Tag Archives: รัฐมนตรี

สอศ.ติวเข้มผู้บริหารสถานศึกษาและครูในการจัดการอาชีวศึกษาภาคภาษาอังกฤษและความร่วมมือต่างประเทศ

page2.jpg

ดร.ประชาคม จันทรชิต รองเลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา เป็นประธานเปิดประชุมสร้างความเข้าใจการจัดการอาชีวศึกษาภาคภาษาอังกฤษและความร่วมมือกับต่างประเทศภายใต้โครงการพัฒนาความร่วมมืออาชีวศึกษาสู่มาตรฐานนานาชาติพร้อมกับบรรยายพิเศษเรื่องอาชีวศึกษากับการพัฒนากำลังคนในยุคเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (Thailand4.0)โดยผู้บริหารสถานศึกษา หัวหน้างานความร่วมมือต่างประเทศ หัวหน้าโครงการภาคภาษาอังกฤษและครูชาวต่างชาติ รวมกว่า500คน เข้าร่วมประชุม ณ โรงแรมริชมอนด์ จังหวัดนนทบุรี ดร.ประชาคม จันทรชิต รองเลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา เปิดเผยว่า การประชุมครั้งนี้เพื่อทบทวนและสร้างความเข้าใจในการจัดการเรียนการสอนภาคภาษาอังกฤษของสถานศึกษาสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษาให้สอดคล้องกับประกาศของกระทรวงศึกษาธิการตลอดจนแนวทางการสร้างความร่วมมือกับต่างประเทศ เพื่อการพัฒนาอาชีวศึกษาให้เป็นศูนย์กลางของภูมิภาคตามนโยบายของรัฐบาลในการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศไทยในปัจจุบันหรือที่เรียกว่า Thailand 4.0 ซึ่งกำหนดให้มีการพัฒนาประเทศไทยโดยปรับเปลี่ยนโครงสร้างเศรษฐกิจไปสู่เศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม ผลลัพธ์ของประชุมในวันนี้มีเป้าหมายให้เกิดเครือข่ายความร่วมมือในการจัดการอาชีวศึกษาภาคภาษาอังกฤษในแต่ละสาขา รวมทั้งจัดทำข้อเสนอแนวทางการพัฒนาภาษาอังกฤษจากครูต่างชาติที่ปฏิบัติงานในสถานศึกษาต่าง ๆ เพื่อยกระดับความสามารถด้านการสื่อสารภาษาอังกฤษให้กับครูวิชาชีพและผู้บริหารสถานศึกษา โดยภายในงานมีสถานศึกษาที่มาร่วมจัดนิทรรศการแลกเปลี่ยน เรียนรู้ในการจัดการอาชีวศึกษาภาคภาษาอังกฤษ ได้แก่ วิทยาลัยอาชีวศึกษาเสาวภา วิทยาลัยเทคนิคกาญจนาภิเษกมหานคร วิทยาลัยเทคนิคโพธาราม วิทยาลัยเทคนิคมีนบุรี วิทยาลัยการอาชีพร้อยเอ็ด วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีสุโขทัย วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีลพบุรี และวิทยาลัยอาชีวศึกษาอุตรดิตถ์ ทั้งนี้ ยังได้รับเกียรติจากผู้แทนสำนักเลขาธิการรัฐมนตรีศึกษาแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (SEAMEO Secretariat) มาแนะแนวทางการสร้างความร่วมมือกับประเทศสมาชิก SEAMEO และกิจกรรมที่สถานศึกษาสามารถสมัครเข้าเป็นสมาชิกตลอดจนเข้าร่วมกิจกรรมเพื่อการพัฒนาผู้เรียนและการจัดการเรียนการสอน และนางสาววสุมดี อิ่มแก้ว ผู้อำนวยการวิทยาลัยอาชีวศึกษาเสาวภา มานำเสนองานวิจัยเกี่ยวกับประสบการณ์การจัดการเรียนการสอนภาคภาษาอังกฤษ เพื่อเป็นข้อมูลให้กับสถานศึกษาต่าง ๆ ที่เข้าร่วมประชุมอีกด้วย

กลุ่มประชาสัมพันธ์ 8 พฤษภาคม 2560

ขอบคุณแหล่งข้อมูล: สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา

Advertisements

สอศ. เตรียมหลักสูตรต่อเนื่องอาชีวศึกษา-โคเซ็น ๕ ปี พร้อมเปิดปีการศึกษา๒๕๖๑

page.JPG

นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ พร้อมคณะผู้บริหารระดับสูงกระทรวงศึกษาธิการ ให้การต้อนรับ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ วัฒนธรรม กีฬา วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ประเทศญี่ปุ่น (Mr.Hirokaza Matsuno) และเอกอัครราชทูตประเทศญี่ปุ่น (Mr. Shiro Sadoshima) พร้อมคณะ เพื่อหารือความก้าวหน้าและตรวจเยี่ยม สถาบันเทคโนโลยีวิศวกรรมศาสตร์ไทย-ญี่ปุ่น โคเซน ณ สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา

ดร.สุเทพ ชิตยวงษ์ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา เปิดเผยว่า ตามที่สำนักงานคณะกรรมการ การอาชีวศึกษา และ NIT ได้ร่วมกันพัฒนาหลักสูตรต่อเนื่อง 5 ปี ตามมาตรฐานของ KOSEN โดยสถาบัน NIT โดยมี Dr. Matsumoto Tsutomu มาปฏิบัติงานในตำแหน่งผู้อำนวยการสถาบันเทคโนโลยีและวิศวกรรมศาสตร์ ไทย – ญี่ปุ่น โคเซ็น (Japanese – Thai KOSEN Institute of Engineering and Technology) ซึ่งตั้งอยู่ที่ชั้น 3 สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา และกำหนดเปิดการเรียนการสอนในรูปแบบ KOSEN ในปีการศึกษา 2561 พร้อมกันนี้ วันที่ 1 พฤษภาคม 2560 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ วัฒนธรรม กีฬา วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ประเทศญี่ปุ่น (Mr.Hirokaza Matsuno) และเอกอัครราชทูตประเทศญี่ปุ่น (Mr. Shiro Sadoshima) พร้อมคณะ จะเข้าเยี่ยมคารวะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์) เพื่อหารือความก้าวหน้าและตรวจเยี่ยม สถาบันเทคโนโลยีวิศวกรรมศาสตร์ไทย-ญี่ปุ่น โคเซน ในโอกาสนี้ด้วย

เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา กล่าวต่อไปว่า สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ได้ตั้งเป้าหมายไว้ว่าจะผลิตกำลังคนคุณภาพให้แก่ภาคอุตสาหกรรม ให้มีความพร้อมทั้งความรู้ ทักษะ และสมรรถนะในการทำงาน และมุ่งหวังว่าในอนาคตเราจะจัดตั้งศูนย์การเรียนรู้และฝึกอบรมเพื่อพัฒนากำลังคนภาคอุตสาหกรรม ของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ให้มีมาตรฐานเป็นที่ยอมรับในระดับสากล และในขณะเดียวกันก็จะสนับสนุนเด็กที่มีผลการเรียนดีมีความสามารถ ให้ได้รับทุนการศึกษาเพื่อไปศึกษาต่อในระดับที่สูงขึ้น ณ ประเทศญี่ปุ่น และกลับมาบรรจุรับราชการ เป็นครูที่มีคุณภาพ และเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาเยาวชนของชาติ โดยหลักสูตรต่อเนื่อง 5 ปี ตามมาตรฐานของ KOSEN โดยสถาบัน NIT จะนำร่อง ในสาขาวิชาเมคคาทรอนิกส์ และอิเล็กทรอนิกส์ ในวิทยาลัยอาชีวศึกษาเทคโนโลยีฐานวิทยาศาสตร์ (ชลบุรี) และวิทยาลัยเทคนิคสุรนารี ภายใต้การสนับสนุนของ JICAและมีวิทยาลัยเทคนิคพังงา เป็นสถานศึกษาสมทบ ซึ่งปัจจุบันคณะทำงานพัฒนาหลักสูตรต่อเนื่อง 5 ปี ตามมาตรฐานของ KOSENได้ดำเนินการกำหนดโครงสร้างหลักสูตร รูปแบบการเรียนการสอน และรายละเอียดรายวิชาในภาพรวม เรียบร้อยแล้ว ซึ่งในปี 2560 นี้จะร่วมกันพัฒนาหลักสูตรให้สมบูรณ์พร้อมเปิดการเรียนการสอนในปีการศึกษา 2561

กลุ่มประชาสัมพันธ์ 1 พฤษภาคม 2560

ขอบคุณแหล่งข้อมูล: สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา

งานชุมนุมลูกเสือ เนตรนารีวิสามัญอาชีวศึกษา ระดับชาติ ครั้งที่ ๑๙

page.jpg

สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา จัดงานชุมนุมลูกเสือ เนตรนารีวิสามัญอาชีวศึกษา ระดับชาติ ครั้งที่ 19 “ลูกเสือวิสามัญ ก้าวตามรอยพ่อ สร้างสรรค์ช่อสะอาด พัฒนาชาติสู่ 4.0” ระหว่างวันที่ 1-7 เมษายน 2560 ณ ค่ายลูกเสือวชิราวุธ อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี โดยมี พลเอกสุทัศน์ กาญจนานนท์กุล ที่ปรึกษารัฐมนตรีช่วย ว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธาน ดร.สุเทพ ชิตยวงษ์ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา เปิดเผยว่า สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) ได้จัดกิจกรรมลูกเสือ เนตรนารีวิสามัญ ให้กับนักเรียน ระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) ชั้นปีที่ 1 ของสถานศึกษาในสังกัดทุกแห่ง เพื่อยกระดับคุณภาพการจัดการอาชีวศึกษาด้านความสามารถของผู้สำเร็จการศึกษาอาชีวศึกษา ให้มีขีดความสามารถในการแข่งขันทั้งสมรรถนะหลัก (Core Competency) และสมรรถนะการทำงานตามตำแหน่งหน้าที่ (Function Competency) ในการสร้างเสริมทักษะอาชีพในอนาคต ด้วยกิจกรรมลูกเสือ เพื่อปลูกฝังคุณธรรม วิถีประชาธิปไตย ความมีวินัยต่อตนเอง มีความรับผิดชอบต่องาน ในหน้าที่ของตน รู้จักเสียสละเพื่อประโยชน์ส่วนรวม พัฒนาทักษะการแก้ปัญหาด้านพฤติกรรม และการใช้เวลา ให้เกิดประโยชน์ เป็นพลเมืองที่ดีของประเทศชาติ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา กล่าวต่อไปว่า กิจกรรมลูกเสือ เนตรนารีวิสามัญอาชีวศึกษา ครั้งที่ 19 นี้ มีคำขวัญว่า “ลูกเสือวิสามัญ ก้าวตามรอยพ่อ สร้างสรรค์ช่อสะอาด พัฒนาชาติสู่ 4.0 “ ซึ่ง สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา น้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 โดยจัดพัฒนารูปแบบค่าย โดยแบ่งค่ายย่อยออกเป็น ค่ายทฤษฎีใหม่ ค่ายชัยพัฒนา ค่ายพอเพียง ค่ายฝนหลวง และค่ายหญ้าแฝก เพื่อให้ลูกเสือ เนตรนารีวิสามัญอาชีวศึกษา ได้เรียนรู้ และได้รับการปลูกฝังพฤติกรรมให้สอดคล้องกับโครงการในพระราชดำริพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9 ซึ่งกิจกรรมหลักของค่ายลูกเสือ ประกอบด้วย 4 กิจกรรมหลักคือ การเดินทางไกล การทดสอบกำลังใจ การทัศนศึกษา และการบริการชุมชน นอกจากนี้สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษายังได้ให้ความสำคัญต่อการเสริมสร้างทัศนคติ ค่านิยมความซื่อสัตย์สุจริต โดยใช้กิจกรรมลูกเสือ เนตรนารีวิสามัญเป็นแกน ในการเพิ่มเติมหลักสูตร “ลูกเสือช่อสะอาด”และส่งเสริมให้มีการจัดหน่วยลูกเสือช่อสะอาดในสถานศึกษาทุกแห่ง สำหรับงานชุมนุมลูกเสือ เนตรนารีวิสามัญอาชีวศึกษาครั้งที่ 19 นี้ ผู้เข้าร่วมชุมนุมจากทุกสถานศึกษาและ และผู้บังคับบัญชาลูกเสือ รวมทั้งสิ้น 4,787 คน โดยแบ่งเป็นเหล่าเสนา 3,216 คน เหล่าอากาศ 184 คน และ เหล่าสมุทร 284 คน กลุ่มประชาสัมพันธ์ 3 เมษายน 2560

ขอบคุณแหล่งข้อมูล: สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา

อาชีวะชวนเรียน…หลักสูตรระยะสั้นสร้างอาชีพ

%E0%B8%9B%E0%B8%81.jpg

สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) เชิญชวนผู้สนใจร่วม โครงการ ฝึกอบรมระยะสั้นฐานสมรรถนะ “Education to Employment Vocational Booth Camp ครั้งที่ 1”เริ่มดีเดย์แล้ว วันที่ 1 มีนาคม 2560 ทั่วประเทศ นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เปิดเผยว่า สอศ. เดินหน้านำนโยบายสู่การปฏิบัติจัดโครงการฝึกอบรมระยะสั้นฐานสมรรถนะ“Education to Employment Vocational Booth Camp” ครั้งที่ 1 ซึ่งมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อพัฒนาทักษะกำลังคนให้มีโอกาสมีงานทำมากขึ้นสอดคล้องกับความต้องการของตลาดแรงงานและการประกอบอาชีพอิสระ เป็นหลักสูตรเข้มข้นสามารถปฏิบัติงานและประกอบอาชีพได้จริงลักษณะหลักสูตรคือต่อยอดหรือเพิ่มทักษะใหม่ ให้กับผู้ว่างงาน ผู้สำเร็จการศึกษาใหม่ ประชาชนทั่วไป โดยผู้ผ่านการฝึกอบรมสามารถนำความรู้ ความสามารถกลับไปทำงานในสถานประกอบการหรือในท้องถิ่นแก้ปัญหาความขาดแคลนกำลังคนในสาขาขาดแคลน และเพิ่มศักยภาพในการแข่งขันของประเทศ และสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจซึ่งการพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพกำลังคนเป็นเรื่องสำคัญเป็นนโยบายที่รัฐบาลพยามยามขับเคลื่อนมาโดยตลอดการดำเนินงานในครั้งนี้สอดรับกับยุทธศาสตร์ชาติระยะ 20 ปี (พ.ศ. 2560 – 2579) ด้านการสร้างความสามารถในการแข่งขัน และด้านการพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพคนและภารกิจของสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษาซึ่งเป็นหน่วยงานหลักของประเทศในการผลิตและพัฒนากำลังคน การฝึกอบรมหลักสูตรระยะสั้นฐานสมรรถนะหัวใจสำคัญ คือหลักสูตร การพัฒนาหลักสูตรและการฝึกอบรมต้องมี สถานประกอบการผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านในอาชีพนั้นๆ มาร่วมดำเนินการและเป็นวิทยากร ตลอดจนร่วมกำหนดค่าตอบแทน ตามระดับทักษะฝีมือ ซึ่งจะเกิดการยอมรับและผู้เรียนได้เรียนรู้จากผู้ที่มีประสบการณ์จริง และสิ่งที่สำคัญที่ต้องการเน้น คือSkill English Ethics ครูต้องปลูกฝังให้ผู้เรียนเป็นคน ขยัน ใฝ่เรียนรู้ ตรงเวลา หรือ Work Hard be Nice จึงจะถือว่าสมบูรณ์ เป็นคนที่จะตอบโจทย์ตลาดแรงงานได้อย่างแท้จริง

ด้านนายสุเทพ ชิตยวงษ์ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษากล่าวว่าโครงการดังกล่าว สอศ.ได้จัดหลักสูตรที่เปิดสอนแบ่งเป็น2 กลุ่ม กลุ่มที่ 1 หลักสูตรที่สอดคล้องกับ Growth(S-Curve,New S-curve, Thailand 4.0 Super Cluster) ทั้งหมด 550 หลักสูตร ผู้เข้ารับการอบรมจำนวน 20,933 คน กลุ่มที่ 2 หลักสูตรตามความต้องการท้องถิ่น (Local Needs และ SMEs) จำนวน2,106 หลักสูตร ผู้เข้ารับการอบรมจำนวน 61,206 คนโดยมีตัวอย่างหลักสูตร ดังนี้ วิทยาลัยเทคนิคถลาง หลักสูตรการตรวจสอบร้อยร้าว (ช่างอากาศยาน)วิทยาลัยเทคนิคสมุทรสงคราม หลักสูตรอาชีพช่างผลิตชิ้นส่วนอุปกรณ์แม่พิมพ์ปั๊มโลหะเบื้องต้นวิทยาลัยสารพัดช่างตราด หลักสูตรงานติดตั้งกล้องวงจรปิดและกล้องไอพี (CCTV and IP Camera)และการรับสัญญาณโทรทัศน์วิทยาลัยเทคนิคภูเก็ต หลักสูตรการซ่อมบำรุงเครื่องยนต์ Out board สำหรับสาขาซ่อมบำรุงเรือวิทยาลัยประมงสมุทรสาคร หลักสูตรมาตรฐานและการควบคุมคุณภาพการผลิตสู่สากล และหลักสูตรการประกอบตู้ปลาและจัดพรรณไม้น้ำเชิงพาณิชย์วิทยาลัยสารพัดช่างสมุทรปราการ หลักสูตรซอยผม ดัดผมAdvanceวิทยาลัยอาชีวศึกษาภูเก็ต หลักสูตรเครื่องดื่มม๊อคเทล (Mocktail)วิทยาลัยเทคนิคสัตหีบ หลักสูตรตรวจสอบโดยไม่ทำลายวิทยาลัยการอาชีพบ้านไผ่ หลักสูตรขนส่งระบบราง (อาณัฐสัญญาณ 7 สถานี)วิทยาลัยเทคนิคมีนบุรี หลักสูตรการควบคุมหุ่นยนต์แขนกลช่างพิมพ์และวิทยาลัยอาชีวศึกษาฉะเชิงเทราหลักสูตรศิลปะการแกะสลักผักและผลไม้ส่วนกลุ่มเป้าหมายที่จะเข้าร่วมโครงการ แบ่งเป็น 2 ประเภท คือ1.กลุ่มนักเรียน นักศึกษา ระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ( ปวช.)3 และประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) 2ที่ต้องการฝึกทักษะอาชีพด้านอื่นเพิ่มเติม เพื่อออกไปทำงาน และ2. กลุ่มประชาชนทั่วไปเช่น ผู้ว่างงาน ผู้สำเร็จการศึกษาใหม่ ผู้ประกอบอาชีพอิสระ ผู้ที่ต้องการเพิ่มทักษะในการปฏิบัติงาน ให้มีความเชี่ยวชาญและสามารถนำประสบการณ์ไปเทียบโอนคุณวุฒิวิชาชีพ ผู้สนใจสามารถติดต่อได้ที่ศูนย์ส่งเสริมอาชีวศึกษาจังหวัดทุกจังหวัด และสถานศึกษาสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.)ทุกแห่ง โดยโครงการ Education to Employment Vocational Booth Camp นี้จะจัดอย่างต่อเนื่องทุกภาคฤดูร้อนหรืออาจจะขยายผลให้มีการฝึกในช่วงวันเสาร์และอาทิตย์ ผู้เข้ารับการอบรมหลักสูตรฝึกอบรมของ สอศ. จะได้รับความรู้ที่พิเศษ เข้มข้น เพิ่ม เสริมสร้างสมรรถนะ และเป็นที่ยอมรับจากภาคสถานประกอบการ สามารถพัฒนาแรงงานที่ศักยภาพให้กับประเทศชาติในยุค Thailand 4.0 ได้ กลุ่มประชาสัมพันธ์ 1 มีนาคม 2560

ขอบคุณแหล่งข้อมูล: สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา

สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเปิดการประชุมวิชาการระดับชาติ องค์การเกษตรกรในอนาคตแห่งประเทศไทย ในพระราชูปถัมภ์ฯ (อกท.) ครั้งที่ ๓๘

DSC_1989.JPG

เช้าวันนี้ (3 กุมภาพันธ์ 2560) เวลา 09.04 น. สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเปิดการประชุมวิชาการระดับชาติ ของสมาชิกองค์การเกษตรกรในอนาคต แห่งประเทศไทยในพระราชูปถัมภ์ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ครั้งที่ 38 ซึ่งสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ จัดขึ้นระหว่างวันที่ 2 – 5 กุมภาพันธ์ 2559 ณ วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีอุทัยธานี ตำบลหนองแก อำเภอเมืองอุทัยธานี จังหวัดอุทัยธานี เมื่อรถยนต์พระที่นั่งถึงวิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีอุทัยธานี ตำบลหนองแก อำเภอเมืองอุทัยธานี จังหวัดอุทัยธานี (วงดุริยางค์บรรเลงเพลงมหาชัย) นายประภัสสร์ มาลากาญจน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดอุทัยธานี พลเอก สุรเชษฐ์ ชัยวงศ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลจังหวัดอุทัยธานี ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 31 ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 6 (นายสุเทพ ชิตยวงษ์) เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (นายอริยะ สุวรรณปากแพรก) ประธานอำนวยการ อกท. ระดับชาติ (นายประเวศ วรางกูร) ผู้อำนวยการวิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีอุทัยธานี ประธานคณะกรรมการดำเนินงาน ฯ และครูที่ปรึกษา อกท.ระดับชาติ เฝ้าฯ รับเสด็จ จากนั้น นายกเหล่ากาชาดจังหวัดอุทัยธานี และผู้แทนสมาชิก อกท. ทูลเกล้า ฯ ถวายพวงมาลัย สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินเข้าในหอประชุม (ดนตรีบรรเลงเพลงมหาชัย) ประทับพระราชอาสน์ (นายวณิชย์ อ่วมศรี) รองเลขาธิการคณะกรรมการ การอาชีวศึกษา เข้าเฝ้าฯ ทูลเกล้าฯ ถวายสูจิบัตรการประชุมวิชาการ และหนังสือที่ระลึก รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการกราบบังคมทูลถวายรายงานการจัดประชุมวิชาการฯ โอกาสนี้ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม ให้สมาชิกองค์การเกษตรเกษตรในอนาคตแห่งประเทศไทย ในพระราชูปถัมภ์ฯ ผู้บริหาร และผู้ทำคุณประโยชน์แก่องค์การเกษตรกรในอนาคตแห่งประเทศไทยเข้ารับพระราชทานเกียรติบัตร (25 ราย) ผู้มีจิตศรัทธาบริจาคเงินสมทบมูลนิธิ อกท.เข้ารับพระราชทานของที่ระลึก (จำนวน 130 ราย) ประธานกรรมการดำเนินการจัดการประชุมวิชาการฯ เข้าเฝ้าฯ ทูลเกล้าฯ ถวายเงิน และรับพระราชทานของที่ระลึก สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงมีพระราชดำรัสเปิดการประชุมวิชาการระดับชาติ องค์การเกษตรกรในอนาคตแห่งประเทศไทย ในพระราชูปถัมภ์ ครั้งที่ 38 ดังนี้ “ข้าพเจ้ายินดีที่ได้มาเป็นประธานเปิดการประชุมวิชาการระดับชาติองค์การเกษตรกรในอนาคตแห่งประเทศไทยที่จัดขึ้นเป็นครั้งที่ 38 ในวันนี้ การประชุมวิชาการลักษณะนี้ นับว่าเป็นประโยชน์อย่างมากในทางส่งเสริมและพัฒนาการศึกษาวิชาที่ว่าด้วยการเกษตร ในสถานศึกษาด้านเกษตรกรรมของประเทศ เกษตรกรรมเป็นกิจกรรมเพื่อการดำรงชีวิตของมนุษย์ที่มีมาแต่ครั้งโบราณ และมีพัฒนาการเรื่องมาเป็นลำดับ ตามยุคสมัยที่เปลี่ยนแปลงไป ในปัจจุบันเทคโนโลยีการเกษตรเจริญก้าวหน้าเป็นอย่างยิ่ง แต่กระนั้น การเกษตรยังคงต้องพึ่งพาทรัพยากรสำคัญ ได้แก่ ดิน และน้ำ เช่นที่เคยเป็นมา นักศึกษาทั้งหลายที่จะเป็นเกษตรกรแห่งอนาคต จึงควรจะต้องศึกษาและทำความเข้าใจธรรมชาติของทรัพยากร 2 สิ่งนี้ ให้มีความรู้ท่องแท้ และศึกษาค้นคว้า ทดลองหาวิธีทำการเกษตร ที่เหมาะสม อย่างที่สมัยนี้เรียกกันว่าเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม คือไม่ทำความเสียหายแก่ทรัพยากร หรือเมื่อทรัพยากรเสื่อมโทรมลง ก็ต้องเรียนรู้วิธีอนุรักษ์ เพื่อให้เกิดความยั่งยืน สามารถใช้ประโยชน์สืบต่อไปได้อีกหลายชั่วอายุคน ข้าพเจ้าขอเปิดการประชุมวิชาการระดับชาติ องค์การเกษตรกรในอนาคตแห่งประเทศไทย ครั้งที่ 38 ณ บัดนี้ ขอให้การประชุมบรรลุวัตถุประสงค์จงทุกประการ ทั้งขอให้ท่านทั้งหลายที่มาร่วมในการประชุมนี้ มีแต่ความสุข ความสำเร็จ โดยทั่วกัน” จากนั้น เสด็จออกจากหอประชุม ไปยังศาลาชัยพฤกษ์ ทอดพระเนตรนิทรรศการเทิดพระเกียรติองค์อุปถัมภ์องค์การฯ ของดีเมืองอุทัย และพระราชดำเนินไปยังอาคารราชพฤกษ์ ทอดพระเนตร นิทรรศการ “เพชรดี 4 ภาค องค์การเกษตรกรในอนาคตแห่งประเทศไทย” หน่วยสมาชิกดีเด่น สมาชิกศิษย์เก่าดีเด่น สมาชิกด้านพัฒนาสังคม และบริการชุมชนดีเด่น นิทรรศการผลงานการแข่งขันทักษะศิลปะเกษตร นิทรรศการวิชาการเกษตรของหน่วย อกท. จำนวน 12 หน่วย ประกอบด้วย (1) หน่วยกำแพงเพชร “นวัตกรรมการผลิตปุ๋ยยูเรียน้ำจากถั่วเหลือง” (2) หน่วยอุดรธานี “ข้าวเม่าพอเพียงเพื่อพ่อ” (3) หน่วยเพชรบุรี “อาหารโค – TMR-PHETCH 4.0” (4) หน่วยพังงา “ข้าวดอกข่า สู่อาชีพ” (5) หน่วยสุโขทัย “น้องเดือน มหัศจรรย์เพื่อนร่วมโลก” (6) หน่วยชัยนาท “เห็ดฟาง ไบโอเทค (การเพาะเห็นฟางโรงเรือนไม่อบไอน้ำ) (7) หน่วยนครราชสีมา “ไส้เดือน พญาดิน อินทรีย์วัตถุ” (8) หน่วยบุรีรัมย์ “แจ่วบ่องทันใจ” (9) หน่วยลำพูน “ตะคร้อ..พอเพียง” (10) หน่วยสตูล “ปลาของพ่อ” (11) หน่วยสมุทรสาคร “ปลัง ปั๋ง มั่งคั่ง ยั่งยืน” (12) หน่วยระนอง “ผักปลาโซล่าเซล Aquaponics” เสด็จทอดพระเนตรนิทรรศการความร่วมมือโครงการชีววิถี เพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน นิทรรศการโครงการเกษตรเพื่ออาหารกลางวันของวิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีอุทัยธานี นิทรรศการความก้าวหน้าของสถาบันการอาชีวศึกษาศึกษาเกษตร 4 ภาค นิทรรศการกล้วย นิทรรศการอาชีวะเกษตรก้าวไกล ขับเคลื่อนประเทศไทย 4.0 นิทรรศการวิชาการของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มุมมองแปลก/ ใหม่/ ใหญ่/ ดัง ของดีเมืองอุทัย จากนั้นเสด็จเข้าอาคารทูลกระหม่อมแก้ว ประทับพระราชอาสน์ รองเลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา เข้าเฝ้าฯ ทูลเกล้าฯ ถวายเอกสารทางวิชาการ ทรงรับฟังการสัมมนาผลงานทางวิชาการ และทอดพระเนตรผลงานวิชาการ เรื่อง “วิถีเพียงพอ ตามพ่อสอน” การพัฒนารูปแบบการเลี้ยงหอยขมเชิงเกษตรอินทรีย์ สู่เกษตรอย่างยั่งยืน และทอดพระเนตร ของหน่วยศูนย์ศิลปาชีพบางไทร หลังจากนั้นเสด็จพระราชดำเนินออกจากอาคารทูลกระหม่อมแก้วไปยังอาคารศูนย์วิทยบริการ ทรงปลูก ”ต้นแก้ว” เสด็จพระราชดำเนินขึ้นอาคารประทับพัก พระราชทานฉายพระรูปแก่คณะบุคคล จำนวน 5 คณะ ทรงลงพระนามาภิไธยในสมุดที่ระลึก เสวยพระกระยาหารกลางวัน แล้วเสด็จพระราชดำเนินกลับ

3 กุมภาพพันธ์ 2560

ขอบคุณแหล่งข้อมูล: สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา

รมว.ศธ.ลงพื้นที่ภาคใต้ ช่วยเหลือประชาชนที่ประสบอุทกภัย

page.jpg

นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ พร้อมด้วย พล.ท.โกศล ประทุมชาติ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ, นายการุณ สกุลประดิษฐ์ เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน, นายสุภัทร จำปาทอง เลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา, นายสุเทพ ชิตยวงษ์ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา, นายประเสริฐ บุญเรือง รองปลัดกระทรวงศึกษาธิการ, นางรักขณา ตัณฑวุฑโฒ หัวหน้าสำนักงานรัฐมนตรี และผู้บริหารกระทรวงศึกษาธิการ ตรวจเยี่ยมพื้นที่ประสบอุทกภัยและมอบถุงยังชีพแก่ผู้ประสบอุทกภัยที่ ต.ท่าชี อ.บ้านนาสาร จำนวน 1,370 ถุง และ ต.เขาหัวควาย อ.พุนพิน จำนวน 1,000 ถุง

นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ กล่าวว่า สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ทรงห่วงใยพสกนิกรที่ประสบภัยพิบัติในครั้งนี้ และมีพระราชโองการสั่งให้องคมนตรีได้ติดตามดูแลประชาชนที่ประสบภัย ยังความซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้น รัฐบาลโดยกระทรวงศึกษาธิการ จึงรับสนองพระราชดำริ ด้วยการจัดโครงการ “รัฐบาลโดยกระทรวงศึกษาธิการช่วยเหลือประชาชน” พร้อมทั้งจัดขบวนคาราวานนักศึกษาจากวิทยาลัยอาชีวศึกษาและนักศึกษา กศน. ทั่วประเทศ ตั้งทีมให้ความช่วยเหลือ อีกทั้ง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐบาลก็มีความห่วงใยประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยเช่นกัน โดยทราบว่านายกรัฐมนตรีจะลงพื้นที่เยี่ยมผู้ประสบอุทกภัยภาคใต้ในสัปดาห์หน้า ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรีได้กำชับให้กระทรวงศึกษาธิการเข้าไปดูแลลูกหลานให้มีสถานที่เรียนหนังสือ เพื่อไม่ให้เด็กเสียโอกาสทางการศึกษา ซึ่งถือเป็นหน้าที่หลักของกระทรวงศึกษาธิการในการบูรณะโรงเรียนที่เสียหายให้กลับมามีสภาพดังเดิมหรือดีกว่าเดิม ส่วนการขยายเวลาเรียนหรือขยายเวลาปิดภาคเรียนสำหรับโรงเรียนที่น้ำท่วมแล้วสอนไม่ทันนั้น ถ้ามีเหตุผลและจำเป็นก็ต้องทำ แต่ควรมีความยืดหยุ่น และคาดว่าสถานศึกษาจะสามารถเตรียมการสอบโอเน็ต ป.6 ช่วงเดือนมีนาคมนี้ได้ทันเวลา เพราะสถานการณ์ดีขึ้นมากแล้ว โดยสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ได้ประเมินสถานการณ์และรายงานให้ทราบทุกวัน นอกจากนี้ สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) ได้จัดตั้งศูนย์อาชีวะบริการผู้ประสบอุทกภัยภาคใต้ 12 จังหวัด พร้อมทั้งส่งนักศึกษามาช่วยซ่อมอุปกรณ์ สิ่งของ ตลอดจนเครื่องใช้ไฟฟ้า การเดินทางมาให้ความช่วยเหลือที่จังหวัดสุราษฎร์ธานีในครั้งนี้ ถือเป็นการเปิดโอกาสให้กระทรวงศึกษาธิการได้ทำดี เราจะได้รู้ว่าเรามีหน้าที่อะไรและทำหน้าที่นั้นให้ดีที่สุด ซึ่งเงินที่นำมาช่วยเหลือก็เป็นเงินภาษีของประชาชน ดังนั้นหากประชาชนท่านใดไม่ได้รับความช่วยเหลือ ขอให้แจ้งมา อย่าอายที่จะขอความช่วยเหลือและต้องไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง เพราะเป็นสิท ธิ์ของทุกคน โดยกระทรวงศึกษาธิการไม่ต้องการความช่วยเหลือที่สร้างภาพ เราคนไทยด้วยกันอยากให้มีความห่วงใยกัน โอกาสนี้ นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ ได้นั่งเรือตรวจเยี่ยมโรงเรียนบ้านไทรงาม อ.พุนพิน ซึ่งยังไม่สามารถเปิดทำการเรียนการสอนได้ เพื่อรับทราบข้อมูลความเสียหายของโรงเรียนจากเหตุอุทกภัย และหารือแนวทางเร่งฟื้นฟู บูรณะ และซ่อมแซม ให้โรงเรียนเปิดทำการเรียนการสอนได้ทันทีภายหลังน้ำลด โดย รมว.ศึกษาธิการ กล่าวว่า สถานศึกษาในจังหวัดสุราษฎร์ธานีได้รับความเสียหายจากอุทกภัยจำนวน 276 โรงเรียน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นโรงเรียนประถมศึกษา และมีโรงเรียนที่ได้รับผลกระทบอย่างหนักอยู่ในอาการโคม่า 20 แห่ง เช่น โรงเรียนบ้านไทรงามซึ่งพื้นของอาคารเรียนทั้งสองหลังใช้งานไม่ได้ จึงต้องเร่งฟื้นฟูในเรื่องของกายภาพ และให้ สพฐ. ดูแลเรื่องการจัดทำงบประมาณในการปรับปรุงซ่อมแซม ส่วนเรื่องการจัดการเรียนการสอนได้แก้ปัญหาแล้ว เช่น การนำเด็กจากโรงเรียนต่าง ๆ มาเรียนรวมกัน และยืมสถานที่ของเอกชนมาใช้สอนหนังสือ เป็นต้น โดยพยายามทำเท่าที่สถานการณ์จะทำได้ ซึ่งตอนนี้มีข่าวดีคือระดับน้ำลดลงเรื่อย ๆ และที่น่ายินดีไปกว่านั้นคือ ได้รับความร่วมมือจากสถาบันอาชีวศึกษาจากภูมิภาคต่าง ๆ มาช่วยซ่อมสิ่งของ โดยมาตั้งศูนย์ฯ อยู่ที่สุราษฎร์ธานีเป็นเวลา 3 อาทิตย์แล้ว ซึ่งได้รับรายงานว่านักเรียนนักศึกษาอาชีวศึกษาได้ช่วยซ่อมของทั้งชิ้นเล็กและชิ้นใหญ่ประมาณ 80,000 ชิ้น ความร่วมมือร่วมใจกันช่วยเหลือประชาชนในครั้งนี้จึงถือเป็นมูลค่าที่ประมาณไม่ได้ Cr.ข่าวสำนักงานรัฐมนตรี กลุ่มประชาสัมพันธ์ 19 มกราคม 2560

ขอบคุณแหล่งข้อมูล: สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา

พลังอาชีวะ…น้อมถวายเป็นพระราชกุศล

page1.jpg

พลเอก ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เยี่ยมชมกิจกรรมของนักศึกษาอาชีวศึกษาที่มาร่วมในงาน “ศธ. รวมพลัง ร่วมใจ น้อมถวายเป็นพระราชกุศล แด่…พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพล อดุลยเดช โครงการ…อาชีวศึกษาเพื่อประชาชน บริการย้อมผ้าดำ / ทำโบว์ / ซ่อมแซมผ้า / Fix It Center บริการเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องรถจักรยานยนต์ /บริการตัดผม ฟรี ณ ข้างกระทรวงศึกษาธิการ ริมคลองผดุงกรุงเกษม โดยมี ดร.สุเทพ ชิตยวงษ์ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา นำชม

คณะครู-นักเรียน นักศึกษาอาชีวศึกษา ให้บริการประชาชนอย่างต่อเนื่องในกิจกรรม “ศธ. รวมพลัง ร่วมใจ น้อมถวายเป็นพระราชกุศล แด่..พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพล อดุลยเดช โครงการ ..อาชีวศึกษาเพื่อประชาชน บริการย้อมผ้าดำ / ทำโบว์ / ซ่อมแซมผ้า / Fix It Center บริการเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องรถจักรยานยนต์ /บริการตัดผม ฟรี !!! กลุ่มประชาสัมพันธ์ 19 ตุลาคม 2559

ขอบคุณแหล่งข้อมูล: สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา

มาตรฐานอาชีพและคุณวุฒิวิชาชีพ

page1.jpg

รมว.ศึกษาธิการ กล่าวว่า ที่ประชุมได้ร่วมกันพิจารณาการจัดทำมาตรฐานคุณวุฒิวิชาชีพที่สอดคล้องกับกรอบคุณวุฒิแห่งชาติ (NQF) โดยอ้างอิงตามกรอบคุณวุฒิอาเซียน (AQRF) 8 ระดับตามระดับการศึกษา เพื่อทำให้มาตรฐานคุณวุฒิวิชาชีพของไทยสอดคล้องกับมาตรฐานคุณวุฒิวิชาชีพอาเซียน โดยกรอบมาตรฐานคุณวุฒิวิชาชีพดังกล่าวมีองค์ประกอบสำคัญ 2 ส่วน คือ 1) ด้านความรู้และทักษะ 2) ด้านความสามารถในการประยุกต์และความรับผิดชอบ ซึ่งมีหน่วยงานหลักที่เกี่ยวข้อง คือ

– สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา ทำหน้าที่จัดทำกรอบคุณวุฒิแห่งชาติ – สถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ (องค์การมหาชน) จัดทำมาตรฐานอาชีพและคุณวุฒิวิชาชีพ – กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน จัดทำมาตรฐานฝีมือแรงงาน – สถานประกอบการ ร่วมกำหนดมาตรฐานฝีมือแรงงานและมาตรฐานอาชีพ – องค์กรวิชาชีพ จัดทำมาตรฐานวิชาชีพ – สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา จัดการศึกษาสายวิชาชีพให้ผู้เรียนมีสมรรถนะตามมาตรฐานอาชีพและมาตรฐานวิชาชีพ

สำหรับการจัดทำมาตรฐานอาชีพและมาตรฐานคุณวุฒิวิชาชีพ ต้องคำนึงถึงความเชื่อมโยงระหว่าง “โลกแห่งการเรียน” ซึ่งเมื่อจบการศึกษาจะได้รับค่าตอบแทนหรือเงินเดือนตามวุฒิการศึกษา และ “โลกแห่งการทำงาน” ที่ได้รับเงินเดือนตามระดับของความสามารถฝีมือแรงงาน จึงต้องมีระบบกลางที่เป็นมาตรฐานของประเทศที่เทียบระดับวุฒิการศึกษากับระดับความสามารถด้านทักษะวิชาชีพได้

นอกจากนี้ การจัดทำมาตรฐานอาชีพและคุณวุฒิวิชาชีพ สอดคล้องกับการดำเนินงานของคณะกรรมการสานพลังประชารัฐด้านการยกระดับคุณภาพวิชาชีพ (E2) ในคณะทำงานกลุ่มย่อยกลุ่มที่ 4 “Standard and Certification Center” ซึ่งกำลังดำเนินการจัดทำมาตรฐานด้านวิชาชีพด้วยเช่นกัน

ทั้งนี้ เมื่อได้มาตรฐานอาชีพและคุณวุฒิวิชาชีพที่เป็นส่วนกลางแล้ว สอศ.จะทำการปรับหลักสูตรอาชีวศึกษาให้สอดคล้องกับมาตรฐานดังกล่าว เพื่อผลิตกำลังคนที่ตรงกับความต้องการของตลาดแรงงานและได้รับค่าตอบแทนตามมาตรฐานอาชีพและคุณวุฒิวิชาชีพต่อไป

กลุ่มประชาสัมพันธ์ 20 ตุลาคม 2559

Cr.ข่าวสำนักรัฐมนตรี

ขอบคุณแหล่งข้อมูล: สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา

สอศ. ร่วมลงนามถวายความอาลัย แด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพล อดุลยเดช

page.jpg

เมื่อวันจันทร์ที่ 17 ตุลาคม 2559 เวลา 8.00 น. ณ ห้องรับรองจันทรเกษม, พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ พร้อมด้วย พล.อ.สุรเชษฐ์ ชัยวงศ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ตลอดจนคณะผู้บริหาร ข้าราชการ และบุคลากรของกระทรวงศึกษาธิการ ร่วมลงนามแสดงความอาลัยพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ต่อหน้าพระบรมฉายาลักษณ์ ขณะที่บริเวณด้านหน้ากระทรวงศึกษาธิการมีการลดธงลงครึ่งเสา

จากนั้น รมว.ศึกษาธิการ ได้พบผู้บริหารและข้าราชการสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) ซึ่งจัดพิธีร่วมลงนามแสดงความอาลัยพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ณ บริเวณด้านหน้าอาคาร สอศ.โอกาสนี้ รมว.ศึกษาธิการ ได้ขอให้บุคลากรทุกท่านยึดถือและปฏิบัติตามแนวพระราชดำรัสของพระองค์ เช่น พระราชดำรัสพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เมื่อวันที่ 4 ธันวาคม 2539 เกี่ยวกับการอบรมบ่มนิสัยในยุคเทคโนโลยี ประชาสัมพันธ์ สอศ. 17 ตุลาคม 2559

Cr.สำนักงานรัฐมนตรี

ขอบคุณแหล่งข้อมูล: สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา

อาชีวะจับมือ มจพ. และ๑๙ สถานประกอบการชั้นนำของประเทศ พัฒนาครูฝึกช่างเทคนิคขั้นสูงตามแนวทางมาตรฐานเยอรมัน

%E0%B8%9B%E0%B8%812.jpg

สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา กับมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ (มจพ.) องค์กรความร่วมมือระหว่างประเทศเยอรมัน (GIZ) สถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ (องค์การมหาชน) และสถานประกอบการชั้นนำของประเทศ สร้างความร่วมมือในการพัฒนาหลักสูตรการฝึกอบรมทางด้านเทคโนโลยีหลักสูตรการฝึกอบรมครูฝึกในสถานประกอบการตามมาตรฐาน และหลักสูตรอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องไปสู่การพัฒนาครูฝึกช่างเทคนิคขั้นสูงตามแนวทางมาตรฐานของเยอรมัน (The Highly-Skilled Technical “Meister” Development Program on the Basis of the German Educational Standards) โดยจัดพิธีลงนามความร่วมมือทางวิชาการขึ้นในวันที่ 12 ตุลาคม 2559 ณ หอประชุมเบญจรัตน์ อาคารนวมินทรราชินี มจพ.โดยได้รับเกียรติจาก H.E. Mr. Peter Prugel เอกอัครราชทูตเยอรมันประจำประเทศไทย และ พลเอก ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นสักขีพยาน ในโอกาสนี้ พลเอก ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวขอบสถานเอกอัครราชทูตเยอรมันประจำประเทศไทย มจพ. และองค์กรสถานประกอบการทั้ง 19 แห่ง ที่ตระหนักถึงความสำคัญของการร่วมกันสร้างแรง งานที่มีคุณภาพตามนโบบายประชารัฐ ด้านการยกระดับคุณภาพวิชาชีพ ในการส่งเสริมการอาชีวศึกษาและเทคโนโลยี เพื่อสร้างแรงงานที่มีทักษะและพัฒนาคุณภาพมาตรฐานการศึกษาให้เชื่อมโยงกับมาตรฐานวิชาชีพ โดยเน้นให้สถานประกอบการมีส่วนร่วมในการจัดการศึกษา ที่เน้นการพัฒนาแรงงานช่างเทคนิคให้มีความรู้ ทักษะ และคุณลักษณะ เพื่อให้เกิดสมรรถนะตามมาตรฐานวิชาชีพและตรงตามความต้องการของสถานประกอบการในภาคอุตสาหกรรม เพื่อการแข่งขันทางเศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรมในยุคประเทศไทย 4.0 ดร. สุเทพ ชิตยวงษ์ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา กล่าวว่า แนวโน้มที่ประเทศไทยจะขาดแรงงานฝีมือด้านทักษะ ที่ตรงกับความต้องการของสถานประกอบการเนื่องจากเทคโนโลยีที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว สอศ. ซึ่งมีการจัดการเรียนการสอนอาชีวศึกษาระบบทวิภาคี ได้เตรียมที่จะพัฒนาครู และครูฝึกในสถานประกอบการ ให้มีมาตรฐาน โดยได้ทำความร่วมมือกับมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ “เพื่อพัฒนาครู ฝึกช่างเทคนิคขั้นสูงตามแนว ทางมาตรฐานของเยอรมัน” ซึ่งสอศ.มุ่งเน้นให้เกิดความร่วมมือกันเพื่อประโยชน์ของทุกฝ่าย โดยในกลุ่มมีสถานประกอบการ ที่จะเข้าร่วมโครงการฯ ณ วันนี้ จำนวน19 องค์กรโดยสถานประกอบการชั้นนำที่ลงนามร่วมกันในโครงการฯ ส่วนหนึ่งก็เป็นภาคีเครือข่ายในการจัดอาชีวศึกษาระบบทวิภาคี ด้าน ศาสตราจารย์ ดร.ธีรวุฒิ บุญยโสภณ อธิการบดี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ (มจพ.) กล่าวว่า ปัจจัยหนึ่งที่สำคัญของปัญหาการขาดบุคลากรที่เป็นผู้เชื่อมต่อองค์ความรู้ และสร้างความร่วมมือระหว่างสถานศึกษา ผู้ปฏิบัติงาน และสถานประกอบการ ซึ่งในประเทศเยอรมันปัญหานี้ ถูกแก้ไขด้วยการกำหนดมาตรฐานผู้ฝึกอาชีพที่เรียกว่า “Meister” หรือ “ครูฝึกช่างเทคนิคชั้นสูง” ซึ่งครูฝึกช่างเทคนิคขั้นสูงจะเป็นผู้ที่ได้รับการอบรม และผ่านขั้นตอนการทดสอบความรู้ในด้านต่าง ๆ เพื่อที่จะได้รับวุฒิบัตร สำหรับการประกอบวิชาชีพเป็น ครูฝึกที่รับรองโดยสภาหอการค้าหรือสภาอุตสาหกรรมของประเทศเยอรมัน มจพ. ได้เล็งเห็นถึงปัญหาดังกล่าว จึงได้ร่วมมือทางวิชาการ กับหอการค้าเยอรมันไทย เพื่อที่จะนำรูปแบบการฝึกครู “Meister” หรือ “ครูฝึกช่างเทคนิคขั้นสูง” ของประเทศเยอรมันไปใช้ โดยกำหนดให้มีการพัฒนาหลักสูตรร่วมกับภาคอุตสาหกรรมและสถาบันการศึกษา การฝึกอบรม การทดสอบ และกิจกรรมอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้มีมาตรฐานและระบบการพัฒนาครูฝึกช่างเทคนิคขั้นสูง ตามคุณภาพมาตรฐานของประเทศเยอรมัน และได้รับการรับรองจากหอการค้าเยอรมันไทย โดยหลักสูตร Thai-German Meister ที่จะเปิดการเรียนการสอนทั้งหมดด้วยกัน 3 สาขาอาชีพ ใช้เวลาในการอบรมทั้งหมด 800 ชั่วโมง (ตามมาตรฐานเยอรมัน) ประกอบด้วย สาขาไฟฟ้าอุตสาหกรรมและอิเล็กทรอนิกส์ สาขาเครื่องกลอุตสาหกรรม และสาขาแมคคาทรอนิกส์ โดยในแต่ละหลักสูตรในแต่ละสาขาอาชีพ จะแบ่งออกเป็น 3 ส่วนด้วยการกันคือ ส่วนที่ 1 การฝึกอบรมทางด้านเทคโนโลยี (480 ชม.) ส่วนที่ 2 การฝึกอบรมเป็นผู้ฝึกในสถานประกอบการ (In-company Trainer) ตามมาตรฐานอาเซียน (120 ชม.) และส่วนที่ 3 การฝึกอบรมทางด้านกฎหมายและการบริหารองค์กร (200 ชม.)

19 องค์กร ที่ร่วมลงนามตามโครงการ “พัฒนาครูฝึกช่างเทคนิคขั้นสูงตามแนวทางมาตรฐานของเยอรมัน (The Highly-Skilled Technical “Meister” Development Program on the Basis of the German Educational Standards) สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา สถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ องค์กรความร่วมมือระหว่างประเทศของเยอรมัน (GIZ) บริษัท ซีเมนส์ จำกัด บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน) และบริษัทในเครือ (SCG) บริษัท บี.กริม เพาเวอร์ จำกัด บริษัท เบทาโกร จำกัด (มหาชน) บริษัท บุญรอด บริวเวอร์รี่ จำกัด บริษัท ดาลินี่ จำกัด บริษัท เพรซิเดนท์ เบเกอรี่ จำกัด (มหาชน) บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) บริษัท ยูแทค ไทย จำกัด บริษัท สมบูรณ์ แอ๊ดวานซ์ เทคโนโลยี จำกัด (มหาชน) บริษัท น้ำตาลมิตรผล จำกัด บริษัทเวสเทิร์น ดิจิตอล (ประเทศไทย) จำกัด บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลล์ จำกัด บริษัท เอชจีเอสที (ประเทศไทย) จำกัด บริษัท โรงงานเหล็กกรุงเทพฯ จำกัด และบริษัท เซฟ-ที-คัท แมนูแฟคเจอริ่ง จำกัด

กลุ่มประชาสัมพันธ์ สอศ. 12 ตุลาคม 2559

ขอบคุณแหล่งข้อมูล: สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา