ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ และคณะ ลงพื้นที่จังหวัดยะลาเพื่อเป็นประธานในการประชุมมอบนโยบายแก่ผู้บริหารหน่วยงานการศึกษาในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ณ สำนักงานศึกษาธิการภาค ๘ อำเภอเมือง จังหวัดยะลา โดยมีดร.อาดุลย์ พรมแสงผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษายะลา เขต ๑ เข้าร่วมประชุมในครั้งนี้

ก่อนการประชุม พลเอก ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ได้สักการะศาลหลวงปู่ทวดภายในสำนักงานศึกษาธิการภาค ๘ เยี่ยมชมนิทรรศการจากโรงเรียนในโครงการสานฝันกีฬา และมอบเกียรติบัตรให้กับนักเรียนที่มีผลการสอบโอเน็ตดีเด่น

พลเอก ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวว่า จากการรับฟังบรรยายสรุปผลการดำเนินงานของสำนักงานศึกษาธิการภาค 8 ขอชื่นชมในความสำเร็จของการดำเนินงานในห้วงที่ผ่านมา ตลอดระยะเวลา ๒ ปี ที่รัฐบาลได้เข้ามาแก้ไขปัญหาสำคัญของประเทศด้วยการบริหารงาน มีความมุ่งมั่นที่จะสร้างความรัก ความสามัคคี การพัฒนาในทุกมิติ ให้เกิดขึ้นในประเทศไทย ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี พลเอก ประยุทธ จันทร์โอชา ได้ให้ความสำคัญกับการพัฒนาการศึกษาของเด็ก และเยาวชนทุกคนในทุกระดับ โดยเฉพาะพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้

ซึ่งนโยบายสำคัญที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาการศึกษาจังหวัดชายแดนภาคใต้ที่สำคัญ ก็จะมีการติดตามกำกับ ดูแล สวัสดิภาพ สวัสดิการของครูในพื้นที่ให้เกิดความปลอดภัย มีความเป็นอยู่ที่ดี การนำกีฬาเข้าสู่ระบบการศึกษาอย่างยั่งยืน เพื่อแก้ปัญหาเด็กออกนอกระบบการศึกษา และพัฒนาศักยภาพของเด็ก เยาวชน ที่มีความสนใจด้านกีฬา การดูแลทุนการศึกษา เพื่อลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา และติดตามผลของการดำเนินงานด้านทุนการศึกษาให้เกิดประโยชน์อย่างแท้จริง

ทั้งนี้ในส่วนของกระทรวงศึกษาธิการนั้น มีนโยบายที่สำคัญ เพื่อให้ทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาการศึกษาในจังหวัดชายแดนภาคใต้ นำไปดำเนินการด้านการบริหารจัดการตามโครงสร้างการบริหารการศึกษาระดับภูมิภาค โดยมี กศจ. ดำเนินการตามแผนและขับเคลื่อนภารกิจเร่งด่วน ด้วยการบูรณาการในพื้นที่อย่างเข้มแข็ง เพื่อให้เกิดเอกภาพและประสิทธิภาพในการแก้ไขพัฒนาการศึกษาในระดับพื้นที่ รวมถึงเร่งรัดดำเนินการตามกรอบเวลาให้เกิดผลตามที่กระทรวงฯ ได้กำหนดไว้

นอกจากนี้ก็จะมีนโยบายที่สำคัญเร่งด่วนโครงการ “ประชารัฐ” เพื่อให้เกิดความร่วมมือในทุกระดับในการพัฒนาตรงคงวามต้องการของพื้นที่อย่างแท้จริง ขอให้หน่วยงานทางการศึกษาได้บูรณาการร่วมกับ กอ.รมน.ภาค ๔ ส่วนหน้า ศอ.บต. ได้อย่างประสานสอดคล้องให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน

25 เมษายน 2559

ขอบคุณแหล่งข้อมูล: สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ

ร.ร.บ้านโชคชัย สพป.มค.๓ ผลโอเน็ตพุ่งสูงกว่าระดับชาติ ๓ ปีซ้อน สพป.อุบลฯ ๕ แห่ศึกษาดูงาน

798324.jpg

โรงเรียนบ้านโชคชัย สพป.มหาสารคาม เขต 3 มีผลคะแนนทดสอบระดับชาติ (O-Net)พุ่งทะลุสูงกว่าระดับชาติ 3 ปีซ้อน สพป.อุบลราชธานี เขต 5 แห่ศึกษาดูงาน เมื่อวันที่ 12 กันยายน 2558 โรงเรียนบ้านโชคชัย สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษามหาสารคาม เขต 3 ได้ต้อนรับคณะจากสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอุบลราชธานี เขต 5 ประกอบด้วย คณะกรรมการเขตพื้นที่การศึกษา, คณะอนุกรรมการ อ.ก.ค.ศ., คณะกรรมการ ก.ต.ป.น., ประธานเครือข่ายสถานศึกษา, ศึกษานิเทศก์ และเจ้าหน้าที่ผู้ประสานงานในเขตพื้นที่ รวมทั้งสิ้น 85 คน นำโดย นายสุริยะ พุทธิผล รองผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอุบลราชธานี เขต 5 ซึ่งมาศึกษาดูงานเรื่อง การยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ที่โรงเรียนบ้านโชคชัย มีนายประสพสุข หีบแก้ว, นายสายทอง ไตรยะวิภาค รองผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษามหาสารคาม เขต 3 คณะครู ผู้บริหารสถานศึกษา คณะกรรมการสถานศึกษา และผู้นำในเขตบริการโรงเรียนร่วมให้การต้อนรับ โรงเรียนบ้านโชคชัย ตั้งอยู่หมู่ที่ 4 บ้านโชคชัย ตำบลหัวขวาง อำเภอโกสุมพิสัย จังหวัดมหาสารคาม ภายใต้การบริหารจัดการของนางปาริชาติ ชูปฏิบัติ ผู้อำนวยการโรงเรียน มีนักเรียน 77 คน ครู 5 คน เป็นโรงเรียนขนาดเล็ก แต่มี Best Practice ด้านการจัดการเรียนการสอนที่ประสบความสำเร็จด้วยระบบสื่อทางไกลผ่านดาวเทียม (DLTV) จากพระราชวังไกลกังวล ตั้งแต่ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 1- 6 และมีรางวัลด้านคุณภาพทางการศึกษาผลการสอบ O-Net ชั้น ป.6 ค่าเฉลี่ยสูงกว่าระดับเขต/ระดับประเทศติดต่อกัน 3 ปีซ้อน โดยมีรางวัลคุณภาพต่าง ๆ ดังนี้ ปีการศึกษา 2558 -รางวัลดีเด่น ระดับโซนภูมิภาคที่ 1 โรงเรียนขนาดเล็กที่มีวิธีปฏิบัติที่เป็นเลิศ (Best Practice) ประจำปี 2558 จาก สพฐ. ปีการศึกษา 2557 – ผลการสอบ O-Net ชั้น ป.6 คะแนนเฉลี่ยโดยรวมสูงกว่าระดับเขต/ระดับประเทศ และมีคะแนนเฉลี่ยสูงสุด อันดับที่ 1 ของเขตพื้นที่การศึกษา (59.20)

– ผลการสอบ O-Net ชั้น ป.6 คะแนนสูงสุด อันดับ 1 กลุ่มสาระคณิตศาสตร์ (61.00) สังคมฯ (66.40) และวิทยาศาสตร์ (59.30) ของเขตพื้นที่การศึกษา

– ผลการสอบ NT ชั้น ป.3 คะแนนอันดับ 4 ของเขตพื้นที่การศึกษา และสูงกว่าระดับประเทศทุกด้าน (63.02)

– รางวัลชมเชย โรงเรียนขนาดเล็กที่มีวิธีปฏิบัติที่เป็นเลิศ (Best Practice) จาก สพฐ.

– รางวัลดีเยี่ยม โรงเรียนส่งเสริมนิสัยรักการอ่านและพัฒนาห้องสมุด 3 ดี (โรงเรียนขนาดเล็ก) ของเขตพื้นที่การศึกษา ปีการศึกษา 2556

– ผลการสอบ O-Net ชั้น ป.6 ค่าเฉลี่ยโดยรวมสูงกว่าระดับเขต/ระดับประเทศ

– ผลการสอบ O-Net ชั้น ป.6 คะแนนสูงสุด อันดับ 1 สาระคณิตศาสตร์ ของเขตพื้นที่การศึกษา และมีค่าเฉลี่ยสูงกว่าระดับประเทศ

– ผลการสอบ NT ชั้น ป.3 คะแนนสูงสุด อันดับ 1 ของเขตพื้นที่การศึกษา และค่าเฉลี่ยทุกด้าน สูงกว่าระดับเขต/ระดับประเทศ

– รางวัลดีเด่น ระดับเขตตรวจราชการ ประเภทโรงเรียนขนาดเล็ก การแข่งขันโครงการ Read Thailand : อ่านเถิดเด็กไทยอ่านถวายเจ้าฟ้านักอ่าน ปีการศึกษา 2555 – ผลการสอบ O-Net ชั้น ป.6 ค่าเฉลี่ยสูงกว่าระดับเขต/ระดับประเทศทุกกลุ่มสาระ

– ผลการสอบ O-Net ชั้น ป.6 คะแนนสูงสุด อันดับ 1 สาระคณิตศาสตร์ ของเขตพื้นที่การศึกษา และมีค่าเฉลี่ยสูงกว่าระดับประเทศ นอกจากนี้ ยังมีผลงานที่ได้รับรางวัลจากโครงการส่งเสริมการอ่าน เช่น

– รางวัลชนะเลิศ ระดับจังหวัด และรางวัลดีเด่น ระดับเขตตรวจราชการ (ประเภทโรงเรียนขนาดเล็ก) โครงการอ่านเถิดเด็กไทย : อ่านถวายเจ้าฟ้านักอ่าน ปี 2556

– รางวัลดีเยี่ยม โรงเรียนส่งเสริมนิสัยรักการอ่านและพัฒนาห้องสมุด 3 ดี (โรงเรียนขนาดเล็ก) ของเขตพื้นที่ ปีการศึกษา 2557 และในปีการศึกษา 2558 นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1-6 โรงเรียนบ้านโชคชัยทุกคน สามารถอ่านรู้เรื่องและสื่อสารได้” เป็นโรงเรียนที่ปลอดการอ่านไม่ออกเขียนไม่ได้ของเขตพื้นที่การศึกษา 100 % อีกด้วย “โรงเรียนมาตรฐาน วิชาการก้าวหน้า รักษาวัฒนธรรมและสิ่งแวดล้อม พร้อมเข้าสู่ประชาคมอาเซียน เพียรคุณธรรม นำความรู้ สู่เทคโนโลยี ทางการศึกษา ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง” จึงเป็นวิสัยทัศน์ ของโรงเรียนบ้านโชคชัย ที่ได้สร้างความภาคภูมิใจให้กับสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษามหาสารคาม เขต 3 สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน และกระทรวงศึกษาธิการ ทิพยฉัตร ฉัตรทอง : นักประชาสัมพันธ์ชำนาญการ : เขียนข่าว

ปาริชาติ ชูปฏิบัติ ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านโชคชัย : ข้อมูล/ภาพถ่าย

http://203.172.194.82/mk3/?p=2218

15 กันยายน 2558

ขอบคุณแหล่งข้อมูล: สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ

สพป.ชัยภูมิ เขต ๓ ประชุมมอบนโยบายเพื่อเตรียมความพร้อมก่อนเปิดภาคเรียน ณ โรงเรียนชุมชนชวนวิทยา

744834.JPG

เมื่อวันที่ 11 พฤษภาคม 2558 ดร.โชติพิพัฒน์ จุลมณรุ่งเรือง ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาชัยภูมิ เขต 3 ประธานประชุมเพื่อเตรียมความพร้อมก่อนเปิดภาคเรียน ณ ห้องประชุมโรงเรียนชุมชนชวนวิทยา โดยมีผู้บริหารสถานศึกษา ข้าราชการครู ลูกจ้างในอำเภอบำเหน็จณรงค์ และอำเภอซับใหญ่ เข้าร่วมประชุมในครั้งนี้ เพื่อมอบนโยบายด้านการศึกษาของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาชัยภูมิ เขต 3 ซึ่งได้วาง Road map ไว้ 9 ประการ ดังร้อยกรองที่ว่า 9 เป้าหมายสู่เส้นชัยการจัดการศึกษา “โอเน็ต เอ็นที ที่ก้าวหน้า พัฒนาระบบประกันได้มาตรฐาน ปฏิบัติตามค่านิยมสิบสองประการ มุ่งมั่นอ่านเขียนภาษาไทยได้ทุกคน ประวัติศาสตร์ชาติไทยควรได้รู้ ร่วมเชิดชูศีลธรรมนำนิสัย ภาษาอังกฤษสื่อสารอย่างมั่นใจ บีบีแอลปฐมวัยได้สมบูรณ์ ดีแอลทีวี เทคโนฯโชว์ให้ครบ เป้าหมายจะบรรจบครบสมัย 9 ประการร่วมสร้างสู่เส้นชัย นักเรียนล้วนเป็นไทยที่สมบูรณ์” และกลยุทธ์การขับเคลื่อนสู่การปฏิบัติ CHAMP เป็นนโยบายในการขับเคลื่อนพัฒนาคุณภาพการศึกษาให้เป็นไปตามเป้าหมายที่กำหนด พร้อมนี้ได้กำชับผู้บริหารสถานศึกษาให้เตรียมความพร้อมก่อนเปิดภาคเรียน ทั้งในด้านความปลอดภัยของอาคารเรียน โต๊ะเก้าอี้ เครื่องเล่นที่ชำรุดทรุดโทรม รวมทั้งให้ประสานกับเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ร่วมกันอำนวยความสะดวกเรื่องการเดินทางช่วงเปิดเรียนด้วย เน้นย้ำเรื่องคุณภาพการเรียนการสอน ต้องอบรมพัฒนาครู จัดตารางเรียน หนังสือและอุปกรณ์การเรียนการสอนของเด็กจะต้องมีความพร้อม มีการประชุมทำความเข้าใจกับผู้ปกครองของนักเรียนด้วย สพป.ชัยภูมิ เขต 3 ขอขอบคุณผู้มีส่วนเกี่ยวข้องมา ณ โอกาสนี้ // สพป.ชัยภูมิ เขต 3 “คุณภาพนักเรียน คือ เป้าหมายสูงสุด”//

11 พฤษภาคม 2558

ขอบคุณแหล่งข้อมูล: สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ

พัทลุง ๑ ผลO-NET ปีการศึกษา ๕๗ นักเรียนทำคะแนนเต็ม ๑๐๐ คะแนน สูงถึง ๓๓ คน

725861.jpg

O-NET ปีการศึกษา 57 นักเรียนทำคะแนนเต็ม 100 คะแนน สูงถึง 33 คน

สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาพัทลุง เขต 1 ขอแสดงความยินดีกับนักเรียนชั้นป.6 และครูสายขั้นป.6 ปีการศึกษา2557 ที่นักเรียนสอบO-NET ได้เต็ม 100 คะแนน จำนวน 33 คน จาก 5 โรงเรียน แยกเป็นวิชาคณิตศาสตร์ จำนวน 27 คน วิชาวิทยาศาสตร์ จำนวน 1 คน วิชาภาษาอังกฤษ จำนวน 9 คน และยินดีกับผู้ปกครองด้วยที่ดูแลบุตรหลานจนประสบความสำเร็จ

สรุป นักเรียนทำคะแนนโอเน็ตเต็ม 100 คะแนน จาก 3 วิชา จำนวน 33 คน ในวิชาคณิตศาสตร์/วิทย์/ภาษาอังกฤษ

1.โรงเรียนอนุบาลพัทลุง จำนวน 28 คน

3. โรงเรียนอนุบาลควนขนุน จำนวน 1 คน

1) โรงเรียนอนุบาลพัทลุง นักเรียนทำคะแนนโอเน็ตเต็มร้อยคะแนน จำนวน 28 คน แยกเป็นวิชาคณิตศาสตร์ จำนวน 22 คน

วิชาวิทยาศาสตร์ จำนวน 1 คน วิชาภาษาอังกฤษ จำนวน 9 คน และวิชาคณิตศาสตร์และภาษาอังกฤษ รวม 2 วิชา จำนวน 4 คน

2)โรงเรียนวัดอภยาราม วิชาคณิตศาสตร์ จำนวน 2 คน

3)โรงเรียนวัดตะแพน วิชาคณิตศาสตร์ จำนวน 1 คน

4)โรงเรียนบ้านควนพลี วิชาคณิตศาสตร์ จำนวน 1 คน

5) โรงเรียนอนุบาลควนขนุน วิชาคณิตศาสตร์ จำนวน 1 คน

รายชื่อนักเรียน/ครู/กลุ่มสาระ

1. กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์และภาษาอังกฤษ

นักเรียนที่มีคะแนน O-NET วิชาคณิตศาสตร์และภาษาอังกฤษ คะแนนเต็ม 100 คะแนน จำนวน 2 วิชา จำนวน 4 คน ดังนี้ คือ

1) เด็กหญิงธรรมนาถ พงศ์วงประเสริฐ โรงเรียนอนุบาลพัทลุง

2) เด็กหญิงนวลกมล สุขนวล โรงเรียนอนุบาลพัทลุง

3) เด็กหญิงอัจจิมาพร ชาติปัญญากร โรงเรียนอนุบาลพัทลุง

4) เด็กชายวิริทธิ์พล ดวงจันทร์ โรงเรียนอนุบาลพัทลุง

2. กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์

นักเรียนที่มีคะแนน O-NET วิชาคณิตศาสตร์ คะแนนเต็ม 100 คะแนน จำนวน 23 คน ดังนี้ คือ

1) เด็กหญิงทิพย์นารี ศรีสุวรรณ์ โรงเรียนวัดตะแพน ครูผู้สอน นายเหิม ด้วงเจ้ย

2) เด็กหญิงนันทกานต์ พูลเกื้อ โรงเรียนบ้านควนพลี ครูผู้สอน นางบุญญา พงศ์พุ่ม

3) เด็กหญิงสิริกัลยาณี หนูเอียด โรงเรียนอนุบาลควนขนุน ครูผู้สอน นางสมบูรณ์ หนูขาว

4) เด็กชายชยณัฐ คงอิ้ว โรงเรียนวัดอภยาราม ครูผู้สอน นางสาวช่อแก้ว วงษ์ตั้นหิ้น

5) เด็กชายณัฐวุฒิ มากภิบาล โรงเรียนวัดอภยาราม ครูผู้สอน นางสาวช่อแก้ว วงษ์ตั้นหิ้น

6) เด็กชายเสฏฐวุฒิ ช่วยเมือง โรงเรียนอนุบาลพัทลุง ครูผู้สอน

7) เด็กหญิงณัฐชยา แท่นรัตน์ โรงเรียนอนุบาลพัทลุง 1.นางพรรณเพ็ญ โสมณะ

8) เด็กหญิงใยฟ้า มังสังข์ โรงเรียนอนุบาลพัทลุง 2.นางพรทิพย์ อินทรภักดิ์

9) เด็กชายณัชภัทร สุขนวล โรงเรียนอนุบาลพัทลุง 3.นางพิชามญชุ์ แก้วหัวไทร

10) เด็กชายสหรัฐ มาทอง โรงเรียนอนุบาลพัทลุง

11) เด็กหญิงพิมพ์พิชญ์ สุขเนียม โรงเรียนอนุบาลพัทลุง

12) เด็กหญิงธิรดา มณีชาตรี โรงเรียนอนุบาลพัทลุง

13) เด็กชายจอมพล หรีมหนก โรงเรียนอนุบาลพัทลุง

14) เด็กหญิงญาณิศา หนูเจริญ โรงเรียนอนุบาลพัทลุง

15) เด็กหญิงภูษณิษา จันทร์แก้ว โรงเรียนอนุบาลพัทลุง

16) เด็กหญิงศิรินทร์ อินทรละมุล โรงเรียนอนุบาลพัทลุง

17) เด็กชายธนกร วัฒนยัง โรงเรียนอนุบาลพัทลุง

18) เด็กหญิงเกษรินทร์ จันทร์แก้ว โรงเรียนอนุบาลพัทลุง

19) เด็กชายคเณศ แววศักดิ์ โรงเรียนอนุบาลพัทลุง

20) เด็กหญิงภัณฑิรา พุ่มพัว โรงเรียนอนุบาลพัทลุง

21) เด็กชายพบธรรม อินทรภักดิ์ โรงเรียนอนุบาลพัทลุง

22) เด็กหญิงบุษกร โล้วโสภณกุล โรงเรียนอนุบาลพัทลุง

23) เด็กหญิงวรกมล ชอบชื่น โรงเรียนอนุบาลพัทลุง

3. กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาอังกฤษ

นักเรียนที่มีคะแนน O-NET กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาอังกฤษ คะแนนเต็ม 100 คะแนน จำนวน 9 คน คือ

1) เด็กหญิงธนพรรณ เรืองสุข โรงเรียนอนุบาลพัทลุง ครูผู้สอน นางนฤมล ดิษฐาน

2) เด็กหญิงญานิศา อินทร์รักษา โรงเรียนอนุบาลพัทลุง ครูผู้สอน นางนฤมล ดิษฐาน

3) เด็กหญิงศรีญาณกานต์ ช่วยวงศ์ โรงเรียนอนุบาลพัทลุง ครูผู้สอน นางนฤมล ดิษฐาน

4) เด็กชายศุภพล อารีวัฒนวงศ์ โรงเรียนอนุบาลพัทลุง ครูผู้สอน นางนฤมล ดิษฐาน

5) เด็กชายวรกฤต บัวแก้ว โรงเรียนอนุบาลพัทลุง ครูผู้สอน นางนฤมล ดิษฐาน

6) เด็กหญิงธรรมนาถ พงศ์วงประเสริฐ โรงเรียนอนุบาลพัทลุง

7) เด็กหญิงนวลกมล สุขนวล โรงเรียนอนุบาลพัทลุง

8) เด็กหญิงอัจจิมาพร ชาติปัญญากร โรงเรียนอนุบาลพัทลุง

9) เด็กชายวิริทธิ์พล ดวงจันทร์ โรงเรียนอนุบาลพัทลุง

4. กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์

นักเรียนที่มีคะแนน O-NET กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ เต็ม 100 คะแนน จำนวน 1 คน คือ

– เด็กหญิงจิรัชฌา จันทร์ดำ โรงเรียนอนุบาลพัทลุง

ครูผู้สอน 1.นางอารียา เรืองทอง 2.นางพรทิพย์ อินทรภักดิ์

18 มีนาคม 2558

ขอบคุณแหล่งข้อมูล: สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ

นายชาญชัย รสจันทร์ ผอ.สพป.กาฬสินธุ์ เขต ๒ ตรวจเยี่ยมสนามสอบโอเน็ต

706771.JPG

เมื่อวันที่ ๓๑ มกราคม ๒๕๕๘ นายชาญชัย รสจันทร์ ผอ.สพป.กาฬสินธุ์ เขต ๒ ตรวจเยี่ยมสนามสอบโอเน็ต อำเภอห้วยเม็ก ที่โรงเรียนห้วยเม็กราษฎร์นุกูล , รวมบัณฑิตศึกษา, ชุมชนกุดโดนวิทยา สนามสอบอำเภอยางตลาดที่โรงเรียนพินิจราษฎร์บำรุง, ปอแดงวิทยา, นาเชือกวิทยาสรรพ์, โคกคำวิทยาและสนามสอบอำเภอฆ้องชัย ที่โรงเรียนเพชรผ่องพันธุ์ และโคกประสิทธิ์วิทยา จากการตรวจเยี่ยมสนามสอบ ไม่พบปัญหาใดๆ และการสอบดำเนินไปด้วยความเรียบร้อยดี

การทดสอบทางการศึกษาระดับชาติขั้นสามัญ (Ordinary National Educational Test; O-NET) เป็นการสอบความรู้รวบยอดปลายช่วงชั้น ๖ ภาคเรียน โดยสอบชั้นประถมศึกษาปีที่๓, ๖, มัธยมศึกษาปีที่ ๓ และ ๖ ตามมาตรฐานการเรียนรู้ของหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. ๒๕๔๔ ทำการทดสอบความรู้ในกลุ่มสาระต่าง ๆ รวม ๘ กลุ่มสาระ ได้แก่ ภาษาไทย, คณิตศาสตร์, วิทยาศาสตร์, สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม, สุขศึกษาและพลศึกษา, ศิลปะ, การงานอาชีพและเทคโนโลยี และภาษาต่างประเทศ

31 มกราคม 2558

ขอบคุณแหล่งข้อมูล: สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ

สอบโอเน็ตวันแรก ๒๓ สนามในสังกัด สพป.นราธิวาส เขต ๒ ไม่พบการทุจริต ท่ามกลางการ รภป.ครู อย่างเข้มแข็ง

706726.jpg

นายธวัช แซ่ฮ่ำ ผอ.สพป.นราธิวาส เขต ๒ เปิดเผยว่า ได้มอบหมายให้รอง ผอ.สพป.นราธิวาส เขต ๒ ที่รับผิดชอบกำกับดูแลพื้นที่ ๕ อำเภอ ออกเยี่ยมสนามสอบ โอเน็ต หรือการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน ปีการศึกษา ๒๕๕๗ ซึ่งสถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ (องค์มหาชน)หรือ สทศ.จัดขึ้นพร้อมกันทั่วประเทศเพื่อใช้วัดผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษาของโรงเรียน ในสังกัดต่าง ๆให้เป็นมาตรฐานเดียวกันและนำผลคะแนนส่วนหนึ่งไปใช้ในการพิจารณาเข้าศึกษาต่อ ระดับชั้น ม.๑ และ ม.๔ โดยใช้ผลการเรียนของผู้เรียนที่ประเมินโดยสถานศึกษาและผลสอบโอเน็ตในสัดส่วน ๗๐ ต่อ ๓๐

ในปีนี้ สพป.นราธิวาส เขต ๒ มีสนามสอบ ๒๓ สนามสอบ จำนวน แยกเป็นระดับชั้น ป.๖ จำนวน ๑๘ สนามสอบ ๑๒๓ ห้องสอบ มีนักเรียน ป.๖ มีสิทธิ์เข้าสอบ ๓,๔๔๗ คน และระดับชั้น ม.๓ จำนวน ๕ สนามสอบ ๑๕ ห้องสอบ มีนักเรียน ม.๓ มีสิทธิ์เข้าสอบ จำนวน ๓๓๒ คน ซึ่ง สพป.นราธิวาส เขต ๒ ได้มีการประชุมทำความเข้าใจเจ้าหน้าที่ประจำสนามสอบ กรรมการควบคุมห้องสอบ และบุคลกรทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินการสอบ เพื่อให้การสอบโอเน็ตมีความโปร่งใสและให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย

อย่างไรก็ตาม ผอ.สพป.นราธิวาส เขต ๒ กล่าวว่า ในปีนี้ ทุกโรงเรียนในสังกัด ๑๑๘ โรงผู้บริหารและครูมีความตื่นตัวเรื่องการยกระดับผลสัมฤทธิ์การสอบโอเน็ต เป็นอย่างมาก หลังจากที่เขตพื้นที่ได้มีการกระตุ้นโดยการจัดกิจรรมเสวนาผ่าทางตัน คุณภาพการศึกษาเด็กไทยในจังหวัดนราธิวาส และมีการรณรงค์อย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ทุกโรงเรียนวางแผนการติวเข้มนักเรียน โดยนำคะแนนจากการสอบ PRE O-NET มาวิเคราะห์และแก้ปัญหาเด็กเป็นรายบุคคล ดังนั้น คาดว่า ผลคะแนนการสอบ โอเน็ตในปีนี้ จะออกมาเป็นที่น่าพอใจ และจากการตรวจเยี่ยมสนามสอบในภาพรวมของวันนี้ ไม่พบการทุจริต กรรมการและผู้เกี่ยวข้องมีการดำเนนิงานอย่างโปร่งใส พบปัญหาเพียงเด็กนักเรียนขาดสอบ และกรอกข้อมูลผิดพลาดเล็กน้อย อีกทั้ง ได้รับความร่วมมือจากหน่วยกองกำลังในพื้นที่ ทหาร ตำรวจ อส. ชรบ. อำนวยความสะดวกและรักษาความปลอดให้ครู นักเรียน อย่างเข้มแข็ง แม้จะเป็นวันหยุดราชการก็ตาม

สำหรับการสอบโอเน็ตประจำปีการศึกษา ๒๕๕๗ ชั้น ป.๖ สอบวันที่ ๓๑ มกราคม ๒๕๕๘ ชั้น ม.๓ สอบวันที่ ๓๑มกราคม และ ๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๘ โดยสอบ ๘ กลุ่มสาระการเรียนรู้ ได้แก่ ๑.ภาษาไทย ๒.สังคมศึกษาศาสนาและวัฒนธรรม ๓.ภาษาอังกฤษ ๔.คณิตศาสตร์ ๕.วิทยาศาสตร์ ๖.สุขศึกษาและพลศึกษา ๗.การงานอาชีพและเทคโนโลยี ๘.ศิลปะ

31 มกราคม 2558

ขอบคุณแหล่งข้อมูล: สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ