Tag Archives: วิทยาศาสตร์

สพฐ.ลงพื้นที่สอบครูผู้ช่วครั้งที่๒

1023825.JPG

**สพฐ. ลงพื้นที่ติดตามการสอบครูผู้ช่วยครั้งที่ 2 ปี พ.ศ. 2560 วันที่ 16 ธันวาคม 2560 นายบุญรักษ์ ยอดเพชร เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (เลขาธิการ กพฐ.) พร้อมด้วย นายณรงค์ แผ้วพลสง รองเลขาธิการ กพฐ. และผู้บริหารของ สพฐ. ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมสนามสอบแข่งขันเพื่อบรรจุและแต่งตั้งบุคคลเข้ารับราชการเป็นข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่งครูผู้ช่วย กรณีที่มีความจำเป็นหรือมีเหตุพิเศษ ครั้งที่ 2 ปี พ.ศ. 2560 ณ โรงเรียนสันติราษฎร์วิทยาลัย เขตราชเทวี กรุงเทพมหานคร เลขาธิการ กพฐ. กล่าวว่า การสอบแข่งขันฯ ในครั้งนี้ จัดสอบระหว่างวันที่ 16-17 ธันวาคม 2560 โดยแบ่งเป็น 3 ภาค คือ วันเสาร์ที่ 16 ธันวาคม 2560 สอบภาค ก ความรอบรู้ และความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับความประพฤติและการปฏิบัติของวิชาชีพครู ภาค ข ความรู้ความสามารถที่ใช้เฉพาะตำแหน่ง และวันอาทิตย์ที่ 17 ธันวาคม 2560 สอบภาค ค ความเหมาะสมกับตำแหน่งและวิชาชีพ ซึ่งจะใช้วิธีประเมินโดยการสอบสัมภาษณ์ เพื่อคัดเลือกผู้ที่เหมาะสมกับตำแหน่งครูผู้ช่วยในวิชาเอกต่าง ๆ จากนั้นจะประกาศผลการคัดเลือกภายในวันศุกร์ที่ 22 ธันวาคม 2560 ต่อไป สำหรับส่วนกลางในเขตกรุงเทพมหานคร มีสนามสอบ 2 โรงเรียน คือ โรงเรียนสันติราษฎร์วิทยาลัย และโรงเรียนพิบูลประชาสรรค์ โดยสนามสอบโรงเรียนสันติราษฎร์วิทยาลัย มีผู้สมัครสอบทั้งหมด 621 คน มีตำแหน่งว่าง 252 ตำแหน่ง จาก 31 วิชาเอก ขณะที่โรงเรียนพิบูลประชาสรรค์ จะเป็นการจัดสอบสำหรับส่วนการศึกษาพิเศษ มีผู้สมัครสอบจำนวน 522 คน มีตำแหน่งว่าง 199 ตำแหน่ง จาก 35 วิชาเอก ขณะที่ภาพรวมทั้งประเทศ มีผู้สมัครสอบทั้งสิ้น 19,201 คน มีตำแหน่งว่าง 4,680 ตำแหน่ง จาก 56 วิชาเอก ซึ่งได้จัดสนามสอบแข่งขันในโรงเรียนสังกัด สพฐ. กระจายกันไปทั้ง 18 เขตตรวจราชการทั่วประเทศ โดยในการสอบแข่งขันฯครั้งนี้ วิชาเอกที่มีผู้สมัครมากที่สุด 5 อันดับ ได้แก่ 1. คอมพิวเตอร์ 2. สังคมศึกษา 3. วิทยาศาสตร์ 4. ปฐมวัย 5. ภาษาอังกฤษ ขณะที่เขตที่มีผู้สมัครสอบมากที่สุด คือ เขต 14 ซึ่งมีสนามสอบในจังหวัดนครราชสีมา ชัยภูมิ บุรีรัมย์ และสุรินทร์ มีผู้สมัครสอบทั้งสิ้นจำนวน 2,949 คน เลขาธิการ กพฐ. กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับมาตรการป้องกันการทุจริตการสอบ จะมีการกำหนดให้หน่วยรับสมัครกรอกเลขประจำตัวประชาชน 13 หลัก ของผู้สมัครในโปรแกรมผู้สมัครสอบครูผู้ช่วยของ สพฐ. เพื่อตรวจสอบบุคคลที่สมัครสอบมากกว่า 1 แห่ง และแจ้งผู้ดำเนินการคัดเลือกให้เฝ้าระวังว่าบุคคลนั้นเข้าสอบข้อเขียนที่หน่วยสอบใดและมีการเข้าสอบซ้ำซ้อนหรือไม่ จากนั้นจะมีการติดตามการคัดเลือกระหว่างสอบ โดยแต่งตั้งผู้แทน สพฐ. จากส่วนกลางไปสังเกตสถานการณ์ต่างๆ ร่วมกับประธาน Cluster หากพบเหตุการณ์ที่อาจสุ่มเสี่ยง หรือส่อไปในทางไม่สุจริตให้รายงานเลขาธิการ กพฐ. ทันที นอกจากนั้น เพื่อให้การเข้าสอบดำเนินไปอย่างโปร่งใสและตรวจสอบได้อย่างรัดกุมที่สุด ก่อนเข้าห้องสอบจึงได้ให้ผู้เข้าสอบถอดนาฬิกาข้อมือ เข็มขัด โทรศัพท์มือถือ ไอแพด และเครื่องมือสื่อสารทุกชนิด โดยอนุญาตให้ผู้เข้าสอบนำบัตรประจำตัวผู้สอบ ขึ้นตึกสอบเท่านั้น “สนามสอบทุกแห่งเข้มงวดเรื่องการทุจริตตั้งแต่ก่อนสอบ ระหว่างสอบและหลังสอบ โดยเฉพาะสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาที่จัดสนามสอบเอง อีกทั้งผู้สมัครสอบทุกคนต้องฝากอุปกรณ์ทุกอย่างไว้ที่เจ้าหน้าที่ เพื่อป้องกันการนำเอาอุปกรณ์สื่อสารต่างๆ เข้าไปภายในห้องสอบ เพื่อความยุติธรรม โปร่งใส ตรวจสอบได้ ซึ่งจะเป็นการสร้างความเชื่อถือแก่สังคมทั้งในส่วนของ สพฐ. / สพท. และทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง” เลขาธิการ กพฐ. กล่าว

16 ธันวาคม 2560

ขอบคุณแหล่งข้อมูล: สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ

Advertisements

ว่าที ร.ต.ดร.ทวีศักดิ์ นามศรี ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาศรีสะเกษ เขต ๑

1020996.jpg

ว่าที่ ร.ต.ดร.ทวีศักดิ์ นามศรี ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาศรีสะเกษ เขต 1

1. ประวัติ

เริ่มรับราชการ วันที่ 10 พฤษภาคม พ.ศ.2528

ปัจจุบันดำรงตำแหน่ง ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาศรีสะเกษ เขต 1

วิทยฐานะรองผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาเชี่ยวชาญ

คู่สมรส นางศรินทิพย์ นามศรี ตำแหน่ง วิทยฐานะครูชำนาญการพิเศษ

โรงเรียนเบ็ญจะมะมหาราช สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาเขต 29 จ.อุบลราชธานี

1. นายวสุชนม์ นามศรี วิศวกรรมศาสตรบัณฑิต (อิเล็คทรอนิคส์ สาขาคอมพิวเตอร์) จาก มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้า พระนครเหนือ ปี 2560

2. นายภัทรศักดิ์ นามศรี คณะวิทยาศาสตร์ (สาขาฟิสิกส์) ปี 4 จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

2. การศึกษา

2.1 ปริญญาตรี ครุศาสตรบัณฑิต (ค.บ.) สาขาคณิตศาสตร์ จากวิทยาลัยครูอุบลราชธานี เมื่อ พ.ศ. 2528

2.2 ปริญญาตรี ศึกษาศาสตรบัณฑิต (ศษ.บ.) สาขาการบริหารการศึกษา จากมหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราชเมื่อ พ.ศ. 2547

2.3 ปริญญาโท การศึกษามหาบัณฑิต (กศ.ม.) สาขาการประถมศึกษา จาก มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ วิทยาเขตบางแสน เมื่อ พ.ศ. 2533

2.4 ปริญญาโท ศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต (ศษ.ม.) สาขาบริหารการศึกษาจากมหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช เมื่อ พ.ศ.2555

2.5 ปริญญาเอก ครุศาสตรดุษฎีบัณฑิต (ค.ด.) สาขาการบริหารการศึกษา ณ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี เมื่อ พ.ศ.2555

3. การรับราชการ

3.1 วันที่ 10 พฤษภาคม 2528 ดำรงตำแหน่ง อาจารย์ 1 โรงเรียนบ้านหนองบัวทอง สปอ.ศรีรัตนะ สปจ.ศรีสะเกษ

3.2 วันที่ 16 สิงหาคม 2529 ดำรงตำแหน่ง อาจารย์ 1 โรงเรียนบ้านหนองไผ่ สปอ.ศรีเมืองใหม่ สปจ.อุบลราชธานี

3.3 วันที่ 15 กรกฎาคม 2536 ดำรงตำแหน่ง ศึกษานิเทศก์ 5 สปอ.น้ำยืน สปจ.อุบลราชธานี

3.4 วันที่ 25 พฤศจิกายน 2536 ดำรงตำแหน่ง ครูใหญ่ โรงเรียนบ้านสมดี สปอ.ตระการพืชผล สปจ.อุบลราชธานี

3.5 วันที่ 1 สิงหาคม 2537 ดำรงตำแหน่ง ครูใหญ่ โรงเรียนบ้านพรทิพย์ สปอ.กันทรลักษ์ สปจ.ศรีสะเกษ

3.6 วันที่ 25 มกราคม 2539 ดำรงตำแหน่ง อาจารย์ใหญ่ โรงเรียนบ้านโนนสูง สปอ.ขุนหาญ สปจ.ศรีสะเกษ

3.7 วันที่ 5 สิงหาคม 2540 ดำรงตำแหน่ง ผู้ช่วยหัวหน้าการประถมศึกษาอำเภอเมืองจันทร์ สปจ.ศรีสะเกษ

3.8 วันที่ 2 กรกฎาคม 2542 ดำรงตำแหน่ง ผู้ช่วยหัวหน้าการประถมศึกษาอำเภอเบญจลักษ์ สปจ.ศรีสะเกษ

3.9 วันที่ 16 กรกฎาคม 2544 ดำรงตำแหน่ง ผู้ช่วยหัวหน้าการประถมศึกษาอำเภอกันทรลักษ์ สปจ.ศรีสะเกษ

3.10 วันที่ 16 พฤษภาคม 2545 ดำรงตำแหน่ง หัวหน้าการประถมศึกษาอำเภอคลองใหญ่ สปจ.ตราด

3.11 วันที่ 18 มิถุนายน 2547 ดำรงตำแหน่ง รองผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาศรีสะเกษ เขต 2

3.12 วันที่ 9 ธันวาคม 2548 ดำรงตำแหน่ง รองผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาศรีสะเกษ เขต 4

3.13 วันที่ 1 พฤศจิกายน 2553 ดำรงตำแหน่ง ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาศรีสะเกษ เขต 2

3.14 วันที่ 1 พฤศจิกายน 2556 ดำรงตำแหน่ง ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอุบลราชธานี เขต 3

3.15 วันที่ 1 ตุลาคม 2560 ดำรงตำแหน่ง ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาศรีสะเกษ เขต 1

4. การฝึกอบรม

4.1 หลักสูตรอบรมศึกษานิเทศก์ เมื่อ1 – 13 ก.พ.2536 ณ สถาบันพัฒนาผู้บริหารการศึกษา จังหวัดนครปฐม

4.2 หลักสูตรผู้บริหารสถานศึกษา เมื่อ 5 – 29 ก.ค.2536 ณ สถาบันพัฒนาผู้บริหารการศึกษา จังหวัดอุบลราชธานี

4.3 หลักสูตรผู้บริหารสถานศึกษาระดับสูง เมื่อ 11 ก.ย.-6ต.ค.2538 ณ สถาบันพัฒนาผู้บริหารการศึกษา

4.4 หลักสูตรผู้ช่วยหัวหน้าการประถมศึกษาอำเภอ เมื่อ 20 –30 ก.ย. 2541 ณ กรุงเทพฯ

4.5 หลักสูตรคอมพิวเตอร์เบื้องต้น เมื่อ 12 –21 มี.ค. 2544 ณ วิทยาลัยการอาชีพกันทรลักษ์

4.6 หลักสูตรเตรียมหัวหน้าการประถมศึกษาอำเภอ เมื่อ 1 – 14 สิงหาคม 2544 ณ สีดารีสอร์ท จังหวัดนครนายก

4.7 หลักสูตรการฝึกอบรมขั้นผู้ช่วยผู้ให้การฝึกอบรมวิชาผู้กำกับลูกเสือ รุ่นที่ 391 เมื่อ 2 -8 พฤษภาคม 2548 ณ หน่วยพัฒนาการเคลื่อนที่ 53 จังหวัดศรีสะเกษ

4.8 หลักสูตรการพัฒนาข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาก่อนแต่งตั้งให้มีวิทยฐานะชำนาญการพิเศษ เมื่อ 5 – 9 เมษายน 2549 ณ โรงแรมนนทบุรีพาเลซ จังหวัดนนทบุรี

4.9 หลักสูตรการอบรมคุณธรรมนำความรู้:แนวทางการเสริมสร้างคุณธรรมในระบบการศึกษาไทย เมื่อ 29 มีนาคม 2550 ณ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี

4.10 หลักสูตรพัฒนาผู้นำการเปลี่ยนแปลงรองรับการกระจายอำนาจตั้งแต่ 26 มีนาคม-30 กันยายน 2550 ณ จังหวัดอุบลราชธานี

4.11 หลักสูตรการดำเนินการทางวินัยของ ก.ค.ศ. เมื่อ 8 – 15 พฤษภาคม 2550 ณ สถาบันพัฒนาข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา จังหวัดนครปฐม

4.12 หลักสูตรการสืบสวน สอบสวนทางวินัยข้าราชการและบุคลากรทางการศึกษาขั้นพื้นฐาน เมื่อ 26 – 30 พฤศจิกายน 2550 ณ กรุงเทพมหานคร

4.13 หลักสูตรการฝึกอบรมแกนนำการขยายผลการใช้ชุดเสริมสร้างค่านิยม เรื่อง ความประหยัด และการมีวินัยทางการเงิน เมื่อ 1-3 กุมภาพันธ์ 2551 ณ จังหวัดอุดรธานี

4.14 หลักสูตรการฝึกอบรมก่อนแต่งตั้งดำรงตำแหน่ง ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา เมื่อ พ.ศ. 2552

4.15 หลักสูตรการฝึกอบรมก่อนแต่งตั้งดำรงตำแหน่ง ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา เมื่อ พ.ศ. 2553

4.16 หลักสูตรพัฒนานักบริหารระดับสูง กระทรวงศึกษาธิการ (นบส.ศธ.) พ.ศ. 2557

4.17 หลักสูตรการฝึกอบรมเสริมหลักสูตร นักบริหารระดับสูง (ส.นบส.) รุ่นที่ 8 พ.ศ. 2558

5. การศึกษาดูงานในต่างประเทศ

5.1 การประกันคุณภาพการศึกษา เมื่อ 5 – 10 ก.ค.2542 ณ รัฐเบอร์ลิส ประเทศมาเลเซีย

5.2 การศึกษาเพื่อป้องกันโรคเอดส์ เมื่อ 22 พ.ค. 2546 ณ จังหวัดเกาะกง ประเทศกัมพูชา

5.3 การศึกษาเปรียบเทียบระดับอุดมศึกษาในวิทยาลัยสร้างครูสะหวันนะเขต สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว เมื่อ 10 – 13 กุมภาพันธ์ 2550

5.4 การศึกษาแลกเปลี่ยนเรียนรู้เกี่ยวกับวัฒนธรรมและการอบรมภาษาอังกฤษ ที่สถาบันภาษา GEOS ณ ประเทศนิวซีแลนด์ เมื่อ 22 เมษายน- 8 พฤษภาคม 2551

5.5 ศึกษาดูงานเรื่องการจัดการศึกษา ณ ประเทศฝรั่งเศส เยอรมัน เบลเยี่ยม และเนเธอร์แลนด์ เมื่อ สิงหาคม พ.ศ.2554

5.6 การศึกษาแลกเปลี่ยนวัฒนาธรรม ณ ประเทศจีน เมื่อ กันยายน 2555

6. ผลงานดีเด่น

– รางวัล เสมา ป.ป.ส. ระดับดีเด่น ปี 2556 และ 2558

– รางวัลเหรียญลูกเสือสดุดี ชั้นปีที่ 1 ปี 2554-2555

– ศิษย์เก่าดีเด่น ม.ราชภัฏอุบลราชธานี ปี 2555 และ 2558

6.2) ผลที่เกิดกับสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ดังนี้

– รางวัล เสมา ป.ป.ส. ระดับดีเด่น โครงการสถานศึกษาป้องกันยาเสพติดดีเด่น ปี 2556 และ2558

– รางวัล สพท.จัดกิจกรรมลูกเสือดีเด่น 3 ปีซ้อน ได้แก่ ปี 2558 , 2559 และ 2560

– ผลการประเมินคำรับรองการปฏิบัติราชการ ประจำปี พ.ศ.2558 ลำดับที่ 3 ของประเทศ

– โล่รางวัลดีเด่น สพท.ที่มีระบบการดูแลช่วยเหลือนักเรียน ปี 2559

– สพป.ที่มีผลการประเมินคุณภาพการศึกษาขั้นพื้นฐาน เพื่อการประกันคุณภาพผู้เรียน(NT) ป.3 ปีการศึกษา 2555-2557 สูงกว่าระดับประเทศ 3 ปีต่อเนื่อง

– รางวัล MOE AWARDS ปี 2558 ใน 3 ด้านได้แก่ ด้านการป้องกันยาเสพติด ด้านส่งเสริมคุณธรรม และด้านปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง

– สพป.ศรีสะเกษ เขต 2 แชมป์งานศิลปหัตถกรรมนักเรียนปกติระดับภาค ครั้งที่ 61 , 62

– สพป.ศรีสะเกษ เขต 2 แชมป์งานศิลปหัตถกรรมนักเรียนระดับชาติ ครั้งที่ 62

– สพป.อุบลราชธานี เขต 3 แชมป์งานศิลปหัตถกรรมนักเรียนปกติระดับภาค ครั้งที่ 65

07 ธันวาคม 2560

ขอบคุณแหล่งข้อมูล: สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ

รวมข่าว สพฐ. วันที่ ๖ พฤศจิกายน ๒๕๖๐

ผอ.สพป.อุตรดิตถ์ 1 มอบนโยบายผู้บริหารสถานศึกษา ครู และบุคลากรทางการศึกษาอำเภอลับแล

1010529.jpg

3 พฤศจิกายน 60 นายชัชชัย ทับทิมอ่อน ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอุตรดิตถ์ เขต 1 เป็นประธานเปิดการประชุมผู้บริหารสถานศึกษา ครูและบุคลากรทางการศึกษาในสังกัด เขตพื้นที่บริการอำเภอลับแล เพื่อมอบนโยบายการดำเนินการจัดการศึกษาและการจัดการเรียนการสอนในภาคเรียน ที่ 2/2560 ณ ห้องประชุมโรงเรียนอนุบาลไทยรัฐวิทยา 5 พร้อมทั้งมอบโล่เกียรติคุณ และเกียรติบัตร แก่ผู้บริหารสถานศึกษา ครูและนักเรียน ที่มีผลงานดีเด่นได้รับการยกย่องในภาคเรียนที่ผ่านมา โดยมี นายเชษฐ์ ไทยปิยะ รองผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นการศึกษาประถมศึกษาอุตรดิตถ์ เขต 1 และนางศิรินันท์ ศรีพุทธโชติ ศึกษานิเทศก์ ซึ่งดูแลรับผิดชอบโรงเรียนในทุกกลุ่มเครือข่ายโรงเรียนในอำเภอลับแล ร่วมมอบนโยบาย และติดตามงานด้วย จากนั้นได้ตรวจเยี่ยมสภาพบริบทของอาคารสถานที่ สภาพภูมิทัศน์และการจัดการเรียนการสอนของโรงเรียนอนุบาลไทยรัฐวิทยา 5 พร้อมทั้งได้ให้คำแนะนำ และร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับผู้บริหารสถานศึกษาและคุณครู เกี่ยวกับกระบวนการจัดการเรียนการสอน เพื่อยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนในทุกระดับชั้นให้สูงขึ้นกว่าในปีที่ผ่านมา กรรณิกา : ภาพ/ข่าว/รายงาน

สพป.ปราจีนบุรี เขต 1 ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมเพื่อประชาสัมพันธ์และรับฟังความคิดเห็นในการบริหารจัดการ โรงเรียนบ้านคลองสอง (ราษฎร์บำรุง)

1010506.jpg

วันจันทร์ที่ 6 พฤศจิกายน 2560 นายดำเนิน เพียรค้า ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาปราจีนบุรี เขต 1 พร้อมด้วย นางสาวรัตนาภรณ์ ศรีสรวย รองผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาปราจีนบุรี เขต 1 นางนิตยา พรรณภักดี ผู้อำนวยการกลุ่มนิเทศติดตามและประเมินผลการจัดการศึกษา นางวีณา แซ่แต้ ปฏิบัติหน้าที่ผู้อำนวยการกลุ่มนโยบายและแผน นางสาวชุตินันท์ จันทรเสนานนท์ ศึกษานิเทศก์ และ นางเสาวภา ศรีมั่นคงธรรม นักวิเคราะห์นโยบายและแผน ได้ออกตรวจเยี่ยมเพื่อประชาสัมพันธ์และรับฟังความคิดเห็นในการบริหารจัดการโรงเรียนบ้านคลองสอง (ราษฎร์บำรุง) อำเภอบ้านสร้าง จังหวัดปราจีนบุรี ซึ่งโรงเรียนดังกล่าวเป็นโรงเรียนขนาดเล็กที่ประสบปัญหาไม่มีผู้บริหาร มีครูผู้สอนเพียงคนเดียวรวมทั้งมีจำนวนนักเรียนลดลงอย่างต่อเนื่อง โดยได้ประชุมผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในการจัดการศึกษาของโรงเรียน ได้แก่ นายพัชรินทร์ ดีสวัสดิ์ ผู้อำนวยการโรงเรียนวัดบางกระเบา รักษาราชการแทนผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านคลองสอง , คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน ผู้ปกครองนักเรียนและชุมชน เพื่อหาแนวทางร่วมกันในการแก้ไขปัญหา ทั้งนี้ วัตถุประสงค์ในการออกตรวจเยี่ยมดังกล่าวเพื่อลดความเลื่อมล้ำและยกระดับคุณภาพการศึกษาของนักเรียนในโรงเรียนขนาดเล็ก…….อ่านข่าวนี้ ผ่านทางเว็บไซต์ สพป.ปราจีนบุรี เขต 1 ทาง http://www.prachin1.go.th/e-news/ReNews.php?reNews=515

สพป.พิษณุโลก เขต 1 จัดการแข่งขันงานศิลปหัตถกรรมนักเรียน ครั้งที่ 67 ปีการศึกษา 2560

1010658.JPG

วันที่ 5 พฤศจิกายน 2560 นายพงษ์ชัย ไทยวรรณศรี ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาพิษณุโลก เขต 1 ออกตรวจเยี่ยมสนามแข่งขันงานศิลปหัตถกรรมนักเรียน ครั้งที่ 67 ปีการศึกษา 2560 ระดับเขตพื้นที่การศึกษา ซึ่งสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาพิษณุโลก เขต 1 กำหนดจัดการแข่งขันในระหว่างวันที่ 5-6 พฤศจิกายน 2560 เพื่อส่งเสริมและพัฒนาความสามารถนักเรียนและคัดเลือกตัวแทนนักเรียนเข้าร่วมการแข่งขันงานศิลปหัถตกรรมนักเรียน ครั้งที่ 67 ระดับภาคเหนือ ที่จะมีขึ้นในระหว่างวันที่ 13-15 ธันวาคม 2560 ณ จังหวัดกำพงเพชร กิจกรรมการแข่งขันประกอบด้วยกิจกรรมในแต่ละกลุ่มสาระการเรียนรู้ ได้แก่ กลุ่มการศึกษาปฐมวัย กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ /กิจกรรมการแข่งขันนักบินน้อย กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม กลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษา กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ กลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปะ -ดนตรี –นาฎศิลป์ กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี กิจกรรมการแข่งขันคอมพิวเตอร์ การแข่งขันหุ่นยนต์ กิจกรรมพัฒนาผู้เรียน และการจัดการศึกษาพิเศษเรียนร่วม รวมทั้งสิ้น 219 รายการ โดยใช้สนามแข่งขัน โรงเรียนจ่าการบุญ โรงเรียนอนุบาลพิษณุโลก โรงเรียนวัดมหาวนาราม โรงเรียนวัดอรัญญิก โรงเรียนวัดจันทร์ตะวันออก โรงเรียนวัดศรีวิสุทธาราม และสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาพิษณุโลก เขต 1 เป็นสถานที่แข่งขัน โดยแต่ละสนามแข่งขันมีรองผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาพิษณุโลก เขต 1 เป็นประธานกรรมการควบคุม กำกับ ติดตาม ให้คำแนะนำ ปรึกษา ช่วยเหลือแก้ไขปัญหาที่จะเกิดขึ้น.

วิภา อุทะพันธฺ์:ภาพ/ข่าว

6 พฤศจิกายน 2560

ขอบคุณแหล่งข้อมูล: สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ

สอศ. บูรณาการวิชาเรียน-กิจกรรม สร้างสรรค์สิ่งประดิษฐ์ของคนรุ่นใหม่ ๒๕๖๐ โชว์ ๔-๗ พ.ค. ๒๕๖๐

%E0%B8%9B%E0%B8%81.JPG

สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา กำหนดจัดประกวดสิ่งประดิษฐ์ของคนรุ่นใหม่ และการแข่งขันหุ่นยนต์ยุวชนอาชีวศึกษา ระดับชาติ 2560 ในงาน “ประชารัฐร่วมพัฒนา สุดยอดนวัตกรรมอาชีวศึกษา” ระหว่างวันที่ 4-7 พฤษภาคม 2560 ณ ห้อง เอ็ม ซี ซี ฮอลล์ ชั้น 4 ห้างสรรพสินค้าเดอะมอลล์ สาขาบางกะปิ กรุงเทพฯ

ดร. สุเทพ ชิตยวงษ์ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา เปิดเผยว่าสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษามีโยบายส่งเสริมการมีส่วนร่วมในกิจกรรมต่าง ๆ ของสถานศึกษาอาชีวศึกษารัฐบาลและสถานศึกษาอาชีวศึกษาเอกชน ในด้านวิชาการ และกิจกรรมการพัฒนาการเรียนการสอน เพื่อให้นักเรียน นักศึกษา สามารถนำความรู้ทางวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีวิศวกรรมศาสตร์ และคณิตศาสตร์ ไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันในงานอาชีพ และสามารถพัฒนาต่อยอดองค์ความรู้ที่เกิดจากการคิดนวัตกรรม สิ่งประดิษฐ์ โครงงานวิทยาศาสตร์อาชีวศึกษา สู่ชุมชนและเชิงพาณิชย์ ด้วยการวิจัยและพัฒนานวัตกรรมและเทคโนโลยี โดยในปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๐ ได้กำหนดจัด “ประชารัฐร่วมพัฒนา สุดยอดนวัตกรรมอาชีวศึกษา” การประกวดสิ่งประดิษฐ์ของคนรุ่นใหม่ และการแข่งขันหุ่นยนต์ยุวชนอาชีวศึกษา 2560 ระหว่างวันที่ 4-7 พฤษภาคม 2560 ณ ห้องเอ็ม ซี ซี ฮอลล์ ห้างสรรพสินค้า เดอะมอลล์ สาขาบางกะปิ กรุงเทพฯ ทั้งนี้เพื่อยกระดับคุณภาพอาชีวศึกษา พัฒนาการสร้างนวัตกรรมและสิ่งประดิษฐ์สู่เชิงพาณิชย์ และนานาชาติ พร้อมทั้งส่งเสริมสนับสนุนผลงานนวัตกรรมสิ่งประดิษฐ์ฯ ให้ได้รับความคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญา เพื่อก้าวไปสู่ Thailand ๔.๐ และเปิดเป็นเวทีให้นักเรียนนักศึกษา ได้นำผลงานสิ่งประดิษฐ์เข้าร่วมประกวดและแสดงให้ประชาชนได้ร่วมชมผลงานด้วย

เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา กล่าวต่อไปว่า “ประชารัฐร่วมพัฒนา สุดยอดนวัตกรรมอาชีวศึกษา” การประกวดสิ่งประดิษฐ์ของคนรุ่นใหม่ และการแข่งขันหุ่นยนต์ยุวชนอาชีวศึกษา 2560 มีผลงานที่ผ่านการคัดเลือกจากการประกวดจากระดับจังหวัด และระดับภาค 5 ภาค รวมจำนวนทั้งสิ้น 220 ผลงาน จากจำนวนทั้งหมดกว่า 5,000 ผลงาน แบ่งการประกวดออกเป็น 11 ประเภท ได้แก่ ประเภทที่ 1 สิ่งประดิษฐ์ด้านพัฒนาคุณภาพชีวิต ประเภทที่ 2 สิ่งประดิษฐ์ด้านการประกอบอาชีพ ประเภทที่ 3 สิ่งประดิษฐ์ด้านผลิตภัณฑ์สำเร็จรูป ประเภทที่ 4 สิ่งประดิษฐ์ด้านการอนุรักษ์พลังงาน (แบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม) ได้แก่กลุ่มผลิตพลังงาน และกลุ่มการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน ประเภทที่ 5 สิ่งประดิษฐ์ด้านการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ประเภทที่ 6 สิ่งประดิษฐ์ด้านการแพทย์ และชีวอนามัย และประเภทที่ 7 สิ่งประดิษฐ์ด้านผลิตภัณฑ์อาหาร ประเภทที่ 8 สิ่งประดิษฐ์ด้านเทคโนโลยีการเกษตร (เครื่องมืออุปกรณ์เพื่อการดำนา) ประเภทที่ 9 สิ่งประดิษฐ์ด้านหัตถศิลป์ ประเภทที่ 10 สิ่งประดิษฐ์ด้านนวัตกรรมซอฟแวร์ และระบบสมองกลฝังตัว (Software & Embedded System Innovation) แบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม ได้แก่กลุ่มพัฒนาซอฟต์แวร์ และกลุ่มพัฒนาระบบสมองกลฝังตัว ประเภทที่ 11 สิ่งประดิษฐ์ด้านบำบัดน้ำ (น้ำเพื่อปะชาชน)นอกจากนี้ยังได้กำหนดให้มีการประกวดประเภทองค์ความรู้ การนำเสนอผลงานวิจัยนวัตกรรมและสิ่งประดิษฐ์ของคนรุ่นใหม่ภาคภาษาอังกฤษ เพื่อการเข้าสู่ความเป็นมาตรฐานสากล จำนวน 20 ผลงาน และเพื่อเป็นการส่งเสริมเยาวชนระดับประถมศึกษา สังกัดโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดน กองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน ให้เป็นนักคิดนักประดิษฐ์ และมีทัศนคติที่ดีในการศึกษาต่อในการเรียนสายวิชาชีพ สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา จึงได้จัดการแข่งขันหุ่นยนต์ยุวชนอาชีวศึกษาขึ้น โดยคัดเลือกจากทีม ของนักเรียน โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดน ในพื้นที่ ระดับภาค ทั้ง 4 ภาค เข้าสู่ระดับชาติ ชิงถ้วยรางวัล พระราชทาน สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี จำนวน 16 ทีม เข้าร่วมการแข่งขันในครั้งนี้ด้วย

สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ได้เล็งเห็นความสำคัญ ของการส่งเสริมสนับสนุน การวิจัยและพัฒนาสิ่งประดิษฐ์มา โดยตลอด ทั้งในด้านปริมาณ และคุณภาพ มาจนถึงปีการศึกษาปัจจุบัน มีผลงานสิ่งประดิษฐ์ มากกว่า 25,000 ผลงาน สามารถพัฒนาต่อยอดในเชิงพาณิชย์ จนสามารถ จดสิทธิบัตรได้ และอยู่ระหว่างการส่งเสริม และพัฒนา ประมาณ 100 ผลงาน และในโอกาสนี้สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษาได้รับพระกรุณาธิคุณจากสมเด็จพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ เสด็จเป็นองค์ประธานในพิธีประทานรางวัลแก่ผู้ชนะการประกวดฯ ในวันที่ 7 พฤษภาคม 2560

กลุ่มประชาสัมพันธ์ 5 พฤษภาคม 2560

ขอบคุณแหล่งข้อมูล: สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา

สอศ. เตรียมหลักสูตรต่อเนื่องอาชีวศึกษา-โคเซ็น ๕ ปี พร้อมเปิดปีการศึกษา๒๕๖๑

page.JPG

นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ พร้อมคณะผู้บริหารระดับสูงกระทรวงศึกษาธิการ ให้การต้อนรับ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ วัฒนธรรม กีฬา วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ประเทศญี่ปุ่น (Mr.Hirokaza Matsuno) และเอกอัครราชทูตประเทศญี่ปุ่น (Mr. Shiro Sadoshima) พร้อมคณะ เพื่อหารือความก้าวหน้าและตรวจเยี่ยม สถาบันเทคโนโลยีวิศวกรรมศาสตร์ไทย-ญี่ปุ่น โคเซน ณ สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา

ดร.สุเทพ ชิตยวงษ์ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา เปิดเผยว่า ตามที่สำนักงานคณะกรรมการ การอาชีวศึกษา และ NIT ได้ร่วมกันพัฒนาหลักสูตรต่อเนื่อง 5 ปี ตามมาตรฐานของ KOSEN โดยสถาบัน NIT โดยมี Dr. Matsumoto Tsutomu มาปฏิบัติงานในตำแหน่งผู้อำนวยการสถาบันเทคโนโลยีและวิศวกรรมศาสตร์ ไทย – ญี่ปุ่น โคเซ็น (Japanese – Thai KOSEN Institute of Engineering and Technology) ซึ่งตั้งอยู่ที่ชั้น 3 สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา และกำหนดเปิดการเรียนการสอนในรูปแบบ KOSEN ในปีการศึกษา 2561 พร้อมกันนี้ วันที่ 1 พฤษภาคม 2560 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ วัฒนธรรม กีฬา วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ประเทศญี่ปุ่น (Mr.Hirokaza Matsuno) และเอกอัครราชทูตประเทศญี่ปุ่น (Mr. Shiro Sadoshima) พร้อมคณะ จะเข้าเยี่ยมคารวะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์) เพื่อหารือความก้าวหน้าและตรวจเยี่ยม สถาบันเทคโนโลยีวิศวกรรมศาสตร์ไทย-ญี่ปุ่น โคเซน ในโอกาสนี้ด้วย

เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา กล่าวต่อไปว่า สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ได้ตั้งเป้าหมายไว้ว่าจะผลิตกำลังคนคุณภาพให้แก่ภาคอุตสาหกรรม ให้มีความพร้อมทั้งความรู้ ทักษะ และสมรรถนะในการทำงาน และมุ่งหวังว่าในอนาคตเราจะจัดตั้งศูนย์การเรียนรู้และฝึกอบรมเพื่อพัฒนากำลังคนภาคอุตสาหกรรม ของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ให้มีมาตรฐานเป็นที่ยอมรับในระดับสากล และในขณะเดียวกันก็จะสนับสนุนเด็กที่มีผลการเรียนดีมีความสามารถ ให้ได้รับทุนการศึกษาเพื่อไปศึกษาต่อในระดับที่สูงขึ้น ณ ประเทศญี่ปุ่น และกลับมาบรรจุรับราชการ เป็นครูที่มีคุณภาพ และเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาเยาวชนของชาติ โดยหลักสูตรต่อเนื่อง 5 ปี ตามมาตรฐานของ KOSEN โดยสถาบัน NIT จะนำร่อง ในสาขาวิชาเมคคาทรอนิกส์ และอิเล็กทรอนิกส์ ในวิทยาลัยอาชีวศึกษาเทคโนโลยีฐานวิทยาศาสตร์ (ชลบุรี) และวิทยาลัยเทคนิคสุรนารี ภายใต้การสนับสนุนของ JICAและมีวิทยาลัยเทคนิคพังงา เป็นสถานศึกษาสมทบ ซึ่งปัจจุบันคณะทำงานพัฒนาหลักสูตรต่อเนื่อง 5 ปี ตามมาตรฐานของ KOSENได้ดำเนินการกำหนดโครงสร้างหลักสูตร รูปแบบการเรียนการสอน และรายละเอียดรายวิชาในภาพรวม เรียบร้อยแล้ว ซึ่งในปี 2560 นี้จะร่วมกันพัฒนาหลักสูตรให้สมบูรณ์พร้อมเปิดการเรียนการสอนในปีการศึกษา 2561

กลุ่มประชาสัมพันธ์ 1 พฤษภาคม 2560

ขอบคุณแหล่งข้อมูล: สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา

ประชุมเชิงปฏิบัติการการจัดการเรียนการสอนรูปแบบ KOSEN ประเทศญี่ปุ่น

page.jpg

ดร. สุเทพ ชิตยวงษ์ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษาเป็นประธานในพิธีเปิดการประชุมเชิงปฏิบัติการการจัดการเรียนการสอนรูปแบบKOSEN ประเทศญี่ปุ่นโครงการความร่วมมือไทย – ญี่ปุ่น ณ วิทยาลัยอาชีวศึกษาเทคโนโลยีฐานวิทยาศาสตร์ (ชลบุรี) ตามที่ประเทศไทย ได้ก้าวเข้าสู่ประชาคมอาเซียนและก้าวสู่การเป็นไทยแลนด์ 4.0 และสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ให้ความสำคัญในการขับเคลื่อนส่งเสริมให้สถานศึกษาระดับอาชีวศึกษา มีความเป็นเลิศเฉพาะด้าน อาทิ การจัดการศึกษาด้านเทคโนโลยีฐานวิทยาศาสตร์ และการจัดการศึกษาอาชีวศึกษาสู่มาตรฐานสากล การพัฒนาหลักสูตรให้ทันสมัยมีคุณภาพ ใช้เป็นแนวทางการจัดการเรียนการสอน เพื่อสร้างเสริมประสบการณ์ ทักษะชีวิต ความคิดสร้างสรรค์ และเป็นการเตรียมความพร้อมให้นักเรียนนักศึกษา ในด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ไปสู่การสร้างนวัตกรรมและสร้างกำลังคนทางอาชีวศึกษา ให้ตอบสนองความต้องการตลาดแรงงานของประเทศ และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันระดับอาเซียน และระดับสากล การจัดการเรียนการสอนในรูปแบบ KOSEN ของประเทศญี่ปุ่น สามารถรองรับกับสภาวะการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น และเตรียมความพร้อมกับการก้าวเข้าสู่การเป็นประชาคมอาเซียน สู่มาตรฐานสากล การจัดฝึกอบรมการประชุมเชิงปฏิบัติการการจัดการเรียนการสอนรูปแบบ KOSEN ประเทศญี่ปุ่น โดยมีวัตถุประสงค์คือ 1. เพื่อพัฒนาและเพิ่มศักยภาพให้แก่ครูและบุคลากรทางการศึกษานักเรียนนักศึกษา ให้ได้รับความรู้ด้านการพัฒนาหลักสูตร สื่อ เทคนิคและวิธีการจัดการเรียนการสอนรูปแบบ KOSEN ซึ่งมีมาตรฐานและเป็นที่ยอมรับในระดับสากล 2. เพื่อให้ครูและบุคลากรทางการศึกษาได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้และมีประสบการณ์ตรงกับผู้เชี่ยวชาญจากประเทศญี่ปุ่น เพื่อให้เกิดความเข้าใจอันจะนำไปสู่การพัฒนาวิชาชีพเพื่อพัฒนาครูผู้สอนในด้านการจัดการเรียนการสอนตามแบบ KOSEN ในสถานศึกษาให้มีมาตรฐานเทียบเท่า KOSEN ของประเทศญี่ปุ่น 3. เพื่อเป็นการเสริมสร้างความพร้อมในการพัฒนานักเรียน นักศึกษา สู่ประชาคมอาเซียน และมาตรฐานสากล 4. เพื่อเป็นการพัฒนาความร่วมมือระหว่างประเทศไทยกับประเทศญี่ปุ่น การฝึกอบรมครั้งนี้ มีคณะครูจากวิทยาลัยในโครงการฐานวิทยาศาสตร์ ทั้ง 5 แห่ง จำนวน 20 คน นักเรียน จากวิทยาลัยอาชีวศึกษาเทคโนโลยีฐานวิทยาศาสตร์ จำนวน 50 คน จากวิทยาลัยเทคนิคสุรนารี จำนวน 50 คน จำนวนทั้งสิ้น 120 คน ณ ห้องประชุมวิทยาลัยอาชีวศึกษาเทคโนโลยีฐานวิทยาศาสตร์(ชลบุรี)

ขอบคุณแหล่งข้อมูล: สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา

ขอเชิญอบรมเชิงปฏิบัติการ Extrusion : Technology and Practices in Food, Agricultural, and Material Application

คณะวิทยาศาสตร์ประยุกต์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ กำหนดจัดฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการ เรื่อง Extrusion : Technology and Practices in Food, Agricultural, and Material Application ในระหว่างวันที่ 22 – 25 พฤศจิกายน 2559 โดยมีความร่วมมือกับ lowa State University สหรัฐอเมริกา สำนักงานคณะกรรมการนโยบายวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและนวัตกรรมแห่งชาติ สมาคมเทคโนโลยีชีวภาพแห่งประเทศไทย และสมาคมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีทางอาหารแห่งประเทศไทย เชิญชวนบุคลากรภาครัฐและเอกชน นักวิจัย และนักศึกษา ฝึกอบรมเพื่อเสริมสร้างความรู้และประสบการณ์และสร้างเครือข่ายนวัตกรรมด้านอาหารและเทคโนโลยีชีวภาพในระดับชาติและนานาชาติ ทั้งนี้ผู้สนใจสามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมและสมัครได้ที่ http://www.biotec.or.th/tsb หมดเขตรับสมัครวันที่ 5 พฤศจิกายน 2559

ขอบคุณแหล่งข้อมูล: อินเตอร์เน็ต

รวมข่าว สพฐ. วันที่ ๘ ตุลาคม ๒๕๕๙

สพม.6 ประชุมผู้บริหารสถานศึกษา ครั้งที่ 8/2559

902890.JPG

+ดร.ธีระวัฒน์ วรรณนุช ผอ.สพม.6 ปฏิบัติหน้าที่ รองศึกษาธิการภาค 3 เป็นประธานการประชุมผู้บริหารสถานศึกษาสังกัด สพม.6 โดยก่อนเริ่มระเบียบวาระการประชุม มอบประกาศเกียรติคุณสถานศึกษาที่มีการบริหารจัดการและดำเนินงานจัดระบบการดูแลช่วยเหลือนักเรียนอย่างมีคุณภาพและต่อเนื่อง เพื่อรับรางวัลระบบการดูแลช่วยเหลือนักเรียน ประจำปี 2559 ดังนี้ ประเภทสถานศึกษามัธยมศึกษาขนาดใหญ่ รางวัลเกียรติบัตรระดับทองแดง ได้แก่ โรงเรียนราชประชาสมาสัย ฝ่ายมัธยมฯ ประเภทสถานศึกษามัธยมศึกษาขนาดกลาง รางวัลเกียรติบัตรระดับเงิน ได้แก่ โรงเรียน

ดอนฉิมพลีพิทยาคม ประเภทสถานศึกษามัธยมศึกษาขนาดเล็ก โล่รางวัลดีเด่น และรางวัลเกียรติบัตรระดับทอง ได้แก่ โรงเรียนมัธยมวัดใหม่สมุทรกิจวิทยาคม และมอบเกียรติบัตรและโล่ประกาศเกียรติคุณ โรงเรียนในฝันที่ได้รับการรับรองความยั่งยืน ตามเป้าหมายของโรงเรียนในฝัน ปีงบประมาณ 2559 จำนวน 2 แห่ง ได้แก่ โรงเรียนหาดอมราอักษรลักษณ์วิทยา จังหวัดสมุทรปราการ และโรงเรียนสนามชัยเขต จังหวัดฉะเชิงเทรา และมอบโล่รางวัลโรงเรียนต้นแบบโครงการโรงเรียนปลอดขยะ (Zero Waste School) ได้แก่ โรงเรียนราชประชาสมาสัย ฝ่ายมัธยม ฯ จังหวัดสมุทรปราการ โรงเรียนบางบ่อวิทยาคม จังหวัดสมุทรปราการ และโรงเรียนหาดอมราอักษรลักษณ์วิทยา จังหวัดสมุทรปราการ และมอบช่อดอกไม้แสดงความยินดี ผอ.กิตติศักดิ์ ชาญอักษร ผอ.โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาน้อมเกล้าสมุทรปราการ ได้เลื่อนวิทยฐานะระดับเชี่ยวชาญ และดำเนินการประชุมตามระเบียบวาระการประชุมฯ ครั้งที่ 8/2559 เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2559 ณ ห้องประชุมโรงเรียนบางบ่อวิทยาคม จังหวัดสมุทรปราการ (กิตติคุณ…ภาพ/จันทรา…ข่าว)

“น้ำเต้าขาควาย” การเรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงที่โรงเรียนบ้านท่าน้ำเค็มใต้

902680.jpg

. “น้ำเต้าขาควาย” การเรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง@โรงเรียนบ้านท่าน้ำเค็มใต้ ภายใต้แนวคิด ร่วมคิด ร่วมทำ ร่วมรับผิดชอบ และร่วมชื่นชม” ….หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ถูกน้อมนำเข้าสู่การจัด การเรียนการสอนในสถานศึกษาทุกแห่ง โดยเป้าหมายสำคัญ คือ การปลูกฝังให้เด็กและเยาวชนรู้จักการใช้ชีวิตที่พอเพียง เห็นคุณค่าของทรัพยากรต่าง ๆ รู้จักการอยู่ร่วมกับผู้อื่นด้วยความเอื้อเฟื้อ เผื่อแผ่ และแบ่งปัน มีจิตสำนึกรักษ์สิ่งแวดล้อม เห็นคุณค่าของวัฒนธรรม ค่านิยม เอกลักษณ์แห่งความเป็นไทย โดยที่ไม่หลงไปกับกระแสสังคมในปัจจุบัน

.โรงเรียนบ้านท่าน้ำเค็มใต้ หมู่ที่ 10 ต.ท่าแพ อ.ท่าแพ จ.สตูล เป็นโรงเรียนหนึ่งที่นำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง เข้าสู่การเรียนการสอนโดยบูรณาการในหลักสูตรสถานศึกษา และวิชาการงานอาชีพ สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 -6 เน้นทักษะกระบวนการทำงานเพื่อการนำไปใช้ในชีวิตประจำวัน โดยจัดการเรียนรู้ภาคทฤษฎีในห้องเรียน ก่อนนำสู่การปฏิบัติในภาค สนาม เริ่มตั้งแต่เวลา 14:00 – 16:00 น.

.โดยได้ปรับพื้นที่บริเวณโรงเรียน เนื้อที่กว่า 1ไร่ เป็นแปลงเรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง 3 ลักษณะ คือ 1) แปลงผักสวนครัว 2) แปลงเรียนรู้ เริ่มตั้งแต่การเตรียมดิน การปลูก การดูแลรักษา การเก็บเกี่ยวผลผลิต 3) แปลงพ่อแม่ปลูกลูกรักษา ด้วยมุ่งหวังช่วยสร้างความผูกพันและความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างพ่อแม่ ลูก และลดปัญหาความขัดแย้งในครอบครัวอีกทางหนึ่งด้วย

.สำหรับผักที่ปลูกนั้น มี ผักบุ้ง ผักกวางตุ้ง ตะไคร้ พริก มะละกอ ชะอม และจุดเด่นคือน้ำเต้าขาควาย (ลักษณะคล้ายฟักเขียว แต่ผลจะโตกว่ามาก) ซึ่งเมื่อน้ำเต้าขาควายออกผลครั้งใด เด็ก ๆ จะพากันตื่นเต้นดีใจมาก เพราะน้ำเต้าขาควาย มีผลที่ใหญ่และยาวคล้ายขาควาย ถ้าผลโตเต็มทีน้ำหนักตกเฉลี่ยผลละ ประมาณ 7-8 กิโลกรัม มี ความยาวเฉลี่ยประมาณ 60-80 เซนติเมตร เลยทีเดียว

.ผลผลิตจากเกษตรพอเพียงที่เกิดขึ้นทั้งหมด นักเรียนจะแบ่งหน้าที่กันจัดการ เช่น จัดทำบัญชีผลผลิต จัดจำหน่าย จัดแบ่งรายได้ โดยมีครูคอยให้คำปรึกษาและดูแลอย่างใกล้ชิด ผลผลิตส่วนใหญ่จะจำหน่ายเข้าสู่โครงการอาหารกลางวัน ในโรงเรียน เพื่อปรุงเป็นอาหารกลางวันที่ให้แก่นักเรียน ผลผลิตที่เหลือจะจำหน่ายให้แก่ครู ผู้ปกครอง และชุมชน เงินที่ได้จากการจำหน่ายผลผลิตแต่ละครั้ง ส่วนหนึ่งหักเป็นรายได้แก่นักเรียนเพื่อเป็นขวัญและกำลังใจ

.นายอาหลี ลิมานัน ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านท่าน้ำเค็มใต้ กล่าวว่า โรงเรียนได้พันธุ์น้ำเต้าขาควายจากการไปศึกษาดูงานการศึกษาทางภาคเหนือ จึงได้นำมาให้นักเรียนทดลองปลูกร่วมกับการปลูกผักชนิดอื่น ๆ ในการเรียนรู้เกษตรพอเพียง พบว่านักเรียนเกิดความสนุกและมีความสุขในการเรียนรู้ ด้านผู้ปกครองก็เต็มใจเข้ามาทำกิจกรรมร่วมกับลูกๆ ซึ่งเป็นไปตามเจตนารมณ์ของการบริหารที่ต้องการให้ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการศึกษาได้ “ร่วมคิด ร่วมทำ ร่วมรับผิดชอบ และร่วมชื่นชม”

.นางเจ๊ะมีด๊ะ มะสมาน ผู้ปกครองนักเรียน กล่าวว่า รู้สึกดีใจที่ลูก ๆ ได้เรียนรู้เกษตรพอเพียงและได้ลงมือปฏิบัติจริงๆ ซึ่งคิดว่าเป็นการเรียนรู้ที่สามารถนำกลับไปต่อยอดที่บ้านได้ ขอบคุณผู้บริหารโรงเรียนและครูที่ให้โอกาสผู้ปกครองเข้ามามีส่วนร่วมกับทุกกิจกรรมของโรงเรียน

ศึกษาธิการจังหวัดลพบุรี จัดประชุมสัมมนาแลกเปลี่ยนเรียนรู้ การจัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์ของเด็กปฐมวัย

902813.jpg

7 ตุลาคม 2559 ดร.ปัญญา แก้วเหล็ก ผอ.สพป.ลพบุรีเขต1 ปฏิบัติหน้าทร่ศึกษาธิการจังหวัดลพบุรี เป็นประธานเปิดการประชุมสัมมนาแลกเปลี่ยนเรียนรู้ การจัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์ของเด็กปฐมวัย ให้กับครูปฐมวัย ณ ห้องประชุมโรงเรียนอนุบาลจังหวัดทหารบกลพบุรี

โครงการบ้านนักวิทยาศาสตร์น้อยประเทศไทย เป็นโครงการที่สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงพระกรุณาพระราชทานพระราชดำริ ให้คณะกรรมการนำไปพิจารณาริเริ่มดำเนินการนำร่องในประเทศไทย โดยได้ทอดพระเนตรตัวอย่างโครงการนี้ คราวเสด็จพระราชดำเนินเยือนประเทศเยอรมันนี เมื่อปี พ.ศ.2552 โดยที่มาของโครงการบ้านนักวิทยาศาสตร์น้อย มาจากการประเมินผลของโครงการ PIZA ที่พบว่า ความรู้และทักษะทางวิทยาศาสตร์ของเด็กไทย ยังอยู่ในระดับต่ำกว่าค่าเฉลี่ย อีกทั้งยังขาดแคลนนักวิทยาศาสตร์และวิศวกร ที่จะร่วมมือขับเคลื่อนและพัฒนาประเทศ งานวิจัยยืนยันว่า เราควรสร้างทัศนคติที่ดีด้านการเรียนรู้ ทักษะและกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ให้กับเด็กตั้งแต่ระดับปฐมวัย (อายุ3-6 ปี) เพราะเป็นช่วงอายุที่มีความสามารถในการเรียนรู้และจดจำมากที่สุด ซึ่งโครงการได้รับการสนับสนุนเป็นอย่างดีจากหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชน เพื่อส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และเป็นแนวทางการพัฒนาการเรียนการสอนวิทยาศาสตร์สำหรับเด็กปฐมวัย

ปัจจุบัน สพฐ. มีโรงเรียนที่ได้รับการคัดเลือกให้เข้าโครงการ ” บ้านนักวิทยาศาสตร์น้อย ประเทศไทย” ตั้งแต่ปีงบประมาณ 2554 – 2559 แล้ว จำนวน 6 รุ่น รวมทั้งหมด 13065 โรงเรียน (เป็นโรงเรียนสังกัด สพป.ลพบุรีเขต1 จำนวน 86 โรงเรียน) โดยโรงเรียนในแต่ะรุ่น มีผลการประเมินโครงงานวิทยาศาสตร์ผ่านเกณฑ์การประเมินเพื่อรับตราพระราชทานครบทุกโรงเรียน 100% ทุกปีการศึกษา ซึ่งสะม้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่น ตั้งใจในการพัฒนาคุณภาพเด็กไทยตั้งแต่ระดับปฐมวัย ของผู้บริหารสถานศึกษาและครูปฐมวัยที่เข้าร่วมโครงการในสังกัดอย่างต่อเนื่อง

ในปีการศึกษา 2559 นี้ สพป.ลพบุรีเขต1 มีโรงเรียนที่ต้องเข้ารับการประเมิน 2 รุ่น รวม 46 โรงเรียน ได้แก่ รุ่นที่3 เป็นการประเมินคงสภาพ 33 โรงเรียน รุ่นที่ 6 เป็นการประเมินเพื่อรับจราพระราชทานครั้งแรก จำนวน 13 โรงเรียน โดยเฉพาะการประเมินคงสภาพของรุ่นที่3 สพฐ.ได้กำหนดเกณฑ์การผ่านประเมินเพื่อรับตราพระราชทานเพิ่มมากขึ้น คือ ต้องผ่านการประเมินในระบบออนไลน์ และประเมินโครงงานวิทยาศาสตร์ของเด็กปฐมวัย ในรูปแบบของวัฏจักรการสืบเสาะถึง3รอบ ประกอบกับครูผู้สอนปฐมวัยในสังกัด ส่วนใหญ่ไม่ใช่เอกปฐมวัยและวิทยาศาสตร์ จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่ สพป.ต้องทำความเข้าใจและพัฒนาตรูปฐมวัยให้มีความรู้ ทักษะ กระบวนการจัดการเรียนรู้ด้วยโครงงานวิทยาศาสตร์ เพื่อไปสู่การจัดประสบการณ์การเรียนรู้ให้เด็กมีทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ โดยสามารถจัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์แบบวัฏจักรการสืบเสาะ ซึ่งเป็นเอกสารส่วนหนึ่งของการประเมินประกอบการประเมินออนไลน์ ให้ทุกโรงเรียนในโครงการ สามารถพัฒนาให้ผ่านเกณฑ์การประเมิน เพื่อรับตราพระราชทานได้ทุกโรงเรียน เหมือนทุกปีการศึกษาที่ผ่านมา

การประชุมสัมมนาครั้งนี้ ได้รับความร่วมมือจากคณะศึกษานิเทศก์ ที่รับผิดชอบโครงการบ้านนักวิทยาศาสตร์น้อย ประเทศไทย ทีมงานครูผู้สอนปฐมวัย ที่ทำหน้าที่ LT ครูปฐมวัยที่ทำหน้าที่เป็นประธานรุ่น เลขานุการทุกรุ่น และครูแกนนำที่อาสาเข้ามาช่วยเป็นทีมวิทยากรและประสานงานการประชุม ผู้บริหารและคณะครูโรงเรียนอนุบาลทหารบกจังหวัดลพบุรี ที่ให้ความอนุเคราะห์ด้านสถานที่จัดประชุมและอำนวยความสะดวกต่างๆ

ภคจิรา ภาพ ข่าว รายงาน

8 ตุลาคม 2559

ขอบคุณแหล่งข้อมูล: สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ

อาชีวะเปิดเวทีแข่งขัน เฟ้นหาสุดยอดฝีมืออาชีวะไทย รับถ้วยรางวัลพระราชทานสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี

0.JPG

สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ลงนามความร่วมมือกับ สถานีวิทยุโทรทัศน์กองทัพบก ช่อง 5 เปิดตัวโครงการ “สุดยอดฝีมืออาชีวะไทย” Thailand’s Best Skills ระดมเด็กอาชีวะกว่า 1,000 คน ลงสนามแข่งขันหาสุดยอดฝีมือรับถ้วยรางวัลพระราชทานสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี โดยรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ พลเอก สุรเชษฐ์ ชัยวงศ์ ให้เกียรติเป็นประธานในพิธีเปิดงาน ณ อาคารเบญจรังสฤษฏ์ ชั้น 3 สถานีวิทยุโทรทัศน์กองทัพบกช่อง 5 พลเอก สุรเชษฐ์ ชัยวงศ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เปิดเผยว่า สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) ร่วมกับสถานีวิทยุโทรทัศน์กองทัพบกช่อง 5 ได้ร่วมกันจัดโครงการ “สุดยอดฝีมืออาชีวะไทย” Thailand’s Best Skills ขึ้น โดยจะรับสมัครนักศึกษาอาชีวศึกษาทุกสาขาวิชาจาก 5 ภาค ทั่วประเทศ เข้าร่วมการแข่งขันในระดับภาค และคัดเลือกเข้าแข่งขันระดับชาติ ทั้งแบบทีม และบุคคล โดยการเฟ้นหาสุดยอดฝีมืออาชีวะจากการเปิดเวทีการแข่งขันทักษะวิชาชีพ ในสาขาที่เปิดสอนในสถานศึกษาของอาชีวะ โครงการนี้จะช่วยเสริมสร้างภาพลักษณ์ และค่านิยมที่ดีให้กับผู้เรียนสายอาชีพ อีกทั้งยังเป็นการพัฒนาผู้เรียนอาชีวศึกษาให้เป็นผู้ทรงคุณค่าของสังคม โดยนำความรู้เชิงทักษะวิชาชีพที่เรียนมาออกช่วยเหลือสังคมได้อย่างเต็มที่ สำหรับโจทย์ในการแข่งขันทักษะวิชาชีพ ได้กำหนดไว้ 5 โจทย์ด้วยกัน คือ 1) รถตุ๊ก ๆ ดับเพลิง 2) บ้านสร้างสรรค์คู่ครัวไทย 3) โรบอท มาย เฟรนด์ 4) ห้องสมุดศตวรรษ 21” และ 5) เกษตรแปลงเล็กหัวใจใหญ่ ทุกโจทย์จะต้องใช้ความรู้และทักษะของนักศึกษาหลากหลายสาขามาบูรณาการร่วมกันในการคิดการ ออกแบบ และสร้างสรรค์ผลงาน ทั้งในระดับ ประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) และระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) เช่น การทำรถตุ๊ก ๆ ดับเพลิง 1 คัน ใน 1 ทีมของโจทย์นี้ จะต้องมีนักศึกษาสาขาช่างยนต์ ช่างเชื่อมโลหะ ช่างกลโรงงาน ร่วมทำงานด้วยกัน หรือบ้านสร้างสรรค์คู่ครัวไทย ใน 1 ทีม จะต้องมีนักศึกษาสาขาวิชาช่างเชื่อมโลหะ ช่างก่อสร้าง ช่างไฟฟ้า อิเล็กทรอนิกส์ สาขาวิชาอาหารและโภชนาการ สาขาการโรงแรม ร่วมกันทำงาน รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวปิดท้ายว่า การแข่งขันเพื่อเฟ้นหาสุดยอดฝีมืออาชีวะไทยครั้งนี้ คาดว่าจะมีนักศึกษาอาชีวศึกษาจาก 5 ภาคเข้าร่วมกิจกรรมมากกว่า 1,000 คน โดยจะเริ่มดำเนินการตั้งแต่วันที่ 10 ตุลาคม ถึงปลายเดือนพฤศจิกายน 2559 ซึ่ง สอศ. ได้รับความร่วมมืออย่างดีจากสถานีวิทยุโทรทัศน์กองทัพบกช่อง 5 ในการนำเทปการแข่งขันออกอากาศเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ เพื่อให้สาธารณชนได้รับชมและเห็นความสำคัญของการศึกษาด้านวิชาชีพ ซึ่งคาดว่าจะเป็นการเพิ่มจำนวนผู้เรียนของอาชีวศึกษา และเป็นผลดีกับการพัฒนากำลังคนเพื่อออกไปขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศในยุคไทยแลนด์ 4.0 ที่ต้องมีการพัฒนาด้านวิทยาการ ความคิดสร้างสรรค์ นวัตกรรมวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและการวิจัยเพื่อพัฒนา เพื่อต่อยอดอุตสาหกรรมเป้าหมายให้ก้าวไปอย่างมั่นคง กลุ่มประชาสัมพันธ์ / 5 ตุลาคม 2559

ขอบคุณแหล่งข้อมูล: สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา

การพัฒนากำลังคนจังหวัดสุรินทร์ให้สอดคล้องกับโมเดลการพัฒนาประเทศไทย ๔.๐

899863.jpg

เมื่อวันที่ 26 กันยายน 2559 จังหวัดสุรินทร์ โดยสำนักงานศึกษาธิการจังหวัดสุรินทร์ จัดประชุมเชิงปฏิบัติการ การพัฒนากำลังคนจังหวัดสุรินทร์ ให้สอดคล้องกับโมเดลการพัฒนา ประเทศไทย ๔.๐ ประจำปีงบประมาณ ๒๕๕๙ ณ โรงแรมทองธารินทร์ จังหวัดสุรินทร์ จำนวน 2 วัน ระหว่างวันที่ 26 – 27 กันยายน 2559 ให้กับบุคลากรภาคเอกชน ภาคประชาชน ภาคการเงินการธนาคาร ภาคการศึกษา และหน่วยงานทุกภาคส่วนในจังหวัดสุรินทร์ จำนวน ๒๐๐ คน โดยมีวัตถุประสงค์ ดังต่อไปนี้

๑. เพื่อกระตุ้นให้บุคลากรทุกภาคส่วนในจังหวัดสุรินทร์เกิดความตื่นตัวและมีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนการพัฒนาและวางแผนกำลังคนจังหวัดสุรินทร์ ให้สอดรับกับแนวทางการพัฒนาประเทศ

๒. เพื่อกำหนดทิศทาง และเตรียมการวางแผนกำลังคนของจังหวัดสุรินทร์ ให้มีประสิทธิภาพ รองรับการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม ที่มุ่งเน้นการพัฒนาไปสู่ความมั่งคั่ง มั่นคง และยั่งยืน

๓. เพื่อเตรียมการจัดการศึกษา ให้สอดรับกับการวางแผนพัฒนากำลังคนของจังหวัดสุรินทร์

อันเนื่องมาจากในปัจจุบันประเทศไทยอยู่ในช่วงการเปลี่ยนแปลงในหลายๆ ด้าน รวมทั้งโครงสร้างเศรษฐกิจไทย ที่กำลังเข้าสู่ยุคการเปลี่ยนแปลงและพัฒนาเศรษฐกิจในโมเดลใหม่ ที่เรียกว่าประเทศไทย ๔.๐ คือเศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม ซึ่งเป็นการปฏิรูปเศรษฐกิจ ที่มุ่งเน้นการพัฒนาไปสู่ความ มั่งคั่ง มั่นคง และยั่งยืน ด้วยการสร้างความเข้มแข็งตามแนวคิดปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงผ่านกลไกประชารัฐ ประเทศไทย ๔.๐ จึงเป็น การพัฒนา “เครื่องยนต์เพื่อขับเคลื่อนการเติบโตทางเศรษฐกิจชุดใหม่” ด้วยการแปลง “ ความได้เปรียบเชิงเปรียบเทียบ” ของประเทศไทยที่มีอยู่ ๒ ด้าน คือ “ความหลากหลายเชิงชีวภาพ และความหลากหลายเชิงนวัตกรรมให้เป็นความได้เปรียบในเชิงแข่งขัน โดยการเติมเต็มด้วยวิทยาการ ความคิดสร้างสรรค์ นวัตกรรมวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และการวิจัยและพัฒนา แล้วต่อยอดความได้เปรียบเชิงเปรียบเทียบเป็น ๕ กลุ่มเทคโนโลยีอุตสาหกรรมเป้าหมายประกอบด้วย กลุ่มอาหาร เกษตร และเทคโนโลยีชีวภาพ กลุ่มสาธารณสุข สุขภาพ และเทคโนโลยีทางการแพทย์ กลุ่มเครื่องมือ อุปกรณ์อัจฉริยะ หุ่นยนต์และระบบเครื่องกล กลุ่มดิจิตอลเทคโนโลยีอินเตอร์เน็ตที่เชื่อมต่อและบังคับอุปกรณ์ต่างๆ กลุ่มอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ วัฒนธรรมและบริการที่มีมูลค่าสูง โดยทั้ง ๕ กลุ่มเทคโนโลยีหลักและอุตสาหกรรมเป้าหมายในประเทศไทย ๔.๐ จะเป็นส่วนที่ประเทศไทยต้องพัฒนาด้วยตนเองเป็นหลัก แล้วค่อยต่อยอดด้วยเครือข่ายความร่วมมือจากต่างประเทศสอดรับกับบันได ๓ ขั้นของหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของ “การพึ่งพาตนเอง พึ่งพากันเอง และรวมกันเป็นกลุ่มอย่างมีพลัง

จังหวัดสุรินทร์ ตระหนักถึงความสำคัญและจำเป็นที่จะต้องพัฒนากำลังคนทุกภาคส่วนในจังหวัดให้สอดรับกับการเปลี่ยนแปลงและการพัฒนาที่มุ่งเน้นการพัฒนาไปสู่ความมั่งคั่ง มั่นคง และยั่งยืนอย่างเป็นรูปธรรมของประเทศ โดยใช้แนวทางสานพลังประชารัฐเป็นตัวการขับเคลื่อน มุ่งเน้นให้ทุกภาคส่วนมีส่วนร่วม ผลักดันการปฏิรูปโครงสร้างเศรษฐกิจ การปฏิรูปการวิจัยและการพัฒนา และการปฏิรูปการศึกษาเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้เกิดจากการจัดการศึกษา ลดความสูญเปล่าที่เกิดจากการลงทุนทางการศึกษาไปพร้อมๆ

กับการวางรากฐานการพัฒนา เศรษฐกิจภายในจังหวัดในระยะยาวเช่นเดียวกับประเทศ จึงจัดกิจกรรมการประชุมเชิงปฏิบัติการ “การพัฒนากำลังคนจังหวัดสุรินทร์ ให้สอดคล้องกับโมเดลการพัฒนาประเทศไทย ๔.๐ ขึ้น

โดยในการนี้ จังหวัดสุรินทร์ โดยสำนักงานศึกษาธิการจังหวัดสุรินทร์ ได้รับเกียรติเป็นอย่า

สูงยิ่งจากนายชัยยศ อิ่มสุวรรณ์ รองปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ได้ให้เกียรติมาเป็นประธานและบรรยายพิเศษ และตลอดถึง ดร.ไกรยส ภัทราวาท ผู้เชี่ยวชาญด้านนโยบายเศรษฐศาสตร์การศึกษา จากสำนักงานส่งเริมสังคมแห่งการเรียนรู้และคุณภาพเยาวชน ผศ.จรูญ ถาวรจักร์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฎสุรินทร์ ผศ.ดร.สวัสดิ์ โพธิวัฒน์ ผศ.ดร.ประวัติ สมเป็น นายอรรถพร สิงหวิชัย ผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์ และนายกฤตพล ชุติกุลกีรติ ผอ.สพป.สุรินทร์ เขต 1 ปฏิบัติหน้านที่ศึกษาธิการจังหวัด ร่วมบรรยายพิเศษและอภิปรายในสาระสำคัญต่าง ๆ เช่น การปฏิรูปการศึกษาให้สอดคล้องกับโมเดลการพัฒนาประเทศไทย 4.0 การจัดการศึกษาตามแผนพัฒนาการศึกษาจังหวัดสุรินทร์และการพัฒนาการศึกษาเชิงพื้นที่และยุทธศาสตร์การพัฒนาจังหวัดสุรินทร์ให้สอดคล้องกับโมเดลการพัฒนาประเทศไทย 4.0

26 กันยายน 2559

ขอบคุณแหล่งข้อมูล: สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ