Tag Archives: เกษตร

รวมข่าว สพฐ. วันที่ ๘ ตุลาคม ๒๕๕๙

สพม.6 ประชุมผู้บริหารสถานศึกษา ครั้งที่ 8/2559

902890.JPG

+ดร.ธีระวัฒน์ วรรณนุช ผอ.สพม.6 ปฏิบัติหน้าที่ รองศึกษาธิการภาค 3 เป็นประธานการประชุมผู้บริหารสถานศึกษาสังกัด สพม.6 โดยก่อนเริ่มระเบียบวาระการประชุม มอบประกาศเกียรติคุณสถานศึกษาที่มีการบริหารจัดการและดำเนินงานจัดระบบการดูแลช่วยเหลือนักเรียนอย่างมีคุณภาพและต่อเนื่อง เพื่อรับรางวัลระบบการดูแลช่วยเหลือนักเรียน ประจำปี 2559 ดังนี้ ประเภทสถานศึกษามัธยมศึกษาขนาดใหญ่ รางวัลเกียรติบัตรระดับทองแดง ได้แก่ โรงเรียนราชประชาสมาสัย ฝ่ายมัธยมฯ ประเภทสถานศึกษามัธยมศึกษาขนาดกลาง รางวัลเกียรติบัตรระดับเงิน ได้แก่ โรงเรียน

ดอนฉิมพลีพิทยาคม ประเภทสถานศึกษามัธยมศึกษาขนาดเล็ก โล่รางวัลดีเด่น และรางวัลเกียรติบัตรระดับทอง ได้แก่ โรงเรียนมัธยมวัดใหม่สมุทรกิจวิทยาคม และมอบเกียรติบัตรและโล่ประกาศเกียรติคุณ โรงเรียนในฝันที่ได้รับการรับรองความยั่งยืน ตามเป้าหมายของโรงเรียนในฝัน ปีงบประมาณ 2559 จำนวน 2 แห่ง ได้แก่ โรงเรียนหาดอมราอักษรลักษณ์วิทยา จังหวัดสมุทรปราการ และโรงเรียนสนามชัยเขต จังหวัดฉะเชิงเทรา และมอบโล่รางวัลโรงเรียนต้นแบบโครงการโรงเรียนปลอดขยะ (Zero Waste School) ได้แก่ โรงเรียนราชประชาสมาสัย ฝ่ายมัธยม ฯ จังหวัดสมุทรปราการ โรงเรียนบางบ่อวิทยาคม จังหวัดสมุทรปราการ และโรงเรียนหาดอมราอักษรลักษณ์วิทยา จังหวัดสมุทรปราการ และมอบช่อดอกไม้แสดงความยินดี ผอ.กิตติศักดิ์ ชาญอักษร ผอ.โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาน้อมเกล้าสมุทรปราการ ได้เลื่อนวิทยฐานะระดับเชี่ยวชาญ และดำเนินการประชุมตามระเบียบวาระการประชุมฯ ครั้งที่ 8/2559 เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2559 ณ ห้องประชุมโรงเรียนบางบ่อวิทยาคม จังหวัดสมุทรปราการ (กิตติคุณ…ภาพ/จันทรา…ข่าว)

“น้ำเต้าขาควาย” การเรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงที่โรงเรียนบ้านท่าน้ำเค็มใต้

902680.jpg

. “น้ำเต้าขาควาย” การเรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง@โรงเรียนบ้านท่าน้ำเค็มใต้ ภายใต้แนวคิด ร่วมคิด ร่วมทำ ร่วมรับผิดชอบ และร่วมชื่นชม” ….หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ถูกน้อมนำเข้าสู่การจัด การเรียนการสอนในสถานศึกษาทุกแห่ง โดยเป้าหมายสำคัญ คือ การปลูกฝังให้เด็กและเยาวชนรู้จักการใช้ชีวิตที่พอเพียง เห็นคุณค่าของทรัพยากรต่าง ๆ รู้จักการอยู่ร่วมกับผู้อื่นด้วยความเอื้อเฟื้อ เผื่อแผ่ และแบ่งปัน มีจิตสำนึกรักษ์สิ่งแวดล้อม เห็นคุณค่าของวัฒนธรรม ค่านิยม เอกลักษณ์แห่งความเป็นไทย โดยที่ไม่หลงไปกับกระแสสังคมในปัจจุบัน

.โรงเรียนบ้านท่าน้ำเค็มใต้ หมู่ที่ 10 ต.ท่าแพ อ.ท่าแพ จ.สตูล เป็นโรงเรียนหนึ่งที่นำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง เข้าสู่การเรียนการสอนโดยบูรณาการในหลักสูตรสถานศึกษา และวิชาการงานอาชีพ สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 -6 เน้นทักษะกระบวนการทำงานเพื่อการนำไปใช้ในชีวิตประจำวัน โดยจัดการเรียนรู้ภาคทฤษฎีในห้องเรียน ก่อนนำสู่การปฏิบัติในภาค สนาม เริ่มตั้งแต่เวลา 14:00 – 16:00 น.

.โดยได้ปรับพื้นที่บริเวณโรงเรียน เนื้อที่กว่า 1ไร่ เป็นแปลงเรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง 3 ลักษณะ คือ 1) แปลงผักสวนครัว 2) แปลงเรียนรู้ เริ่มตั้งแต่การเตรียมดิน การปลูก การดูแลรักษา การเก็บเกี่ยวผลผลิต 3) แปลงพ่อแม่ปลูกลูกรักษา ด้วยมุ่งหวังช่วยสร้างความผูกพันและความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างพ่อแม่ ลูก และลดปัญหาความขัดแย้งในครอบครัวอีกทางหนึ่งด้วย

.สำหรับผักที่ปลูกนั้น มี ผักบุ้ง ผักกวางตุ้ง ตะไคร้ พริก มะละกอ ชะอม และจุดเด่นคือน้ำเต้าขาควาย (ลักษณะคล้ายฟักเขียว แต่ผลจะโตกว่ามาก) ซึ่งเมื่อน้ำเต้าขาควายออกผลครั้งใด เด็ก ๆ จะพากันตื่นเต้นดีใจมาก เพราะน้ำเต้าขาควาย มีผลที่ใหญ่และยาวคล้ายขาควาย ถ้าผลโตเต็มทีน้ำหนักตกเฉลี่ยผลละ ประมาณ 7-8 กิโลกรัม มี ความยาวเฉลี่ยประมาณ 60-80 เซนติเมตร เลยทีเดียว

.ผลผลิตจากเกษตรพอเพียงที่เกิดขึ้นทั้งหมด นักเรียนจะแบ่งหน้าที่กันจัดการ เช่น จัดทำบัญชีผลผลิต จัดจำหน่าย จัดแบ่งรายได้ โดยมีครูคอยให้คำปรึกษาและดูแลอย่างใกล้ชิด ผลผลิตส่วนใหญ่จะจำหน่ายเข้าสู่โครงการอาหารกลางวัน ในโรงเรียน เพื่อปรุงเป็นอาหารกลางวันที่ให้แก่นักเรียน ผลผลิตที่เหลือจะจำหน่ายให้แก่ครู ผู้ปกครอง และชุมชน เงินที่ได้จากการจำหน่ายผลผลิตแต่ละครั้ง ส่วนหนึ่งหักเป็นรายได้แก่นักเรียนเพื่อเป็นขวัญและกำลังใจ

.นายอาหลี ลิมานัน ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านท่าน้ำเค็มใต้ กล่าวว่า โรงเรียนได้พันธุ์น้ำเต้าขาควายจากการไปศึกษาดูงานการศึกษาทางภาคเหนือ จึงได้นำมาให้นักเรียนทดลองปลูกร่วมกับการปลูกผักชนิดอื่น ๆ ในการเรียนรู้เกษตรพอเพียง พบว่านักเรียนเกิดความสนุกและมีความสุขในการเรียนรู้ ด้านผู้ปกครองก็เต็มใจเข้ามาทำกิจกรรมร่วมกับลูกๆ ซึ่งเป็นไปตามเจตนารมณ์ของการบริหารที่ต้องการให้ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการศึกษาได้ “ร่วมคิด ร่วมทำ ร่วมรับผิดชอบ และร่วมชื่นชม”

.นางเจ๊ะมีด๊ะ มะสมาน ผู้ปกครองนักเรียน กล่าวว่า รู้สึกดีใจที่ลูก ๆ ได้เรียนรู้เกษตรพอเพียงและได้ลงมือปฏิบัติจริงๆ ซึ่งคิดว่าเป็นการเรียนรู้ที่สามารถนำกลับไปต่อยอดที่บ้านได้ ขอบคุณผู้บริหารโรงเรียนและครูที่ให้โอกาสผู้ปกครองเข้ามามีส่วนร่วมกับทุกกิจกรรมของโรงเรียน

ศึกษาธิการจังหวัดลพบุรี จัดประชุมสัมมนาแลกเปลี่ยนเรียนรู้ การจัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์ของเด็กปฐมวัย

902813.jpg

7 ตุลาคม 2559 ดร.ปัญญา แก้วเหล็ก ผอ.สพป.ลพบุรีเขต1 ปฏิบัติหน้าทร่ศึกษาธิการจังหวัดลพบุรี เป็นประธานเปิดการประชุมสัมมนาแลกเปลี่ยนเรียนรู้ การจัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์ของเด็กปฐมวัย ให้กับครูปฐมวัย ณ ห้องประชุมโรงเรียนอนุบาลจังหวัดทหารบกลพบุรี

โครงการบ้านนักวิทยาศาสตร์น้อยประเทศไทย เป็นโครงการที่สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงพระกรุณาพระราชทานพระราชดำริ ให้คณะกรรมการนำไปพิจารณาริเริ่มดำเนินการนำร่องในประเทศไทย โดยได้ทอดพระเนตรตัวอย่างโครงการนี้ คราวเสด็จพระราชดำเนินเยือนประเทศเยอรมันนี เมื่อปี พ.ศ.2552 โดยที่มาของโครงการบ้านนักวิทยาศาสตร์น้อย มาจากการประเมินผลของโครงการ PIZA ที่พบว่า ความรู้และทักษะทางวิทยาศาสตร์ของเด็กไทย ยังอยู่ในระดับต่ำกว่าค่าเฉลี่ย อีกทั้งยังขาดแคลนนักวิทยาศาสตร์และวิศวกร ที่จะร่วมมือขับเคลื่อนและพัฒนาประเทศ งานวิจัยยืนยันว่า เราควรสร้างทัศนคติที่ดีด้านการเรียนรู้ ทักษะและกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ให้กับเด็กตั้งแต่ระดับปฐมวัย (อายุ3-6 ปี) เพราะเป็นช่วงอายุที่มีความสามารถในการเรียนรู้และจดจำมากที่สุด ซึ่งโครงการได้รับการสนับสนุนเป็นอย่างดีจากหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชน เพื่อส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และเป็นแนวทางการพัฒนาการเรียนการสอนวิทยาศาสตร์สำหรับเด็กปฐมวัย

ปัจจุบัน สพฐ. มีโรงเรียนที่ได้รับการคัดเลือกให้เข้าโครงการ ” บ้านนักวิทยาศาสตร์น้อย ประเทศไทย” ตั้งแต่ปีงบประมาณ 2554 – 2559 แล้ว จำนวน 6 รุ่น รวมทั้งหมด 13065 โรงเรียน (เป็นโรงเรียนสังกัด สพป.ลพบุรีเขต1 จำนวน 86 โรงเรียน) โดยโรงเรียนในแต่ะรุ่น มีผลการประเมินโครงงานวิทยาศาสตร์ผ่านเกณฑ์การประเมินเพื่อรับตราพระราชทานครบทุกโรงเรียน 100% ทุกปีการศึกษา ซึ่งสะม้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่น ตั้งใจในการพัฒนาคุณภาพเด็กไทยตั้งแต่ระดับปฐมวัย ของผู้บริหารสถานศึกษาและครูปฐมวัยที่เข้าร่วมโครงการในสังกัดอย่างต่อเนื่อง

ในปีการศึกษา 2559 นี้ สพป.ลพบุรีเขต1 มีโรงเรียนที่ต้องเข้ารับการประเมิน 2 รุ่น รวม 46 โรงเรียน ได้แก่ รุ่นที่3 เป็นการประเมินคงสภาพ 33 โรงเรียน รุ่นที่ 6 เป็นการประเมินเพื่อรับจราพระราชทานครั้งแรก จำนวน 13 โรงเรียน โดยเฉพาะการประเมินคงสภาพของรุ่นที่3 สพฐ.ได้กำหนดเกณฑ์การผ่านประเมินเพื่อรับตราพระราชทานเพิ่มมากขึ้น คือ ต้องผ่านการประเมินในระบบออนไลน์ และประเมินโครงงานวิทยาศาสตร์ของเด็กปฐมวัย ในรูปแบบของวัฏจักรการสืบเสาะถึง3รอบ ประกอบกับครูผู้สอนปฐมวัยในสังกัด ส่วนใหญ่ไม่ใช่เอกปฐมวัยและวิทยาศาสตร์ จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่ สพป.ต้องทำความเข้าใจและพัฒนาตรูปฐมวัยให้มีความรู้ ทักษะ กระบวนการจัดการเรียนรู้ด้วยโครงงานวิทยาศาสตร์ เพื่อไปสู่การจัดประสบการณ์การเรียนรู้ให้เด็กมีทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ โดยสามารถจัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์แบบวัฏจักรการสืบเสาะ ซึ่งเป็นเอกสารส่วนหนึ่งของการประเมินประกอบการประเมินออนไลน์ ให้ทุกโรงเรียนในโครงการ สามารถพัฒนาให้ผ่านเกณฑ์การประเมิน เพื่อรับตราพระราชทานได้ทุกโรงเรียน เหมือนทุกปีการศึกษาที่ผ่านมา

การประชุมสัมมนาครั้งนี้ ได้รับความร่วมมือจากคณะศึกษานิเทศก์ ที่รับผิดชอบโครงการบ้านนักวิทยาศาสตร์น้อย ประเทศไทย ทีมงานครูผู้สอนปฐมวัย ที่ทำหน้าที่ LT ครูปฐมวัยที่ทำหน้าที่เป็นประธานรุ่น เลขานุการทุกรุ่น และครูแกนนำที่อาสาเข้ามาช่วยเป็นทีมวิทยากรและประสานงานการประชุม ผู้บริหารและคณะครูโรงเรียนอนุบาลทหารบกจังหวัดลพบุรี ที่ให้ความอนุเคราะห์ด้านสถานที่จัดประชุมและอำนวยความสะดวกต่างๆ

ภคจิรา ภาพ ข่าว รายงาน

8 ตุลาคม 2559

ขอบคุณแหล่งข้อมูล: สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ

อาชีวะเปิดเวทีแข่งขัน เฟ้นหาสุดยอดฝีมืออาชีวะไทย รับถ้วยรางวัลพระราชทานสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี

0.JPG

สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ลงนามความร่วมมือกับ สถานีวิทยุโทรทัศน์กองทัพบก ช่อง 5 เปิดตัวโครงการ “สุดยอดฝีมืออาชีวะไทย” Thailand’s Best Skills ระดมเด็กอาชีวะกว่า 1,000 คน ลงสนามแข่งขันหาสุดยอดฝีมือรับถ้วยรางวัลพระราชทานสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี โดยรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ พลเอก สุรเชษฐ์ ชัยวงศ์ ให้เกียรติเป็นประธานในพิธีเปิดงาน ณ อาคารเบญจรังสฤษฏ์ ชั้น 3 สถานีวิทยุโทรทัศน์กองทัพบกช่อง 5 พลเอก สุรเชษฐ์ ชัยวงศ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เปิดเผยว่า สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) ร่วมกับสถานีวิทยุโทรทัศน์กองทัพบกช่อง 5 ได้ร่วมกันจัดโครงการ “สุดยอดฝีมืออาชีวะไทย” Thailand’s Best Skills ขึ้น โดยจะรับสมัครนักศึกษาอาชีวศึกษาทุกสาขาวิชาจาก 5 ภาค ทั่วประเทศ เข้าร่วมการแข่งขันในระดับภาค และคัดเลือกเข้าแข่งขันระดับชาติ ทั้งแบบทีม และบุคคล โดยการเฟ้นหาสุดยอดฝีมืออาชีวะจากการเปิดเวทีการแข่งขันทักษะวิชาชีพ ในสาขาที่เปิดสอนในสถานศึกษาของอาชีวะ โครงการนี้จะช่วยเสริมสร้างภาพลักษณ์ และค่านิยมที่ดีให้กับผู้เรียนสายอาชีพ อีกทั้งยังเป็นการพัฒนาผู้เรียนอาชีวศึกษาให้เป็นผู้ทรงคุณค่าของสังคม โดยนำความรู้เชิงทักษะวิชาชีพที่เรียนมาออกช่วยเหลือสังคมได้อย่างเต็มที่ สำหรับโจทย์ในการแข่งขันทักษะวิชาชีพ ได้กำหนดไว้ 5 โจทย์ด้วยกัน คือ 1) รถตุ๊ก ๆ ดับเพลิง 2) บ้านสร้างสรรค์คู่ครัวไทย 3) โรบอท มาย เฟรนด์ 4) ห้องสมุดศตวรรษ 21” และ 5) เกษตรแปลงเล็กหัวใจใหญ่ ทุกโจทย์จะต้องใช้ความรู้และทักษะของนักศึกษาหลากหลายสาขามาบูรณาการร่วมกันในการคิดการ ออกแบบ และสร้างสรรค์ผลงาน ทั้งในระดับ ประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) และระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) เช่น การทำรถตุ๊ก ๆ ดับเพลิง 1 คัน ใน 1 ทีมของโจทย์นี้ จะต้องมีนักศึกษาสาขาช่างยนต์ ช่างเชื่อมโลหะ ช่างกลโรงงาน ร่วมทำงานด้วยกัน หรือบ้านสร้างสรรค์คู่ครัวไทย ใน 1 ทีม จะต้องมีนักศึกษาสาขาวิชาช่างเชื่อมโลหะ ช่างก่อสร้าง ช่างไฟฟ้า อิเล็กทรอนิกส์ สาขาวิชาอาหารและโภชนาการ สาขาการโรงแรม ร่วมกันทำงาน รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวปิดท้ายว่า การแข่งขันเพื่อเฟ้นหาสุดยอดฝีมืออาชีวะไทยครั้งนี้ คาดว่าจะมีนักศึกษาอาชีวศึกษาจาก 5 ภาคเข้าร่วมกิจกรรมมากกว่า 1,000 คน โดยจะเริ่มดำเนินการตั้งแต่วันที่ 10 ตุลาคม ถึงปลายเดือนพฤศจิกายน 2559 ซึ่ง สอศ. ได้รับความร่วมมืออย่างดีจากสถานีวิทยุโทรทัศน์กองทัพบกช่อง 5 ในการนำเทปการแข่งขันออกอากาศเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ เพื่อให้สาธารณชนได้รับชมและเห็นความสำคัญของการศึกษาด้านวิชาชีพ ซึ่งคาดว่าจะเป็นการเพิ่มจำนวนผู้เรียนของอาชีวศึกษา และเป็นผลดีกับการพัฒนากำลังคนเพื่อออกไปขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศในยุคไทยแลนด์ 4.0 ที่ต้องมีการพัฒนาด้านวิทยาการ ความคิดสร้างสรรค์ นวัตกรรมวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและการวิจัยเพื่อพัฒนา เพื่อต่อยอดอุตสาหกรรมเป้าหมายให้ก้าวไปอย่างมั่นคง กลุ่มประชาสัมพันธ์ / 5 ตุลาคม 2559

ขอบคุณแหล่งข้อมูล: สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา

การพัฒนากำลังคนจังหวัดสุรินทร์ให้สอดคล้องกับโมเดลการพัฒนาประเทศไทย ๔.๐

899863.jpg

เมื่อวันที่ 26 กันยายน 2559 จังหวัดสุรินทร์ โดยสำนักงานศึกษาธิการจังหวัดสุรินทร์ จัดประชุมเชิงปฏิบัติการ การพัฒนากำลังคนจังหวัดสุรินทร์ ให้สอดคล้องกับโมเดลการพัฒนา ประเทศไทย ๔.๐ ประจำปีงบประมาณ ๒๕๕๙ ณ โรงแรมทองธารินทร์ จังหวัดสุรินทร์ จำนวน 2 วัน ระหว่างวันที่ 26 – 27 กันยายน 2559 ให้กับบุคลากรภาคเอกชน ภาคประชาชน ภาคการเงินการธนาคาร ภาคการศึกษา และหน่วยงานทุกภาคส่วนในจังหวัดสุรินทร์ จำนวน ๒๐๐ คน โดยมีวัตถุประสงค์ ดังต่อไปนี้

๑. เพื่อกระตุ้นให้บุคลากรทุกภาคส่วนในจังหวัดสุรินทร์เกิดความตื่นตัวและมีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนการพัฒนาและวางแผนกำลังคนจังหวัดสุรินทร์ ให้สอดรับกับแนวทางการพัฒนาประเทศ

๒. เพื่อกำหนดทิศทาง และเตรียมการวางแผนกำลังคนของจังหวัดสุรินทร์ ให้มีประสิทธิภาพ รองรับการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม ที่มุ่งเน้นการพัฒนาไปสู่ความมั่งคั่ง มั่นคง และยั่งยืน

๓. เพื่อเตรียมการจัดการศึกษา ให้สอดรับกับการวางแผนพัฒนากำลังคนของจังหวัดสุรินทร์

อันเนื่องมาจากในปัจจุบันประเทศไทยอยู่ในช่วงการเปลี่ยนแปลงในหลายๆ ด้าน รวมทั้งโครงสร้างเศรษฐกิจไทย ที่กำลังเข้าสู่ยุคการเปลี่ยนแปลงและพัฒนาเศรษฐกิจในโมเดลใหม่ ที่เรียกว่าประเทศไทย ๔.๐ คือเศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม ซึ่งเป็นการปฏิรูปเศรษฐกิจ ที่มุ่งเน้นการพัฒนาไปสู่ความ มั่งคั่ง มั่นคง และยั่งยืน ด้วยการสร้างความเข้มแข็งตามแนวคิดปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงผ่านกลไกประชารัฐ ประเทศไทย ๔.๐ จึงเป็น การพัฒนา “เครื่องยนต์เพื่อขับเคลื่อนการเติบโตทางเศรษฐกิจชุดใหม่” ด้วยการแปลง “ ความได้เปรียบเชิงเปรียบเทียบ” ของประเทศไทยที่มีอยู่ ๒ ด้าน คือ “ความหลากหลายเชิงชีวภาพ และความหลากหลายเชิงนวัตกรรมให้เป็นความได้เปรียบในเชิงแข่งขัน โดยการเติมเต็มด้วยวิทยาการ ความคิดสร้างสรรค์ นวัตกรรมวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และการวิจัยและพัฒนา แล้วต่อยอดความได้เปรียบเชิงเปรียบเทียบเป็น ๕ กลุ่มเทคโนโลยีอุตสาหกรรมเป้าหมายประกอบด้วย กลุ่มอาหาร เกษตร และเทคโนโลยีชีวภาพ กลุ่มสาธารณสุข สุขภาพ และเทคโนโลยีทางการแพทย์ กลุ่มเครื่องมือ อุปกรณ์อัจฉริยะ หุ่นยนต์และระบบเครื่องกล กลุ่มดิจิตอลเทคโนโลยีอินเตอร์เน็ตที่เชื่อมต่อและบังคับอุปกรณ์ต่างๆ กลุ่มอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ วัฒนธรรมและบริการที่มีมูลค่าสูง โดยทั้ง ๕ กลุ่มเทคโนโลยีหลักและอุตสาหกรรมเป้าหมายในประเทศไทย ๔.๐ จะเป็นส่วนที่ประเทศไทยต้องพัฒนาด้วยตนเองเป็นหลัก แล้วค่อยต่อยอดด้วยเครือข่ายความร่วมมือจากต่างประเทศสอดรับกับบันได ๓ ขั้นของหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของ “การพึ่งพาตนเอง พึ่งพากันเอง และรวมกันเป็นกลุ่มอย่างมีพลัง

จังหวัดสุรินทร์ ตระหนักถึงความสำคัญและจำเป็นที่จะต้องพัฒนากำลังคนทุกภาคส่วนในจังหวัดให้สอดรับกับการเปลี่ยนแปลงและการพัฒนาที่มุ่งเน้นการพัฒนาไปสู่ความมั่งคั่ง มั่นคง และยั่งยืนอย่างเป็นรูปธรรมของประเทศ โดยใช้แนวทางสานพลังประชารัฐเป็นตัวการขับเคลื่อน มุ่งเน้นให้ทุกภาคส่วนมีส่วนร่วม ผลักดันการปฏิรูปโครงสร้างเศรษฐกิจ การปฏิรูปการวิจัยและการพัฒนา และการปฏิรูปการศึกษาเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้เกิดจากการจัดการศึกษา ลดความสูญเปล่าที่เกิดจากการลงทุนทางการศึกษาไปพร้อมๆ

กับการวางรากฐานการพัฒนา เศรษฐกิจภายในจังหวัดในระยะยาวเช่นเดียวกับประเทศ จึงจัดกิจกรรมการประชุมเชิงปฏิบัติการ “การพัฒนากำลังคนจังหวัดสุรินทร์ ให้สอดคล้องกับโมเดลการพัฒนาประเทศไทย ๔.๐ ขึ้น

โดยในการนี้ จังหวัดสุรินทร์ โดยสำนักงานศึกษาธิการจังหวัดสุรินทร์ ได้รับเกียรติเป็นอย่า

สูงยิ่งจากนายชัยยศ อิ่มสุวรรณ์ รองปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ได้ให้เกียรติมาเป็นประธานและบรรยายพิเศษ และตลอดถึง ดร.ไกรยส ภัทราวาท ผู้เชี่ยวชาญด้านนโยบายเศรษฐศาสตร์การศึกษา จากสำนักงานส่งเริมสังคมแห่งการเรียนรู้และคุณภาพเยาวชน ผศ.จรูญ ถาวรจักร์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฎสุรินทร์ ผศ.ดร.สวัสดิ์ โพธิวัฒน์ ผศ.ดร.ประวัติ สมเป็น นายอรรถพร สิงหวิชัย ผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์ และนายกฤตพล ชุติกุลกีรติ ผอ.สพป.สุรินทร์ เขต 1 ปฏิบัติหน้านที่ศึกษาธิการจังหวัด ร่วมบรรยายพิเศษและอภิปรายในสาระสำคัญต่าง ๆ เช่น การปฏิรูปการศึกษาให้สอดคล้องกับโมเดลการพัฒนาประเทศไทย 4.0 การจัดการศึกษาตามแผนพัฒนาการศึกษาจังหวัดสุรินทร์และการพัฒนาการศึกษาเชิงพื้นที่และยุทธศาสตร์การพัฒนาจังหวัดสุรินทร์ให้สอดคล้องกับโมเดลการพัฒนาประเทศไทย 4.0

26 กันยายน 2559

ขอบคุณแหล่งข้อมูล: สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ

รวมข่าว สพฐ. วันที่ ๓ กันยายน ๒๕๕๙

วัดจันทร์ตะวันออก สพป.พล.1 จัดกิจกรรมสานฝันสู่อาชีพ

893069.jpg

เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 1 กันยายน 2559 นายวสันต์ ศรีประดู่ รองผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาพิษณุโลก เขต 1 เป็นประธานเปิดกิจกรรมสานฝันสู่อาชีพ ณ อาคารเอนกประสงค์ โรงเรียนวัดจันทร์ตะวันออก มีนายประทีป โพธิ์ดง ผู้อำนวยการโรงเรียน คณะครู นักเรียนให้การต้อนรับ

กิจกรรมสานฝันสู่อาชีพที่โรงเรียนวัดจันทร์ตะวันออกจัดขึ้นเพื่อให้นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 – 6 สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาพิษณุโลก เขต 1 จำนวน 850 คน ได้รับแนวทางการศึกษาต่อทางด้านอาชีพเป็นการเตรียมความพร้อมสู่ตลาดแรงงานตามมติของคณะรัฐมนตรีที่ต้องการแก้ปัญหาการผลิตกำลังคนให้ตรงกับตลาดแรงงาน โดยมีการสาธิตงานอาชีพอาทิ งานเลขานุการ งานอาหาร งานฝีมือ งานอิเล็กทรอนิกส์ งานเกษตร จากวิทยาลัยอาชีวศึกษาพิษณุโลก วิทยาลัยพาณิชยการบึงพระพิษณุโลก โรงเรียนวัดบ้านใหม่ โรงเรียนไทยรัฐวิทยา 8 โรงเรียนบ้านหนองนาดงกวาง โรงเรียนวัดจันทร์ตะวันออก และศูนย์แนะแนวประจำสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาพิษณุโลก เขต 1 ซึ่งนักเรียนต่างให้ความสนใจในอาชีพต่างๆ และได้ทดลองลงมือทำด้วยความสนุกสนาน

สพป.ระยอง เขต 1 ร่วมต้อนรับคณะกรรมการประเมินโรงเรียนขนาดเล็กสะข ที่มีวิธีปฏิบัติที่เป็นเลิศ

892967.jpg

วันที่ 1 กันยายน 2559 เวลา 09.00 น. นางวรรษิกา บุญโชติรัตน์ ผู้อำนวยการโรงเรียนวัดปลวกเกตุ พร้อมทั้งคณะครูและบุคลากร ร่วมต้อนรับคณะกรรมการประเมิน/คัดเลือก โรงเรียนขนาดเล็กที่มีวิธีปฏิบัติที่เป็นเลิศ ประกอบด้วย 1.นายวสันต์ นาวเหนียว ผอ.สพป.ชลบุรี เขต 1 ประธานกรรมการ 2. นายธวัชชัย อุ่ยพานิช ผอ.สพป.ระยอง เขต 1 รองประธานกรรมการ 3. นายธงชัย มั่นคง ผอ.สพป.ระยอง เขต 2 กรรมการ 4. นายวัลลภ รองพล ผอ.สพป.ตราด กรรมการ 5. นายธานินทร์ ชลจิตต์ ผอ.สพป.ชลบุรี เขต 2 กรรมการ 6. นายวิชัย พวงภาคีศิริ ผอ.สพป.ชลบุรี เขต 3 7. นายมนตรี ทัดเทียม ผอ.สพป.จันทบุรี เขต 1 กรรมการ 8. นางสุดา สุขอ่ำ ผอ.สพป.จันทบุรี เขต 2 กรรมการ 9. นายพิทักษ์แพทย์ผล ศึกษานิเทศก์ชำนาญการพิเศษ สพป.ชลบุรี เขต 1 กรรมการและเลขานุการ 10. น.ส.จิตรลัดดา พรหมฉลวย นักวิเคราะนโยบายและแผน สพป.ชลบุรี เขต 1 กรรมการและเลขานุการ 11. ดร.สมพิศ ใช้เฮง ผอ.โรงเรียนบ้านท่าจาม สพป.ชลบุรี เขต 1 กรรมการและเลขานุการ 12.นายสมพร ร่ายเจริญ ศึกษานิเทศก์ ชำนาญการพิเศษ สพป.ชลบุรี เขต 1 กรรมการและผู้ช่วยเลขานุการ ประจำปีการศึกษา 2559 ณ โรงเรียนวัดปลวกเกตุ อ.เมือง จ.ระยอง

สพม.32 จัดกิจกรรม สิงหาคม เดือนแห่งการเรียนรู้ประวัติศาสตร์ ตามแนวพระราชดำริของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ

893536.JPG

วันนี้ ( 30 สค.59) นายโสธร บุญเลิศ รองผอ.สพม.32 ประธานเปิดกิจกรรมการขับเคลื่อนการพัฒนาการจัดการเรียนรู้ประวัติศาสตร์ไทยตามแนวพระราชดำริของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ เพื่อเทิดพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิตติ์ พระบรมราชินีนาถ โดยจัดกระบวนการเสริมสร้างทักษะการคิดวิเคราะห์ผ่านกิจกรรมเรียนรู้ประวัติศาสตร์ชาติไทย ให้ผู้เรียนมีความรู้ ความเข้าใจประวัติศาสตร์ของชาติไทย ความเป็นไทยและมีสำนึกรักชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ตลอดจนได้ฝึกทักษะ การคิดวิเคราะห์ขั้นสูง ผ่านการลงมือปฏิบัติกิจกรรมที่มุ่งเน้นความรักชาติ และประวัติศาสตร์ชาติไทย

ทั้งนี้ผู้เข้าร่วมกิจกรรมประกอบคณะผู้บริหาร ครู บุคลากรทางการศึกษาในสังกัดสพม.32 นักเรียนมัธยมศึกษาตอนปลายโรงเรียนเมืองตลุงพิทยาสรรพ์ ซึ่งเป็นโรงเรียนต้นแบบการจัดการเรียนรู้ประวัติศาสตร์และโรงเรียนในสหวิทยาเขตประโคนชัย ณ หอประชุมโรงเรียนเมืองตลุงพิทยาสรรพ์ อ.ประโคนชัย จ.บุรีรัมย์ ( คลิดชมภาพเพิ่มเติม)

https://www.facebook.com/media/set/?set=a.857735057660482.1073742681.100…

3 กันยายน 2559

ขอบคุณแหล่งข้อมูล: สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ

ประชุมผู้นำเยาวชนอาชีวศึกษาแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ครั้งที่ ๑

15.jpg

31 สิงหาคม 2559 พลเอก สุทัศน์ กาญจนานนท์กุล ที่ปรึกษารัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นผู้แทนรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (พลเอก สุรเชษฐ์ ชัยวงศ์) ให้เกียรติเป็นประธานในพิธีปิดการประชุมผู้นำเยาวชนอาชีวศึกษาแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ “ The 1st Young SEA- TVET Symposium : Learning and Sharing towards Internationalisation and Harmonisation” และร่วมรับฟังการนำเสนอผลงานของนักเรียน นักศึกษา ภายใต้แนวคิด“นวัตกรรมที่สร้างความสุขให้ผู้สูงอายุ” และมอบเกียรติบัตรให้แก่นักศึกษาที่ได้ร่วมนำเสนอผลงาน ณ โรงแรม เมอริไทม์ จังหวัด กระบี่

สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) ร่วมกับ สำนักงานเลขาธิการองค์การรัฐมนตรีศึกษาแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กำหนดจัดการประชุมผู้นำเยาวชนอาชีวศึกษาแห่งเอเชียตะวันออก เฉียงใต้“ The 1st Young SEA- TVET Symposium : Learning and Sharing towards Internationalisation and Harmonisation” ระหว่างวันที่ 29-31 สิงหาคม 2559 ณ จังหวัดกระบี่ มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริม การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ผ่านการนำเสนอผลงาน ของนักเรียน นักศึกษา การสร้างความตระหนักในการเข้าถึง มาตรฐานวิชาชีพนานาชาติ ความเข้าใจในการเรียนรู้แบบบูรณาการ ตลอดจนการเรียนรู้ด้าน STEM ศึกษาที่สอดคล้องและเชื่อมโยง การกับพัฒนาการจัดการอาชีวศึกษา และเป็นการส่งเสริมการนำความรู้ในการเป็น ผู้ประกอบการรุ่นใหม่ไปปรับใช้กับทุกสาขาวิชาชีพ

กิจกรรมในการประชุม ประกอบด้วย การกล่าวสุนทรพจน์ “พลังเยาวชนอาชีวศึกษา ข้ามพรมแดน” ของผู้แทนนักศึกษา การนำเสนอข้อมูลด้าน “สะเต็มศึกษา” STEMศึกษา ที่สำคัญ และเชื่อมโยงกับการจัดการอาชีวศึกษา โดยรองผู้อำนวยการ QITEP ด้านวิทยาศาสตร์ ประเทศอินโดนีเซีย และกิจกรรมกลุ่มเชิงสร้างสรรค์ ภายใต้แนวคิด “นวัตกรรมที่สร้างความสุขให้ผู้สูงอายุ” ซึ่งเป็นกิจกรรมส่งเสริมการทำงานเป็นทีม และการแลกเปลี่ยนเรียนรู้การใช้ทักษะเชิงสร้างสรรค์ ภายใต้กรอบที่กำหนด และเวลาที่จำกัด โดยมีผลงานที่ได้รับการคัดเลือกให้เป็นผลงานยอดเยี่ยม ได้แก่ “ไม้เท้าสำหรับช่วยคนชรา จากทีม NUM SAO Union : Adjustable Stick “ เครื่องรถน้ำต้นไม้ และห้องน้ำแบบพกพา

การประชุมในครั้งนี้ มีครู และนักเรียน นักศึกษา จากประเทศสมาชิกเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และประเทศสมาชิกสมทบ จำนวน 8 ประเทศ ได้แก่ ประเทศไทย สปป ลาว ประเทศเวียดนาม ประเทศกัมพูชา ประเทศเมียนมาร์ ประเทศมาเลเซีย ประเทศอินโดนีเซีย และประเทศจีน จำนวนทั้งสิ้น 481 คน เป็นครู จำนวน 87 คน และนักศึกษา จำนวน 394 คน โดยเป็นนักศึกษาไทย จำนวน 319 คน และนักศึกษาต่างชาติ จำนวน 133 คน จาก 4 กลุ่มสาขาวิชาชีพ ประกอบด้วย 1.สาขาการบริการและการท่องเที่ยว 2.สาขาเกษตรกรรมและประมง 3. สาขาไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ แมคคาทรอนิกส์ และการผลิต และ 4. สาขาเทคโนโลยีสารสนเทศ บริหารธุรกิจ ทั้งนี้ การจัดประชุมผู้นำเยาวชนอาชีวศึกษาแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ครั้งที่ 1 นี้ เป็นผลสืบเนื่องมาจากการประชุมผู้นำอาชีวศึกษาแห่งเอชียตะวันออกเฉียงใต้ ครั้งที่ 2 “ The High Official Meeting on SEA – TVET : Strengthening Efforts towards Harmonization and Internationalization of TVET in Southeast Asia ” ระหว่างวันที่ 12 – 14 พฤษภาคม 2559 ณ เมืองบาหลี ประเทศอินโดนีเซีย ซึ่งผลจากการประชุมโต๊ะกลมของผู้บริหารระดับสูงของภูมิภาคเห็นชอบร่วมกัน ให้ประเทศสมาชิกร่วมกันส่งเสริมการจัดกิจกรรมที่เน้นให้นักเรียน นักศึกษา มีส่วนร่วมและแลกเปลี่ยนประสบการณ์ระหว่างกัน โดยสอดคล้องกับเจตนารมณ์ของแถลงการณ์ร่วมเชียงใหม่หรือ Chiangmai Joint statement

///// วันที่ 29 สิงหาคม 2559 ดร.อกนิษฐ์ คลังแสง รองเลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา และ ดร.กาต๊อด หารี พรีโอวีจันโต ผู้อำนวยการสำนักงานเลขาธิการรัฐมนตรีศึกษาแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เป็นประธานพิธีเปิด การประชุมผู้นำเยาวชนอาชีวศึกษาแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ “ The 1st Young SEA- TVET Symposium : Learning and Sharing towards Internationalisation and Harmonisation” กลุ่มประชาสัมพันธ์ / 31 สิงหาคม 2559

ขอบคุณแหล่งข้อมูล: สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา

ค่ายขจีแคมป์ครั้งที่ ๗ (๗th KGE CAMP)

รับสมัครนักเรียนม.ปลายสายวิทย์-คณิต 100 คน เข้าสู่ ค่ายขจีแคมป์ครั้งที่ 7 (7th K’GE CAMP) วันที่ 14-16 ตุลาคม 2559 ณ อาคาร 1 ภาควิชาวิศวกรรมเคมี และพื้นที่ภายในคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตบางเขน ค่าสมัคร 300 บาท

ประกาศผลรายชื่อผู้มีสิทธิ์ : 26 กันยายน 2559

ระดับการศึกษา :ม.ปลาย(สายวิทย์-คณิต)

ค่าใช้จ่าย : 300 บาท (ชำระเมื่อประกาศรายชื่อผู้ผ่านการคัดเลือกเข้าร่วมโครงการแล้ว)

จัดโดยคณะวิศวกรรมศาสตร์ภาควิชาเคมี มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตบางเขน

รายละเอียดค่าย:

โครงการค่ายขจีแคมป์ (K’GE Camp) เป็นโครงการที่ชุมนุมนิสิตภาควิชาวิศวกรรมเคมีจัดขึ้น เพื่อรณรงค์ให้นักเรียนในระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย (สายวิทย์-คณิต) และผู้เข้าร่วมกิจกรรม ได้รับรู้ถึงปัญหาสิ่งแวดล้อมที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งปัญหาโลกร้อน รู้จักการใช้พลังงานให้เกิดประโยชน์สูงสุด การประหยัดพลังงาน การนำวัสดุสิ่งของเหลือใช้มาสร้างพลังงานทดแทน การช่วยกันลดโลกร้อนจากสิ่งใกล้ตัวที่ทุกคนสามารถทำได้ รวมทั้งแนะนำหลักสูตรการเรียนการสอนของภาควิชาวิศวกรรมเคมี สายงานที่เกี่ยวข้องกับวิศวกรรมเคมีและบทบาทของวิศวกรรมเคมีในการแก้ปัญหา สิ่งแวดล้อม อีกทั้งยังมีการฝึกให้ผู้เข้าร่วมได้ทำงานในระบบกลุ่ม และสามารถแก้ปัญหาต่างๆได้ทันตามระยะเวลาที่กาหนดได้ โดยมีการแข่งขัน และการแจกรางวัล นอกจากนี้ยังได้รับความสนุกสนานจากกิจกรรมและสันทนาการต่างๆ ซึ่งกิจกรรมและประสบการณ์ที่ได้รับในช่วงระยะเวลาดังกล่าวจะทำให้ผู้เข้า ร่วมโครงการในค่ายมีความรักความเข้าใจ ในด้านเทคโนโลยีและด้านวิศวกรรม ซึ่งสามารถนำมาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน และยังเป็นพื้นฐานในการพัฒนาประเทศชาติต่อไปอีกด้วย

ระเบียบการสามารถดาว์โหลดได้ที่:

https://drive.google.com/file/d/0B1W2zcn0VxUPZnl1cWtWb2ZVLTQ/view?pref=2&pli=1

ใบสมัครเข้าร่วมโครงการสามารถดาว์โหลดได้ที่:

https://drive.google.com/file/d/0B1W2zcn0VxUPWnVqVkt3QU1MRWc/view?pref=2&pli=1

กรอกข้อมูลให้ครบเรียบแล้ว แล้วส่งเอกสารมาทางไปรษณีย์

ส่งจดหมายมาตามที่อยู่ :

ค่าย K’GE CAMP ครั้งที่ 7 ประจำปี 2559 ภาควิชาวิศวกรรมเคมี คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตบางเขน เลขที่ 50 ถนนงามวงศ์วาน แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร 10900

***ติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้ทางแฟนเพจ K’GE Camp#7 :https://www.facebook.com/kgecamp7/

ขอบคุณแหล่งข้อมูล: อินเตอร์เน็ต

มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดสกลนคร เปิดรับตรง ปี ๒๕๖๐

มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดสกลนคร

เปิดรับสมัครบุคคลเข้าศึกษาต่อ (รับตรง) โครงการขยายโอกาสทางการศึกษา ปีการศึกษา 2560

คณะทรัพยากรธรรมชาติและอุตสาหกรรมเกษตร

หลักสูตรที่เปิดรับ

– พืชศาสตร์และทรัพยากร

– ทรัพยากรเกษตรและการจัดการผลิต

– เทคโนโลยีการอาหาร

– อาหารปลอดภัยและโภชนาการ

– ประมง

– สัตวศาสตร์

คณะวิทยาศาสตร์และวิศวกรรมศาสตร์

หลักสูตรที่เปิดรับ

– เทคโนโลยีสารสนเทศ

– วิศวกรรมเครื่องกลและการผลิต

– วิศวกรรมไฟฟ้า

– วิศวกรรมโยธา

เคมีประยุกต์

– วิทยาการคอมพิวเตอร์

– วิศวกรรมคอมพิวเตอร์

– วิศวกรรมอุตสาหการ

คณิตศาสตร์ประยุกต์

หลักสูตรที่เปิดรับ

– การจัดการ

– การบัญชี

– การตลาด

– การจัดการโรงแรมและท่องเที่ยว

ภาษาอังกฤษ

– การเงิน

– รัฐประศาสนศาสตร์

คณะสาธารณสุขศาสตร์

หลักสูตรที่เปิดรับ

– สาธารณสุขศาสตร์

– อนามัยสิ่งแวดล้อม

สนใจสมัครและดูรายละเอียดเพิ่มเติม http://dbs.csc.ku.ac.th:8080/Admission-60

สอบถามและติดตามข่าวสารได้ที่ panpage : Admission ku.csc โทร.042-725052 , 086-2241118

ขอบคุณแหล่งข้อมูล: อินเตอร์เน็ต

ขอเชิญชวนร่วมส่งผลงานวิจัยการชุมระดับนานาชาติ THA๒๐๑๗ ภายในเดือนสิงหาคม ๒๕๕๙

ขอเชิญชวนร่วมส่งผลงานวิจัยเพื่อนำเสนอในการประชุมวิชาการระดับนานาชาติ“THA 2017 International Conference on Water Management and Climate Change towards Asia’s Water-Energy-Food Nexus” หมดเขตวันที่ 31 สิงหาคม 2559

ด้วย คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน สถาบันเทคโนโลยีแห่งเอเชียกรมชลประทาน กรมทรัพยากรน้ำ กรมทรัพยากรน้ำบาดาล สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและแห่งชาติ สมาคมนักอุทกวิทยาไทย และสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย จะจัดประชุมวิชาการระดับนานาชาติในหัวข้อ “THA 2017 International Conference on Water Management and Climate Change towards Asia’s Water-Energy-Food Nexus” ในระหว่างวันที่ 25-27 มกราคม 2560 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้เป็นเวทีสาธารณะในการเผยแพร่ผลงานวิจัยสำหรับนักวิจัย นักวิทยาศาสตร์ ผู้ปฏิบัติงานและผู้กำหนดนโยบาย ร่วมแบ่งปันและนำเสนอความก้าวหน้าใหม่ในปัจจุบัน ทั้งผลงานจากการวิจัยมุมมองและประสบการณ์ในการบริหารจัดการน้ำ น้ำใต้ดิน และน้ำเพื่อการชลประทาน ความสนใจพิเศษ การพัฒนาทักษะ และความสามารถ ในการปฏิบัติงานต่อการปรับตัวเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ภัยพิบัติการจัดการน้ำแบบมีส่วนร่วม และการจัดการด้านพลังงานและอาหาร อย่างยั่งยืนในภูมิภาคเอเชีย การประชุมจะนำมารวมกันนักวิจัย วิศวกร นักวิชาการ ทั้งทางภาครัฐและเอกชนจากทั่วโลก

สามารถดูรายละเอียดได้ที่ http://www.tha2017.org

ขอบคุณแหล่งข้อมูล: อินเตอร์เน็ต

สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินทอดพระเนตรโครงการวิทยาศาสตร์ ณ โรงเรียนอุทัยวิทยาคม อำเภอเมืองอุทัยธานี จังหวัดอุทัยธานี

878360.JPG

สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จฯโดยรถยนต์พระที่นั่งถึงโรงเรียนอุทัยวิทยาคม (วงดนตรีไทยบรรเลงเพลงมหาชัย) – รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุทัยธานี , เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน, อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุทัยธานี, ปลัดจังหวัดอุทัยธานี, ศึกษาธิการ จังหวัดอุทัยธานี, ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอุทัยธานี เขต ๒, รองผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต ๔๒, ผู้อำนวยการโรงเรียนอุทัยวิทยาคม และผู้อำนวยการโรงเรียนอนุบาลเมืองอุทัยธานี เฝ้ารับเสด็จฯ นายกเทศมนตรีเมืองอุทัยธานี, ภริยานายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดอุทัยธานี ภริยาปลัดจังหวัดอุทัยธานี, ภริยาศึกษาธิการจังหวัดอุทัยธานี และ รองผู้อำนวยการโรงเรียนอุทัยวิทยาคม ทูลเกล้าฯ ถวายมาลัยพระกร เสด็จฯ เข้าภายในพลับพลาพิธี ประทับพระราชอาสน์รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ทูลเกล้าถวายหนังสือผลงานของโรงเรียนและของที่ระลึก ลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ถวายรายงาน ผู้ว่าราชการจังหวัดอุทัยธานี กราบบังคมทูลเบิกตัวผู้มีอุปการคุณต่อโรงเรียนอุทัยวิทยาคมเข้ารับพระราชทานเข็มที่ระลึก จำนวน ๘๐ ราย ทรงพระดำเนินไปยังแท่นเปิดแพรคลุมป้าย “ลานธรรมประชารวมใจไทยเศรษฐ์” ทรงทอดพระเนตรการแสดงดนตรีไทยนักเรียนโรงเรียนอุทัยวิทยาคมและโรงเรียนอนุบาลเมืองอุทัยธานี ทรงพระดำเนินทอดพระเนตรโครงการ STEM Education ในพระราชดำริ ทรงพระราชดำเนินเยี่ยมชม “ศูนย์เครือข่าย STEM Education จังหวัดอุทัยธานี” ทรงดำเนินทอดพระเนตรนิทรรศการวิทยาศาสตร์ของสถาบันส่งเสริมการสอน วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) ทรงทอดพระเนตรนิทรรศการโครงการในพระราชดำริ โรงเรียนสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอุทัยธานี เขต ๑ ประกอบด้วยโรงเรียนบ้านวังเกษตร โรงเรียนอนุบาลทัพทัน โรงเรียนอนุบาลเมืองอุทัยธานี และโรงเรียนอนุบาลสว่างอารมณ์ และ โรงเรียนสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอุทัยธานี เขต ๒ โรงเรียนอนุบาลวัดหนองขุนชาติ โรงเรียนบ้านน้ำพุ โรงเรียนอนุบาลบ้านไร่ โรงเรียนวัดหนองมะกอก และโรงเรียนวัดทัพหมัน ทรงพระดำเนินทอดพระเนตรนิทรรศการโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืช (สวนพฤกษศาสตร์ในโรงเรียน) ในพระราชดำริของโรงเรียนต่าง ๆ ในจังหวัดอุทัยธานี ทรงดำเนินทอดพระเนตรนิทรรศการเล่าเรื่องเมืองอุทัย ทรงพักผ่อนตามพระอิริยาบถ ทรงฉายพระรูปร่วมกับหัวหน้าส่วนราชการจังหวัดอุทัยธานี จำนวน ๑ ชุด ทรงฉายพระรูปร่วมผู้มีอุปการคุณต่อโรงเรียนอุทัยวิทยาคม จำนวน ๑ ชุด ฉายพระรูปร่วมคณะครูโรงเรียนอุทัยวิทยาคม จำนวน ๓ ชุด ทรงลงพระนามในสมุดเยี่ยม ทรงปลูกต้นสุพรรณิการ์ จำนวน ๑ ต้น ทรงพระดำเนินเยี่ยมพสกนิกรที่รับเสด็จ เสด็จพระราชดำเนินกลับ (วงดนตรีไทยบรรเลงเพลงมหาชัยส่งเสด็จ)

ด้วยสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) และบริษัทนานมีบุ๊ค จำกัด ร่วมกันสนองแนวพระราชดำริฯ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี โดยการนำการศึกษาแบบ STEM Education มาเป็นแนวทางส่งเสริมการเรียนรู้ วิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ และเทคโนโลยี ในสภาพแวดล้อมจริง และจุดประกายการเรียนรู้ทางวิทยาศาสตร์ ด้วยโครงการ MiniPhaenomenta รวมทั้งพัฒนา ศักยภาพด้านโครงงานวิทยาศาสตร์ของนักเรียนและกิจกรรมค่ายวิทยาศาสตร์และสิ่งแวดล้อมของสถานศึกษาในจังหวัดอุทัยธานี โดยเริ่มจากการสนับสนุนให้โรงเรียนอุทัยวิทยาคมเป็นโรงเรียนต้นแบบ

22 กรกฎาคม 2559

ขอบคุณแหล่งข้อมูล: สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ

โรงเรียนบ้านกองโค สพป.อุตรดิตถ์ เขต ๑ สืบสานกิจกรรม “ปลูกข้าวปลูกใจเด็กไทยรักข้าว”

876547.jpg

8 กรกฎาคม 2559 นายสุมิตร เกิดกล่ำ ปลัดจังหวัดอุตรดิตถ์ ให้เกียรติเป็นประธานในพิธีจัดกิจกรรม“ปลูกข้าวปลูกใจเด็กไทยรักข้าว” ประจำปี 2559 ณ โรงเรียนบ้านกองโค อำเภอพิชัย จังหวัดอุตรดิตถ์ โดยมี นายประสงค์ อุไรวรณ์ นายอำเภอพิชัย นายเฉลิม ปาลาศ รองผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอุตรดิตถ์ เขต 1 และ นายกนต์ธร เกิดบำรุง ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านกองโค ร่วมให้การต้อนรับ โดยมี นายศิวกรณ์ สัทธิ์ธรรมนุวงศ์ รองผู้อำนวยการศูนย์เมล็ดพันธ์ข้าวแพร่กล่าวรายงาน นายกนต์ธร เกิดบำรุง ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านกองโค กล่าวว่า กิจกรรม“ปลูกข้าวปลูกใจเด็กไทยรักข้าว”เป็นกิจกรรมที่จัดขึ้นในรูปแบบบูรณาการร่วมกันระหว่างโรงเรียนบ้านกองโค อำเภอพิชัย จังหวัดอุตรดิตถ์ และศูนย์ เมล็ดพันธ์ข้าวแพร่ และสืบสานกิจกรรมดังกล่าว มากว่า 10 ปี โดยมี กิจกรรม “ข้าวนาโยน” เป็นส่วนหนึ่งของ “ปลูกข้าวปลูกใจเด็กไทย รักข้าว” “ข้าวนาโยน” เป็นการทำนาแบบใหม่ที่เป็นการผสมผสานกันระหว่างนาดำ กับ นาหว่านน้ำตม เป็นวิธีการโยนตุ้มต้นกล้าที่เพาะไว้แล้วลงในแปลงซึ่งสามารถนำมาใช้แทนการถอนกล้าปักดำด้วยแรงงานคน กิจกรรม “ปลูกข้าวปลูกใจเด็กไทยรักข้าว” เป็นกิจกรรมที่จัดขึ้นเพื่อสืบสานวัฒนธรรม ประเพณี ทุกปี เพื่อเป็นการส่งเสริมให้เยาวชนและนักเรียน ได้ตระหนักถึงความสำคัญของอาชีพการทำนา เสริมสร้างทัศนคติของเยาวชนและนักเรียน ให้มีจิตสำนึกในการอนุรักษ์วัฒนธรรม รักษาประเพณี ที่เกี่ยวข้องกับข้าวให้ดำรงอยู่ โดยมีโรงเรียนบ้านกองโคเป็นศูนย์ในการเรียนรู้เรื่องข้าวและชาวนา มีการเรียนรู้จากการปฏิบัติจริงตามขั้นตอนการปลูกข้าว ทำนา การจัดกิจกรรม“ปลูกข้าวปลูกใจเด็กไทยรักข้าว” ประกอบด้วย การถ่ายทอดความรู้เรื่องข้าวตั้งแต่เริ่มปลูกข้าวจนถึงเก็บเกี่ยวการปลูกข้าวโดยวิธีโยนกล้า,การปลูกข้าวด้วยเครื่องหย่อนกล้า รวมทั้งวัฒนธรรมประเพณีและภูมิปัญญาท้องถิ่นเรื่องข้าวและชาวนา ให้นักเรียนและเยาวชนได้มีส่วนร่วมในการปฏิบัติจริง และการดูแลรักษาแปลงนาข้าวโดยมีวิทยากรจากศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวแพร่ และกลุ่มผู้ผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวในท้องถิ่น บรรยายให้ความรู้ และมีการจัดทำแปลงเรียนรู้ โดยเตรียมแปลงให้พร้อมที่จะเป็นจุดถ่ายทอดให้แก่นักเรียนในโรงเรียน และโรงเรียนใกล้เคียง รวมทั้งเยาวชนในท้องถิ่น ตามขั้นตอนของการทำนา ตั้งแต่การปลูก การดูแลรักษาแปลงนา การกำจัดศัตรูข้าว การรวมกลุ่มจัดทำสารกำจัดศัตรูข้าว และสาธิตทำปุ๋ยหมักชีวภาพ จนถึงวิทยาการหลังการเก็บเกี่ยว และการสาธิตการแปรรูปผลิตภัณฑ์ โดยในภาคทฤษฎี ได้มีการการทดสอบความรู้เกี่ยวกับการทำนากับนักเรียนโรงเรียนบ้านกองโค ในระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ถึงปีที่ 6 การแข่งขันปลูกข้าวด้วยวิธีการโยนกล้าของนักเรียนและเยาวชน รวมถึงการจัดนิทรรศการของส่วนราชการ หน่วยงานต่างๆ ในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ในจังหวัดอุตรดิตถ์ เครือข่าย ปชส. : ภาพ/กรรณิกา : ข่าวและรายงาน

13 กรกฎาคม 2559

ขอบคุณแหล่งข้อมูล: สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ