Tag Archives: สื่อการสอน

รวบรวมข่าว สพป. ในวันที่ ๑๑ กันยายน ๒๕๕๘

รองเลขา กพฐ. ตรวจเยี่ยมโรงเรียนบ้านหนองแฟบ สพป.นครราชสีมา เขต 3

797427.jpg

ดร.สุเทพ ชิตยวงษ์ รองเลขา กพฐ. ตรวจเยี่ยมโรงเรียนบ้านหนองแฟบ สพป.นครราชสีมา เขต 3วันนี้ 10 กันยายน 2558 เวลา 14.00 น ดร.นิเวศน์ อุดมรัตน์ ผอ.สพป.นครราชสีมา เขต 3 พร้อมด้วยผู้บริหาร กรรมการสถานศึกษา ผู้นำชุมชน ผู้ปกครองนักเรียน ให้การต้อนรับ ดร.สุเทพ ชิตยวงษ์ รองเลขา กพฐ. ที่ได้เดินทางมาตรวจเยี่ยมโรงเรียนบ้านหนองแฟบ ตำบลสะแกราช สพป.นครราชสีมา เขต 3 ซึ่งโรงเรียนแห่งนี้เป็นโรงเรียนที่ท่านรองเลขา กพฐ. บรรจุเข้ารับราชการเป็นครูครั้งแรก เป็นที่บ่มเพาะจิตวิญญานความเป็นครู สร้างคน สร้างปัญญา สร้างชุมชน เป็นต้นแบบแห่งการเรียนรู้ให้กับชุมชนบ้านหนองแฟบ ได้ตระหนักและให้ความสำคัญของการศึกษา

ในการนี้ท่านรองเลขา กพฐ. ยังได้ร่วมรับฟังข้อมูลพื้นฐานจาก นายพีรวิชญ์ จิตชู ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านหนองแฟบ และข้อมูลจากผู้นำชุมชน ผู้นำทางศาสนา และยังได้มอบอุปกรณ์กีฬา อุปกรณ์การเรียน พร้อมด้วยทุนการศึกษาให้กับนักเรียนโรงเรียนบ้านหนองแฟบ อีกทั้งยังได้เดินตรวจเยี่ยมชมบริบทของโรงเรียน พบปะพูดคุยกับพี่น้อง เพื่อนร่วมงานเมื่อครั้งแรกมาบรรจุเป็นครู อย่างด้วยความอบอุ่น ก่อนจะเดินทางกลับ

สพป.นครปฐม เขต 1 พัฒนาคุณภาพการศึกษาด้วยเทคโนโลยีสารสนเทศ (DLIT)

797581.jpg

สพป.นครปฐม เขต 1 พัฒนาคุณภาพครูในสังกัด ตามโครงการพัฒนาคุณภาพการศึกษาด้วยเทคโนโลยีสารสนเทศ กลุ่มนิเทศ ติดตาม ประเมินผลการจัดการศึกษา สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครปฐม เขต ๑ จัดประชุมปฏิบัติการเพื่อพัฒนาครูโครงการพัฒนาคุณภาพการศึกษาด้วยเทคโนโลยี สารสนเทศ (DLIT) เพื่อเป็นการต่อยอดโครงการการศึกษาทางไกล โดยนำไปใช้ในโรงเรียนขนาดกลางและขนาดใหญ่ ครอบคลุมโรงเรียนสังกัด สพฐ.ทั่วประเทศ โดยมีผู้เข้ารับการอบรมเป็นครูผู้สอนที่มีความสามารถในการใช้ ICT สามารถถ่ายทอดความรู้และเป็นพี่เลี้ยงให้เพื่อนครูในโรงเรียนได้ รุ่นที่ 1 ระหว่างวันที่ 8 – 9 กันยายน ๒๕๕๘ รุ่นที่ 2 ระหว่างวันที่ 10-11 ซึ่งเป็นครูจากโรงเรียนในสังกัด โรงเรียนละ ๑ คน ในการนี้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครปฐม เขต 1 ขอขอบคุณวิทยากรแกนนำ ทุกท่านที่สละเวลามาให้ความรู้กับผู้เข้าอบรม ณ ห้องประชุม TOT จังหวัดนครปฐม

สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ กำหนด พัฒนาคุณภาพการศึกษาโดยใช้เทคโนโลยีสารสนเทศมีกิจกรรมหลัก คือการพัฒนาคุณภาพการศึกษาด้วยเทคโนโลยีการศึกษาทางไกลโดยแบ่งเป็น 2 กิจกรรมย่อย คือ การพัฒนาคุณภาพการศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียม (DLTV) และ การพัฒนาคุณภาพการศึกษาทางไกลผ่านเทคโนโลยีสารสนเทศ (DLIT) การพัฒนาคุณภาพการศึกษาด้วยเทคโนโลยีทางไกล (Distance Learning) เป็นการจัดการศึกษาที่ใช้เทคโนโลยี ในการจัดการเรียนการสอนในทุกห้องเรียน แก้ปัญหาการขาดแคลนครูในโรงเรียนขนาดเล็ก ครูสามารถจัดการเรียนรู้ในทุกสาระได้อย่างมีประสิทธิภาพ นักเรียนและครูได้เข้าถึง สื่อเทคโนโลยีที่ทันสมัย นักเรียนและครูมีเครือข่ายในการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ และทุกภาคส่วนเข้ามามีส่วนร่วม ในการจัดการศึกษา การนำเทคโนโลยีการศึกษาทางไกล (Distance Learning) มายกระดับคุณภาพการศึกษา เป็น 2 รูปแบบ ได้แก่ การจัดการศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียม (Distance Learning Television ; DLTV) และการจัดการศึกษาทางไกลผ่านเทคโนโลยีสารสนเทศ (Distance Learning via Information Technology ; DLIT) มาดำเนินงานโดยเร่งด่วนเพื่อแก้ปัญหาคุณภาพการศึกษา โดยมีการจัดสภาพการ สนับสนุนการจัดการเรียนการสอน ของครูอย่างครบถ้วน ทั้งกระบวนการออกแบบกิจกรรมการเรียนการสอนที่เน้น กระบวนการสร้างความรู้ จากการลงมือปฏิบัติ เนื้อหา ตลอดจนสื่อและอุปกรณ์ที่จำเป็นในการจัดเรียนการสอน อันจะเป็นการลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา ลดช่องว่างและเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงการศึกษาที่มีคุณภาพให้กับ ประชาชนไทยทุกคน อันเป็นการดำเนินการตามรอยเบื้องพระยุคลบาทและสนองพระราชดำริในการที่จะพัฒนาการศึกษาไทยให้เจริญก้าวหน้า<< http://www.esanpt1.go.th/web2009/modules.php?name=activeshow_mod&file=ar…

รมช.ศธ.พร้อมด้วยเลขาธิการ กพฐ. ลงพื้นที่ จ.หนองคาย เปิดโครงการจัดการศึกษาในเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษชายแดนสู่ประชาคมอาเชียน

797417.JPG

***(๑๐ ก.ย. ๕๘)โดยในช่วงเช้า พลเอกสุรเชษฐ์ ชัยวงศ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมช.ศธ.)ได้เดินทางเป็นประธานในพิธีเปิดโครงการจัดการศึกษาในเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษชายแดนสู่ประชาคมอาเชียน ณ โรงแรมแม่โขงรอยัล จังหวัดหนองคายโดยมี ดร.กมล รอดคล้าย เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน เป็นผู้กล่าวรายงาน จากนั้น พลเอกสุรเชษฐ์ ชัยวงศ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมช.ศธ.) พร้อมด้วย ดร.กมล รอดคล้าย เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (เลขาธิการ กพฐ.) และคณะได้เดินทาง ลงพื้นที่ติดตามการจัดการเรียนการสอนให้เด็กด้อยโอกาสได้รับการศึกษาขั้นพื้นฐานโดยใช้สื่อการศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียม (DLTV) และจัดการเรียนรู้ที่สอดคล้องกับพัฒนาการสมอง (BBL) เพื่อลดความเหลื่อมล้ำทางสังคมและการศึกษาแก่เด็กด้อยโอกาสในถิ่นทุรกันดาร รวมถึงการส่งเสริมการจัดการศึกษาเพื่อการมีงานทำ รองรับการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษชายแดนสู่ประชาคมอาเซียน ณ โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ ๒๗ อ.โพนพิสัย จ.หนองคาย

โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ ๒๗ เปิดสอนตั้งแต่ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑ ถึงมัธยมศึกษาปีที่ ๖ ภายใต้การบริหารงานนายทวีศักดิ์ ตั้งอารีอรุณ ผู้อำนวยการโรงเรียน และการกำกับดูแลจากสำนักบริหารงานการศึกษาพิเศษ (สศศ.) ได้ดำเนินการจัดการเรียนการสอนด้วยสื่อการศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียมซึ่งเป็นระบบการศึกษาด้วยเทคโนโลยีที่มีประสิทธิภาพสูง สร้างองค์ความรู้ให้แก่ผู้เรียนได้อย่างมีคุณภาพ มีความสำเร็จที่เป็นรูปธรรมในด้านจริยธรรมตามพระบรมราโชบายของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ซึ่งนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๖ จำนวน ๑๐๑ คน ได้รับทุนพระราชทานจากมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ฯ โดยเข้าหลักเกณฑ์ คือ มีเกรดเฉลี่ย ๓.๕๐ ขึ้นไป จำนวน ๓ คน

โดย รมช.ศธ. ได้เยี่ยมชมการจัดการศึกษาให้กับนักเรียนมีความเท่าเทียมกัน ส่งเสริมให้นักเรียนศึกษางานอาชีพพร้อมทั้งปฏิบัติจริง เพื่อการเตรียมความพร้อมสู่ประชาคมอาเซียน ตามที่โรงเรียนได้มุ่งมั่นดำเนินงาน ดังนี้ ๑) การจัดการศึกษาเพื่อรองรับ การพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษ มีจัดการศึกษารองรับการท่องเที่ยวในอำเภอโพนพิสัย ด้วยกิจกรรมการฝึกเตรียมมัคคุเทศก์น้อย ซึ่งภาษาที่มัคคุเทศก์น้อยได้ฝึกนั้น ได้แก่ ภาษาไทย ลาว ยาวี (มาเลย์) และเวียดนาม เพื่อส่งเสริมให้นักเรียนได้ประกอบอาชีพ ในอนาคต ๒) การจัดการศึกษาเพื่อการมีงานทำ ได้จัดทำโครงการส่งเสริมอาชีพ ๕ ด้าน คือ ด้านเกษตรกรรม ด้านอุตสาหกรรม ด้านคหกรรม ด้านสร้างสรรค์ ด้านพาณิชยกรรมและบริการ ผ่านกิจกรรมที่สำคัญ เช่น กิจกรรมชุมนุมอาชีพ กิจกรรมส่งเสริมอาชีพอิสระเพื่อการมีรายได้ระหว่างเรียน โครงงานอาชีพ การพัฒนาบุคลากรด้านอาชีพ การเข้าค่ายผู้นำด้านอาชีพ ซึ่งนักเรียนจะได้ศึกษาเรียนรู้ฝึกปฏิบัติจริง และได้รับการพัฒนาทักษะทางด้านอาชีพได้เต็มตามศักยภาพ สามารถนำใช้ในการประกอบอาชีพเลี้ยงตนเองได้ ๓) การจัดความเหลื่อมล้ำทางสังคม เพื่อแก้ปัญหานักเรียนที่ประสบปัญหาต่างๆ มีชีวิตความเป็นอยู่ด้อยกว่าเด็กปกติทั่วไป ขาดโอกาส จึงต้องได้รับความช่วยเหลือเป็นกรณีพิเศษเพื่อให้มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น มีพัฒนาการที่ถูกต้องเหมาะสมกับวัย และสามารถบรรลุถึงศักยภาพขั้นสูงสุดได้ ด้วยการใช้สื่อการสอนทางไกลผ่านดาวเทียม (DLTV) ในการจัดการเรียนการสอน รวมถึงการมอบทุนการศึกษา ซึ่งเป็นทุนการศึกษาแบบต่อเนื่อง และทุนการศึกษาแบบไม่ต่อเนื่องให้กับนักเรียน ได้แก่ ทุนนักเรียนที่มีความประพฤติดี จิตอาสา และผลการเรียนดี ๔) การจัดการเรียนรู้สู่ประชาคมอาเซียน มีการฝึกสอนนักเรียนให้เป็นมัคคุเทศก์น้อย อีกทั้งจัดการฝึกอาชีพด้านการผลิตและการบริการ ได้แก่ การนวดแผนไทย การตัดเย็บเสื้อผ้า การทำเบเกอรี่ (เค้ก) ศิลปะ และภาษา ๕) การจัดการเรียนรู้ที่สอดคล้องกับพัฒนาการสมอง (BBL) เพื่อช่วยเสริมพัฒนาการอ่านออกเขียนได้ของนักเรียนระดับชั้น ป.๑ – ๓ รวมทั้งเป็นฐานการเรียนรู้วิชาหรือทักษะอื่นๆ และ ๖) การจัดการศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียม ได้จัดรูปแบบการเรียนการสอน ๓ รูปแบบ คือ รูปแบบ eDLTV คือการเรียนด้วยระบบ e-Learning ของการศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียม รูปแบบ Application คือ การนำ Application ชื่อ DLTV ซึ่งสร้างขึ้นโดยมูลนิการศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียม และรูปแบบ DLTV คือ เรียนด้วยระบบการศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียม หรือที่เรียกว่า “ครูตู้”ในตอนท้าย รมช.ศธ. ได้แสดงความรู้สึกยินดีและชื่นชมถึงผลการดำเนินงานที่เกิดเป็นผลสัมฤทธิ์เชิงประจักษ์ของโรงเรียนราชประชานุเคราะห์ ๒๗ ที่ดำเนินการอย่างเป็นรูปธรรม มีความหลากหลาย เหมาะสมกับท้องถิ่น สอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลที่มุ่งให้เกิดประโยชน์แก่ผู้เรียนในทุกพื้นที่อย่างเท่าเทียมและทั่วถึง ซึ่งช่วยลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา นำสู่คุณภาพทางการศึกษาในภาพรวม และเป็นรากฐานที่เข้มแข็งของประเทศ ซึ่งล้วนเกิดจากความร่วมมือที่เข้มแข็งของคณะครู ผู้บริหาร และที่สำคัญคือ หน่วยงานต่างๆ ในพื้นที่ ที่ตระหนักถึงความสำคัญของการพัฒนาการศึกษาร่วมกัน ซึ่งสามารถเป็นต้นแบบในการขยายผลการจัดการศึกษาเพื่อลดความเหลื่อมล้ำได้เป็นอย่างดี ทั้งนี้ ได้ขอบคุณ นายอโณทัย ธรรมกุล รองผู้ว่าราชการจังหวัดหนองคาย คณะทำงาน และทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ถึงความทุ่มเท เสียสละ และความรับผิดชอบในหน้าที่อย่างเต็มความสามารถ และขอให้ธำรงไว้ซึ่งความดีเหล่านี้ เพื่อให้เกิดการพัฒนาตามวิสัยทัศน์รัฐบาล คือ มั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน ต่อไป รมช.ศธ.กล่าว

ทิพวรรณ ปชส.ข่าว

ดูภาพทั้งหมด https://www.facebook.com/media/set/?set=a.866258773470381&type=1&l=38f7b…

11 กันยายน 2558

ขอบคุณแหล่งข้อมูล: สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ

สพป.อ่างทอง จัดประกวด แข่งขัน งานมหกรรมส่งเสริมศีลธรรม และการประกวดกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนด้านพระพุทธศาสนาเฉลิมพระเกียรติ ๖๐ พรรษา สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี

782625.JPG

วันที่ 2 สิงหาคม 2558 เวลา 09.00 น. นายเพชรรัตน์ นิ่มพันธุ์ ผอ.สพป.อ่างทอง กล่าวให้โอวาทแก่นักเรียนที่เข้าร่วมกิจกรรมประกวด แข่งขัน “งานมหกรรมส่งเสริมศีลธรรม และการประกวดกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนด้านพระพุทธศาสนาเฉลิมพระเกียรติ 60 พรรษา สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี” โดยพระครูสุทธิกิจจาทร เจ้าคณะอำเภอแสวงหา เป็นประธานพิธีเปิด ณ หอประชุมเฉลิมพระเกียรติสมเด็จย่า 90 จัดขึ้นเพื่อส่งเสริมการเรียนรู้ผู้เรียนในกลุ่มสังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรมในสถานศึกษาขั้นพื้นฐานทุกสังกัด การปลูกฝังค่านิยม 12 ประการ การสร้างความปรองดอง สมานฉันท์ โดยใช้หลักธรรมทางพระพุทธศาสนาหมู่บ้านรักษาศีล 5 โดยจัดกิจกรรม ประกวดสวดมนต์หมู่ฯ ทำนองสรภัญญะ สวดมนต์หมู่บาลีแปลอังกฤษ บรรยายธรรม ตอบปัญหาธรรมะ การกล่าวคำอาราธนาและถวายทานในพุทธศาสนพิธี การแสดงละครชาดก เล่านิทานชาดก แต่งคำประพันธ์กลอนสด วาดภาพ ร้องเพลงลูกทุ่งไทยส่งเสริมศีลธรรม ร้องเพลงลูกทุ่ง และการประกวดสื่อการสอนศีลธรรม (DVD เรื่องสั้น) ระดับประถมและมัธยมศึกษา รวม 11 กิจกรรม …สุภาวรัตน์/สุฑาวรรณ …ภาพ/ข่าว…

02 สิงหาคม 2558

ขอบคุณแหล่งข้อมูล: สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ

รวมข่าวการศึกษาสพป. วันที่ ๓๐ มิถุนายน ๒๕๕๘

โครงการพัฒนาการศึกษาชั้นเรียน ( Lesson Study)และวิธีการแบบเปิด (Open Approach) การคิดขั้นสูงทางคณิตศาสตร์

767815.jpg

วันที่ 29 มิ.ย. 58 ณ โรงเรียนอนุบาลศรีรัตนะ อ.ศรีรัตนะ จ.ศรีสะเกษ นายธีรวุฒิ พุทธการี ผอ.สพป.ศรีสะเกษ เขต 4 เป็นประธานเปิดโครงการพัฒนาการศึกษาชั้นเรียน ( Lesson Study)และวิธีการแบบเปิด (Open Approach) การคิดขั้นสูงทางคณิตศาสตร์ ที่โรงเรียนอนุบาลศรีรัตนะ และมีกิจกรรมเปิดชั้นเรียนสาธิตการสอน ชั้น ป. 1 รูปแบบกิจกรรมแบบกลุ่มเรียนรู้ร่วมกันทั้งชั้น หน่วยการเรียนรู้ที่ 1 กิจกรรมที่ 6 ในเรื่อง หาคู่ให้หนูหน่อย และชั้น ป.4 ใช้รูปแบบกิจกรรมแบบกลุ่มเรียนรู้ร่วมกันทั้งชั้น หน่วยการเรียนรู้ที่ 2 กิจกรรมที่ 4 เรื่องมาสร้างวงกลมกันเถอะ ซึ่งในแต่ละชั้นจะมีครูผู้สอน 1 คน และครูผู้สังเกตุการสอนอีก 1 คน โดยใช้กระดานแม่เหล็กเป็นสื่อการสอน เนื้อหาสาระ ทักษะ กระบวนการและคุณลักษณะอันพึงประสงค์ ที่ต้องการจะเน้นในสถานการณ์ปัญหาปลายเปิดของแต่หน่วยการเรียนรู้ ซึ่งทำให้นักเรียนชั้น ป. 1 สามารถจับคู่สิ่งของที่มีจำนวนเท่ากันได้อย่างถูกต้อง และนักเรียนชั้น ป. 4 สามารถเรียนรู้วิธีการสร้างวงกลมตามขนาดที่กำหนดได้หลากหลายรูปแบบได้ตามเป้าหมายของบทเรียน รวมทั้งให้นักเรียนนำเสนอแนวคิดต่อชั้นเรียนและสรุปบทเรียนตลอดจนมีการสะท้อนผลหลังจากหมดหน่วยการเรียน โดยมีโรงเรียนบ้านโนนแสนคำ หนองศาลา นำโดยนายสมรักษ์ พรมมาสุข ผอ.โรงเรียนบ้านโนนแสนคำ หนองศาลา ซึ่งเป็นโรงเรียนแกนนำมาเป็นวิทยากรพี่เลี้ยง นายสุพรรณ ห่อทรัพย์ ผอ.โรงเรียนอนุบาลศรีรัตนะ เป็นผู้กล่าวรายงาน และมีผู้บริหารสถานศึกษา ข้าราชการครูที่เข้าร่วมโครงการ 17 โรงเรียน รวมทั้งสิ้น 90 คน เข้าร่วมกิจกรรมและสังเกตุการสอนในครั้งนี้

สพม.เขต 23 พัฒนาบุคลากรแกนนำด้านการยกระดับคุณภาพผู้เรียนในการประเมินผลนักเรียนนานาชาติ(PISA)

767549.JPG

* สพม.เขต 23 พัฒนาบุคลากรแกนนำด้านการยกระดับคุณภาพผู้เรียนในการประเมินผลนักเรียนนานาชาติ(PISA) สืบเนื่องจากประเทศไทยได้เข้าร่วมเป็นสมาชิกองค์การเพื่อความร่วมมือและพัฒนาเศรษฐกิจ(OECD) และเข้าร่วมกิจกรรมองค์การคือโครงการประเมินผลนักเรียนนานาชาติ(PISA) ตั้งแต่ ปี ค.ศ.2000 ซึ่งในปี 2558 สพฐ.โดยสำนักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา ได้จัดทำชุดฝึกอบรมการยกระดับคุณภาพผู้เรียนสู่ความพร้อมในการประเมินผลนักเรียนนานาชาติ เพื่อพัฒนาบุคลากรแกนนำด้านการยกระดับคุณภาพผู้เรียนสู่ความพร้อมในรับการประเมินผลนักเรียนนานาชาติ มีศักยภาพ มีความรู้ความเข้าใจในเรื่องการประเมิน(PISA) 2015

สพม.เขต 23 โดยกลุ่มนิเทศติดตามและประเมินผลการจัดการศึกษา จึงได้ดำเนินการจัดอบรมพัฒนาบุคลากรแกนนำด้านการยกระดับคุณภาพผู้เรียน ในวันที่ 28 มิถุนายน 2558 ณ ห้องหนองหารหลวง โรงแรมอิมพิเรียลสกลนคร ผู้เข้าการอบรมประกอบด้วย ผู้อำนวยการโรงเรียน รองผู้อำนวยการโรงเรียน ครูแกนนำด้านการยกระดับคุณภาพผู้เรียนด้านการรู้เรื่องการอ่าน(Reading Litercy) ครูแกนนำด้านการยกระดับคุณภาพผู้เรียนด้านการรู้เรื่องคณิตศาสตร์ (Mathematical Litercy) ครูแกนนำด้านการยกระดับคุณภาพผู้เรียนด้านการรู้เรื่องวิทยาศาสตร์ (Scientific Litercy) ครูแกนนำ(ครูหัวหน้าวิชาการหรือครูวิชาการ)ด้านการแก้ปัญหาแบบร่วมมือ ( Collaborative Problem Soliving) วิทยากรในการอบรมได้รับเกียรติจาก ผศ.ดร.เรวดี กระโหมวงศ์ จากมหาวิทยาลัยทักษิณ จังหวัดสงขลา นางวัชราภรณ์ อินธิปีก ศึกษานิเทศก์ชำนาญการพิเศษ และคณะศึกษานิเทศก์ สพม.เขต 23

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่

https://www.facebook.com/profile.php?id=100000738916366&sk=photos&collec…

จังหวัดสตูล สวนสนามและปฏิญาณตนเป็นพลเมืองที่ดี เสียสละเพื่อประเทศชาติ ในวันคล้ายวันสถาปนาคณะลูกเสือแห่งชาติ ประจำปี 2558

767528.JPG

วันที่ 30 มิถุนายน 2558 นายเดชรัฐ สิมศิริ ผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล เป็นประธานในพิธีปฏิญาณตนและสวนสนามลูกเสือ เนตรนารี เนื่องในวันคล้ายวันสถาปนาคณะลูกเสือแห่งชาติ ประจำปี 2558 ณ บริเวณสนามโรงเรียนสตูลวิทยา อ.เมือง จ.สตูล โดยมีลูกเสือ เนตรนารี โรงเรียนในจังหวัดสตูล และลูกเสืออาสา กกต. เข้าร่วมกิจกรรมกว่า 1000 คน

นายนิสิต ชายภักตร์ ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสตูล กล่าวรายงานวัตถุประสงค์ของการจัดงานว่า “ เพื่อให้ลูกเสือ เนตรนารี และผู้บังคับบัญชาลูกเสือ ได้น้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 ผู้พระราชทานกำเนิดลูกเสือไทย และแสดงความจงรักภักดีแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ประมุขของคณะลูกเสือแห่งชาติ ซึ่งปีนี้ได้จัดเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ในโอกาสฉลองพระชนมายุ 5 รอบ 2 เมษายน 2557 กิจการลูกเสือเป็นการปลูกฝังค่านิยม พื้นฐานสำหรับเด็ก และเยาวชน ในเรื่องความมีระเบียบวินัย ความซื่อสัตย์สุจริต ความอดทน การเสียสละ รู้จักใช้เวลาว่างบำเพ็ญประโยชน์ และสร้างความสัมพันธ์ร่วมกันในหมู่คณะ และเยาวชนลูกเสือทั่วโลก ซึ่งสิ่งเหล่านี้ เป็นการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ไปสู่การพัฒนาประเทศ”

หลังเสร็จสิ้นการเดินสวนสนามฯ ผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล ได้มอบเครื่องหมายวูดแบจด์ 2 ท่อน ให้แก่ผู้บังคับบัญชาลูกเสือที่ผ่านการอบรม จำนวน 37 คน และเกียรติบัตรให้แก่กองลูกเสือ เนตรนารี ที่ชนะการเดินสวนสนาม ดังนี้ รางวัลชนะเลิศ ได้แก่ วิทยาลัยเทคนิคสตูล รองชนะเลิศอันดับ 1 โรงเรียนอนุบาลทักษิณสยาม รองชนะเลิศอันดับ 2 โรงเรียนบ้านห้วยน้ำดำ

สำหรับวันคล้ายวันสถาปนาคณะลูกเสือแห่งชาติ ตรงกับวันที่ 1 กรกฎาคม ของทุกปี ซึ่งในปีนี้จัดในวันที่ 30 มิถุนายน 2558

30 มิถุนายน 2558

ขอบคุณแหล่งข้อมูล: สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ

สพป.สร.๑ พัฒนาสื่อการอ่านรู้เรื่องและสื่อสารได้

742192.JPG

วันที่ 2—3 พฤษภาคม 2558 ณ โรงแรมเพชรเกษมแกรนด์ จ. สุรินทร์ สพป.สุรินทร์ เขต 1 โดยกลุ่มนิเทศติดตามและประเมินผล จัดประชุมปฏิบัติการพัฒนาสื่อการอ่านรู้เรื่องและสื่อสารได้ ปีการศึกษา 2558 ตามแผนปฏิบัติการพัฒนาคุณภาพการเรียนการสอนภาษาไทย

นายสุทัศน์ เดชมา รอง ผอ.สพป.สุรินทร์ เขต 1 เป็นประธานการประชุมและบรรยายพิเศษ นางพัฒนา คำผุย ศึกษานิเทศก์ กล่าวรายงาน วัตถุประสงค์การจัดประชุมปฏิบัติการครั้งนี้ เพื่อให้เข้าใจทิศทางการพัฒนาคุณภาพการเรียนการสอนภาษาไทย ได้แนวคิด/ความรู้การจัดการเรียนการสอนอ่านรู้เรื่องและสื่อสารได้ สามารถสร้างสื่อการสอนอ่านรู้เรื่องและสื่อสารได้ เลือกสื่อการสอนอ่านรู้เรื่องและสื่อสารได้ สร้างคำถามตามแนวการประเมิน (PISA) และสามารถทำแผนการจัดกิจกรรมการสอนอ่านรู้เรื่องและสื่อสารได้ ผู้เข้าร่วมประชุมปฏิบัติการเป็นครูแกนนำในแต่ละเครือข่าย วิทยากรให้ความรู้ เป็นทีมศึกษานิเทศก์ สพป. สุรินทร์ เขต 1 นำโดย นายชูชัย ประดับสุข ผอ.กลุ่มนิเทศติดตามฯ

////// ประเสริฐ ปัตถวัลย์ และทีม ปชส. สพป.สร.1 รายงาน

05 พฤษภาคม 2558

ขอบคุณแหล่งข้อมูล: สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ

ข้อชวนคิด..สอนภาษาอังกฤษแบบ “ครูปราง”

737274.JPG

.ภาษาอังกฤษดูจะเป็นไม้เบื่อไม้เมากับคนไทยมาช้านานแล้ว เจอฝรั่งครั้งใดเรามักจะไปไม่ถูกเสียเฉย ๆ ทำได้อยู่อย่างเดียวจนถนัดคือยิ้ม ฝรั่งเลยขนานนามถิ่นไทยงามบ้านเราว่า “สยามเมืองยิ้ม”

มีคำถามในใจอยู่เสมอว่าเพราะเหตุใดคนไทยจึงพูดอังกฤษไม่ได้ และจะมีคำตอบผุดตามมาในใจมากมายเช่นกันว่า…

ก็เราไม่เคยเป็นเมืองขึ้นของชาติใดนี่…

เราถูกสอนด้วยวิธีผิด ๆ มานานแล้ว…

เราขาดครูที่รู้ภาษาอังกฤษจริง ๆ …

เราสอนเน้นไวยากรณ์จนเด็กไม่กล้ากระดกลิ้นกลัวออกเสียงผิดและกลัวเพื่อนล้อ…

และเหตุผลอื่นอีกมากมายหลายข้ออ้างแล้วแต่บริบทจะเอื้อ…

มาถึงจุดนี้เรามัวแต่หาข้ออ้างคงไม่ได้แล้ว เราต้องกล้าค้นหาและสร้างสรรค์วิธีการใหม่ ๆ ที่ต่างจากเดิม การเรียนรู้แบบเปิดกะโหลกและเทความรู้ใส่จะต้องหายไปจากห้องเรียน กระบวนการเรียนรู้ที่สร้างเจตคติที่ดีและมีความหมายต่อชีวิตจะต้องเข้ามาแทนที่

วันนี้เลยหยิบข้อชวนคิดการสอนภาษาอังกฤษแบบ “ครูปราง” มาฝาก

“ครูปราง “ หรือครูศุภวัลย์ ชูมี ครูโรงเรียนบ้านกาแบง ดีกรีปริญญาการศึกษาบัณฑิต (กศ.บ.) เอกภาษาอังกฤษ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ปริญญาศิลปศาสตร์บัณฑิต (ศศ.บ.) เอกสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา มหาวิทยาลัยรามคำแหง และปัจจุบัน กำลังศึกษาปริญญาศึกษาศาสตร์มหาบัณฑิต แขนงวิชาหลักสูตรและการสอน มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช เสนอมุมมองในการสอนภาษาอังกฤษว่า “การสอนภาษาอังกฤษให้ได้ผลเชิงรูปธรรมนั้น ครูต้องเป็นทั้ง “เบ้าหลอม” และ “สื่อการสอน” บุคลิกภาพของครูเป็นสิ่งสำคัญที่ช่วยลดช่องว่างระหว่างครูกับศิษย์ สร้างแรงจูงใจใฝ่สัมฤทธิ์ และลดความกังวลในการเรียนรู้ได้ เบ้าหลอมคือ ครูเองจะต้องเป็นผู้เห็นความสำคัญของภาษาอังกฤษ ใช้ภาษาอังกฤษตามสถานการณ์ได้เหมาะสม เช่น ในโรงเรียนครูควรใช้ภาษาอังกฤษสื่อสารในชีวิตประจำวันให้เด็กเกิดความคุ้นเคย ในขณะที่การเป็นสื่อของครูนั้น หมายถึง ครูสามารถถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านภาษาได้ ทั้งตัวภาษาและบริบทแวดล้อม เช่น ท่าทาง สำเนียง น้ำเสียง อารมณ์ สิ่งเหล่านี้ควรจะปรากฏผ่านบุคลิกภาพของครูภาษาอังกฤษ”

.และมีมุมมองเพิ่มเติมอีกว่า “ครูภาษาอังกฤษจะต้องตระหนักเสมอว่า การสอนภาษาอังกฤษ มิใช่เพียงแค่การจัดกระบวนการเรียนรู้ตามสาระวิชา หากแต่ภาษาอังกฤษ มีนัยยะในแง่ของ ความเป็นภาษา ที่ครูต้องสร้างบรรยากาศให้เด็กรู้สึกว่าเขาได้ใช้ภาษาอย่างเป็นธรรมชาติ ได้เรียนรู้วัฒนธรรมของเจ้าของภาษาผ่านการบอกเล่าของครู ผ่านสื่อที่หลากหลาย”

.เมื่อถามถึงความยากง่ายของการสอนภาษาอังกฤษระหว่างในเมืองกับชนบท ครูปรางมีความเห็นว่า “การสอนวิชาภาษาอังกฤษต้องอาศัยต้นทุนที่เป็นปัจจัยภายนอก เช่น โลกทัศน์และการสนับสนุนของผู้ปกครอง บริบทแวดล้อมที่ผู้เรียนอาศัยอยู่ ทำให้การสอนเด็กในเมืองกับเด็กชนบทแตกต่างกัน หากกล่าวถึงความยากง่ายนั้น สอนเด็กในเมือง ง่ายในแง่ของการให้ข้อมูลและเด็กพร้อมรับ แต่ก็ยากเรื่องความคาดหวังจากผู้ปกครองที่ต้องการให้ลูกเป็นที่หนึ่ง ในขณะที่การสอนเด็กชนบทนั้น เป็นความง่ายที่ยาก เพราะครูต้องสร้างทำขึ้นจากความไม่มี จากความไม่พร้อม เป็นความท้าทายอย่างหนึ่งที่ครูในชนบทต้องคิดแก้ปัญหาอยู่เสมอ เด็กชนบท ครูเริ่มจากศูนย์ เริ่มจากความไม่มี ดังนั้นการสอนจึงไม่สามารถคาดหวังภาพความสำเร็จแบบคะแนนสูง ก้าวไกลระดับชาติ หรือคาดหวังเด็กใช้ภาษาได้คล่องแคล่วเทียบเท่ากับเจ้าของภาษา แต่สำหรับโรงเรียนชนบท โดยเฉพาะที่โรงเรียนบ้านกาแบงนั้น การสอนให้เด็กมีทักษะตามศักยภาพ ตามระดับชั้นของตนเองนั้น ถือว่าเพียงพอ เช่น เด็กอ่านออกเขียนได้ รู้จักคำศัพท์พื้นฐาน สื่อสารเบื้องต้นได้ เหล่านี้ถือเป็นเป้าหมายสำคัญที่ข้าพเจ้ามุ่งหมายให้เกิดขึ้นแก่ผู้เรียน แต่การสอนในโรงเรียนชนบทนั้น สิ่งสำคัญกว่าผลสัมฤทธิ์ใดๆ คือการจัดกระบวนการเรียนรู้ที่ทำให้ผู้เรียนมีทั้งทักษะภาษา สติปัญญา และสมบูรณ์ด้วยทักษะชีวิต”

.เมื่อได้ฟังมุมมองที่ชวนคิดในการสอนภาษาอังกฤษของ “ครูปราง” แล้ว ทำให้เราใจชื้นขึ้นมานิดหนึ่งอย่างน้อยก็มีครูที่คิดจะเปลี่ยนแปลงการสอนโดยเริ่มที่ตัวเองไม่รีรอให้ฟ้าดินมาสั่งการ และท้ายสุดนี้ขอแสดงความยินดีกับ “ครูปราง” ที่ได้รับทุนจากสถาบันภาษาอังกฤษให้ไปฝึกอบรมด้านหลักสูตรและการจัดการเรียนการสอนภาษาอังกฤษที่ประเทศแคนาดา เป็นเวลา 1 เดือน

“ครูปราง” ให้สัญญาก่อนไปอบรมครั้งนี้ว่า “โดยส่วนตัวคือการพัฒนาตนเองในด้านการใช้ภาษา แต่ในระดับเขตพื้นที่การศึกษานั้น ข้าพเจ้าจะแบ่งปันองค์ความรู้ที่ได้รับอย่างเป็นรูปธรรม และข้าพเจ้าต้องการสร้างแรงกระตุ้นให้ครูภาษาอังกฤษเกิดความศรัทธาในวิชาชีพของตน สร้างเป้าหมายที่ต้องการให้ปรากฏแก่ผู้เรียน เกิดความกระตือรือร้นและขวนขวายเพื่อพัฒนาการจัดการเรียนการสอนให้มีคุณภาพยิ่งขึ้น …โดย อาดุล สานิง ศึกษานิเทศก์ ขำนาญการพิเศษ สพป.สตูล

17 เมษายน 2558

ขอบคุณแหล่งข้อมูล: สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ

สพป.ปข. ๒ อบรมเชิงปฏิบัติการขยายผลการใช้โปรแกรมการจัดการเรียนการสอนเพื่อสร้างแรงบันดาลใจทางวิทยาศาสตร์

618745.JPG

เมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม 2557 เวลา 09.15 น .นายสุรินทร์ บัวงาม รอง ผอ.สพป.ปข. 2 เป็นประธานเปิดการอบรมเชิงปฏิบัติการขยายผลการใช้โปรแกรมการจัดการเรียนการสอนเพื่อสร้างแรงบันดาลใจ เพื่อพัฒนาศักยภาพครูผู้สอนวิทยาศาสตร์ระดับชั้นมัธยมศึกษา ให้มีความรู้ความสามารถใช้โปรแกรมการจัดการเรียนการสอนเพื่อสร้างแรงบันดาลใจได้ พัฒนาสื่อการเรียนการสอนกลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ให้มีประสิทธิภาพ และผู้เข้ารับการฝึกอบรมมีความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับสื่อการจัดการเรียนการสอนเพื่อสร้างแรงบันดาลใจ ฝึกการใช้สื่อการสอนด้วยกลวิธีการสอนแบบสืบเสาะ และให้มีการศึกษา วิจัย การพัฒนาโปรแกรมการจัดการเรียนการสอนเพื่อสร้างแรงบันดาลใจทางวิทยาศาสตร์ ในการอบรมเชิงปฏิบัติการการขยายผลการพัฒนาโปรแกรมการจัดการเรียนการสอนเพื่อสร้างแรงบันดาลใจทางวิทยาศาสตร์ เป็นการจัดการอบรมให้กับคุณครูผู้สอน ระดับชั้น ม.1 ม.3 (Inspiring Science)ในระหว่างวันที่ 24 – 25 กรกฎาคม 2557 ประกอบด้วยกิจกรรมดังนี้ เช่น การฝึกปฏิบัติกิจกรรมในลักษณะการเรียนรู้ ร่วมกัน การออกแบบ การทดลอง โดยมีคุณครูผู้สอนวิทยาศาสตร์ระดับชั้นมัธยมศึกษา ปีที่ 1 – 3 จากโรงเรียนขยายโอกาส เข้าร่วมอบรม ณ ห้องประชุมพระยานคร ชั้น 2 สพป.ปข. 2

25 กรกฎาคม 2557

ขอบคุณแหล่งข้อมูล: สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ

รวมข่าวการศึกษาสพป. วันที่ ๓๐ พฤษภาคม ๒๕๕๗

สพป.เชียงใหม่เขต ๒ รุกพัฒนาครูภาษาอังกฤษจับมือ บริติสเคาซิล เพื่อขับเคลื่อนการพัฒนาครูสอนภาษาอังกฤษ

588429.JPG

เมื่อวันที่ ๓๐ พฤษภาคม ๒๕๕๗ ณ สวนบัว รีสอร์ท โดยมี ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา เชียงใหม่เขต ๒ เป็นประธานเปิดการประชุม “The communication language teaching Approach and Integrating in classroom Training Workshop for English Teacher” โดยได้กล่าวบางตอนเกี่ยวกับความสำคัญของการใช้ภาษาอังกฤษไว้ว่า ในปัจจุบันครูคนไทยไม่ค่อยใช้ภาษาอังกฤษมากนักส่วนใหญ่จะใช้ในห้องเรียนเป็นส่วนใหญ่ และมีความเห็นว่าครูผู เข้าร่วมประชุมว่าครูคนไทยควรใช้ภาษาอังกฤษอย่างสม่ำเสมอโดยไม่ต้องอายในการพูดภาษาอังกฤษแม้กระทั้งการพูดนอกห้องเรียนหรือนอกเวลาสอนก็ควรใช้สิ่งเหล่านี้จะทำให้ครูไทยมีประสิทธิภาพในการใช้ภาษาอังกฤษมากขึ้น ทางด้านนางสาววนิจษ์ตา โชติวิดิษฐ์กุล หัวหน้าโครงการได้คาดหวังว่าประการแรกคือ ครูสามารถใช้ภาษาอังกฤษใช้ในการสื่อสารประการถัดมาคือ ครูมีค ามเข้าใจในการสอนแบบ CLT(Communicative Language Teaching) ไปใช้ในชั้นเรียนได้และประการสุดท้ายคือครูมีทัศนคติที่ดีต่อการใช้ภาษาอังกฤษในการสื่อสารส่วน นางจีรนันท์ ยาวิสิทธิ์ เป็นผู้รับผิดชอบในการจัดกิจกรรม มีครูเข้ารับการอบรมที่เป็นครูผู้สอนภาษาอังกฤษ จำนวน 100 คน นางมาลี จันทร์สีทอง หนึ่งในผู้เข้ารับการอบรม ได้กล่าวถึงความรู้สึกในการอบรมว่า เป็นโครงการที่ดี ตนเองเชื่อ ว่าจะนำความรู้ไปใช้ในการจัดกิจกรรมให้กับนักเรียนได้ดีต่อไป ในขณะที่นางปิยะวดี ยะแก้ว วิทยากรผู้ช่วย หนึ่งในทีมงาน ได้กล่าวถึงความหมายของ เนื้อหาของการอบรม CLT(Communicative Language Teaching) ว่า มีองค์ประกอบ กล่าวคือ ผู้เรียนต้องกับสื่อสารกับผู้อื้นได้ดี( Learners communicate with each other). ทำใบงานหรือใบกิจกรรม (Completion of take).ใบงานเกี่ยวกับการพูดภาษาอังกฤษของเด็กนักเรียน (Lots of speaking takes.)ให้เด็กทำงานเ ็นกลุ่มหรือทำงานเป็นคู่ในการทำกิจกรรม( Pair, group and mingling activities .)ให้ความสำคัญต่อการสนทนามากกว่าการใช้แกรมมา(Less focus on from/grammar initially.)กติกาการเล่นต้องสาธิตการใช้ให้ชัดเจน(Teacher’s role is to facilitate and monitor.)ให้ความสำคัญกับประสิทธิภาพในการบริหารห้องเรียนและระบบการบริหารอย่างเป็นระบบ( Focus on effective classroom management and classroom management systems.)ต้องมีข้อมูลสะท้อนกลับ(Feedback on task and language. )ให้เด็กเป็นผู้ให้ความสำคัญของการสื่อสาร( Use of more learner-centered, published materials with a focus on communication).ให้ความสำคัญต่ออุปกรณ์การเรียนการสอน Authentic contexts ,materials and takes. ข่าว /ภาพ โดย : คมกริช หาญกล้า

นักศึกษาเครือข่ายประชาสัมพันธ์ สพป.เชียงใหม่เขต ๒

กรศิริ กรองสุดยอด : อนุมัติข่าว

แผนการจัดการศึกษาโดยครอบครัว “แก้วมีจีน” สพป.นศ.๔

588581.jpg

นายเจริญ สังสีเพชร รองผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครศรีธรรมราชเขต ๔ พร้อมด้วยคณะกรรมการ ร่วมพิจารณาแผนการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานโดยครอบครัว “แก้วมีจีน” ครั้งที่ ๑/๒๕๕๗ เมื่อวันที่ ๒๙ พฤษภาคม ๒๕๕๗ ณ ห้องประชุมชั้น ๓ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครศรีธรรมราช เขต ๔…

ตามกฎกระทรวงว่าด้วยสิทธิในการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานโดยครอบครัว พ.ศ.๒๕๕๗ ข้อ ๗ แผนการจัดการศึกษาที่ครอบครัวและสำนักงานร่วมกันกำหนดตามความมุ่งหมาย หลักการ และแนวทางการจัดการศึกษาตามกฎหมายว่าด้วยการศึกษาแห่งชาติ และจากคู่มือการดำเนินการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานโดยครอบครัว ครอบครัวจะต้องทำความตกลงในเรื่องสัดส่วนการให้ผลคะแนน หรือเกณฑ์การตัดสินผ ล และร่วมกันกำหนดค่าน้ำหนัก หน่วยกิต ในแต่ละกลุ่มสาระการเรียนรู้/กลุ่มประสบการณ์ และการจัดเก็บหลักฐานร่องรอยการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ของผู้เรียน เช่น บันทึกกิจกรรม ผลงานชิ้นงาน แฟ้มสะสมผลงานของผู้เรียนที่แสดงพัฒนาการความก้าวหน้าในการเรียนรู้ที่สามารถใช้ประเมินความสามารถของผู้เรียนได้ พร้อมทั้งกำหนดเวลาที่ครอบครัวรับการประเมิน

นางนันทินี แก้วมีจีน ผู้จัดการศึกษาขั้นพื้นฐานโดยครอบครัว “แก้วมีจีน” ได้เสนอแผนการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐาน ประจำปีการศึกษา ๒๕๕๗ ของผู้เรียนจำนวน ๒ รายได้แก่ เด็กชายนุติรุจ แก้วมีจีน ระดับชั้นอนุบาล ๓ และเด็กหญิงขวัญชฎา แก้วมีจีน ระดับชั้นอนุบาล ๒ โดยมีแนวคิด ปรัชญาและความเชื่อว่า “การศึกษาขั้นพื้นฐานที่มีคุณภาพและความสามารถทางภาษา ช่วยให้มนุษย์ ามารถที่จะเรียนรู้ได้ตลอดชีวิต” ครอบครัวแก้วมีจีนได้จัดการเรียนรู้โดยให้ลูกเป็นศูนย์กลางผ่านกิจกรรม โครงงานต่าง ๆ ที่สอดคล้องกับสาระการเรียนรู้ของปฐมวัย ทำให้ลูก ๆ ได้รับความรู้ความเข้าใจในเรื่องธรรมชาติรอบตัวและสิ่งแวดล้อมรอบตัว ซึ่งครอบครัวมีความพร้อมในเรื่องสถานที่ สื่อการสอน งบประมาณที่จะเอื้ออำนวยต่อการเรียนรู้ จึงได้จัดการศึกษาเพื่ ต่อยอดการเรียนรู้และพัฒนาทักษะชีวิตที่เหมาะกับช่วงปฐมวัย พาไปทัศนศึกษาแหล่งเรียนรู้เกี่ยวกับศาสนาและวัฒนธรรมท้องถิ่น นอกจากนี้ยังได้รับการสนับสนุนจากสังคมรอบข้างทำให้เกิดการเรียนรู้ที่กว้างขวางยิ่งขึ้น

จากมติที่ประชุมคณะกรรมการพิจารณาแผนการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานโดยครอบครัว เห็นชอบให้ผู้จัดการศึกษาโดยครอบครัว นางนันทินี แก้วมีจีน ดำเนินการจัดการศึกษาให้กับผู้เรียน จำนวน ๒ ราย ได้ตามแนวทางหลักสูตรปฐมวัย พ.ศ. ๒๕๔๖ นำไปปรับใช้ให้เหมาะสมกับรูปแบบการจัดการศึกษาของครอบครัวและโครงงานต่าง ๆ …ร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ข้อมูลข่าวสาร ความเคลื่อนไหว กิจกรร มโครงการต่าง ๆ ของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครศรีธรรมราช เขต ๔ และสถานศึกษาในสังกัดโดยระบบ social network ได้ที่ https://www.facebook.com/pages/Prnst4/734473003251332?ref=hl …ภาพ/ข่าวโดย : นางเรวดี พงเสนา นักประชาสัมพันธ์

30 พฤษภาคม 2557

ขอบคุณแหล่งข้อมูล: สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ