Tag Archives: เกษตร

ผอ.สพป.ปัตตานี เขต ๓ ร่วมพบปะยามเช้า จ.ปัตตานี และพิธีเปิด Farm Outlet Pattani ในรูปแบบบริษัทประชารัฐรักสามัคคีปัตตานี

1049188.jpg

วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2561 นายภิรมย์ จีนธาดา ผอ.สพป.ปัตตานี เขต 3 ร่วมกิจกรรมพบปะยามเช้า จ.ปัตตานี ครั้งที่ 1 ประจำปี 2561

ณ บ้านพักพัฒนาการ จ.ปัตตานี และพิธีเปิด “Farm Outlet Pattani”

โดยมี นายวีรนันท์ เพ็งจันทร์ ผู้ว่าฯ จ.ปัตตานี เป็นประธาน Farm outlet นี้เป็นศูนย์รวมสินค้าเพื่อสุขภาพ ผลิตภัณฑ์เกษตรอินทรีย์

สินค้าของดีปัตตานี ผลิตภัณฑ์ OTOP ผักออแกนิค ผักปลอดสารพิษ ผักไฮโดรโปนิกส์ สินค้าจากฟาร์มตัวอย่างตามแนวพระราชดำริจากพื้นที่ 12 อำเภอของจังหวัดปัตตานี ผลิตภัณฑ์ชุมชนจากภูมิปัญญาท้องถิ่น สินค้าที่เป็นเอกลักษณ์ของจังหวัดปัตตานี เป็นการกระตุ้นให้สังคมช่วยเหลือกัน

สร้างรายได้แก่ผู้ประกอบการในพื้นที่ บริหารจัดการด้านตลาด การกระจายสินค้า สินค้าหลักมาจากกลุ่มเครือข่าย OTOP จังหวัดปัตตานี สินค้าเกษตรจากฟาร์มตัวอย่างโครงการพระราชดำริ ศูนย์วิจัยการเกษตร สำนักงานเกษตรจังหวัด และกลุ่มผู้ประกอบการธุรกิจเอกชนบางส่วน เปิดบริการทุกวัน

จันทร์-ศุกร์ เวลา 10.00-19.00 น. เสาร์-อาทิตย์ เวลา 09.00-18.00 น. ตั้งอยู่ตรงข้ามวิทยาลัยอาชีวศึกษาปัตตานี (ณัชชา/ภาพ ฟูซียะห์/ข่าว)

http://www.pattani3.go.th

14 กุมภาพันธ์ 2561

ขอบคุณแหล่งข้อมูล: สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ

Advertisements

นายมนัส เจียมภูเขียว ผอ.สพป.ชัยภูมิ เขต ๒

1022096.jpg

1. ประวัติส่วนตัว

เกิดวันที่ 11 กรกฎาคม 2507 ภูมิลำเนาเดิม อำเภอวังสะพุง จังหวัดเลย

คู่สมรส นางพวงพยอม เจียมภูเขียว ครูชำนาญการพิเศษโรงเรียนภูมิวิทยา สังกัด สพป.ชัยภูมิ เขต 2

2. วุฒิการศึกษา

* ป.กศ.สูง คณิตศาสตร์ วิทยาลัยครูเพชรบูรณ์ (ปัจจุบันมหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบูรณ์)

* ปริญญาตรี ศษ.บ. บริหารการศึกษา มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช

* ปริญญาโท ศษ.ม.การบริหารการศึกษา มหาวิทยาลัยนเรศวร

3. ประวัติการรับราชการ

* ปี 2530 ครู 2 ระดับ 2 โรงเรียนบ้านโนนสวรรค์ สังกัด สปอ.เทพสถิต จังหวัดชัยภูมิ

* ปี 2538 ครูใหญ่ โรงเรียนบ้านดงขีสะเดาหวาน สังกัด สปอ.แก้งคร้อ จังหวัดชัยภูมิ

* ปี 2540 ครูใหญ่ โรงเรียนหนองแต้วรวิทย์ สังกัด สปอ.แก้งคร้อ จังหวัดชัยภูมิ

* ปี 2541 ผู้ช่วยหัวหน้าการประถมศึกษาอำเภอภักดีชุมพล สังกัด สปอ.ภักดีชุมพล จังหวัดชัยภูมิ

* ปี 2543 ผู้ช่วยหัวหน้าการประถมศึกษาอำเภอเกษตรสมบูรณ์ สังกัด สปอ.เกษตรสมบูรณ์ จังหวัดชัยภูมิ

* ปี 2546 เจ้าหน้าที่บริหารการศึกษาขั้นพื้นฐาน สังกัด สพท.ชัยภูมิ เขต 2

* ปี 2547 ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านลาด(ประชาราษฎร์บำรุง) สังกัด สพท.ชัยภูมิ เขต 2

* ปี 2551 รอง ผอ.สพท.ชัยภูมิ เขต 2 สังกัด สพท.ชัยภูมิ เขต 2

* ปี 2553 รอง ผอ.สพป.ชัยภูมิ เขต 2 สังกัด สพป.ชัยภูมิ เขต 2

4. เหรียญ/เครื่องราชอิสริยาภรณ์ที่ได้รับ

* พ.ศ. 2550 ทวีตริยาภรณ์ช้างเผือก (ท.ช.) * พ.ศ.2555 เหรียญจักรพรรดิมาลา (ร.จ.พ.)

5. การอบรมและศึกษาดูงาน

* พ.ศ. 2560 ผ่านการอบรมโครงการเสริมสร้างศักยภาพการทำงานเป็นทีม “รวมพลังสร้างสรรค์ทีมภายใต้แนวคิดMOE ONE TEAM”

* พ.ศ. 2560 ผ่านการอบรมหลักสูตรการพัฒนาก่อนแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง ผอ.สพท.รุ่นที่1/2560 (Smart Leaders 2017)

* พ.ศ.2560 ศึกษาดูงานประเทศไต้หวัน

* พ.ศ.2557 ผ่านการอบรมหลักสูตรกรรมการสอบสวนวินัยอย่างร้ายแรง(หลักสูตร ก.ค.ศ.)

6. เกียรติประวัติและผลงานที่ภาคภูมิใจ

* ได้รับรางวัลข้าราชการพลเรือนดีเด่น ประจำปี 2559 ระดับจังหวัด

* ได้รับรางวัล MOE AWARDS ปีการศึกษา 2558 ประเภทโครงการ สาขาเทิดทูนสถาบันชาติ ศาสนาและพระมหากษัตริย์

* ได้รับโล่รางวัลครูดีไม่มีอบายมุข ประจำปี 2558

* ได้รับโล่เชิดชูเกียรติรางวัลเสมา ป.ป.ส.ระดับดีเด่น โครงการสถานศึกษาป้องกันยาเสพติดดีเด่นประจำปี พ.ศ. 2556

* ได้รับรางวัลเชิดชูเกียรติ “คุรุสดุดี”ประจำปี 2555

7. ปณิธานในการทำงาน “สพท.ดีเยี่ยม สถานศึกษาดีทุกอย่าง”

8. ค่านิยม “มั่งคั่งคุณธรรม มั่นคงคุณภาพ ยั่งยืนบริการ”

9. หลักการทำงาน ผอ.สพท.นักบริหาร 5 น. คือ

1) นักวิชาการ 2) นักสร้างแรงบันดาลใจ 3) นักปกครอง 4) นักสิทธิมนุษยชน 5) นักประชาสัมพันธ์

12 ธันวาคม 2560

ขอบคุณแหล่งข้อมูล: สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ

สอศ.ติวเข้มผู้บริหารสถานศึกษาและครูในการจัดการอาชีวศึกษาภาคภาษาอังกฤษและความร่วมมือต่างประเทศ

page2.jpg

ดร.ประชาคม จันทรชิต รองเลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา เป็นประธานเปิดประชุมสร้างความเข้าใจการจัดการอาชีวศึกษาภาคภาษาอังกฤษและความร่วมมือกับต่างประเทศภายใต้โครงการพัฒนาความร่วมมืออาชีวศึกษาสู่มาตรฐานนานาชาติพร้อมกับบรรยายพิเศษเรื่องอาชีวศึกษากับการพัฒนากำลังคนในยุคเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (Thailand4.0)โดยผู้บริหารสถานศึกษา หัวหน้างานความร่วมมือต่างประเทศ หัวหน้าโครงการภาคภาษาอังกฤษและครูชาวต่างชาติ รวมกว่า500คน เข้าร่วมประชุม ณ โรงแรมริชมอนด์ จังหวัดนนทบุรี ดร.ประชาคม จันทรชิต รองเลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา เปิดเผยว่า การประชุมครั้งนี้เพื่อทบทวนและสร้างความเข้าใจในการจัดการเรียนการสอนภาคภาษาอังกฤษของสถานศึกษาสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษาให้สอดคล้องกับประกาศของกระทรวงศึกษาธิการตลอดจนแนวทางการสร้างความร่วมมือกับต่างประเทศ เพื่อการพัฒนาอาชีวศึกษาให้เป็นศูนย์กลางของภูมิภาคตามนโยบายของรัฐบาลในการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศไทยในปัจจุบันหรือที่เรียกว่า Thailand 4.0 ซึ่งกำหนดให้มีการพัฒนาประเทศไทยโดยปรับเปลี่ยนโครงสร้างเศรษฐกิจไปสู่เศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม ผลลัพธ์ของประชุมในวันนี้มีเป้าหมายให้เกิดเครือข่ายความร่วมมือในการจัดการอาชีวศึกษาภาคภาษาอังกฤษในแต่ละสาขา รวมทั้งจัดทำข้อเสนอแนวทางการพัฒนาภาษาอังกฤษจากครูต่างชาติที่ปฏิบัติงานในสถานศึกษาต่าง ๆ เพื่อยกระดับความสามารถด้านการสื่อสารภาษาอังกฤษให้กับครูวิชาชีพและผู้บริหารสถานศึกษา โดยภายในงานมีสถานศึกษาที่มาร่วมจัดนิทรรศการแลกเปลี่ยน เรียนรู้ในการจัดการอาชีวศึกษาภาคภาษาอังกฤษ ได้แก่ วิทยาลัยอาชีวศึกษาเสาวภา วิทยาลัยเทคนิคกาญจนาภิเษกมหานคร วิทยาลัยเทคนิคโพธาราม วิทยาลัยเทคนิคมีนบุรี วิทยาลัยการอาชีพร้อยเอ็ด วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีสุโขทัย วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีลพบุรี และวิทยาลัยอาชีวศึกษาอุตรดิตถ์ ทั้งนี้ ยังได้รับเกียรติจากผู้แทนสำนักเลขาธิการรัฐมนตรีศึกษาแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (SEAMEO Secretariat) มาแนะแนวทางการสร้างความร่วมมือกับประเทศสมาชิก SEAMEO และกิจกรรมที่สถานศึกษาสามารถสมัครเข้าเป็นสมาชิกตลอดจนเข้าร่วมกิจกรรมเพื่อการพัฒนาผู้เรียนและการจัดการเรียนการสอน และนางสาววสุมดี อิ่มแก้ว ผู้อำนวยการวิทยาลัยอาชีวศึกษาเสาวภา มานำเสนองานวิจัยเกี่ยวกับประสบการณ์การจัดการเรียนการสอนภาคภาษาอังกฤษ เพื่อเป็นข้อมูลให้กับสถานศึกษาต่าง ๆ ที่เข้าร่วมประชุมอีกด้วย

กลุ่มประชาสัมพันธ์ 8 พฤษภาคม 2560

ขอบคุณแหล่งข้อมูล: สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา

สอศ. บูรณาการวิชาเรียน-กิจกรรม สร้างสรรค์สิ่งประดิษฐ์ของคนรุ่นใหม่ ๒๕๖๐ โชว์ ๔-๗ พ.ค. ๒๕๖๐

%E0%B8%9B%E0%B8%81.JPG

สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา กำหนดจัดประกวดสิ่งประดิษฐ์ของคนรุ่นใหม่ และการแข่งขันหุ่นยนต์ยุวชนอาชีวศึกษา ระดับชาติ 2560 ในงาน “ประชารัฐร่วมพัฒนา สุดยอดนวัตกรรมอาชีวศึกษา” ระหว่างวันที่ 4-7 พฤษภาคม 2560 ณ ห้อง เอ็ม ซี ซี ฮอลล์ ชั้น 4 ห้างสรรพสินค้าเดอะมอลล์ สาขาบางกะปิ กรุงเทพฯ

ดร. สุเทพ ชิตยวงษ์ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา เปิดเผยว่าสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษามีโยบายส่งเสริมการมีส่วนร่วมในกิจกรรมต่าง ๆ ของสถานศึกษาอาชีวศึกษารัฐบาลและสถานศึกษาอาชีวศึกษาเอกชน ในด้านวิชาการ และกิจกรรมการพัฒนาการเรียนการสอน เพื่อให้นักเรียน นักศึกษา สามารถนำความรู้ทางวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีวิศวกรรมศาสตร์ และคณิตศาสตร์ ไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันในงานอาชีพ และสามารถพัฒนาต่อยอดองค์ความรู้ที่เกิดจากการคิดนวัตกรรม สิ่งประดิษฐ์ โครงงานวิทยาศาสตร์อาชีวศึกษา สู่ชุมชนและเชิงพาณิชย์ ด้วยการวิจัยและพัฒนานวัตกรรมและเทคโนโลยี โดยในปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๐ ได้กำหนดจัด “ประชารัฐร่วมพัฒนา สุดยอดนวัตกรรมอาชีวศึกษา” การประกวดสิ่งประดิษฐ์ของคนรุ่นใหม่ และการแข่งขันหุ่นยนต์ยุวชนอาชีวศึกษา 2560 ระหว่างวันที่ 4-7 พฤษภาคม 2560 ณ ห้องเอ็ม ซี ซี ฮอลล์ ห้างสรรพสินค้า เดอะมอลล์ สาขาบางกะปิ กรุงเทพฯ ทั้งนี้เพื่อยกระดับคุณภาพอาชีวศึกษา พัฒนาการสร้างนวัตกรรมและสิ่งประดิษฐ์สู่เชิงพาณิชย์ และนานาชาติ พร้อมทั้งส่งเสริมสนับสนุนผลงานนวัตกรรมสิ่งประดิษฐ์ฯ ให้ได้รับความคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญา เพื่อก้าวไปสู่ Thailand ๔.๐ และเปิดเป็นเวทีให้นักเรียนนักศึกษา ได้นำผลงานสิ่งประดิษฐ์เข้าร่วมประกวดและแสดงให้ประชาชนได้ร่วมชมผลงานด้วย

เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา กล่าวต่อไปว่า “ประชารัฐร่วมพัฒนา สุดยอดนวัตกรรมอาชีวศึกษา” การประกวดสิ่งประดิษฐ์ของคนรุ่นใหม่ และการแข่งขันหุ่นยนต์ยุวชนอาชีวศึกษา 2560 มีผลงานที่ผ่านการคัดเลือกจากการประกวดจากระดับจังหวัด และระดับภาค 5 ภาค รวมจำนวนทั้งสิ้น 220 ผลงาน จากจำนวนทั้งหมดกว่า 5,000 ผลงาน แบ่งการประกวดออกเป็น 11 ประเภท ได้แก่ ประเภทที่ 1 สิ่งประดิษฐ์ด้านพัฒนาคุณภาพชีวิต ประเภทที่ 2 สิ่งประดิษฐ์ด้านการประกอบอาชีพ ประเภทที่ 3 สิ่งประดิษฐ์ด้านผลิตภัณฑ์สำเร็จรูป ประเภทที่ 4 สิ่งประดิษฐ์ด้านการอนุรักษ์พลังงาน (แบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม) ได้แก่กลุ่มผลิตพลังงาน และกลุ่มการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน ประเภทที่ 5 สิ่งประดิษฐ์ด้านการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ประเภทที่ 6 สิ่งประดิษฐ์ด้านการแพทย์ และชีวอนามัย และประเภทที่ 7 สิ่งประดิษฐ์ด้านผลิตภัณฑ์อาหาร ประเภทที่ 8 สิ่งประดิษฐ์ด้านเทคโนโลยีการเกษตร (เครื่องมืออุปกรณ์เพื่อการดำนา) ประเภทที่ 9 สิ่งประดิษฐ์ด้านหัตถศิลป์ ประเภทที่ 10 สิ่งประดิษฐ์ด้านนวัตกรรมซอฟแวร์ และระบบสมองกลฝังตัว (Software & Embedded System Innovation) แบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม ได้แก่กลุ่มพัฒนาซอฟต์แวร์ และกลุ่มพัฒนาระบบสมองกลฝังตัว ประเภทที่ 11 สิ่งประดิษฐ์ด้านบำบัดน้ำ (น้ำเพื่อปะชาชน)นอกจากนี้ยังได้กำหนดให้มีการประกวดประเภทองค์ความรู้ การนำเสนอผลงานวิจัยนวัตกรรมและสิ่งประดิษฐ์ของคนรุ่นใหม่ภาคภาษาอังกฤษ เพื่อการเข้าสู่ความเป็นมาตรฐานสากล จำนวน 20 ผลงาน และเพื่อเป็นการส่งเสริมเยาวชนระดับประถมศึกษา สังกัดโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดน กองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน ให้เป็นนักคิดนักประดิษฐ์ และมีทัศนคติที่ดีในการศึกษาต่อในการเรียนสายวิชาชีพ สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา จึงได้จัดการแข่งขันหุ่นยนต์ยุวชนอาชีวศึกษาขึ้น โดยคัดเลือกจากทีม ของนักเรียน โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดน ในพื้นที่ ระดับภาค ทั้ง 4 ภาค เข้าสู่ระดับชาติ ชิงถ้วยรางวัล พระราชทาน สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี จำนวน 16 ทีม เข้าร่วมการแข่งขันในครั้งนี้ด้วย

สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ได้เล็งเห็นความสำคัญ ของการส่งเสริมสนับสนุน การวิจัยและพัฒนาสิ่งประดิษฐ์มา โดยตลอด ทั้งในด้านปริมาณ และคุณภาพ มาจนถึงปีการศึกษาปัจจุบัน มีผลงานสิ่งประดิษฐ์ มากกว่า 25,000 ผลงาน สามารถพัฒนาต่อยอดในเชิงพาณิชย์ จนสามารถ จดสิทธิบัตรได้ และอยู่ระหว่างการส่งเสริม และพัฒนา ประมาณ 100 ผลงาน และในโอกาสนี้สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษาได้รับพระกรุณาธิคุณจากสมเด็จพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ เสด็จเป็นองค์ประธานในพิธีประทานรางวัลแก่ผู้ชนะการประกวดฯ ในวันที่ 7 พฤษภาคม 2560

กลุ่มประชาสัมพันธ์ 5 พฤษภาคม 2560

ขอบคุณแหล่งข้อมูล: สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา

สอศ.เดินสายภาคใต้ ยกระดับFix it center Thailand๔.๐

3.jpg

ดร.ประชาคม จันทรชิต รองเลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา เป็นประธานเปิดโครงการพัฒนารูปแบบและยกระดับคุณภาพ ศูนย์ซ่อมสร้างเพื่อชุมชน (Fix it Center Thailand 4.0)ภาคใต้ ณ โรงแรมร้อยเกาะ อำเภอเมือง จังหวัดสุราษฎร์ธานี สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) ได้จัดทำโครงการพัฒนารูปแบบและยกระดับคุณภาพศูนย์ซ่อมสร้างเพื่อชุมชน หรือ Fix it center thailand 4.0ทั่วประเทศ ทั้งศูนย์ Fix it center ถาวรที่มีอยู่ 80ศูนย์ และศูนย์ Fix it center ระดับตำบล 8,000ศูนย์ทั่วประเทศ โดยให้มีการจัดทำมาตรฐานปฎิบัติงานตามยุทธศาสตร์ประชารัฐที่มุ่งเน้นการบูรณาการความร่วมมือจากทั้งภาครัฐและเอกชน รวมถึงภาคประชาสังคม มีกิจกรรม ประกอบด้วย 1.บริการซ่อมเครื่องมือเครื่องจักรการเกษตรยานพาหนะ เครื่องใช้ไฟฟ้า พร้อมให้คำแนะนำวิธีการใช้ และการดูแลรักษา 2.บริการสร้าง ต่อยอดอาชีพโดยสำรวจอาชีพตามความต้องการของชุมชน จัดทำหลักสูตรอาชีพหลักสูตรการเป็นผู้ประกอบการ 3.บริการพัฒนา ผลิตภัณฑ์ชุมชน โดยนำครูนักเรียนนักศึกษาไปเรียนรู้ และนำเทคโนโลยีมาสร้างนวัตกรรมร่วมกับชุมชนเพื่อเพิ่มมูลค่าและส่งเสริมการรับรองมาตรฐานคุณภาพ และนอกจากจะยกระดับศูนย์Fix it center ให้ไปสู่ไทยแลนด์ 4.0 แล้ว จะมีการจัดทำคู่มือมาตรฐานการปฎิบัติงานของศูนย์ Fix it center ด้วยแจกจ่ายไปยัง Fix it center ทั่วประเทศ เพื่อให้มีรูปแบบการทำงานและกรอบการยกระดับคุณภาพที่ชัดเจน ทั้งนี้ สำหรับการประชุมการเข้าสู่มาตรฐานการปฏิบัติงาน Fix it centerศูนย์ซ่อมสร้าง เพื่อชุมชนไทยแลนด์ 4.0 ในภาคต่างๆ มีกำหนดการดังนี้ –ภาคเหนือ14 มี.ค.60 ณ วิทยาลัยเทคนิคแพร่ -ภาคกลาง 15 มี.ค.60 ณ อบจ.สมุทรสงคราม จังหวัดสมุทรสงคราม – ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ17 มี.ค 60 ณ วิทยาลัยสารพัดช่างอุบลราชธานี – ภาคตะวันออก20 มี.ค 60 ณ ศาลาอเนกประสงค์อำเภออรัญประเทศ จ.สระแก้ว- และภาคใต้23 มี.ค.60 ณ โรงแรมร้อยเกาะ จังหวัดสุราษฎร์ธานี

กลุ่มประชาสัมพันธ์ 23 มีนาคม 2560

ขอบคุณแหล่งข้อมูล: สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา

สอศ.ร่วม ๓ สมาคมโรงงานน้ำตาลทรายผลิตกำลังคนรองรับงานอุตสาหกรรมความหวาน

7.jpg

ดร.สุเทพ ชิตยวงษ์ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา เปิดเผย สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ร่วมกับ 3 สมาคมการค้าอุตสาหกรรมน้ำตาล ได้แก่ สมาคมโรงงานน้ำตาลไทย สมาคมผู้ผลิตน้ำตาลและชีวพลังงานไทย และสมาคมการค้าอุตสาหกรรมน้ำตาล ผนึกกำลังผลักดันให้มีการพัฒนาอุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาลทราย อย่างเป็นระบบ มีแผนงานรองรับและเป้าหมาย แก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นจากโรงงานอุตสาหกรรมน้ำตาลและเสริมสร้างระบบให้เกิดความเป็นธรรม รวมไปถึงการร่วมดูแลสิ่งแวดล้อมและผลกระทบที่เกิดจากการปลูกอ้อย ที่สำคัญ จะร่วมกันผลิตบุคลากรที่มีทักษะและสร้างนักเทคโนโลยีรองรับอุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาล เพื่อให้อุตสาหกรรมนี้มีความเข้มแข็ง และมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น สอดคล้องกับความต้องการของผู้ประกอบการ และจะพัฒนาผู้เรียนทั้งในระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) ประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) และระดับปริญญาเทคโนโลยีสายปฏิบัติการ ในรูปแบบการเรียนการสอนที่หลากหลาย และรูปแบบทวิภาคี การเข้ารับการฝึกอบรม และฝึกอาชีพในสถานประกอบการ การพัฒนาหลักสูตรที่เกี่ยวข้อง รวมไปถึงการส่งเสริมฝึกอบรมให้แก่ครู และบุคลากรอาชีวศึกษาให้มีความรู้ และทักษะทางอุตสาหกรรมอ้อย และน้ำตาลทราย

เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา กล่าวต่อไปว่าในความร่วมมือครั้งนี้ สอศ.ได้รับความร่วมมือ จากสมาคมโรงงานน้ำตาลไทย สมาคมผู้ผลิตน้ำตาลและชีวพลังงานไทย และ สมาคมการค้าอุตสาหกรรมน้ำตาล ซึ่งมีโรงงานรวมอยู่ทั้งหมด 55 แห่ง ในพื้นที่ 28 จังหวัดทั่วประเทศ โดยมี บริษัท ไทยชูการ์ มิลเลอร์ จำกัด เป็นผู้ประสานงานความร่วมมือในครั้งนี้ สำหรับสาขาที่อาชีวศึกษาจะจัดส่งให้ไปเรียนรู้หรือฝึกประสบการณ์ในโรงงานอุตสาหกรรมน้ำตาล เบื้องต้นได้เตรียมสาขาซ่อมบำรุงเครื่องกล สาขาเครื่องมือการเกษตรและเทคโนโลยีการจัดการเกษตรสมัยใหม่ เพื่อรองรับระบบการจัดการในโรงงานอย่างครบวงจร

กลุ่มประชาสัมพันธ์ 28 มีนาคม 2560

ขอบคุณแหล่งข้อมูล: สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา

สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเปิดการประชุมวิชาการระดับชาติ องค์การเกษตรกรในอนาคตแห่งประเทศไทย ในพระราชูปถัมภ์ฯ (อกท.) ครั้งที่ ๓๘

DSC_1989.JPG

เช้าวันนี้ (3 กุมภาพันธ์ 2560) เวลา 09.04 น. สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเปิดการประชุมวิชาการระดับชาติ ของสมาชิกองค์การเกษตรกรในอนาคต แห่งประเทศไทยในพระราชูปถัมภ์ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ครั้งที่ 38 ซึ่งสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ จัดขึ้นระหว่างวันที่ 2 – 5 กุมภาพันธ์ 2559 ณ วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีอุทัยธานี ตำบลหนองแก อำเภอเมืองอุทัยธานี จังหวัดอุทัยธานี เมื่อรถยนต์พระที่นั่งถึงวิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีอุทัยธานี ตำบลหนองแก อำเภอเมืองอุทัยธานี จังหวัดอุทัยธานี (วงดุริยางค์บรรเลงเพลงมหาชัย) นายประภัสสร์ มาลากาญจน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดอุทัยธานี พลเอก สุรเชษฐ์ ชัยวงศ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลจังหวัดอุทัยธานี ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 31 ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 6 (นายสุเทพ ชิตยวงษ์) เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (นายอริยะ สุวรรณปากแพรก) ประธานอำนวยการ อกท. ระดับชาติ (นายประเวศ วรางกูร) ผู้อำนวยการวิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีอุทัยธานี ประธานคณะกรรมการดำเนินงาน ฯ และครูที่ปรึกษา อกท.ระดับชาติ เฝ้าฯ รับเสด็จ จากนั้น นายกเหล่ากาชาดจังหวัดอุทัยธานี และผู้แทนสมาชิก อกท. ทูลเกล้า ฯ ถวายพวงมาลัย สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินเข้าในหอประชุม (ดนตรีบรรเลงเพลงมหาชัย) ประทับพระราชอาสน์ (นายวณิชย์ อ่วมศรี) รองเลขาธิการคณะกรรมการ การอาชีวศึกษา เข้าเฝ้าฯ ทูลเกล้าฯ ถวายสูจิบัตรการประชุมวิชาการ และหนังสือที่ระลึก รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการกราบบังคมทูลถวายรายงานการจัดประชุมวิชาการฯ โอกาสนี้ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม ให้สมาชิกองค์การเกษตรเกษตรในอนาคตแห่งประเทศไทย ในพระราชูปถัมภ์ฯ ผู้บริหาร และผู้ทำคุณประโยชน์แก่องค์การเกษตรกรในอนาคตแห่งประเทศไทยเข้ารับพระราชทานเกียรติบัตร (25 ราย) ผู้มีจิตศรัทธาบริจาคเงินสมทบมูลนิธิ อกท.เข้ารับพระราชทานของที่ระลึก (จำนวน 130 ราย) ประธานกรรมการดำเนินการจัดการประชุมวิชาการฯ เข้าเฝ้าฯ ทูลเกล้าฯ ถวายเงิน และรับพระราชทานของที่ระลึก สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงมีพระราชดำรัสเปิดการประชุมวิชาการระดับชาติ องค์การเกษตรกรในอนาคตแห่งประเทศไทย ในพระราชูปถัมภ์ ครั้งที่ 38 ดังนี้ “ข้าพเจ้ายินดีที่ได้มาเป็นประธานเปิดการประชุมวิชาการระดับชาติองค์การเกษตรกรในอนาคตแห่งประเทศไทยที่จัดขึ้นเป็นครั้งที่ 38 ในวันนี้ การประชุมวิชาการลักษณะนี้ นับว่าเป็นประโยชน์อย่างมากในทางส่งเสริมและพัฒนาการศึกษาวิชาที่ว่าด้วยการเกษตร ในสถานศึกษาด้านเกษตรกรรมของประเทศ เกษตรกรรมเป็นกิจกรรมเพื่อการดำรงชีวิตของมนุษย์ที่มีมาแต่ครั้งโบราณ และมีพัฒนาการเรื่องมาเป็นลำดับ ตามยุคสมัยที่เปลี่ยนแปลงไป ในปัจจุบันเทคโนโลยีการเกษตรเจริญก้าวหน้าเป็นอย่างยิ่ง แต่กระนั้น การเกษตรยังคงต้องพึ่งพาทรัพยากรสำคัญ ได้แก่ ดิน และน้ำ เช่นที่เคยเป็นมา นักศึกษาทั้งหลายที่จะเป็นเกษตรกรแห่งอนาคต จึงควรจะต้องศึกษาและทำความเข้าใจธรรมชาติของทรัพยากร 2 สิ่งนี้ ให้มีความรู้ท่องแท้ และศึกษาค้นคว้า ทดลองหาวิธีทำการเกษตร ที่เหมาะสม อย่างที่สมัยนี้เรียกกันว่าเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม คือไม่ทำความเสียหายแก่ทรัพยากร หรือเมื่อทรัพยากรเสื่อมโทรมลง ก็ต้องเรียนรู้วิธีอนุรักษ์ เพื่อให้เกิดความยั่งยืน สามารถใช้ประโยชน์สืบต่อไปได้อีกหลายชั่วอายุคน ข้าพเจ้าขอเปิดการประชุมวิชาการระดับชาติ องค์การเกษตรกรในอนาคตแห่งประเทศไทย ครั้งที่ 38 ณ บัดนี้ ขอให้การประชุมบรรลุวัตถุประสงค์จงทุกประการ ทั้งขอให้ท่านทั้งหลายที่มาร่วมในการประชุมนี้ มีแต่ความสุข ความสำเร็จ โดยทั่วกัน” จากนั้น เสด็จออกจากหอประชุม ไปยังศาลาชัยพฤกษ์ ทอดพระเนตรนิทรรศการเทิดพระเกียรติองค์อุปถัมภ์องค์การฯ ของดีเมืองอุทัย และพระราชดำเนินไปยังอาคารราชพฤกษ์ ทอดพระเนตร นิทรรศการ “เพชรดี 4 ภาค องค์การเกษตรกรในอนาคตแห่งประเทศไทย” หน่วยสมาชิกดีเด่น สมาชิกศิษย์เก่าดีเด่น สมาชิกด้านพัฒนาสังคม และบริการชุมชนดีเด่น นิทรรศการผลงานการแข่งขันทักษะศิลปะเกษตร นิทรรศการวิชาการเกษตรของหน่วย อกท. จำนวน 12 หน่วย ประกอบด้วย (1) หน่วยกำแพงเพชร “นวัตกรรมการผลิตปุ๋ยยูเรียน้ำจากถั่วเหลือง” (2) หน่วยอุดรธานี “ข้าวเม่าพอเพียงเพื่อพ่อ” (3) หน่วยเพชรบุรี “อาหารโค – TMR-PHETCH 4.0” (4) หน่วยพังงา “ข้าวดอกข่า สู่อาชีพ” (5) หน่วยสุโขทัย “น้องเดือน มหัศจรรย์เพื่อนร่วมโลก” (6) หน่วยชัยนาท “เห็ดฟาง ไบโอเทค (การเพาะเห็นฟางโรงเรือนไม่อบไอน้ำ) (7) หน่วยนครราชสีมา “ไส้เดือน พญาดิน อินทรีย์วัตถุ” (8) หน่วยบุรีรัมย์ “แจ่วบ่องทันใจ” (9) หน่วยลำพูน “ตะคร้อ..พอเพียง” (10) หน่วยสตูล “ปลาของพ่อ” (11) หน่วยสมุทรสาคร “ปลัง ปั๋ง มั่งคั่ง ยั่งยืน” (12) หน่วยระนอง “ผักปลาโซล่าเซล Aquaponics” เสด็จทอดพระเนตรนิทรรศการความร่วมมือโครงการชีววิถี เพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน นิทรรศการโครงการเกษตรเพื่ออาหารกลางวันของวิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีอุทัยธานี นิทรรศการความก้าวหน้าของสถาบันการอาชีวศึกษาศึกษาเกษตร 4 ภาค นิทรรศการกล้วย นิทรรศการอาชีวะเกษตรก้าวไกล ขับเคลื่อนประเทศไทย 4.0 นิทรรศการวิชาการของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มุมมองแปลก/ ใหม่/ ใหญ่/ ดัง ของดีเมืองอุทัย จากนั้นเสด็จเข้าอาคารทูลกระหม่อมแก้ว ประทับพระราชอาสน์ รองเลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา เข้าเฝ้าฯ ทูลเกล้าฯ ถวายเอกสารทางวิชาการ ทรงรับฟังการสัมมนาผลงานทางวิชาการ และทอดพระเนตรผลงานวิชาการ เรื่อง “วิถีเพียงพอ ตามพ่อสอน” การพัฒนารูปแบบการเลี้ยงหอยขมเชิงเกษตรอินทรีย์ สู่เกษตรอย่างยั่งยืน และทอดพระเนตร ของหน่วยศูนย์ศิลปาชีพบางไทร หลังจากนั้นเสด็จพระราชดำเนินออกจากอาคารทูลกระหม่อมแก้วไปยังอาคารศูนย์วิทยบริการ ทรงปลูก ”ต้นแก้ว” เสด็จพระราชดำเนินขึ้นอาคารประทับพัก พระราชทานฉายพระรูปแก่คณะบุคคล จำนวน 5 คณะ ทรงลงพระนามาภิไธยในสมุดที่ระลึก เสวยพระกระยาหารกลางวัน แล้วเสด็จพระราชดำเนินกลับ

3 กุมภาพพันธ์ 2560

ขอบคุณแหล่งข้อมูล: สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา

ค่ายเจาะลึกคณะอักษรศาสตร์ ศิลปศาสตร์ กับ ๕ มหาลัย( Arts of letters ๑๖)

ค่ายเจาะลึกคณะอักษรศาสตร์และศิลปศาสตร์กับพี่ๆจาก 5 มหาลัย

-อักษรศาสตร์ จุฬาฯ

-ศิลปศาสตร์ ธรรมศาสตร์

-อักษรศาสตร์ ศิลปากร

-มนุษยศาสตร์ เกษตรศาสตร์

-มนุษยศาสตร์ มศว

พบกันวันที่ 18-21มีนาคมนี้

เวลา 9:00-12:30

เป็นค่ายไป-กลับ

รับน้องๆ ม.3ขึ้น ม.4 จนถึง ม.6 (เด็กซิ่วก็มาได้ค่ะ)

สมัครหรือสอบถามเพิ่มเติมได้เลยที่ Line : Rhythmofarts

0989296199

หมายเหตุ น้องๆที่เข้าร่วมโครงการจะได้รับประกาศณียบัตร 🙂

ขอบคุณแหล่งข้อมูล: อินเตอร์เน็ต

อาชีวะอาสานำทีม Fix It Center เปิด ๒๐๐ ศูนย์ ร่วมคาราวานรัฐบาลโดย ศธ. ช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยภาคใต้

page3.jpg

ดร.สุเทพ ชิตยวงษ์ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา กล่าวว่า สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ได้ระดมจัดเตรียมอาชีวะอาสาทีมศูนย์ซ่อมสร้างเพื่อชุมชน (Fix It Center) ร่วมคาราวาน ไปกับ “รัฐบาลโดยกระทรวงศึกษาช่วยเหลือประชาชน : อาชีวะบริการ ช่วยเหลือผู้ประสบภัยภาคใต้” เพื่อไปช่วยเหลือผู้ประสบภัยหลังน้ำลด โดยกำหนดจัดตั้งศูนย์ซ่อมสร้างเพื่อชุมชน 200 ศูนย์ เริ่มให้บริการ 14-20 มกราคม 2560 โดยมีนักเรียน นักศึกษาและคณะครู ศูนย์ละ 30 คน รวมจำนวน 6,000 คน จากสถานศึกษาต่าง ๆ ทั่วประเทศ ให้บริการ การช่วยเหลือเรื่องของการอพยพขนย้ายสิ่งของเครื่องใช้กลับเข้าบ้านเรือน พื้นที่หลังระดับน้ำลดลง ซ่อมแซมเครื่องใช้ อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ เครื่องยนต์ เครื่องจักรกลการเกษตร ต่าง ๆ โดยจัดให้มีรถบริการเคลื่อนที่ และ การซ่อมแซมฟื้นฟูบ้านเรือน ที่อยู่อาศัย สถานที่ราชการ ที่ได้รับความเสียหาย ในพื้นที่ภาคใต้ที่ประสบอุทกภัย ทั้งนี้สามารถตรวจสอบที่ตั้งศูนย์อาชีวะบริการ ช่วยเหลือผู้ประสบภัยภาคใต้ ได้ที่เว็บไซต์สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา http://www.vec.go.th หรือสอบถามได้ ที่ 08 4974 4464 หรือ 08 6969 5352 หรือสายด่วนอาชีวศึกษา 1156

เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา กล่าวต่อไปว่า คาราวาน “รัฐบาลโดยกระทรวงศึกษาช่วยเหลือประชาชน : อาชีวะบริการ ช่วยเหลือผู้ประสบภัยภาคใต้” สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษาจัดคาราวานขน-ส่งสิ่งของเพื่อไปช่วยเหลือจำนวนทั้งสิ้น 340 คัน เพื่อออกเดินทางไปในพื้นที่ โดยมีอาชีวศึกษาจังหวัดสุรินทร์ ได้นำข้าวสาร 4,000 กิโลกรัม ตามโครงการจิตอาสาทำดีเพื่อพ่อ ได้นำมาร่วมสมทบกับสิ่งของที่เตรียมไว้แล้วเพื่อแจกจ่ายให้กับประชาชน ที่ประสบภัย มูลนิธิเอสซีจี จัดอุปกรณ์และถุงยังชีพ ประกอบด้วย สุขากระดาษ ห่วงยาง เสื้อชูชีพ อย่างละ 500 ชิ้น และข้าวสารจำนวน 660 กิโลกรัม น้ำดื่ม 800 แพ็ค และ(เสื้อยืดจำนวน 200 ตัว เพื่อให้นักศึกษาอาชีวะได้ใช้ระหว่างทำปฏิบัติงานช่วยเหลือประชาชน) และ บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) มอบน้ำดื่ม 200 แพ็ค สนับสนุนคาราวานในครั้งนี้

ทั้งนี้ในส่วนของสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ได้รับรายงานเบื้องต้นว่ามีสถานศึกษา 34 แห่ง 5 ศูนย์ฝึกอาชีพ ได้รับความเสียหายและผลกระทบเบื้องต้น ขณะนี้อยู่ที่ 44,057,200 บาท (สี่สิบสี่ล้านห้าหมื่นเจ็ดพันสองร้อยบาทถ้วน) โดยมีวิทยาลัยที่ได้รับผลทบในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ยะลา ปัตตานี นราธิวาส จำนวน 14 แห่ง 5 ศูนย์ฝึกอาชีพ กลุ่มอันดามัน จำนวน 7 แห่ง และ กลุ่มอ่าวไทย 13 แห่ง

กลุ่มประชาสัมพันธ์ 13 มกราคม 2560

ขอบคุณแหล่งข้อมูล: สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา

รวมภาพกิจกรรม “อาชีวะอาสา” เทศกาลปีใหม่ ๒๕๖๐ ตรวจสภาพรถยนต์/รถจักรยานยนต์…ฟรี

page.jpg

ดร.สุเทพ ชิตยวงษ์ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ตรวจเยี่ยมให้กำลังใจครูและนศ.ศูนย์อาชีวะอาสา ค่ายบางระจันวิทยาลัยเทคนิคสิงห์บุรี ดร.สุเทพ ชิตยวงษ์ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ตรวจเยี่ยมให้กำลังใจ ครู และนักศึกษาอาชีวะที่ออกให้บริการ ณ “ศูนย์อาชีวะอาสาเทศกาลปีใหม่ 2560” หน้าตลาดสดเนื่องจำนงค์ อ.บ้านบึง จ.ชลบุรี ดำเนินการโดย วิทยาลัยเทคนิคชลบุรี ******************************************************************** ดร.บุญส่ง จำปาโพธิ์ รองเลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา เข้าตรวจเยี่ยมศูนย์อาชีวะจิตอาสา เทศกาลปีใหม่ 2560 ให้กำลังใจคณะครูและนักศึกษา ณ ศูนย์อาชีวะอาสาของ วก.ศรีสะเกษ,วท.ศรีสะเกษ,วก.ขุนหาญ และ วท.กันทรลักษ์ “อาชีวะจิตอาสา พักคน พักรถ” ดร.บุญส่ง จำปาโพธิ์ รองเลขาธิการ กอศ.ตรวจเยี่ยมโครงการอาชีวะอาสา เทศกาลปีใหม่ 2560 “ขับรถมีน้ำใจ รักษาวินัยจราจร” ที่สถานศึกษาในพื้นที่ อศจ. อุบลราชธานี จำนวน 7 ศูนย์ ได้แก่ วิทยาลัยสารพัดช่างอุบลราชธานี วิทยาลัยเทคนิคอุบลราชธานี วิทยาลัยการอาชีพวารินชำราบ วิทยาลัยเทคนิคพิบูลมังสาหาร วิทยาลัยเทคนิคเดชอุดม วิทยาลัยการอาชีพเขมราฐ และวิทยาลัยตระการพืชผลเพื่อตรวจเยี่ยมการปฏิบัติงานและให้กำลังใจแก่คณะครู นักเรียน นักศึกษา ในการปฏิบัติหน้าที่จิตอาสาบริการประชาชนในช่วงเทศกาลปีใหม่โดยเป็นโครงการที่สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวะศึกษาร่วมกับกรมการขนส่งทางบกร่วมกันจัดขึ้นเพื่อลดความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุที่เกิดจากผู้ขับรถและตัวรถ และสนับสนุนให้นักเรียนนักศึกษาได้ใช้ เวลาว่างในการเพิ่มพูนทักษะประสบการณ์วิชาชีพ นำความรู้มาใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อตนเองและสังคม ด้วยการให้บริการตรวจสภาพรถยนต์และรถจักรยานยนต์บริการประชาชนด้านแนะนำเส้นทางไปยังแหล่งท่องเที่ยวภายในจังหวัดบริการน้ำดื่มและการรักษาพยาบาลเบื้องต้นตลอดจนให้บริการข้อมูลในการเดินทางและลดอุบัติภัยทางการจราจรในช่วงเทศกาลปีใหม่ 2560 ระหว่างวันที่ 29 ธันวาคม 2559 – 4 มกราคม 2560 *********************************************************** “ศูนย์อาชีวะอาสาเทศกาลปีใหม่ 2560” หน้าห้างบิ๊กซีชลบุรี ต.ห้วยกะปิ จ.ชลบุรี ดำเนินการโดย วช.ชลบุรี หน้าปั๊ม ปตท. (สหกรณ์เกษตรบางละมุง) ต.นาเกลือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี ดำเนิการโดย วท.พัทยา หน้าวิทยาลัยเทคนิคสัตหีบ จ.ชลบุรี ดำเนินการโดย วท.สัตหีบ นายสุนันท์ เทพศรี ที่ปรึกษาพิเศษอาชีวศึกษา และกลุ่มประชาสัมพันธ์ สอศ.ตรวจเยี่ยม พูดคุยและมอบน้ำเครื่องให้กับศูนย์อาชีวะอาสา หน้าตลาดสดเนื่องจำนงค์ อ.บ้านบึง จ.ชลบุรี ดำเนินการโดย วท.ชลบุรี กลุ่มประชาสัมพันธ์ 5 ธันวาคม 2560

ขอบคุณแหล่งข้อมูล: สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา