Tag Archives: วิศวกรรมศาสตร์

สอศ. บูรณาการวิชาเรียน-กิจกรรม สร้างสรรค์สิ่งประดิษฐ์ของคนรุ่นใหม่ ๒๕๖๐ โชว์ ๔-๗ พ.ค. ๒๕๖๐

%E0%B8%9B%E0%B8%81.JPG

สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา กำหนดจัดประกวดสิ่งประดิษฐ์ของคนรุ่นใหม่ และการแข่งขันหุ่นยนต์ยุวชนอาชีวศึกษา ระดับชาติ 2560 ในงาน “ประชารัฐร่วมพัฒนา สุดยอดนวัตกรรมอาชีวศึกษา” ระหว่างวันที่ 4-7 พฤษภาคม 2560 ณ ห้อง เอ็ม ซี ซี ฮอลล์ ชั้น 4 ห้างสรรพสินค้าเดอะมอลล์ สาขาบางกะปิ กรุงเทพฯ

ดร. สุเทพ ชิตยวงษ์ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา เปิดเผยว่าสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษามีโยบายส่งเสริมการมีส่วนร่วมในกิจกรรมต่าง ๆ ของสถานศึกษาอาชีวศึกษารัฐบาลและสถานศึกษาอาชีวศึกษาเอกชน ในด้านวิชาการ และกิจกรรมการพัฒนาการเรียนการสอน เพื่อให้นักเรียน นักศึกษา สามารถนำความรู้ทางวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีวิศวกรรมศาสตร์ และคณิตศาสตร์ ไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันในงานอาชีพ และสามารถพัฒนาต่อยอดองค์ความรู้ที่เกิดจากการคิดนวัตกรรม สิ่งประดิษฐ์ โครงงานวิทยาศาสตร์อาชีวศึกษา สู่ชุมชนและเชิงพาณิชย์ ด้วยการวิจัยและพัฒนานวัตกรรมและเทคโนโลยี โดยในปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๐ ได้กำหนดจัด “ประชารัฐร่วมพัฒนา สุดยอดนวัตกรรมอาชีวศึกษา” การประกวดสิ่งประดิษฐ์ของคนรุ่นใหม่ และการแข่งขันหุ่นยนต์ยุวชนอาชีวศึกษา 2560 ระหว่างวันที่ 4-7 พฤษภาคม 2560 ณ ห้องเอ็ม ซี ซี ฮอลล์ ห้างสรรพสินค้า เดอะมอลล์ สาขาบางกะปิ กรุงเทพฯ ทั้งนี้เพื่อยกระดับคุณภาพอาชีวศึกษา พัฒนาการสร้างนวัตกรรมและสิ่งประดิษฐ์สู่เชิงพาณิชย์ และนานาชาติ พร้อมทั้งส่งเสริมสนับสนุนผลงานนวัตกรรมสิ่งประดิษฐ์ฯ ให้ได้รับความคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญา เพื่อก้าวไปสู่ Thailand ๔.๐ และเปิดเป็นเวทีให้นักเรียนนักศึกษา ได้นำผลงานสิ่งประดิษฐ์เข้าร่วมประกวดและแสดงให้ประชาชนได้ร่วมชมผลงานด้วย

เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา กล่าวต่อไปว่า “ประชารัฐร่วมพัฒนา สุดยอดนวัตกรรมอาชีวศึกษา” การประกวดสิ่งประดิษฐ์ของคนรุ่นใหม่ และการแข่งขันหุ่นยนต์ยุวชนอาชีวศึกษา 2560 มีผลงานที่ผ่านการคัดเลือกจากการประกวดจากระดับจังหวัด และระดับภาค 5 ภาค รวมจำนวนทั้งสิ้น 220 ผลงาน จากจำนวนทั้งหมดกว่า 5,000 ผลงาน แบ่งการประกวดออกเป็น 11 ประเภท ได้แก่ ประเภทที่ 1 สิ่งประดิษฐ์ด้านพัฒนาคุณภาพชีวิต ประเภทที่ 2 สิ่งประดิษฐ์ด้านการประกอบอาชีพ ประเภทที่ 3 สิ่งประดิษฐ์ด้านผลิตภัณฑ์สำเร็จรูป ประเภทที่ 4 สิ่งประดิษฐ์ด้านการอนุรักษ์พลังงาน (แบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม) ได้แก่กลุ่มผลิตพลังงาน และกลุ่มการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน ประเภทที่ 5 สิ่งประดิษฐ์ด้านการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ประเภทที่ 6 สิ่งประดิษฐ์ด้านการแพทย์ และชีวอนามัย และประเภทที่ 7 สิ่งประดิษฐ์ด้านผลิตภัณฑ์อาหาร ประเภทที่ 8 สิ่งประดิษฐ์ด้านเทคโนโลยีการเกษตร (เครื่องมืออุปกรณ์เพื่อการดำนา) ประเภทที่ 9 สิ่งประดิษฐ์ด้านหัตถศิลป์ ประเภทที่ 10 สิ่งประดิษฐ์ด้านนวัตกรรมซอฟแวร์ และระบบสมองกลฝังตัว (Software & Embedded System Innovation) แบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม ได้แก่กลุ่มพัฒนาซอฟต์แวร์ และกลุ่มพัฒนาระบบสมองกลฝังตัว ประเภทที่ 11 สิ่งประดิษฐ์ด้านบำบัดน้ำ (น้ำเพื่อปะชาชน)นอกจากนี้ยังได้กำหนดให้มีการประกวดประเภทองค์ความรู้ การนำเสนอผลงานวิจัยนวัตกรรมและสิ่งประดิษฐ์ของคนรุ่นใหม่ภาคภาษาอังกฤษ เพื่อการเข้าสู่ความเป็นมาตรฐานสากล จำนวน 20 ผลงาน และเพื่อเป็นการส่งเสริมเยาวชนระดับประถมศึกษา สังกัดโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดน กองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน ให้เป็นนักคิดนักประดิษฐ์ และมีทัศนคติที่ดีในการศึกษาต่อในการเรียนสายวิชาชีพ สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา จึงได้จัดการแข่งขันหุ่นยนต์ยุวชนอาชีวศึกษาขึ้น โดยคัดเลือกจากทีม ของนักเรียน โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดน ในพื้นที่ ระดับภาค ทั้ง 4 ภาค เข้าสู่ระดับชาติ ชิงถ้วยรางวัล พระราชทาน สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี จำนวน 16 ทีม เข้าร่วมการแข่งขันในครั้งนี้ด้วย

สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ได้เล็งเห็นความสำคัญ ของการส่งเสริมสนับสนุน การวิจัยและพัฒนาสิ่งประดิษฐ์มา โดยตลอด ทั้งในด้านปริมาณ และคุณภาพ มาจนถึงปีการศึกษาปัจจุบัน มีผลงานสิ่งประดิษฐ์ มากกว่า 25,000 ผลงาน สามารถพัฒนาต่อยอดในเชิงพาณิชย์ จนสามารถ จดสิทธิบัตรได้ และอยู่ระหว่างการส่งเสริม และพัฒนา ประมาณ 100 ผลงาน และในโอกาสนี้สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษาได้รับพระกรุณาธิคุณจากสมเด็จพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ เสด็จเป็นองค์ประธานในพิธีประทานรางวัลแก่ผู้ชนะการประกวดฯ ในวันที่ 7 พฤษภาคม 2560

กลุ่มประชาสัมพันธ์ 5 พฤษภาคม 2560

ขอบคุณแหล่งข้อมูล: สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา

สอศ. เตรียมหลักสูตรต่อเนื่องอาชีวศึกษา-โคเซ็น ๕ ปี พร้อมเปิดปีการศึกษา๒๕๖๑

page.JPG

นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ พร้อมคณะผู้บริหารระดับสูงกระทรวงศึกษาธิการ ให้การต้อนรับ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ วัฒนธรรม กีฬา วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ประเทศญี่ปุ่น (Mr.Hirokaza Matsuno) และเอกอัครราชทูตประเทศญี่ปุ่น (Mr. Shiro Sadoshima) พร้อมคณะ เพื่อหารือความก้าวหน้าและตรวจเยี่ยม สถาบันเทคโนโลยีวิศวกรรมศาสตร์ไทย-ญี่ปุ่น โคเซน ณ สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา

ดร.สุเทพ ชิตยวงษ์ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา เปิดเผยว่า ตามที่สำนักงานคณะกรรมการ การอาชีวศึกษา และ NIT ได้ร่วมกันพัฒนาหลักสูตรต่อเนื่อง 5 ปี ตามมาตรฐานของ KOSEN โดยสถาบัน NIT โดยมี Dr. Matsumoto Tsutomu มาปฏิบัติงานในตำแหน่งผู้อำนวยการสถาบันเทคโนโลยีและวิศวกรรมศาสตร์ ไทย – ญี่ปุ่น โคเซ็น (Japanese – Thai KOSEN Institute of Engineering and Technology) ซึ่งตั้งอยู่ที่ชั้น 3 สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา และกำหนดเปิดการเรียนการสอนในรูปแบบ KOSEN ในปีการศึกษา 2561 พร้อมกันนี้ วันที่ 1 พฤษภาคม 2560 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ วัฒนธรรม กีฬา วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ประเทศญี่ปุ่น (Mr.Hirokaza Matsuno) และเอกอัครราชทูตประเทศญี่ปุ่น (Mr. Shiro Sadoshima) พร้อมคณะ จะเข้าเยี่ยมคารวะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์) เพื่อหารือความก้าวหน้าและตรวจเยี่ยม สถาบันเทคโนโลยีวิศวกรรมศาสตร์ไทย-ญี่ปุ่น โคเซน ในโอกาสนี้ด้วย

เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา กล่าวต่อไปว่า สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ได้ตั้งเป้าหมายไว้ว่าจะผลิตกำลังคนคุณภาพให้แก่ภาคอุตสาหกรรม ให้มีความพร้อมทั้งความรู้ ทักษะ และสมรรถนะในการทำงาน และมุ่งหวังว่าในอนาคตเราจะจัดตั้งศูนย์การเรียนรู้และฝึกอบรมเพื่อพัฒนากำลังคนภาคอุตสาหกรรม ของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ให้มีมาตรฐานเป็นที่ยอมรับในระดับสากล และในขณะเดียวกันก็จะสนับสนุนเด็กที่มีผลการเรียนดีมีความสามารถ ให้ได้รับทุนการศึกษาเพื่อไปศึกษาต่อในระดับที่สูงขึ้น ณ ประเทศญี่ปุ่น และกลับมาบรรจุรับราชการ เป็นครูที่มีคุณภาพ และเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาเยาวชนของชาติ โดยหลักสูตรต่อเนื่อง 5 ปี ตามมาตรฐานของ KOSEN โดยสถาบัน NIT จะนำร่อง ในสาขาวิชาเมคคาทรอนิกส์ และอิเล็กทรอนิกส์ ในวิทยาลัยอาชีวศึกษาเทคโนโลยีฐานวิทยาศาสตร์ (ชลบุรี) และวิทยาลัยเทคนิคสุรนารี ภายใต้การสนับสนุนของ JICAและมีวิทยาลัยเทคนิคพังงา เป็นสถานศึกษาสมทบ ซึ่งปัจจุบันคณะทำงานพัฒนาหลักสูตรต่อเนื่อง 5 ปี ตามมาตรฐานของ KOSENได้ดำเนินการกำหนดโครงสร้างหลักสูตร รูปแบบการเรียนการสอน และรายละเอียดรายวิชาในภาพรวม เรียบร้อยแล้ว ซึ่งในปี 2560 นี้จะร่วมกันพัฒนาหลักสูตรให้สมบูรณ์พร้อมเปิดการเรียนการสอนในปีการศึกษา 2561

กลุ่มประชาสัมพันธ์ 1 พฤษภาคม 2560

ขอบคุณแหล่งข้อมูล: สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา

ค่ายขจีแคมป์ครั้งที่ ๗ (๗th KGE CAMP)

รับสมัครนักเรียนม.ปลายสายวิทย์-คณิต 100 คน เข้าสู่ ค่ายขจีแคมป์ครั้งที่ 7 (7th K’GE CAMP) วันที่ 14-16 ตุลาคม 2559 ณ อาคาร 1 ภาควิชาวิศวกรรมเคมี และพื้นที่ภายในคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตบางเขน ค่าสมัคร 300 บาท

ประกาศผลรายชื่อผู้มีสิทธิ์ : 26 กันยายน 2559

ระดับการศึกษา :ม.ปลาย(สายวิทย์-คณิต)

ค่าใช้จ่าย : 300 บาท (ชำระเมื่อประกาศรายชื่อผู้ผ่านการคัดเลือกเข้าร่วมโครงการแล้ว)

จัดโดยคณะวิศวกรรมศาสตร์ภาควิชาเคมี มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตบางเขน

รายละเอียดค่าย:

โครงการค่ายขจีแคมป์ (K’GE Camp) เป็นโครงการที่ชุมนุมนิสิตภาควิชาวิศวกรรมเคมีจัดขึ้น เพื่อรณรงค์ให้นักเรียนในระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย (สายวิทย์-คณิต) และผู้เข้าร่วมกิจกรรม ได้รับรู้ถึงปัญหาสิ่งแวดล้อมที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งปัญหาโลกร้อน รู้จักการใช้พลังงานให้เกิดประโยชน์สูงสุด การประหยัดพลังงาน การนำวัสดุสิ่งของเหลือใช้มาสร้างพลังงานทดแทน การช่วยกันลดโลกร้อนจากสิ่งใกล้ตัวที่ทุกคนสามารถทำได้ รวมทั้งแนะนำหลักสูตรการเรียนการสอนของภาควิชาวิศวกรรมเคมี สายงานที่เกี่ยวข้องกับวิศวกรรมเคมีและบทบาทของวิศวกรรมเคมีในการแก้ปัญหา สิ่งแวดล้อม อีกทั้งยังมีการฝึกให้ผู้เข้าร่วมได้ทำงานในระบบกลุ่ม และสามารถแก้ปัญหาต่างๆได้ทันตามระยะเวลาที่กาหนดได้ โดยมีการแข่งขัน และการแจกรางวัล นอกจากนี้ยังได้รับความสนุกสนานจากกิจกรรมและสันทนาการต่างๆ ซึ่งกิจกรรมและประสบการณ์ที่ได้รับในช่วงระยะเวลาดังกล่าวจะทำให้ผู้เข้า ร่วมโครงการในค่ายมีความรักความเข้าใจ ในด้านเทคโนโลยีและด้านวิศวกรรม ซึ่งสามารถนำมาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน และยังเป็นพื้นฐานในการพัฒนาประเทศชาติต่อไปอีกด้วย

ระเบียบการสามารถดาว์โหลดได้ที่:

https://drive.google.com/file/d/0B1W2zcn0VxUPZnl1cWtWb2ZVLTQ/view?pref=2&pli=1

ใบสมัครเข้าร่วมโครงการสามารถดาว์โหลดได้ที่:

https://drive.google.com/file/d/0B1W2zcn0VxUPWnVqVkt3QU1MRWc/view?pref=2&pli=1

กรอกข้อมูลให้ครบเรียบแล้ว แล้วส่งเอกสารมาทางไปรษณีย์

ส่งจดหมายมาตามที่อยู่ :

ค่าย K’GE CAMP ครั้งที่ 7 ประจำปี 2559 ภาควิชาวิศวกรรมเคมี คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตบางเขน เลขที่ 50 ถนนงามวงศ์วาน แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร 10900

***ติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้ทางแฟนเพจ K’GE Camp#7 :https://www.facebook.com/kgecamp7/

ขอบคุณแหล่งข้อมูล: อินเตอร์เน็ต

ENTECH OPEN HOUSE งานเปิดบ้านของวิศวะฯ ศิลปากร

พบกันเร็วๆนี้ ในงาน”ทับแก้ววิชการ”

งานเปิดบ้านของมหาวิทยาลัยศิลปากร วิทยาเขตพระราชวังสนามจันทร์

กับธีม “Engineering For The Future” ที่คณะวิศวกรรมศาสตร์ฯ

ในงาน น้องๆจะได้พบกันกิจกรรมมากมาย ทั้งบูธของภาควิชาทั้ง7 ภาค 11 สาขา เพื่อแนะนำให้น้องๆได้รู้จักกับคณะของเรามากขึ้น ,เกมส์สนุกๆจากพี่ๆนักศึกษา และไฮไลท์ของงานคือการแข่งขันที่น้องๆสามารถเข้าร่วมได้ ได้แก่

– การแข่งขันตั้งกลไกล้มแผ่นไม้ด้วยโดมิโน (ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย)

– การแข่งขันสร้างเครื่องยิงลูกเทนนิสแม่นเข้าเป้า (ระดับอุดมศึกษา)

และยังมีการบรรยายพิเศษ ในหัวข้อเรื่อง “วิศวกรรมเพื่ออนาคต”

รับรองว่ามางานเดียวน้องๆจะได้รับทั้งความรู้ แนวทางในการศึกษาต่อ

และความสนุกอีกมากมาย พี่ๆรออยู่น้าาา

แล้วเจอกันนะคะ 🙂

ขอบคุณแหล่งข้อมูล: อินเตอร์เน็ต

มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดสกลนคร เปิดรับตรง ปี ๒๕๖๐

มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดสกลนคร

เปิดรับสมัครบุคคลเข้าศึกษาต่อ (รับตรง) โครงการขยายโอกาสทางการศึกษา ปีการศึกษา 2560

คณะทรัพยากรธรรมชาติและอุตสาหกรรมเกษตร

หลักสูตรที่เปิดรับ

– พืชศาสตร์และทรัพยากร

– ทรัพยากรเกษตรและการจัดการผลิต

– เทคโนโลยีการอาหาร

– อาหารปลอดภัยและโภชนาการ

– ประมง

– สัตวศาสตร์

คณะวิทยาศาสตร์และวิศวกรรมศาสตร์

หลักสูตรที่เปิดรับ

– เทคโนโลยีสารสนเทศ

– วิศวกรรมเครื่องกลและการผลิต

– วิศวกรรมไฟฟ้า

– วิศวกรรมโยธา

เคมีประยุกต์

– วิทยาการคอมพิวเตอร์

– วิศวกรรมคอมพิวเตอร์

– วิศวกรรมอุตสาหการ

คณิตศาสตร์ประยุกต์

หลักสูตรที่เปิดรับ

– การจัดการ

– การบัญชี

– การตลาด

– การจัดการโรงแรมและท่องเที่ยว

ภาษาอังกฤษ

– การเงิน

– รัฐประศาสนศาสตร์

คณะสาธารณสุขศาสตร์

หลักสูตรที่เปิดรับ

– สาธารณสุขศาสตร์

– อนามัยสิ่งแวดล้อม

สนใจสมัครและดูรายละเอียดเพิ่มเติม http://dbs.csc.ku.ac.th:8080/Admission-60

สอบถามและติดตามข่าวสารได้ที่ panpage : Admission ku.csc โทร.042-725052 , 086-2241118

ขอบคุณแหล่งข้อมูล: อินเตอร์เน็ต

ขอเชิญชวนร่วมส่งผลงานวิจัยการชุมระดับนานาชาติ THA๒๐๑๗ ภายในเดือนสิงหาคม ๒๕๕๙

ขอเชิญชวนร่วมส่งผลงานวิจัยเพื่อนำเสนอในการประชุมวิชาการระดับนานาชาติ“THA 2017 International Conference on Water Management and Climate Change towards Asia’s Water-Energy-Food Nexus” หมดเขตวันที่ 31 สิงหาคม 2559

ด้วย คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน สถาบันเทคโนโลยีแห่งเอเชียกรมชลประทาน กรมทรัพยากรน้ำ กรมทรัพยากรน้ำบาดาล สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและแห่งชาติ สมาคมนักอุทกวิทยาไทย และสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย จะจัดประชุมวิชาการระดับนานาชาติในหัวข้อ “THA 2017 International Conference on Water Management and Climate Change towards Asia’s Water-Energy-Food Nexus” ในระหว่างวันที่ 25-27 มกราคม 2560 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้เป็นเวทีสาธารณะในการเผยแพร่ผลงานวิจัยสำหรับนักวิจัย นักวิทยาศาสตร์ ผู้ปฏิบัติงานและผู้กำหนดนโยบาย ร่วมแบ่งปันและนำเสนอความก้าวหน้าใหม่ในปัจจุบัน ทั้งผลงานจากการวิจัยมุมมองและประสบการณ์ในการบริหารจัดการน้ำ น้ำใต้ดิน และน้ำเพื่อการชลประทาน ความสนใจพิเศษ การพัฒนาทักษะ และความสามารถ ในการปฏิบัติงานต่อการปรับตัวเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ภัยพิบัติการจัดการน้ำแบบมีส่วนร่วม และการจัดการด้านพลังงานและอาหาร อย่างยั่งยืนในภูมิภาคเอเชีย การประชุมจะนำมารวมกันนักวิจัย วิศวกร นักวิชาการ ทั้งทางภาครัฐและเอกชนจากทั่วโลก

สามารถดูรายละเอียดได้ที่ http://www.tha2017.org

ขอบคุณแหล่งข้อมูล: อินเตอร์เน็ต

รับตรง๖๐ ม.อีสเทิร์นเอเชีย

โควตารับตรง ม.อีสเทิร์นเอเชีย

ปีการศึกษา 2560 **ไม่ต้องสอบเข้า ไม่ต้องสัมภาษณ์ กู้ยืมกองทุนการศึกษา ได้ตั้งแต่เทอมแรก โดยไม่ต้องสำรองจ่าย *** รับจำนวนจำกัด !! 1. คณะศิลปศาสตร์

– สาขาวิชาจีนศึกษา (ศึกษาต่างประเทศ 1 ภาคการศึกษา)

– สาขาวิชาภาษาญี่ปุ่นธุรกิจ (ศึกษาต่างประเทศ 1 ภาคการศึกษา)

– สาขาวิชาภาษาอังกฤษธุรกิจ (ศึกษาต่างประเทศ 1 ภาคการศึกษา)

– สาขาวิชาการท่องเที่ยว(เมื่อสำเร็จการศึกษาได้รับใบอนุญาตเป็นมัคคุเทศก์ (บัตรไกด์) ) 2. คณะนิติศาสตร์ (หลักสูตรเสริมภาษาอังกฤษด้านกฎหมายโดยเฉพาะ) 3. คณะบริหารธุรกิจ หลักสูตรบัญชีบัณฑิต/ สาขาการจัดการธุรกิจระหว่างประเทศ

(ภาษาไทย /ภาษาอังกฤษ) 4. คณะวิทยาการจัดการ สาขาวิชาการจัดการและบริหาร (ภาคปกติ/ภาคพิเศษ) 5. คณะเทคโนโลยีสารสนเทศ สาขาวิชาเทคโนโลยีสารสนเทศ (นศ.โควตารับโน๊ตบุ๊คฟรี) 6. คณะวิศวกรรมศาสตร์

– สาขาวิชาวิศวกรรมไฟฟ้าและพลังงาน

– สาขาวิชาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ (นศ.โควตารับโน๊ตบุ๊คฟรี) ส่งเอกสารประกอบการสมัครเข้าศึกษาคณะทั่วไป ประกอบด้วย 1.1 สำเนาบัตรประชาชน 2 ฉบับ 1.2 สำเนาทะเบียนบ้าน 2 ฉบับ 1.3 สำเนาวุฒิการศึกษา 2 ฉบับ 1.4 รูปถ่าย 1 นิ้ว 2 รูป 1.5 ค่าสอบธรรมเนียมแรกเข้า 2,000 บาท 1.6 ค่าเรียนปรับพื้นฐานวิชาภาษาอังกฤษ 3,000 บาท ผู้รับ อาจารย์เสาวลักษณ์ บุญลึก ศูนย์แนะแนวและรับสมัครนักศึกษา มหาวิทยาลัยอีสเทิร์นเอเชีย เลขที่ 200 ถนนรังสิต – นครนายก ตำบลรังสิต อำเภอธัญบุรี จังหวัดปทุมธานี 12110 ติดต่อสมัครเรียนได้ที่ อ. เสาวลักษณ์ บุญลึก ( อ.จิ๋ว) ศูนย์แนะแนวและรับสมัครนักศึกษา มหาวิทยาลัยอีสเทิร์นเอเชีย โทร.095-496-9903 หรือ @ Line : society-jiew14

ขอบคุณแหล่งข้อมูล: อินเตอร์เน็ต

ดร.สมเกียรติ บุญรอด ผช.เลขาธิการ กพฐ.เปิดศูนย์สะเต็มศึกษาภาคเหนือตอนบน

697552.JPG

วันที่ 12 ธันวาคม 2557 เวลา 09.00 น. ดร.สมเกียรติ บุญรอด ผู้ช่วยเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ประธานพิธีเปิดศูนย์สะเต็มศึกษาภาคเหนือตอนบนและพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือโรงเรียนเครือข่ายสะเต็มศึกษา ณ โรงเรียนยุพราชวิทยาลัย โดย นายบุญเสริญ สุริยา ผู้อำนวยการโรงเรียนยุพราชวิทยาลัย กล่าวรายงานวัตถุประสงค์ เพื่อส่งเสริมและพัฒนาแนวทางการเรียนการสอนวิชาวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิศวกรรมศาสตร์และคณิตศาสตร์ โดยทำให้เกิดการบูรณาการของการจัดกิจกรรมเรียนรู้ นำไปสู่การพัฒนาผู้เรียนให้มีทักษะการคิดแก้ปัญหาและการสร้างสรรค์นวัตกรรมใหม่ เพื่อเป็นการช่วยส่งเสริมความสามารถในการแข่งขันของประเทศ โดยสถาบันส่งเสริมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) ร่วมมือกับสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน จัดทำโครงการพัฒนาและสนับสนุนการดำเนินงานศูนย์สะเต็มศึกษาแห่งชาติ และศูนย์สะเต็มศึกษาภาค ทั้งหมดทั่วประเทศ 13 ศูนย์ ให้เป็นศูนย์เรียนรู้นำร่องประจำภูมิภาคต่างๆ โรงเรียนยุพราชวิทยาลัย ได้รับคัดเลือกจากสถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีให้เป็นศูนย์สะเต็มศึกษาภาค ประจำภาคเหนือตอนบน โดยมี โรงเรียนในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 34 เขต 35 และสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเชียงใหม่ เขต 1 และ เขต 3 จำนวนทั้งสิ้น 27 โรงเรียน และได้ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือโรงเรียนเครือข่ายสะเต็มศึกษา โอกาสนี้ นายศุภชัย เอี่ยมสุวรรณ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ได้กล่าวต้อนรับแขกผู้มีเกียรติและร่วมเป็นสักขีพยานพิธีลงนามบันทึกข้อตกลง ในการนี้ นายภิญโญ จันทรวงศ์ ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 34 ประธานกรรมการสถานศึกษา ผู้บริหารสถานศึกษา ข้าราชการครู นักเรียน และแขกผู้มีเกียรติร่วมพิธีเปิดงานและเยี่ยมชมนิทรรศการในครั้งนี้ กำหนดจัดกิจกรรมระหว่างวันที่ 12 – 14 มกราคม 2557 ประกอบด้วย ประชุมเชิงปฏิบัติการด้านสะเต็มศึกษาสำหรับครูผู้สอน กิจกรรม STEM Camp สำหรับนักเรียน ดูภาพกิจกรรม https://www.facebook.com/media/set/?set=a.770370526371879.1073742406.205…

12 มกราคม 2558

ขอบคุณแหล่งข้อมูล: สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ

โรงเรียนเบ็ญจะมะมหาราช สพม. ๒๙ เป็นศูนย์สะเต็มภาค พร้อมลงนามความร่วมมือเครือข่ายแล้ว

649161.JPG

โรงเรียนเบ็ญจะมะมหาราช สพม. 29 เป็นศูนย์สะเต็มภาค พร้อมลงนามความร่วมมือเครือข่ายแล้ว นายประวิทย์ หลักบุญ ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 29 เป็นประธานเปิดศูนย์แนวทางการจัดการศึกษาที่บูรณาการวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิศวกรรมศาสตร์และคณิตศาสตร์ โดยเน้นการนำความรู้ไปแก้ปัญหาชีวิตจริงและการประกอบอาชีพในอนาคต ภาค โรงเรียนเบ็ญจะมะมหาราช (Regional STEM Education Center) หรือ (Science Technology Engineering and Mathematics Education : STEM Education) ภายใต้ความร่วมมือและการกำกับดูแล ของ ศูนย์สะเต็มศึกษาแห่งชาติ สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี, สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน และกระทรวงศึกษาธิการ พร้อมพิธีลงนามความร่วมมือเครือข่ายสะเต็มศึกษา ภาค จำนวน 6 โรงเรียน คือ โรงเรียนลือคำหาญ วารินชำราบ, โรงเรียนเดชอุดม, โรงเรียนมูลนิธิวัดศรีอุบลรัตนาราม, โรงเรียนอนุบาลอุบลราชธานี, โรงเรียนปทุมวิทยากร และโรงเรียนบ่านท่าบ่อ เมื่อวันศุกร์ที่ 19 กันยายน 2557 เวลา 09.40 น. ที่หอประชุมสุนีย์ตริยางกูรศรี โรงเรียนเบ็ญจะมะมหาราช ถนนสรรพสิทธิ์ ตำบลในเมือง อำเภอเมือง จังหวัดอุบลราชธานี ในการนี้ มี ดร. ประยงค์ แก่นลา ผู้อำนวยการโรงเรียนเบ็ญจะมะมหาราช, ดร.ดวงสมร คล่องสารา รองผู้อำนวยการสถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี, นายวลงกรณ์ บุญเต็ม รองผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 29, ผศ.ดร.อารี หลวงนา รองอธิการบดี มหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี, ผศ.ดร.กชกร ธิปัตตี, คณะบดีคณะครุศาสตร์, ผศ.ดร.อุดม ทิพราช รองคณะบดีคณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี ดร.รณชัย ปานะโปย นักวิชาการ สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี, นายเฉลียว มนัส รองผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอุบลราชธานี เขต 1 พร้อมคณะผู้บริหารส่วนราชการ ข้าราชการครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน ร่วมในงาน ซึ่งมีการจัดนิทรรศการสะเต็มศึกษา STEM Camp การแสดงบูรณาการศิลปะ ดนตรี นาฏศิลป์ การนำเสนอเป็นภาษาอังกฤษ ในหัวข้อ “What is STEM Education”. วีดีโอแนะนำ STEM Education สำหรับ ศูนย์แนวทางการจัดการศึกษาที่บูรณาการวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิศวกรรมศาสตร์และคณิตศาสตร์ โดยเน้นการนำความรู้ไปแก้ปัญหาชีวิตจริงและการประกอบอาชีพในอนาคต ภาค โรงเรียนเบ็ญจะมะมหาราช (Regional STEM Education Center) แห่งนี้ ได้รับการจัดตั้งขึ้นในการมุ่งเน้นส่งเสริมการเรียนรู้ผ่านกิจกรรม หรือโครงงานที่มุ่งแก้ไขปัญหาที่พบเห็นในชีวิตจริง เพื่อสร้างเสริมประสบการณ์ ทักษะชีวิต ความคิดสร้างสรรค์ เพื่อนำไปสู่การสร้างนวัตกรรม ผู้เรียนที่มีประสบการณ์ในการทำกิจกรรม หรือโครงงาน สะเต็มศึกษา จะมีความพร้อมที่จะไปปฏิบัติงานที่ต้องใช้องค์ความรู้และทักษะ กระบวนการด้านวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ และเทคโนโลยี ที่สำคัญต่ออนาคตของประเทศ เช่น การเกษตร อุตสาหกรรม พลังงาน สิ่งแวดล้อม บริการสุขภาพ การคมนาคม ก็ได้ และสามารถนำไปบูรณาการร่วมกับวิชาอื่นๆ ได้อีก เช่น วิชาศิลปะ ภาษาไทย ภาษาอังกฤษ สุขศึกษา หรือ พลศึกษา เป็นต้น ……………………… นายศักดิ์ระพี สีมาวัน นักประชาสัมพันธ์ชำนาญการพิเศษ หัวหน้ากลุ่มงานประชาสัมพันธ์ สพม. 29

โทรศัพท์ 045 – 422186, 045 – 323910, 081 – 265 7046 โทรสาร 045 – 422185

http://www.secondary29.go.th e-mail:neenoy11@gmail.com FACEBOOKศักดิ์ระพี สีมาวัน line:0812657046 บันทึกภาพ / รายงานข่าว วันศุกร์ที่ 19 กันยายน 2557

(ประมวลภาพกิจกรรมส่วนใหญ่ จะจัดส่งและขอเชิญติดตามหรือดาวน์โหลดเพิ่มเติม

ได้ที่ e-mail:neenoy11@gmail.com และหรือ FACEBOOKศักดิ์ระพี สีมาวัน)

19 กันยายน 2557

ขอบคุณแหล่งข้อมูล: สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ

สพฐ.ทุ่ม ๒๘๕ ล้าน สร้าง-ซ่อมแซม อาคารเรียนประสบภัยพิบัติแผ่นดินไหวเชียงราย

632608.JPG

สถานการณ์แผ่นดินไหวที่เชียงราย 6.3 ริกเตอร์ ความลึก 7 กิโลเมตร เมื่อ 5 พฤษภาคม 2557 ผ่านไปแล้วกว่า 3 เดือน แต่สถานการณ์ “แผ่นดินเขย่า” ที่เรียกว่าอาฟเตอร์ช็อคและแผ่นดินไหวยังคงมีติดต่อกันรวมๆแล้วมากกว่า 1,200 ครั้ง

ความเสียหายของโรงเรียนและหน่วยงานการศึกษาต่างๆ จนถึงการสำรวจตรวจสอบเพื่อซ่อมบำรุงตลอดจนก่อสร้างขึ้นใหม่อาคารเรียน อาคารประกอบและสิ่งปลูกสร้างต่างๆที่ได้รับผลกระทบตั้งแต่รอยแตกแยกปริ ร่อยร้าว จนถึงโครงสร้างอาคารที่ปรับเปลี่ยนเสียรูปทรงและสภาพปรักหักพัง ต้องทุบ รื้อ ทิ้ง รวมจำนวน 115 โรง ซึ่งส่งผลกระทบต่อการจัดการเรียนการสอนและการจัดกิจกรรมต่างๆในโรงเรียน สถานศึกษา โดยเฉพาะห้องเรียน สื่อ อุปกรณ์การเรียนการสอน ทั้งระดับประถมศึกษาและมัธยมศึกษา

ดร.กมล รอดคล้าย เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานกล่าวว่า “ความเสียหายของอาคารเรียน อาคารประกอบนั้นแบ่งเป็น 3 ระดับ คือ ระดับสูง ได้แก่ สภาพเสาขาด คอนกรีตโครงสร้างแตก เหล็กเสริมสร้างโครงสร้างงอ อาคารเอียง เป็นพื้นที่อันตรายห้ามเข้าใกล้ ความเสียหายระดับกลาง ได้แก่ เสาขาดบริเวณหัวเสา คาน สภาพเช่นนี้ต้องระงับการใช้อาคาร รอการซ่อมแซม ติดตั้งโครงค้ำยันชั่วคราว ความเสียหายระดับต้น ได้แก่ รอยร้าวที่ผนัง พื้น ฝ้าเพดาน ไม่กระทบถึงโครงสร้างหลัก โรงเรียนต้องประมาณการงบประมาณราคาเพื่อของบประมาณจากสพฐ.ตามปกติ”

การสำรวจตรวจสอบสภาพความเสียหายที่มีระดับความเสียหายแตกต่างกันไป ในขณะที่ยังปรากฎสถานการณ์อาฟเตอร์ช็อคและแผ่นดินไหว “เขย่า”คู่ขนานอย่างต่อเนื่อง แนวลึกบ้าง แนวระนาบบ้าง ตามลักษณะรอยเลื่อนที่มีแตกแยกย่อยตามประกาศของกรมทรัพยากรธรณีที่ระบุว่า มีรอยเลื่อน 14 รอยเลื่อน ในจำนวนนี้เป็นรอยเลื่อนที่ส่งอิทธิพลคาบเกี่ยวและเชื่อมโยงกับเชียงราย 9 รอยเลื่อน ซึ่งแม้นจะเป็นสภาวะการเปลี่ยนแปลงทางธรรมชาติที่ไม่สามารถพยากรณ์ล่วงหน้าได้ แต่การจัดการศึกษาก็ต้องดำเนินการต่อไป โดยสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานได้จัดส่งทีมงานกลุ่มออกแบบและก่อสร้าง สำนักอำนวยการ ลงพื้นที่สำรวจตรวจสอบในทุกมิติวิศวกรรมศาสตร์

นายอำนาจ วิชยานุวัติ ผู้อำนวยการสำนักแผนและนโยบาย สพฐ.กล่าวว่า “อาคารเรียน อาคารประกอบในโรงเรียนที่ได้รับผลกระทบจากภัยแผ่นดินไหว สรุปต้องรื้อถอน จำนวน 19 หลัง 16 โรงเรียน งบประมาณ 16,400,000 บาท,ก่อสร้างทดแทน จำนวน 17 หลัง 16 โรงเรียน งบประมาณ 133,233,000 บาท,ปรับปรุง ซ่อมแซมอาคารเรียน อาคารประกอบ จำนวน 109 โรง งบประมาณ 52,458,690 บาท,ก่อสร้างอาคารเรียนชั่วคราว จำนวน 54 หลัง 17โรงเรียน งบประมาณ 19,976,000 บาท ,ก่อสร้างห้องส้วม จำนวน 49 หลัง 27 โรงเรียน งบประมาณ 25,910,000 บาท,ค่าครุภัณฑ์ จำนวน 4 โรงเรียน งบประมาณ 5,278,560 บาท”

สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ได้ดำเนินการช่วยเหลือโรงเรียนที่ได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติแผ่นดินไหวเป็น 3 ระยะ ดังนี้ ระยะที่ 1 อนุมัติงบประมาณ ปี 2557 งบดำเนินงาน ค่าตอบแทน ใช้สอยและวัสดุ จำนวน 5,500,000 บาท เพื่อเป็นการบรรเทาเบื้องต้นให้แก่โรงเรียนได้ใช้เป็นค่าใช้จ่ายจัดหา จัดทำสื่อ สื่อ วัสดุ อุปกรณ์ซ่อมแซมอาคารเรียน อาคารประกอบ ห้องเรียน,ระยะที่ 2 จัดสรรงบประมาณ งบลงทุน ค่าที่ดิน สิ่งก่อสร้าง จำนวน 18,476,000 บาท เป็นค่าก่อสร้างอาคารเรียนชั่วคราวแบบน็อคดาวน์ จำนวน 54 หลัง ให้แก่ 17 โรงเรียน และระยะที่ 3 สพฐ.ได้รับการอนุมัติจัดสรรงบประมาณจากคณะรักษาความสงบแห่งชาติ เป็นเงิน 284,276,000 บาท โดยสพฐ.ได้ปรับแผนการปฏิบัติงานและแผนการใช้จ่ายงบประมาณเป็นค่ารื้อถอน ก่อสร้าง ซ่อมแซมอาคารเรียนอาคารประกอบ

เมื่อวันที่ 21 สิงหาคม 2557 ดร.กมล รอดคล้าย เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน นำคณะผู้บริหารประชุมชี้แจงพร้อมพบปะผู้บริหารโรงเรียนประถมศึกษา มัธยมศึกษา การศึกษาพิเศษ ทั้งจากจ.เชียงรายและจ.พะเยา เข้าร่วมประชุมและรับฟังคำชี้แจงในการรับมอบงบประมาณช่วยเหลือโรงเรียนที่ประสบภัยพิบัติแผ่นดินไหว ตลอดจนรับฟังองค์ความรู้ “การรับมือกับภัยพิบัติแผ่นดินไหว” จาก รศ.ดร.สุทัศน์ ลีลาทวีวัฒน์ สมาคมวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทยในพระราชูปถัมภ์ฯ ณ ห้องประชุมสามัคคี โรงเรียนสามัคคีวิทยาคม อ.เมือง จ.เชียงราย โดยงบประมาณโครงการภัยพิบัติแผ่นดินไหวแบ่งเป็น สพป.เชียงราย เขต 1 จำนวน 17,919,700 บาท,สพป.เชียงราย เขต2 จำนวน 137,911,000 บาท,สพป.เชียงราย เขต 3 จำนวน 7,461,600 บาท,สพป.เชียงราย เขต4 จำนวน 8,652,100 บาท,สพม.เขต 36 (เชียงราย-พะเยา) จำนวน 100,668,900 บาท,โรงเรียนเชียงรายปัญญานุกูล จำนวน 9,396,000 บาท

“ปรากฎการณ์แผ่นดินไหว เป็นวิกฤตที่นำไปสู่กระบวนการบริหารจัดการเชิงรุกสำหรับรูปแบบภัยต่างๆ ที่อาจจะบังเกิดขึ้นและส่งผลกระทบต่อกระบวนการจัดการศึกษา การเกิดขึ้นขององค์กรเครือข่ายจากทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ เอกชน องค์กร มูลนิธิต่างๆ ที่หยิบยื่นเข้ามาร่วมมือ ศึกษา วิเคราะห์แนวทาง การให้ความช่วยเหลือล้วนแล้วแต่เป็นปฏิกริยาของพลังแห่งการร่วมแรงร่วมใจที่จะรับมือกับภัยพิบัติ นอกจากนั้น ปรากฎการณ์แผ่นดินไหวที่เชียงราย ยังนำพาไปสู่การจัดสร้างนวัตกรรม คู่มือสำหรับการดูแล เยียวยา ช่วยเหลือบรรเทาทุกข์ในกรณีเกิดเหตุต่างๆที่ส่งผลกระทบต่อนักเรียน ครู บุคลากรทางการศึกษา เช่น วาตภัย อุทกภัย ดินโคลนถล่ม ไปจนถึงภัยที่เกิดจากน้ำมือมนุษย์ โรคภัยไข้เจ็บ อุบัติเหตุ สื่ออินเตอร์เน็ต ฯลฯ ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นภัยที่ส่งผลกระทบต่อประสิทธิภาพการจัดการศึกษา”

นี่คือ…ความชัดเจนของแผนบริหารจัดการกับภัยพิบัติแผ่นดินไหวในโรงเรียนของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน นับตั้งแต่เริ่มต้นเกิดเหตุการณ์ เมื่อ 5 พฤษภาคม 2557 การให้ความช่วยเหลือโรงเรียนที่ได้รับผลกระทบจากเหตุแผ่นดินไหวในทุกระดับความรุนแรงอย่างทันท่วงที การบรรเทาทุกข์เยียวยาโรงเรียนให้สามารถจัดการเรียนการสอนได้อย่างมีประสิทธิภาพ จนถึงการลงพื้นที่เพื่อชี้แจงเตรียมการรับมือแผ่นดินไหวที่อาจจะเกิดขึ้นได้ในทุกห้วงเวลา การมอบงบประมาณซ่อมแซมอาคารเรียน อาคารประกอบ ของคณะผู้บริหาร ที่นำโดยดร.กมล รอดคล้าย เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานและคณะรองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ณ จังหวัดเชียงราย เมื่อ 21 สิงหาคม 2557 ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นบทบาทและภารกิจการบริหารจัดการยกระดับประสิทธิภาพและคุณภาพการศึกษาขั้นพื้นฐานต่อสถานการณ์ “แผ่นดินไหว”ในจังหวัดเชียงรายและจังหวัดอื่นๆที่ได้รับผลกระทบ ที่แม้ปรากฎการณ์ภัยพิบัติจะรุนแรงหนักเบาเพียงใด แต่การจัดการศึกษายังคงต้องบริหารจัดการและเดินหน้าสู่การยกระดับมาตรฐานและคุณภาพต่อไป

22 สิงหาคม 2557

ขอบคุณแหล่งข้อมูล: สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ