Tag Archives: ประสิทธิภาพ

ข่าว สพฐ. ๓ ธันวาคม ๒๕๖๐

สพป.ชุมพร เขต 1 จัดประชุมเชิงปฏิบัติการพัฒนาการศึกษาเพื่อยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน

1019333.JPG

เมื่อวันที่ 2 ธันวาคม 2560 เวลา 09.00 น. นางสาวพนอ ทิพย์พิมลรัตน์ ผอ.สพป.ชุมพร เขต 1 เป็นประธาน/บรรยายพิเศษในพิธีเปิดการประชุมเชิงปฏิบัติการพัฒนาการศึกษาเพื่อยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน โดยมี นางชมัยพร รัตนพรหม ปฏิบัติหน้าที่ ผอ.กลุ่มนิเทศติดตามและประเมินผลการจัดการศึกษา กล่าวรายงาน ณ ห้องปทุมทิพย์ โรงแรมมรกต อ.เมือง ่จ.ชุมพร

การประชุมในวันนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อ พัฒนาความรู้ความเข้าใจในการเลือกใช้เทคนิควิธีการจัดการเรียนรู้ของครูผู้สอนในสถานศึกษาที่จัดการศึกษาขั้นพื้นฐานทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ทุกระดับชั้น ให้ตอบสนองต่อการยกระดับคุณภาพผู้เรียนให้สอดคล้องตรงตามมาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัดในหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560) และเป็นพื้นฐานสำคัญในการจัดประสบการณ์สู่การเรียนรู้แบบ Active learning ตอบสนองการพัฒนาคุณภาพการศึกษาตามยุทธศาสตร์การพัฒนาประเทศไทย 4.0, เพื่อพัฒนาทักษะการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ของครูผู้สอนในสถานศึกษาที่จัดการศึกษาขั้นพื้นฐานทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ของครูผู้สอนในสถานศึกษาที่จัดการศึกษาขั้นพื้นฐานทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ทุกระดับชั้นให้สามารถพัฒนาเทคนิควิธีการจัดการเรียนรู้ที่ตอบสนองต่อการยกระดับคุณภาพผู้เรียนผ่านกระบวนการคิดขั้นพื้นฐานและการคิดขั้นสูง ด้วยการลงมือปฏิบัติจริง บรรลุผลตรงตามมาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัดในหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560), เพื่อเสริมสร้างเจตคติที่ดีของครูผู้สอนในสถานศึกษาที่จัดการศึกษาขั้นพื้นฐานทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ทุกระดับชั้น ในการเลือกใช้เทคนิควิธีการจัดการเรียนรู้ให้ตอบสนองต่อการยกระดับคุณภาพผู้เรียนให้เรียนรู้ได้ในระดับความสามารถแก้ปัญหา สร้างความรู้ได้ด้วยตนเอง เกิดการเรียนรู้แท้ มีความเข้าใจที่คงทน สอดคล้องตรงตามมาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัดในหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560) และเพื่อให้ครูผู้สอนในสถานศึกษาที่จัดการศึกษาขั้นพื้นฐานทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ทุกระดับชั้นในเขตพื้นที่ สร้างเครือข่ายการเรียนรู้ร่วมกันด้วยกระบวนการสร้างชุมชนการเรียนรู้ของครูมืออาชีพที่เหมาะสมในบริบทของตน ซึ่งผู้เข้าร่วมการอบรมในครั้งนี้ ประกอบด้วยครูผู้สอนสาระการเรียนรู้ จำนวน 350 คน และวิทยากรผู้ให้ความรู้ คือ อาจารย์ชลชาสน์ ศักดาลักษณ์ และ ดร.วารินท์พร ฟันเฟืองฟู

ภาพ/ข่าว วิภารัตน์ กวาวหนึ่ง

เลขาธิการ กพฐ. ผอ.สพม.34 ผอ.สถานศึกษา เฝ้ารับเสด็จสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี

1019063.jpg

วันที่ 30 พฤศจิกายน 2560 เวลา 12.22 น. สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนิน โดยเฮลิคอปเตอร์ พระที่นั่ง ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ จัดถวาย มายังโรงเรียนบ้านเลโคะ อำเภอสบเมย จังหวัดแม่ฮ่องสอน เพื่อทรงเปิดอาคารเรียนเฉลิมพระเกียรติฯ ที่มูลนิธิฮารนามซิงห์ฮารมันส์กอร์ สัจจา สร้างขึ้นเพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ในโอกาสที่ทรงเจริญพระชนมายุ 60 พรรษา โดยอาคารเรียนดังกล่าว เป็นอาคาร 2 ชั้น ขนาด 4 ห้องเรียน เพื่อรองรับการจัดการเรียนการสอนให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

โรงเรียนบ้านเลโคะ ตั้งขึ้นเมื่อปี 2518 เป็นโรงเรียนขยายโอกาสทางการศึกษาเพียงแห่งเดียวในตำบลสบเมย เปิดทำการสอนสอนตั้งแต่ชั้นเด็กเล็กถึงระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น มีนักเรียนในเขตพื้นที่บริการจากบ้านเลโคะ, บ้านห้วยน้ำใส, บ้านทิยาเพอ, บ้านกลอโคะ, บ้านแม่ลามา, บ้านทรายลือ และบ้านซื่อมื่อ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงรับโรงเรียนบ้านเลโคะ เข้าในโครงการพัฒนาเด็กและเยาวชนในถิ่นทุรกันดาร เมื่อปีการศึกษาที่ผ่านมา

โอกาสนี้ ดร.บุญรักษ์ ยอดเพชร เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน พร้อมด้วย ดร.สิทธิชัย มูลเขียน ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 34 ผู้อำนวยการโรงเรียนสบเมยวิทยาคม ผู้อำนวยการโรงเรียนขุนยวมวิทยา ผู้อำนวยการโรงเรียนปางมะผ้าพิทยาสรรพ์ ผู้อำนวยการโรงเรียนแม่ลาน้อยดรุณสิกข์ ผู้อำนวยการโรงเรียนเฉลิมรัชวิทยาคม ผู้อำนวยการโรงเรียนอมก๋อยวิทยาคม ผู้อำนวยการโรงเรียนแม่ตื่นวิทยาคม ผู้อำนวยการโรงเรียนแม่สะเรียง”บริพัตรศึกษา ผู้อำนวยการโรงเรียนห้องสอนศึกษาในพระอุปถัมภ์ฯ ผู้อำนวยการโรงเรียนปายวิทยาคาร ผู้อำนวยการโรงเรียนแม่ออนวิทยาลัย ผู้อำนวยการโรงเรียนสองแคววิทยาคม ผู้อำนวยการโรงเรียนสันติสุข ผู้อำนวยการโรงเรียนแม่แจ่ม เฝ้ารับเสด็จฯ พร้อมถวายรายงานการดำเนินงานโครงการพัฒนาเด็กและเยาวชนในถิ่นทุรกันดารตามพระราชดำริ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารี ปีการศึกษา 2560 ในการนี้ ผู้อำนวยการโรงเรียนกาวิละวิทยาลัย ได้ถวายรายงาน ผลการดำเนินงาน งานสวนพฤกษศาสตร์โรงเรียน โครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืช อันเนื่องมาจากพระราชดำริ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี และครูโรงเรียนสันติสุข ได้น้อมเกล้า ฯ ถวายผลงานผ้าปักลายม้ง ซึ่งเป็นผลงานของนักเรียนกิจกรรมหารายได้ระหว่างเรียน ดูภาพกิจกรรม https://www.facebook.com/supaporn.yosboonruang/media_set?set=a.190645725…

สพฐ.จัดคาราวานรินน้ำใจช่วยภัยหนาวบรรเทาความเดือนร้อน ครู นักเรียน ณ บริเวณหน้ากระทรวงศึกษาธิการ กรุงเทพฯ

1019476.JPG

*** วันที่ 4 ธันวาคม 2560 นายแพทย์ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) เป็นประธานในพิธีปล่อยคาราวานโครงการรินน้ำใจช่วยภัยหนาว สพฐ. เพื่อมอบผ้าห่มกันหนาว เสื้อกันหนาว อุปกรณ์การเรียน อุปกรณ์กีฬา และทุนการศึกษา ให้แก่ นักเรียนและโรงเรียนที่ประสบภัยหนาวในพื้นที่

จังหวัดแม่ฮ่องสอน ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ พร้อมด้วยนายบุญรักษ์ ยอดเพชร เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน และผู้บริหารของ สพฐ. ร่วมปล่อยคาราวานโดยพร้อมเพรียงกัน ณ บริเวณหน้ากระทรวงศึกษาธิการ กรุงเทพฯ

นายบุญรักษ์ ยอดเพชร เลขาธิการ กพฐ. กล่าวว่า จากการสำรวจจำนวนนักเรียนที่ประสบภัยหนาว พบว่ามีนักเรียนจำนวน 276,000 คน ที่ได้รับผลกระทบจากภัยหนาว โดยสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ได้ตระหนักถึงความเดือดร้อนของโรงเรียนในสังกัด สพฐ. ที่อยู่ในเขตพื้นที่ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เนื่องจากช่วงระยะเวลาระหว่างเดือนตุลาคมถึงเดือนกุมภาพันธ์ของทุกปีเป็นช่วงฤดูหนาว โดยอุณหภูมิต่ำสุดบริเวณภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือลดลงอยู่ในเกณฑ์อากาศหนาวเย็นเกือบทั่วไปอย่างต่อเนื่อง ดังนั้น เพื่อเป็นการช่วยเหลือและบรรเทาความเดือดร้อนของนักเรียนในพื้นที่ประสบภัยหนาวดังกล่าว จึงได้จัดโครงการรินน้ำใจช่วยภัยหนาว สพฐ. โดยจะมอบผ้าห่มกันหนาว เสื้อกันหนาว อุปกรณ์การเรียน อุปกรณ์กีฬา และทุนการศึกษา ให้แก่โรงเรียนที่ประสบภัยหนาวในพื้นที่ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เป็นการช่วยเหลือโรงเรียนที่ประสบภัยหนาว รวมทั้งสนับสนุนและส่งเสริมให้โรงเรียนได้มีอุปกรณ์การเรียนการสอนที่ดี มีคุณภาพ ก่อให้เกิดบรรยากาศการเรียนรู้แก่นักเรียน และบุคลากรทางการศึกษาของโรงเรียน ขณะที่นายแพทย์ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รมว.ศธ. ได้กล่าวชื่นชม สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา และโรงเรียนในสังกัด ที่มีความห่วงใยเด็กนักเรียนที่ประสบกับสภาวะอากาศหนาว ซึ่งจากการที่ สพฐ. รวมถึงหน่วยงานในสังกัด และภาคเอกชน ได้ร่วมมือร่วมใจกันดำเนินงานตามโครงการรินน้ำใจช่วยภัยหนาว สพฐ. โดยเริ่มจากโรงเรียนในพื้นที่ภาคเหนือตอนบน ซึ่งจะประสบภัยหนาวมากกว่าพื้นที่ภาคอื่นๆ นั้น จะช่วยบรรเทาความเดือดร้อนจากภัยหนาวให้แก่นักเรียนที่ขาดแคลนได้จำนวนหนึ่ง แม้จะไม่ครอบคลุมทั่วทั้งหมด แต่ก็เป็นจุดเริ่มต้นที่ดี เพราะจะเป็นตัวอย่างในการร่วมมือร่วมใจกันช่วยเหลือผู้ที่ขาดแคลน และหวังว่าจะมีหน่วยงานอื่นได้นำไปเป็นแบบอย่างต่อไป

ดูคลิป https://youtu.be/RUBvb9Y6LQo

บรรพต ข่าว

3 ธันวาคม 2560

ขอบคุณแหล่งข้อมูล: สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ

Advertisements

ผอ.สพม.๓๔ ให้สัมภาษณ์ ในหัวข้อ เรื่อง ความสามารถในการตอบสนองนโยบาย Thailand ๔.๐ ของโรงเรียนในจังหวัดเชียงใหม่

1008998.jpg

วันที่ 30 ตุลาคม 2560 เวลา 13.00 น. ดร.สิทธิชัย มูลเขียน ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 34 ให้สัมภาษณ์แก่นักศึกษา คณะการสื่อสารมวลชน มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ในหัวข้อ เรื่อง ความสามารถในการตอบสนองนโยบาย Thailand 4.0 ของโรงเรียนในจังหวัดเชียงใหม่ ตามประเด็นดังนี้

1. ท่านได้รับนโยบายเกี่ยวกับ Thailand 4.0 มาอย่างไร

2. เป้าหมายของโยบายและระยะเวลาในการดำเนินการ

3. ปัญหาที่พบจากการดำเนินนโยบาย

ดร.สิทธิชัย มูลเขียน กล่าวว่า นโยบาย Thailand 4.0 เป็นนโยบายที่รัฐบาลหวังผลในการพัฒนาคน ทำให้คนไทยมีรายได้สูง มีความสามารถ และมีความพยายาม ตั้งใจคิดค้นนวัตกรรมใหม่ ๆ ที่มีคุณค่าสูง ซึ่งภาคส่วนต่าง ๆ ก็ได้พยายามช่วยกันผลักดันกลุ่มคนเหล่านี้ ให้เป็นกำลังของประเทศ ด้วยการสนับสนุนในทุก ๆ ด้าน ทั้งด้านการฝึกอบรม เงินทุนสนับสนุน ด้านกำลังใจและความเชื่อมั่นว่าคนไทยก็สามารถทำได้ เราจะก้าวข้ามผ่านกับดักประเทศรายได้ปานกลางไปสู่รายได้สูง ในยุค Thailand 4.0 ได้ ก็ต้องอาศัยความร่วมมือจากหลายฝ่าย เพื่อพัฒนาประเทศไปสู่เป้าหมายให้ได้ ซึ่งการศึกษาขั้นพื้นฐานนั้น เป็นส่วนสำคัญในการทำให้นโยบาย Thailand 4.0 สัมฤทธิ์ผล แต่การที่จะวัดว่าสัมฤทธิ์ผลนั้นค่อนข้างยาก เนื่องจากการศึกษาเป็นนามธรรม ผมหวังว่านักเรียน ที่จบการศึกษาขั้นพื้นฐาน จะเป็นคนเก่ง คนดีและมีความสุข ในส่วนของปัญหานั้น ผมมองว่าคุณครูต้องช่วยกันพัฒนาคุณภาพการศึกษาให้มีประสิทธิภาพและประสิทธิผล เพื่อจะส่งผลทำให้นักเรียนมีคุณภาพเป็นเยาวชนที่ดีสร้างอนาคตของประเทศให้เจริญก้าวหน้า โดยที่ผ่านมาสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 34 ได้จัดทำโครงการเพื่อแก้ไขปัญหาโดยจัดอบรมโครงการพัฒนาข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาเชิงพื้นที่ด้วยการวิจัยและพัฒนาเป็นฐาน และจะดำเนินการพัฒนาครูต่อไป

30 ตุลาคม 2560

ขอบคุณแหล่งข้อมูล: สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ

เผยแพร่ผลงานทางวิชาการ ของ นางจรรยา สวามิวัสดุ์

บทคัดย่อ ชื่อเรื่อง : ผลการใช้เอกสารประกอบการเรียน ชุด พลเมืองดีที่ภาคภูมิใจ กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม สาระที่ 2 หน้าที่พลเมือง วัฒนธรรมและการดำเนินชีวิตในสังคม ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4

ชื่อผู้ศึกษา : นางจรรยา สวามิวัสดุ์

ปีการศึกษา : 2559 การศึกษาในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างและหาประสิทธิภาพเอกสารประกอบการเรียน ชุด พลเมืองดีที่ภาคภูมิใจ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 เพื่อศึกษาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียน หลังเรียนโดยการใช้เอกสารประกอบการเรียน ชุด พลเมืองดีที่ภาคภูมิใจ และเพื่อศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ที่มีต่อเอกสารประกอบการเรียนชุดนี้ ประชากร ได้แก่ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนบ้านโป่งฮึ้ง อำเภอเมืองเชียงราย สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเชียงราย เขต 1 จำนวน 8 คน ได้ดำเนินการในภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2559 เครื่องมือที่ใช้ในการศึกษาค้นคว้า ได้แก่ เอกสารประกอบการเรียน ชุด พลเมืองดีที่ภาคภูมิใจ จำนวน 11 เล่ม แผนการจัดการเรียนรู้ แบบสอบถามความพึงพอใจและแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน วิเคราะห์ข้อมูล โดยการหาประสิทธิภาพของเอกสารประกอบการเรียน ชุด พลเมืองดีที่ภาคภูมิใจ ศึกษาคะแนนความก้าวหน้ามีพัฒนาการของนักเรียนกลุ่มตัวอย่าง จากการทำแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน และการตอบแบบสอบถามความพึงพอใจของกลุ่มประชากร สถิติที่ใช้คือ ค่าเฉลี่ย ค่าร้อยละ และค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน พร้อมกับนำเสนอข้อมูลโดยการบรรยายใต้ตารางด้วยความเรียง

ผลการศึกษาพบว่า

1.ประสิทธิภาพของเอกสารประกอบการเรียน ชุด พลเมืองดีที่ภาคภูมิใจ เล่มที่ 1-11 มีประสิทธิภาพสูงกว่าเกณฑ์มาตรฐานเฉลี่ยร้อยละ 80/80 ทุกเล่ม โดยภาพรวมได้เท่ากับ 83.87/83.75

2.ผลการศึกษาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน พบว่า มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนจากการทดสอบหลังเรียนสูงกว่าการทดสอบก่อนเรียน จากคะแนนเต็ม 30 คะแนน โดยมีคะแนนเฉลี่ยก่อนเรียนเท่ากับ 12.88 คะแนน และคะแนนเฉลี่ยหลังเรียนเท่ากับ 26.63 คะแนน และคะแนนความก้าวหน้าเท่ากับ 13.75 คะแนน คิดเป็นร้อยละ 45.83

3.ผลการศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ที่มีต่อเอกสารประกอบ การเรียน ชุด พลเมืองดีที่ภาคภูมิใจ พบว่าในภาพรวมมีค่าเฉลี่ยของระดับความพึงพอใจ อยู่ในระดับมากที่สุด ( = 4.87, = 0.26) ‹ Lazada Scholarship 2017: ประกวดสร้างคลิปวิดีโอ ชิงทุนการศึกษากว่า 120,000 บาท รายงานโครงการการส่งเสริมการอ่านออกเขียนได้ของนักเรียนโรงเรียนเทศบาลบ้านศรีฐาน อำเภอเมือง จังหวัดขอนแก่น ›

พฤหัสบดี, 7 กันยายน 2560

ขอบคุณแหล่งข้อมูล: สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ

สอศ. บูรณาการวิชาเรียน-กิจกรรม สร้างสรรค์สิ่งประดิษฐ์ของคนรุ่นใหม่ ๒๕๖๐ โชว์ ๔-๗ พ.ค. ๒๕๖๐

%E0%B8%9B%E0%B8%81.JPG

สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา กำหนดจัดประกวดสิ่งประดิษฐ์ของคนรุ่นใหม่ และการแข่งขันหุ่นยนต์ยุวชนอาชีวศึกษา ระดับชาติ 2560 ในงาน “ประชารัฐร่วมพัฒนา สุดยอดนวัตกรรมอาชีวศึกษา” ระหว่างวันที่ 4-7 พฤษภาคม 2560 ณ ห้อง เอ็ม ซี ซี ฮอลล์ ชั้น 4 ห้างสรรพสินค้าเดอะมอลล์ สาขาบางกะปิ กรุงเทพฯ

ดร. สุเทพ ชิตยวงษ์ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา เปิดเผยว่าสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษามีโยบายส่งเสริมการมีส่วนร่วมในกิจกรรมต่าง ๆ ของสถานศึกษาอาชีวศึกษารัฐบาลและสถานศึกษาอาชีวศึกษาเอกชน ในด้านวิชาการ และกิจกรรมการพัฒนาการเรียนการสอน เพื่อให้นักเรียน นักศึกษา สามารถนำความรู้ทางวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีวิศวกรรมศาสตร์ และคณิตศาสตร์ ไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันในงานอาชีพ และสามารถพัฒนาต่อยอดองค์ความรู้ที่เกิดจากการคิดนวัตกรรม สิ่งประดิษฐ์ โครงงานวิทยาศาสตร์อาชีวศึกษา สู่ชุมชนและเชิงพาณิชย์ ด้วยการวิจัยและพัฒนานวัตกรรมและเทคโนโลยี โดยในปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๐ ได้กำหนดจัด “ประชารัฐร่วมพัฒนา สุดยอดนวัตกรรมอาชีวศึกษา” การประกวดสิ่งประดิษฐ์ของคนรุ่นใหม่ และการแข่งขันหุ่นยนต์ยุวชนอาชีวศึกษา 2560 ระหว่างวันที่ 4-7 พฤษภาคม 2560 ณ ห้องเอ็ม ซี ซี ฮอลล์ ห้างสรรพสินค้า เดอะมอลล์ สาขาบางกะปิ กรุงเทพฯ ทั้งนี้เพื่อยกระดับคุณภาพอาชีวศึกษา พัฒนาการสร้างนวัตกรรมและสิ่งประดิษฐ์สู่เชิงพาณิชย์ และนานาชาติ พร้อมทั้งส่งเสริมสนับสนุนผลงานนวัตกรรมสิ่งประดิษฐ์ฯ ให้ได้รับความคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญา เพื่อก้าวไปสู่ Thailand ๔.๐ และเปิดเป็นเวทีให้นักเรียนนักศึกษา ได้นำผลงานสิ่งประดิษฐ์เข้าร่วมประกวดและแสดงให้ประชาชนได้ร่วมชมผลงานด้วย

เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา กล่าวต่อไปว่า “ประชารัฐร่วมพัฒนา สุดยอดนวัตกรรมอาชีวศึกษา” การประกวดสิ่งประดิษฐ์ของคนรุ่นใหม่ และการแข่งขันหุ่นยนต์ยุวชนอาชีวศึกษา 2560 มีผลงานที่ผ่านการคัดเลือกจากการประกวดจากระดับจังหวัด และระดับภาค 5 ภาค รวมจำนวนทั้งสิ้น 220 ผลงาน จากจำนวนทั้งหมดกว่า 5,000 ผลงาน แบ่งการประกวดออกเป็น 11 ประเภท ได้แก่ ประเภทที่ 1 สิ่งประดิษฐ์ด้านพัฒนาคุณภาพชีวิต ประเภทที่ 2 สิ่งประดิษฐ์ด้านการประกอบอาชีพ ประเภทที่ 3 สิ่งประดิษฐ์ด้านผลิตภัณฑ์สำเร็จรูป ประเภทที่ 4 สิ่งประดิษฐ์ด้านการอนุรักษ์พลังงาน (แบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม) ได้แก่กลุ่มผลิตพลังงาน และกลุ่มการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน ประเภทที่ 5 สิ่งประดิษฐ์ด้านการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ประเภทที่ 6 สิ่งประดิษฐ์ด้านการแพทย์ และชีวอนามัย และประเภทที่ 7 สิ่งประดิษฐ์ด้านผลิตภัณฑ์อาหาร ประเภทที่ 8 สิ่งประดิษฐ์ด้านเทคโนโลยีการเกษตร (เครื่องมืออุปกรณ์เพื่อการดำนา) ประเภทที่ 9 สิ่งประดิษฐ์ด้านหัตถศิลป์ ประเภทที่ 10 สิ่งประดิษฐ์ด้านนวัตกรรมซอฟแวร์ และระบบสมองกลฝังตัว (Software & Embedded System Innovation) แบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม ได้แก่กลุ่มพัฒนาซอฟต์แวร์ และกลุ่มพัฒนาระบบสมองกลฝังตัว ประเภทที่ 11 สิ่งประดิษฐ์ด้านบำบัดน้ำ (น้ำเพื่อปะชาชน)นอกจากนี้ยังได้กำหนดให้มีการประกวดประเภทองค์ความรู้ การนำเสนอผลงานวิจัยนวัตกรรมและสิ่งประดิษฐ์ของคนรุ่นใหม่ภาคภาษาอังกฤษ เพื่อการเข้าสู่ความเป็นมาตรฐานสากล จำนวน 20 ผลงาน และเพื่อเป็นการส่งเสริมเยาวชนระดับประถมศึกษา สังกัดโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดน กองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน ให้เป็นนักคิดนักประดิษฐ์ และมีทัศนคติที่ดีในการศึกษาต่อในการเรียนสายวิชาชีพ สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา จึงได้จัดการแข่งขันหุ่นยนต์ยุวชนอาชีวศึกษาขึ้น โดยคัดเลือกจากทีม ของนักเรียน โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดน ในพื้นที่ ระดับภาค ทั้ง 4 ภาค เข้าสู่ระดับชาติ ชิงถ้วยรางวัล พระราชทาน สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี จำนวน 16 ทีม เข้าร่วมการแข่งขันในครั้งนี้ด้วย

สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ได้เล็งเห็นความสำคัญ ของการส่งเสริมสนับสนุน การวิจัยและพัฒนาสิ่งประดิษฐ์มา โดยตลอด ทั้งในด้านปริมาณ และคุณภาพ มาจนถึงปีการศึกษาปัจจุบัน มีผลงานสิ่งประดิษฐ์ มากกว่า 25,000 ผลงาน สามารถพัฒนาต่อยอดในเชิงพาณิชย์ จนสามารถ จดสิทธิบัตรได้ และอยู่ระหว่างการส่งเสริม และพัฒนา ประมาณ 100 ผลงาน และในโอกาสนี้สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษาได้รับพระกรุณาธิคุณจากสมเด็จพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ เสด็จเป็นองค์ประธานในพิธีประทานรางวัลแก่ผู้ชนะการประกวดฯ ในวันที่ 7 พฤษภาคม 2560

กลุ่มประชาสัมพันธ์ 5 พฤษภาคม 2560

ขอบคุณแหล่งข้อมูล: สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา

สอศ.ร่วม ๓ สมาคมโรงงานน้ำตาลทรายผลิตกำลังคนรองรับงานอุตสาหกรรมความหวาน

7.jpg

ดร.สุเทพ ชิตยวงษ์ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา เปิดเผย สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ร่วมกับ 3 สมาคมการค้าอุตสาหกรรมน้ำตาล ได้แก่ สมาคมโรงงานน้ำตาลไทย สมาคมผู้ผลิตน้ำตาลและชีวพลังงานไทย และสมาคมการค้าอุตสาหกรรมน้ำตาล ผนึกกำลังผลักดันให้มีการพัฒนาอุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาลทราย อย่างเป็นระบบ มีแผนงานรองรับและเป้าหมาย แก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นจากโรงงานอุตสาหกรรมน้ำตาลและเสริมสร้างระบบให้เกิดความเป็นธรรม รวมไปถึงการร่วมดูแลสิ่งแวดล้อมและผลกระทบที่เกิดจากการปลูกอ้อย ที่สำคัญ จะร่วมกันผลิตบุคลากรที่มีทักษะและสร้างนักเทคโนโลยีรองรับอุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาล เพื่อให้อุตสาหกรรมนี้มีความเข้มแข็ง และมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น สอดคล้องกับความต้องการของผู้ประกอบการ และจะพัฒนาผู้เรียนทั้งในระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) ประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) และระดับปริญญาเทคโนโลยีสายปฏิบัติการ ในรูปแบบการเรียนการสอนที่หลากหลาย และรูปแบบทวิภาคี การเข้ารับการฝึกอบรม และฝึกอาชีพในสถานประกอบการ การพัฒนาหลักสูตรที่เกี่ยวข้อง รวมไปถึงการส่งเสริมฝึกอบรมให้แก่ครู และบุคลากรอาชีวศึกษาให้มีความรู้ และทักษะทางอุตสาหกรรมอ้อย และน้ำตาลทราย

เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา กล่าวต่อไปว่าในความร่วมมือครั้งนี้ สอศ.ได้รับความร่วมมือ จากสมาคมโรงงานน้ำตาลไทย สมาคมผู้ผลิตน้ำตาลและชีวพลังงานไทย และ สมาคมการค้าอุตสาหกรรมน้ำตาล ซึ่งมีโรงงานรวมอยู่ทั้งหมด 55 แห่ง ในพื้นที่ 28 จังหวัดทั่วประเทศ โดยมี บริษัท ไทยชูการ์ มิลเลอร์ จำกัด เป็นผู้ประสานงานความร่วมมือในครั้งนี้ สำหรับสาขาที่อาชีวศึกษาจะจัดส่งให้ไปเรียนรู้หรือฝึกประสบการณ์ในโรงงานอุตสาหกรรมน้ำตาล เบื้องต้นได้เตรียมสาขาซ่อมบำรุงเครื่องกล สาขาเครื่องมือการเกษตรและเทคโนโลยีการจัดการเกษตรสมัยใหม่ เพื่อรองรับระบบการจัดการในโรงงานอย่างครบวงจร

กลุ่มประชาสัมพันธ์ 28 มีนาคม 2560

ขอบคุณแหล่งข้อมูล: สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา

“วิทยาลัยเทคนิคศรีสะเกษ” “วิทยาลัยเทคโนโลยีตั้งตรงจิตรบริหารธุรกิจ” คว้าแชมป์ “อวด-ดี อาชีวะ ๒”

5.jpg

สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) ร่วมกับ บริษัท ทีวีบูรพา จำกัด จัดโครงการ “อวด-ดี อาชีวะ 2” เพื่อให้น้องๆ ชาวอาชีวะได้เห็นคุณค่าของตนและของสังคม ใช้ฝีมือและสมองโชว์ผลงานอวดความดี อวดความเจ๋ง อวดไอเดีย ร่วมประกวดภาพยนตร์และสารคดีเพื่อชิงทุนการศึกษาในครั้งนี้ โดยมีบุคลากรและชาวอาชีวศึกษาสนใจเข้าร่วมกิจกรรมโครงการถึง 73 วิทยาลัย ทั้งอาชีวศึกษาภาครัฐและเอกชน ร่วมส่งผลงาน 90 ผลงาน และได้คัดเลือก 25 ทีมสุดเจ๋ง ที่ผ่านเข้ารอบสุดท้ายในโครงการอวด-ดี อาชีวะ ปี 2 ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของ คนช่างสร้างชาติ, สุดยอดฝีมือ, สุดยอดนวัตกรรม, อาชีวะเปลี่ยนชีวิต และจิตอาสาอาชีวะ ซึ่งเรื่องราวเหล่านี้คือ เรื่องดีๆ ของชาวอาชีวศึกษา โครงการ อวด-ดี อาชีวะ 2 แบ่งการประกวดออกเป็น ภาพยนตร์สารคดีสั้นและสารคดี เพื่อชิงทุนการศึกษา กว่า 450,000 บาท 1.สาขาภาพยนตร์สารคดี คือ สื่อวีดิทัศน์ที่สร้างขึ้นจากเรื่องจริง หรือสร้างจากเค้าโครงเรื่องจริง หรือดัดแปลงปรุงแต่งจากเรื่องจริง โดยไม่บิดเบือนหรือเกินจริง ถ่ายทอดผ่านตัวละคร หรือนักแสดงสมมติ ในเหตุการณ์ที่จำลองเสมือนจริง 2.สาขาสารคดี คือ สื่อวีดิทัศน์ที่สร้างขึ้นจากเรื่องจริง โดยไม่มีการดัดแปลง ถ่ายทอดเรื่องราวจากบุคคลคนนั้นจริงๆ ในเหตุการณ์หรือสถานการณ์จริงทั้งหมด “อวด-ดี อาชีวะ ปี 2” ได้ “สร้างทักษะพิเศษ” และ “เสริมอาวุธ” ทางปัญญาอย่างทรงประสิทธิภาพและครบวงจรให้ชาวอาชีวศึกษามีทักษะในการสื่อสารเป็นความรู้ติดตัว เพื่อประโยชน์ในการประกอบอาชีพในอนาคต และยังเป็น “นักสื่อสาร” “นักประชาสัมพันธ์” ชั้นเยี่ยม เพื่อเป็นกลไกอันแข็งแกร่งที่จะช่วยสร้างค่านิยมอาชีวศึกษาอย่างยั่งยืน งานประกาศผลรางวัล โครงการ “อวด-ดี อาชีวะ 2” จัดขึ้น ณ Crystal Design Center (CDC) ห้อง Crystal Grand Ballroom ในวันที่ 30 พฤศจิกายน 2559 โดยมี ดร.บุญส่ง จำปาโพธิ์ รองเลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา และดร.ชาญเวช บุญประเดิม ที่ปรึกษาพิเศษ ฯ ให้เกียรติเป็นประธานในการจัดงานครั้งนี้

รางวัลภาพยนตร์และสารคดี อวด-ดี อาชีวะ 2 1. รางวัล “สุดยอดผลงาน อวด-ดีอาชีวะ ปี 2” ทุนการศึกษารางวัลละ 50,000 บาท 1.1 รางวัลชนะเลิศสาขาภาพยนตร์ ผลงานเรื่อง เฟรมมือหนึ่ง : วิทยาลัยเทคโนโลยีตั้งตรงจิตรบริหารธุรกิจ 1.2 รางวัลชนะเลิศสาขาสารคดี ผลงานเรื่อง INNOVATOR นวัตกรรมเปลี่ยนโลก : วิทยาลัยเทคนิคศรีสะเกษ 2. รางวัลยอดเยี่ยมทางด้านเนื้อหา ทุนการศึกษารางวัลละ 30,000 บาท 2.1 คนช่างสร้างชาติ ผลงานเรื่อง วิศวกรชีวิต : วิทยาลัยอาชีวศึกษาธนบุรี 2.2 สุดยอดนวัตกรรม ผลงานเรื่องINNOVATOR นวัตกรรมเปลี่ยนโลก : วิทยาลัยเทคนิคศรีสะเกษ 2.3 สุดยอดฝีมือ ผลงานเรื่อง The Dress Up : วิทยาลัยอาชีวศึกษานครสวรรค์ 2.4 อาชีวะเปลี่ยนชีวิต ผลงานเรื่อง จิกซอว์ : วิทยาลัยการอาชีพกาญจนบุรี 2.5 จิตอาสาอาชีวะ ผลงานเรื่อง เรื่องธรรมดา…ธรรมดา : วิทยาลัยเทคนิคโพธาราม 3. รางวัลยอดเยี่ยมสาขาต่างๆ ด้าน Production ทุนการศึกษารางวัลละ 20,000 บาท 3.1 บทสารคดียอดเยี่ยม ผลงานเรื่อง INNOVATOR นวัตกรรมเปลี่ยนโลก : วิทยาลัยเทคนิคศรีสะเกษ 3.2 บทภาพยนตร์ยอดเยี่ยม ผลงานเรื่อง จิกซอว์ : วิทยาลัยการอาชีพกาญจนบุรี 3.3 ถ่ายภาพยอดเยี่ยม ผลงานเรื่อง The Dress Up : วิทยาลัยอาชีวศึกษานครสวรรค์ 3.4 ลำดับภาพยอดเยี่ยม ผลงานเรื่อง : ไอ้เก้อ สุดยอดโมเดลรถเกี่ยวข้าว :วิทยาลัยการอาชีพศรีสะเกษ 3.5 พิธีกรยอดเยี่ยม “นางสาวธัญลักษณ์ วงศ์ปาน” ผลงานเรื่อง เรื่องธรรมดา…ธรรมดา : วิทยาลัยเทคนิคโพธาราม 3.6 นักแสดงนำยอดเยี่ยม “นางสาวกัญญารัตน์ ยูฮันเงาะ” ผลงานเรื่อง ดวงดาวน้อย : วิทยาลัยบริหารธุรกิจและการท่องเที่ยวกรุงเทพ 3.7 รางวัล ขวัญใจชาวอาชีวศึกษา หรือ Popular Vote ผลงานเรื่อง INNOVATOR นวัตกรรมเปลี่ยนโลก : วิทยาลัยเทคนิคศรีสะเกษ กลุ่มประชาสัมพันธ์ / 6 ธันวาคม 2559

ขอบคุณแหล่งข้อมูล: สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา

สพม.๑๔ ประชุมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ทางวิชาการด้วย ๑๐ Best practices ยกระดับผลสัมฤทธิ์

901092.JPG

เมื่อวันที่ 23 กันยายน 2559 สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 14 จัดประชุมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ทางวิชาการ ในการยกระดับผลสัมฤทธิ์ ด้วย 10 Best practices และนำเสนอผลงานของครู ผู้บริหาร ระดับเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 14 โดยมีนายขจรเกียรติ รักพานิชมณี รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต เป็นประธานเปิดงาน นายธัชชเวชว์ จันทร์สุขศรี ผอ.สพม.14 กล่าวรายงานวัตถุประสงค์ การจัดงานครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมประสิทธิภาพการจัดการเรียนรู้ และการบริหารจัดการศึกษาให้กับโรงเรียนทุกโรง ส่งเสริมสนับสนุนผู้บริหาร คณะครู นำนโยบายสู่การปฏิบัติ และพัฒนายกระดับคุณภาพการศึกษาของโรงเรียน ครู ผู้บริหาร บุคลากรทางการศึกษา และผู้เกี่ยวข้องมีเวทีในการแสดงผลงานเพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้ให้เกิดการพัฒนาวิชาชีพและการขับเคลื่อนการปฏิรูปการศึกษาอย่างต่อเนื่องและเป็นรูปธรรม เพื่อเผยแพร่ผลงานการจัดการเรียนรู้ ที่มีคุณภาพ มีคุณค่าทางวิชาการและเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาคุณภาพการศึกษา นอกจากนี้ ยังมีการจัดนิทรรศการของโรงเรียนที่มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนอยู่ในระดับต้นๆ การนำเสนอผลการปฏิบัติที่ดีของครูและผู้บริหาร ตลอดจนมีการมอบโล่รางวัลให้กับครู และโรงเรียนที่มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนสูงขึ้นในปีการศึกษา 2558 มีผู้เข้าร่วมประชุม 500 คน จากโรงเรียนในสังกัด จังหวัดพังงา ภูเก็ตและระนอง เรวดี…ภาพ / ข่าว

30 กันยายน 2559

ขอบคุณแหล่งข้อมูล: สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ

การพัฒนากำลังคนจังหวัดสุรินทร์ให้สอดคล้องกับโมเดลการพัฒนาประเทศไทย ๔.๐

899863.jpg

เมื่อวันที่ 26 กันยายน 2559 จังหวัดสุรินทร์ โดยสำนักงานศึกษาธิการจังหวัดสุรินทร์ จัดประชุมเชิงปฏิบัติการ การพัฒนากำลังคนจังหวัดสุรินทร์ ให้สอดคล้องกับโมเดลการพัฒนา ประเทศไทย ๔.๐ ประจำปีงบประมาณ ๒๕๕๙ ณ โรงแรมทองธารินทร์ จังหวัดสุรินทร์ จำนวน 2 วัน ระหว่างวันที่ 26 – 27 กันยายน 2559 ให้กับบุคลากรภาคเอกชน ภาคประชาชน ภาคการเงินการธนาคาร ภาคการศึกษา และหน่วยงานทุกภาคส่วนในจังหวัดสุรินทร์ จำนวน ๒๐๐ คน โดยมีวัตถุประสงค์ ดังต่อไปนี้

๑. เพื่อกระตุ้นให้บุคลากรทุกภาคส่วนในจังหวัดสุรินทร์เกิดความตื่นตัวและมีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนการพัฒนาและวางแผนกำลังคนจังหวัดสุรินทร์ ให้สอดรับกับแนวทางการพัฒนาประเทศ

๒. เพื่อกำหนดทิศทาง และเตรียมการวางแผนกำลังคนของจังหวัดสุรินทร์ ให้มีประสิทธิภาพ รองรับการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม ที่มุ่งเน้นการพัฒนาไปสู่ความมั่งคั่ง มั่นคง และยั่งยืน

๓. เพื่อเตรียมการจัดการศึกษา ให้สอดรับกับการวางแผนพัฒนากำลังคนของจังหวัดสุรินทร์

อันเนื่องมาจากในปัจจุบันประเทศไทยอยู่ในช่วงการเปลี่ยนแปลงในหลายๆ ด้าน รวมทั้งโครงสร้างเศรษฐกิจไทย ที่กำลังเข้าสู่ยุคการเปลี่ยนแปลงและพัฒนาเศรษฐกิจในโมเดลใหม่ ที่เรียกว่าประเทศไทย ๔.๐ คือเศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม ซึ่งเป็นการปฏิรูปเศรษฐกิจ ที่มุ่งเน้นการพัฒนาไปสู่ความ มั่งคั่ง มั่นคง และยั่งยืน ด้วยการสร้างความเข้มแข็งตามแนวคิดปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงผ่านกลไกประชารัฐ ประเทศไทย ๔.๐ จึงเป็น การพัฒนา “เครื่องยนต์เพื่อขับเคลื่อนการเติบโตทางเศรษฐกิจชุดใหม่” ด้วยการแปลง “ ความได้เปรียบเชิงเปรียบเทียบ” ของประเทศไทยที่มีอยู่ ๒ ด้าน คือ “ความหลากหลายเชิงชีวภาพ และความหลากหลายเชิงนวัตกรรมให้เป็นความได้เปรียบในเชิงแข่งขัน โดยการเติมเต็มด้วยวิทยาการ ความคิดสร้างสรรค์ นวัตกรรมวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และการวิจัยและพัฒนา แล้วต่อยอดความได้เปรียบเชิงเปรียบเทียบเป็น ๕ กลุ่มเทคโนโลยีอุตสาหกรรมเป้าหมายประกอบด้วย กลุ่มอาหาร เกษตร และเทคโนโลยีชีวภาพ กลุ่มสาธารณสุข สุขภาพ และเทคโนโลยีทางการแพทย์ กลุ่มเครื่องมือ อุปกรณ์อัจฉริยะ หุ่นยนต์และระบบเครื่องกล กลุ่มดิจิตอลเทคโนโลยีอินเตอร์เน็ตที่เชื่อมต่อและบังคับอุปกรณ์ต่างๆ กลุ่มอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ วัฒนธรรมและบริการที่มีมูลค่าสูง โดยทั้ง ๕ กลุ่มเทคโนโลยีหลักและอุตสาหกรรมเป้าหมายในประเทศไทย ๔.๐ จะเป็นส่วนที่ประเทศไทยต้องพัฒนาด้วยตนเองเป็นหลัก แล้วค่อยต่อยอดด้วยเครือข่ายความร่วมมือจากต่างประเทศสอดรับกับบันได ๓ ขั้นของหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของ “การพึ่งพาตนเอง พึ่งพากันเอง และรวมกันเป็นกลุ่มอย่างมีพลัง

จังหวัดสุรินทร์ ตระหนักถึงความสำคัญและจำเป็นที่จะต้องพัฒนากำลังคนทุกภาคส่วนในจังหวัดให้สอดรับกับการเปลี่ยนแปลงและการพัฒนาที่มุ่งเน้นการพัฒนาไปสู่ความมั่งคั่ง มั่นคง และยั่งยืนอย่างเป็นรูปธรรมของประเทศ โดยใช้แนวทางสานพลังประชารัฐเป็นตัวการขับเคลื่อน มุ่งเน้นให้ทุกภาคส่วนมีส่วนร่วม ผลักดันการปฏิรูปโครงสร้างเศรษฐกิจ การปฏิรูปการวิจัยและการพัฒนา และการปฏิรูปการศึกษาเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้เกิดจากการจัดการศึกษา ลดความสูญเปล่าที่เกิดจากการลงทุนทางการศึกษาไปพร้อมๆ

กับการวางรากฐานการพัฒนา เศรษฐกิจภายในจังหวัดในระยะยาวเช่นเดียวกับประเทศ จึงจัดกิจกรรมการประชุมเชิงปฏิบัติการ “การพัฒนากำลังคนจังหวัดสุรินทร์ ให้สอดคล้องกับโมเดลการพัฒนาประเทศไทย ๔.๐ ขึ้น

โดยในการนี้ จังหวัดสุรินทร์ โดยสำนักงานศึกษาธิการจังหวัดสุรินทร์ ได้รับเกียรติเป็นอย่า

สูงยิ่งจากนายชัยยศ อิ่มสุวรรณ์ รองปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ได้ให้เกียรติมาเป็นประธานและบรรยายพิเศษ และตลอดถึง ดร.ไกรยส ภัทราวาท ผู้เชี่ยวชาญด้านนโยบายเศรษฐศาสตร์การศึกษา จากสำนักงานส่งเริมสังคมแห่งการเรียนรู้และคุณภาพเยาวชน ผศ.จรูญ ถาวรจักร์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฎสุรินทร์ ผศ.ดร.สวัสดิ์ โพธิวัฒน์ ผศ.ดร.ประวัติ สมเป็น นายอรรถพร สิงหวิชัย ผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์ และนายกฤตพล ชุติกุลกีรติ ผอ.สพป.สุรินทร์ เขต 1 ปฏิบัติหน้านที่ศึกษาธิการจังหวัด ร่วมบรรยายพิเศษและอภิปรายในสาระสำคัญต่าง ๆ เช่น การปฏิรูปการศึกษาให้สอดคล้องกับโมเดลการพัฒนาประเทศไทย 4.0 การจัดการศึกษาตามแผนพัฒนาการศึกษาจังหวัดสุรินทร์และการพัฒนาการศึกษาเชิงพื้นที่และยุทธศาสตร์การพัฒนาจังหวัดสุรินทร์ให้สอดคล้องกับโมเดลการพัฒนาประเทศไทย 4.0

26 กันยายน 2559

ขอบคุณแหล่งข้อมูล: สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ

สอศ.ประชุมผู้บริหารสถานศึกษาอาชีวะรัฐและเอกชน

%E0%B8%9B%E0%B8%81.jpg

จังหวัดปทุมธานี – สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) จัดประชุมผู้บริหารสถานศึกษาอาชีวศึกษาทั่วประเทศ เพื่อติดตามผลดำเนินงานการจัดการอาชีวศึกษา ปีงบประมาณ พ.ศ.2559 ในทุกมิติ พร้อมทั้งเตรียมความพร้อมในการบริหารจัดการงบประมาณตามมาตรการเร่งรัดการใช้จ่ายงบประมาณ ปีงบประมาณ พ.ศ.2560 พร้อมรับนโยบายการปฏิรูปการอาชีวศึกษาและการรับนักเรียนนักศึกษาประจำปีการศึกษา 2560 จาก พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ โดยมีนายชัยพฤกษ์ เสรีรักษ์ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา, นายสุเทพ ชิตยวงษ์ รองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (เลขาธิการ กอศ.คนใหม่) รวมทั้งผู้บริหาร สอศ. และผู้บริหารสถานศึกษาอาชีวศึกษาภาครัฐและเอกชนทั่วประเทศกว่า 1,100 คน เข้าร่วมประชุม เมื่อวันศุกร์ที่ 23 กันยายน 2559 ที่วิทยาลัยการอาชีวศึกษาปทุมธานี อำเภอเมืองปทุมธานี

นายชัยพฤกษ์ เสรีรักษ์ เลขาธิการ กอศ. กล่าวถึงวัตถุประสงค์การจัดประชุมในครั้งนี้ว่า เพื่อติดตามผลการดำเนินงานด้านการจัดการอาชีวศึกษาปีงบประมาณ พ.ศ. 2559 ในทุกมิติ พร้อมให้ผู้บริหารสถานศึกษารับทราบนโยบายการปฏิรูปอาชีวศึกษา อีกทั้งเป็นการซักซ้อมความเข้าใจแนวทางการบริหารจัดการงบประมาณตามมาตรการเร่งรัดการใช้จ่ายงบประมาณปี พ.ศ.2560 ตลอดจนทบทวนแนวทางการเตรียมความพร้อมของสถานศึกษาเพื่อการรับนักเรียนนักศึกษาประจำปีการศึกษา 2560 ภายใต้เครือข่ายการทำงานระหว่างคณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัด (กศจ.) และอาชีวศึกษาจังหวัด (อศจ.) ที่จะช่วยให้การปฏิรูปการศึกษาและการบริหารราชการในกระทรวงศึกษาธิการเกิดประสิทธิภาพมากขึ้น

ทั้งนี้ ในช่วงบ่ายได้จัดให้มีการบรรยายความสำเร็จของการดำเนินงานและภาระงานต่อเนื่องในภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2559 โดยผู้บริหาร สอศ. ในหัวข้อต่างๆ อาทิ ด้านการจัดอาชีวศึกษาแบบมีส่วนร่วมรัฐและเอกชน : โดยนายอกนิษฐ์ คลังแสง รองเลขาธิการ กอศ., ด้านการพัฒนาคุณภาพการอาชีวศึกษา : โดยนายวณิชย์ อ่วมศรี รองเลขาธิการ กอศ., ด้านการบริหารจัดการ : โดยนายชาญเวช บุญประเดิม รองเลขาธิการ กอศ., ด้านการพัฒนาคุณภาพอาชีวศึกษาเอกชนและการบริหารจัดการเชิงบูรณาการเครือข่ายอาชีวศึกษารัฐและเอกชนของ กศจ. และ อศจ. : โดยนายบุญส่ง จำปาโพธิ์ ผู้ช่วยเลขาธิการ กอศ. และมาตรการเร่งด่วนด้านการบริหารจัดการงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2560 และงบกระตุ้นเศรษฐกิจ : โดยสำนักนโยบายและแผนการอาชีวศึกษา สอศ. Cr. ข่าว : สำนักงานรัฐมนตรี กลุ่มประชาสัมพันธ์ สอศ.

23 กันยายน 2559

ขอบคุณแหล่งข้อมูล: สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา

ผู้บริหารสถานศึกษากลุ่มส่งเสริมประสิทธิภาพการจัดการมัธยมศึกษาตอนปลายจังหวัดเชียงใหม่และจังหวัดแม่ฮ่องสอน จัดงานมุทิตาจิตแด่ผู้เกษียณอายุราชการ ประจำปี ๒๕๕๙

898941.jpg

วันที่ 22 กันยายน 2559 เวลา 18.00 น. ผู้บริหารสถานศึกษากลุ่มส่งเสริมประสิทธิภาพการจัดการมัธยมศึกษาตอนปลาย จังหวัดเชียงใหม่และจังหวัดแม่ฮ่องสอน จัดงานมุทิตาจิตแด่ผู้เกษียณอายุราชการ ประจำปี 2559 ณ โรงแรมเชียงใหม่ออคิด อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ โดยมีผู้เกษียณอายุราชการ จำนวน 17 ท่าน ประกอบด้วย นายศักดิ์ชีวิน วัฒโล นางภัทราธร โฆษะโยธิน รอง ผอ.สพม.34 นายกฤษณะ ตั้งวิวัฒนาพานิช ผอ.รร.สารภีพิทยาคม นายมนูญ โพธาวัน ผอ.รร.ฮอดพิทยาคม นายธวัช นะติกา ผอ.ร.ร.แม่แจ่ม นายเสียง ทิพรส ผอ.รร.ขุน ยวมวิทยา นางผ่องพรรณ สายทอง รอง ผอ.รร.ยุพราชวิทยาลัย นายอนุสรณ์ แสนใจบาล รอง ผอ.รร.สองแคววิทยาคม นางนวลจรสพรรณ พรหมเมตจิต รอง ผอ.รร.สันกำแพง นายชุมพล วิจิตรพร รอง ผอ.รร.ปายวิทยาคาร นายชาญณรงค์ รัตนา ผอ.รร.กาวิละอนุกูล นางสาวอัพพร พันธุ์พานิชย์ รอง ผอ.รร.โสตอนุสารสุนทร นางสุภัสสรา ฉายา รอง ผอ.รร.ราชประชานุเคราะห์ 30 นายอดุลย์ นิติสุทธิกา ผอ.กล่มบริหารงานบุคคล นายจงภพ ชูประทีป ผอ.กลุ่มนิเทศติดตามและประเมินผลการจัดการศึกษา นายชนาธิป ทิพย์บำรุง ศึกษานิเทศก์ชำนาญการพิเศษ นางปาริชาติ ธนัญชัย ศึกษานิเทศก์ชำนาญการพิเศษ

โดยได้รับเกียรติจาก นายพุฒิพงศ์ ศิริมาตย์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ประธานพิธีงานมุทิตาจิตผู้เกษียณอายุราชการ ประจำปี 2559 โอกาสนี้ ดร.สิทธิชัย มูลเขียน ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 34 มอบของที่ระลึกให้แก่ผู้เกษียณอายุราชการ

ขอขอบคุณภาพถ่าย : ครูอันธิฌา ขาวแสง เครือข่ายประชาสัมพันธ์โรงเรียนหอพระ และครูอรสา ดีทุ่ง

ดูภาพกิจกรรมได้ที่ https://www.facebook.com/supaporn.yosboonruang/media_set?set=a.142036609…

22 กันยายน 2559

ขอบคุณแหล่งข้อมูล: สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ