Tag Archives: พัทลุง

ผอ.สพป.สุราษฎร์ธานี เขต ๒ ร่วมประชุม ผอ.สพท.ทั่วประเทศ ครั้งที่๑/๒๕๖๑

1047896.jpg

เมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2561 เวลา 08.00-12.00 นายประทีป ทองด้วง ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสุราษฎร์ธานี เขต 2 เข้าร่วมประชุมสัมมนาผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาทั่วประเทศ ครั้งที่ 1/2561 ระหว่างวันที่ 8-10 กุมภาพันธ์ 2561 ณ หอประชุม สพป.นครราชสีมา เขต 4 เพื่อรับนโยบายในการพัฒนาคุณภาพการศึกษาจากสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน และ ภาคบ่าย ตั้งแต่เวลา 13.00 – 18.00 น. แบ่งกลุ่มตาม Cluster เพื่อศึกษาดูงาน โรงเรียนในสังกัด สพป.นครราชสีมา เขต 1 – 7 และ สพม.เขต 31 ซึ่ง ผอ.สพป.สุราษฎร์ธานี เขต 2 เป็นสมาชิกใน Cluster 6 มีสมาชิก จำนวน 10 ท่าน ประกอบด้วย ผอ.สพป.นครศรีธรรม เขต 1, 2, 3 และ 4 ผอ.สพป.ชุมพร เขต 1, 2 , ผอ.สพป.สุราษฎร์ธานี เขต 1, 2 และ 3, ผอ.สพป.พัทลุง เขต1, 2 โดยมี นายเสนอ ทองจีน ผอ.สพป.นครศรีธรรมราช เขต 1 เป็นประธาน ลงพื้นที่ศึกษาดูงาน ณ โรงเรียนวัดวชิราลงกรณวราราม สพป.นครราชสีมา เขต 4 ซึ่งโรงเรียนนี้เป็นโรงเรียนพระราชทานระดับก่อนประถมศึกษาขนาดเล็ก ปี 2559 โดยมี ผอ.โรงเรียน คณะครู และนักเรียน ให้การต้อนรับเป็นอย่างดียิ่ง

09 กุมภาพันธ์ 2561

ขอบคุณแหล่งข้อมูล: สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ

Advertisements

ผอ.สพป.พัทลุง เขต ๒ เน้นย้ำการทดสอบ O-NET ต้องสุจริตโปร่งใสเด็กสอบอย่างมีความสุขไม่เครียด

1042289.jpg

“ผอ.สพป.พัทลุง เขต 2 เน้นย้ำการทดสอบ O-NET ต้องสุจริตโปร่งใสเด็กสอบอย่างมีความสุขไม่เครียด” วันที่ 29 มกราคม 2561 นายสุวรรณ ขวัญแก้ว ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาพัทลุง เขต 2 เปิดเผยหลังเป็นประธานในการประชุมครูซึ่งเป็นคณะกรรมการดำเนินการทดสอบระดับชาติขั้นพื้นฐาน (O-NET : Ordinary National Test) ว่า สถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ หรือ สทศ. (องค์การมหาชน) เป็นองค์กรที่จัดตั้งขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อบริหารจัดการและดำเนินการเกี่ยวกับการศึกษา วิจัย พัฒนา และให้บริการทางการประเมินผลทางการศึกษาและทดสอบทางการศึกษาอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งเป็นศูนย์กลางความร่วมมือด้านการทดสอบทางการศึกษาในระดับชาติและระดับนานาชาติ จะจัดทดสอบทางการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน (O-NET) ปีการศึกษา 2560 โดย ป.6 สอบวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2561 และ ม.3 สอบวันที่ 3-4 กุมภาพันธ์ 2561 ซึ่งในเรื่องนี้ตนมีความห่วงใย จึงได้เน้นย้ำให้กรรมการประจำสนามสอบ ประกอบด้วยชั้น ป.6 จำนวน 14 สนามสอบ ชั้น ม.3 จำนวน 5 สนามสอบปฏิบัติหน้าที่ด้วยความรับผิดชอบ ไม่มีผลประโยชน์ทับซ้อน ตรงต่อเวลา เก็บรักษาความลับเป็นอย่างดี ปฏิบัติตามระเบียบและข้อกำหนดที่ สทศ.กำหนดอย่างเคร่งครัด มีความละเอียดถี่ถ้วนและให้ความสำคัญกับเอกสารที่เกี่ยวข้อง นักเรียนที่เข้าสอบมีความสุขในการทำข้อสอบ และที่สำคัญ “เด็กต้องทำ O-NET ได้ดีกว่าปีที่แล้ว” นายสุวรรณ กล่าว

29 มกราคม 2561

ขอบคุณแหล่งข้อมูล: สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ

ผอ.สพป.พัทลุง เขต ๒ เผยสอบสัมภาษณ์ครูผู้สอน-ครูขั้นวิกฤต วันที่สองหายห่วง

1027051.jpg

24 ธันวาคม 2560 ณ โรงเรียนบ้านแม่ขรี (สวิงประชาสรรค์) นายสุวรรณ ขวัญแก้ว ผอ.สพป.พัทลุง เขต 2 ประธานคณะกรรมการดำเนินการสอบ เปิดเผยหลังจากประชุมกรรมการสัมภาษณ์และพบปะให้กำลังใจผู้เข้าสอบ ว่า ตามที่ สพป.พัทลุง เขต 2 ดำเนินการสรรหาและเลือกสรรบุคคลเป็นพนักงานราชการทั่วไป กลุ่มบริหารงานทั่วไป ตำแหน่งครูผู้สอน จำนวน 5 อัตรา และคัดเลือกบุคคลเป็นลูกจ้างชั่วคราว ตำแหน่งครูรายเดือนแก้ปัญหาสถานศึกษาขาดแคลนครูขั้นวิกฤต จำนวน 2 อัตรา โดยมีการสอบข้อเขียน ภาค ก ความรู้ความสามารถทั่วไปและความรู้ความสามารถที่ใช้เฉพาะตำแหน่ง ไปเมื่อวานนี้ ผู้มีสิทธ์สอบ 79 คน มาสอบ 75 คน ขาดสอบ 4 คน ซึ่งการสอบข้อเขียนเป็นไปด้วยความเรียบร้อย โปร่งใส ตรวจสอบได้ นั้น นายสุวรรณ กล่าวต่ออีกว่า วันนี้มีการสอบภาค ข ประเมินความเหมาะสมกับตำแหน่งและวิชาชีพ (สัมภาษณ์) ซึ่งตนได้ประชุมคณะกรรมสอบสัมภาษณ์ในภาคเช้า โดยให้แนวนโยบาย”ในการสอบสัมภาษณ์ให้เป็นแบบกัลยาณมิตร มีจิตวิญญาณของความเป็นครูเยี่ยงวิญญูชน ควรพูดกับเด็กด้วยความเมตตากรุณา จะเป็นภาพลักษณ์ที่ดีเป็นศักดิ์ศรีของ สพป.พัทลุง เขต 2 ที่ติดตาตรึงใจประทับใจไม่รู้ลืมและการสอบสัมภาษณ์ไม่ต้องเฉลยว่าผิดหรือถูกให้เขาพูดไป ประโยคท้ายสุดที่กรรมการควรกล่าวทิ้งท้ายให้กำลังใจเด็กก่อนที่เขาจะลุกขึ้นจากเก้าอี้ไป คือ อวยพรให้เขาโชคดี ” นายสุวรรณ กล่าว พจนาถ ช่วยเนื่อง ภาพ/ข่าว

24 ธันวาคม 2560

ขอบคุณแหล่งข้อมูล: สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ

ข่าวสารสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาพื้นฐาน วันที่ ๗ ตุลาคม ๒๕๕๙

น้ำใจสู่ผู้ประสบภัย (เพลิงไหม้ตลาดบางหลวง)

902831.jpg

โรงเรียนประถมฐานบินกำแพงแสนนำโดยท่านผอ.ธนันธร สิริอาภรณ์ ประธานกรรมการสถานศึกษาฯ รองผู้อำนวยการฯ และคณะครูตัวแทนนำเงินบริจาค น้ำดื่ม อาหารแห้ง สิ่งของ และเสื้อผ้า ที่นักเรียน ผู้ปกครองและสมาชิกที่รักทุกท่านของชาวประถมฐานบิน ร่วมนำมาสมทบเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยเพลิงไหม้ตลาดบางหลวง ไปมอบให้ผู้ประสบภัย ณ ศูนย์ช่วยเหลือผู้ประสบภัยเพลิงไหม้ ชุมชนตลาดบางหลวง ร.ศ.122 อ.บางเลน จ.นครปฐม โดยคณะจากโรงเรียนเวลา 13.00 น. และส่งมอบเรียบร้อยค่ะ …โดยต้องขอขอบพระคุณ ท่านนายกเสริม มีผิวหอม, รองนายกจอม แผนสะท้าน, รองนายกสมศักดิ์ เล้าอรุณ, คุณกัลยาภัสสร ปิยาอมรชัยกุล, ผอ.บุรพบท สุขเนียม, ร้านศรีสุขกำแพงแสน, กลุ่มเพื่อนพระปฐม 5/3, คณะผู้ใหญ่ทวี เถียรประภากุล, ผู้บริหาร คณะครู ผู้ปกครองนักเรียนโรงเรียนประถมฐานบินฯ รวมยอดน้ำใจเป็นเงินทั้งสิ้น 50,500 บาทค่ะ ตลอดจนสิ่งของต่างๆ ที่ร่วมด้วย ช่วยกัน ร่วมช่วยเหลือผู้ที่เดือดร้อน ขอให้ทุกท่านพบเจอแต่สิ่งดีๆ มีความสุขนะคะ ขอบคุณค่ะ ภาพโดย รร.ประถมฐานบินกำแพงแสน https://www.facebook.com/Prathomthanbinkamphangsean-School-3087714326610…

พัทลุง ๑ ประชุมชี้แจงแนวทางสรรหาและบริหารอัตรากำลังพนักงานราชการและลูกจ้างชั่วคราว

902779.JPG

วันที่ ๗ ตุลาคม ๒๕๕๙ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาพัทลุง เขต ๑ ได้จัดให้มีการประชุมชี้แจงแนวทางการสรรหาและบริหารอัตรากำลังพนักงานราชการและลูกจ้างชั่วคราว ซึ่งในช่วงเช้า เวลา ๐๙.๐๐ น. ได้มีการประชุมชี้แจง ผู้บริหารโรงเรียนทุกโรง รวม ๑๑๙ คน และช่วงบ่าย เวลา ๑๓.๐๐ น. ได้มีการประชุมพนักงานราชการและลูกจ้างชั่วคราวทุกคน รวมทั้งสิ้น ๒๕๔ คน ณ ห้องประชุมคูหาสวรรค์ สพป.พัทลุง เขต ๑ ในการประชุมได้ชี้แจงเรื่องดังต่อไปนี้

๑, การวางแผนกำหนดแนวทาง กำกับ ติดตาม การบริหารอัตรากำลังพนักงานราชการและลูกจ้างชั่วคราวทุกตำแหน่ง

๒. ชี้แจงเรื่องการต่อสัญญาจ้างพนักงานราชการและลูกจ้างชั่วคราวผู้ผ่านการประเมินต่อไปอีก ๖ เดือน นับตั้งแต่วันที่ ๑ ต.ค.๕๙ เพื่อเตรียมเข้าสู่แผนการเกลี่ยอัตรากำลัง

๓. ทำความเข้าใจและชี้แจงให้ทราบถึงนโยบายเกลี่ยอัตรากำลังตามเกณฑ์ที่ สพฐ.กำหนด

โดยในช่วงเช้า นายพงศ์ศักดิ์ หอยนกคง รอง ผอ.สพป.พัทลุง เขต ๑ ได้เป็นประธานเปิดการประชุม และในช่วงบ่าย ดร.ประจวบ หนูเลี่ยง รอง ผอ.สพป.พัทลุง

เขต ๑ ได้พบปะและให้ความรู้แก่ผู้เข้าประชุมดังกล่าว

สพป.ร้อยเอ็ด เขต 3 จัดงานศิลปหัตถกรรมนักเรียน ระดับเขตพื้นที่การศึกษา ครั้งที่ 66 ประจำปี 2559

902659.JPG

***วันที่ 6 ตุลาคม 2559 สพป.ร้อยเอ็ด เขต 3 จัดงานศิลปหัตถกรรมนักเรียน ระดับเขตพื้นที่การศึกษา ครั้งที่ 66 ประจำปี 2559 โดยได้รับเกียรติจาก นายสฤษดิ์ วิฑูรย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด เป็นประธานเปิดงานในวันนี้ และมี นายอนุพงษ์ หมวดเมือง รองผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาร้อยเอ็ด เขต 3 รักษาราชการแทนผู้อำนวยการศึกษา กล่าวรายงานความเป็นมา วัตถุประสงค์ของการจัดงาน กำหนดจัดระหว่างวันที่ 5 – 7 ตุลาคม 2559 ณ สพป.ร้อยเอ็ด เขต 3 โรงเรียนอนุบาลโพนทอง โรงเรียนพนาลัยวิทยาเสริม โรงเรียนโพนทองพัฒนาวิทยา โรงเรียนโพนทองวิทยายน และวิทยาลัยการอาชีพโพนทอง กำหนดจัดตามแนวทางการจัดงานศิลปหัตถกรรมนักเรียน ระดับชาติ ครั้งที่ 66 ภายใต้คำขวัญ “ศิลปหัตถกรรม วิชาการก้าวไกล นำเด็กไทยสู่สากล” โดยเพิ่มการจัดนิทรรศการของโรงเรียน จาก 5 อำเภอ ได้แก่ อำเภอโพนทอง อำเภอเสลภูมิ อำเภอหนองพอก อำเภอโพธิ์ชัย อำเภอเมยวดีและเครือข่ายโรงเรียนเอกชน เพื่อให้นักเรียน และครู ได้เข้าร่วมกิจกรรมการประกวด แข่งขันทักษะทางวิชาการ และร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ เพื่อคัดเลือกตัวแทนนักเรียน เข้าร่วมแข่งขันทักษะทางวิชาการในงานศิลปหัตถกรรมนักเรียนภาคอีสาน ครั้งที่ 66 จังหวัดหนองคายและบึงกาฬ ปีการศึกษา 2559 ระหว่างวันที่ 21 – 23 ธันวาคม 2559 ชมภาพกิจกรรมทั้งหมด ภาพพิธีเปิด ภาพกิจกรรมแรก ภาพกิจกรรมวันที่สอง ภาพกิจกรรมวันที่สามภาพ/ข่าว : ศน.สุรดิษ โยมา ศึกษานิเทศก์ชำนาญการพิเศษ

7 ตุลาคม 2559

ขอบคุณแหล่งข้อมูล: สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ

การประชุมยกระดับคุณภาพการศึกษาในศตวรรษที่ ๒๑

899465.JPG

วันนี้ วันที่ ๒๔ กันยายน ๒๕๕๙ ดร.บุญรักษ์ ยอดเพชร ผู้ช่วยเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ให้เกียรติเป็นประธาน/บรรยายพิเศษ ในพิธีเปิดประชุมสัมมนายกระดับคุณภาพการศึกษาในศตวรรษที่ ๒๑ โดยมีนายสมดี คชายั่งยืน ผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร กล่าวต้อนรับ และนายวัลลพ สงวนนาม ผอ.สพป.ชพ ๑ กล่าวรายงาน ณ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง วิทยาเขตชุมพรเขตรอุดมศักดิ์ จังหวัดชุมพร

การประชุมในครั้งนี้ มีกำหนด ๑ วัน มีผู้เข้าร่วมประชุมได้แก่ ผู้บริหารการศึกษา ผู้บริหารสถานศึกษา ครูและบุคลากรทางการศึกษา ในพื้นที่จังหวัดกระบี่ ชุมพร ตรัง นครศรีธรรมราช พังงา พัทลุง ภูเก็ต ระนอง และสุราษฎร์ธานี จำนวน ๑,๑๑๕ คน โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างความเข้าใจในวิธีการในการพัฒนาตนเองของครูและบุคลากรทางการศึกษาด้วยระบบพัฒนาครู TEPE Online, เพื่อเผยแพร่สื่อ นวัตกรรม กิจกรรมและโครงการตามนโยบายที่สำคัญของ สพฐ. และกระทรวงศึกษาธิการ และเพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้แนวทางพัฒนาการบริหารและการจัดการเรียนการสอนของผู้เข้าประชุม*****

ภาพ/นิตา คุณวุฒิ

ข่าว/วิภารัตน์ กวาวหนึ่ง

24 กันยายน 2559

ขอบคุณแหล่งข้อมูล: สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ

ลูกเสือ-เนตรนารี กว่า ๑,๐๐๐ คน ร่วมงานชุมนุมลูกเสือจังหวัดพัทลุง

887617.JPG

ลูกเสือ-เนตรนารี กว่า 1,000 คน ร่วมงานชุมนุมลูกเสือจังหวัดพัทลุง นายอนุรัฐ ไทยตรง รองผู้ว่าราชการจังหวัดพัทลุง (รอง ผวจ.พัทลุง) กล่าวฝากให้ลูกเสือเนตรนารี “จดจำ ค่านิยม 12 ประการ และแนวพระราชดำริหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวนำไปปฏิบัติ เพราะหากไม่จดจำก็ไม่คาดหวังว่าจะปฏิบัติได้”

เมื่อวันที่ 15 สิงหาคม 2559 ในพิธีเปิดงานชุมนุมลูกเสือจังหวัดพัทลุง ครั้งที่ 3 ประจำปี 2559

ณ ค่ายลูกเสือจังหวัดพัทลุง นายอนุรัฐ ไทยตรง รองผู้ว่าราชการจังหวัดพัทลุง ได้ไปเป็นประธานเปิดงานชุมนุมลูกเสือจังหวัดพัทลุง ณ ค่ายลูกเสือจังหวัดพัทลุง ตำบลลำปำ จังหวัดพัทลุง พร้อมกล่าวเปิด พอสรุปได้ดังนี้

ขอขอบคุณทางคณะวิทยากร ที่ได้เรียนเชิญให้มาร่วมงานอันทรงเกียรตินี้ ความตั้งใจความมุ่งมั่นของคณะวิทยากร ลูกเสือจังหวัดพัทลุงทุกคนผู้บังคับบัญชาทุกคนปรารถนาอยากให้เยาวชนทุกคนได้มาสัมผัสคนทุกคน ได้มาเพิ่มประสบการณ์ ได้นำสิ่งดี ๆ ไปใช้ประโยชน์ นอกจากการเรียนยังไปใช้ในการพัฒนาตนเอง และนำไปสู่การครองชีวิต ครองอนาคตและครองครอบครัว และทำงานเพื่อประเทศชาติอยากได้อยากจะบอกลูกเสือทุกคนว่า ไม่ว่าจะมีอายุเท่าใด เหมือนกับคณะวิทยากร หรือแม้แต่ประธานในพิธี แต่ทุกคนมีความสำคัญไม่ยิ่งหย่อนกัน ในสังคมและในประเทศที่เราอยู่ภายใต้ระบบ ภายใต้ประเพณี ภายใต้กฎเกณฑ์กติกาเดียวกัน ประโยชน์ที่ได้รับเท่ากัน เพราะฉะนั้นความรับผิดชอบต่อสังคมต้องเท่ากัน เราทุกคนหวังเห็นเยาวชนคนรุ่นใหม่เป็นอนาคตของชาติบ้านเมือง ประเทศชาติจะเจริญก้าวหน้าได้ สำคัญอย่างอย่างยิ่งต้องมีกลุ่มคนที่มีคุณภาพ คณาจารย์คณะวิทยากรทุกคน ได้เป็นตัวอย่างให้ลูกเสือเนตรนารี และทุกท่านได้ก้าวมาถึงจุดนี้ได้ ได้ผ่านร้อนผ่านหนาวผ่านประสบการณ์มา มีอนาคตที่รุ่งโรจน์และประสบความสำเร็จ ทุกคนเห็นเป็นตัวอย่างที่ดีอยู่ เพราะฉะนั้นจำเป็นอย่างยิ่งที่ลูกเสือเนตรนารีทุกคนจะต้องพยายามเรียนรู้เอาตัวอย่างที่ดีจากคณะวิทยากร เอาความรู้ที่แสวงหาได้ทุกวิถีทาง และในช่วงของการเข้าค่ายชุมนุมฯนี้ ถือเป็นช่วงเวลาที่สำคัญยิ่งที่เรามีโอกาสเรียนรู้ และฝึกตน สร้างตนให้เป็นคนที่มีคุณภาพ พ่อแม่พี่น้องที่อยู่ในหมู่บ้าน ในสังคมกำลังรอลูก ๆ หลาน ๆ อยู่ หวังเป็นอย่างยิ่งว่าลูก ๆ หลาน ๆ จะเป็นที่พึ่งให้กับพ่อแม่พี่น้อง ไม่ว่าจะเป็นครอบครัว ไม่ว่าจะเป็นอนาคตของสังคม เขาหวังที่จะได้ลูก ๆ เป็นที่พึ่ง

เพราะฉะนั้น ต้องขอฝากลูก ๆ ทุกคนว่า เรามีความรับผิดชอบร่วมกันในการก้าวเดินและพัฒนาประเทศ คณะวิทยากรอยากให้เรียนรู้ค่านิยมพื้นฐาน 12 ประการ ถือเป็นเรื่องสำคัญที่อยากจะฝากลูกเสือเนตรนารีทุกคน เพราะฉะนั้น มีโอกาสต้องพยายามจดจำให้ได้ ผมได้ไปเยี่ยมไปเป็นประธานหลายงานยังพบเห็นว่าลูก ๆ ทุกคน ยังไม่สามารถจดจำค่านิยม 12 ประการ ได้ หากจำไม่ได้ก็คงไม่คาดหวังว่าจะปฏิบัติได้ เพราะฉะนั้น ในห้วงเวลาที่เข้าค่าย ขอร้อง ขอความร่วมมือ ให้ลูกเสือเนตรนารีให้มีความมุ่งมั่น ตั้งใจ ปฏิบัติและเรียนรู้จดจำให้ได้เพื่อนำไปปฏิบัติต่อไปในอนาคต สำคัญกว่าอื่นใด อยากให้ลูก ๆ ทุกคน ได้จดจำแนวพระราชดำริหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ เป็นแนวในการครองตน ครองการศึกษา ครองงาน ครองอนาคต และครอบครัวต่อไป ด้วยการน้อมนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาถือปฏิบัติ โดยเฉพาะลูกเสือจำเป็นอย่างยิ่งต้องมีวินัย มีความอดทน มีความร่วมไม้ร่วมมือ อยู่ร่วมกันด้วยน้ำใจ และปฏิบัติในสิ่งที่เป็นสาธารณประโยชน์ จำเป็นอย่างยิ่งต้องยึดถือปฏิบัติตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง สามห่วง 2 เงื่อนไข ลูกเสือเนตรนารีทุกคนต้องมีความรู้ ต้องมีคุณธรรม เข้าค่าย 2 วันนี้ ต้องเติมความรู้ให้เต็ม ต้องมีคุณธรรมนักเรียน 8 ประการ คุณธรรมค่านิยมพื้นฐาน 12 ประการ ต้องมีให้ได้ แล้วไปสู่ปฏิบัติ ด้วยการพิจารณาทำอะไรก็ตามด้วยเหตุผล ด้วยความพอประมาณ ด้วยภูมิคุ้มกัน ภูมิคุ้มกันที่ดีได้จะต้องยึด ศีล 5 ต้องยึดค่านิยมพื้นฐาน 12 ประการ ต้องยึดคุณธรรมนักเรียน 8 ประการ และกฎลูกเสือเนตรนารีต้องถือปฏิบัติอย่างเคร่งครัด หวังเป็นอย่างยิ่งนะครับ ลูกเสือเนตรนารีทุกคนจะใช้ห้วงเวลาเข้าค่ายให้เกิดประโยชน์สูงสุด

ภาพที่ปรากฏในตอนนี้ลูกเสือยังขาดวินัย เพราะฉะนั้นแล้วหวังเป็นอย่างยิ่งว่า หลังจากออกจากค่ายแล้วลูกเสือเนตรนารีทุกคน ต้องมีวินัย ต้องเป็นอนาคตของชาวพัทลุงให้จงได้ ความมุ่งมั่น ความเสียสละ ความตั้งใจของคุณครูและคณะวิทยากรต้องไม่สูญเปล่า

16 สิงหาคม 2559

ขอบคุณแหล่งข้อมูล: สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ

พัทลุง ๑ ชูแนวทางการบริหารจัดการโรงเรียนขนาดเล็กให้มีประสิทธิภาพ

880282.JPG

“พัทลุง 1 ชูแนวทางการบริหารจัดการโรงเรียนขนาดเล็กให้มีประสิทธิภาพ เสนอ 4 รูปแบบเพื่อการจัดการโรงเรียนขนาดเล็กให้มีประสิทธิภาพ พร้อมกำชับผู้บริหารให้ใช้ภาวะผู้นำขับเคลื่อนร่วมจัดทำแผนให้แล้วเสร็จ15 สิงหาคม 2559” เมื่อวานนี้เวลา 13.30 น. (26 ก.ค.59) ที่ห้องประชุมคูหาสวรรค์ สพป.พัทลุง เขต 1 ดร.เจียร

ทองนุ่น ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาพัทลุง เขต 1 (ผอ.สพป.พัทลุง เขต 1) ประชุมผู้บริหารสถานศึกษาโรงเรียนขนาดเล็ก จำนวน 68 โรงเรียน เพื่อสร้างความรู้ ความเข้าใจและหาแนวทางการบริหารจัดการโรงเรียนขนาดเล็กให้มีประสิทธิภาพ

ผอ.สพป.พัทลุง เขต 1 กล่าวว่า สืบเนื่องจากวันประชุมผู้อำนวยการเขตพื้นที่การศึกษาทั่วประเทศ ที่จังหวัดอุบลราชธานี ระหว่างวันที่ 13-14 กรกฎาคม 2559 ทางสพฐ.แจ้งที่ประชุมว่านโยบายของกระทรวงศึกษาธิการเป็นนโยบายหลักและจุดเน้นด้วยที่จะบริหารจัดการโรงเรียนขนาดเล็กให้มีประสิทธิภาพ ผมในฐานะตัวแทนศึกษาธิการจังหวัดพัทลุง ก็มีแนวทางของคณะกรรมการปฏิรูปการศึกษาในส่วนภูมิภาคที่มีรัฐมนตรีเป็นประธาน ว่าทำอย่างไรได้บริหารโรงเรียนขนาดเล็กให้มีประสิทธิภาพ คือ การใช้ทรัพยากรในการบริหารโรงเรียนทีมีอยู่อย่างจำกัดให้เกิดประโยชน์และคุ้มค่าที่สุด มีปัจจัยที่จะใช้การบริหารเหมือนโรงเรียนทั่วไป แต่แต่เนื่องจากรัฐกำจัดด้วยปัจจัย ไม่ว่าครู งบประมาณ สิ่งก่อสร้าง เมื่อจำกัดแล้วทำอย่างไรให้การบริหารโรงเรียนขนาดเล็กเกิดคุ้มค่ากับผู้เรียน กับผู้ลงทุน ภายใต้เวลาอันจำกัด

ผอ.สพป. พัทลุง เขต 1 กล่าวเพิ่มเติมว่า สาเหตุที่ทำให้เกิดโรงเรียนขนาดเล็กเกิดจากปัจจัยที่สำคัญคือ โครงสร้างพื้นฐานทางสังคมมีความสะดวกมากขึ้นประกอบกับอัตราการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจและครอบครัวมีวุฒิการศึกษาสูงขึ้น โจทย์คือ เราจะทำอย่างไรที่จะจัดการให้โรงเรียนขนาดเล็กที่มีนักเรียนต่ำกว่า 120 คนลงมา ในเขตพื้นที่การศึกษาพัทลุง เขต 1 จำนวน 68 โรงเรียน เกิดความคุ้มค่า ตามที่รัฐต้องการ เด็กได้รับประโยชน์จากการจัดการศึกษาเหมือนกับโรงเรียนคุณภาพทั่วไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ จึงเป็นหน้าที่ของโรงเรียนต้องจัดการ ใช้หน้าที่ทางการบริหารและภาวะผู้นำขับเคลื่อนร่วมกันจัดทำแผนการจัดการโรงเรียนขนาดเล็กให้มีประสิทธิภาพ พร้อมเสนอแนวทาง 4 รูปแบบให้โรงเรียนเลือกรูปแบบใดรูปแบบหนึ่งไปจัดทำแผนแล้วส่งมาที่ สพป.พัทลุง เขต 1 ภายในวันที่ 15 สิงหาคม 2559 เพื่อที่จะรายงานให้คณะกรรมการปฏิรูปการศึกษาในส่วนภูมิภาคทราบต่อไป ดังนี้

– รูปแบบที่ 1 โรงเรียนพี่โรงเรียนน้อง หมายถึง โรงเรียนพี่ช่วยเหลือโรงเรียนน้อง ช่วยเหลือซึ่งกันและกันทั้งด้านการเรียนการสอน งบประมาณ วิชาการ

– รูปแบบที่ 2 เป็นสาขา หมายถึง โรงเรียนหนึ่งต้องเป็นโรงเรียนขนาดใหญ่ โรงเรียนสาขาต้องเป็นโรงเรียนขนาดเล็ก และไม่มีผู้บริหาร โรงเรียนใหญ่จะดูแลโรงเรียนสาขาเฉพาะโรงเรียนที่ไม่มีผู้บริหารสถานศึกษา ให้เลือกดูพื้นที่ที่สะดวก สถานที่อยู่ใกล้เคียงกัน

– รูปแบบที่ 3 ควบรวม หมายถึง มี 2 นัย คือ

– ควบรวมเป็นรายชั้น โดยแยกควบรวมทั้ง 2 โรง คนละส่วน (จะกี่โรงเรียนควบรวมได้ทั้งนั้น) เช่น ป.1 ไป โรงเรียน ก ป.2 ไปโรงเรียน ข เคลื่อนแต่เด็กอย่างเดียว แต่ต้องดูความพร้อมเส้นท้างด้วย

– ควบ 2 โรง เป็น 1 โรง (ไม่จำเป็นว่าเล็ก กับเล็ก ทำได้ 2 กรณี

โรงเรียนเล็ก + โรงเรียนเล็ก (หาย 1 โรง) / โรงเรียนเล็ก + โรงเรียนใหญ่ (โรงเรียนเล็กหายไป)

– รูปแบบที่ 4 เลิก ใช้กรณีเดียว คือไม่มีเด็กเข้าเรียน

27 กรกฎาคม 2559

ขอบคุณแหล่งข้อมูล: สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ

สพฐ.ติดตามนโยบาย “ลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้” ในส่วนขยายผล ๕๐ % ที่พัทลุง ๑

865897.jpg

สพฐ.ติดตามนโยบาย “ลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้” ในส่วนขยายผล 50 % ที่ พัทลุง 1 *****วันนี้เวลา09.00 น. (16 มิ.ย.59) คณะกรรมการติดตามนโยบาย ลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้ ประกอบด้วยนายสมพงศ์ แสงศรี นางอรางค์ลักษณ์ มณีศิริ และนางสาวสิริมา ขาวมาก จากสำนักติดตามและประเมินผลการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐาน สพฐ. มาติดตามผลการดำเนินงานการขับเคลื่อนนโยบาย”ลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้” เชิงประจักษ์ ที่มีโรงเรียนกลุ่มเป้าหมายในโครงการส่วนขยายผล ๕๐% ของกระทรวงศึกษาธิการ ครั้งที่ ๑ ภาคเรียนที่ ๑ ปีการศึกษา ๒๕๕๙ ณ ห้องประชุมคูหาสวรรค์ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาพัทลุง เขต 1 โดยดร.เจียร ทองนุ่น ผอ.สพป.พัทลุง เขต 1 พร้อมด้วย รอง ผอ.สพป.พัทลุง เขต 1 ประธานเครือข่ายโรงเรียน ผู้อำนวยการกลุ่ม และศึกษานิเทศก์ ให้การต้อนรับและรายงานผลการดำเนินงานการขับเคลื่อนนโยบาย “ลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้” ในครั้งนี้ และในเวลา ๑๓.๐๐ น. ทางคณะติดตามได้ไปติดตามผลการดำเนินงานการขับเคลื่อนนโยบาย “ลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้” เชิงประจักษ์ ณโรงเรียนวัดโอ่ อำเภอเมือง จังหวัดพัทลุง ซึ่งเป็นโรงเรียนในโครงการ 50 %

สำหรับในการติดตามของคณะกรรมการฯ ตามนโยบายลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้ ติดตามการขับเคลื่อนของสพป.พัทลุง เขต 1 ในการดำเนินการตาม 4 H ได้แก่ 1. ด้านสติปัญญา (Head) ที่จะช่วยฝึกให้เด็กคิดเป็น วิเคราะห์เป็น มากกว่าแค่ท่องจำ คือสามารถนำไปประยุกต์ใช้ วิเคราะห์และสังเคราะห์ได้ 2. ด้านทัศนคติ (Heart) จะต้องปลูกฝังคุณธรรมจริยธรรม เคารพกฎกติกา และมีระเบียบวินัยควบคู่ไปด้วย 3. ด้านเรียนรู้และปฏิบัติจริง (Hand) ที่เปิดโอกาสให้ได้ฝึกปฏิบัติและเรียนรู้ด้วยตนเอง 4. ด้านสุขภาพ (Health) เพื่อให้เด็กได้ฝึกซ้อมการเล่นกีฬา ออกกำลังกาย หรือกิจกรรมที่ทำให้ร่างกายสดชื่นแข็งแรง และทั้ง 4 H ดังกล่าวนักเรียนผู้ปกครองต้อง (Happy) มีความสุข และมีหน่วยงานใดบ้างที่เข้ามามีส่วนร่วม ส่งเสริมสนับสนุนในการดำเนินการดังกล่าวพร้อมทั้งรับฟังปัญหา อุปสรรค และข้อเสนอแนะในการดำเนินงานตามนโยบายเพื่อนำไปปรับปรุงพัฒนาให้มีประสิทธิภาพและประสิทธิผลยิ่งขึ้น สมใจ บุญเผือก นักประชาสัมพันธ์ ภาพ/ข่าว

16 มิถุนายน 2559

ขอบคุณแหล่งข้อมูล: สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ

พัทลุง ๑ เตรียมใช้ข้อสอบกลางวัดคุณภาพผู้เรียนชั้น ป.๑-ม.๓

863572.jpg

พัทลุง 1 เตรียมวัดและประเมินผลการเรียนรู้ของนักเรียนชั้น ป.1 -ม.3 ประจำปีการศึกษา 2559 เจตนาเพื่อวัดคุณภาพของผู้เรียนในระดับเขตพื้นที่การศึกษา โดยใช้ข้อสอบกลางระดับเขตพื้นที่การศึกษาสอบเป็นแนวเดียวกันพร้อมกันทุกโรงเรียน ยกเว้นระดับชั้น ป.6 และ ม.3 โดยมติที่ประชุมผู้บริหารสถานศึกษา เมื่อวันที่ 31 พฤษภาคม 2559 ณ ห้องประชุมอุทยานการศึกษาอุดมปัญญา อำเภอควนขนุน จังหวัดพัทลุง ได้มีมติเห็นชอบในการวัดคุณภาพผู้เรียนระดับเขตพื้นที่การศึกษา โดยใช้ข้อสอบกลางระดับเขตพื้นที่การศึกษาสอบแนวเดียวกันพร้อมกันทุกโรงเรียน โดยมีรายละเอียดดังนี้ ดร.เจียร ทองนุ่น ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาพัทลุง เขต 1 (ผอ.สพป.พัทลุง เขต 1) ได้กล่าวว่า การจัดการศึกษาในปัจจุบันนอกจากให้ทั่วถึงแล้วยังมุ่งเน้นคุณภาพด้วย ผู้ปกครอง สังคม และรัฐต้องการเห็นหลักฐานอันเป็นผลมาจากการจัดการศึกษา นั่นคือคุณภาพผู้เรียนที่เป็นไปตามมาตรฐานของหลักสูตร หน่วยงานที่รับผิดชอบนับตั้งแต่สถานศึกษา ต้นสังกัด หน่วยงานระดับชาติที่ได้รับมอบหมาย จึงมีบทบาทหน้าที่ในการตรวจสอบคุณภาพผู้เรียนตามความคาดหวังของหลักสูตร ดังนั้น หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 จึงกำหนดให้มีการวัดและประเมินผลผู้เรียน ใน 4 ระดับ ได้แก่ระดับชั้นเรียน ระดับสถานศึกษา ระดับเขตพื้นที่การศึกษา และระดับชาติ ทุกระดับมีเจตนาเดียวกันคือ ตรวจสอบความก้าวหน้าในการเรียนรู้ของผู้เรียน เพื่อนำผลการประเมินมาใช้ในการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง และสำหรับการประเมินระดับเขตพื้นที่การศึกษา ดร.เจียร ทองนุ่น กล่าวว่า สภาพปัจจุบันการวัดและประเมินผลของสถานศึกษาในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาพัทลุง เขต 1 ใช้เครื่องมือวัดที่หลากหลายซึ่งเป็นไปตามสภาพบริบทของโรงเรียน ทำให้เขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาพัทลุง เขต 1 ไม่ทราบสภาพปัญหาที่แท้จริงในการจัดการศึกษา จึงได้สร้างเครื่องมือวัดและประเมินผลในระดับเขตพื้นที่การศึกษาฯ เพื่อนำไปตรวจสอบนักเรียนในทุกระดับชั้น ทั้งนี้จะได้ทราบจุดเด่นจุดด้อยที่ควรพัฒนาของนักเรียนในเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาพัทลุง เขต 1 ของแต่ละระดับชั้น เพื่อนำไปประกอบการจัดการศึกษาในปีการศึกษาต่อ ๆ ไป ซึ่งการดำเนินการแบบนี้จะทำให้ครูทุกระดับชั้น โดยเฉพาะระดับชั้น ป.6 ไม่เครียดกับผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษา ซึ่งถูกวัดในระดับชาติ จึงได้มีแนวนโยบายการสร้างข้อสอบกลางระดับเขตพื้นที่ไปวัดนักเรียน ผอ.สพป.พัทลุง เขต 1 กล่าวเพิ่มเติมว่าในการดำเนินการจะวัดและประเมินผลการเรียนรู้ของนักเรียนในระดับชั้น ป.1,2,3,4,5 และม.1,2 ใน 8 กลุ่มสาระ ในสัดส่วน 8 สาระ คือ 30 กับ 20 ที่เป็น Summative (การสรุปผลการเรียนรู้) โดยข้อสอบครูผู้สอนจะเป็นผู้ออกข้อสอบ กระบวนการสอบจะสอบเหมือนสอบโอเน็ต จะสอบพร้อมกันทุกโรง ตรวจข้อสอบด้วยเครื่องคอมพิวเตอร์ ข้อสอบมีทั้งอัตนัยและปรนัย สำหรับนักเรียนชั้น ป.1 ในภาคเรียนที่ 2 ให้นักเรียนอ่านข้อสอบเอง สมใจ บุญเผือก นักประชาสัมพันธ์ สพป.พัทลุง เขต 1 รายงาน

10 มิถุนายน 2559

ขอบคุณแหล่งข้อมูล: สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ

ข่าว สพป. ๒๙ เมษายน ๒๕๕๘

สพป.กาญจนบุรี เขต 3 จัดโครงการอบรมผู้บังคับบัญชาลูกเสือ 4 ภูมิภาค(ภาคกลาง-ภาคตะวันออก)

741024.jpg

วันที่ 26 เมษายน 2558 นายสุดใจ มอญรัต ผอ.สพป.กาญจนบุรี เขต 3 ร่วมเป็นเกียรติในพิธีเปิดโครงการอบรมผู้บังคับบัญชาลูกเสือ 4 ภูมิภาค(ภาคกลาง-ภาคตะวันออก)หลักสูตรวิชาการบันเทิงในกองลูกเสือ รุ่นที่ 16/2558 ซึ่งสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน มอบหมายให้ สพป.กาญจนบุรี เขต 3ดำเนินโครงการดังกล่าว มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ผู้บังคับบัญชาลูกเสือ มีทักษะ วิธีการดำเนินงานวิชาการบันเทิงในกองลูกเสือได้อย่างมีประสิทธิภาพเป็นมาตรฐานเดียวกัน ตลอดจนนำความรู้ประสบการณ์และทักษะที่ได้รับไปปลูกฝังคุณธรรม จริยธรรม สืบทอดเจตนารมของลูกเสือได้อย่างกว้างขวางและมีปรสิทธิภาพ

ในการนี้ ได้รับเกียรติจาก พ.อ.ชินโชติ บุญยไพศาลเจริญ รอง ผอ.รมน. จ.กาญจนบุรี เป็นประธานเปิดโครงการ โดยมีนายวุฒิภัทร จูมโสดา รอง ผอ.สพป.กาญจนบุรี เขต 3 เป็นผู้กล่าวรายงาน จัดขึ้นระหว่างวันที่ 26-30 เมษายน 2558 ณ ค่ายลูกเสือชั่วคราวโรงเรียนพนมทวนชนูปถัมภ์ อ.พนมทวน จ.กาญจนบุรี

รับชมรูปภาพเพิ่มเติมได้ โดยคลิกที่นี่+++

ข่าว : กรรณิกา กาณศาสตร์

ภาพ : โรงเรียนสมาคมไทย-ออสเตรเลียนกาญจนบุรี

พัทลุง 1 พัฒนาบุคลากรทางการลูกเสือ ที่ยังไม่ผ่านการอบรมวิชาลูกเสือสามัญ

741011.jpg

พัทลุง 1 พัฒนาบุคลากรทางการลูกเสือ ที่ยังไม่ผ่านการอบรมวิชาลูกเสือสามัญ เมื่อวานนี้ (28 เม.ย.58) เวลา 08.30 น. ดร.เชวง วัฒนธีรางกูร ผอ.สพป.พัทลุง เขต 1 ได้มอบหมายให้นายชำนาญ รามแก้ว รอง ผอ.สพป.พัทลุง เขต 1 เป็นประธานเปิดการอบรมพัฒนาบุคลากรทางการลูกเสือ ณ ค่ายนำชัยลูกเสือจังหวัดพัทลุง ทั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ความรู้เกี่ยวกับหลักสูตรความรู่เบื้องต้น (B.T.C) ให้กับครูผู้สอนกิจกรรมลูกเสือและเจ้าหน้าที่ของ สพป.พัทลุง เขต 1 เพื่อนำไปใชัพัฒนาการเรียนการสอนและส่งเสริมสนับสนุนให้ลูกเสือ-เนตรนารี เป็นผู้มีระเบียบวินัย เข้มแข็ง เสียสละอดทน อันเป็นคุณธรรมของลูกเสือ-เนตรนารี ทุกคน มีผู้เข้าอบรมทั้งสิ้น 80 คน ระดยเวลาการอบรม จำนวน 4 วัน (27-30 เม.ย.58)

นายชำนาญ รามแก้ว รอง ผอ.สพป.พัทลุง เขต 1 ได้กล่าวว่า การอบรมครั้งนี้ เป็นการฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการวิทยากรลูกเสือที่ทุกท่านจะต้องมาเรียนรู้ภาคความรู้และภาคปฏิบัติ ซึ่งใช้เวลา 4 วัน 3 คืน นำไปใช้ในการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนนักเรียนในสถานศึกษา เพื่อให้การจัดกิจกรรมลูกเสือเป็นรูปธรรม ฝึกฝนให้นักเรียนมีคุณธรรม จริยธรรม มีระเบียบวินัย คุณลักษณะอันพึงประสงค์ ปฏิบัติตามค่านิยมหลัก 12 ประการ ฝึกฝนให้เด็กมีความเป็นผู้นำ

สพป.ยะลา เขต 3 ร่วมกับศูนย์ประสานงานและบริหารการศึกษาจังหวัดชายแดนภาคใต้เยี่ยมนักเรียนที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้

741129.jpg

(วันนี้ 29 เมษายน 2558) นายสมมาต ศรีใหม รองผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษายะลา เขต 3 ร่วมกับคณะศูนย์ประสานงานและบริหารการศึกษาจังหวัดชายแดนภาคใต้ (กระทรวงศึกษาธิการส่วนหน้า) นายยุทธนา เกื้อกูล นักวิชาการอิสลามศึกษา สช.ยะลา นายอายุ แย นักวิชาการศึกษาปฏิบัติการ สช.ยะลา กำนันผู้ใหญ่บ้าน หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 33 ลงพื้นที่พบปะ เยี่ยมเยียนและมอบเครื่องอุปโภค บริโภคให้กับ เด็กหญิงซูไรดา เง๊าะ อายุ 10 ปี ซึ่งกำลังศึกษาอยู่ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนนิคมสร้างตนเองธารโต 5 ตำบลธารโต อำเภอธารโต จังหวัดยะลา ซึ่งเป็นบุตรสาวคนสุดท้องของนายอิสมะแอ เง๊าะ บิดาผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ เมื่อวันที่ 23 มีนาคม 2553 และต่อมาในปี 2555 นางแมะเย๊าะ มะกูวิง ผู้เป็นมารดาได้เสียชีวิตลง ปัจจุบันเด็กหญิงซุไรดา เง๊าะ ได้พักอาศัยอยู่กับนางสาวพาซีย๊ะ เง๊าะ พี่สาวคนที่ 2 ซึ่งเป็นผู้อุปการะเลี้ยงดู

นายสมมาต ศรีใหม รองผอ.สพป.ยะลา เขต 3 กล่าวว่า ทางสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษายะลา เขต 3 มีจำนวนนักเรียนที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ จนถึงปัจจุบันจำนวนทั้งสิ้น 174 ราย และได้จัดให้มีการตรวจเยี่ยมนักเรียนที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ทุกปี เพื่อติดตามความคืบหน้าด้านผลการเรียนของนักเรียน ด้านพัฒนาการสภาพจิตใจว่ามีพัฒนาการที่ดีขึ้นหรือไม่ ตลอดจนสร้างขวัญและกำลังใจให้กับนักเรียนมีความกระตือรือร้นสามารถดูแลตัวเองได้ เพราะการศึกษาจะช่วยให้นักเรียนมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นอย่างต่อเนื่องในอนาคต เกสรี ปชส.สพป.ยะลา เขต 3 ข่าว/ ภาพ

29 เมษายน 2558

ขอบคุณแหล่งข้อมูล: สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ