Tag Archives: ประสิทธิภาพ

สอศ. บูรณาการวิชาเรียน-กิจกรรม สร้างสรรค์สิ่งประดิษฐ์ของคนรุ่นใหม่ ๒๕๖๐ โชว์ ๔-๗ พ.ค. ๒๕๖๐

%E0%B8%9B%E0%B8%81.JPG

สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา กำหนดจัดประกวดสิ่งประดิษฐ์ของคนรุ่นใหม่ และการแข่งขันหุ่นยนต์ยุวชนอาชีวศึกษา ระดับชาติ 2560 ในงาน “ประชารัฐร่วมพัฒนา สุดยอดนวัตกรรมอาชีวศึกษา” ระหว่างวันที่ 4-7 พฤษภาคม 2560 ณ ห้อง เอ็ม ซี ซี ฮอลล์ ชั้น 4 ห้างสรรพสินค้าเดอะมอลล์ สาขาบางกะปิ กรุงเทพฯ

ดร. สุเทพ ชิตยวงษ์ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา เปิดเผยว่าสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษามีโยบายส่งเสริมการมีส่วนร่วมในกิจกรรมต่าง ๆ ของสถานศึกษาอาชีวศึกษารัฐบาลและสถานศึกษาอาชีวศึกษาเอกชน ในด้านวิชาการ และกิจกรรมการพัฒนาการเรียนการสอน เพื่อให้นักเรียน นักศึกษา สามารถนำความรู้ทางวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีวิศวกรรมศาสตร์ และคณิตศาสตร์ ไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันในงานอาชีพ และสามารถพัฒนาต่อยอดองค์ความรู้ที่เกิดจากการคิดนวัตกรรม สิ่งประดิษฐ์ โครงงานวิทยาศาสตร์อาชีวศึกษา สู่ชุมชนและเชิงพาณิชย์ ด้วยการวิจัยและพัฒนานวัตกรรมและเทคโนโลยี โดยในปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๐ ได้กำหนดจัด “ประชารัฐร่วมพัฒนา สุดยอดนวัตกรรมอาชีวศึกษา” การประกวดสิ่งประดิษฐ์ของคนรุ่นใหม่ และการแข่งขันหุ่นยนต์ยุวชนอาชีวศึกษา 2560 ระหว่างวันที่ 4-7 พฤษภาคม 2560 ณ ห้องเอ็ม ซี ซี ฮอลล์ ห้างสรรพสินค้า เดอะมอลล์ สาขาบางกะปิ กรุงเทพฯ ทั้งนี้เพื่อยกระดับคุณภาพอาชีวศึกษา พัฒนาการสร้างนวัตกรรมและสิ่งประดิษฐ์สู่เชิงพาณิชย์ และนานาชาติ พร้อมทั้งส่งเสริมสนับสนุนผลงานนวัตกรรมสิ่งประดิษฐ์ฯ ให้ได้รับความคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญา เพื่อก้าวไปสู่ Thailand ๔.๐ และเปิดเป็นเวทีให้นักเรียนนักศึกษา ได้นำผลงานสิ่งประดิษฐ์เข้าร่วมประกวดและแสดงให้ประชาชนได้ร่วมชมผลงานด้วย

เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา กล่าวต่อไปว่า “ประชารัฐร่วมพัฒนา สุดยอดนวัตกรรมอาชีวศึกษา” การประกวดสิ่งประดิษฐ์ของคนรุ่นใหม่ และการแข่งขันหุ่นยนต์ยุวชนอาชีวศึกษา 2560 มีผลงานที่ผ่านการคัดเลือกจากการประกวดจากระดับจังหวัด และระดับภาค 5 ภาค รวมจำนวนทั้งสิ้น 220 ผลงาน จากจำนวนทั้งหมดกว่า 5,000 ผลงาน แบ่งการประกวดออกเป็น 11 ประเภท ได้แก่ ประเภทที่ 1 สิ่งประดิษฐ์ด้านพัฒนาคุณภาพชีวิต ประเภทที่ 2 สิ่งประดิษฐ์ด้านการประกอบอาชีพ ประเภทที่ 3 สิ่งประดิษฐ์ด้านผลิตภัณฑ์สำเร็จรูป ประเภทที่ 4 สิ่งประดิษฐ์ด้านการอนุรักษ์พลังงาน (แบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม) ได้แก่กลุ่มผลิตพลังงาน และกลุ่มการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน ประเภทที่ 5 สิ่งประดิษฐ์ด้านการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ประเภทที่ 6 สิ่งประดิษฐ์ด้านการแพทย์ และชีวอนามัย และประเภทที่ 7 สิ่งประดิษฐ์ด้านผลิตภัณฑ์อาหาร ประเภทที่ 8 สิ่งประดิษฐ์ด้านเทคโนโลยีการเกษตร (เครื่องมืออุปกรณ์เพื่อการดำนา) ประเภทที่ 9 สิ่งประดิษฐ์ด้านหัตถศิลป์ ประเภทที่ 10 สิ่งประดิษฐ์ด้านนวัตกรรมซอฟแวร์ และระบบสมองกลฝังตัว (Software & Embedded System Innovation) แบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม ได้แก่กลุ่มพัฒนาซอฟต์แวร์ และกลุ่มพัฒนาระบบสมองกลฝังตัว ประเภทที่ 11 สิ่งประดิษฐ์ด้านบำบัดน้ำ (น้ำเพื่อปะชาชน)นอกจากนี้ยังได้กำหนดให้มีการประกวดประเภทองค์ความรู้ การนำเสนอผลงานวิจัยนวัตกรรมและสิ่งประดิษฐ์ของคนรุ่นใหม่ภาคภาษาอังกฤษ เพื่อการเข้าสู่ความเป็นมาตรฐานสากล จำนวน 20 ผลงาน และเพื่อเป็นการส่งเสริมเยาวชนระดับประถมศึกษา สังกัดโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดน กองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน ให้เป็นนักคิดนักประดิษฐ์ และมีทัศนคติที่ดีในการศึกษาต่อในการเรียนสายวิชาชีพ สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา จึงได้จัดการแข่งขันหุ่นยนต์ยุวชนอาชีวศึกษาขึ้น โดยคัดเลือกจากทีม ของนักเรียน โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดน ในพื้นที่ ระดับภาค ทั้ง 4 ภาค เข้าสู่ระดับชาติ ชิงถ้วยรางวัล พระราชทาน สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี จำนวน 16 ทีม เข้าร่วมการแข่งขันในครั้งนี้ด้วย

สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ได้เล็งเห็นความสำคัญ ของการส่งเสริมสนับสนุน การวิจัยและพัฒนาสิ่งประดิษฐ์มา โดยตลอด ทั้งในด้านปริมาณ และคุณภาพ มาจนถึงปีการศึกษาปัจจุบัน มีผลงานสิ่งประดิษฐ์ มากกว่า 25,000 ผลงาน สามารถพัฒนาต่อยอดในเชิงพาณิชย์ จนสามารถ จดสิทธิบัตรได้ และอยู่ระหว่างการส่งเสริม และพัฒนา ประมาณ 100 ผลงาน และในโอกาสนี้สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษาได้รับพระกรุณาธิคุณจากสมเด็จพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ เสด็จเป็นองค์ประธานในพิธีประทานรางวัลแก่ผู้ชนะการประกวดฯ ในวันที่ 7 พฤษภาคม 2560

กลุ่มประชาสัมพันธ์ 5 พฤษภาคม 2560

ขอบคุณแหล่งข้อมูล: สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา

สอศ.ร่วม ๓ สมาคมโรงงานน้ำตาลทรายผลิตกำลังคนรองรับงานอุตสาหกรรมความหวาน

7.jpg

ดร.สุเทพ ชิตยวงษ์ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา เปิดเผย สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ร่วมกับ 3 สมาคมการค้าอุตสาหกรรมน้ำตาล ได้แก่ สมาคมโรงงานน้ำตาลไทย สมาคมผู้ผลิตน้ำตาลและชีวพลังงานไทย และสมาคมการค้าอุตสาหกรรมน้ำตาล ผนึกกำลังผลักดันให้มีการพัฒนาอุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาลทราย อย่างเป็นระบบ มีแผนงานรองรับและเป้าหมาย แก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นจากโรงงานอุตสาหกรรมน้ำตาลและเสริมสร้างระบบให้เกิดความเป็นธรรม รวมไปถึงการร่วมดูแลสิ่งแวดล้อมและผลกระทบที่เกิดจากการปลูกอ้อย ที่สำคัญ จะร่วมกันผลิตบุคลากรที่มีทักษะและสร้างนักเทคโนโลยีรองรับอุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาล เพื่อให้อุตสาหกรรมนี้มีความเข้มแข็ง และมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น สอดคล้องกับความต้องการของผู้ประกอบการ และจะพัฒนาผู้เรียนทั้งในระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) ประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) และระดับปริญญาเทคโนโลยีสายปฏิบัติการ ในรูปแบบการเรียนการสอนที่หลากหลาย และรูปแบบทวิภาคี การเข้ารับการฝึกอบรม และฝึกอาชีพในสถานประกอบการ การพัฒนาหลักสูตรที่เกี่ยวข้อง รวมไปถึงการส่งเสริมฝึกอบรมให้แก่ครู และบุคลากรอาชีวศึกษาให้มีความรู้ และทักษะทางอุตสาหกรรมอ้อย และน้ำตาลทราย

เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา กล่าวต่อไปว่าในความร่วมมือครั้งนี้ สอศ.ได้รับความร่วมมือ จากสมาคมโรงงานน้ำตาลไทย สมาคมผู้ผลิตน้ำตาลและชีวพลังงานไทย และ สมาคมการค้าอุตสาหกรรมน้ำตาล ซึ่งมีโรงงานรวมอยู่ทั้งหมด 55 แห่ง ในพื้นที่ 28 จังหวัดทั่วประเทศ โดยมี บริษัท ไทยชูการ์ มิลเลอร์ จำกัด เป็นผู้ประสานงานความร่วมมือในครั้งนี้ สำหรับสาขาที่อาชีวศึกษาจะจัดส่งให้ไปเรียนรู้หรือฝึกประสบการณ์ในโรงงานอุตสาหกรรมน้ำตาล เบื้องต้นได้เตรียมสาขาซ่อมบำรุงเครื่องกล สาขาเครื่องมือการเกษตรและเทคโนโลยีการจัดการเกษตรสมัยใหม่ เพื่อรองรับระบบการจัดการในโรงงานอย่างครบวงจร

กลุ่มประชาสัมพันธ์ 28 มีนาคม 2560

ขอบคุณแหล่งข้อมูล: สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา

“วิทยาลัยเทคนิคศรีสะเกษ” “วิทยาลัยเทคโนโลยีตั้งตรงจิตรบริหารธุรกิจ” คว้าแชมป์ “อวด-ดี อาชีวะ ๒”

5.jpg

สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) ร่วมกับ บริษัท ทีวีบูรพา จำกัด จัดโครงการ “อวด-ดี อาชีวะ 2” เพื่อให้น้องๆ ชาวอาชีวะได้เห็นคุณค่าของตนและของสังคม ใช้ฝีมือและสมองโชว์ผลงานอวดความดี อวดความเจ๋ง อวดไอเดีย ร่วมประกวดภาพยนตร์และสารคดีเพื่อชิงทุนการศึกษาในครั้งนี้ โดยมีบุคลากรและชาวอาชีวศึกษาสนใจเข้าร่วมกิจกรรมโครงการถึง 73 วิทยาลัย ทั้งอาชีวศึกษาภาครัฐและเอกชน ร่วมส่งผลงาน 90 ผลงาน และได้คัดเลือก 25 ทีมสุดเจ๋ง ที่ผ่านเข้ารอบสุดท้ายในโครงการอวด-ดี อาชีวะ ปี 2 ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของ คนช่างสร้างชาติ, สุดยอดฝีมือ, สุดยอดนวัตกรรม, อาชีวะเปลี่ยนชีวิต และจิตอาสาอาชีวะ ซึ่งเรื่องราวเหล่านี้คือ เรื่องดีๆ ของชาวอาชีวศึกษา โครงการ อวด-ดี อาชีวะ 2 แบ่งการประกวดออกเป็น ภาพยนตร์สารคดีสั้นและสารคดี เพื่อชิงทุนการศึกษา กว่า 450,000 บาท 1.สาขาภาพยนตร์สารคดี คือ สื่อวีดิทัศน์ที่สร้างขึ้นจากเรื่องจริง หรือสร้างจากเค้าโครงเรื่องจริง หรือดัดแปลงปรุงแต่งจากเรื่องจริง โดยไม่บิดเบือนหรือเกินจริง ถ่ายทอดผ่านตัวละคร หรือนักแสดงสมมติ ในเหตุการณ์ที่จำลองเสมือนจริง 2.สาขาสารคดี คือ สื่อวีดิทัศน์ที่สร้างขึ้นจากเรื่องจริง โดยไม่มีการดัดแปลง ถ่ายทอดเรื่องราวจากบุคคลคนนั้นจริงๆ ในเหตุการณ์หรือสถานการณ์จริงทั้งหมด “อวด-ดี อาชีวะ ปี 2” ได้ “สร้างทักษะพิเศษ” และ “เสริมอาวุธ” ทางปัญญาอย่างทรงประสิทธิภาพและครบวงจรให้ชาวอาชีวศึกษามีทักษะในการสื่อสารเป็นความรู้ติดตัว เพื่อประโยชน์ในการประกอบอาชีพในอนาคต และยังเป็น “นักสื่อสาร” “นักประชาสัมพันธ์” ชั้นเยี่ยม เพื่อเป็นกลไกอันแข็งแกร่งที่จะช่วยสร้างค่านิยมอาชีวศึกษาอย่างยั่งยืน งานประกาศผลรางวัล โครงการ “อวด-ดี อาชีวะ 2” จัดขึ้น ณ Crystal Design Center (CDC) ห้อง Crystal Grand Ballroom ในวันที่ 30 พฤศจิกายน 2559 โดยมี ดร.บุญส่ง จำปาโพธิ์ รองเลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา และดร.ชาญเวช บุญประเดิม ที่ปรึกษาพิเศษ ฯ ให้เกียรติเป็นประธานในการจัดงานครั้งนี้

รางวัลภาพยนตร์และสารคดี อวด-ดี อาชีวะ 2 1. รางวัล “สุดยอดผลงาน อวด-ดีอาชีวะ ปี 2” ทุนการศึกษารางวัลละ 50,000 บาท 1.1 รางวัลชนะเลิศสาขาภาพยนตร์ ผลงานเรื่อง เฟรมมือหนึ่ง : วิทยาลัยเทคโนโลยีตั้งตรงจิตรบริหารธุรกิจ 1.2 รางวัลชนะเลิศสาขาสารคดี ผลงานเรื่อง INNOVATOR นวัตกรรมเปลี่ยนโลก : วิทยาลัยเทคนิคศรีสะเกษ 2. รางวัลยอดเยี่ยมทางด้านเนื้อหา ทุนการศึกษารางวัลละ 30,000 บาท 2.1 คนช่างสร้างชาติ ผลงานเรื่อง วิศวกรชีวิต : วิทยาลัยอาชีวศึกษาธนบุรี 2.2 สุดยอดนวัตกรรม ผลงานเรื่องINNOVATOR นวัตกรรมเปลี่ยนโลก : วิทยาลัยเทคนิคศรีสะเกษ 2.3 สุดยอดฝีมือ ผลงานเรื่อง The Dress Up : วิทยาลัยอาชีวศึกษานครสวรรค์ 2.4 อาชีวะเปลี่ยนชีวิต ผลงานเรื่อง จิกซอว์ : วิทยาลัยการอาชีพกาญจนบุรี 2.5 จิตอาสาอาชีวะ ผลงานเรื่อง เรื่องธรรมดา…ธรรมดา : วิทยาลัยเทคนิคโพธาราม 3. รางวัลยอดเยี่ยมสาขาต่างๆ ด้าน Production ทุนการศึกษารางวัลละ 20,000 บาท 3.1 บทสารคดียอดเยี่ยม ผลงานเรื่อง INNOVATOR นวัตกรรมเปลี่ยนโลก : วิทยาลัยเทคนิคศรีสะเกษ 3.2 บทภาพยนตร์ยอดเยี่ยม ผลงานเรื่อง จิกซอว์ : วิทยาลัยการอาชีพกาญจนบุรี 3.3 ถ่ายภาพยอดเยี่ยม ผลงานเรื่อง The Dress Up : วิทยาลัยอาชีวศึกษานครสวรรค์ 3.4 ลำดับภาพยอดเยี่ยม ผลงานเรื่อง : ไอ้เก้อ สุดยอดโมเดลรถเกี่ยวข้าว :วิทยาลัยการอาชีพศรีสะเกษ 3.5 พิธีกรยอดเยี่ยม “นางสาวธัญลักษณ์ วงศ์ปาน” ผลงานเรื่อง เรื่องธรรมดา…ธรรมดา : วิทยาลัยเทคนิคโพธาราม 3.6 นักแสดงนำยอดเยี่ยม “นางสาวกัญญารัตน์ ยูฮันเงาะ” ผลงานเรื่อง ดวงดาวน้อย : วิทยาลัยบริหารธุรกิจและการท่องเที่ยวกรุงเทพ 3.7 รางวัล ขวัญใจชาวอาชีวศึกษา หรือ Popular Vote ผลงานเรื่อง INNOVATOR นวัตกรรมเปลี่ยนโลก : วิทยาลัยเทคนิคศรีสะเกษ กลุ่มประชาสัมพันธ์ / 6 ธันวาคม 2559

ขอบคุณแหล่งข้อมูล: สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา

สพม.๑๔ ประชุมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ทางวิชาการด้วย ๑๐ Best practices ยกระดับผลสัมฤทธิ์

901092.JPG

เมื่อวันที่ 23 กันยายน 2559 สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 14 จัดประชุมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ทางวิชาการ ในการยกระดับผลสัมฤทธิ์ ด้วย 10 Best practices และนำเสนอผลงานของครู ผู้บริหาร ระดับเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 14 โดยมีนายขจรเกียรติ รักพานิชมณี รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต เป็นประธานเปิดงาน นายธัชชเวชว์ จันทร์สุขศรี ผอ.สพม.14 กล่าวรายงานวัตถุประสงค์ การจัดงานครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมประสิทธิภาพการจัดการเรียนรู้ และการบริหารจัดการศึกษาให้กับโรงเรียนทุกโรง ส่งเสริมสนับสนุนผู้บริหาร คณะครู นำนโยบายสู่การปฏิบัติ และพัฒนายกระดับคุณภาพการศึกษาของโรงเรียน ครู ผู้บริหาร บุคลากรทางการศึกษา และผู้เกี่ยวข้องมีเวทีในการแสดงผลงานเพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้ให้เกิดการพัฒนาวิชาชีพและการขับเคลื่อนการปฏิรูปการศึกษาอย่างต่อเนื่องและเป็นรูปธรรม เพื่อเผยแพร่ผลงานการจัดการเรียนรู้ ที่มีคุณภาพ มีคุณค่าทางวิชาการและเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาคุณภาพการศึกษา นอกจากนี้ ยังมีการจัดนิทรรศการของโรงเรียนที่มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนอยู่ในระดับต้นๆ การนำเสนอผลการปฏิบัติที่ดีของครูและผู้บริหาร ตลอดจนมีการมอบโล่รางวัลให้กับครู และโรงเรียนที่มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนสูงขึ้นในปีการศึกษา 2558 มีผู้เข้าร่วมประชุม 500 คน จากโรงเรียนในสังกัด จังหวัดพังงา ภูเก็ตและระนอง เรวดี…ภาพ / ข่าว

30 กันยายน 2559

ขอบคุณแหล่งข้อมูล: สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ

การพัฒนากำลังคนจังหวัดสุรินทร์ให้สอดคล้องกับโมเดลการพัฒนาประเทศไทย ๔.๐

899863.jpg

เมื่อวันที่ 26 กันยายน 2559 จังหวัดสุรินทร์ โดยสำนักงานศึกษาธิการจังหวัดสุรินทร์ จัดประชุมเชิงปฏิบัติการ การพัฒนากำลังคนจังหวัดสุรินทร์ ให้สอดคล้องกับโมเดลการพัฒนา ประเทศไทย ๔.๐ ประจำปีงบประมาณ ๒๕๕๙ ณ โรงแรมทองธารินทร์ จังหวัดสุรินทร์ จำนวน 2 วัน ระหว่างวันที่ 26 – 27 กันยายน 2559 ให้กับบุคลากรภาคเอกชน ภาคประชาชน ภาคการเงินการธนาคาร ภาคการศึกษา และหน่วยงานทุกภาคส่วนในจังหวัดสุรินทร์ จำนวน ๒๐๐ คน โดยมีวัตถุประสงค์ ดังต่อไปนี้

๑. เพื่อกระตุ้นให้บุคลากรทุกภาคส่วนในจังหวัดสุรินทร์เกิดความตื่นตัวและมีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนการพัฒนาและวางแผนกำลังคนจังหวัดสุรินทร์ ให้สอดรับกับแนวทางการพัฒนาประเทศ

๒. เพื่อกำหนดทิศทาง และเตรียมการวางแผนกำลังคนของจังหวัดสุรินทร์ ให้มีประสิทธิภาพ รองรับการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม ที่มุ่งเน้นการพัฒนาไปสู่ความมั่งคั่ง มั่นคง และยั่งยืน

๓. เพื่อเตรียมการจัดการศึกษา ให้สอดรับกับการวางแผนพัฒนากำลังคนของจังหวัดสุรินทร์

อันเนื่องมาจากในปัจจุบันประเทศไทยอยู่ในช่วงการเปลี่ยนแปลงในหลายๆ ด้าน รวมทั้งโครงสร้างเศรษฐกิจไทย ที่กำลังเข้าสู่ยุคการเปลี่ยนแปลงและพัฒนาเศรษฐกิจในโมเดลใหม่ ที่เรียกว่าประเทศไทย ๔.๐ คือเศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม ซึ่งเป็นการปฏิรูปเศรษฐกิจ ที่มุ่งเน้นการพัฒนาไปสู่ความ มั่งคั่ง มั่นคง และยั่งยืน ด้วยการสร้างความเข้มแข็งตามแนวคิดปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงผ่านกลไกประชารัฐ ประเทศไทย ๔.๐ จึงเป็น การพัฒนา “เครื่องยนต์เพื่อขับเคลื่อนการเติบโตทางเศรษฐกิจชุดใหม่” ด้วยการแปลง “ ความได้เปรียบเชิงเปรียบเทียบ” ของประเทศไทยที่มีอยู่ ๒ ด้าน คือ “ความหลากหลายเชิงชีวภาพ และความหลากหลายเชิงนวัตกรรมให้เป็นความได้เปรียบในเชิงแข่งขัน โดยการเติมเต็มด้วยวิทยาการ ความคิดสร้างสรรค์ นวัตกรรมวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และการวิจัยและพัฒนา แล้วต่อยอดความได้เปรียบเชิงเปรียบเทียบเป็น ๕ กลุ่มเทคโนโลยีอุตสาหกรรมเป้าหมายประกอบด้วย กลุ่มอาหาร เกษตร และเทคโนโลยีชีวภาพ กลุ่มสาธารณสุข สุขภาพ และเทคโนโลยีทางการแพทย์ กลุ่มเครื่องมือ อุปกรณ์อัจฉริยะ หุ่นยนต์และระบบเครื่องกล กลุ่มดิจิตอลเทคโนโลยีอินเตอร์เน็ตที่เชื่อมต่อและบังคับอุปกรณ์ต่างๆ กลุ่มอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ วัฒนธรรมและบริการที่มีมูลค่าสูง โดยทั้ง ๕ กลุ่มเทคโนโลยีหลักและอุตสาหกรรมเป้าหมายในประเทศไทย ๔.๐ จะเป็นส่วนที่ประเทศไทยต้องพัฒนาด้วยตนเองเป็นหลัก แล้วค่อยต่อยอดด้วยเครือข่ายความร่วมมือจากต่างประเทศสอดรับกับบันได ๓ ขั้นของหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของ “การพึ่งพาตนเอง พึ่งพากันเอง และรวมกันเป็นกลุ่มอย่างมีพลัง

จังหวัดสุรินทร์ ตระหนักถึงความสำคัญและจำเป็นที่จะต้องพัฒนากำลังคนทุกภาคส่วนในจังหวัดให้สอดรับกับการเปลี่ยนแปลงและการพัฒนาที่มุ่งเน้นการพัฒนาไปสู่ความมั่งคั่ง มั่นคง และยั่งยืนอย่างเป็นรูปธรรมของประเทศ โดยใช้แนวทางสานพลังประชารัฐเป็นตัวการขับเคลื่อน มุ่งเน้นให้ทุกภาคส่วนมีส่วนร่วม ผลักดันการปฏิรูปโครงสร้างเศรษฐกิจ การปฏิรูปการวิจัยและการพัฒนา และการปฏิรูปการศึกษาเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้เกิดจากการจัดการศึกษา ลดความสูญเปล่าที่เกิดจากการลงทุนทางการศึกษาไปพร้อมๆ

กับการวางรากฐานการพัฒนา เศรษฐกิจภายในจังหวัดในระยะยาวเช่นเดียวกับประเทศ จึงจัดกิจกรรมการประชุมเชิงปฏิบัติการ “การพัฒนากำลังคนจังหวัดสุรินทร์ ให้สอดคล้องกับโมเดลการพัฒนาประเทศไทย ๔.๐ ขึ้น

โดยในการนี้ จังหวัดสุรินทร์ โดยสำนักงานศึกษาธิการจังหวัดสุรินทร์ ได้รับเกียรติเป็นอย่า

สูงยิ่งจากนายชัยยศ อิ่มสุวรรณ์ รองปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ได้ให้เกียรติมาเป็นประธานและบรรยายพิเศษ และตลอดถึง ดร.ไกรยส ภัทราวาท ผู้เชี่ยวชาญด้านนโยบายเศรษฐศาสตร์การศึกษา จากสำนักงานส่งเริมสังคมแห่งการเรียนรู้และคุณภาพเยาวชน ผศ.จรูญ ถาวรจักร์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฎสุรินทร์ ผศ.ดร.สวัสดิ์ โพธิวัฒน์ ผศ.ดร.ประวัติ สมเป็น นายอรรถพร สิงหวิชัย ผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์ และนายกฤตพล ชุติกุลกีรติ ผอ.สพป.สุรินทร์ เขต 1 ปฏิบัติหน้านที่ศึกษาธิการจังหวัด ร่วมบรรยายพิเศษและอภิปรายในสาระสำคัญต่าง ๆ เช่น การปฏิรูปการศึกษาให้สอดคล้องกับโมเดลการพัฒนาประเทศไทย 4.0 การจัดการศึกษาตามแผนพัฒนาการศึกษาจังหวัดสุรินทร์และการพัฒนาการศึกษาเชิงพื้นที่และยุทธศาสตร์การพัฒนาจังหวัดสุรินทร์ให้สอดคล้องกับโมเดลการพัฒนาประเทศไทย 4.0

26 กันยายน 2559

ขอบคุณแหล่งข้อมูล: สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ

สอศ.ประชุมผู้บริหารสถานศึกษาอาชีวะรัฐและเอกชน

%E0%B8%9B%E0%B8%81.jpg

จังหวัดปทุมธานี – สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) จัดประชุมผู้บริหารสถานศึกษาอาชีวศึกษาทั่วประเทศ เพื่อติดตามผลดำเนินงานการจัดการอาชีวศึกษา ปีงบประมาณ พ.ศ.2559 ในทุกมิติ พร้อมทั้งเตรียมความพร้อมในการบริหารจัดการงบประมาณตามมาตรการเร่งรัดการใช้จ่ายงบประมาณ ปีงบประมาณ พ.ศ.2560 พร้อมรับนโยบายการปฏิรูปการอาชีวศึกษาและการรับนักเรียนนักศึกษาประจำปีการศึกษา 2560 จาก พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ โดยมีนายชัยพฤกษ์ เสรีรักษ์ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา, นายสุเทพ ชิตยวงษ์ รองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (เลขาธิการ กอศ.คนใหม่) รวมทั้งผู้บริหาร สอศ. และผู้บริหารสถานศึกษาอาชีวศึกษาภาครัฐและเอกชนทั่วประเทศกว่า 1,100 คน เข้าร่วมประชุม เมื่อวันศุกร์ที่ 23 กันยายน 2559 ที่วิทยาลัยการอาชีวศึกษาปทุมธานี อำเภอเมืองปทุมธานี

นายชัยพฤกษ์ เสรีรักษ์ เลขาธิการ กอศ. กล่าวถึงวัตถุประสงค์การจัดประชุมในครั้งนี้ว่า เพื่อติดตามผลการดำเนินงานด้านการจัดการอาชีวศึกษาปีงบประมาณ พ.ศ. 2559 ในทุกมิติ พร้อมให้ผู้บริหารสถานศึกษารับทราบนโยบายการปฏิรูปอาชีวศึกษา อีกทั้งเป็นการซักซ้อมความเข้าใจแนวทางการบริหารจัดการงบประมาณตามมาตรการเร่งรัดการใช้จ่ายงบประมาณปี พ.ศ.2560 ตลอดจนทบทวนแนวทางการเตรียมความพร้อมของสถานศึกษาเพื่อการรับนักเรียนนักศึกษาประจำปีการศึกษา 2560 ภายใต้เครือข่ายการทำงานระหว่างคณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัด (กศจ.) และอาชีวศึกษาจังหวัด (อศจ.) ที่จะช่วยให้การปฏิรูปการศึกษาและการบริหารราชการในกระทรวงศึกษาธิการเกิดประสิทธิภาพมากขึ้น

ทั้งนี้ ในช่วงบ่ายได้จัดให้มีการบรรยายความสำเร็จของการดำเนินงานและภาระงานต่อเนื่องในภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2559 โดยผู้บริหาร สอศ. ในหัวข้อต่างๆ อาทิ ด้านการจัดอาชีวศึกษาแบบมีส่วนร่วมรัฐและเอกชน : โดยนายอกนิษฐ์ คลังแสง รองเลขาธิการ กอศ., ด้านการพัฒนาคุณภาพการอาชีวศึกษา : โดยนายวณิชย์ อ่วมศรี รองเลขาธิการ กอศ., ด้านการบริหารจัดการ : โดยนายชาญเวช บุญประเดิม รองเลขาธิการ กอศ., ด้านการพัฒนาคุณภาพอาชีวศึกษาเอกชนและการบริหารจัดการเชิงบูรณาการเครือข่ายอาชีวศึกษารัฐและเอกชนของ กศจ. และ อศจ. : โดยนายบุญส่ง จำปาโพธิ์ ผู้ช่วยเลขาธิการ กอศ. และมาตรการเร่งด่วนด้านการบริหารจัดการงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2560 และงบกระตุ้นเศรษฐกิจ : โดยสำนักนโยบายและแผนการอาชีวศึกษา สอศ. Cr. ข่าว : สำนักงานรัฐมนตรี กลุ่มประชาสัมพันธ์ สอศ.

23 กันยายน 2559

ขอบคุณแหล่งข้อมูล: สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา

ผู้บริหารสถานศึกษากลุ่มส่งเสริมประสิทธิภาพการจัดการมัธยมศึกษาตอนปลายจังหวัดเชียงใหม่และจังหวัดแม่ฮ่องสอน จัดงานมุทิตาจิตแด่ผู้เกษียณอายุราชการ ประจำปี ๒๕๕๙

898941.jpg

วันที่ 22 กันยายน 2559 เวลา 18.00 น. ผู้บริหารสถานศึกษากลุ่มส่งเสริมประสิทธิภาพการจัดการมัธยมศึกษาตอนปลาย จังหวัดเชียงใหม่และจังหวัดแม่ฮ่องสอน จัดงานมุทิตาจิตแด่ผู้เกษียณอายุราชการ ประจำปี 2559 ณ โรงแรมเชียงใหม่ออคิด อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ โดยมีผู้เกษียณอายุราชการ จำนวน 17 ท่าน ประกอบด้วย นายศักดิ์ชีวิน วัฒโล นางภัทราธร โฆษะโยธิน รอง ผอ.สพม.34 นายกฤษณะ ตั้งวิวัฒนาพานิช ผอ.รร.สารภีพิทยาคม นายมนูญ โพธาวัน ผอ.รร.ฮอดพิทยาคม นายธวัช นะติกา ผอ.ร.ร.แม่แจ่ม นายเสียง ทิพรส ผอ.รร.ขุน ยวมวิทยา นางผ่องพรรณ สายทอง รอง ผอ.รร.ยุพราชวิทยาลัย นายอนุสรณ์ แสนใจบาล รอง ผอ.รร.สองแคววิทยาคม นางนวลจรสพรรณ พรหมเมตจิต รอง ผอ.รร.สันกำแพง นายชุมพล วิจิตรพร รอง ผอ.รร.ปายวิทยาคาร นายชาญณรงค์ รัตนา ผอ.รร.กาวิละอนุกูล นางสาวอัพพร พันธุ์พานิชย์ รอง ผอ.รร.โสตอนุสารสุนทร นางสุภัสสรา ฉายา รอง ผอ.รร.ราชประชานุเคราะห์ 30 นายอดุลย์ นิติสุทธิกา ผอ.กล่มบริหารงานบุคคล นายจงภพ ชูประทีป ผอ.กลุ่มนิเทศติดตามและประเมินผลการจัดการศึกษา นายชนาธิป ทิพย์บำรุง ศึกษานิเทศก์ชำนาญการพิเศษ นางปาริชาติ ธนัญชัย ศึกษานิเทศก์ชำนาญการพิเศษ

โดยได้รับเกียรติจาก นายพุฒิพงศ์ ศิริมาตย์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ประธานพิธีงานมุทิตาจิตผู้เกษียณอายุราชการ ประจำปี 2559 โอกาสนี้ ดร.สิทธิชัย มูลเขียน ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 34 มอบของที่ระลึกให้แก่ผู้เกษียณอายุราชการ

ขอขอบคุณภาพถ่าย : ครูอันธิฌา ขาวแสง เครือข่ายประชาสัมพันธ์โรงเรียนหอพระ และครูอรสา ดีทุ่ง

ดูภาพกิจกรรมได้ที่ https://www.facebook.com/supaporn.yosboonruang/media_set?set=a.142036609…

22 กันยายน 2559

ขอบคุณแหล่งข้อมูล: สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ

สพม.๓๔ ประชุมเชิงปฏิบัติการเครือข่ายผู้ตรวจสอบภายในสถานศึกษา

897706.jpg

วันที่ 19 กันยายน 2559 เวลา 09.00 น. ดร.สิทธิชัย มูลเขียน ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 34 ประธานพิธีเปิดการประชุมเชิงปฏิบัติการเครือข่ายผู้ตรวจสอบภายในสถานศึกษา ให้แก่ ผู้บริหารสถานศึกษาและข้าราชการครู จำนวน 42 โรงเรียน 87 คน ณ ห้องประชุมโรงเรียนกาวิละวิทยาลัย โดย นางสาวเพ็ญพรรณ จันทรคณา ผู้อำนวยการหน่วยตรวจสอบภายใน กล่าวรายงานวัตถุประสงค์ เพื่อให้ผู้ตรวจสอบภายในสถานศึกษาในสังกัด มีความรู้ความเข้าใจในการตรวจสอบภายในและระเบียบต่างๆด้านการเงิน การบัญชี และการพัสดุ สามารถตรวจสอบงานการบริหารงบประมาณของสถานศึกษา เพื่อให้คำปรึกษา ข้อเสนอแนะหรือแนวทางการปรับปรุงแก้ไขการบริหารงานและการปฏิบัติ ให้ผู้บริหารและผู้ปฏิบัติงานให้ปฏิบัติงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ประสิทธิผล และบรรลุผลสัมฤทธิ์ของงาน รวมทั้งให้มีการบริหารจัดการที่ดี

ดร.สิทธิชัย มูลเขียน กล่าวว่า หน่วยตรวจสอบภายใน เป็นหน่วยงานที่มีความสำคัญ เพราะการตรวจสอบภายใน เป็นการให้บริการข้อมูลแก่ฝ่ายบริหาร และเป็นหลักประกันขององค์กร ในด้านการประเมินประสิทธิผล และประสิทธิภาพของระบบการควบคุมภายในที่เหมาะสม ทั้งในด้านการเงินและบริหารงาน เพื่อส่งเสริมการปฏิบัติงานให้บรรลุวัตถุประสงค์และเป้าหมายขององค์กรโดยการเสนอรายงานเกี่ยวกับกิจกรรมการเพิ่มมูลค่าขององค์กร รวมทั้งการเป็นผู้ให้คำปรึกษากับฝ่ายบริหาร ในการปรับปรุง ประสิทธิภาพการทำงานเพื่อเพิ่มประสิทธิผล และดูแลให้มีการใช้ทรัพยากรอย่างประหยัดและคุ้มค่า อันส่งผลโดยตรงต่อการบริหารงานของสถานศึกษาและการจัดการศึกษาของชาติ นับว่าการจัดประชุมในครั้งนี้เป็นกิจกรรมที่มีประโยชน์อย่างมาก ดังนั้น การประชุมในวันนี้จึงถือว่า เป็นการพัฒนากระบวนการทำงานใหม่ในหน่วยงานของท่านด้วย ขอให้ท่านได้ตั้งใจรับเอาความรู้ จากการประชุมครั้งนี้ให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพื่อนำไปสู่การปฏิบัติจริงในสถานศึกษาต่อไป

ภาพ กลุ่มอำนวยการ

19 กันยายน 2559

ขอบคุณแหล่งข้อมูล: สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ

สอนอย่างไรให้สำเร็จ เคล็ดลับโอเน็ตสูงโรงเรียนบ้านสำโรงหัวนาโนนจันทร์หอม สพป.มหาสารคาม เขต ๓

895704.JPG

วันที่ 8 สิงหาคม 2559 ที่ห้องผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษามหาสารคาม เขต 3 นายสมพงษ์ โรจน์ภัทรพงศ์ ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา มอบโล่และเกียรติบัตรแก่โรงเรียนบ้านสำโรงหัวนาโนนจันทร์หอม และข้าราชการครูผู้ปฏิบัติงานการสอนดีเด่น สอนนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 มีผลการสอบระดับชาติขั้นพื้นฐาน (O-NET) ปีการศึกษา 2558 ยอดเยี่ยม สมควรที่จะได้รับการยกย่องเชิดชูเกียรติ ดังนี้

1. นายสุระพงษ์ ราชดา ครูผู้สอนวิทยาศาสตร์ดีเด่น นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 มีผลการสอบระดับชาติขั้นพื้นฐาน (O-NET) ปีการศึกษา 2558 ได้ลำดับที่ 1 ระดับสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา มีพัฒนาการร้อยละ 8.11 และมีค่าเฉลี่ยสูงกว่าระดับประเทศ (ร้อยละ 43.67: 37.63)

2. นางสาวสุรีย์พร พรรณนา ครูผู้สอนคณิตศาสตร์ดีเด่น นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 มีค่าเฉลี่ยผลการสอบระดับชาติขั้นพื้นฐาน (O-NET) ปีการศึกษา 2558 ได้ลำดับที่ 2 ระดับสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา และมีค่าเฉลี่ยสูงกว่าระดับประเทศ

3. นางอนงค์ เหล่าเคน ครูผู้สอนภาษาไทยดีเด่น นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ผลการสอบระดับชาติขั้นพื้นฐาน (O-NET) ปีการศึกษา 2558 มีค่าเฉลี่ยสูงกว่าระดับประเทศ และมีพัฒนาการก้าวกระโดด 10.95

4. โรงเรียนบ้านสำโรงหัวนาโนนจันทร์หอม นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 มีผลการสอบระดับชาติขั้นพื้นฐาน (O-NET) ปีการศึกษา 2558 ลำดับที่ 2 ระดับเขตพื้นที่การศึกษา และมีค่าเฉลี่ยสูงกว่าระดับประเทศ พัฒนาการ 3.58

นายสุระพงษ์ ราชดา ครูผู้สอนวิทยาศาสตร์ดีเด่นลำดับที่ 1 เปิดเผยถึงเคล็ดลับวิธีการสอนที่ประสบผลสำเร็จ ครูจะต้องรู้จักเด็กเป็นรายคน วิเคราะห์เด็กรายคนได้ เข้าถึงพ่อแม่ ผู้ปกครองทำความเข้าใจ จากนั้นจะให้การบ้านเด็ก กล่าวคือ ทุกครั้งที่จะขึ้นบทเรียนใหม่ครูจะให้การบ้านเด็กไปอ่าน คิด วิเคราะห์ แล้วสรุปเนื้อหาตามความเข้าใจมาให้ครูดูก่อน โดยให้ผู้ปกครองเป็นคนเซ็นชื่อรับรองทุกครั้ง เมื่อเด็กนำการบ้านมาส่งครูจะอธิบายขยายความเพิ่มเติมในส่วนที่นักเรียนยังไม่เข้าใจ ซึ่งวิธีนี้จะช่วยให้ครูสอนได้ง่ายขึ้น เด็กจะเข้าใจเร็วและมีส่วนร่วม อีกประการหนึ่งครูใช้วิธีทำให้เด็กรักด้วยการพาออกกำลังกาย กิจกรรมบริหารกายประกอบดนตรี การดูแลเอาใจใส่สุขภาพตนเองให้ดี เมื่อสุขภาพจิตดีแล้วจึงโยงเข้าสู่บทเรียน

ทางด้านนางสาวสุรีย์พร พรรณนา ครูผู้สอนคณิตศาสตร์ดีเด่น ลำดับที่ 2 ของเขตพื้นที่สองปีติดต่อกัน และเคยได้ที่ 1 ของเขตพื้นที่การศึกษามาแล้ว เปิดเผยว่า วิธีการสู่ความสำเร็จมี 3 ประการ คือ 1. ครูจะรวบรวมข้อสอบหลาย ๆ รุ่นมาให้นักเรียนทำแบบฝึกหัด เฉลย และสอนเนื้อหาไปในตัวควบคู่ไปกับการสอนตามปกติ ส่วนการบ้านจะให้น้อย ๆ แต่มีข้อสอบเก่าปนไปด้วย อย่างน้อย 2-3 ไม่เกิน 5 ข้อ ในแต่ละวัน โดยจะทำอย่างนี้ทุกวันและทำอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ชั้น ป.6 ถึงชั้น ม.3 จะเห็นการพัฒนาและเด็กก็ชิน 2. ครูจะจับคู่ทำแบบฝึกหัด โดยผสมระหว่างเด็กเก่งและเด็กอ่อน เพื่อให้นักเรียนสอนกันเอง ขณะเดียวกันก็ให้เด็กหัดตั้งโจทย์ใหม่เองด้วย 3. ครูจะดุ ถ้าใครไม่ส่งการบ้านจะถูกทำโทษกันทั้งห้อง เพื่อกระตุ้นให้เด็กช่วยเหลือกัน ซึ่งทั้ง 3 ประการนี้ได้ผล เด็กมีความรัก สามัคคี ช่วยเหลือห่วงใยซึ่งกันและกัน และครูจะนั่งล้อมวงอธิบายให้นักเรียนฟัง เข้าใจได้อย่างสนุกสนาน เกิดการมีส่วนร่วม

ส่วนทางด้านนางอนงค์ เหล่าเคน ครูผู้สอนภาษาไทยดีเด่น มีค่าเฉลี่ย O-Net สูงกว่าระดับประเทศแบบก้าวกระโดด เปิดเผยว่า ตนเพิ่งมาสอนภาษาไทยนักเรียนชั้น ม.3 เป็นปีแรก แต่มีพัฒนาการสูงถึง 10.95 และสูงกว่าระดับประเทศ มีเคล็ดลับไม่แตกต่างกันคือนำข้อสอบเก่า ๆ มาทบทวน แต่เลือกหัวข้อมาสอนย้ำ ทำความเข้าใจให้เด็กหลาย ๆ ตัวอย่าง หลาย ๆ แบบ ทำทุกวัน ทำบ่อย ๆ พยายามเป็นกันเองกับเด็ก โดยสร้างความรักความคุ้นเคย และนำศิลปะของภาษาที่มีทั้งความสนุกสนานเพลิดเพลิน เพราะภาษาไทยมีเสน่ห์อยู่ในตัวอยู่แล้ว หากรู้จักนำมาใช้จะทำให้เด็กเกิดทักษะและอยากมีส่วนร่วม

ในขณะที่นายสมเกียรติ บูรภักดิ์ ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านสำโรงหัวนาโนนจันทร์หอม เปิดเผยปัจจัยที่ทำให้คะแนน O-Net ดีเลิศนั้นตนมองว่ามี 4 ประการ ได้แก่ 1. มีครูที่ตรงกับสาขาวิชาเอก 2. ครูมีจิตวิญญาณของความเป็นครู คือมีความรับผิดชอบ ความมุ่งมั่น ตั้งใจ และการรู้จักใช้สื่อ 3. ครูรู้จักวิเคราะห์ผู้เรียน วิเคราะห์หลักสูตร/เนื้อหาที่สอน และชัดเจนในมาตรฐานการเรียนรู้ 4. นักเรียนมีความพร้อมในกิจกรรมที่จะเรียน และทั้งหมดนี้สิ่งที่ขาดไม่ได้เลยคือ ขวัญและกำลังใจของครูที่มาจากผู้บริหารที่ให้ความสำคัญเป็นอันดับแรก รู้จักยกย่องและเชิดชูเกียรติครูและบุคคลในโรงเรียน

ในส่วนของนายสมพงษ์ โรจน์ภัทรพงศ์ ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษามหาสารคาม เขต 3 ได้กล่าวขอบคุณ ชื่นชม และให้กำลังใจผู้บริหารและข้าราชการครูที่มีผลงานดีเด่นโรงเรียนบ้านสำโรงหัวนาโนนจันทร์หอม ปฏิบัติหน้าที่สอนคนให้เป็นคนเก่ง คนดี มีความสามารถ มีหลักคารวธรรม สามัคคีธรรม และปัญญาธรรม ซึ่งเป็นหัวใจหลักของการเป็นประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข การจะขับเคลื่อนพัฒนาประสิทธิภาพการศึกษาให้เกิดประสิทธิผลได้นั้น ทุกคนล้วนมีบทบาทสำคัญที่จะต้องทำงานกันอย่างร้อยรัด โดยเฉพาะอย่างยิ่งครูซึ่งเป็นเป้าหมายสำคัญมีอิทธิพลสูงสุดต่อเด็กซึ่งเป็นความหวังของชาติ แต่ทั้งนี้ก็ต้องประกอบไปด้วยปัจจัยอื่น เช่น ผู้บริหารระดับสูง ระดับกลาง และระดับล่างขานรับนโยบายลงสู่การปฏิบัติและเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน

ทิพยฉัตร ฉัตรทอง นักประชาสัมพันธ์

ภาพ/ข่าว

http://203.172.194.82/mk3/?p=6955

12 กันยายน 2559

ขอบคุณแหล่งข้อมูล: สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ

สพฐ.ร่วมกับ สพท.จังหวัดเชียงใหม่ ประชุมสัมมนาผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาและรองผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ทั่วประเทศ

895469.jpg

สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน มอบหมายให้ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 34 สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเชียงใหม่ เขต 1 – 6 เป็นเจ้าภาพร่วมจัดประชุมสัมมนาผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาและรองผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ทั่วประเทศ จำนวน 1,526 คน ประกอบด้วย ผู้บริหารระดับสูง สพฐ. ผู้อำนวยการสำนัก ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา รองผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา สื่อมวลชน และผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง ระหว่างวันที่ 11 – 13 กันยายน 2559 ณ โรงแรมโลตัสปางสวนแก้ว จังหวัดเชียงใหม่

โอกาสนี้ ได้รับเกียรติจาก นายกฤษณ์ ธนาวณิช รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวต้อนรับ ผู้บริหารระดับสูง สพฐ.ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา รองผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ทั่วประเทศ ที่เข้าประชุมสัมมนาฯ

นายการุณ สกุลประดิษฐ์ เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน เป็นประธานพิธีเปิดการประชุมสัมมนาผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาและรองผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ทั่วประเทศ พร้อมมอบโล่และเกียรติบัตร แก่ ยอดครูผู้มีอุดมการณ์ ภายใต้โครงการตามรอยเกียรติยศครูผู้มีอุดมการณ์และจิตวิญญาณครู ครั้งที่ 10 ประจำปี 2559 ซึ่งเป็นการคัดเลือกบุคลากรครูสายงานการสอนหรือสายงานบริหารสถานศึกษา ทั้งภาครัฐและเอกชน ที่ปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่่่ชุมขนและสังคมที่มีควาแตกต่างทางภาษาและวัฒนธรรม จำนวน 4 ภูมิภาค 4 คน ได้แก่ 1.ภาคใต้ นายประจักษ์ ชูศรี ผู้อำนวยการโรงเรียนปัตตานี 2.ภาคกลาง นายชัยศักดิ์ ภูมูล ครูชำนาญการโรงเรียนอุดมสิทธิศึกษา 3.ภาคเหนือ ดาบตำรวจดนัย ภูเขาใหญ่ ครูใหญ่ศกร.ตชด.บ้านเลผะสุคี 4.ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ นายธีระทัศน์ อัครฉัตรรัตน์ ผู้อำนวยการโรงเรียนบัวเชตวิทยา ปัจจุบันดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการโรงเรียนสิรินธร จังหวัดสุรินทร์ โดยผู้ได้รับการคัดเลือกได้รับรางวัลเงินสด จำนวนคนละ 30000 บาทพร้อมเสมาทองคำ ต่อจากนั้นได้มอบโล่แก่ผู้เกษียณอายุราช จำนวน 172 คน

นายชลำ อรรถธรรม ผู้อำนวยการสำนักนโยบายและแผนการศึกษาขั้นพื้นฐาน กล่าวรายงานวัตถุประสงค์ เพื่อชี้แจงและมอบนโยบาย ก่อนสิ้นปีงบประมาณ พ.ศ. 2559 ซึ่งกำหนดการประชุม 3 วัน ในวันแรก จะเป็นการมอบนโยบายและประชุมหารือข้อราชการ โดยท่านเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน และท่านรองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ในวันที่สอง จะเป็นการมอบนโยบาย โดยพันเอก ณัฐพงษ์ เพราแก้ว เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ในวันที่สาม จะเป็นการศึกษาดูงานด้านวัฒนธรรม นอกจากนี้ ในคืนนี้จะมีงานเลี้ยงมุทิตาจิต “หกสิบปี ความดี…ความภูมิใจ” ให้กับผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาและรองผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ที่เกษียณอายุราชการด้วย นายการุณ สกุลประดิษฐ์ กล่าวว่า ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2559 มีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นหลายเรื่อง ทั้งการขับเคลื่อนงานตามนโยบายนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ และสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน และการเร่งรัดเบิกจ่ายงบประมาณ ผมขอ ชื่นชมสำนักงานศึกษาธิการจังหวัด สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา สำนักงาน เขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา และสถานศึกษา ที่ได้ทุ่มเทและเสียสละในการปฏิบัติหน้าที่บนพื้นฐานความรับผิดชอบ ทำให้สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานได้รับรางวัลและ คำชมจากนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ในปลายปีงบประมาณ พ.ศ. 2559 ผมขอให้ทุกหน่วยงานช่วยผลักดันนโยบายเร่งด่วนอีกเรื่องหนึ่ง คือ โรงเรียนดีใกล้บ้าน (โรงเรียนแม่เหล็ก) โดยสำนักงานคณะกรรมการการศึกษา ขั้นพื้นฐานได้ให้สำนักงานศึกษาธิการจังหวัดคัดเลือกโรงเรียนที่จะเป็นแม่เหล็กดูดนักเรียนให้มาเรียนรวมได้ เพื่อให้การบริหารจัดการโรงเรียนขนาดเล็กมีประสิทธิภาพและเป็นรูปธรรมมากขึ้น

ดูภาพกิจกรรม https://www.facebook.com/supaporn.yosboonruang/media_set?set=a.140990353…

11 กันยายน 2559

ขอบคุณแหล่งข้อมูล: สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ