Tag Archives: โรงเรียน

สพฐ.ลงพื้นที่สอบครูผู้ช่วครั้งที่๒

1023825.JPG

**สพฐ. ลงพื้นที่ติดตามการสอบครูผู้ช่วยครั้งที่ 2 ปี พ.ศ. 2560 วันที่ 16 ธันวาคม 2560 นายบุญรักษ์ ยอดเพชร เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (เลขาธิการ กพฐ.) พร้อมด้วย นายณรงค์ แผ้วพลสง รองเลขาธิการ กพฐ. และผู้บริหารของ สพฐ. ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมสนามสอบแข่งขันเพื่อบรรจุและแต่งตั้งบุคคลเข้ารับราชการเป็นข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่งครูผู้ช่วย กรณีที่มีความจำเป็นหรือมีเหตุพิเศษ ครั้งที่ 2 ปี พ.ศ. 2560 ณ โรงเรียนสันติราษฎร์วิทยาลัย เขตราชเทวี กรุงเทพมหานคร เลขาธิการ กพฐ. กล่าวว่า การสอบแข่งขันฯ ในครั้งนี้ จัดสอบระหว่างวันที่ 16-17 ธันวาคม 2560 โดยแบ่งเป็น 3 ภาค คือ วันเสาร์ที่ 16 ธันวาคม 2560 สอบภาค ก ความรอบรู้ และความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับความประพฤติและการปฏิบัติของวิชาชีพครู ภาค ข ความรู้ความสามารถที่ใช้เฉพาะตำแหน่ง และวันอาทิตย์ที่ 17 ธันวาคม 2560 สอบภาค ค ความเหมาะสมกับตำแหน่งและวิชาชีพ ซึ่งจะใช้วิธีประเมินโดยการสอบสัมภาษณ์ เพื่อคัดเลือกผู้ที่เหมาะสมกับตำแหน่งครูผู้ช่วยในวิชาเอกต่าง ๆ จากนั้นจะประกาศผลการคัดเลือกภายในวันศุกร์ที่ 22 ธันวาคม 2560 ต่อไป สำหรับส่วนกลางในเขตกรุงเทพมหานคร มีสนามสอบ 2 โรงเรียน คือ โรงเรียนสันติราษฎร์วิทยาลัย และโรงเรียนพิบูลประชาสรรค์ โดยสนามสอบโรงเรียนสันติราษฎร์วิทยาลัย มีผู้สมัครสอบทั้งหมด 621 คน มีตำแหน่งว่าง 252 ตำแหน่ง จาก 31 วิชาเอก ขณะที่โรงเรียนพิบูลประชาสรรค์ จะเป็นการจัดสอบสำหรับส่วนการศึกษาพิเศษ มีผู้สมัครสอบจำนวน 522 คน มีตำแหน่งว่าง 199 ตำแหน่ง จาก 35 วิชาเอก ขณะที่ภาพรวมทั้งประเทศ มีผู้สมัครสอบทั้งสิ้น 19,201 คน มีตำแหน่งว่าง 4,680 ตำแหน่ง จาก 56 วิชาเอก ซึ่งได้จัดสนามสอบแข่งขันในโรงเรียนสังกัด สพฐ. กระจายกันไปทั้ง 18 เขตตรวจราชการทั่วประเทศ โดยในการสอบแข่งขันฯครั้งนี้ วิชาเอกที่มีผู้สมัครมากที่สุด 5 อันดับ ได้แก่ 1. คอมพิวเตอร์ 2. สังคมศึกษา 3. วิทยาศาสตร์ 4. ปฐมวัย 5. ภาษาอังกฤษ ขณะที่เขตที่มีผู้สมัครสอบมากที่สุด คือ เขต 14 ซึ่งมีสนามสอบในจังหวัดนครราชสีมา ชัยภูมิ บุรีรัมย์ และสุรินทร์ มีผู้สมัครสอบทั้งสิ้นจำนวน 2,949 คน เลขาธิการ กพฐ. กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับมาตรการป้องกันการทุจริตการสอบ จะมีการกำหนดให้หน่วยรับสมัครกรอกเลขประจำตัวประชาชน 13 หลัก ของผู้สมัครในโปรแกรมผู้สมัครสอบครูผู้ช่วยของ สพฐ. เพื่อตรวจสอบบุคคลที่สมัครสอบมากกว่า 1 แห่ง และแจ้งผู้ดำเนินการคัดเลือกให้เฝ้าระวังว่าบุคคลนั้นเข้าสอบข้อเขียนที่หน่วยสอบใดและมีการเข้าสอบซ้ำซ้อนหรือไม่ จากนั้นจะมีการติดตามการคัดเลือกระหว่างสอบ โดยแต่งตั้งผู้แทน สพฐ. จากส่วนกลางไปสังเกตสถานการณ์ต่างๆ ร่วมกับประธาน Cluster หากพบเหตุการณ์ที่อาจสุ่มเสี่ยง หรือส่อไปในทางไม่สุจริตให้รายงานเลขาธิการ กพฐ. ทันที นอกจากนั้น เพื่อให้การเข้าสอบดำเนินไปอย่างโปร่งใสและตรวจสอบได้อย่างรัดกุมที่สุด ก่อนเข้าห้องสอบจึงได้ให้ผู้เข้าสอบถอดนาฬิกาข้อมือ เข็มขัด โทรศัพท์มือถือ ไอแพด และเครื่องมือสื่อสารทุกชนิด โดยอนุญาตให้ผู้เข้าสอบนำบัตรประจำตัวผู้สอบ ขึ้นตึกสอบเท่านั้น “สนามสอบทุกแห่งเข้มงวดเรื่องการทุจริตตั้งแต่ก่อนสอบ ระหว่างสอบและหลังสอบ โดยเฉพาะสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาที่จัดสนามสอบเอง อีกทั้งผู้สมัครสอบทุกคนต้องฝากอุปกรณ์ทุกอย่างไว้ที่เจ้าหน้าที่ เพื่อป้องกันการนำเอาอุปกรณ์สื่อสารต่างๆ เข้าไปภายในห้องสอบ เพื่อความยุติธรรม โปร่งใส ตรวจสอบได้ ซึ่งจะเป็นการสร้างความเชื่อถือแก่สังคมทั้งในส่วนของ สพฐ. / สพท. และทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง” เลขาธิการ กพฐ. กล่าว

16 ธันวาคม 2560

ขอบคุณแหล่งข้อมูล: สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ

Advertisements

นายมนัส เจียมภูเขียว ผอ.สพป.ชัยภูมิ เขต ๒

1022096.jpg

1. ประวัติส่วนตัว

เกิดวันที่ 11 กรกฎาคม 2507 ภูมิลำเนาเดิม อำเภอวังสะพุง จังหวัดเลย

คู่สมรส นางพวงพยอม เจียมภูเขียว ครูชำนาญการพิเศษโรงเรียนภูมิวิทยา สังกัด สพป.ชัยภูมิ เขต 2

2. วุฒิการศึกษา

* ป.กศ.สูง คณิตศาสตร์ วิทยาลัยครูเพชรบูรณ์ (ปัจจุบันมหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบูรณ์)

* ปริญญาตรี ศษ.บ. บริหารการศึกษา มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช

* ปริญญาโท ศษ.ม.การบริหารการศึกษา มหาวิทยาลัยนเรศวร

3. ประวัติการรับราชการ

* ปี 2530 ครู 2 ระดับ 2 โรงเรียนบ้านโนนสวรรค์ สังกัด สปอ.เทพสถิต จังหวัดชัยภูมิ

* ปี 2538 ครูใหญ่ โรงเรียนบ้านดงขีสะเดาหวาน สังกัด สปอ.แก้งคร้อ จังหวัดชัยภูมิ

* ปี 2540 ครูใหญ่ โรงเรียนหนองแต้วรวิทย์ สังกัด สปอ.แก้งคร้อ จังหวัดชัยภูมิ

* ปี 2541 ผู้ช่วยหัวหน้าการประถมศึกษาอำเภอภักดีชุมพล สังกัด สปอ.ภักดีชุมพล จังหวัดชัยภูมิ

* ปี 2543 ผู้ช่วยหัวหน้าการประถมศึกษาอำเภอเกษตรสมบูรณ์ สังกัด สปอ.เกษตรสมบูรณ์ จังหวัดชัยภูมิ

* ปี 2546 เจ้าหน้าที่บริหารการศึกษาขั้นพื้นฐาน สังกัด สพท.ชัยภูมิ เขต 2

* ปี 2547 ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านลาด(ประชาราษฎร์บำรุง) สังกัด สพท.ชัยภูมิ เขต 2

* ปี 2551 รอง ผอ.สพท.ชัยภูมิ เขต 2 สังกัด สพท.ชัยภูมิ เขต 2

* ปี 2553 รอง ผอ.สพป.ชัยภูมิ เขต 2 สังกัด สพป.ชัยภูมิ เขต 2

4. เหรียญ/เครื่องราชอิสริยาภรณ์ที่ได้รับ

* พ.ศ. 2550 ทวีตริยาภรณ์ช้างเผือก (ท.ช.) * พ.ศ.2555 เหรียญจักรพรรดิมาลา (ร.จ.พ.)

5. การอบรมและศึกษาดูงาน

* พ.ศ. 2560 ผ่านการอบรมโครงการเสริมสร้างศักยภาพการทำงานเป็นทีม “รวมพลังสร้างสรรค์ทีมภายใต้แนวคิดMOE ONE TEAM”

* พ.ศ. 2560 ผ่านการอบรมหลักสูตรการพัฒนาก่อนแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง ผอ.สพท.รุ่นที่1/2560 (Smart Leaders 2017)

* พ.ศ.2560 ศึกษาดูงานประเทศไต้หวัน

* พ.ศ.2557 ผ่านการอบรมหลักสูตรกรรมการสอบสวนวินัยอย่างร้ายแรง(หลักสูตร ก.ค.ศ.)

6. เกียรติประวัติและผลงานที่ภาคภูมิใจ

* ได้รับรางวัลข้าราชการพลเรือนดีเด่น ประจำปี 2559 ระดับจังหวัด

* ได้รับรางวัล MOE AWARDS ปีการศึกษา 2558 ประเภทโครงการ สาขาเทิดทูนสถาบันชาติ ศาสนาและพระมหากษัตริย์

* ได้รับโล่รางวัลครูดีไม่มีอบายมุข ประจำปี 2558

* ได้รับโล่เชิดชูเกียรติรางวัลเสมา ป.ป.ส.ระดับดีเด่น โครงการสถานศึกษาป้องกันยาเสพติดดีเด่นประจำปี พ.ศ. 2556

* ได้รับรางวัลเชิดชูเกียรติ “คุรุสดุดี”ประจำปี 2555

7. ปณิธานในการทำงาน “สพท.ดีเยี่ยม สถานศึกษาดีทุกอย่าง”

8. ค่านิยม “มั่งคั่งคุณธรรม มั่นคงคุณภาพ ยั่งยืนบริการ”

9. หลักการทำงาน ผอ.สพท.นักบริหาร 5 น. คือ

1) นักวิชาการ 2) นักสร้างแรงบันดาลใจ 3) นักปกครอง 4) นักสิทธิมนุษยชน 5) นักประชาสัมพันธ์

12 ธันวาคม 2560

ขอบคุณแหล่งข้อมูล: สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ

ลงโทษนักเรียน นักศึกษา อย่างไรจึงจะไม่ถูกผู้ปกครองฟ้องร้องความผิด

1021989.jpg

ลงโทษนักเรียน นักศึกษาอย่างไร

จึงจะไม่ถูกผู้ปกครองฟ้องร้องความผิด

ดร.ถวิล อรัญเวศ

รอง ผอ.สพป.นครราชสีมา เขต 4 ทุกวันนี้มักจะมีข่าวจากวิทยุโทรทัศน์และหนังสือพิมพ์กรณีที่ครูลงโทษนักเรียนเกินกว่าเหตุจน

ผู้ปกครองร้องเรียนผ่านสื่อต่างๆ เพื่อฟ้องร้องเอาความผิดกับครู จึงอยากจะนำเรื่องการลงโทษนักเรียนมาเล่าสู่กันฟัง

อย่างน้อยก็จะทำให้ครูเราได้ระมัดระวังสำหรับที่จะลงโทษนักเรียน ต้องลงโทษให้ถูกต้องกับระเบียบที่ได้เปลี่ยนแปลงไป

การลงโทษนักเรียนมีจุดประสงค์หลักเพื่อให้นักเรียนที่ถูกครูลงโทษต้องหลาบจำ และไม่ทำพฤติกรรมเช่นนั้นอีก

โดยต้องการให้มีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมไปในทางที่ถูกต้องดีงามตามที่สังคมกำหนด

แนวคิดของจุดประสงค์ของการลงโทษนักเรียนยังมีอยู่ถึงแม้ว่าจะมีวิธีการที่เปลี่ยนไป

แต่จุดประสงค์หลักยังไม่เปลี่ยนแปลง เพราะแนวคิดด้านการลงโทษนักเรียน

นักศึกษาได้พัฒนาไปมาก มีการศึกษาวิจัยถึงระดับปริญญาเอก โดยสาระสำคัญ

ต้องการให้การลงโทษเกิดประโยชน์กับสังคมและปัจเจกบุคคลมากที่สุด จะเห็นได้ว่า

ได้มีการปรับเปลี่ยนวิธีการลงโทษจากวิธีที่ใช้การเฆี่ยนตี ซึ่งเชื่อกันว่าเป็นการทำร้ายร่างกายและจิตใจ

ทำให้นักเรียนเก็บกดกลายมาเป็นการแก้ไขพฤติกรรม และการจำกัด หรือกักขัง ไม่ให้สร้าง

ความเดือดร้อนให้กับสังคมหรือผู้อื่น หรือการตัดคะแนนความประพฤติแทนการเฆี่ยนตี ซึ่งเป็นแนวคิดของ

นักการศึกษาและนักจิตวิทยา การลงโทษนักเรียนนักศึกษา แนวคิดการลงโทษเป็นความจำเป็นในการสร้างคนให้มีคุณภาพ ถึงกับมีคำกล่าวว่า

“รักวัวให้ผูก รักลูกให้ตี” และเมื่อเอ่ยถึงคำว่า “ไม้เรียว” เชื่อว่าใครหลายๆ คนที่มีตำแหน่งหน้าที่การงานระดับสูง

หรือ เป็นเพียงพนักงานธรรมดา ๆ ก็คงจะเคยผ่านการอบรมบ่มเพาะจากโรงเรียน หรือสถาบันการศึกษามาอย่างเข้มข้นคง

ได้เคยสัมผัสและรู้จักรสชาติของไม้เรียวแล้วบ้างโดยเฉพาะคนรุ่นก่อนๆ

ถ้ามองย้อนกลับไปถึงนัยของการทำโทษนักเรียนนักศึกษาในอดีต ดูเหมือนจะถูกทำโทษด้วยไม้เรียวกันเป็นประจำจนเป็นเรื่องปกติ

และเมื่อมีงานเลี้ยงรุ่นของบรรดาศิษย์เก่าของโรงเรียนต่างๆ ที่มารวมตัวกันต่างนำเรื่องการโดนไม้เรียวหรือการทำโทษต่างๆ เช่น เดินเป็ด

ขนมจีบ สองเกลียวบิดพุง คาบไม้บรรทัด ขว้างด้วยแปลงลบกระดาน วิ่งรอบสนาม ให้ล้างส้วม ให้ทำงานหนักอื่น ๆ และที่หนักมากที่สุดคือ

การเฆี่ยนตีหน้าเสาธง หรือหน้าชั้นเรียน เรื่องการลงโทษและถูกทำโทษด้วยวิธีแปลกๆ นี้เมื่อเวลาผ่านไป ได้ถูกนำมาพูดกันอย่างสนุกสนาน ยิ่งถ้าครูคนไหนดุ

หรือทำโทษบ่อยมากๆ ก็จะเป็นที่จดจำของบรรดาลูกศิษย์ ซึ่งอาจเป็นทั้งที่รักและที่เกลียดชังด้วยก็มี การทำโทษด้วยการใช้ไม้เรียวเฆี่ยน ตี

หรือ การทำโทษด้วยวิธีการต่าง ๆ ที่เกิดเป็นความบอบช้ำไม่เฉพาะด้านร่างกายเท่านั้นยังส่งผลต่อด้านจิตใจของนักเรียนและผู้ปกครองอีกด้วย

จึงมีคำถามตามมาว่าครูควร ลงโทษแบบไหน ถึงจะเรียกว่าอยู่ในระดับที่เหมาะสม คำตอบที่น่าจะเป็นไปได้มากที่สุดก็คือ

ครูควรมีจิตสำนึกของความเป็นครูอันเป็นแนวคิดพื้นฐานที่ครูควรตระหนัก เพราะหากมีการทำโทษด้วยจิตสำนึกดังกล่าว

ถึงแม้ว่าจะออกมาในรูปแบบของการ เฆี่ยนตี แต่ก็ด้วยความมุ่งหมายที่ต้องการให้ผู้เรียนเข็ดหลาบ หรือหลาบจำ

ไม่ต้องการให้มีพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์เช่นนั้นอีก นักเรียนหรือผู้ปกครองอาจจะยอมรับได้ยกเว้นการเฆี่ยนตี

เกินกว่าเหตุใช้อารมณ์โกรธ หรือมีอารมณ์โกรธมาจากเรื่องอื่นแต่มาลงกับนักเรียนก็คงจะ

ไม่เหมาะสม ปัจจุบันจิตสำนึกของครู (บางคน) ขาดหายไปจึงเกิดกรณีเป็นข่าวในเรื่องการทำโทษนักเรียนหรือ

นักศึกษาจนเกินกว่าเหตุ และเมื่อพิจารณาแล้วการทำโทษในบางครั้งแทบจะไม่มีเยื่อใยความผูกพันระหว่าง

ความเป็นครูกับศิษย์ให้เห็นเลย ฉะนั้น จึงเป็นปัญหาตามมา และทำให้มีการร้องเรียนครูถึงกับต้องถูกลงโทษ

ทางวินัย หรือให้ย้ายครูคนนั้นออกจากโรงเรียนก็มี ลงโทษนักเรียนอย่างไรจึงจะไม่ถูกผู้ปกครองฟ้องร้องความผิด

การลงโทษนักเรียนนักศึกษาที่จะพ้นผิดหรือจะไม่ถูกผู้ปกครองฟ้องร้องความผิด ครูต้องลงโทษ

ตามระเบียบกระทรวงศึกษาธิการว่าด้วยการลงโทษนักเรียนนักศึกษา

ระเบียบกระทรวงศึกษาธิการว่าด้วยการลงโทษนักเรียนและนักศึกษา พ.ศ. 2548

ได้กำหนดวิธีการลงโทษไว้ซึ่งจะนำมากล่าวถึงในประเด็นที่เป็นสาระสำคัญดังนี้ ข้อ 4. …“การลงโทษ” หมายความว่า การลงโทษนักเรียนหรือนักศึกษาที่กระทำความผิด

โดยมีความมุ่งหมายเพื่อการอบรมสั่งสอน

ข้อ 5 โทษที่จะลงโทษแก่นักเรียนหรือนักศึกษาที่กระทำความผิด มี 4 สถาน ดังนี้

1. ว่ากล่าวตักเตือน

2. ทำทัณฑ์บน

3. ตัดคะแนนความประพฤติ

4. ทำกิจกรรมเพื่อให้ปรับเปลี่ยนพฤติกรรม

ข้อ 6 ห้ามลงโทษนักเรียนและนักศึกษาด้วยวิธีรุนแรง หรือแบบกลั่นแกล้ง หรือลงโทษด้วยความโกรธ

หรือด้วยความพยาบาท โดยให้คำนึงถึงอายุของนักเรียนหรือนักศึกษา และความร้ายแรงของพฤติการณ์ประกอบ

การลงโทษด้วย

การลงโทษนักเรียนหรือนักศึกษาให้เป็นไปเพื่อเจตนาที่จะแก้นิสัยและความประพฤติไม่ดีของนักเรียนหรือนักศึกษา

ให้รู้สำนึกในความผิดและกลับมาประพฤติตนตนในทางที่ดีต่อไป ให้ผู้บริหารโรงเรียน หรือผู้ที่ผู้บริหารโรงเรียนมอบหมาย

เป็นผู้มีอำนาจในการลงโทษ นักเรียนนักศึกษา

ข้อ 7. การว่ากล่าวตักเตือน ใช้ในกรณีนักเรียนหรือนักศึกษากระทำความผิดไม่ร้ายแรง

ข้อ 8. การทำทัณฑ์บน ใช้ในกรณีนักเรียนหรือนักศึกษาที่ประพฤติตนไม่เหมาะสมกับสภาพนักเรียนหรือนักศึกษา

ตามกฎกระทรวงว่าด้วยความประพฤตินักเรียนและนักศึกษา หรือกรณีทำให้เสื่อมเสียชื่อเสียงและเกียรติศักดิ์ของสถานศึกษา

หรือฝ่าฝืนระเบียบของสถานศึกษา หรือได้รับโทษว่ากล่าวตักเตือนแล้ว แต่ยังไม่เข็ดหลาบ

การทำทัณฑ์บน ให้ทำเป็นหนังสือ และเชิญบิดามารดาหรือผู้ปกครองมาบันทึกรับทราบความผิดและรับรองการทำทัณฑ์บน ไว้ด้วย ข้อ 9. การตัดคะแนนความประพฤติ ให้เป็นไปตามระเบียบปฏิบัติว่าด้วยการตัดคะแนนความประพฤตินักเรียนและนักศึกษาของแต่ละสถานศึกษากำหนด

และให้ทำบันทึกข้อมูลไว้เป็นหลักฐาน ข้อ 10 การทำกิจกรรมเพื่อให้ปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ใช้ในกรณีที่นักเรียนและนักศึกษากระทำความผิดที่สมควรต้องปรับเปลี่ยนพฤติกรรม

การจัดกิจกรรมให้เป็นไปตามแนวทางที่กระทรวงศึกษาธิการกำหนด ซึ่งก่อนหน้าปี 2542 กระทรวงศึกษาธิการมีระเบียบลงโทษนักเรียน

ที่อนุญาตให้ครูใช้ไม้เรียวตีนักเรียนได้

หลังจากปี 2542 มีระเบียบลงโทษนักเรียน ห้ามลงโทษนักเรียนโดยการตี และล่าสุดจากระเบียบข้างต้นโดยปรับปรุงระเบียบกระทรวงศึกษาธิการ

ว่าด้วย เรื่องการลงโทษนักเรียนและนักศึกษา ประกาศ ณ วันที่ 18 มกราคม พ.ศ. 2548 กำหนดบทลงโทษไว้อย่างชัดเจน คือ ว่ากล่าวตักเตือน ทำทัณฑ์บน

ตัดคะแนนความประพฤติ และทำกิจกรรมเพื่อปรับพฤติกรรม เท่านั้น นั่นหมายความว่าครูไม่ควรลงโทษนักเรียนและนักศึกษา ด้วยวิธีการอื่นๆ

นอกเหนือจาก 4 มาตรการนี้ การลงโทษนักเรียนและนักศึกษาที่เหมาะสม

การลงโทษควรเป็นวิธีการสุดท้ายสำหรับครู/อาจารย์ที่จะพึงกระทำต่อผู้เรียน และการทำโทษต้องอยู่บนเจตนาของความต้องการ

แก้ไขพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมเท่านั้น การทำการบ้านผิด ตอบคำถามผิด หรือมีการเรียนที่ล่าช้า ไม่สมควรได้รับการลงโทษด้วยวิธีการที่รุนแรงมาก

อาจารย์หลายท่านได้แสนอความเห็นไว้ว่าในอดีตการทำการบ้านผิด ตอบคำถามผิด หรือการเรียนที่ล่าช้า จะถูกทำโทษจากครู/อาจารย์

อย่างรุนแรงด้วยการเฆี่ยน ตี หรือทำร้ายร่างกายด้วยวิธีการต่าง ๆ

การลงโทษที่เหมาะสมในยุคปัจจุบันจึงควรละเว้นการทำร้ายร่างการและจิตใจ วิธีการต่าง ๆ

ที่เกี่ยวกับการทำร้ายร่างกายอย่างสิ้นเชิง ความผิดต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นอันเป็นผลจากกระบวนการเรียนการสอนนั้น

ต้องได้รับการแก้ไขด้วยกระบวนการเรียนการสอนและการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนที่เหมาะสม

ถ้านักเรียนหรือนักศึกษาทำความผิดที่ไม่เกี่ยวข้องกับการเรียนการสอนและสมควรต้องได้รับการลงโทษ

ครู/อาจารย์ควรหลีกเลี่ยงความรับผิดชอบในการแก้ไขพฤติกรรมด้วยการทำร้าย ร่างกายหรือจิตใจ ด้วยประการทั้งปวง

เช่น การลงโทษด้วยการเฆี่ยน ตี หรือด่าว่าด้วยถ้อยคำที่กระทบความรู้สึกอย่างรุนแรง ครู/อาจารย์ควรให้ผู้ที่

มีหน้าที่รับผิดชอบโดยตรงดำเนินการจะดีกว่า เช่น พ่อแม่ ผู้ปกครอง หรือเจ้าหน้าที่บ้านเมืองจากหน่วยงานที่

รับผิดชอบในการแก้ไขความประพฤติของ เยาวชน หรือคนในสังคม ซึ่งเจ้าหน้าที่เหล่านั้นเป็นผู้มีความรู้ความเข้าใจ

และมีความชำนาญในกระบวนการและวิธีการลงโทษตามลักษณะของพฤติกรรมที่ควรได้รับ

การลงโทษ เพราะครู/อาจารย์ไม่ได้รับการฝึกอบรมหรือได้รับการสั่งสอน มาให้เป็นผู้พิจารณาโทษและลงโทษผู้เรียนอย่างเป็นระบบ

การตัดสินลงโทษของครูจึงมีความผิดพลาดได้ง่าย เพราะครูมักจะใช้อารมณ์ และความรู้สึกของตนเองตัดสินเป็นสำคัญ

ยิ่งถ้าครูเป็นผู้เกี่ยวข้องและมีส่วนกับการการทำผิดของผู้เรียนด้วยแล้ว ยิ่งทำให้ความเป็นธรรมและความชอบธรรมลดลงมาก

ครูควรหมดหน้าที่ลงโทษผู้เรียนด้วยการทำร้ายร่างกายและจิตใจของผู้เรียนอีกต่อไป สรุป

การลงโทษนักเรียน ก็เพื่ออบรมสั่งสอนหรือเพื่อให้นักเรียนที่ถูกครูลงโทษเข็ดหลาบ

ไม่ทำพฤติกรรมเช่นนั้นอีกต่อไป มีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมไปในทางที่ถูกต้องดีงามตามที่สังคมกำหนด

เป็นความจำเป็นในการสร้างคนให้มีคุณภาพ ครูควรจะลงโทษตามแนวทางระเบียบว่าด้วยการลงโทษนักเรียนที่ได้ปรับปรุงแก้ไข

ฉบับปัจจุบัน ปี 2548 โดยโทษที่จะลงโทษแก่นักเรียนหรือนักศึกษาที่กระทำความผิด มี 4 สถาน คือว่ากล่าวตักเตือน ทำทัณฑ์บน

ตัดคะแนนความประพฤติ ทำกิจกรรมเพื่อให้ปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ห้ามลงโทษนักเรียนและนักศึกษาด้วยวิธีรุนแรง

หรือแบบกลั่นแกล้ง หรือลงโทษด้วยความโกรธ หรือด้วยความพยาบาท โดยให้คำนึงถึงอายุของนักเรียนหรือนักศึกษา

และความร้ายแรงของพฤติการณ์ประกอบการลงโทษด้วย การลงโทษนักเรียนหรือนักศึกษาให้เป็นไปเพื่อเจตนาที่จะแก้นิสัยและความ

ประพฤติไม่ดีของนักเรียนหรือนักศึกษาให้รู้สำนึกในความผิด และกลับมาประพฤติตนในทางที่ดีต่อไป

ให้ผู้บริหารโรงเรียนหรือผู้อำนวยการสถานศึกษา หรือผู้ที่ผู้บริหารโรงเรียนหรือผู้อำนวยการสถานศึกษามอบหมาย

เป็นผู้มีอำนาจในการลงโทษนักเรียน นักศึกษา การว่ากล่าวตักเตือน ในกรณีนักเรียนหรือนักศึกษากระทำความผิดไม่ร้ายแรง

การทำทัณฑ์บนใช้ในกรณีนักเรียนหรือนักศึกษาที่ประพฤติตนไม่เหมาะสมกับสภาพ นักเรียนหรือนักศึกษา

ตามกฎกระทรวงว่าด้วยความประพฤตินักเรียนและนักศึกษา หรือกรณีทำให้เสื่อมเสียชื่อเสียงและเกียรติศักดิ์ของสถานศึกษา

หรือฝ่าฝืนระเบียบของสถานศึกษา หรือได้รับโทษว่ากล่าวตักเตือนแล้ว แต่ยังไม่เข็ดหลาบ

การทำทัณฑ์บนให้ทำเป็นหนังสือและเชิญบิดามารดาหรือผู้ปกครองมาบันทึกรับทราบความผิดและรับรองการทำทัณฑ์บน

ไว้ด้วย การตัดคะแนนความประพฤติ ให้เป็นไปตามระเบียบปฏิบัติว่าด้วยการตัดคะแนนความประพฤตินักเรียนและนักศึกษาของแต่ละสถานศึกษากำหนด

และให้ทำบันทึกข้อมูลไว้เป็นหลักฐาน ส่วนการทำกิจกรรมเพื่อให้ปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ใช้ในกรณีที่นักเรียนและนักศึกษากระทำความผิดที่สมควรต้องปรับเปลี่ยน พฤติกรรม การจัดกิจกรรมให้เป็นไปตามแนวทางที่กระทรวงศึกษาธิการกำหนด ก่อนปี 2542 กระทรวงศึกษาธิการมีระเบียบลงโทษนักเรียน ที่อนุญาตให้ครูใช้ไม้เรียวเฆี่ยนตีนักเรียนได้ (ไม่เกิน 6 ที ที่ก้น) หลังจากปี 2542 เป็นต้นมา ได้มีระเบียบลงโทษนักเรียน ห้ามลงโทษนักเรียนโดยการตี และล่าสุดจากระทรวงศึกษาธิการได้ออกระเบียบการลงโทษนักเรียนและนักศึกษา ประกาศ ณ วันที่ 18 มกราคม พ.ศ. 2548 กำหนดบทลงโทษไว้อย่างชัดเจน คือ ว่ากล่าวตักเตือน ทำทัณฑ์บน ตัดคะแนนความประพฤติ และทำกิจกรรมเพื่อปรับพฤติกรรมเท่านั้น นั่นหมายความว่าครูไม่ควรลงโทษนักเรียนและนักศึกษา ด้วยวิธีการอื่นๆ นอกเหนือจาก 4 มาตรการนี้ เพราะไม่เช่นนั้น อาจจะได้รับโทษหรือถูกฟ่องร้องกรณีลงโทษไม่ถูกระเบียบได้ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับโรงเรียนและผู้ปกครองว่าจะสร้างความเข้าอกเข้าใจกันได้เพียงไร จึงจะหาทางออกที่ดีงามได้ แต่ถ้าการลงโทษที่กระทำโดยยึดตามระเบียบกระทรวงศึกษาธิการที่แก้ไขเป็นปัจจุบันก็จะทำให้ผู้ปกครอง ไม่สามารถฟ้องร้องความผิดกับครูได้ หรือกรณีได้สร้างความเข้าใจอันดีงามระหว่างนักเรียนและผู้ปกครองแล้ว ผู้ปกครองอาจจะไม่ฟ้องร้องเอาผิดกับผู้บริหารและครูได้เพราะลงโทษด้วยเมตตาจิตหวังความดีงามของนักเรียนเป็นที่ตั้ง และการลงโทษที่ไม่เกินเหตุไม่เป็นอันตรายต่อร่างกายและจิตใจของนักเรียน หรือนักศึกษา……….. แหล่งข้อมูลเพิ่มเติม

12 ธันวาคม 2560

ขอบคุณแหล่งข้อมูล: สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ

รวมข่าว สพฐ. เมื่อวันที่ ๑๑ ธันวาคม ๒๕๖๐

สพป.น่าน เขต 2 ร่วมเวทีเสวนา “หุ้นส่วนที่มีพลัง … กับการศึกษาของคนน่าน”

1022221.jpg

เมื่อวันที่ 10 ธันวาคม 2560 เวลา 13.00 น. นายสมัย ธนะศรี ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาน่าน เขต 2 ร่วมเวทีเสวนา “หุ้นส่วนที่มีพลัง … กับการศึกษาของคนน่าน” ร่วมคิด ร่วมเรียนรู้ ร่วมกระทำ ร่วมประเมิน ร่วมรับผิดชอบ ณ ศูนย์การเรียนชุมชนธรรมชาติบ้านห้วยพ่าน ตำบลเปือ อำเภอเชียงกลาง จังหวัดน่าน โดยมีเป้าหมาย เพื่อแลกเปลี่ยนองค์ความรู้เกี่ยวกับการจัดการศึกษาในรูปแบบที่หลากหลาย เช่น การศึกษาในระบบการศึกษาทางเลือก หรืออื่น ๆ รวมทั้งหาแนวทางในการพัฒนาการศึกษาในพื้นที่จังหวัดน่าน และยกระดับสู่เครือข่ายสังคมแห่งการเรียนรู้ร่วมกันในรูปแบบของสมัชชาการศึกษาจังหวัด มี 3 ประเด็นหลักๆ คือ

1. สถานการณ์การศึกษาไทย และจังหวัดน่าน

2. ศูนย์การเรียน : การศึกษาทางเลือก กรณีศึกษา ศูนย์การเรียนชุมชนธรรมชาติบ้านห้วยพ่าน

3. การจัดตั้งสมัชชาการศึกษาจังหวัดน่าน

หนองบัวลำภู เขต 1 ร่วมงานวันต่อต้านคอร์รัปชันสากล(ประเทศไทย)

1022149.jpg

วันที่ 9 ธันวาคม 2560 นายเกิดมี สอนเมือง ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาหนองบัวลำภู เขต 1 มอบหมายให้นายวรรณชัย บุสนาม รอง ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาหนองบัวลำภู เขต 1 นำข้าราชการ เจ้าหน้าที่ในสังกัด ร่วมงานวันต่อต้านคอร์รัปชั่นสากล(ประทศไทย) ภายใต้แนวคิด “Zero Tolerance คนไทยไม่ทนต่อการทุจริต” ของจังหวัดหนองบัวลำภู และสำนักงาน ป.ป.ช.ประจำจังหวัดหนองบัวลำภู จัดขึ้น ณ หอประชุมอนาลโย ศูนย์ราชการจังหวัดหนองบัวลำภู โดยมีนายโชติ เชื้อโชติ รองผู้ว่าราชการจังหวัดหนองบัวลำภู ประธานเปิดงาน และมีนายเวียงชัย แก้วพินิจ รองผู้ว่าราชการจังหวัดหนองบัวลำภู หัวหน้าส่วนราชการ ข้าราชการ พนักงานเจ้าหน้าที่ นักศึกษา นักเรียน ร่วมงานเป็นจำนวนมาก เพื่อแสดงเจตนารมณ์ของผู้นำในพื้นที่ร่วมกันทุกภาคีทุกภาคส่วน มีความมุ่งมั่นในการแก้ไขปัญหาการทุจริตอย่างต่อเนื่อง และปลุกกระแสสังคมที่ไม่ทนต่อการทุจริต มุ่งยกระดับค่าดัชนีการรับรู้การทุจริต(CPI)

สพป.ชัยภูมิ เขต 3 จัดประชุม รอง ผอ.สพป.,ผอ.กลุ่ม และประธานเครือข่ายโรงเรียน ในสังกัด เพื่อดำเนินการขับเคลื่อนการจัดการศึกษาสู่นโยบาย ของ สพฐ

1022249.jpg

เมื่อวันที่ 8 ธันวาคม 2560 เวลา 09.00 น. นายนิวัฒน์ แก้วเพชร ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาชัยภูมิ เขต 3 ประธานการประชุม รอง ผู้อำนวยการ สพป.,ผู้อำนวยการกลุ่มฯ และประธานเครือข่ายโรงเรียนทั้ง 20 เครือข่าย ในสังกัด ซึ่งเป็นการประชุมปรึกษาหารือแนวทางการปฏิบัติงาน เพื่อขับเคลื่อนนโยบายให้เป็นไปในทิศทางเดียวกันดังนี้ 1)การดำเนินการทดสอบ Pre O-net , Nt การประเมินความสามารถด้านการอ่านออก ของนักเรียนชั้น ป.1 และ ป.3 2) การบริจาคปัจจัยและเครื่องนุ่งห่มกันหนาว ในโครงการหนูน้อยคอยอยู่สู่ภัยหนาว ช่วยเหลือนักเรียน สพป.ชัยภุมิ เขต 3 3) การจัดตั้งกองทุนเพื่อช่วยเหลือข้าราชการครูและนักเรียนในสังกัด 4) การจัดงานวันครู วันที่ 16 มกราคม 2561 5) การแข่งขันศิลปหัตถกรรมนักเรียน ครั้งที่ 67 ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ณ ห้องประชุมภูมิภักดี สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาชัยภูมิ เขต 3

11 ธันวาคม 2560

ขอบคุณแหล่งข้อมูล: สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ

ว่าที ร.ต.ดร.ทวีศักดิ์ นามศรี ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาศรีสะเกษ เขต ๑

1020996.jpg

ว่าที่ ร.ต.ดร.ทวีศักดิ์ นามศรี ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาศรีสะเกษ เขต 1

1. ประวัติ

เริ่มรับราชการ วันที่ 10 พฤษภาคม พ.ศ.2528

ปัจจุบันดำรงตำแหน่ง ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาศรีสะเกษ เขต 1

วิทยฐานะรองผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาเชี่ยวชาญ

คู่สมรส นางศรินทิพย์ นามศรี ตำแหน่ง วิทยฐานะครูชำนาญการพิเศษ

โรงเรียนเบ็ญจะมะมหาราช สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาเขต 29 จ.อุบลราชธานี

1. นายวสุชนม์ นามศรี วิศวกรรมศาสตรบัณฑิต (อิเล็คทรอนิคส์ สาขาคอมพิวเตอร์) จาก มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้า พระนครเหนือ ปี 2560

2. นายภัทรศักดิ์ นามศรี คณะวิทยาศาสตร์ (สาขาฟิสิกส์) ปี 4 จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

2. การศึกษา

2.1 ปริญญาตรี ครุศาสตรบัณฑิต (ค.บ.) สาขาคณิตศาสตร์ จากวิทยาลัยครูอุบลราชธานี เมื่อ พ.ศ. 2528

2.2 ปริญญาตรี ศึกษาศาสตรบัณฑิต (ศษ.บ.) สาขาการบริหารการศึกษา จากมหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราชเมื่อ พ.ศ. 2547

2.3 ปริญญาโท การศึกษามหาบัณฑิต (กศ.ม.) สาขาการประถมศึกษา จาก มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ วิทยาเขตบางแสน เมื่อ พ.ศ. 2533

2.4 ปริญญาโท ศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต (ศษ.ม.) สาขาบริหารการศึกษาจากมหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช เมื่อ พ.ศ.2555

2.5 ปริญญาเอก ครุศาสตรดุษฎีบัณฑิต (ค.ด.) สาขาการบริหารการศึกษา ณ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี เมื่อ พ.ศ.2555

3. การรับราชการ

3.1 วันที่ 10 พฤษภาคม 2528 ดำรงตำแหน่ง อาจารย์ 1 โรงเรียนบ้านหนองบัวทอง สปอ.ศรีรัตนะ สปจ.ศรีสะเกษ

3.2 วันที่ 16 สิงหาคม 2529 ดำรงตำแหน่ง อาจารย์ 1 โรงเรียนบ้านหนองไผ่ สปอ.ศรีเมืองใหม่ สปจ.อุบลราชธานี

3.3 วันที่ 15 กรกฎาคม 2536 ดำรงตำแหน่ง ศึกษานิเทศก์ 5 สปอ.น้ำยืน สปจ.อุบลราชธานี

3.4 วันที่ 25 พฤศจิกายน 2536 ดำรงตำแหน่ง ครูใหญ่ โรงเรียนบ้านสมดี สปอ.ตระการพืชผล สปจ.อุบลราชธานี

3.5 วันที่ 1 สิงหาคม 2537 ดำรงตำแหน่ง ครูใหญ่ โรงเรียนบ้านพรทิพย์ สปอ.กันทรลักษ์ สปจ.ศรีสะเกษ

3.6 วันที่ 25 มกราคม 2539 ดำรงตำแหน่ง อาจารย์ใหญ่ โรงเรียนบ้านโนนสูง สปอ.ขุนหาญ สปจ.ศรีสะเกษ

3.7 วันที่ 5 สิงหาคม 2540 ดำรงตำแหน่ง ผู้ช่วยหัวหน้าการประถมศึกษาอำเภอเมืองจันทร์ สปจ.ศรีสะเกษ

3.8 วันที่ 2 กรกฎาคม 2542 ดำรงตำแหน่ง ผู้ช่วยหัวหน้าการประถมศึกษาอำเภอเบญจลักษ์ สปจ.ศรีสะเกษ

3.9 วันที่ 16 กรกฎาคม 2544 ดำรงตำแหน่ง ผู้ช่วยหัวหน้าการประถมศึกษาอำเภอกันทรลักษ์ สปจ.ศรีสะเกษ

3.10 วันที่ 16 พฤษภาคม 2545 ดำรงตำแหน่ง หัวหน้าการประถมศึกษาอำเภอคลองใหญ่ สปจ.ตราด

3.11 วันที่ 18 มิถุนายน 2547 ดำรงตำแหน่ง รองผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาศรีสะเกษ เขต 2

3.12 วันที่ 9 ธันวาคม 2548 ดำรงตำแหน่ง รองผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาศรีสะเกษ เขต 4

3.13 วันที่ 1 พฤศจิกายน 2553 ดำรงตำแหน่ง ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาศรีสะเกษ เขต 2

3.14 วันที่ 1 พฤศจิกายน 2556 ดำรงตำแหน่ง ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอุบลราชธานี เขต 3

3.15 วันที่ 1 ตุลาคม 2560 ดำรงตำแหน่ง ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาศรีสะเกษ เขต 1

4. การฝึกอบรม

4.1 หลักสูตรอบรมศึกษานิเทศก์ เมื่อ1 – 13 ก.พ.2536 ณ สถาบันพัฒนาผู้บริหารการศึกษา จังหวัดนครปฐม

4.2 หลักสูตรผู้บริหารสถานศึกษา เมื่อ 5 – 29 ก.ค.2536 ณ สถาบันพัฒนาผู้บริหารการศึกษา จังหวัดอุบลราชธานี

4.3 หลักสูตรผู้บริหารสถานศึกษาระดับสูง เมื่อ 11 ก.ย.-6ต.ค.2538 ณ สถาบันพัฒนาผู้บริหารการศึกษา

4.4 หลักสูตรผู้ช่วยหัวหน้าการประถมศึกษาอำเภอ เมื่อ 20 –30 ก.ย. 2541 ณ กรุงเทพฯ

4.5 หลักสูตรคอมพิวเตอร์เบื้องต้น เมื่อ 12 –21 มี.ค. 2544 ณ วิทยาลัยการอาชีพกันทรลักษ์

4.6 หลักสูตรเตรียมหัวหน้าการประถมศึกษาอำเภอ เมื่อ 1 – 14 สิงหาคม 2544 ณ สีดารีสอร์ท จังหวัดนครนายก

4.7 หลักสูตรการฝึกอบรมขั้นผู้ช่วยผู้ให้การฝึกอบรมวิชาผู้กำกับลูกเสือ รุ่นที่ 391 เมื่อ 2 -8 พฤษภาคม 2548 ณ หน่วยพัฒนาการเคลื่อนที่ 53 จังหวัดศรีสะเกษ

4.8 หลักสูตรการพัฒนาข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาก่อนแต่งตั้งให้มีวิทยฐานะชำนาญการพิเศษ เมื่อ 5 – 9 เมษายน 2549 ณ โรงแรมนนทบุรีพาเลซ จังหวัดนนทบุรี

4.9 หลักสูตรการอบรมคุณธรรมนำความรู้:แนวทางการเสริมสร้างคุณธรรมในระบบการศึกษาไทย เมื่อ 29 มีนาคม 2550 ณ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี

4.10 หลักสูตรพัฒนาผู้นำการเปลี่ยนแปลงรองรับการกระจายอำนาจตั้งแต่ 26 มีนาคม-30 กันยายน 2550 ณ จังหวัดอุบลราชธานี

4.11 หลักสูตรการดำเนินการทางวินัยของ ก.ค.ศ. เมื่อ 8 – 15 พฤษภาคม 2550 ณ สถาบันพัฒนาข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา จังหวัดนครปฐม

4.12 หลักสูตรการสืบสวน สอบสวนทางวินัยข้าราชการและบุคลากรทางการศึกษาขั้นพื้นฐาน เมื่อ 26 – 30 พฤศจิกายน 2550 ณ กรุงเทพมหานคร

4.13 หลักสูตรการฝึกอบรมแกนนำการขยายผลการใช้ชุดเสริมสร้างค่านิยม เรื่อง ความประหยัด และการมีวินัยทางการเงิน เมื่อ 1-3 กุมภาพันธ์ 2551 ณ จังหวัดอุดรธานี

4.14 หลักสูตรการฝึกอบรมก่อนแต่งตั้งดำรงตำแหน่ง ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา เมื่อ พ.ศ. 2552

4.15 หลักสูตรการฝึกอบรมก่อนแต่งตั้งดำรงตำแหน่ง ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา เมื่อ พ.ศ. 2553

4.16 หลักสูตรพัฒนานักบริหารระดับสูง กระทรวงศึกษาธิการ (นบส.ศธ.) พ.ศ. 2557

4.17 หลักสูตรการฝึกอบรมเสริมหลักสูตร นักบริหารระดับสูง (ส.นบส.) รุ่นที่ 8 พ.ศ. 2558

5. การศึกษาดูงานในต่างประเทศ

5.1 การประกันคุณภาพการศึกษา เมื่อ 5 – 10 ก.ค.2542 ณ รัฐเบอร์ลิส ประเทศมาเลเซีย

5.2 การศึกษาเพื่อป้องกันโรคเอดส์ เมื่อ 22 พ.ค. 2546 ณ จังหวัดเกาะกง ประเทศกัมพูชา

5.3 การศึกษาเปรียบเทียบระดับอุดมศึกษาในวิทยาลัยสร้างครูสะหวันนะเขต สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว เมื่อ 10 – 13 กุมภาพันธ์ 2550

5.4 การศึกษาแลกเปลี่ยนเรียนรู้เกี่ยวกับวัฒนธรรมและการอบรมภาษาอังกฤษ ที่สถาบันภาษา GEOS ณ ประเทศนิวซีแลนด์ เมื่อ 22 เมษายน- 8 พฤษภาคม 2551

5.5 ศึกษาดูงานเรื่องการจัดการศึกษา ณ ประเทศฝรั่งเศส เยอรมัน เบลเยี่ยม และเนเธอร์แลนด์ เมื่อ สิงหาคม พ.ศ.2554

5.6 การศึกษาแลกเปลี่ยนวัฒนาธรรม ณ ประเทศจีน เมื่อ กันยายน 2555

6. ผลงานดีเด่น

– รางวัล เสมา ป.ป.ส. ระดับดีเด่น ปี 2556 และ 2558

– รางวัลเหรียญลูกเสือสดุดี ชั้นปีที่ 1 ปี 2554-2555

– ศิษย์เก่าดีเด่น ม.ราชภัฏอุบลราชธานี ปี 2555 และ 2558

6.2) ผลที่เกิดกับสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ดังนี้

– รางวัล เสมา ป.ป.ส. ระดับดีเด่น โครงการสถานศึกษาป้องกันยาเสพติดดีเด่น ปี 2556 และ2558

– รางวัล สพท.จัดกิจกรรมลูกเสือดีเด่น 3 ปีซ้อน ได้แก่ ปี 2558 , 2559 และ 2560

– ผลการประเมินคำรับรองการปฏิบัติราชการ ประจำปี พ.ศ.2558 ลำดับที่ 3 ของประเทศ

– โล่รางวัลดีเด่น สพท.ที่มีระบบการดูแลช่วยเหลือนักเรียน ปี 2559

– สพป.ที่มีผลการประเมินคุณภาพการศึกษาขั้นพื้นฐาน เพื่อการประกันคุณภาพผู้เรียน(NT) ป.3 ปีการศึกษา 2555-2557 สูงกว่าระดับประเทศ 3 ปีต่อเนื่อง

– รางวัล MOE AWARDS ปี 2558 ใน 3 ด้านได้แก่ ด้านการป้องกันยาเสพติด ด้านส่งเสริมคุณธรรม และด้านปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง

– สพป.ศรีสะเกษ เขต 2 แชมป์งานศิลปหัตถกรรมนักเรียนปกติระดับภาค ครั้งที่ 61 , 62

– สพป.ศรีสะเกษ เขต 2 แชมป์งานศิลปหัตถกรรมนักเรียนระดับชาติ ครั้งที่ 62

– สพป.อุบลราชธานี เขต 3 แชมป์งานศิลปหัตถกรรมนักเรียนปกติระดับภาค ครั้งที่ 65

07 ธันวาคม 2560

ขอบคุณแหล่งข้อมูล: สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ

ข่าว สพฐ. ๓ ธันวาคม ๒๕๖๐

สพป.ชุมพร เขต 1 จัดประชุมเชิงปฏิบัติการพัฒนาการศึกษาเพื่อยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน

1019333.JPG

เมื่อวันที่ 2 ธันวาคม 2560 เวลา 09.00 น. นางสาวพนอ ทิพย์พิมลรัตน์ ผอ.สพป.ชุมพร เขต 1 เป็นประธาน/บรรยายพิเศษในพิธีเปิดการประชุมเชิงปฏิบัติการพัฒนาการศึกษาเพื่อยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน โดยมี นางชมัยพร รัตนพรหม ปฏิบัติหน้าที่ ผอ.กลุ่มนิเทศติดตามและประเมินผลการจัดการศึกษา กล่าวรายงาน ณ ห้องปทุมทิพย์ โรงแรมมรกต อ.เมือง ่จ.ชุมพร

การประชุมในวันนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อ พัฒนาความรู้ความเข้าใจในการเลือกใช้เทคนิควิธีการจัดการเรียนรู้ของครูผู้สอนในสถานศึกษาที่จัดการศึกษาขั้นพื้นฐานทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ทุกระดับชั้น ให้ตอบสนองต่อการยกระดับคุณภาพผู้เรียนให้สอดคล้องตรงตามมาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัดในหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560) และเป็นพื้นฐานสำคัญในการจัดประสบการณ์สู่การเรียนรู้แบบ Active learning ตอบสนองการพัฒนาคุณภาพการศึกษาตามยุทธศาสตร์การพัฒนาประเทศไทย 4.0, เพื่อพัฒนาทักษะการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ของครูผู้สอนในสถานศึกษาที่จัดการศึกษาขั้นพื้นฐานทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ของครูผู้สอนในสถานศึกษาที่จัดการศึกษาขั้นพื้นฐานทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ทุกระดับชั้นให้สามารถพัฒนาเทคนิควิธีการจัดการเรียนรู้ที่ตอบสนองต่อการยกระดับคุณภาพผู้เรียนผ่านกระบวนการคิดขั้นพื้นฐานและการคิดขั้นสูง ด้วยการลงมือปฏิบัติจริง บรรลุผลตรงตามมาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัดในหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560), เพื่อเสริมสร้างเจตคติที่ดีของครูผู้สอนในสถานศึกษาที่จัดการศึกษาขั้นพื้นฐานทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ทุกระดับชั้น ในการเลือกใช้เทคนิควิธีการจัดการเรียนรู้ให้ตอบสนองต่อการยกระดับคุณภาพผู้เรียนให้เรียนรู้ได้ในระดับความสามารถแก้ปัญหา สร้างความรู้ได้ด้วยตนเอง เกิดการเรียนรู้แท้ มีความเข้าใจที่คงทน สอดคล้องตรงตามมาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัดในหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560) และเพื่อให้ครูผู้สอนในสถานศึกษาที่จัดการศึกษาขั้นพื้นฐานทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ทุกระดับชั้นในเขตพื้นที่ สร้างเครือข่ายการเรียนรู้ร่วมกันด้วยกระบวนการสร้างชุมชนการเรียนรู้ของครูมืออาชีพที่เหมาะสมในบริบทของตน ซึ่งผู้เข้าร่วมการอบรมในครั้งนี้ ประกอบด้วยครูผู้สอนสาระการเรียนรู้ จำนวน 350 คน และวิทยากรผู้ให้ความรู้ คือ อาจารย์ชลชาสน์ ศักดาลักษณ์ และ ดร.วารินท์พร ฟันเฟืองฟู

ภาพ/ข่าว วิภารัตน์ กวาวหนึ่ง

เลขาธิการ กพฐ. ผอ.สพม.34 ผอ.สถานศึกษา เฝ้ารับเสด็จสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี

1019063.jpg

วันที่ 30 พฤศจิกายน 2560 เวลา 12.22 น. สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนิน โดยเฮลิคอปเตอร์ พระที่นั่ง ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ จัดถวาย มายังโรงเรียนบ้านเลโคะ อำเภอสบเมย จังหวัดแม่ฮ่องสอน เพื่อทรงเปิดอาคารเรียนเฉลิมพระเกียรติฯ ที่มูลนิธิฮารนามซิงห์ฮารมันส์กอร์ สัจจา สร้างขึ้นเพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ในโอกาสที่ทรงเจริญพระชนมายุ 60 พรรษา โดยอาคารเรียนดังกล่าว เป็นอาคาร 2 ชั้น ขนาด 4 ห้องเรียน เพื่อรองรับการจัดการเรียนการสอนให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

โรงเรียนบ้านเลโคะ ตั้งขึ้นเมื่อปี 2518 เป็นโรงเรียนขยายโอกาสทางการศึกษาเพียงแห่งเดียวในตำบลสบเมย เปิดทำการสอนสอนตั้งแต่ชั้นเด็กเล็กถึงระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น มีนักเรียนในเขตพื้นที่บริการจากบ้านเลโคะ, บ้านห้วยน้ำใส, บ้านทิยาเพอ, บ้านกลอโคะ, บ้านแม่ลามา, บ้านทรายลือ และบ้านซื่อมื่อ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงรับโรงเรียนบ้านเลโคะ เข้าในโครงการพัฒนาเด็กและเยาวชนในถิ่นทุรกันดาร เมื่อปีการศึกษาที่ผ่านมา

โอกาสนี้ ดร.บุญรักษ์ ยอดเพชร เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน พร้อมด้วย ดร.สิทธิชัย มูลเขียน ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 34 ผู้อำนวยการโรงเรียนสบเมยวิทยาคม ผู้อำนวยการโรงเรียนขุนยวมวิทยา ผู้อำนวยการโรงเรียนปางมะผ้าพิทยาสรรพ์ ผู้อำนวยการโรงเรียนแม่ลาน้อยดรุณสิกข์ ผู้อำนวยการโรงเรียนเฉลิมรัชวิทยาคม ผู้อำนวยการโรงเรียนอมก๋อยวิทยาคม ผู้อำนวยการโรงเรียนแม่ตื่นวิทยาคม ผู้อำนวยการโรงเรียนแม่สะเรียง”บริพัตรศึกษา ผู้อำนวยการโรงเรียนห้องสอนศึกษาในพระอุปถัมภ์ฯ ผู้อำนวยการโรงเรียนปายวิทยาคาร ผู้อำนวยการโรงเรียนแม่ออนวิทยาลัย ผู้อำนวยการโรงเรียนสองแคววิทยาคม ผู้อำนวยการโรงเรียนสันติสุข ผู้อำนวยการโรงเรียนแม่แจ่ม เฝ้ารับเสด็จฯ พร้อมถวายรายงานการดำเนินงานโครงการพัฒนาเด็กและเยาวชนในถิ่นทุรกันดารตามพระราชดำริ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารี ปีการศึกษา 2560 ในการนี้ ผู้อำนวยการโรงเรียนกาวิละวิทยาลัย ได้ถวายรายงาน ผลการดำเนินงาน งานสวนพฤกษศาสตร์โรงเรียน โครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืช อันเนื่องมาจากพระราชดำริ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี และครูโรงเรียนสันติสุข ได้น้อมเกล้า ฯ ถวายผลงานผ้าปักลายม้ง ซึ่งเป็นผลงานของนักเรียนกิจกรรมหารายได้ระหว่างเรียน ดูภาพกิจกรรม https://www.facebook.com/supaporn.yosboonruang/media_set?set=a.190645725…

สพฐ.จัดคาราวานรินน้ำใจช่วยภัยหนาวบรรเทาความเดือนร้อน ครู นักเรียน ณ บริเวณหน้ากระทรวงศึกษาธิการ กรุงเทพฯ

1019476.JPG

*** วันที่ 4 ธันวาคม 2560 นายแพทย์ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) เป็นประธานในพิธีปล่อยคาราวานโครงการรินน้ำใจช่วยภัยหนาว สพฐ. เพื่อมอบผ้าห่มกันหนาว เสื้อกันหนาว อุปกรณ์การเรียน อุปกรณ์กีฬา และทุนการศึกษา ให้แก่ นักเรียนและโรงเรียนที่ประสบภัยหนาวในพื้นที่

จังหวัดแม่ฮ่องสอน ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ พร้อมด้วยนายบุญรักษ์ ยอดเพชร เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน และผู้บริหารของ สพฐ. ร่วมปล่อยคาราวานโดยพร้อมเพรียงกัน ณ บริเวณหน้ากระทรวงศึกษาธิการ กรุงเทพฯ

นายบุญรักษ์ ยอดเพชร เลขาธิการ กพฐ. กล่าวว่า จากการสำรวจจำนวนนักเรียนที่ประสบภัยหนาว พบว่ามีนักเรียนจำนวน 276,000 คน ที่ได้รับผลกระทบจากภัยหนาว โดยสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ได้ตระหนักถึงความเดือดร้อนของโรงเรียนในสังกัด สพฐ. ที่อยู่ในเขตพื้นที่ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เนื่องจากช่วงระยะเวลาระหว่างเดือนตุลาคมถึงเดือนกุมภาพันธ์ของทุกปีเป็นช่วงฤดูหนาว โดยอุณหภูมิต่ำสุดบริเวณภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือลดลงอยู่ในเกณฑ์อากาศหนาวเย็นเกือบทั่วไปอย่างต่อเนื่อง ดังนั้น เพื่อเป็นการช่วยเหลือและบรรเทาความเดือดร้อนของนักเรียนในพื้นที่ประสบภัยหนาวดังกล่าว จึงได้จัดโครงการรินน้ำใจช่วยภัยหนาว สพฐ. โดยจะมอบผ้าห่มกันหนาว เสื้อกันหนาว อุปกรณ์การเรียน อุปกรณ์กีฬา และทุนการศึกษา ให้แก่โรงเรียนที่ประสบภัยหนาวในพื้นที่ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เป็นการช่วยเหลือโรงเรียนที่ประสบภัยหนาว รวมทั้งสนับสนุนและส่งเสริมให้โรงเรียนได้มีอุปกรณ์การเรียนการสอนที่ดี มีคุณภาพ ก่อให้เกิดบรรยากาศการเรียนรู้แก่นักเรียน และบุคลากรทางการศึกษาของโรงเรียน ขณะที่นายแพทย์ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รมว.ศธ. ได้กล่าวชื่นชม สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา และโรงเรียนในสังกัด ที่มีความห่วงใยเด็กนักเรียนที่ประสบกับสภาวะอากาศหนาว ซึ่งจากการที่ สพฐ. รวมถึงหน่วยงานในสังกัด และภาคเอกชน ได้ร่วมมือร่วมใจกันดำเนินงานตามโครงการรินน้ำใจช่วยภัยหนาว สพฐ. โดยเริ่มจากโรงเรียนในพื้นที่ภาคเหนือตอนบน ซึ่งจะประสบภัยหนาวมากกว่าพื้นที่ภาคอื่นๆ นั้น จะช่วยบรรเทาความเดือดร้อนจากภัยหนาวให้แก่นักเรียนที่ขาดแคลนได้จำนวนหนึ่ง แม้จะไม่ครอบคลุมทั่วทั้งหมด แต่ก็เป็นจุดเริ่มต้นที่ดี เพราะจะเป็นตัวอย่างในการร่วมมือร่วมใจกันช่วยเหลือผู้ที่ขาดแคลน และหวังว่าจะมีหน่วยงานอื่นได้นำไปเป็นแบบอย่างต่อไป

ดูคลิป https://youtu.be/RUBvb9Y6LQo

บรรพต ข่าว

3 ธันวาคม 2560

ขอบคุณแหล่งข้อมูล: สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ

นักเรียน สพป.ยล.๑ ชมนิทรรศการงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร

1018287.JPG

วันที่ 26 พฤศจิกายน 2560 นายจีรยุทธ วิชญรักษ์ รองผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษายะลา เขต 1 พร้อมด้วยบุคลากร สพป.ยล.1 นำนักเรียนและคณะครูจากโรงเรียนขยายโอกาส จำนวน 9 โรง ประกอบด้วยโรงเรียนบ้านตะโละหะลอ โรงเรียนบ้านจะรังตาดง โรงเรียนวัดรังสิตาวาส โรงเรียนพัฒนาบาลอ โรงเรียนคุรุชนพัฒนา โรงเรียนบ้านโกตาบารู โรงเรียนบ้านตาเซะ โรงเรียนบ้านท่าสาป และ โรงเรียนบ้านสะเอะ เข้าร่วมชมนิทรรศการงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร จำนวน 99 คน โดยมี ดร.บุญรักษ์ ยอดเพชร เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน นายอรรถสิทธิ์ รัตนแคล้ว ผู้อำนวยการสำนักพัฒนาการศึกษาเขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจจังหวัดชายแดนใต้ ร่วมพบปะและให้กำลังใจกับนักเรียนและคณะครูที่เข้าร่วมชมนิทรรศการพระเมรุมาศในครั้งนี้ ณ มณฑลพิธีท้องสนามหลวง กรุงเทพมหานคร

29 พฤศจิกายน 2560

ขอบคุณแหล่งข้อมูล: สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ

สพป.พิษณุโลก เขต ๓ รับชมรายการ “พุธเช้า ข่าว สพฐ.”

1018335.JPG

ในวันที่ 29 พฤศจิกายน 2560 เวลา 08.00 น. ณ ห้องประชุมแควน้อย สพป.พล.3 อ.วัดโบสถ์ จ.พิษณุโลก นายอุดม สายโท รองผอ.สพป.พล.3 รักษาราชการแทน ผอ.สพป.พล3 พร้อมด้วยดร.ผกาภรณ์ พลายสังข์ รองผอ.สพป.พล.3 ผอ.กลุ่ม และบุคลากรทางการศึกษา รับชมรายการ “พุธเช้า ข่าว สพฐ.” ครั้งที่ 7/2560 โดยมี ดร.บุญรักษ์ ยอดเพชร เลขาธิการ กพฐ.เป็นประธานการประชุม ความเคลื่อนไหวเกี่ยวกับ 1.ศาสตร์พระราชาสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน 2. เลขาธิการ กพฐ.พบเพื่อนครู 3. ศูนย์ประสานงานและบริหารการศึกษาจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศปบ.จชต.) พบปะนักเรียนร่วมชมนิทรรศการพระเมรุมาศฯ 4.การบริหารโรงเรียน โดยใช้ PPT Model 4. การพัฒนาเด็กและเยาวชนในถิ่นทุรกันดารตามพระราชดำริ 5. นักจิตวิทยา โรงเรียนประจำเขตพื้นที่ 6. กิจกรรมวิ่ง 31 ขาสามัคคี ปี 60 7 ภาพยนตร์สั้น การมีคุณธรรมจริยธรรมในการดำเนินชีวิต

ภาพข่าวประชาสัมพันธ์ โดย ปาริชาติ ทองแท้

29 พฤศจิกายน 2560

ขอบคุณแหล่งข้อมูล: สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ

ข่าวสารสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาพื้นฐาน วันที่ ๒๘ พฤศจิกายน ๒๕๖๐

สพฐ.ออกอากาศสดรายการ บ่ายนี้มีคำตอบ ตอน “ทำความเข้าใจ…เกณฑ์รับนักเรียนปี 2561”

1017982.JPG

+ นายณรงค์ แผ้วพลสง รองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน พร้อมด้วย นายสวัสดิ์ เพชรบูรณ์ ผู้อำนวยการโรงเรียนหอวัง และนายเทียน กล่ำบุตร ผู้อำนวยการโรงเรียนจันทร์หุ่นบำเพ็ญ เป็นร่วมรายการ ออกอากาศสดรายการบ่ายนี้มีคำตอบ “ทำความเข้าใจ…เกณฑ์รับนักเรียนปี 2561” เพื่อสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับนโยบายและแนวทางการรับนักเรียน ปีการศึกษา 2561 และให้ผู้ปกครองทุกท่านได้เตรียมความพร้อมสำหรับการส่งบุตรหลานเข้าเรียนในระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน โดยเฉพาะการเข้าเรียนในระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 และระดับชั้นมัธมศึกษาปีที่ 4 ทั้งในโรงเรียนทั่วไป และโรงเรียนที่มีอัตราการแข่งขันสูง โดยมีเจ้าหน้าที่จากสำนักนโยบายและแผนการศึกษาขั้นพื้นฐาน ร่วมตอบข้อซักถามทางโทรศัพท์ โดยมีนายวิศาล ดิลกวณิช และนางสาวสุนทรี อรรถสุข เป็นพิธีกร ณ สถานีโทรทัศน์โมเดิร์นไนน์ทีวี กรุงเทพมหานคร เมื่ออังคารวันที่ 28 พฤศจิกายน 2560.

ภาพ/ข่าว บรรจง ตั้งคำ

ดูภาพทั้งหมด https://www.facebook.com/baanjong/media_set?set=a.1752667421441065.10737…

เลขาธิการ กพฐ. รับมอบเงินช่วยเหลือผู้ประสบภัย ณ ห้องประชุม สพฐ.4 กระทรวงศึกษาธิการ

1017966.JPG

***เลขาธิการ กพฐ. รับมอบเงินช่วยเหลือผู้ประสบภัย

29 พฤศจิกายน 2560 นายบุญรักษ์ ยอดเพชร เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน รับมอบเงินเพื่อช่วยเหลือนักเรียนที่ประสบอุบัติเหตุจากรถบัสทัศนศึกษาคว่ำที่จังหวัดนครราชราชสีมา จากสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาเขต 1 (สพม.1) จำนวน 60,000 บาท พร้อมทั้งรับมอบเงินตามโครงการต้านภัยหนาวจาก สพม.1 จำนวน 150,000 บาท สพม.2 จำนวน 150,000 บาท สพป.กทม. จำนวน 20,000 บาท พร้อมทั้งมอบเครื่องอุปโภคบริโภคอีก มูลค่า 50,000 บาท สำนักบริหารงานการศึกษาพิเศษ จำนวน 100,000 บาท และสมาคมนักธุรกิจเอสเอ็มอีรุ่นใหม่มอบอุปกรณ์กีฬายี่ห้อ แกรมม่า มูลค่า 100,000 บาท และปุ๋ยอินทรีย์ ฮาลาล ตรานกอินทรีย์คู่ มูลค่า 100,000 บาท ให้โรงเรียนในโครงการ Active Learning จังหวัดชายแดนภาคใต้ นางอุษณีย์ ธโนสวรรย์ รองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน จำนวน 10,000 บาท นางนิรมล ตู้จินดา ผู้เชี่ยวชาญ สพฐ. จำนวน 10,000 บาท นางสาวนิจสุดา อภินันทาภรณ์ ผู้อำนวยการสถาบันภาษาไทย สพฐ. จำนวน 10,000 บาท

ขอขอบคุณสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ผู้ที่สนับสนุนเงินช่วยเหลือและเครื่องอุปโภคบริโภคต่างๆ เพื่อช่วยเหลือและบรรเทาความเดือดร้อนให้กับนักเรียนที่ประสบอุบัติเหตุ และนักเรียนที่อยู่ในพื้นที่ประสบภัยหนาว จากนี้ สพฐ. จะเดินทางไปเยี่ยมนักเรียนและเพื่อนครูที่ จ.แม่ฮ่องสอน พร้อมทั้งมอบเครื่องอุปโภคบริโภค และเงินช่วยเหลือต่อไป

เปิดการแข่งขันบาสเกตบอลนักเรียน สพฐ.-โมโน แชมเปี้ยนคัพ 2017

1017894.JPG

วันที่ 28 พฤศจิกายน 2560 เวลา 15.00 น. นายอรรถพร สิงหวิชัย ผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์ ให้เกียรติเป็นประธานในพิธีเปิดการแข่งขัน สพฐ. – โมโน แชมเปี้ยนคัพ 2017 บาสเกตบอลนักเรียนชิงชนะเลิศระดับภูมิภาพและระดับประเทศ ณ โรงเรียนสิรินธร สพม.33 จังหวัดสุรินทร์ โดยมี นายสำเริง บุญโต ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 33 เป็นผู้กล่าวรายงาน

โครงการนี้จัดโดย บริษัทโมโน สปอร์ต เอ็นเตอร์เทนเมนท์ จำกัด ร่วมมือกับสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ (สพฐ.) ดำเนินการสนับสนุนและส่งเสริม กีฬาบาสเกตบอล และเปิดโอกาสให้นักเรียน ในระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน เสริมสร้างประสบการณ์แข่งขัน เพื่อพัฒนา และ ต่อยอด สู่กีฬาอาชีพ ตามแนวนโยบายของรัฐบาล ซึ่งในการแข่งขันบาสเกตบอล “สพฐ.-โมโน แชมเปี้ยนคัพ 2017” รอบชิงชนะเลิศ ระดับภูมิภาคครั้งนี้ มีการชิงชัยจำนวน 6 รุ่น ทั้งชายและหญิง ได้แก่ / รุ่นอายุ 14 ปี/ อายุ 16 ปี /และอายุ 18 ปี จากภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มี 20 จังหวัดได้แก่ เลย หนองบัวลำภู อุดรธานี หนองคาย บึงกาฬ กาฬสินธุ์ สกลนคร ขอนแก่น ร้อยเอ็ด มหาสารคาม นครราชสีมา บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ อุบลราชธานี ยโสธร อำนาจเจริญ นครพนม ชัยภูมิ และมุกดาหาร

กำหนดจัดการแข่งขัน ระหว่างวันที่ 28 พฤศจิกายน ถึง วันที่ 4 ธันวาคม 2560 ซึ่ง โรงเรียนได้รับเกียรติเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขัน

เงินรางวัลได้รับการสนับสนุนจาก บริษัทโมโน สปอร์ต เอ็นเตอร์เทนเมนท์ จำกัด ซึ่งในรอบชิงชนะเลิศระดับภูมิภ้าค ทุกรุ่นจะได้รับทุนการศึกษา ทีมที่ชนะเลิศจะได้รับ 15,000 บาท พร้อมถ้วยเกียรติยศและเกียรติบัตร รองชนะเลิศ จะได้รับ 10,000 บาท ทีมครองร่วมอันดับ 3 (รุ่นละ 2 ทีม) ได้รับจำนวน 5,000 บาท พร้อมเกียรติบัตร

นอกจากนี้ ยังมีค่าบำรุงทีม ทีมที่ชนะเลิศและรองชนะเลิศภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ประเภททีมชายและทีมหญิง รวม 12 ทีม ๆ ละ 10,000 บาท

และในวันนี้ นายธีระทัศน์ อัครฉัตรรัตน์ ผู้อำนวยการโรงเรียนสิรินธร นำทีมผู้บริหารโรงเรียน คณะครู นักเรียน ร่วมให้การต้อนรับและเป็นเจ้าบ้านที่ดี อีกทั้งยังได้รับเกียรติจากผู้บริหารสถานศึกษาในสังกัด สพม.33 ร่วมเป็นเกียรติในพิธีเปิดฯ ครั้งนี้ด้วย พิชญ์สิณี เจริญรัตน์ ปชส.สพม.33 ภาพ/ข่าว

ติดตามภาพกิจกรรม ได้ที่ https://www.facebook.com/media/set/?set=a.1364190163704459.1073743791.10…

28 พฤศจิกายน 2560

ขอบคุณแหล่งข้อมูล: สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ

สพป.ชัยภูมิ เขต ๓ จัดประชุมเตรียมการสอบ NT(ป.๓)และการประเมินความสามารถด้านการอ่านออก(ป.๑)

1017853.jpg

วันที่ 28 พฤศจิกายน 2560 เวลา 09.00 น. นายนิวัฒน์ แก้วเพชร ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาชัยภุูมิ เขต 3 เป็นประธานการประชุมเตรียมการสอบ NT(ป.3)และการประเมินความสามารถด้านการอ่านออก(ป.1) ตามโครงการพัฒนาระบบการวัดและประเมินผล ที่สอดคล้องศวรรษที่ 21 โดยมีนายสฤษดิ์ ชัยมาลา ผู้อำนวยการกลุ่มนิเทศติดตามและประเมินผลฯ กล่าวรายงาน วัตถุประสงค์ในการประชุม เพื่อชี้แจง 1.แนวทางในการดำเนินการทดสอบ Pre O-net และ NT 2.แนวทางในการดำเนินการประเมินความสามารถด้านการอ่านออก ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 และ 3.แนวทางในการใช้โปรแกรม NT Access เพื่อการรายบงานผลการทดสอบ NT และผลการประเมินความสามารถด้านการอ่านออก ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 เพื่อขยายผลให้กับครูในโรงเรียนได้เข้าใจแนวทางในการดำเนินงาน ซึ่งจัดประชุมเป็น 2 รุ่น คือวันที่ 28 พฤศจิกายน 2560 และวันที่ 29 พฤศจิกายน 2560 กลุ่มเป้าหมาย ครูวิชาการจากทุกโรงเรียน ในสังกัด สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาชัยภูมิ เขต 3 จำนวน 192 คน ซึ่งมี นายทองดี ชาลีรินทร์ รองผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาชัยภูมิ เขต 3 ศึกษานิเทศก์ และบุคลากรในสังกัด เข้าร่วมประชุม ณ ห้องประชุมภูมิภักดี สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาชัยภูมิ เขต 3

28 พฤศจิกายน 2560

ขอบคุณแหล่งข้อมูล: สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ