Tag Archives: ประมง

อาชีวะชวนเรียน…หลักสูตรระยะสั้นสร้างอาชีพ

%E0%B8%9B%E0%B8%81.jpg

สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) เชิญชวนผู้สนใจร่วม โครงการ ฝึกอบรมระยะสั้นฐานสมรรถนะ “Education to Employment Vocational Booth Camp ครั้งที่ 1”เริ่มดีเดย์แล้ว วันที่ 1 มีนาคม 2560 ทั่วประเทศ นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เปิดเผยว่า สอศ. เดินหน้านำนโยบายสู่การปฏิบัติจัดโครงการฝึกอบรมระยะสั้นฐานสมรรถนะ“Education to Employment Vocational Booth Camp” ครั้งที่ 1 ซึ่งมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อพัฒนาทักษะกำลังคนให้มีโอกาสมีงานทำมากขึ้นสอดคล้องกับความต้องการของตลาดแรงงานและการประกอบอาชีพอิสระ เป็นหลักสูตรเข้มข้นสามารถปฏิบัติงานและประกอบอาชีพได้จริงลักษณะหลักสูตรคือต่อยอดหรือเพิ่มทักษะใหม่ ให้กับผู้ว่างงาน ผู้สำเร็จการศึกษาใหม่ ประชาชนทั่วไป โดยผู้ผ่านการฝึกอบรมสามารถนำความรู้ ความสามารถกลับไปทำงานในสถานประกอบการหรือในท้องถิ่นแก้ปัญหาความขาดแคลนกำลังคนในสาขาขาดแคลน และเพิ่มศักยภาพในการแข่งขันของประเทศ และสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจซึ่งการพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพกำลังคนเป็นเรื่องสำคัญเป็นนโยบายที่รัฐบาลพยามยามขับเคลื่อนมาโดยตลอดการดำเนินงานในครั้งนี้สอดรับกับยุทธศาสตร์ชาติระยะ 20 ปี (พ.ศ. 2560 – 2579) ด้านการสร้างความสามารถในการแข่งขัน และด้านการพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพคนและภารกิจของสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษาซึ่งเป็นหน่วยงานหลักของประเทศในการผลิตและพัฒนากำลังคน การฝึกอบรมหลักสูตรระยะสั้นฐานสมรรถนะหัวใจสำคัญ คือหลักสูตร การพัฒนาหลักสูตรและการฝึกอบรมต้องมี สถานประกอบการผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านในอาชีพนั้นๆ มาร่วมดำเนินการและเป็นวิทยากร ตลอดจนร่วมกำหนดค่าตอบแทน ตามระดับทักษะฝีมือ ซึ่งจะเกิดการยอมรับและผู้เรียนได้เรียนรู้จากผู้ที่มีประสบการณ์จริง และสิ่งที่สำคัญที่ต้องการเน้น คือSkill English Ethics ครูต้องปลูกฝังให้ผู้เรียนเป็นคน ขยัน ใฝ่เรียนรู้ ตรงเวลา หรือ Work Hard be Nice จึงจะถือว่าสมบูรณ์ เป็นคนที่จะตอบโจทย์ตลาดแรงงานได้อย่างแท้จริง

ด้านนายสุเทพ ชิตยวงษ์ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษากล่าวว่าโครงการดังกล่าว สอศ.ได้จัดหลักสูตรที่เปิดสอนแบ่งเป็น2 กลุ่ม กลุ่มที่ 1 หลักสูตรที่สอดคล้องกับ Growth(S-Curve,New S-curve, Thailand 4.0 Super Cluster) ทั้งหมด 550 หลักสูตร ผู้เข้ารับการอบรมจำนวน 20,933 คน กลุ่มที่ 2 หลักสูตรตามความต้องการท้องถิ่น (Local Needs และ SMEs) จำนวน2,106 หลักสูตร ผู้เข้ารับการอบรมจำนวน 61,206 คนโดยมีตัวอย่างหลักสูตร ดังนี้ วิทยาลัยเทคนิคถลาง หลักสูตรการตรวจสอบร้อยร้าว (ช่างอากาศยาน)วิทยาลัยเทคนิคสมุทรสงคราม หลักสูตรอาชีพช่างผลิตชิ้นส่วนอุปกรณ์แม่พิมพ์ปั๊มโลหะเบื้องต้นวิทยาลัยสารพัดช่างตราด หลักสูตรงานติดตั้งกล้องวงจรปิดและกล้องไอพี (CCTV and IP Camera)และการรับสัญญาณโทรทัศน์วิทยาลัยเทคนิคภูเก็ต หลักสูตรการซ่อมบำรุงเครื่องยนต์ Out board สำหรับสาขาซ่อมบำรุงเรือวิทยาลัยประมงสมุทรสาคร หลักสูตรมาตรฐานและการควบคุมคุณภาพการผลิตสู่สากล และหลักสูตรการประกอบตู้ปลาและจัดพรรณไม้น้ำเชิงพาณิชย์วิทยาลัยสารพัดช่างสมุทรปราการ หลักสูตรซอยผม ดัดผมAdvanceวิทยาลัยอาชีวศึกษาภูเก็ต หลักสูตรเครื่องดื่มม๊อคเทล (Mocktail)วิทยาลัยเทคนิคสัตหีบ หลักสูตรตรวจสอบโดยไม่ทำลายวิทยาลัยการอาชีพบ้านไผ่ หลักสูตรขนส่งระบบราง (อาณัฐสัญญาณ 7 สถานี)วิทยาลัยเทคนิคมีนบุรี หลักสูตรการควบคุมหุ่นยนต์แขนกลช่างพิมพ์และวิทยาลัยอาชีวศึกษาฉะเชิงเทราหลักสูตรศิลปะการแกะสลักผักและผลไม้ส่วนกลุ่มเป้าหมายที่จะเข้าร่วมโครงการ แบ่งเป็น 2 ประเภท คือ1.กลุ่มนักเรียน นักศึกษา ระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ( ปวช.)3 และประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) 2ที่ต้องการฝึกทักษะอาชีพด้านอื่นเพิ่มเติม เพื่อออกไปทำงาน และ2. กลุ่มประชาชนทั่วไปเช่น ผู้ว่างงาน ผู้สำเร็จการศึกษาใหม่ ผู้ประกอบอาชีพอิสระ ผู้ที่ต้องการเพิ่มทักษะในการปฏิบัติงาน ให้มีความเชี่ยวชาญและสามารถนำประสบการณ์ไปเทียบโอนคุณวุฒิวิชาชีพ ผู้สนใจสามารถติดต่อได้ที่ศูนย์ส่งเสริมอาชีวศึกษาจังหวัดทุกจังหวัด และสถานศึกษาสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.)ทุกแห่ง โดยโครงการ Education to Employment Vocational Booth Camp นี้จะจัดอย่างต่อเนื่องทุกภาคฤดูร้อนหรืออาจจะขยายผลให้มีการฝึกในช่วงวันเสาร์และอาทิตย์ ผู้เข้ารับการอบรมหลักสูตรฝึกอบรมของ สอศ. จะได้รับความรู้ที่พิเศษ เข้มข้น เพิ่ม เสริมสร้างสมรรถนะ และเป็นที่ยอมรับจากภาคสถานประกอบการ สามารถพัฒนาแรงงานที่ศักยภาพให้กับประเทศชาติในยุค Thailand 4.0 ได้ กลุ่มประชาสัมพันธ์ 1 มีนาคม 2560

ขอบคุณแหล่งข้อมูล: สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา

Advertisements

ประชุมผู้นำเยาวชนอาชีวศึกษาแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ครั้งที่ ๑

15.jpg

31 สิงหาคม 2559 พลเอก สุทัศน์ กาญจนานนท์กุล ที่ปรึกษารัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นผู้แทนรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (พลเอก สุรเชษฐ์ ชัยวงศ์) ให้เกียรติเป็นประธานในพิธีปิดการประชุมผู้นำเยาวชนอาชีวศึกษาแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ “ The 1st Young SEA- TVET Symposium : Learning and Sharing towards Internationalisation and Harmonisation” และร่วมรับฟังการนำเสนอผลงานของนักเรียน นักศึกษา ภายใต้แนวคิด“นวัตกรรมที่สร้างความสุขให้ผู้สูงอายุ” และมอบเกียรติบัตรให้แก่นักศึกษาที่ได้ร่วมนำเสนอผลงาน ณ โรงแรม เมอริไทม์ จังหวัด กระบี่

สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) ร่วมกับ สำนักงานเลขาธิการองค์การรัฐมนตรีศึกษาแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กำหนดจัดการประชุมผู้นำเยาวชนอาชีวศึกษาแห่งเอเชียตะวันออก เฉียงใต้“ The 1st Young SEA- TVET Symposium : Learning and Sharing towards Internationalisation and Harmonisation” ระหว่างวันที่ 29-31 สิงหาคม 2559 ณ จังหวัดกระบี่ มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริม การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ผ่านการนำเสนอผลงาน ของนักเรียน นักศึกษา การสร้างความตระหนักในการเข้าถึง มาตรฐานวิชาชีพนานาชาติ ความเข้าใจในการเรียนรู้แบบบูรณาการ ตลอดจนการเรียนรู้ด้าน STEM ศึกษาที่สอดคล้องและเชื่อมโยง การกับพัฒนาการจัดการอาชีวศึกษา และเป็นการส่งเสริมการนำความรู้ในการเป็น ผู้ประกอบการรุ่นใหม่ไปปรับใช้กับทุกสาขาวิชาชีพ

กิจกรรมในการประชุม ประกอบด้วย การกล่าวสุนทรพจน์ “พลังเยาวชนอาชีวศึกษา ข้ามพรมแดน” ของผู้แทนนักศึกษา การนำเสนอข้อมูลด้าน “สะเต็มศึกษา” STEMศึกษา ที่สำคัญ และเชื่อมโยงกับการจัดการอาชีวศึกษา โดยรองผู้อำนวยการ QITEP ด้านวิทยาศาสตร์ ประเทศอินโดนีเซีย และกิจกรรมกลุ่มเชิงสร้างสรรค์ ภายใต้แนวคิด “นวัตกรรมที่สร้างความสุขให้ผู้สูงอายุ” ซึ่งเป็นกิจกรรมส่งเสริมการทำงานเป็นทีม และการแลกเปลี่ยนเรียนรู้การใช้ทักษะเชิงสร้างสรรค์ ภายใต้กรอบที่กำหนด และเวลาที่จำกัด โดยมีผลงานที่ได้รับการคัดเลือกให้เป็นผลงานยอดเยี่ยม ได้แก่ “ไม้เท้าสำหรับช่วยคนชรา จากทีม NUM SAO Union : Adjustable Stick “ เครื่องรถน้ำต้นไม้ และห้องน้ำแบบพกพา

การประชุมในครั้งนี้ มีครู และนักเรียน นักศึกษา จากประเทศสมาชิกเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และประเทศสมาชิกสมทบ จำนวน 8 ประเทศ ได้แก่ ประเทศไทย สปป ลาว ประเทศเวียดนาม ประเทศกัมพูชา ประเทศเมียนมาร์ ประเทศมาเลเซีย ประเทศอินโดนีเซีย และประเทศจีน จำนวนทั้งสิ้น 481 คน เป็นครู จำนวน 87 คน และนักศึกษา จำนวน 394 คน โดยเป็นนักศึกษาไทย จำนวน 319 คน และนักศึกษาต่างชาติ จำนวน 133 คน จาก 4 กลุ่มสาขาวิชาชีพ ประกอบด้วย 1.สาขาการบริการและการท่องเที่ยว 2.สาขาเกษตรกรรมและประมง 3. สาขาไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ แมคคาทรอนิกส์ และการผลิต และ 4. สาขาเทคโนโลยีสารสนเทศ บริหารธุรกิจ ทั้งนี้ การจัดประชุมผู้นำเยาวชนอาชีวศึกษาแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ครั้งที่ 1 นี้ เป็นผลสืบเนื่องมาจากการประชุมผู้นำอาชีวศึกษาแห่งเอชียตะวันออกเฉียงใต้ ครั้งที่ 2 “ The High Official Meeting on SEA – TVET : Strengthening Efforts towards Harmonization and Internationalization of TVET in Southeast Asia ” ระหว่างวันที่ 12 – 14 พฤษภาคม 2559 ณ เมืองบาหลี ประเทศอินโดนีเซีย ซึ่งผลจากการประชุมโต๊ะกลมของผู้บริหารระดับสูงของภูมิภาคเห็นชอบร่วมกัน ให้ประเทศสมาชิกร่วมกันส่งเสริมการจัดกิจกรรมที่เน้นให้นักเรียน นักศึกษา มีส่วนร่วมและแลกเปลี่ยนประสบการณ์ระหว่างกัน โดยสอดคล้องกับเจตนารมณ์ของแถลงการณ์ร่วมเชียงใหม่หรือ Chiangmai Joint statement

///// วันที่ 29 สิงหาคม 2559 ดร.อกนิษฐ์ คลังแสง รองเลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา และ ดร.กาต๊อด หารี พรีโอวีจันโต ผู้อำนวยการสำนักงานเลขาธิการรัฐมนตรีศึกษาแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เป็นประธานพิธีเปิด การประชุมผู้นำเยาวชนอาชีวศึกษาแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ “ The 1st Young SEA- TVET Symposium : Learning and Sharing towards Internationalisation and Harmonisation” กลุ่มประชาสัมพันธ์ / 31 สิงหาคม 2559

ขอบคุณแหล่งข้อมูล: สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา

สพป.สมุทรสาคร : ตรวจราชการตามนโยบาย กระทรวงศึกษาธิการ งวดที่ ๒ ประจำปีงบประมาณ ๒๕๕๙

889451.JPG

นายปรีดี ภูสีน้ำ ผอ.สพป.สมุทรสาคร ปฏิบัติหน้าที่ศึกษาธิการจังหวัดสมุทรสาคร พร้อมด้วยนายสมมาตร คำวัจนัง รอง ผอ.สพป.สมุทรสาคร และคณะข้าราชการ ให้การต้อนรับนายกฤตชัย อรุณรัตน์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงศึกษาธิการ และคณะ

นายกฤตชัย อรุณรัตน์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงศึกษาธิการ เข้าตรวจราชการ งวดที่ 2 ประจำปีงบประมาณ 2559 ในเขตตรวจราชการที่ 4 ณ ห้องประชุมสำนักงาน กศน.จังหวัดสมุทรสาคร และได้ชี้แจงแนวทางในการรายงานตรวจราชการ หน่วยรับตรวจรายงานผลการดำเนินงาน ตามนโยบายที่เกี่ยวข้อง ปัญหา อุปสรรคและข้อเสนอแนะ หน่วยรับตรวจ ประกอบด้วย สพป.สมุทรสาคร สพม.10 สำนักงาน กศน.จังหวัดสมุทรสาคร วิทยาลัยเทคนิคสมุทรสาคร วิทยาลัยการอาชีพบ้านแพ้ว วิทยาลัยการประมง ศูนย์ กศน.อำเภอเมืองสมุทรสาคร ศูนย์ กศน.อำเภอบ้านแพ้ว

ศูนย์ กศน.อำเภอกระทุ่มแบน และกลุ่มโรงเรียนเอกชน

22 สิงหาคม 2559

ขอบคุณแหล่งข้อมูล: สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ

มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดสกลนคร เปิดรับตรง ปี ๒๕๖๐

มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดสกลนคร

เปิดรับสมัครบุคคลเข้าศึกษาต่อ (รับตรง) โครงการขยายโอกาสทางการศึกษา ปีการศึกษา 2560

คณะทรัพยากรธรรมชาติและอุตสาหกรรมเกษตร

หลักสูตรที่เปิดรับ

– พืชศาสตร์และทรัพยากร

– ทรัพยากรเกษตรและการจัดการผลิต

– เทคโนโลยีการอาหาร

– อาหารปลอดภัยและโภชนาการ

– ประมง

– สัตวศาสตร์

คณะวิทยาศาสตร์และวิศวกรรมศาสตร์

หลักสูตรที่เปิดรับ

– เทคโนโลยีสารสนเทศ

– วิศวกรรมเครื่องกลและการผลิต

– วิศวกรรมไฟฟ้า

– วิศวกรรมโยธา

เคมีประยุกต์

– วิทยาการคอมพิวเตอร์

– วิศวกรรมคอมพิวเตอร์

– วิศวกรรมอุตสาหการ

คณิตศาสตร์ประยุกต์

หลักสูตรที่เปิดรับ

– การจัดการ

– การบัญชี

– การตลาด

– การจัดการโรงแรมและท่องเที่ยว

ภาษาอังกฤษ

– การเงิน

– รัฐประศาสนศาสตร์

คณะสาธารณสุขศาสตร์

หลักสูตรที่เปิดรับ

– สาธารณสุขศาสตร์

– อนามัยสิ่งแวดล้อม

สนใจสมัครและดูรายละเอียดเพิ่มเติม http://dbs.csc.ku.ac.th:8080/Admission-60

สอบถามและติดตามข่าวสารได้ที่ panpage : Admission ku.csc โทร.042-725052 , 086-2241118

ขอบคุณแหล่งข้อมูล: อินเตอร์เน็ต

สพป.นราธิวาส เขต ๒ ร่วมเป็นเกียรติพิธีเปิดงานชมศูนย์ศึกษา พัฒนาความรู้ ดูนิทรรศการ ภายใต้ชื่องาน “พิกุลทองเทิดไท้ ๖๐ พรรษา เจ้าฟ้านักพัฒนา”

ศึกษาศาสตร์ มศว หนุนนโยบายรมต.ศึกษาฯลดเวลาเรียน เพิ่มความรู้ เพิ่มความสุขให้นักเรียนสะท้อน สาธิต มศว เคยเป็นร.ร.บ้านนอก มุงจากมาก่อน

Continue reading →

สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินทรงเยี่ยมโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนบ้านลีนานนท์ อ.สุคิริน จ.นราธิวาส

718744.JPG

วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2558 เวลา 10.30 น.

นายธวัช แซ่ฮ่ำ ผอ.สพป.นราธิวาส เขต 2 นำคณะผู้บริหารสถานศึกษา คณะครู พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ในสำนักงานฯ ไปร่วมรับเสด็จสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ซึ่งเสด็จพระราชดำเนินทรงเยี่ยม รร.ตำรวจตระเวนชายแดนบ้านลีนานนท์ เพื่อทรงทอดพระเนตรกิจกรรมการเรียนการสอน และทรงติดตามผลการดำเนินงานตามโครงการพระราชดำริ อาทิ โครงการเกษตรเพื่ออาหารกลางวัน โครงการคุณภาพการศึกษา โครงการสนับสนุนด้านการประมง ตามพระราชดำริ ทั้งนี้ มีคณะข้าราชการหลายหน่วยงาน รวมถึงประชาชนทั่วไป มาร่วมเฝ้ารับเสด็จกันเป็นจำนวนมาก อนึ่ง รร.ตำรวจตระเวนชายแดนบ้านลีนานนท์ เป็น รร.ตำรวจตระเวนชายแดนในสังกัดกองกำกับการตำรวจตระเวนชายแดนที่ 44 (ค่ายพญาลิไท) เปิดทำการเรียนการสอนขึ้นครั้งแรก เมื่อวันที่ 18 พฤษภาคม 2536 ในพื้นที่ของหมู่ที่ 6 บ้านลีนานนท์ ต.สุคิริน อ.สุคิริน จ.นราธิวาส โดยใช้อาคารเอนกประสงค์ของหมู่บ้านทำการเรียนการสอนชั่วคราว ซึ่งต่อมา รร.ได้ก่อสร้างอาคารเรียนถาวรขนาด 2 ชั้น และเปิดใช้งาน เมื่อวันที่ 20 มีนาคม 2540 เป็นอาคารเรียนที่สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ได้พระราชทานเงินเป็นค่าก่อสร้าง จำนวน 1,000,000 บาท และมูลนิธิสุมิตร เลิศสุมิตรกุล ได้บริจาคเงินค่าก่อสร้างเพิ่มเติมให้อีก เป็นจำนวน 769,797 บาท รวมเป็นเงินค่าก่อสร้างทั้งสิ้น 1,769,797 บาท และในวันที่ 10 มิถุนายน 2540 มูลนิธิรักเมืองไทย โดย พลเอก หาญ ลีนานนท์ ได้บริจาคเงิน จำนวน 310,000 บาท เพื่อก่อสร้างโรงอาหาร ปัจจุบัน รร.ตำรวจตระเวนชายแดนบ้านลีนานนท์ เปิดสอนนักเรียนตั้งแต่ระดับชั้นอนุบาล 1 ถึงชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 มีนักเรียน จำนวนทั้งสิ้น 62 คน มีครูผู้สอนซึ่งเป็นตำรวจตระเวนชายแดน จำนวน 7 นาย และมี ร.ต.ท.ชัยวัฒน์ วิเศษดี เป็นครูใหญ่ของโรงเรียน…….

27 กุมภาพันธ์ 2558

ขอบคุณแหล่งข้อมูล: สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ

KABANG MODEL

657965.JPG

มีเสียงบอกต่อกันมาว่าโรงเรียนขนาดเล็กโรงเรียนหนึ่งในเครือข่ายละงู 1 บริหารจัดการโรงเรียนได้อย่างน่าประทับใจ ทั้งครูทั้งเด็กและผู้ปกครองประสานความร่วมมือทำงานกันอย่างมีความสุข และที่สำคัญผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนสูงขึ้นด้วย ฟังคำบอกต่อแล้วอดไม่ได้ที่ต้องไปซุ่มดูว่าเขามีดีอะไรกัน

โรงเรียนที่กล่าวถึงข้างต้นคือ “โรงเรียนบ้านกาแบง” โรงเรียนนี้เป็นโรงเรียนขนาดเล็ก มีครู 7 คน และมีนักเรียนเพียง 85 คน คนในชุมชนส่วนใหญ่มีอาชีพทำการประมงพื้นบ้านและเกษตรกรรมเชิงเดี่ยว ในอดีตชุมชนนี้การคมนาคมไม่ค่อยสะดวกเข้าข่ายที่เรียกว่าถิ่นทุรกันดาร ส่งผลให้โรงเรียนขาดแคลนครูและร้างผู้บริหารโรงเรียนอยู่หลายช่วง ทัศนคติของชุมชนต่อการศึกษาเพียงเพื่ออ่านออกเขียนได้ชุมชนให้ความสำคัญต่อการประกอบอาชีพมากกว่าการเรียนหนังสือ

แล้วทำไมโรงเรียนบ้านกาแบงจึงมีคนกล่าวถึงขนาดนี้ คงเป็นคำถามที่อยู่ในใจใครหลายคนวันที่ 30 ธันวาคม 2554 คุณสุรเดช แสงจันทร์ ได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านกาแบง ผู้อำนวยการคนใหม่พกความตั้งใจจากสงขลามาล้นใจ ด้วยอุดมการณ์ในการทำงานที่ว่า “มีความมุ่งมั่น จริงจัง จริงใจในการพัฒนา สร้างโอกาสและความก้าวหน้าเพื่อคุณภาพของผู้เรียนที่ดีกว่า” เริ่มแรกได้ศึกษาพื้นที่ วิเคราะห์บริบทโรงเรียนและชุมชน หวังที่จะพัฒนาศักยภาพโรงเรียนและสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้ให้เกิดขึ้นที่นี่ให้จงได้ จึงสร้างวัฒนธรรมใหม่ในการทำงานให้แก่เพื่อนครูโดยใช้กระบวนการทำงานด้วยระบบคิดเชิงวิจัย ปลุกพลังและแรงจูงใจเพื่อนร่วมงานไม่ให้ย่อท้อต่อปัญหาอุปสรรคทุกด้านสร้างความสัมพันธ์กลมเกลียวอย่างแน่นแฟ้นในหมู่คณะครูและชุมชนให้ทุกคนมีจิตสำนึกในการทำงาน ทุกคนเปรียบเหมือนฟันเฟืองที่แข็งแกร่งขององค์กรที่จะช่วยกันขับเคลื่อนโรงเรียนสู่การพัฒนา ภายใต้รูปแบบที่เรียกว่า “KABANG MODEL”

“KABANG MODEL” เป็นนวัตกรรมการบริหารที่ใช้เป็นเครื่องมือในการพัฒนางานของโรงเรียนบ้านกาแบง ประกอบด้วยหลักการทำงาน 5 ด้าน

K ¬– Knowledge การสร้างองค์ความรู้และพัฒนาองค์ความรู้บุคลากรในโรงเรียน ซึ่งนับเป็นปัจจัยนำเข้าที่มีส่วนสำคัญต่อการวางแผนตามหลักการจัดการความรู้ (Knowledge management)

A – Attitude การสร้างทัศนคติที่ดีต่อองค์กร ทัศนคติและแรงจูงใจที่ดีมีส่วนสำคัญต่อการนำความรู้สู่การปฏิบัติ

B – Balance การสร้างดุลยภาพ บริหารจัดการอย่างเป็นธรรม เป็นกลางและมีความสอดคล้องสมดุลกับบริบทของโรงเรียน

A – Ambitious ความทะเยอทะยานในการทำงานหรือการสร้างแรงจูงใจใฝ่สัมฤทธิ์

N – NetworK การสร้างเครือข่ายความรู้ที่สามารถเชื่อมโยงภายในสถานศึกษาและพัฒนาสู่การเชื่อมโยงความรู้จากภายนอกสถานศึกษา

G – Good teamworK การมีทีมงานที่ดี มีเป้าประสงค์ร่วมกันและพัฒนางานสู่ความสำเร็จร่วมกัน

ครูศุภวัลย์ ชูมี ซึ่งเป็นกำลังหลักคนหนึ่งของโรงเรียนกล่าวว่า “นวัตกรรมการบริหาร “KABANG MODEL” เป้าหมายสุดท้ายก็เพื่อสร้างนักเรียนให้ “เก่ง ดี มีสุข” (Smart Kind and Happy)

ผลจากการทำงานอย่างทุ่มเททั้งผู้บริหารโรงเรียน คณะครูและชุมชน ตามรูปแบบข้างต้น การันตีด้วยรางวัลโรงเรียนขนาดเล็กที่มีวิธีปฏิบัติที่เป็นเลิศ ประจำปี พ.ศ.2557 ระดับโซนภูมิภาคเขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจจังหวัดชายแดนภาคใต้ อันดับที่ 1 ระดับดี

ขอชื่นชมกับความสำเร็จที่ทุกคนช่วยกันสรรค์สร้างอย่างทุ่มเทและขอเป็นกำลังใจให้ทุกคนสรรค์สร้างสิ่งดี ๆ เพื่อเด็กไทยและสังคมไทยต่อไป.

นำเสนอโดย นายอาดุล สานิง ศึกษานิเทศก์ ชำนาญการพิเศษ สพป.สตูล

08 ตุลาคม 2557

ขอบคุณแหล่งข้อมูล: สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ