Tag Archives: พัฒนาคุณภาพ

ข่าว สพฐ. ๓ ธันวาคม ๒๕๖๐

สพป.ชุมพร เขต 1 จัดประชุมเชิงปฏิบัติการพัฒนาการศึกษาเพื่อยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน

1019333.JPG

เมื่อวันที่ 2 ธันวาคม 2560 เวลา 09.00 น. นางสาวพนอ ทิพย์พิมลรัตน์ ผอ.สพป.ชุมพร เขต 1 เป็นประธาน/บรรยายพิเศษในพิธีเปิดการประชุมเชิงปฏิบัติการพัฒนาการศึกษาเพื่อยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน โดยมี นางชมัยพร รัตนพรหม ปฏิบัติหน้าที่ ผอ.กลุ่มนิเทศติดตามและประเมินผลการจัดการศึกษา กล่าวรายงาน ณ ห้องปทุมทิพย์ โรงแรมมรกต อ.เมือง ่จ.ชุมพร

การประชุมในวันนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อ พัฒนาความรู้ความเข้าใจในการเลือกใช้เทคนิควิธีการจัดการเรียนรู้ของครูผู้สอนในสถานศึกษาที่จัดการศึกษาขั้นพื้นฐานทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ทุกระดับชั้น ให้ตอบสนองต่อการยกระดับคุณภาพผู้เรียนให้สอดคล้องตรงตามมาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัดในหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560) และเป็นพื้นฐานสำคัญในการจัดประสบการณ์สู่การเรียนรู้แบบ Active learning ตอบสนองการพัฒนาคุณภาพการศึกษาตามยุทธศาสตร์การพัฒนาประเทศไทย 4.0, เพื่อพัฒนาทักษะการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ของครูผู้สอนในสถานศึกษาที่จัดการศึกษาขั้นพื้นฐานทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ของครูผู้สอนในสถานศึกษาที่จัดการศึกษาขั้นพื้นฐานทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ทุกระดับชั้นให้สามารถพัฒนาเทคนิควิธีการจัดการเรียนรู้ที่ตอบสนองต่อการยกระดับคุณภาพผู้เรียนผ่านกระบวนการคิดขั้นพื้นฐานและการคิดขั้นสูง ด้วยการลงมือปฏิบัติจริง บรรลุผลตรงตามมาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัดในหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560), เพื่อเสริมสร้างเจตคติที่ดีของครูผู้สอนในสถานศึกษาที่จัดการศึกษาขั้นพื้นฐานทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ทุกระดับชั้น ในการเลือกใช้เทคนิควิธีการจัดการเรียนรู้ให้ตอบสนองต่อการยกระดับคุณภาพผู้เรียนให้เรียนรู้ได้ในระดับความสามารถแก้ปัญหา สร้างความรู้ได้ด้วยตนเอง เกิดการเรียนรู้แท้ มีความเข้าใจที่คงทน สอดคล้องตรงตามมาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัดในหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560) และเพื่อให้ครูผู้สอนในสถานศึกษาที่จัดการศึกษาขั้นพื้นฐานทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ทุกระดับชั้นในเขตพื้นที่ สร้างเครือข่ายการเรียนรู้ร่วมกันด้วยกระบวนการสร้างชุมชนการเรียนรู้ของครูมืออาชีพที่เหมาะสมในบริบทของตน ซึ่งผู้เข้าร่วมการอบรมในครั้งนี้ ประกอบด้วยครูผู้สอนสาระการเรียนรู้ จำนวน 350 คน และวิทยากรผู้ให้ความรู้ คือ อาจารย์ชลชาสน์ ศักดาลักษณ์ และ ดร.วารินท์พร ฟันเฟืองฟู

ภาพ/ข่าว วิภารัตน์ กวาวหนึ่ง

เลขาธิการ กพฐ. ผอ.สพม.34 ผอ.สถานศึกษา เฝ้ารับเสด็จสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี

1019063.jpg

วันที่ 30 พฤศจิกายน 2560 เวลา 12.22 น. สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนิน โดยเฮลิคอปเตอร์ พระที่นั่ง ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ จัดถวาย มายังโรงเรียนบ้านเลโคะ อำเภอสบเมย จังหวัดแม่ฮ่องสอน เพื่อทรงเปิดอาคารเรียนเฉลิมพระเกียรติฯ ที่มูลนิธิฮารนามซิงห์ฮารมันส์กอร์ สัจจา สร้างขึ้นเพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ในโอกาสที่ทรงเจริญพระชนมายุ 60 พรรษา โดยอาคารเรียนดังกล่าว เป็นอาคาร 2 ชั้น ขนาด 4 ห้องเรียน เพื่อรองรับการจัดการเรียนการสอนให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

โรงเรียนบ้านเลโคะ ตั้งขึ้นเมื่อปี 2518 เป็นโรงเรียนขยายโอกาสทางการศึกษาเพียงแห่งเดียวในตำบลสบเมย เปิดทำการสอนสอนตั้งแต่ชั้นเด็กเล็กถึงระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น มีนักเรียนในเขตพื้นที่บริการจากบ้านเลโคะ, บ้านห้วยน้ำใส, บ้านทิยาเพอ, บ้านกลอโคะ, บ้านแม่ลามา, บ้านทรายลือ และบ้านซื่อมื่อ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงรับโรงเรียนบ้านเลโคะ เข้าในโครงการพัฒนาเด็กและเยาวชนในถิ่นทุรกันดาร เมื่อปีการศึกษาที่ผ่านมา

โอกาสนี้ ดร.บุญรักษ์ ยอดเพชร เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน พร้อมด้วย ดร.สิทธิชัย มูลเขียน ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 34 ผู้อำนวยการโรงเรียนสบเมยวิทยาคม ผู้อำนวยการโรงเรียนขุนยวมวิทยา ผู้อำนวยการโรงเรียนปางมะผ้าพิทยาสรรพ์ ผู้อำนวยการโรงเรียนแม่ลาน้อยดรุณสิกข์ ผู้อำนวยการโรงเรียนเฉลิมรัชวิทยาคม ผู้อำนวยการโรงเรียนอมก๋อยวิทยาคม ผู้อำนวยการโรงเรียนแม่ตื่นวิทยาคม ผู้อำนวยการโรงเรียนแม่สะเรียง”บริพัตรศึกษา ผู้อำนวยการโรงเรียนห้องสอนศึกษาในพระอุปถัมภ์ฯ ผู้อำนวยการโรงเรียนปายวิทยาคาร ผู้อำนวยการโรงเรียนแม่ออนวิทยาลัย ผู้อำนวยการโรงเรียนสองแคววิทยาคม ผู้อำนวยการโรงเรียนสันติสุข ผู้อำนวยการโรงเรียนแม่แจ่ม เฝ้ารับเสด็จฯ พร้อมถวายรายงานการดำเนินงานโครงการพัฒนาเด็กและเยาวชนในถิ่นทุรกันดารตามพระราชดำริ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารี ปีการศึกษา 2560 ในการนี้ ผู้อำนวยการโรงเรียนกาวิละวิทยาลัย ได้ถวายรายงาน ผลการดำเนินงาน งานสวนพฤกษศาสตร์โรงเรียน โครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืช อันเนื่องมาจากพระราชดำริ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี และครูโรงเรียนสันติสุข ได้น้อมเกล้า ฯ ถวายผลงานผ้าปักลายม้ง ซึ่งเป็นผลงานของนักเรียนกิจกรรมหารายได้ระหว่างเรียน ดูภาพกิจกรรม https://www.facebook.com/supaporn.yosboonruang/media_set?set=a.190645725…

สพฐ.จัดคาราวานรินน้ำใจช่วยภัยหนาวบรรเทาความเดือนร้อน ครู นักเรียน ณ บริเวณหน้ากระทรวงศึกษาธิการ กรุงเทพฯ

1019476.JPG

*** วันที่ 4 ธันวาคม 2560 นายแพทย์ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) เป็นประธานในพิธีปล่อยคาราวานโครงการรินน้ำใจช่วยภัยหนาว สพฐ. เพื่อมอบผ้าห่มกันหนาว เสื้อกันหนาว อุปกรณ์การเรียน อุปกรณ์กีฬา และทุนการศึกษา ให้แก่ นักเรียนและโรงเรียนที่ประสบภัยหนาวในพื้นที่

จังหวัดแม่ฮ่องสอน ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ พร้อมด้วยนายบุญรักษ์ ยอดเพชร เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน และผู้บริหารของ สพฐ. ร่วมปล่อยคาราวานโดยพร้อมเพรียงกัน ณ บริเวณหน้ากระทรวงศึกษาธิการ กรุงเทพฯ

นายบุญรักษ์ ยอดเพชร เลขาธิการ กพฐ. กล่าวว่า จากการสำรวจจำนวนนักเรียนที่ประสบภัยหนาว พบว่ามีนักเรียนจำนวน 276,000 คน ที่ได้รับผลกระทบจากภัยหนาว โดยสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ได้ตระหนักถึงความเดือดร้อนของโรงเรียนในสังกัด สพฐ. ที่อยู่ในเขตพื้นที่ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เนื่องจากช่วงระยะเวลาระหว่างเดือนตุลาคมถึงเดือนกุมภาพันธ์ของทุกปีเป็นช่วงฤดูหนาว โดยอุณหภูมิต่ำสุดบริเวณภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือลดลงอยู่ในเกณฑ์อากาศหนาวเย็นเกือบทั่วไปอย่างต่อเนื่อง ดังนั้น เพื่อเป็นการช่วยเหลือและบรรเทาความเดือดร้อนของนักเรียนในพื้นที่ประสบภัยหนาวดังกล่าว จึงได้จัดโครงการรินน้ำใจช่วยภัยหนาว สพฐ. โดยจะมอบผ้าห่มกันหนาว เสื้อกันหนาว อุปกรณ์การเรียน อุปกรณ์กีฬา และทุนการศึกษา ให้แก่โรงเรียนที่ประสบภัยหนาวในพื้นที่ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เป็นการช่วยเหลือโรงเรียนที่ประสบภัยหนาว รวมทั้งสนับสนุนและส่งเสริมให้โรงเรียนได้มีอุปกรณ์การเรียนการสอนที่ดี มีคุณภาพ ก่อให้เกิดบรรยากาศการเรียนรู้แก่นักเรียน และบุคลากรทางการศึกษาของโรงเรียน ขณะที่นายแพทย์ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รมว.ศธ. ได้กล่าวชื่นชม สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา และโรงเรียนในสังกัด ที่มีความห่วงใยเด็กนักเรียนที่ประสบกับสภาวะอากาศหนาว ซึ่งจากการที่ สพฐ. รวมถึงหน่วยงานในสังกัด และภาคเอกชน ได้ร่วมมือร่วมใจกันดำเนินงานตามโครงการรินน้ำใจช่วยภัยหนาว สพฐ. โดยเริ่มจากโรงเรียนในพื้นที่ภาคเหนือตอนบน ซึ่งจะประสบภัยหนาวมากกว่าพื้นที่ภาคอื่นๆ นั้น จะช่วยบรรเทาความเดือดร้อนจากภัยหนาวให้แก่นักเรียนที่ขาดแคลนได้จำนวนหนึ่ง แม้จะไม่ครอบคลุมทั่วทั้งหมด แต่ก็เป็นจุดเริ่มต้นที่ดี เพราะจะเป็นตัวอย่างในการร่วมมือร่วมใจกันช่วยเหลือผู้ที่ขาดแคลน และหวังว่าจะมีหน่วยงานอื่นได้นำไปเป็นแบบอย่างต่อไป

ดูคลิป https://youtu.be/RUBvb9Y6LQo

บรรพต ข่าว

3 ธันวาคม 2560

ขอบคุณแหล่งข้อมูล: สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ

Advertisements

ข่าวสารสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาพื้นฐาน วันที่ ๒ พฤศจิกายน ๒๕๖๐

2 พย.60อบรมปฏิบัติการบุคลากรรับผิดชอบกลุ่มสาระการเรียนรู้และศาสตร์พระราชา

1010017.jpg

2 พฤศจิกายน 2560 เวลา 09.00 น. ณ ห้องประชุมสมบุญ มากบุญ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาลพบุรี เขต 1 นายมานพ ษมาวิมล ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาลพบุรี เขต 1 เป็นประธานการอบรมปฏิบัติการบุคลากรรับผิดชอบกลุ่มสาระการเรียนรู้และศาสตร์พระราชา เพื่อมอบนโยบายและแนวทางการทำงานให้กับบุคลากรผู้เข้ารับการอบรม

การอบรมปฏิบัติการบุคลากรรับผิดชอบกลุ่มสาระ ฯ และศาสตร์พระราชา ครั้งนี้ จัดขึ้นตามนโยบายของ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาลพบุรี เขต 1 ที่ต้องการเร่งรัดพัฒนาคุณภาพการศึกษา 8 กลุ่มสาระการเรียนรู้ และการนำศาสตร์พระราชา มาบูรณาการในการจัดการเรียนรู้เพื่อพัฒนาคณภาพผู้เรียน โดยเน้นการมีส่วนร่วมของสถานศึกษา ดังนั้ัน จึงต้องดำเนินการระดมความคิดจากผู้มีความรู้ความสามารถ เพื่อร่วมกันจัดทำแผนพัฒนาคุณภาพการศึกษาโดยแต่งตั้งเป็นคณะทำงาน ประกอบด้วย

1 ประธานศูนย์พัฒนาวิชาการ/ศูนย์พัฒนากลุ่มสาระการเรียนรู้ ระดับประถมศึกษาและมัธยมศึกษา

2 ผู้บริหารโรงเรียน หรือครูที่มีความรู้ความสามารถกลุ่มสาระการเรียนรู้ละ 5 คน โดยแบ่งเป็นตัวแทนจากอำเภอเมือง 2 คน และอำเภออื่น ๆ อำเภอละ 1 คน

3 ศึกษานิเทศก์ที่รับผิดชอบกลุ่มสาระการเรียนรู้ และบุคลากรที่รับผิดชอบงานศาสตร์พระราชาอย่างน้อยกลุ่มสาระ/งานละ 1 คน

ผอ.สพป.อุตรดิตถ์ 1 มอบนโยบายก่อนเปิดภาคเรียน 2/2560

1009532.JPG

31 ตุลาคม 2560 นายชัชชัย ทับทิมอ่อน ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอุตรดิตถ์ เขต 1 เป็นประธานในการประชุมผู้อำนวยการโรงเรียน ครูและบุคลากรทางการศึกษา ในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอุตรดิตถ์ เขต 1 ในเขตพื้นที่อำเภอพิชัย ตรอน และทองแสนขัน จำนวนกว่า 500 คน ณ ห้องประชุมโรงเรียนพิชัย เพื่อเป็นการชี้แจงนโยบายในการบริหารจัดการศึกษา และการจัดการเรียนการสอน และสำรวจความพร้อมในการเตรียมการสำหรับเปิดภาคเรียนที่ 2/2560 ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอุตรดิตถ์ เขต 1 เน้นให้ผู้อำนวยการโรงเรียนและครู ได้ให้ความสำคัญในการนำนวัตกรรมและแนวทางการจัดการเรียนการสอน มาบูรณาการเพื่อการจัดการเรียนการสอนที่มีคุณภาพ นำไปสู่การยกระดับผลสัมฤทธิ์ที่สูงขึ้น เช่น ศาสตร์พระราชา DLTV /DLIT กระบวนการการหลอมหลักสูตร 8 กลุ่มสาระ กับสมรรถนะการเรียนรู้ คุณลักษณะที่พึงประสงค์ และ ICT Learning เป็นต้น ต่อจากนั้น นายนิรัติ โปร่งแสง รองผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอุตรดิตถ์ เขต 1 และ คณะศึกษานิเทศก์ผู้ดูแลรับผิดชอบกลุ่มเครือข่ายโรงเรียนในเขตอำเภอพิชัย ตรอน ทองแสนขัน ได้มอบหมายภารกิจที่จะดำเนินการในภาคเรียนที่ 2/2560 และติดตามงานที่ได้มอบภารกิจไว้ เมื่อเสร็จสิ้นการประชุม ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอุตรดิตถ์ เขต 1 พร้อมคณะได้เข้าตรวจเยี่ยมโรงเรียนบ้านในเมือง ซึ่งเป็นโรงเรียนขยายโอกาสทางการศึกษาในสังกัดขนาดใหญ่ ของอำเภอพิชัย มี นายประดิษฐ์ มีกลิ่นหอม ผู้อำนวยการโรงเรียนและคณะครูให้การต้อนรับและรายงานข้อมูล กรรณิกา : ภาพและข่าว

สพฐ. จับมือ สตช. จัดกิจกรรมรณรงค์เฝ้าระวังและส่งเสริมกิจกรรมสร้างสรรค์วันลอยกระทง

1010068.jpg

***วันศุกร์ที่ 3 พฤศจิกายน 2560 นายสนิท แย้มเกษร ผู้ช่วยเลขาธิการ กพฐ. เป็นประธานในพิธีเปิด กิจกรรมรณรงค์การเฝ้าระวังและส่งเสริมกิจกรรมสร้างสรรค์วันลอยกระทง โดยร่วมมือกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ในการจัดกิจกรรมในครั้งนี้ ณ โรงเรียนมัธยมวัดดุสิตาราม เขตบางกอกน้อย กรุงเทพมหานคร

กิจกรรมรณรงค์การเฝ้าระวังและส่งเสริมกิจกรรมสร้างสรรค์วันลอยกระทง จัดขึ้นเพื่อรณรงค์เฝ้าระวังเหตุอันไม่เหมาะสมของเด็กนักเรียน ตามแผนงานมาตรการกรุงเทพปลอดภัย เนื่องในเทศกาลวันลอยกระทง ปี 2560 ด้วยสถานการณ์เด็กนักเรียนน่าเป็นห่วงด้านความปลอดภัยในหลายๆ กรณี ทั้งปัญหาการทะเลาะวิวาท มั่วสุม เรื่องเพศ การตั้งครรภ์ไม่พร้อม โดยสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ในฐานะหน่วยงานหลักในการพัฒนาเด็กและเยาวชน ได้หารือร่วมกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) กรุงเทพมหานคร ผู้ปกครอง และองค์กรภาคีเครือข่ายอื่นๆ มีความเห็นร่วมกันว่ามีความจำเป็นต้องมีมาตรการเข้มข้นในการเฝ้าระวังดูแลความปลอดภัยของเด็กและนักเรียนร่วมกันอย่างใกล้ชิด จึงได้กำหนดให้มีกิจกรรมรณรงค์เฝ้าระวังและส่งเสริมกิจกรรมสร้างสรรค์ช่วงเทศกาลสำคัญๆ โดยให้มีการดำเนินการพร้อมกันทั่วประเทศในช่วงเทศกาลวันลอยกระทง ซึ่งปฏิบัติเป็นประจำตั้งแต่ปี 2558 โดยมี 2 กิจกรรมหลัก ได้แก่ กิจกรรมที่ 1 คือการเพิ่มความเข้มการปฏิบัติงานตรวจพื้นที่เสี่ยง/จุดอับของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ฝ่ายปกครอง ฝ่ายท้องถิ่น ฝ่ายเทศกิจ ฝ่ายทหารในพื้นที่ ร่วมกับพนักงานเจ้าหน้าที่ส่งเสริมความประพฤตินักเรียนและนักศึกษา เพื่อส่งเสริมความประพฤตินักเรียนให้เหมาะสม รวมถึงป้องกันเหตุความไม่ปลอดภัยต่างๆ เช่น อันตรายจากการเล่นประทัด/ดอกไม้ไฟ การจมน้ำของเด็กนักเรียน เป็นต้น และกิจกรรมที่ 2 คือการรณรงค์ส่งเสริมกิจกรรมและให้ความรู้ในเรื่องความปลอดภัยด้านต่างๆ ให้นักเรียนเกิดความตระหนัก เล็งเห็นถึงผลความประพฤติที่อยู่ในภาวะเสี่ยง รวมถึงการส่งเสริมกิจกรรมที่เป็นประโยชน์ต่อตนเอง ครอบครัว ชุมชน สังคม และประเทศชาติ เป็นการสร้างความอุ่นใจให้กับผู้ปกครองซึ่งการดำเนินงานในวันนี้ ได้รับความร่วมมืออย่างดียิ่งจากผู้ปกครอง ภาคีเครือข่าย หน่วยงานในสังกัด สำนักงานตำรวจแห่งชาติทุกหน่วย โดยเฉพาะกองบัญชาการตำรวจนครบาล สถานีตำรวจนครบาลบางยี่ขัน กรุงเทพมหานคร โดยสำนักเทศกิจ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 1 เขต 2 สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากรุงเทพมหานคร และโรงเรียนมัธยมวัดดุสิตาราม ซึ่งเป็นเจ้าภาพบริหารจัดการอำนวยความสะดวกด้านสถานที่ การจัดขบวนรณรงค์และจัดนิทรรศการเชิงสร้างสรรค์เนื่องในวันลอยกระทง

นายสนิท แย้มเกษร ผู้ช่วยเลขาธิการ กพฐ. กล่าวว่า สำหรับกิจกรรมรณรงค์เฝ้าระวังและส่งเสริมกิจกรรมสร้างสรรค์วันลอยกระทง ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อป้องกันเหตุและสร้างความปลอดภัยให้กับนักเรียนในช่วงเทศกาลสำคัญ ทาง สพฐ. พร้อมสนับสนุนเต็มที่ โดย สพฐ. ได้มุ่งมั่น เอาใจใส่ ดำเนินการร่วมกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และภาคีเครือข่ายเป็นประจำทุกปี สอดคล้องกับนโยบายของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ นายแพทย์ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ ในเรื่องการผลิตคนดีออกสู่สังคม ทำให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมกันบูรณาการการทำงานร่วมกันดูแลและส่งเสริมพฤติกรรมที่เหมาะสม ผ่านการจัดและส่งเสริมกิจกรรมสร้างสรรค์ต่างๆ ให้กับนักเรียนในรูปแบบต่างๆ ซึ่งวันนี้ก็เป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่มีทั้งการเฝ้าระวังเหตุและส่งเสริมให้เกิดกิจกรรมสร้างสรรค์

“สพฐ. ขอขอบคุณและขอให้กำลังใจคนทำงาน ข้าราชการครู/อาจารย์บุคลากรทางการศึกษา เจ้าหน้าที่ตำรวจทุกนาย และภาคีเครือข่ายผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่ายทั่วประเทศ โดยเฉพาะตำรวจจากกองบัญชาการตำรวจนครบาล เจ้าหน้าที่เทศกิจจากกรุงเทพมหานคร ผอ.สพม. เขต 1 และเขต 2 สพป. กรุงเทพมหานคร ผอ.รร.มัธยมวัดดุสิตาราม คณะครู นักเรียน และเจ้าหน้าที่ศูนย์เฉพาะกิจคุ้มครองและช่วยเหลือเด็กนักเรียน ที่ได้ทุ่มเทกำลังกาย กำลังใจในการเฝ้าระวังดูแลความปลอดภัยของเด็กนักเรียน สพฐ. หวังว่าการจัดกิจกรรมนี้จะช่วยป้องกันเหตุและสร้างความปลอดภัยให้กับนักเรียนในช่วงเทศกาลสำคัญได้ เพื่อความอุ่นใจของทั้งเด็กนักเรียน ผู้ปกครอง และชุมชน” ผู้ช่วยเลขาธิการ กพฐ. กล่าว

2 พฤศจิกายน 2560

ขอบคุณแหล่งข้อมูล: สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ

ผอ.สพม.๓๔ ให้สัมภาษณ์ ในหัวข้อ เรื่อง ความสามารถในการตอบสนองนโยบาย Thailand ๔.๐ ของโรงเรียนในจังหวัดเชียงใหม่

1008998.jpg

วันที่ 30 ตุลาคม 2560 เวลา 13.00 น. ดร.สิทธิชัย มูลเขียน ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 34 ให้สัมภาษณ์แก่นักศึกษา คณะการสื่อสารมวลชน มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ในหัวข้อ เรื่อง ความสามารถในการตอบสนองนโยบาย Thailand 4.0 ของโรงเรียนในจังหวัดเชียงใหม่ ตามประเด็นดังนี้

1. ท่านได้รับนโยบายเกี่ยวกับ Thailand 4.0 มาอย่างไร

2. เป้าหมายของโยบายและระยะเวลาในการดำเนินการ

3. ปัญหาที่พบจากการดำเนินนโยบาย

ดร.สิทธิชัย มูลเขียน กล่าวว่า นโยบาย Thailand 4.0 เป็นนโยบายที่รัฐบาลหวังผลในการพัฒนาคน ทำให้คนไทยมีรายได้สูง มีความสามารถ และมีความพยายาม ตั้งใจคิดค้นนวัตกรรมใหม่ ๆ ที่มีคุณค่าสูง ซึ่งภาคส่วนต่าง ๆ ก็ได้พยายามช่วยกันผลักดันกลุ่มคนเหล่านี้ ให้เป็นกำลังของประเทศ ด้วยการสนับสนุนในทุก ๆ ด้าน ทั้งด้านการฝึกอบรม เงินทุนสนับสนุน ด้านกำลังใจและความเชื่อมั่นว่าคนไทยก็สามารถทำได้ เราจะก้าวข้ามผ่านกับดักประเทศรายได้ปานกลางไปสู่รายได้สูง ในยุค Thailand 4.0 ได้ ก็ต้องอาศัยความร่วมมือจากหลายฝ่าย เพื่อพัฒนาประเทศไปสู่เป้าหมายให้ได้ ซึ่งการศึกษาขั้นพื้นฐานนั้น เป็นส่วนสำคัญในการทำให้นโยบาย Thailand 4.0 สัมฤทธิ์ผล แต่การที่จะวัดว่าสัมฤทธิ์ผลนั้นค่อนข้างยาก เนื่องจากการศึกษาเป็นนามธรรม ผมหวังว่านักเรียน ที่จบการศึกษาขั้นพื้นฐาน จะเป็นคนเก่ง คนดีและมีความสุข ในส่วนของปัญหานั้น ผมมองว่าคุณครูต้องช่วยกันพัฒนาคุณภาพการศึกษาให้มีประสิทธิภาพและประสิทธิผล เพื่อจะส่งผลทำให้นักเรียนมีคุณภาพเป็นเยาวชนที่ดีสร้างอนาคตของประเทศให้เจริญก้าวหน้า โดยที่ผ่านมาสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 34 ได้จัดทำโครงการเพื่อแก้ไขปัญหาโดยจัดอบรมโครงการพัฒนาข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาเชิงพื้นที่ด้วยการวิจัยและพัฒนาเป็นฐาน และจะดำเนินการพัฒนาครูต่อไป

30 ตุลาคม 2560

ขอบคุณแหล่งข้อมูล: สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ

สอศ. บูรณาการวิชาเรียน-กิจกรรม สร้างสรรค์สิ่งประดิษฐ์ของคนรุ่นใหม่ ๒๕๖๐ โชว์ ๔-๗ พ.ค. ๒๕๖๐

%E0%B8%9B%E0%B8%81.JPG

สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา กำหนดจัดประกวดสิ่งประดิษฐ์ของคนรุ่นใหม่ และการแข่งขันหุ่นยนต์ยุวชนอาชีวศึกษา ระดับชาติ 2560 ในงาน “ประชารัฐร่วมพัฒนา สุดยอดนวัตกรรมอาชีวศึกษา” ระหว่างวันที่ 4-7 พฤษภาคม 2560 ณ ห้อง เอ็ม ซี ซี ฮอลล์ ชั้น 4 ห้างสรรพสินค้าเดอะมอลล์ สาขาบางกะปิ กรุงเทพฯ

ดร. สุเทพ ชิตยวงษ์ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา เปิดเผยว่าสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษามีโยบายส่งเสริมการมีส่วนร่วมในกิจกรรมต่าง ๆ ของสถานศึกษาอาชีวศึกษารัฐบาลและสถานศึกษาอาชีวศึกษาเอกชน ในด้านวิชาการ และกิจกรรมการพัฒนาการเรียนการสอน เพื่อให้นักเรียน นักศึกษา สามารถนำความรู้ทางวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีวิศวกรรมศาสตร์ และคณิตศาสตร์ ไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันในงานอาชีพ และสามารถพัฒนาต่อยอดองค์ความรู้ที่เกิดจากการคิดนวัตกรรม สิ่งประดิษฐ์ โครงงานวิทยาศาสตร์อาชีวศึกษา สู่ชุมชนและเชิงพาณิชย์ ด้วยการวิจัยและพัฒนานวัตกรรมและเทคโนโลยี โดยในปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๐ ได้กำหนดจัด “ประชารัฐร่วมพัฒนา สุดยอดนวัตกรรมอาชีวศึกษา” การประกวดสิ่งประดิษฐ์ของคนรุ่นใหม่ และการแข่งขันหุ่นยนต์ยุวชนอาชีวศึกษา 2560 ระหว่างวันที่ 4-7 พฤษภาคม 2560 ณ ห้องเอ็ม ซี ซี ฮอลล์ ห้างสรรพสินค้า เดอะมอลล์ สาขาบางกะปิ กรุงเทพฯ ทั้งนี้เพื่อยกระดับคุณภาพอาชีวศึกษา พัฒนาการสร้างนวัตกรรมและสิ่งประดิษฐ์สู่เชิงพาณิชย์ และนานาชาติ พร้อมทั้งส่งเสริมสนับสนุนผลงานนวัตกรรมสิ่งประดิษฐ์ฯ ให้ได้รับความคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญา เพื่อก้าวไปสู่ Thailand ๔.๐ และเปิดเป็นเวทีให้นักเรียนนักศึกษา ได้นำผลงานสิ่งประดิษฐ์เข้าร่วมประกวดและแสดงให้ประชาชนได้ร่วมชมผลงานด้วย

เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา กล่าวต่อไปว่า “ประชารัฐร่วมพัฒนา สุดยอดนวัตกรรมอาชีวศึกษา” การประกวดสิ่งประดิษฐ์ของคนรุ่นใหม่ และการแข่งขันหุ่นยนต์ยุวชนอาชีวศึกษา 2560 มีผลงานที่ผ่านการคัดเลือกจากการประกวดจากระดับจังหวัด และระดับภาค 5 ภาค รวมจำนวนทั้งสิ้น 220 ผลงาน จากจำนวนทั้งหมดกว่า 5,000 ผลงาน แบ่งการประกวดออกเป็น 11 ประเภท ได้แก่ ประเภทที่ 1 สิ่งประดิษฐ์ด้านพัฒนาคุณภาพชีวิต ประเภทที่ 2 สิ่งประดิษฐ์ด้านการประกอบอาชีพ ประเภทที่ 3 สิ่งประดิษฐ์ด้านผลิตภัณฑ์สำเร็จรูป ประเภทที่ 4 สิ่งประดิษฐ์ด้านการอนุรักษ์พลังงาน (แบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม) ได้แก่กลุ่มผลิตพลังงาน และกลุ่มการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน ประเภทที่ 5 สิ่งประดิษฐ์ด้านการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ประเภทที่ 6 สิ่งประดิษฐ์ด้านการแพทย์ และชีวอนามัย และประเภทที่ 7 สิ่งประดิษฐ์ด้านผลิตภัณฑ์อาหาร ประเภทที่ 8 สิ่งประดิษฐ์ด้านเทคโนโลยีการเกษตร (เครื่องมืออุปกรณ์เพื่อการดำนา) ประเภทที่ 9 สิ่งประดิษฐ์ด้านหัตถศิลป์ ประเภทที่ 10 สิ่งประดิษฐ์ด้านนวัตกรรมซอฟแวร์ และระบบสมองกลฝังตัว (Software & Embedded System Innovation) แบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม ได้แก่กลุ่มพัฒนาซอฟต์แวร์ และกลุ่มพัฒนาระบบสมองกลฝังตัว ประเภทที่ 11 สิ่งประดิษฐ์ด้านบำบัดน้ำ (น้ำเพื่อปะชาชน)นอกจากนี้ยังได้กำหนดให้มีการประกวดประเภทองค์ความรู้ การนำเสนอผลงานวิจัยนวัตกรรมและสิ่งประดิษฐ์ของคนรุ่นใหม่ภาคภาษาอังกฤษ เพื่อการเข้าสู่ความเป็นมาตรฐานสากล จำนวน 20 ผลงาน และเพื่อเป็นการส่งเสริมเยาวชนระดับประถมศึกษา สังกัดโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดน กองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน ให้เป็นนักคิดนักประดิษฐ์ และมีทัศนคติที่ดีในการศึกษาต่อในการเรียนสายวิชาชีพ สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา จึงได้จัดการแข่งขันหุ่นยนต์ยุวชนอาชีวศึกษาขึ้น โดยคัดเลือกจากทีม ของนักเรียน โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดน ในพื้นที่ ระดับภาค ทั้ง 4 ภาค เข้าสู่ระดับชาติ ชิงถ้วยรางวัล พระราชทาน สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี จำนวน 16 ทีม เข้าร่วมการแข่งขันในครั้งนี้ด้วย

สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ได้เล็งเห็นความสำคัญ ของการส่งเสริมสนับสนุน การวิจัยและพัฒนาสิ่งประดิษฐ์มา โดยตลอด ทั้งในด้านปริมาณ และคุณภาพ มาจนถึงปีการศึกษาปัจจุบัน มีผลงานสิ่งประดิษฐ์ มากกว่า 25,000 ผลงาน สามารถพัฒนาต่อยอดในเชิงพาณิชย์ จนสามารถ จดสิทธิบัตรได้ และอยู่ระหว่างการส่งเสริม และพัฒนา ประมาณ 100 ผลงาน และในโอกาสนี้สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษาได้รับพระกรุณาธิคุณจากสมเด็จพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ เสด็จเป็นองค์ประธานในพิธีประทานรางวัลแก่ผู้ชนะการประกวดฯ ในวันที่ 7 พฤษภาคม 2560

กลุ่มประชาสัมพันธ์ 5 พฤษภาคม 2560

ขอบคุณแหล่งข้อมูล: สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา

อาชีวะจับมือ มจพ. และ๑๙ สถานประกอบการชั้นนำของประเทศ พัฒนาครูฝึกช่างเทคนิคขั้นสูงตามแนวทางมาตรฐานเยอรมัน

%E0%B8%9B%E0%B8%812.jpg

สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา กับมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ (มจพ.) องค์กรความร่วมมือระหว่างประเทศเยอรมัน (GIZ) สถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ (องค์การมหาชน) และสถานประกอบการชั้นนำของประเทศ สร้างความร่วมมือในการพัฒนาหลักสูตรการฝึกอบรมทางด้านเทคโนโลยีหลักสูตรการฝึกอบรมครูฝึกในสถานประกอบการตามมาตรฐาน และหลักสูตรอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องไปสู่การพัฒนาครูฝึกช่างเทคนิคขั้นสูงตามแนวทางมาตรฐานของเยอรมัน (The Highly-Skilled Technical “Meister” Development Program on the Basis of the German Educational Standards) โดยจัดพิธีลงนามความร่วมมือทางวิชาการขึ้นในวันที่ 12 ตุลาคม 2559 ณ หอประชุมเบญจรัตน์ อาคารนวมินทรราชินี มจพ.โดยได้รับเกียรติจาก H.E. Mr. Peter Prugel เอกอัครราชทูตเยอรมันประจำประเทศไทย และ พลเอก ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นสักขีพยาน ในโอกาสนี้ พลเอก ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวขอบสถานเอกอัครราชทูตเยอรมันประจำประเทศไทย มจพ. และองค์กรสถานประกอบการทั้ง 19 แห่ง ที่ตระหนักถึงความสำคัญของการร่วมกันสร้างแรง งานที่มีคุณภาพตามนโบบายประชารัฐ ด้านการยกระดับคุณภาพวิชาชีพ ในการส่งเสริมการอาชีวศึกษาและเทคโนโลยี เพื่อสร้างแรงงานที่มีทักษะและพัฒนาคุณภาพมาตรฐานการศึกษาให้เชื่อมโยงกับมาตรฐานวิชาชีพ โดยเน้นให้สถานประกอบการมีส่วนร่วมในการจัดการศึกษา ที่เน้นการพัฒนาแรงงานช่างเทคนิคให้มีความรู้ ทักษะ และคุณลักษณะ เพื่อให้เกิดสมรรถนะตามมาตรฐานวิชาชีพและตรงตามความต้องการของสถานประกอบการในภาคอุตสาหกรรม เพื่อการแข่งขันทางเศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรมในยุคประเทศไทย 4.0 ดร. สุเทพ ชิตยวงษ์ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา กล่าวว่า แนวโน้มที่ประเทศไทยจะขาดแรงงานฝีมือด้านทักษะ ที่ตรงกับความต้องการของสถานประกอบการเนื่องจากเทคโนโลยีที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว สอศ. ซึ่งมีการจัดการเรียนการสอนอาชีวศึกษาระบบทวิภาคี ได้เตรียมที่จะพัฒนาครู และครูฝึกในสถานประกอบการ ให้มีมาตรฐาน โดยได้ทำความร่วมมือกับมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ “เพื่อพัฒนาครู ฝึกช่างเทคนิคขั้นสูงตามแนว ทางมาตรฐานของเยอรมัน” ซึ่งสอศ.มุ่งเน้นให้เกิดความร่วมมือกันเพื่อประโยชน์ของทุกฝ่าย โดยในกลุ่มมีสถานประกอบการ ที่จะเข้าร่วมโครงการฯ ณ วันนี้ จำนวน19 องค์กรโดยสถานประกอบการชั้นนำที่ลงนามร่วมกันในโครงการฯ ส่วนหนึ่งก็เป็นภาคีเครือข่ายในการจัดอาชีวศึกษาระบบทวิภาคี ด้าน ศาสตราจารย์ ดร.ธีรวุฒิ บุญยโสภณ อธิการบดี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ (มจพ.) กล่าวว่า ปัจจัยหนึ่งที่สำคัญของปัญหาการขาดบุคลากรที่เป็นผู้เชื่อมต่อองค์ความรู้ และสร้างความร่วมมือระหว่างสถานศึกษา ผู้ปฏิบัติงาน และสถานประกอบการ ซึ่งในประเทศเยอรมันปัญหานี้ ถูกแก้ไขด้วยการกำหนดมาตรฐานผู้ฝึกอาชีพที่เรียกว่า “Meister” หรือ “ครูฝึกช่างเทคนิคชั้นสูง” ซึ่งครูฝึกช่างเทคนิคขั้นสูงจะเป็นผู้ที่ได้รับการอบรม และผ่านขั้นตอนการทดสอบความรู้ในด้านต่าง ๆ เพื่อที่จะได้รับวุฒิบัตร สำหรับการประกอบวิชาชีพเป็น ครูฝึกที่รับรองโดยสภาหอการค้าหรือสภาอุตสาหกรรมของประเทศเยอรมัน มจพ. ได้เล็งเห็นถึงปัญหาดังกล่าว จึงได้ร่วมมือทางวิชาการ กับหอการค้าเยอรมันไทย เพื่อที่จะนำรูปแบบการฝึกครู “Meister” หรือ “ครูฝึกช่างเทคนิคขั้นสูง” ของประเทศเยอรมันไปใช้ โดยกำหนดให้มีการพัฒนาหลักสูตรร่วมกับภาคอุตสาหกรรมและสถาบันการศึกษา การฝึกอบรม การทดสอบ และกิจกรรมอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้มีมาตรฐานและระบบการพัฒนาครูฝึกช่างเทคนิคขั้นสูง ตามคุณภาพมาตรฐานของประเทศเยอรมัน และได้รับการรับรองจากหอการค้าเยอรมันไทย โดยหลักสูตร Thai-German Meister ที่จะเปิดการเรียนการสอนทั้งหมดด้วยกัน 3 สาขาอาชีพ ใช้เวลาในการอบรมทั้งหมด 800 ชั่วโมง (ตามมาตรฐานเยอรมัน) ประกอบด้วย สาขาไฟฟ้าอุตสาหกรรมและอิเล็กทรอนิกส์ สาขาเครื่องกลอุตสาหกรรม และสาขาแมคคาทรอนิกส์ โดยในแต่ละหลักสูตรในแต่ละสาขาอาชีพ จะแบ่งออกเป็น 3 ส่วนด้วยการกันคือ ส่วนที่ 1 การฝึกอบรมทางด้านเทคโนโลยี (480 ชม.) ส่วนที่ 2 การฝึกอบรมเป็นผู้ฝึกในสถานประกอบการ (In-company Trainer) ตามมาตรฐานอาเซียน (120 ชม.) และส่วนที่ 3 การฝึกอบรมทางด้านกฎหมายและการบริหารองค์กร (200 ชม.)

19 องค์กร ที่ร่วมลงนามตามโครงการ “พัฒนาครูฝึกช่างเทคนิคขั้นสูงตามแนวทางมาตรฐานของเยอรมัน (The Highly-Skilled Technical “Meister” Development Program on the Basis of the German Educational Standards) สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา สถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ องค์กรความร่วมมือระหว่างประเทศของเยอรมัน (GIZ) บริษัท ซีเมนส์ จำกัด บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน) และบริษัทในเครือ (SCG) บริษัท บี.กริม เพาเวอร์ จำกัด บริษัท เบทาโกร จำกัด (มหาชน) บริษัท บุญรอด บริวเวอร์รี่ จำกัด บริษัท ดาลินี่ จำกัด บริษัท เพรซิเดนท์ เบเกอรี่ จำกัด (มหาชน) บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) บริษัท ยูแทค ไทย จำกัด บริษัท สมบูรณ์ แอ๊ดวานซ์ เทคโนโลยี จำกัด (มหาชน) บริษัท น้ำตาลมิตรผล จำกัด บริษัทเวสเทิร์น ดิจิตอล (ประเทศไทย) จำกัด บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลล์ จำกัด บริษัท เอชจีเอสที (ประเทศไทย) จำกัด บริษัท โรงงานเหล็กกรุงเทพฯ จำกัด และบริษัท เซฟ-ที-คัท แมนูแฟคเจอริ่ง จำกัด

กลุ่มประชาสัมพันธ์ สอศ. 12 ตุลาคม 2559

ขอบคุณแหล่งข้อมูล: สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา

รวมข่าว สพฐ. วันที่ ๘ ตุลาคม ๒๕๕๙

สพม.6 ประชุมผู้บริหารสถานศึกษา ครั้งที่ 8/2559

902890.JPG

+ดร.ธีระวัฒน์ วรรณนุช ผอ.สพม.6 ปฏิบัติหน้าที่ รองศึกษาธิการภาค 3 เป็นประธานการประชุมผู้บริหารสถานศึกษาสังกัด สพม.6 โดยก่อนเริ่มระเบียบวาระการประชุม มอบประกาศเกียรติคุณสถานศึกษาที่มีการบริหารจัดการและดำเนินงานจัดระบบการดูแลช่วยเหลือนักเรียนอย่างมีคุณภาพและต่อเนื่อง เพื่อรับรางวัลระบบการดูแลช่วยเหลือนักเรียน ประจำปี 2559 ดังนี้ ประเภทสถานศึกษามัธยมศึกษาขนาดใหญ่ รางวัลเกียรติบัตรระดับทองแดง ได้แก่ โรงเรียนราชประชาสมาสัย ฝ่ายมัธยมฯ ประเภทสถานศึกษามัธยมศึกษาขนาดกลาง รางวัลเกียรติบัตรระดับเงิน ได้แก่ โรงเรียน

ดอนฉิมพลีพิทยาคม ประเภทสถานศึกษามัธยมศึกษาขนาดเล็ก โล่รางวัลดีเด่น และรางวัลเกียรติบัตรระดับทอง ได้แก่ โรงเรียนมัธยมวัดใหม่สมุทรกิจวิทยาคม และมอบเกียรติบัตรและโล่ประกาศเกียรติคุณ โรงเรียนในฝันที่ได้รับการรับรองความยั่งยืน ตามเป้าหมายของโรงเรียนในฝัน ปีงบประมาณ 2559 จำนวน 2 แห่ง ได้แก่ โรงเรียนหาดอมราอักษรลักษณ์วิทยา จังหวัดสมุทรปราการ และโรงเรียนสนามชัยเขต จังหวัดฉะเชิงเทรา และมอบโล่รางวัลโรงเรียนต้นแบบโครงการโรงเรียนปลอดขยะ (Zero Waste School) ได้แก่ โรงเรียนราชประชาสมาสัย ฝ่ายมัธยม ฯ จังหวัดสมุทรปราการ โรงเรียนบางบ่อวิทยาคม จังหวัดสมุทรปราการ และโรงเรียนหาดอมราอักษรลักษณ์วิทยา จังหวัดสมุทรปราการ และมอบช่อดอกไม้แสดงความยินดี ผอ.กิตติศักดิ์ ชาญอักษร ผอ.โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาน้อมเกล้าสมุทรปราการ ได้เลื่อนวิทยฐานะระดับเชี่ยวชาญ และดำเนินการประชุมตามระเบียบวาระการประชุมฯ ครั้งที่ 8/2559 เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2559 ณ ห้องประชุมโรงเรียนบางบ่อวิทยาคม จังหวัดสมุทรปราการ (กิตติคุณ…ภาพ/จันทรา…ข่าว)

“น้ำเต้าขาควาย” การเรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงที่โรงเรียนบ้านท่าน้ำเค็มใต้

902680.jpg

. “น้ำเต้าขาควาย” การเรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง@โรงเรียนบ้านท่าน้ำเค็มใต้ ภายใต้แนวคิด ร่วมคิด ร่วมทำ ร่วมรับผิดชอบ และร่วมชื่นชม” ….หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ถูกน้อมนำเข้าสู่การจัด การเรียนการสอนในสถานศึกษาทุกแห่ง โดยเป้าหมายสำคัญ คือ การปลูกฝังให้เด็กและเยาวชนรู้จักการใช้ชีวิตที่พอเพียง เห็นคุณค่าของทรัพยากรต่าง ๆ รู้จักการอยู่ร่วมกับผู้อื่นด้วยความเอื้อเฟื้อ เผื่อแผ่ และแบ่งปัน มีจิตสำนึกรักษ์สิ่งแวดล้อม เห็นคุณค่าของวัฒนธรรม ค่านิยม เอกลักษณ์แห่งความเป็นไทย โดยที่ไม่หลงไปกับกระแสสังคมในปัจจุบัน

.โรงเรียนบ้านท่าน้ำเค็มใต้ หมู่ที่ 10 ต.ท่าแพ อ.ท่าแพ จ.สตูล เป็นโรงเรียนหนึ่งที่นำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง เข้าสู่การเรียนการสอนโดยบูรณาการในหลักสูตรสถานศึกษา และวิชาการงานอาชีพ สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 -6 เน้นทักษะกระบวนการทำงานเพื่อการนำไปใช้ในชีวิตประจำวัน โดยจัดการเรียนรู้ภาคทฤษฎีในห้องเรียน ก่อนนำสู่การปฏิบัติในภาค สนาม เริ่มตั้งแต่เวลา 14:00 – 16:00 น.

.โดยได้ปรับพื้นที่บริเวณโรงเรียน เนื้อที่กว่า 1ไร่ เป็นแปลงเรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง 3 ลักษณะ คือ 1) แปลงผักสวนครัว 2) แปลงเรียนรู้ เริ่มตั้งแต่การเตรียมดิน การปลูก การดูแลรักษา การเก็บเกี่ยวผลผลิต 3) แปลงพ่อแม่ปลูกลูกรักษา ด้วยมุ่งหวังช่วยสร้างความผูกพันและความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างพ่อแม่ ลูก และลดปัญหาความขัดแย้งในครอบครัวอีกทางหนึ่งด้วย

.สำหรับผักที่ปลูกนั้น มี ผักบุ้ง ผักกวางตุ้ง ตะไคร้ พริก มะละกอ ชะอม และจุดเด่นคือน้ำเต้าขาควาย (ลักษณะคล้ายฟักเขียว แต่ผลจะโตกว่ามาก) ซึ่งเมื่อน้ำเต้าขาควายออกผลครั้งใด เด็ก ๆ จะพากันตื่นเต้นดีใจมาก เพราะน้ำเต้าขาควาย มีผลที่ใหญ่และยาวคล้ายขาควาย ถ้าผลโตเต็มทีน้ำหนักตกเฉลี่ยผลละ ประมาณ 7-8 กิโลกรัม มี ความยาวเฉลี่ยประมาณ 60-80 เซนติเมตร เลยทีเดียว

.ผลผลิตจากเกษตรพอเพียงที่เกิดขึ้นทั้งหมด นักเรียนจะแบ่งหน้าที่กันจัดการ เช่น จัดทำบัญชีผลผลิต จัดจำหน่าย จัดแบ่งรายได้ โดยมีครูคอยให้คำปรึกษาและดูแลอย่างใกล้ชิด ผลผลิตส่วนใหญ่จะจำหน่ายเข้าสู่โครงการอาหารกลางวัน ในโรงเรียน เพื่อปรุงเป็นอาหารกลางวันที่ให้แก่นักเรียน ผลผลิตที่เหลือจะจำหน่ายให้แก่ครู ผู้ปกครอง และชุมชน เงินที่ได้จากการจำหน่ายผลผลิตแต่ละครั้ง ส่วนหนึ่งหักเป็นรายได้แก่นักเรียนเพื่อเป็นขวัญและกำลังใจ

.นายอาหลี ลิมานัน ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านท่าน้ำเค็มใต้ กล่าวว่า โรงเรียนได้พันธุ์น้ำเต้าขาควายจากการไปศึกษาดูงานการศึกษาทางภาคเหนือ จึงได้นำมาให้นักเรียนทดลองปลูกร่วมกับการปลูกผักชนิดอื่น ๆ ในการเรียนรู้เกษตรพอเพียง พบว่านักเรียนเกิดความสนุกและมีความสุขในการเรียนรู้ ด้านผู้ปกครองก็เต็มใจเข้ามาทำกิจกรรมร่วมกับลูกๆ ซึ่งเป็นไปตามเจตนารมณ์ของการบริหารที่ต้องการให้ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการศึกษาได้ “ร่วมคิด ร่วมทำ ร่วมรับผิดชอบ และร่วมชื่นชม”

.นางเจ๊ะมีด๊ะ มะสมาน ผู้ปกครองนักเรียน กล่าวว่า รู้สึกดีใจที่ลูก ๆ ได้เรียนรู้เกษตรพอเพียงและได้ลงมือปฏิบัติจริงๆ ซึ่งคิดว่าเป็นการเรียนรู้ที่สามารถนำกลับไปต่อยอดที่บ้านได้ ขอบคุณผู้บริหารโรงเรียนและครูที่ให้โอกาสผู้ปกครองเข้ามามีส่วนร่วมกับทุกกิจกรรมของโรงเรียน

ศึกษาธิการจังหวัดลพบุรี จัดประชุมสัมมนาแลกเปลี่ยนเรียนรู้ การจัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์ของเด็กปฐมวัย

902813.jpg

7 ตุลาคม 2559 ดร.ปัญญา แก้วเหล็ก ผอ.สพป.ลพบุรีเขต1 ปฏิบัติหน้าทร่ศึกษาธิการจังหวัดลพบุรี เป็นประธานเปิดการประชุมสัมมนาแลกเปลี่ยนเรียนรู้ การจัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์ของเด็กปฐมวัย ให้กับครูปฐมวัย ณ ห้องประชุมโรงเรียนอนุบาลจังหวัดทหารบกลพบุรี

โครงการบ้านนักวิทยาศาสตร์น้อยประเทศไทย เป็นโครงการที่สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงพระกรุณาพระราชทานพระราชดำริ ให้คณะกรรมการนำไปพิจารณาริเริ่มดำเนินการนำร่องในประเทศไทย โดยได้ทอดพระเนตรตัวอย่างโครงการนี้ คราวเสด็จพระราชดำเนินเยือนประเทศเยอรมันนี เมื่อปี พ.ศ.2552 โดยที่มาของโครงการบ้านนักวิทยาศาสตร์น้อย มาจากการประเมินผลของโครงการ PIZA ที่พบว่า ความรู้และทักษะทางวิทยาศาสตร์ของเด็กไทย ยังอยู่ในระดับต่ำกว่าค่าเฉลี่ย อีกทั้งยังขาดแคลนนักวิทยาศาสตร์และวิศวกร ที่จะร่วมมือขับเคลื่อนและพัฒนาประเทศ งานวิจัยยืนยันว่า เราควรสร้างทัศนคติที่ดีด้านการเรียนรู้ ทักษะและกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ให้กับเด็กตั้งแต่ระดับปฐมวัย (อายุ3-6 ปี) เพราะเป็นช่วงอายุที่มีความสามารถในการเรียนรู้และจดจำมากที่สุด ซึ่งโครงการได้รับการสนับสนุนเป็นอย่างดีจากหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชน เพื่อส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และเป็นแนวทางการพัฒนาการเรียนการสอนวิทยาศาสตร์สำหรับเด็กปฐมวัย

ปัจจุบัน สพฐ. มีโรงเรียนที่ได้รับการคัดเลือกให้เข้าโครงการ ” บ้านนักวิทยาศาสตร์น้อย ประเทศไทย” ตั้งแต่ปีงบประมาณ 2554 – 2559 แล้ว จำนวน 6 รุ่น รวมทั้งหมด 13065 โรงเรียน (เป็นโรงเรียนสังกัด สพป.ลพบุรีเขต1 จำนวน 86 โรงเรียน) โดยโรงเรียนในแต่ะรุ่น มีผลการประเมินโครงงานวิทยาศาสตร์ผ่านเกณฑ์การประเมินเพื่อรับตราพระราชทานครบทุกโรงเรียน 100% ทุกปีการศึกษา ซึ่งสะม้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่น ตั้งใจในการพัฒนาคุณภาพเด็กไทยตั้งแต่ระดับปฐมวัย ของผู้บริหารสถานศึกษาและครูปฐมวัยที่เข้าร่วมโครงการในสังกัดอย่างต่อเนื่อง

ในปีการศึกษา 2559 นี้ สพป.ลพบุรีเขต1 มีโรงเรียนที่ต้องเข้ารับการประเมิน 2 รุ่น รวม 46 โรงเรียน ได้แก่ รุ่นที่3 เป็นการประเมินคงสภาพ 33 โรงเรียน รุ่นที่ 6 เป็นการประเมินเพื่อรับจราพระราชทานครั้งแรก จำนวน 13 โรงเรียน โดยเฉพาะการประเมินคงสภาพของรุ่นที่3 สพฐ.ได้กำหนดเกณฑ์การผ่านประเมินเพื่อรับตราพระราชทานเพิ่มมากขึ้น คือ ต้องผ่านการประเมินในระบบออนไลน์ และประเมินโครงงานวิทยาศาสตร์ของเด็กปฐมวัย ในรูปแบบของวัฏจักรการสืบเสาะถึง3รอบ ประกอบกับครูผู้สอนปฐมวัยในสังกัด ส่วนใหญ่ไม่ใช่เอกปฐมวัยและวิทยาศาสตร์ จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่ สพป.ต้องทำความเข้าใจและพัฒนาตรูปฐมวัยให้มีความรู้ ทักษะ กระบวนการจัดการเรียนรู้ด้วยโครงงานวิทยาศาสตร์ เพื่อไปสู่การจัดประสบการณ์การเรียนรู้ให้เด็กมีทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ โดยสามารถจัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์แบบวัฏจักรการสืบเสาะ ซึ่งเป็นเอกสารส่วนหนึ่งของการประเมินประกอบการประเมินออนไลน์ ให้ทุกโรงเรียนในโครงการ สามารถพัฒนาให้ผ่านเกณฑ์การประเมิน เพื่อรับตราพระราชทานได้ทุกโรงเรียน เหมือนทุกปีการศึกษาที่ผ่านมา

การประชุมสัมมนาครั้งนี้ ได้รับความร่วมมือจากคณะศึกษานิเทศก์ ที่รับผิดชอบโครงการบ้านนักวิทยาศาสตร์น้อย ประเทศไทย ทีมงานครูผู้สอนปฐมวัย ที่ทำหน้าที่ LT ครูปฐมวัยที่ทำหน้าที่เป็นประธานรุ่น เลขานุการทุกรุ่น และครูแกนนำที่อาสาเข้ามาช่วยเป็นทีมวิทยากรและประสานงานการประชุม ผู้บริหารและคณะครูโรงเรียนอนุบาลทหารบกจังหวัดลพบุรี ที่ให้ความอนุเคราะห์ด้านสถานที่จัดประชุมและอำนวยความสะดวกต่างๆ

ภคจิรา ภาพ ข่าว รายงาน

8 ตุลาคม 2559

ขอบคุณแหล่งข้อมูล: สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ

งานศิลปหัตถกรรมนักเรียน ครั้งที่ ๖๖ ปีการศึกษา ๒๕๕๙ ศูนย์เครือข่ายพัฒนาคุณภาพการศึกษาโรงเรียนนาวัง ๓

902264.jpg

วันนี้ 5 ตุลาคม 2559 เวลา 08.30 น. ผอ.สพป.หนองบัวลำภู เขต 2 ได้มอบหมายให้นายบุญชู สิทธิสอน รอง ผอ.สพป.หนองบัวลำภู เขต 2 เป็นประธานในพิธีเปิดงานพร้อมเยี่ยมชมกิจกรรมผลงานฝีมือของนักเรียนในงานศิลปหัตถกรรมนักเรียน ครั้งที่ 66 ประจำปีการศึกษา 2559 ของศูนย์เครือข่ายพัฒนาคุณภาพการศึกษาโรงเรียนนาวัง 3 ณ โรงเรียนบ้านโคกสะอาดหนองหัวช้าง ตำบลนาแก อำเภอนาวัง จังหวัดหนองบัวลำภู โดยมีนายไพจิตร จันทะเมธิ ผอ.โรงเรียนบ้านนาแก ประธานศูนย์เครือข่ายฯ นาวัง 3 พร้อมด้วยคณะผู้บริหารสถานศึกษา คณะครู และนักเรียนในสถานศึกษา 8 โรงเรียนในสังกัดศูนย์เครือข่ายฯ ได้ให้การต้อนรับ สำหรับกิจกรรมที่สถานศึกษาส่งเข้าร่วมการประกวดทักษะทางวิชาการจำนวนหลายแขนง อาทิ การปั้นขึ้นรูปด้วยดินน้ำมัน การวาดภาพระบายสีตามจินตนาการ การประกวดคัดลายมือ การร้องเพลงพระราชนิพนธ์ การแข่งขันตอบปัญหาทางวิชาการ ฯลฯ เป็นต้น แหล่งข่าวโดย : นายบัญญัติ พันธ์พรหม นักประชาสัมพันธ์ สพป.หนองบัวลำภู เขต 2 รายงานข่าว/ภาพกิจกรรม

05 ตุลาคม 2559

ขอบคุณแหล่งข้อมูล: สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ

สพม.๑๔ ประชุมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ทางวิชาการด้วย ๑๐ Best practices ยกระดับผลสัมฤทธิ์

901092.JPG

เมื่อวันที่ 23 กันยายน 2559 สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 14 จัดประชุมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ทางวิชาการ ในการยกระดับผลสัมฤทธิ์ ด้วย 10 Best practices และนำเสนอผลงานของครู ผู้บริหาร ระดับเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 14 โดยมีนายขจรเกียรติ รักพานิชมณี รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต เป็นประธานเปิดงาน นายธัชชเวชว์ จันทร์สุขศรี ผอ.สพม.14 กล่าวรายงานวัตถุประสงค์ การจัดงานครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมประสิทธิภาพการจัดการเรียนรู้ และการบริหารจัดการศึกษาให้กับโรงเรียนทุกโรง ส่งเสริมสนับสนุนผู้บริหาร คณะครู นำนโยบายสู่การปฏิบัติ และพัฒนายกระดับคุณภาพการศึกษาของโรงเรียน ครู ผู้บริหาร บุคลากรทางการศึกษา และผู้เกี่ยวข้องมีเวทีในการแสดงผลงานเพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้ให้เกิดการพัฒนาวิชาชีพและการขับเคลื่อนการปฏิรูปการศึกษาอย่างต่อเนื่องและเป็นรูปธรรม เพื่อเผยแพร่ผลงานการจัดการเรียนรู้ ที่มีคุณภาพ มีคุณค่าทางวิชาการและเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาคุณภาพการศึกษา นอกจากนี้ ยังมีการจัดนิทรรศการของโรงเรียนที่มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนอยู่ในระดับต้นๆ การนำเสนอผลการปฏิบัติที่ดีของครูและผู้บริหาร ตลอดจนมีการมอบโล่รางวัลให้กับครู และโรงเรียนที่มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนสูงขึ้นในปีการศึกษา 2558 มีผู้เข้าร่วมประชุม 500 คน จากโรงเรียนในสังกัด จังหวัดพังงา ภูเก็ตและระนอง เรวดี…ภาพ / ข่าว

30 กันยายน 2559

ขอบคุณแหล่งข้อมูล: สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ

สอศ.ประชุมผู้บริหารสถานศึกษาอาชีวะรัฐและเอกชน

%E0%B8%9B%E0%B8%81.jpg

จังหวัดปทุมธานี – สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) จัดประชุมผู้บริหารสถานศึกษาอาชีวศึกษาทั่วประเทศ เพื่อติดตามผลดำเนินงานการจัดการอาชีวศึกษา ปีงบประมาณ พ.ศ.2559 ในทุกมิติ พร้อมทั้งเตรียมความพร้อมในการบริหารจัดการงบประมาณตามมาตรการเร่งรัดการใช้จ่ายงบประมาณ ปีงบประมาณ พ.ศ.2560 พร้อมรับนโยบายการปฏิรูปการอาชีวศึกษาและการรับนักเรียนนักศึกษาประจำปีการศึกษา 2560 จาก พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ โดยมีนายชัยพฤกษ์ เสรีรักษ์ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา, นายสุเทพ ชิตยวงษ์ รองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (เลขาธิการ กอศ.คนใหม่) รวมทั้งผู้บริหาร สอศ. และผู้บริหารสถานศึกษาอาชีวศึกษาภาครัฐและเอกชนทั่วประเทศกว่า 1,100 คน เข้าร่วมประชุม เมื่อวันศุกร์ที่ 23 กันยายน 2559 ที่วิทยาลัยการอาชีวศึกษาปทุมธานี อำเภอเมืองปทุมธานี

นายชัยพฤกษ์ เสรีรักษ์ เลขาธิการ กอศ. กล่าวถึงวัตถุประสงค์การจัดประชุมในครั้งนี้ว่า เพื่อติดตามผลการดำเนินงานด้านการจัดการอาชีวศึกษาปีงบประมาณ พ.ศ. 2559 ในทุกมิติ พร้อมให้ผู้บริหารสถานศึกษารับทราบนโยบายการปฏิรูปอาชีวศึกษา อีกทั้งเป็นการซักซ้อมความเข้าใจแนวทางการบริหารจัดการงบประมาณตามมาตรการเร่งรัดการใช้จ่ายงบประมาณปี พ.ศ.2560 ตลอดจนทบทวนแนวทางการเตรียมความพร้อมของสถานศึกษาเพื่อการรับนักเรียนนักศึกษาประจำปีการศึกษา 2560 ภายใต้เครือข่ายการทำงานระหว่างคณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัด (กศจ.) และอาชีวศึกษาจังหวัด (อศจ.) ที่จะช่วยให้การปฏิรูปการศึกษาและการบริหารราชการในกระทรวงศึกษาธิการเกิดประสิทธิภาพมากขึ้น

ทั้งนี้ ในช่วงบ่ายได้จัดให้มีการบรรยายความสำเร็จของการดำเนินงานและภาระงานต่อเนื่องในภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2559 โดยผู้บริหาร สอศ. ในหัวข้อต่างๆ อาทิ ด้านการจัดอาชีวศึกษาแบบมีส่วนร่วมรัฐและเอกชน : โดยนายอกนิษฐ์ คลังแสง รองเลขาธิการ กอศ., ด้านการพัฒนาคุณภาพการอาชีวศึกษา : โดยนายวณิชย์ อ่วมศรี รองเลขาธิการ กอศ., ด้านการบริหารจัดการ : โดยนายชาญเวช บุญประเดิม รองเลขาธิการ กอศ., ด้านการพัฒนาคุณภาพอาชีวศึกษาเอกชนและการบริหารจัดการเชิงบูรณาการเครือข่ายอาชีวศึกษารัฐและเอกชนของ กศจ. และ อศจ. : โดยนายบุญส่ง จำปาโพธิ์ ผู้ช่วยเลขาธิการ กอศ. และมาตรการเร่งด่วนด้านการบริหารจัดการงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2560 และงบกระตุ้นเศรษฐกิจ : โดยสำนักนโยบายและแผนการอาชีวศึกษา สอศ. Cr. ข่าว : สำนักงานรัฐมนตรี กลุ่มประชาสัมพันธ์ สอศ.

23 กันยายน 2559

ขอบคุณแหล่งข้อมูล: สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา

ประชาสัมพันธ์ สพฐ. ๗ กันยายน ๒๕๕๙

บุคลากร สพป.มหาสารคาม เขต 3 น้อมนำสมาธิ เพื่อก่อให้เกิดสุขแก่ตนและองค์กร

894414.JPG

บุคลากร สพป.มหาสารคาม เขต 3 น้อมนำสมาธิ เพื่อก่อให้เกิดสุขแก่ตนและองค์กร วันพุธที่ 7 กันยายน 2559 เวลา 08.30 น. ที่ห้องประชุมโกสัมพี ข้าราชการและบุคลากรในสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษามหาสารคาม เขต 3 นำโดย นายสมพงษ์ โรจน์ภัทรพงศ์ ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ได้ร่วมกันทำบุญบริจาคปัจจัยถวายพระสงฆ์เนื่องในกิจกรรมสำนักงานวิถีพุทธ ซึ่งได้ปฏิบัติเป็นประจำทุกเดือน มีการสวดมนต์ ทำวัตร ปฏิบัติบูชา แผ่เมตตา และอุทิศส่วนกุศลให้แก่สรรพสัตว์และเจ้ากรรมนายเวรทั้งปวง เป็นการปลูกฝังคุณธรรมจริยธรรมให้เกิดขึ้นภายในตนและองค์กร โดยมีพระครูอนุกูล สังฆกิจ เจ้าอาวาใสวัดใต้โกสุม อ.โกสุมพิสัย จ.มหาสารคาม เป็นประธานบรรยายธรรมในหัวข้อ สมาธิก่อให้เกิดสุข

https://www.facebook.com/media/set/?set=oa.1777882189148019&type=1

ศธจ.ยโสธร จัดประชุมปฏิบัติการจัดทำแผนการบริหารจัดการโรงเรียนขนาดเล็ก

894590.JPG

นายบุญธรรม เลิศสุขีเกษม ผวจ.ยโสธร ประธาน กศจ.ยโสธร เป็นประธานและบรรยายพิเศษในการจัดประชุมปฏิบัติการจัดทำแผนการบริหารจัดการโรงเรียนขนาดเล็ก ในวันที่ 7 กันยายน 2559 ณ ห้องประชุมอาคารอเนกประสงค์โรงเรียนบ้านสำราญ ซึ่งมีผู้บริหารโรงเรียนขนาดเล็ก และกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน โรงเรียนละ 2 คน จำนวน 103 โรงเรียน (สพป.ยส.1,2) 206 คนเข้าร่วมประชุม โดยมีนายชาญชัย รสจันทร์ ผอ.สพป.ยโสธร เขต 1 ปฎิบัติหน้าที่ ศธจ.ยโสธร กล่าวรายงานในการจัดประชุมและบรรยายพิเศษ เพื่อให้นักเรียนในโรงเรียนขนาดเล็กได้รับการพัฒนาให้มีคุณภาพตามหลักสูตรที่กำหนด ครูผู้สอนโรงเรียนขนาดเล็ก มีความรู้ ความเข้าใจ และสามารถจัดกิจกรรมการเรียนรู้เพื่อพัฒนา และศธจ.ยโสธร มีข้อมูลจากการวิจัยในการพัฒนารูปแบบ ฯ เพื่อใช้เป็นข้อมูลการพัฒนาคุณภาพการจัดการศึกษาของโรงเรียนขนาดเล็กให้มีประสิทธิภาพ

สพป.สมุทรสาคร : อบรมพนักงานเจ้าหน้าที่ส่งเสริมความประพฤตินักเรียน นักศึกษา

894584.JPG

เมื่อวันที่ 29 สิงหาคม 2559 สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสมุทรสาคร ได้จัดอบรมพนักงานเจ้าหน้าที่ส่งเสริมความประพฤตินักเรียน นักศึกษา นายศุภชัย เจริญขำ รองผู้อำนวยการ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสมุทรสาคร เป็นประธานพิธีเปิดการอบรม ณ ห้องประชุมแสงสุขเอี่ยม สพป.สมุทรสาคร กลุ่มเป้าหมายผู้เข้ารับการอบรม จำนวน 120 คน สพป.สมุทรสาครให้ความสำคัญในเรื่องของการดูแลช่วยเหลือนักเรียนเพื่อให้ห่างจากสิ่งเสพติดและอบายมุข ทุกรูปแบบ จึงได้จัดโครงการนี้ขึ้น โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อส่งเสริม สนับสนุนการดำเนินงานของสถานศึกษาในการบังคับใช้กฎกระทรวงศึกษาธิการ หมวด 7 การส่งเสริมความประพฤตินักเรียนและนักศึกษา เพื่อติดตาม ดูแล และอบรมสั่งสอนนักเรียนให้ประพฤติ ตามระเบียบของสถานศึกษาและกฎกระทรวงศึกษาธิการ เพื่อประสานงานและบูรณาการ การปฏิบัติงานร่วมกับบุคลากร เครือข่ายในการส่งเสริมความประพฤตินักเรียน

7 กันยายน 2559

ขอบคุณแหล่งข้อมูล: สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ