Tag Archives: สตูล

ข่าวสารสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาพื้นฐาน วันที่ ๕ พฤศจิกายน ๒๕๖๐

พิษณุโลก เขต 2 เปิดอาคารเรียนเฉลิมพระเกียรติ ร.10 โรงเรียนบ้านบึงพร้าว

1010447.jpg

ดร.สุพล จันต๊ะคาด รักษาราชการแทน ผอ.สพป.พิษณุโลก เขต 2 ประธานเปิดอาคารเรียนเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร และอาคารห้องสมุด ICT โดย นางประสิทธิพร เอี่ยมสะอาด ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านบึงพร้าว กล่าวรายงาน โรงเรียนบ้านบึงพร้าว ได้รับงบประมาณในการก่อสร้างอาคารเรียน แบบ105/29 และอาคารห้องสมุด ICT ตามนโยบาย สพฐ. ในการควบรวมโรงเรียนขนาดเล็ก (โรงเรียนวัดไชยนาม) กับโรงเรียนประชารัฐ (ดีใกล้บ้าน) (โรงรียนบ้านบึงพร้าว) ในภาคเรียนที่ 2/2559 เพื่อพัฒนาให้มีความพร้อมทางด้านกายภาพ มีสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเรียนรู้ น่าอยู่ น่าเรียน มีความพร้อมทางด้านสื่อ เทคโนโลยี ครุภัณฑ์ วัสดุ อุปกรณ์ ส่งผลต่อการจัดการศึกษา โดยมีผู้บริหารสถานศึกษา ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา กรรมการสถานศึกษา ผู้นำชุมชน ผู้ปกครองนักเรียน ร่วมพิธี วันที่ 6 พฤศจิกายน 2560 ณ โรงเรียนบ้านบึงพร้าว อ.วังทอง จ.พิษณุโลก

เลขาฯ กพฐ.เยี่ยมชมตลาดนัดนี้เพื่อน้อง และเยี่ยมให้กำลังใจโรงเรียนประสบอุทักภัย ในสังกัด สพป.พิจิตร เขต 1

1010458.jpg

***เมื่อเวลา 07.00 น. วันที่ 4 พฤศจิกายน 2560 นายสกลภัทร เขียวฉ่ำ ผอ.สพป.พิจิตร เขต 1 พร้อมด้วยบุคลากรในสังกัด ให้การต้อนรับ ดร. บุญรักษ์ ยอดเพชร เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน(เลขาธิการ กพฐ.) พร้อมคณะ ที่มาเยี่ยมชม ให้กำลังใจ ครู นักเรียน ผู้ปกครอง ที่นำสินค้าพื้นเมืองมาจำหน่ายในตลาดนัดนี้เพื่อน้อง ตามโครงการส่งเสริมการมีรายได้ระหว่างเรียน และได้ร่วมตักบาตรที่ถนนสายวัฒนธรรม กำแพงแห่งความภักดี กับนายวีระศักดิ์ วิจิตร์แสงศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดพิจิตร และชาวจังหวัดพิจิตร หลังจากนั้นได้ออกตรวจเยี่ยมโรงเรียนวัดจระเข้ผอม และโรงเรียนวัดใหม่ราษฏร์บำรุง ในสังกัด สพป.พิจิตร เขต 1 ที่ประสบอุทกภัย โดยมีผู้บริหารโรงเรียนชี้แจงความเสียหายของอุปกรณ์การศึกษา อาคาร และสถานที่ เพื่อเป็นข้อมูลในการให้ความช่วยเหลือและสนับสนุนซ่อมแซมอย่างเร่งด่วนแก่โรงเรียนที่ประสบอุทกภัยต่อไป…อัษฎาวุธ/ภาพ ธาริณี/ข่าว

สพป.สตูล รับการประเมินเขตพื้นที่สุจริต ปี 2560

1010404.jpeg

..วันที่ 6 พฤศจิกายน 2560 นายณรงค์ ศรีละมุล ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสตูล ให้การต้อนรับ นางสาวธัญนันท์ แก้วเกิด ผอ.กลุ่มโครงการพิเศษ สำนักพัฒนานวัตกรรมการจัดการศึกษา น.ส.ชิตยาภรณ์ หงษ์ทอง นักวิชาการศึกษา สำนักพัฒนานวัตกรรมการจัดการศึกษา และน.ส.ภิรมย์ อ่อนเกตุผล ผู้แทน ปปช.ประจำจังหวัดสตูล ซึ่งเป็นคณะกรรมการในการประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสในการดำเนินงานหน่วยงานภาครัฐ(Integrity and Transparency Assessment:ITA) ประจำปีงบประมาณ 2560 ณ ห้องประชุมกัลปพฤกษ์ ชั้น 3 สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสตูล

.โดยคณะกรรมการได้ใช้การประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสฯ 2 วิธี วิธีแรก สำรวจความคิดเห็นผู้มีส่วนได้ส่วนเสียภายในโดยการตอบแบบประเมิน Online ( Internal Integrity and Transparency Assessment : IIT Online) จากบุคลากรทุกคนในเขตพื้นที่ จำนวน 70 คน และจากตัวแทนโรงเรียนในสังกัด จำนวน 8 โรง จำนวน 50 คน (External Integrity and Transparency Assessment: EIT Online) และวิธีที่ 2 ประเมินจากหลักฐานเชิงประจักษ์ (Evidence-Based Integrity andTransparency Assessment: EBIT) ซึ่งมีทั้งหมด 11 ประเด็นคำถาม( EB 1 – EB 11) โดยสอบถามเจ้าหน้าที่และตรวจหลักฐานผลการดำเนินงานด้านคุณธรรมและความโปร่งใสที่ สพป.สตูล ได้ดำเนินการในช่วงปี 2560 ซึ่งบรรยากาศเป็นไปอย่างกัลยามิตร

5 พฤศจิกายน 2560

ขอบคุณแหล่งข้อมูล: สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ

Advertisements

สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเปิดการประชุมวิชาการระดับชาติ องค์การเกษตรกรในอนาคตแห่งประเทศไทย ในพระราชูปถัมภ์ฯ (อกท.) ครั้งที่ ๓๘

DSC_1989.JPG

เช้าวันนี้ (3 กุมภาพันธ์ 2560) เวลา 09.04 น. สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเปิดการประชุมวิชาการระดับชาติ ของสมาชิกองค์การเกษตรกรในอนาคต แห่งประเทศไทยในพระราชูปถัมภ์ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ครั้งที่ 38 ซึ่งสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ จัดขึ้นระหว่างวันที่ 2 – 5 กุมภาพันธ์ 2559 ณ วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีอุทัยธานี ตำบลหนองแก อำเภอเมืองอุทัยธานี จังหวัดอุทัยธานี เมื่อรถยนต์พระที่นั่งถึงวิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีอุทัยธานี ตำบลหนองแก อำเภอเมืองอุทัยธานี จังหวัดอุทัยธานี (วงดุริยางค์บรรเลงเพลงมหาชัย) นายประภัสสร์ มาลากาญจน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดอุทัยธานี พลเอก สุรเชษฐ์ ชัยวงศ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลจังหวัดอุทัยธานี ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 31 ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 6 (นายสุเทพ ชิตยวงษ์) เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (นายอริยะ สุวรรณปากแพรก) ประธานอำนวยการ อกท. ระดับชาติ (นายประเวศ วรางกูร) ผู้อำนวยการวิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีอุทัยธานี ประธานคณะกรรมการดำเนินงาน ฯ และครูที่ปรึกษา อกท.ระดับชาติ เฝ้าฯ รับเสด็จ จากนั้น นายกเหล่ากาชาดจังหวัดอุทัยธานี และผู้แทนสมาชิก อกท. ทูลเกล้า ฯ ถวายพวงมาลัย สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินเข้าในหอประชุม (ดนตรีบรรเลงเพลงมหาชัย) ประทับพระราชอาสน์ (นายวณิชย์ อ่วมศรี) รองเลขาธิการคณะกรรมการ การอาชีวศึกษา เข้าเฝ้าฯ ทูลเกล้าฯ ถวายสูจิบัตรการประชุมวิชาการ และหนังสือที่ระลึก รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการกราบบังคมทูลถวายรายงานการจัดประชุมวิชาการฯ โอกาสนี้ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม ให้สมาชิกองค์การเกษตรเกษตรในอนาคตแห่งประเทศไทย ในพระราชูปถัมภ์ฯ ผู้บริหาร และผู้ทำคุณประโยชน์แก่องค์การเกษตรกรในอนาคตแห่งประเทศไทยเข้ารับพระราชทานเกียรติบัตร (25 ราย) ผู้มีจิตศรัทธาบริจาคเงินสมทบมูลนิธิ อกท.เข้ารับพระราชทานของที่ระลึก (จำนวน 130 ราย) ประธานกรรมการดำเนินการจัดการประชุมวิชาการฯ เข้าเฝ้าฯ ทูลเกล้าฯ ถวายเงิน และรับพระราชทานของที่ระลึก สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงมีพระราชดำรัสเปิดการประชุมวิชาการระดับชาติ องค์การเกษตรกรในอนาคตแห่งประเทศไทย ในพระราชูปถัมภ์ ครั้งที่ 38 ดังนี้ “ข้าพเจ้ายินดีที่ได้มาเป็นประธานเปิดการประชุมวิชาการระดับชาติองค์การเกษตรกรในอนาคตแห่งประเทศไทยที่จัดขึ้นเป็นครั้งที่ 38 ในวันนี้ การประชุมวิชาการลักษณะนี้ นับว่าเป็นประโยชน์อย่างมากในทางส่งเสริมและพัฒนาการศึกษาวิชาที่ว่าด้วยการเกษตร ในสถานศึกษาด้านเกษตรกรรมของประเทศ เกษตรกรรมเป็นกิจกรรมเพื่อการดำรงชีวิตของมนุษย์ที่มีมาแต่ครั้งโบราณ และมีพัฒนาการเรื่องมาเป็นลำดับ ตามยุคสมัยที่เปลี่ยนแปลงไป ในปัจจุบันเทคโนโลยีการเกษตรเจริญก้าวหน้าเป็นอย่างยิ่ง แต่กระนั้น การเกษตรยังคงต้องพึ่งพาทรัพยากรสำคัญ ได้แก่ ดิน และน้ำ เช่นที่เคยเป็นมา นักศึกษาทั้งหลายที่จะเป็นเกษตรกรแห่งอนาคต จึงควรจะต้องศึกษาและทำความเข้าใจธรรมชาติของทรัพยากร 2 สิ่งนี้ ให้มีความรู้ท่องแท้ และศึกษาค้นคว้า ทดลองหาวิธีทำการเกษตร ที่เหมาะสม อย่างที่สมัยนี้เรียกกันว่าเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม คือไม่ทำความเสียหายแก่ทรัพยากร หรือเมื่อทรัพยากรเสื่อมโทรมลง ก็ต้องเรียนรู้วิธีอนุรักษ์ เพื่อให้เกิดความยั่งยืน สามารถใช้ประโยชน์สืบต่อไปได้อีกหลายชั่วอายุคน ข้าพเจ้าขอเปิดการประชุมวิชาการระดับชาติ องค์การเกษตรกรในอนาคตแห่งประเทศไทย ครั้งที่ 38 ณ บัดนี้ ขอให้การประชุมบรรลุวัตถุประสงค์จงทุกประการ ทั้งขอให้ท่านทั้งหลายที่มาร่วมในการประชุมนี้ มีแต่ความสุข ความสำเร็จ โดยทั่วกัน” จากนั้น เสด็จออกจากหอประชุม ไปยังศาลาชัยพฤกษ์ ทอดพระเนตรนิทรรศการเทิดพระเกียรติองค์อุปถัมภ์องค์การฯ ของดีเมืองอุทัย และพระราชดำเนินไปยังอาคารราชพฤกษ์ ทอดพระเนตร นิทรรศการ “เพชรดี 4 ภาค องค์การเกษตรกรในอนาคตแห่งประเทศไทย” หน่วยสมาชิกดีเด่น สมาชิกศิษย์เก่าดีเด่น สมาชิกด้านพัฒนาสังคม และบริการชุมชนดีเด่น นิทรรศการผลงานการแข่งขันทักษะศิลปะเกษตร นิทรรศการวิชาการเกษตรของหน่วย อกท. จำนวน 12 หน่วย ประกอบด้วย (1) หน่วยกำแพงเพชร “นวัตกรรมการผลิตปุ๋ยยูเรียน้ำจากถั่วเหลือง” (2) หน่วยอุดรธานี “ข้าวเม่าพอเพียงเพื่อพ่อ” (3) หน่วยเพชรบุรี “อาหารโค – TMR-PHETCH 4.0” (4) หน่วยพังงา “ข้าวดอกข่า สู่อาชีพ” (5) หน่วยสุโขทัย “น้องเดือน มหัศจรรย์เพื่อนร่วมโลก” (6) หน่วยชัยนาท “เห็ดฟาง ไบโอเทค (การเพาะเห็นฟางโรงเรือนไม่อบไอน้ำ) (7) หน่วยนครราชสีมา “ไส้เดือน พญาดิน อินทรีย์วัตถุ” (8) หน่วยบุรีรัมย์ “แจ่วบ่องทันใจ” (9) หน่วยลำพูน “ตะคร้อ..พอเพียง” (10) หน่วยสตูล “ปลาของพ่อ” (11) หน่วยสมุทรสาคร “ปลัง ปั๋ง มั่งคั่ง ยั่งยืน” (12) หน่วยระนอง “ผักปลาโซล่าเซล Aquaponics” เสด็จทอดพระเนตรนิทรรศการความร่วมมือโครงการชีววิถี เพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน นิทรรศการโครงการเกษตรเพื่ออาหารกลางวันของวิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีอุทัยธานี นิทรรศการความก้าวหน้าของสถาบันการอาชีวศึกษาศึกษาเกษตร 4 ภาค นิทรรศการกล้วย นิทรรศการอาชีวะเกษตรก้าวไกล ขับเคลื่อนประเทศไทย 4.0 นิทรรศการวิชาการของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มุมมองแปลก/ ใหม่/ ใหญ่/ ดัง ของดีเมืองอุทัย จากนั้นเสด็จเข้าอาคารทูลกระหม่อมแก้ว ประทับพระราชอาสน์ รองเลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา เข้าเฝ้าฯ ทูลเกล้าฯ ถวายเอกสารทางวิชาการ ทรงรับฟังการสัมมนาผลงานทางวิชาการ และทอดพระเนตรผลงานวิชาการ เรื่อง “วิถีเพียงพอ ตามพ่อสอน” การพัฒนารูปแบบการเลี้ยงหอยขมเชิงเกษตรอินทรีย์ สู่เกษตรอย่างยั่งยืน และทอดพระเนตร ของหน่วยศูนย์ศิลปาชีพบางไทร หลังจากนั้นเสด็จพระราชดำเนินออกจากอาคารทูลกระหม่อมแก้วไปยังอาคารศูนย์วิทยบริการ ทรงปลูก ”ต้นแก้ว” เสด็จพระราชดำเนินขึ้นอาคารประทับพัก พระราชทานฉายพระรูปแก่คณะบุคคล จำนวน 5 คณะ ทรงลงพระนามาภิไธยในสมุดที่ระลึก เสวยพระกระยาหารกลางวัน แล้วเสด็จพระราชดำเนินกลับ

3 กุมภาพพันธ์ 2560

ขอบคุณแหล่งข้อมูล: สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา

รวมข่าว สพฐ. วันที่ ๘ ตุลาคม ๒๕๕๙

สพม.6 ประชุมผู้บริหารสถานศึกษา ครั้งที่ 8/2559

902890.JPG

+ดร.ธีระวัฒน์ วรรณนุช ผอ.สพม.6 ปฏิบัติหน้าที่ รองศึกษาธิการภาค 3 เป็นประธานการประชุมผู้บริหารสถานศึกษาสังกัด สพม.6 โดยก่อนเริ่มระเบียบวาระการประชุม มอบประกาศเกียรติคุณสถานศึกษาที่มีการบริหารจัดการและดำเนินงานจัดระบบการดูแลช่วยเหลือนักเรียนอย่างมีคุณภาพและต่อเนื่อง เพื่อรับรางวัลระบบการดูแลช่วยเหลือนักเรียน ประจำปี 2559 ดังนี้ ประเภทสถานศึกษามัธยมศึกษาขนาดใหญ่ รางวัลเกียรติบัตรระดับทองแดง ได้แก่ โรงเรียนราชประชาสมาสัย ฝ่ายมัธยมฯ ประเภทสถานศึกษามัธยมศึกษาขนาดกลาง รางวัลเกียรติบัตรระดับเงิน ได้แก่ โรงเรียน

ดอนฉิมพลีพิทยาคม ประเภทสถานศึกษามัธยมศึกษาขนาดเล็ก โล่รางวัลดีเด่น และรางวัลเกียรติบัตรระดับทอง ได้แก่ โรงเรียนมัธยมวัดใหม่สมุทรกิจวิทยาคม และมอบเกียรติบัตรและโล่ประกาศเกียรติคุณ โรงเรียนในฝันที่ได้รับการรับรองความยั่งยืน ตามเป้าหมายของโรงเรียนในฝัน ปีงบประมาณ 2559 จำนวน 2 แห่ง ได้แก่ โรงเรียนหาดอมราอักษรลักษณ์วิทยา จังหวัดสมุทรปราการ และโรงเรียนสนามชัยเขต จังหวัดฉะเชิงเทรา และมอบโล่รางวัลโรงเรียนต้นแบบโครงการโรงเรียนปลอดขยะ (Zero Waste School) ได้แก่ โรงเรียนราชประชาสมาสัย ฝ่ายมัธยม ฯ จังหวัดสมุทรปราการ โรงเรียนบางบ่อวิทยาคม จังหวัดสมุทรปราการ และโรงเรียนหาดอมราอักษรลักษณ์วิทยา จังหวัดสมุทรปราการ และมอบช่อดอกไม้แสดงความยินดี ผอ.กิตติศักดิ์ ชาญอักษร ผอ.โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาน้อมเกล้าสมุทรปราการ ได้เลื่อนวิทยฐานะระดับเชี่ยวชาญ และดำเนินการประชุมตามระเบียบวาระการประชุมฯ ครั้งที่ 8/2559 เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2559 ณ ห้องประชุมโรงเรียนบางบ่อวิทยาคม จังหวัดสมุทรปราการ (กิตติคุณ…ภาพ/จันทรา…ข่าว)

“น้ำเต้าขาควาย” การเรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงที่โรงเรียนบ้านท่าน้ำเค็มใต้

902680.jpg

. “น้ำเต้าขาควาย” การเรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง@โรงเรียนบ้านท่าน้ำเค็มใต้ ภายใต้แนวคิด ร่วมคิด ร่วมทำ ร่วมรับผิดชอบ และร่วมชื่นชม” ….หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ถูกน้อมนำเข้าสู่การจัด การเรียนการสอนในสถานศึกษาทุกแห่ง โดยเป้าหมายสำคัญ คือ การปลูกฝังให้เด็กและเยาวชนรู้จักการใช้ชีวิตที่พอเพียง เห็นคุณค่าของทรัพยากรต่าง ๆ รู้จักการอยู่ร่วมกับผู้อื่นด้วยความเอื้อเฟื้อ เผื่อแผ่ และแบ่งปัน มีจิตสำนึกรักษ์สิ่งแวดล้อม เห็นคุณค่าของวัฒนธรรม ค่านิยม เอกลักษณ์แห่งความเป็นไทย โดยที่ไม่หลงไปกับกระแสสังคมในปัจจุบัน

.โรงเรียนบ้านท่าน้ำเค็มใต้ หมู่ที่ 10 ต.ท่าแพ อ.ท่าแพ จ.สตูล เป็นโรงเรียนหนึ่งที่นำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง เข้าสู่การเรียนการสอนโดยบูรณาการในหลักสูตรสถานศึกษา และวิชาการงานอาชีพ สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 -6 เน้นทักษะกระบวนการทำงานเพื่อการนำไปใช้ในชีวิตประจำวัน โดยจัดการเรียนรู้ภาคทฤษฎีในห้องเรียน ก่อนนำสู่การปฏิบัติในภาค สนาม เริ่มตั้งแต่เวลา 14:00 – 16:00 น.

.โดยได้ปรับพื้นที่บริเวณโรงเรียน เนื้อที่กว่า 1ไร่ เป็นแปลงเรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง 3 ลักษณะ คือ 1) แปลงผักสวนครัว 2) แปลงเรียนรู้ เริ่มตั้งแต่การเตรียมดิน การปลูก การดูแลรักษา การเก็บเกี่ยวผลผลิต 3) แปลงพ่อแม่ปลูกลูกรักษา ด้วยมุ่งหวังช่วยสร้างความผูกพันและความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างพ่อแม่ ลูก และลดปัญหาความขัดแย้งในครอบครัวอีกทางหนึ่งด้วย

.สำหรับผักที่ปลูกนั้น มี ผักบุ้ง ผักกวางตุ้ง ตะไคร้ พริก มะละกอ ชะอม และจุดเด่นคือน้ำเต้าขาควาย (ลักษณะคล้ายฟักเขียว แต่ผลจะโตกว่ามาก) ซึ่งเมื่อน้ำเต้าขาควายออกผลครั้งใด เด็ก ๆ จะพากันตื่นเต้นดีใจมาก เพราะน้ำเต้าขาควาย มีผลที่ใหญ่และยาวคล้ายขาควาย ถ้าผลโตเต็มทีน้ำหนักตกเฉลี่ยผลละ ประมาณ 7-8 กิโลกรัม มี ความยาวเฉลี่ยประมาณ 60-80 เซนติเมตร เลยทีเดียว

.ผลผลิตจากเกษตรพอเพียงที่เกิดขึ้นทั้งหมด นักเรียนจะแบ่งหน้าที่กันจัดการ เช่น จัดทำบัญชีผลผลิต จัดจำหน่าย จัดแบ่งรายได้ โดยมีครูคอยให้คำปรึกษาและดูแลอย่างใกล้ชิด ผลผลิตส่วนใหญ่จะจำหน่ายเข้าสู่โครงการอาหารกลางวัน ในโรงเรียน เพื่อปรุงเป็นอาหารกลางวันที่ให้แก่นักเรียน ผลผลิตที่เหลือจะจำหน่ายให้แก่ครู ผู้ปกครอง และชุมชน เงินที่ได้จากการจำหน่ายผลผลิตแต่ละครั้ง ส่วนหนึ่งหักเป็นรายได้แก่นักเรียนเพื่อเป็นขวัญและกำลังใจ

.นายอาหลี ลิมานัน ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านท่าน้ำเค็มใต้ กล่าวว่า โรงเรียนได้พันธุ์น้ำเต้าขาควายจากการไปศึกษาดูงานการศึกษาทางภาคเหนือ จึงได้นำมาให้นักเรียนทดลองปลูกร่วมกับการปลูกผักชนิดอื่น ๆ ในการเรียนรู้เกษตรพอเพียง พบว่านักเรียนเกิดความสนุกและมีความสุขในการเรียนรู้ ด้านผู้ปกครองก็เต็มใจเข้ามาทำกิจกรรมร่วมกับลูกๆ ซึ่งเป็นไปตามเจตนารมณ์ของการบริหารที่ต้องการให้ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการศึกษาได้ “ร่วมคิด ร่วมทำ ร่วมรับผิดชอบ และร่วมชื่นชม”

.นางเจ๊ะมีด๊ะ มะสมาน ผู้ปกครองนักเรียน กล่าวว่า รู้สึกดีใจที่ลูก ๆ ได้เรียนรู้เกษตรพอเพียงและได้ลงมือปฏิบัติจริงๆ ซึ่งคิดว่าเป็นการเรียนรู้ที่สามารถนำกลับไปต่อยอดที่บ้านได้ ขอบคุณผู้บริหารโรงเรียนและครูที่ให้โอกาสผู้ปกครองเข้ามามีส่วนร่วมกับทุกกิจกรรมของโรงเรียน

ศึกษาธิการจังหวัดลพบุรี จัดประชุมสัมมนาแลกเปลี่ยนเรียนรู้ การจัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์ของเด็กปฐมวัย

902813.jpg

7 ตุลาคม 2559 ดร.ปัญญา แก้วเหล็ก ผอ.สพป.ลพบุรีเขต1 ปฏิบัติหน้าทร่ศึกษาธิการจังหวัดลพบุรี เป็นประธานเปิดการประชุมสัมมนาแลกเปลี่ยนเรียนรู้ การจัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์ของเด็กปฐมวัย ให้กับครูปฐมวัย ณ ห้องประชุมโรงเรียนอนุบาลจังหวัดทหารบกลพบุรี

โครงการบ้านนักวิทยาศาสตร์น้อยประเทศไทย เป็นโครงการที่สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงพระกรุณาพระราชทานพระราชดำริ ให้คณะกรรมการนำไปพิจารณาริเริ่มดำเนินการนำร่องในประเทศไทย โดยได้ทอดพระเนตรตัวอย่างโครงการนี้ คราวเสด็จพระราชดำเนินเยือนประเทศเยอรมันนี เมื่อปี พ.ศ.2552 โดยที่มาของโครงการบ้านนักวิทยาศาสตร์น้อย มาจากการประเมินผลของโครงการ PIZA ที่พบว่า ความรู้และทักษะทางวิทยาศาสตร์ของเด็กไทย ยังอยู่ในระดับต่ำกว่าค่าเฉลี่ย อีกทั้งยังขาดแคลนนักวิทยาศาสตร์และวิศวกร ที่จะร่วมมือขับเคลื่อนและพัฒนาประเทศ งานวิจัยยืนยันว่า เราควรสร้างทัศนคติที่ดีด้านการเรียนรู้ ทักษะและกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ให้กับเด็กตั้งแต่ระดับปฐมวัย (อายุ3-6 ปี) เพราะเป็นช่วงอายุที่มีความสามารถในการเรียนรู้และจดจำมากที่สุด ซึ่งโครงการได้รับการสนับสนุนเป็นอย่างดีจากหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชน เพื่อส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และเป็นแนวทางการพัฒนาการเรียนการสอนวิทยาศาสตร์สำหรับเด็กปฐมวัย

ปัจจุบัน สพฐ. มีโรงเรียนที่ได้รับการคัดเลือกให้เข้าโครงการ ” บ้านนักวิทยาศาสตร์น้อย ประเทศไทย” ตั้งแต่ปีงบประมาณ 2554 – 2559 แล้ว จำนวน 6 รุ่น รวมทั้งหมด 13065 โรงเรียน (เป็นโรงเรียนสังกัด สพป.ลพบุรีเขต1 จำนวน 86 โรงเรียน) โดยโรงเรียนในแต่ะรุ่น มีผลการประเมินโครงงานวิทยาศาสตร์ผ่านเกณฑ์การประเมินเพื่อรับตราพระราชทานครบทุกโรงเรียน 100% ทุกปีการศึกษา ซึ่งสะม้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่น ตั้งใจในการพัฒนาคุณภาพเด็กไทยตั้งแต่ระดับปฐมวัย ของผู้บริหารสถานศึกษาและครูปฐมวัยที่เข้าร่วมโครงการในสังกัดอย่างต่อเนื่อง

ในปีการศึกษา 2559 นี้ สพป.ลพบุรีเขต1 มีโรงเรียนที่ต้องเข้ารับการประเมิน 2 รุ่น รวม 46 โรงเรียน ได้แก่ รุ่นที่3 เป็นการประเมินคงสภาพ 33 โรงเรียน รุ่นที่ 6 เป็นการประเมินเพื่อรับจราพระราชทานครั้งแรก จำนวน 13 โรงเรียน โดยเฉพาะการประเมินคงสภาพของรุ่นที่3 สพฐ.ได้กำหนดเกณฑ์การผ่านประเมินเพื่อรับตราพระราชทานเพิ่มมากขึ้น คือ ต้องผ่านการประเมินในระบบออนไลน์ และประเมินโครงงานวิทยาศาสตร์ของเด็กปฐมวัย ในรูปแบบของวัฏจักรการสืบเสาะถึง3รอบ ประกอบกับครูผู้สอนปฐมวัยในสังกัด ส่วนใหญ่ไม่ใช่เอกปฐมวัยและวิทยาศาสตร์ จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่ สพป.ต้องทำความเข้าใจและพัฒนาตรูปฐมวัยให้มีความรู้ ทักษะ กระบวนการจัดการเรียนรู้ด้วยโครงงานวิทยาศาสตร์ เพื่อไปสู่การจัดประสบการณ์การเรียนรู้ให้เด็กมีทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ โดยสามารถจัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์แบบวัฏจักรการสืบเสาะ ซึ่งเป็นเอกสารส่วนหนึ่งของการประเมินประกอบการประเมินออนไลน์ ให้ทุกโรงเรียนในโครงการ สามารถพัฒนาให้ผ่านเกณฑ์การประเมิน เพื่อรับตราพระราชทานได้ทุกโรงเรียน เหมือนทุกปีการศึกษาที่ผ่านมา

การประชุมสัมมนาครั้งนี้ ได้รับความร่วมมือจากคณะศึกษานิเทศก์ ที่รับผิดชอบโครงการบ้านนักวิทยาศาสตร์น้อย ประเทศไทย ทีมงานครูผู้สอนปฐมวัย ที่ทำหน้าที่ LT ครูปฐมวัยที่ทำหน้าที่เป็นประธานรุ่น เลขานุการทุกรุ่น และครูแกนนำที่อาสาเข้ามาช่วยเป็นทีมวิทยากรและประสานงานการประชุม ผู้บริหารและคณะครูโรงเรียนอนุบาลทหารบกจังหวัดลพบุรี ที่ให้ความอนุเคราะห์ด้านสถานที่จัดประชุมและอำนวยความสะดวกต่างๆ

ภคจิรา ภาพ ข่าว รายงาน

8 ตุลาคม 2559

ขอบคุณแหล่งข้อมูล: สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ

รองนายกรัฐมนตรี เปิดการประชุมสัมมนายกระดับคุณภาพการศึกษาในศตวรรษที่ ๒๑ จชต. จุดที่ ๔

875442.JPG

วันที่ 9 กรกฎาคม 2559 ที่ศูนย์ประชุมนานาชาติฉลองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (มอ.) อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา พลอากาศเอก ประจิน จั่นตอง รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานเปิดการประชุมสัมมนายกระดับคุณภาพการศึกษาในศตวรรษที่ 21 เขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจจังหวัดชายแดนภาคใต้ จุดที่ 4 เพื่อรับฟังการดำเนินงานการจัดการศึกษาในจังหวัดชายแดนภาคใต้ และมอบนโยบายการขับเคลื่อนการศึกษาของรัฐบาลสู่ความสำเร็จ พร้อมเยี่ยมชมนิทรรศการของกระทรวงศึกษาธิการ โดยมี พล.อ.สุรเชษฐ์ ชัยวงศ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ดร.บุญรักษ์ ยอดเพชร ผูช่วยเลขาธิการ กพฐ. นายทรงพล สวาสดิ์ธรรม ผวจ.สงขลา หัวหน้าส่วนราชการ ผู้บริหารสถานศึกษา ครูในพื้นที่ จ.สงขลา จ.สตูล ร่วมงาน จำนวนกว่า 4,000 คน

การจัดประชุมสัมมนาครั้งนี้ เพื่อส่งเสริมผู้บริหารและครูจังหวัดชายแดนภาคใต้ ได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้เพื่อพัฒนาการบริหารและการจัดการเรียนการสอน และมีการพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่อง อันจะนำไปสู่การพัฒนานักเรียนให้มีความรู้และทักษะสำหรับศตวรรษที่ 21 นอกจากนี้มีการจัดแสดงนิทรรศเพื่อการเรียนรู้และการเผยแพร่สื่อ นวัตกรรม กิจกรรม/โครงการตามนโยบายสำคัญต่าง ๆ ของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานและกระทรวงศึกษาธิการ เช่น การให้ความรู้เกี่ยวกับการพัฒนาคุณภาพการศึกษาอย่างครบวงจรด้วยระบบ DLTV/DLIT Aplication ECHO สำหรับเรียนภาษาอังกฤษด้วยตนเอง นิทรรศการการอ่านออกเขียนได้ นิทรรศการลดเวลาการเรียน เพิ่มเวลารู้ นิทรรศการโครงการสานฝันการกีฬาสู่ระบบการศึกษาจังหวัดชายแดนภาคใต้ นิทรรศการลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา นิทรรศการ สื่อ และระบบติดตามผลผลิตในการพัฒนาคุณภาพการศึกษา นิทรรศการการพัฒนาตนเองของครูและบุคลากรทางการศึกษาด้วยระบบ TEPE Online เป็นต้น

สำหรับการจัดประชุมสัมมนาเพื่อยกระดับคุณภาพการศึกษาในศตวรรษที่ 21 เขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจจังหวัดชายแดนภาคใต้ จัดขึ้นทั้งหมด 4 จุด คือ จุดที่ 1 จังหวัดยะลา จุดที่ 2 จังหวัดนราธิวาส จุดที่ 3 จังหวัดปัตตานี และจุดที่4 จังหวัดสตูล โดยมีสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาจังหวัดสตูล เป็นเจ้าภาพ

11 กรกฎาคม 2559

ขอบคุณแหล่งข้อมูล: สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ

หน่วยงาน สพป. ๓๐ มิถุนายน ๒๕๕๙

สพม.17 จัดกิจกรรมพัฒนาศักยภาพบุคลากร สู่เขตพื้นที่การศึกษาสุจริต

871619.JPG

นายวรวิทย์ พรหมคช ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 17 เป็นประธานในธิพีเปิดการประชุมเชิงปฏิบัติการ โครงการเสริมสร้างคุณธรรม จริยธรรมและธรรมาภิบาลในสถานศึกษา “ป้องกันการทุจริต” (ภายใต้ชื่อเขตสุจริต) กิกรรมพัฒนาศักยภาพบุคลากร สู่เขตพื้นที่การศึกษาสุจริต เพื่อพัฒนาบุคลากรให้มีความรู้ ความตระหนัก ส่งเสริมความร่วมมือในการปฏิบัติงานตามกรอบภารกิจงานให้สอดคล้องกับมาตรฐาน 5 ประการ คือ ทักษะกระบวนการคิด ชื่อสัตย์สุจริต มีวินัยอยู่อย่างพอเพียง และมีจิตสาธารณะ กับการประเมินความโปร่งใสในการดำเนินงานของหน่วยงานภาครัฐ (Integrity & Transparency Assessment : ITA) โดยมีผู้เข้าร่วมการประชุม จำนวน 90 คน ประกอบไปด้วย ผู้บริหารสถานศึกษา 39 โรงเรียน บุคลากรในสังกัด คณะกรรมการดำเนินงานและคณะวิทยากรโดยได้รับเกียรติจากสำนักงาน ป.ป.ช.ประจำจังหวัดจันทบุรีคุณไพมวน บัวเผื่อน สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 32 คุณททองคูณ หนองพร้าว ระหว่างวันที่ 25-26 มิถุนายน 2559 ณ โรงแรมนิว แทรเวิล ลอด์จ จันทบุรี

ศูนย์ประสานงานสถานศึกษาโพทะเล สพป.พิจิตร เขต 2 จัดอบรมหลักสูตร “ผู้ดำเนินการคัดกรองคนพิการทางการศึกษา”

871847.jpg

วันที่ 30 มิถุนายน 2559 นายประจักษ์ ทองแจ่ม รองผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาพิจิตร เขต 2 (รอง ผอ.สพป.พจ.2) เป็นประธานเปิดการอบรมหลักสูตร “ผู้ดำเนินการคัดกรองคนพิการทางการศึกษา” จัดขึ้นเพื่อให้ผู้เข้ารับการอบรมมีความรู้ความเข้าใจต่อสิทธิและกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับคนพิการ ประเภทคนพิการทางการศึกษา ให้มีทักษะในการใช้แบบคัดกรองตามประเภทคนพิการทางการศึกษา เจตคติที่ดีต่อคนพิการ จนนำไปสู่กระวนการวางแผน การจัดการศึกษาเฉพาะบุคคล (IEP) การจัดกิจกรรมการเรียนการสอน การวัดประเมินผลที่เหมาะสมกับความพิการของผู้เรียนในโอกาสต่อไป ในการนี้ได้รับเกียรติจาก คุณวิทูรวงศ์ทอง วิทูรากูร ศูนย์การศึกษาพิเศษประจำจังหวัดพิจิตร และครูสมฤทัย ผูกทอง ครูชำนาญการ โรงเรียนวัดท่านั่ง มาเป็นวิทยากรให้ความรู้ ผู้เข้ารับการอบรมประกอบด้วย ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาจากศูนย์ประสานงานสถานศึกษาโพทะเล 01,02 และ 03 เข้าร่วมโครงการจำนวน 32 โรงเรียน จำนวน 70 คน โดยกำหนดจัดอบรม 2 วัน คือระหว่างวันที่ 30 มิถุนายน 2559 -1 กรกฎาคม 2559 ณ ห้องประชุมโรงเรียนห้วยยาวพิทยาคม อ.โพทะเล จ.พิจิตร (ภาพ:ข่าว/พจนา แก่งศิริ รร.บ้านหนองตะแบก เครือข่ายประชาสัมพันธ์ สพป.พจ.2/สุวรรณา ไพรี กลุ่มส่งเสริมการจัดการศึกษา สพป.พจ.2)

สพป.สตูล ร่วมกับภาคีเครือข่าย มอบชุดรายาแก่เด็กกำพร้า ซับน้ำตาในวันอีด ปี ฮ.ศ.1437

871925.JPG

วันที่ 30 มิถุนายน 2559 ที่สำนักงานคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดสตูล นายนิสิต ชายภักตร์ ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสตูล เป็นประธานพิธีมอบชุดเสื้อผ้าให้แก่นักเรียนมุสลิมที่กำพร้าและยากจนในจังหวัดสตูล ระดับชั้นอนุบาล-มัธยมศึกษาปีที่ 3 จำนวน 146 คน ภายใต้โครงการรินน้ำใจสู่…เด็กกำพร้า ซับน้ำตาในวันอีด ครั้งที่ 7 ประจำปี 2559 (ปี ฮ.ศ.1437 ) เพื่อให้นักเรียนมุสลิมที่กำพร้าได้มีเสื้อผ้ารายอชุดใหม่ไว้สวมใส่เฉลิมฉลองใน “วันตรุษอีดิ้ลฟิตริ” หรือ “วันออกบวช” อย่างมีความสุขเช่นเดียวกับเด็กมุสลิมทั่วไป

สำหรับโครงการรินน้ำใจสู่…เด็กกำพร้า ซับน้ำตาในวันอีด ประจำปี 2559 จัดขึ้นเป็นครั้งที่ 7 โดยการบูรณาการความร่วมมือระหว่างสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสตูล สำนักงานส่งเสริมการศึกษาเอกชนจังหวัดสตูล สมาคมครูอิสลามศึกษาสตูล สหกรณ์อิบนูอาฟ จำกัด และภาคีเครือข่ายต่าง ๆ โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อช่วยเหลือนักเรียนมุสลิมที่กำพร้าบิดา หรือมารดา ฐานะยากจน และประพฤติตนตามหลักแห่งศาสนา ได้มีขวัญกำลังใจที่ดีและมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

นายนิสิต กล่าวแก่นักเรียนทั้งหมดว่า ขอให้นักเรียนปฏิบัติตนตามหลักคุณธรรมจริยธรรมอิสลามในการดำรงชีวิตประจำวัน ดำรงตนเป็นคนดี ช่วยเหลือสังคม และประเทศชาติ

30 มิถุนายน 2559

ขอบคุณแหล่งข้อมูล: สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ

รวมข่าว สพป. เมื่อวันที่ ๑๗ มิถุนายน ๒๕๕๙

สพป.ฉะเชิงเทรา เขต 1 ระดมความคิดเห็นการรับนักเรียน ปีการศึกษา 2559

866360.JPG

สพป.ฉะเชิงเทรา เขต 1 ระดมความคิดเห็นเกี่ยวกับการรับนักเรียน ปีการศึกษา 2559

เมื่อวันที่ 17 มิถุนายน 2559 นายพัฒนพงษ์ เสมานิตย์ รองฯผอ.สพป.ฉะเชิงเทร เขต 1 เป็นประธานในการจัดประชุมระดมความคิดเห็น ระดับสำนักงานเขตพื้นที่ เกี่ยวกับนโยบายการรับนักเรียน และปัญหาอุปสรรคต่าง ๆ ของโรงเรียนที่เกี่ยวกับการรับนักเรียน เพื่อใช้เป็นข้อมูลในการจัดทำนโยบายแนวทางการรับนักเรียนของ สพฐ.ต่อไป

โดยผู้เข้าร่วมประชุมประกอบไปด้วย รองฯผอ.สพป. รองฯผอ.โรงเรียน เจ้าหน้าที่ที่รับผิดชอบการรับนักเรียน คณะกรรมการรับนักเรียนระดับเขตพื้นที่การศึกษา ผู้อำนวยการโรงเรียนที่มีอัตราการแข่งขันสูง คณะกรรมการสถานศึกษา ผู้ปกครองนักเรียน นักเรียน ร่วมกันแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับการรับนักเรียน ปัญหาอุปสรรคที่พบ และประเด็นอื่น ๆ จากการระดมความคิดเห็นเกี่ยวกับนโยบาย แนวปฏิบัติ ส่วนใหญ่เห็นด้วย แต่จะไม่เห็นด้วยในเรื่องของการใช้ผลคะแนน O-NET และให้ข้อเสนอแนะควรทำคุณภาพของโรงเรียนให้ดี และเท่าเทียมกัน นักเรียนสามารถเรียนได้ในพื้นที่ใกล้เคียงของตนเอง ไม่ต้องมาเรียนที่ตัวเมือง ลดค่าใช้จ่ายภาระของผู้ปกครองได้ โดยจัดประชุม ณ ห้องประชุมบางปะกง สพป.ฉะเชิงเทรา เขต 1……

โรงเรียนบ้านโคกหัวช้าง สพป.บุรีรัมย์ เขต ๑ โรงเรียน อย.น้อยระดับดีเยี่ยม

866262.jpg

โรงเรียนบ้านโคกหัวช้าง ได้รับมอบป้ายรับรอง อย.น้อยระดับดีเยี่ยม ประจำปี ๒๕๕๘ จากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ที่สามารถจัดกิจกรรมด้านอาหารและสุขภาพแก่นักเรียนได้ตามเกณฑ์มาตรฐาน นายสมกิจ อาจจุฬา ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านโคกหัวช้าง กล่าวถึงการดำเนินกิจกรรม อย.น้อย ของโรงเรียนว่า โรงเรียนได้เข้าร่วมโครงการ อย.น้อย เพื่อสร้างความตระหนักและให้นักเรียนมีความรู้ในการเลือกบริโภคอาหารและผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพและปลอดภัย เพื่อให้มีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรง โดยได้ดำเนินการกิจกรรมต่างๆ ตามมาตรฐาน ๗ ด้าน ของโครงการ อย.น้อย ได้แก่ จัดให้มีชุมนุม อย.น้อย ในโรงเรียน มีนักเรียนแกนนำ และคณะกรรมการจัดทำแผนงานโครงการต่างๆ เช่น การรณรงค์ให้ความรู้ กิจกรรมพูดหน้าเสาธง เสียงตามสาย ป้ายนิเทศ เดินรณรงค์ และกิจกรรมตรวจสอบ ฉลากยา อาหารและเครื่องสำอาง กิจกรรมส่งเสริมสุขภาพ สำรวจพฤติกรรมการบริโภคของนักเรียน ตรวจสุขาภิบาลอาหารในโรงเรียน ความสะอาดห้องน้ำ ห้องส้วม ห้องพยาบาล การตรวจและดูแลสุขภาพนักเรียน รวมทั้งบูรณาการการเรียนการสอน ในเรื่องอาหาร สุขาภิบาล สุขภาพ ในสาระการเรียนรู้ และในกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน การเกษตรปลอดสารพิษ พร้อมกับได้การขยายผลสู่ชุมชน โดยมีบุคลากรจากกระทรวงสาธารณสุขให้ความรู้ และเป็นที่ปรึกษาในการจัดกิจกรรม นอกจากนี้ โรงเรียนได้ร่วมกับโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลหัววัว เข้าร่วมกิจกรรมคู่หูโรงเรียนส่งเสริมสุขภาพ กิจกรรมการกระโดดเชือก เพื่อนักเรียนไทยสุขภาพแข็งแรง กิจกรรมเครือข่ายโรงเรียนส่งเสริมสุขภาพ กิจกรรมโรงเรียนส่งเสริมสุขภาพระดับจังหวัด มาตั้งแต่ปี ๒๕๕๔ และดำเนินกิจกรรมอย่างต่อเนื่อง และได้รับการประเมินการดำเนินงานจากคณะกรรรมการโครงการ อย.น้อย ให้ได้รับป้ายรับรองมาตรฐาน อย.น้อยระดับดีเยี่ยม ประจำปี ๒๕๕๘ โครงการ อย.น้อย เป็นโครงการรณรงค์ให้เกิดความปลอดภัยด้านอาหารและผลิตภัณฑ์สุขภาพ ของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาว (อย.) กระทรวงสาธารณสุข โดยมีเป้าหมายเป็นกลุ่มเด็กและเยาวชนในสถานศึกษาเน้นส่งเสริมและเผยแพร่ให้ความรู้ผ่านกิจกรรมต่างๆ ก็เพื่อให้นักเรียนได้เรียนรู้จากการปฏิบัติจริง และได้ช่วยเหลือเพื่อน ๆ ครอบครัว และชุมชน ด้วยการให้ความรู้การบริโภคอย่างเหมาะสม ปลอดภัย และ นักเรียน อย.น้อย จะได้พัฒนากระบวนการคิด การวางแผนการทำงาน การแสดงออก และการสร้างสัมพันธ์ที่ดีกับเพื่อน อย.น้อย โรงเรียนอื่น ๆ ทำให้เกิดเป็นเครือข่ายและเปลี่ยนเรียนรู้ที่กว้างขวางขึ้นศากุน ศิริพานิช…รายงาน

สพฐ. ลงพื้นที่ จ.สตูล ติดตามการขับเคลื่อนนโยบายลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้ ในโครงการที่เข้าร่วมโครงการฯ ใหม่ ปี 2559

866748.JPG

.วันที่ 17 มิถุนายน 2559 นายสงวน ศรีสุข ประธานคณะกรรมการติดตามขับเคลื่อนนโยบายลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้. สพฐ. พร้อมด้วยนางสุนีย์. สิทธิธนะ จากสำนักติดตามและประเมินผลการจัดการศึกษา สพฐ. ลงพื้นที่จังหวัดสตูลติดตามการดำเนินงานขับเคลื่อนกิจกรรมลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้ ในโรงเรียนที่เข้าร่วมโครงการลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้ (ใหม่) ปีการศึกษา 2559 สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสตูล โดยมีนายสมศักดิ์ พรหมสุทธิ์ รอง ผอ.สพป.สตูล ให้การต้อนรับและร่วมประชุมรับนโยบายการติดตามกับผู้บริหารโรงเรียนในโครงการลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้ ทั้งหมด 114 โรง ณ ห้องประชุมกัลปพฤกษ์ สพป.สตูล

.ภายหลังการประชุมฯ คณะกรรมการติดตามฯ นายจักรพงษ์ ทองเพ็ชร์ รอง ผอ.สพป.สตูล ซึ่งรับผิดชอบดูแลโรงเรียนในอำเภอเมืองสตูล และศึกษานิเทศก์ สพป.สตูล.ได้ลงพื้นที่ติดตามการขับเคลื่อนกิจกรรมลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้ เชิงประจักษ์ที่โรงเรียนบ้านทุ่งวิมาน ต.บ้านควน อ.เมือง ซึ่งได้เข้าร่วมโครงการลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้ ในปีการศึกษา 2559 โดยมี ว่าทีร้อยตรีบุญทิพย์ แก้วเนื้ออ่อน ผู้อำนวยการโรงเรียน พร้อมด้วยคณะครู ผู้ปกครอง และนักเรียน ร่วมให้การต้อนรับ และนำเยี่ยมชมการจัดกิจกรรมฯ เพิ่มเวลารู้ต่าง ๆ ซึ่งได้จัดกิจกรรมเพิ่มเวลารู้หลากหลายตามบริบทพื้นที่โรงเรียนที่ตอบสนองการพัฒนาตามหลัก 4 เอช (H) คือ พัฒนาสมอง (Head) พัฒนาจิตใจ (Hert) พัฒนาทักษะการปฏิบัติ (Hand) และพัฒนาสุขภาพ (Health) ให้นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1- มัธยมศึกษาปีที่ 3 ได้เลือกปฎิบัติตามความถนัด ความสนใจ และความต้องการทั้งปฏิบัติด้วยตนเองหรือปฏิบัติเป็นกลุ่ม

.สำหรับ “กิจกรรมเพิ่มเวลารู้” ที่น่าสนใจและเป็นการสร้างทักษะอาชีพให้นักเรียน ก็คือ “กิจกรรมลับมีดกรีดยาง” ที่จัดให้แก่นักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1-3 โดยได้เชิญนายโกบ หวันอาหลัง วิทยากรท้องถิ่นที่อาสาเข้ามาช่วยสอนให้ฟรี ทำให้นักเรียนได้เรียนรู้วิชาชีพผ่านการลงมือปฏิบัติจริงอย่างมีความสุข ส่วนภูมิปัญญาท้องถิ่นก็เกิดความภูมิใจที่ได้ถ่ายทอดความรู้ ผู้ปกครอง/ชุมชนดีใจที่บุตรหลานชอบมาโรงเรียน

.ปัจจุบัน สพป.สตูล มีโรงเรียนในโครงการลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้ ทั้งหมด 114 โรง โดยเป็นโรงเรียนนำร่องและโรงเรียนคู่ขนาน ที่เข้าร่วมโครงการฯ ปีการศึกษา 2558 จำนวน 34 โรง และปีการศึกษา 2559 มีโรงเรียนที่เข้าร่วมโครงการฯ อีก จำนวน 80 โรง ซึ่งที่ผ่านมาได้ดำเนินการขับเคลื่อนนโยบายลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้ ไปสู่โรงเรียน ตั้งแต่การให้ความรู้แก่ผู้บริหาร ครูผู้สอน การลงพื้นที่นิเทศและให้การช่วยเหลือ รวมถึงการจัดซิมโพเซียม เมื่อสิ้นปีการศึกษา 2558 และพบว่ากิจกรรมลดเวลารู้ ไม่ได้ส่งผลให้คุณภาพการศึกษาต่ำลง

17 มิถุนายน 2559

ขอบคุณแหล่งข้อมูล: สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ

สพป.สตูล ประชุมระดมความคิดเห็นการรับนักเรียนระดับสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ปีการศึกษา ๒๕๕๙

857948.JPG

วันที่ 26 พฤษภาคม 2559 ที่ห้องประชุมกันเกรา สพป.สตูล นายนิสิต ชายภักตร์ ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสตูล เป็นประธานการประชุมระดมความคิดเห็นการรับนักเรียนระดับสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ปีการศึกษา 2559 จากผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง ประกอบด้วย ผู้บริหารโรงเรียน คณะกรรมการสถานศึกษา คณะกรรมการรับนักเรียน ผู้ปกครองนักเรียน และนักเรียน จากโรงเรียนขนาดใหญ่ ขนาดกลาง และขนาดเล็ก รวมจำนวน 30 คน เพื่อระดมความคิดเห็นต่อการดำเนินงานและผลกระทบต่อประเด็นนโยบาย แนวปฏิบัติ และวิธีการรับนักเรียน ปีการศึกษา 2559

.นายนิสิต ชายภักตร์ กล่าวว่า สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ให้ทุกเขตพื้นที่การศึกษาเชิญผู้มีส่วนได้ส่วนเสียที่เกี่ยวข้องกับการจัดการศึกษา เพื่อการศึกษาวิจัยรายงานผลการดำเนินงานรับนักเรียน สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ปีการศึกษา 2559 มีความเหมาะสมต่อการกำหนดนโยบายและแนวปฏิบัติการรับนักเรียน ปีการศึกษา 2560

.โดยระดมความคิดเห็นการดำเนินงาน ปัญหาและผลกระทบในการรับนักเรียน ปีการศึกษา 2559 ในประเด็นนโยบาย แนวปฏิบัติ และวิธีการในการรับนักเรียน ทั้งระดับก่อนประถมศึกษา ขั้นประถมศึกษาปีที่ 1 และมัธยมศึกษาปีที่ 1 การเปิดรับนักเรียนห้องเรียนพิเศษ และการเก็บค่าใช้จ่ายห้องเรียนพิเศษ (EP และ MEP) การจัดเด็กพิการเรียนร่วมกับเด็กปกติทั่วไป รวมถึงการนำผลคะแนน O-NET ใช้เป็นส่วนหนึ่งในการเข้าศึกษาต่อในชั้น ม.1 และชั้น ม.4 ไม่เกินร้อยละ 20 ซึ่งซ้ำซ้อนกับการใช้จบการศึกษาที่กำหนดร้อยละ 30 ตลอดจนการนำเสนอขอความเห็นชอบนโยบายเกี่ยวกับการรับนักเรียนของเขตพื้นที่การศึกษา ควรเสนอถึงระดับใด เป็นต้น

.ทั้งนี้ เพื่อสำนักงานคณะกรรมการศึกษาขั้นพื้นฐาน จะรวบรวมความคิดเห็นของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียจากทุกเขตพื้นที่การศึกษาทั่วประเทศ ไปดำเนินการศึกษาวิจัย ความเหมาะสมต่อการกำหนดนโยบายและแนวปฏิบัติการรับนักเรียน ในปีการศึกษา 2560 ต่อไป

26 พฤษภาคม 2559

ขอบคุณแหล่งข้อมูล: สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ

เสวนาการศึกษาสตูล ควรจะไปในทิศทางใด

847679.JPG

เมื่อวันที่ 19 เมษายน 2559 ที่ห้องประชุมบ้านปาล์มรีสอร์ท จังหวัดสตูล นายนิสิต ชายภักตร์ ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสตูล ปฏิบัติหน้าที่ศึกษาธิการจังหวัดสตูล เป็นประธานการประชุมเสวนาร่างแผน พัฒนาการศึกษาจังหวัดสตูล พ.ศ.2560-2563 เพื่อระดมความคิดเห็นจากอดีตคณะกรรมการเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสตูล และอดีตคณะอนุกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา สพป.สตูล นำไปใช้เป็นส่วนหนึ่งในการจัดทำแผนพัฒนาการศึกษา จ.สตูล พ.ศ. 2560-2563 ที่ทุกหน่วยงานการศึกษาและสถานศึกษาในจังหวัดสตูล จะใช้เป็นแนวทางการบริหารจัดการศึกษาและทำงานแบบบูรณาการ เพื่อสร้างโอกาสและยกระดับคุณภาพการศึกษาจังหวัดสตูล สู่มาตรฐานระดับชาติ

การประชุมเสวนาในครั้งนี้ กำหนดประเด็นการเสวนา “การศึกษาสตูล ควรจะไปในทิศทางใด” โดยมี ดร.นวลพรรณ วรรณสุธี อาจารย์มหาวิทยาลัยทักษิณ เป็นผู้ดำเนินการเสวนา ซึ่งผู้เข้าร่วมประชุมต่างเสนอประเด็นความคาดหวังการศึกษาของ จ.สตูล ไว้อย่างน่าสนใจ อาทิ

นายเจน ขวัญทอง อดีตประธานคณะกรรมการเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสตูล เสนอให้จัดการศึกษาที่ทำให้ประชากรในจังหวัดสตูลมีคุณภาพ ทั้งชีวิตและร่างกาย มีความทันสมัย และอยู่อย่างพอเพียง การจัดการศึกษาต้องสร้างทักษะประชากรในพื้นที่ให้สามารถทำมาหากินได้ตามศักยภาพของพื้นที่นั้น ๆ

ด้าน น.ส.สมสวาท เจริญฤทธิ์ ผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสตูล เสนอว่า การจัดการศึกษาต้องมองทั้งระบบ มีข้อมูลการศึกษาทุกระดับ การจัดการศึกษาในด้านปริมาณต้องจัดให้ครบถ้วน ทั่วถึงทุกวัย และเป็นธรรม ส่วนด้านคุณภาพต้องจัดให้ได้ตามมาตรฐานชาติ และอาจเสริมจุดเน้นสำหรับคนจังหวัดสตูล ให้เหมาะสมในแต่ละสภาพพื้นที่ มีการนำ IT มาใช้เพื่อการเรียนรู้ของครูและเด็ก มีความทันสมัยและรู้เท่าทัน เด็กจะต้องมีฐานคิด มีเหตุผล มีวิจารญาณ รู้จักการเรียนรู้ด้วยตัวเองเป็นสำคัญและตลอดชีวิต

ขณะที่ นายนิสิต กล่าวว่า ทิศทางการศึกษาในจังหวัดสตูล จะต้องมองการ ศึกษาโดยองค์รวมทุกมิติการศึกษา ทั้งการศึกษาในระบบและนอกระบบ ต้องมีข้อมูลการศึกษาทุกระดับการศึกษา โดยใช้ข้อมูลเป็นตัวทำงาน และทำงานอย่างไร้สังกัด เพื่อให้การศึกษาไปในทิศทางเดียวกัน พุ่งเป้าที่คุณภาพผู้เรียนเป็นสำคัญ

ทั้งนี้ สธจ.สตูล จะนำร่างแผนพัฒนาการศึกษาจังหวัดสตูล พ.ศ.2560-2563 เสนอให้ กศจ.สตูล พิจารณาเพื่อใช้ขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ขับเคลื่อนการศึกษาจังหวัดสตูลต่อไป

20 เมษายน 2559

ขอบคุณแหล่งข้อมูล: สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ

ผอ.สพป.สตูล ให้โอวาท ๓ เด็กเก่ง ฮีโร่ สานฝัน ปันรัก เพื่อน้อง ปี ๒๕๕๙

845412.JPG

วันที่ 8 เมษายน 2559 นายนิสิต ชายภักตร์ ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสตูล กล่าวให้โอวาทและมอบเงินเป็นขวัญกำลังใจ ด.ช.สิทธินนท์ หนูชูสุข นักเรียน ร.ร.อนุบาลสตูล ด.ช.แอลฟิลด์ เสวก นักเรียน ร.ร.อนุบาลควนโดน และด.ช.มูฮำหมัดอิ๊กรอม หลังจิ นักเรียน ร.ร.บ้านเจ๊ะบิลัง ที่ได้รับคัดเลือกเข้าโครงการ “ฮีโร่ สานฝัน ปันรัก” เพื่อน้อง 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ รุ่นที่ 16 ปี 2559 ในโอกาสเข้าคารวะก่อนจะเดินทางไปแลกเปลี่ยนวัฒนธรรม และกีฬาที่ประเทศอังกฤษ ระหว่างวันที่ 23 เมษายน – 3 พฤษภาคม 2555

ด.ช.สิทธินนท์ หนูชูสุข กล่าวว่า รู้สึกดีใจมากที่ได้มีโอกาสเดินทางไปประเทศอังกฤษ ต้องขอขอบคุณ นายชัยชนะ สงดำ โค้ชทีมโคกนาว อ.ควนโดน ที่ส่งเข้ารับการคัดเลือก และขอบคุณผู้การอดุลย์ มะลิพันธุ์ ที่ให้โอกาสดี ๆ แก่เด็ก จชต. โดยตนจะพยายามเก็บเกี่ยวประสบการณ์ดี ๆ จากการไปเยี่ยมชมสโมสรแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด สโมรสรลิเวอร์พูล และสโมรสรแมนซิตี้ พร้อมกับฝึกฝนและเรียนรู้ภาษาอังกฤษ เพื่อนำมาใช้ในการพัฒนาตนเองให้มากที่สุด

สำหรับนักเรียนทั้ง 3 คน ได้เข้ารับการคัดเลือกเพื่อเข้าร่วมโครงการฮีโร่ สานฝัน ปันรัก เพื่อน้อง 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ทีผ่าน ซึ่งได้คัดเลือกนักฟุตบอลเยาวชนอายุไม่เกิน 12 ปี ใน 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ จำนวน 1 โรงเรียนต่อ 1 คน จากทั้งหมด 1,300 โรงเรียน จนเหลือ 25 คน เพื่อเข้าค่ายเก็บตัวที่กรุงเทพมหานคร และสร้างเสริมประสบการณ์ฟุตบอลโดยการเดินทางไปแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมไทยและกีฬา ณ ประเทศอังกฤษ ซึ่งดำเนินการมาอย่างต่อเนื่องปีนี้เป็นปีที่ 16

08 เมษายน 2559

ขอบคุณแหล่งข้อมูล: สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ

นักเรียนอนุบาลสตูล ค้นพบฟอสซิลแห่งใหม่ จากการเรียนด้วยกระบวนการวิจัย

840472.JPG

การเรียนรู้จากเดิมที่มีครู ยืนถือชอร์คหน้ากระดานดำ พูดความรู้ให้ฟัง บอกให้จด ให้ท่องจำ ภายในห้องสี่เหลี่ยมแคบ ๆ คงจะไม่สามารถพัฒนาเด็กให้สามารถเรียนรู้หรือรู้ทันข้อมูลข่าวสารหรือความรู้ต่าง ๆ ที่มีมากมาย หลากหลายแขนงที่มีอยู่ทุกที่บนโลกไร้พรมแดนแห่งนี้ ทว่าการปรับเปลี่ยนปฏิรูปการสอนแนวใหม่ที่สอนให้เด็กรู้จักวิธีการคิด รู้จักการแสวงหา/สืบค้น การคิดวิเคราะห์และสังเคราะห์ ดังเช่นการเรียนด้วยกระบวนการวิจัยที่โรงเรียนอนุบาลสตูล ทำให้นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ค้นพบแหล่งฟอสซิลแห่งใหม่ใน อ.เมือง จ.สตูล ปรากฏเป็นข่าวบนหน้าสื่อต่าง ๆ ในขณะนี้

โรงเรียนอนุบาลสตูล เป็นโรงเรียนมาตรฐานสากลเมื่อปี 2553 มีหลักสูตรการจัดการเรียนรู้ด้วยตนเอง โดยใช้นวัตกรรมการเรียนรู้ด้วยกระบวนการวิจับ 10 ขั้นตอนซึ่งเป็นการจัดการเรียนรู้ที่ส่งเสริมนักเรียนให้รู้จักกระบวนการประชาธิปไตย การสื่อสาร การรู้จักแสวงหาความรู้ผ่านสื่อต่าง ๆ อาทิ ความรู้จากชุมชน/อินเตอร์เน็ต/ธรรมชาติ และทุกอย่างรอบๆตัว นำไปสู่กระบวนการคิด การวิเคราะห์ และการสังเคราะห์องค์ความรู้ในที่สุด

ในแต่ละปีเด็กทุกห้อง จะมีโครงงานการเรียนรู้ที่เป็นโครงงานตามความสนใจของเด็ก ทำให้มีความรู้ใหม่ ๆ จากโจทย์วิจัยเกิดขึ้นเสมอ กระบวนการวิจัย 10 ขั้นตอน เริ่มต้นจากเรียนรู้เรื่องใกล้ตัว พัฒนาโจทย์ไปสู่โจทย์วิจัย ออกเก็บข้อมูลจากแหล่งต่าง ๆ พร้อมศึกษาหาความรู้เพิ่มเติม เพื่อนำไปสู่วิเคราะห์และประมวลผลพัฒนาเป็นองค์ความรู้ และนำเผยแพร่ให้ชุมชนหรือสาธารณชนทราบ ใช้เวลาในการเรียนรู้ 1 ปีการศึกษา

อย่างเช่นนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4/6 ทำโครงงานศึกษาเรื่องตามรอยฟอสซิลในพื้นที่ อ.เมืองสตูล

กระบวนการเรียนรู้ เริ่มต้นจากการที่นักเรียนในห้องเสนอโจทย์โครงงาน และเหตุผลสนับสนุน จากนั้นก็จะมาร่วมกันลงเสียงโหวตเพื่อเลือกโจทย์ที่จะเรียนร่วมกันทั้งห้อง จนได้โจทย์โครงงานที่จะศึกษาร่วมกัน คือ “ตามรอยฟอสซิลในพื้นที่ อ.เมืองสตูล” เนื่องจากมีความสนใจว่าจังหวัดสตูล มีฟอสซิลที่มีอายุค่อนข้างยาวนานที่สุดในประเทศไทย โดยมีครูฉวีวรรณ ฮะอุรา เป็นที่ปรึกษา เมื่อได้โจทย์ที่จะเรียนรู้แล้ว นักเรียนจะร่วมกันวางแผนการศึกษา สืบค้นความรู้ฟอสซิลจากอินเตอร์เน็ต หนังสือ พิพิธภัณฑ์ธรรมชาติวิทยา โรงเรียนกำแพงวิทยา อ.ละงู พิพิธภัณฑ์ช้างดึกดำบรรพ์ทุ่งหว้า อ.ทุ่งหว้า จ.สตูล รวมถึงการได้รับความรู้และคำแนะนำจาก อ.ธรรมรัตน์ นุตะธีระ อาจารย์ประจำพิธิธภัณฑ์ธรรมชาติวิทยา หลังจากนั้น นักเรียนเริ่มลงพื้นที่สำรวจสถานที่ต่าง ๆ ที่คาดว่าจะมีซากฟอสซิลในท้องที่อำเภอเมืองสตูล ด้วยความคาดหวังว่าจะได้พบฟอสซิลในอำเภอเมืองสตูล อาทิ เขาโต๊ะพญาวัง ถ้ำวัดถ้ำเขาจีน ริมคลองบ้านนาแค ฯลฯ

จนกระทั่งเมื่อมาลงพื้นที่สำรวจที่บ่อดินบริเวณบ้านปอเกาะยามู ต.ควนขัน อ.เมือง ซึ่งทำให้นักเรียนรู้สึกตื่นเต้นเมื่อได้พบกับซากฟอสซิลกระจัดกระจายทั่วบริเวณ เช่น ฟอสซิลหมึกโบราณ หรือนอร์ติลอย ขนาดความยาว 20 เซนติเมตร พลับพลึงทะเลหรือไครนอยด์ หอยกาบคู่หรือโฟสิโนโคมิญาจำนวนมาก โดยมีสำนักงานทรัพยากรธรณีเขต 4 สุราษฎร์ธานี ผู้อำนวยการอุทยานธรณีสตูล ได้เดินทางลงมาพิสูจน์การค้นพบซากฟอสซิลในท้องที่ที่พบเจอด้วย

แต่การเรียนรู้ของนักเรียนไม่ได้หยุดแค่เพียงได้ค้นพบฟอสซิลเท่านั้น นักเรียนกลับคิดต่อไปถึงการสร้างจิตสำนึกผู้ใหญ่ในท้องถิ่น ให้ร่วมรณรงค์อนุรักษ์บ่อหินสถานที่พบฟอสซิล เพื่อเป็นแหล่งศึกษาเรียนรู้ของชุมชนและคนรุ่นหลังต่อไปอีกด้วย

นายสุทธิ สายสุนีย์ ผู้อำนวยการโรงเรียนอนุบาลสตูล กล่าวว่า กรณีการเรียนรู้นักเรียน ป.4/6 ที่ไปค้นพบซากฟอสซิลในท้องที่ตำบลควนขัน อ.เมืองสตูล ทำให้เชื่อมั่นว่านวัตกรรมการเรียนรู้ด้วยกระบวนการวิจัย สามารถตอบโจทย์ปฏิรูปการศึกษาและนโยบายลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้ ที่ปรับเปลี่ยนการเรียนรู้และพัฒนานักเรียนใน 4 H คือ ด้านสมอง:Head ด้านจิตใจ:Heart ด้านอาชีพ:Hand และด้านสุขภาพ:Health อีกทั้งยังดึงให้หลายฝ่ายเข้ามาเกี่ยวข้องกับการศึกษาไม่ว่าจะเป็นพ่อแม่ ผู้ปกครอง ที่ร่วมตามหาซากฟอสซิลร่วมกับเด็ก ๆ หรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่เข้ามาอนุรักษ์บ่อดินแหล่งฟอสซิล ตามคำเรียกร้องของเด็กๆ

25 มีนาคม 2559

ขอบคุณแหล่งข้อมูล: สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ