Tag Archives: นครราชสีมา

สพป.ชัยภูมิ เขต ๓ รับชมรายการ “พุธเช้า ข่าวโรงเรียน” และ “พุธเช้า ข่าวสพฐ.” ครั้งที่ ๙/๒๕๖๑

1057417.jpg

เช้าวันพุธที่ 7 มีนาคม 2561 เวลา 08.00 น. นายนิวัฒน์ แก้วเพชร ผอ.สพป.ชัยภูมิ เขต 3 พร้อม รอง ผอ.สพป.,ผอ.กลุ่ม,และบุคลากรในสังกัด ร่วมรับชมรายการ “พุธเช้า ข่าวสพฐ.” ครั้งที่ 9/2561 โดย นายบุญรักษ์ ยอดเพชร เลขาธิการ กพฐ. เป็นประธานการประชุม ณ ห้องประชุมจันทน์ผา

สพป.ชัยภูมิ เขต 3 โดยมีประเด็นสำคัญคือ▶ ศาสตร์พระราชา สู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน▶ ช่วง เลขาธิการ กพฐ. พบเพื่อนครู▶ การรับสมัครโรงเรียนวิถีพุทธพระราชทานรุ่นที่ ๓▶ ผลการประกวดหนังสือดีเด่นประจำปี พ.ศ. ๒๕๖๑▶ การประชุมอบรมเชิงปฏิบัติการเพิ่มประสิทธิภาพการอ่านและการเขียนภาษาไทย เพื่อแก้ไขปัญหาทางการอ่านและการเขียนภาษไทยของนักเรียนระดับชั้นประถมศึกษา▶ ปฏิรูปการศึกษา▶ รักแปรรูป โรงเรียนบ้านแปรง จังหวัดนครราชสีมา หัวข้อกิจกรรมเด่น พุธเช้า…ข่าวโรงเรียน ครั้งที่ 9 ครั้งที่ 9/2561 (7 มี.ค.61)▶ ห้องเรียนธรรมชาติ โรงเรียนดีมากอุปถัมภ์ สพป.นนทบุรี เขต 2▶ เรื่องราวสู่ความสำเร็จของ อาจารย์วันดี คชานันท์ โรงเรียนวัดสัมมาราม สพป.ราชบุรี เขต 2▶ เปิดบ้านวิชาการคุณภาพบนดอย โรงเรียนบ้านร่มเกล้า 2 สพป.ตาก เขต 2▶ กิจกรรมเด่นของโรงเรียนบ้านนาตะคุ สพป. นครราชสีมา เขต 2▶ โครงการ COFFEE TRUCK โรงเรียนพิษณุโลกปัญญานุกูล

07 มีนาคม 2561

ขอบคุณแหล่งข้อมูล: สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ

Advertisements

สพม.๓๔ รับชม Video Conference พุธเช้า ข่าวสพฐ.

1049648.JPG

วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2561 เวลา 08.00 น. ดร.สิทธิชัย มูลเขียน ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 34 พร้อมด้วย รองผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 34 ผู้อำนวยการกลุ่ม ผู้อำนวยการหน่วยตรวจสอบภายในและบุคลากรทางการศึกษา ติดตามรับชมรายการ พุธเช้า ข่าวสพฐ. ครั้งที่ 6/2561 โดย ดร.บุญรักษ์ ยอดเพชร เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน เป็นประธานประชุมผ่านระบบ VDO Conference เพื่อให้ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา รับทราบแนวทางการดำเนินงานการจัดการศึกษาในการนำนโยบายสู่การปฏิบัติ ส่งตรงถึงครู รู้ถึงนักเรียนและประชาชน อย่างทั่วถึงทุกภาคทุกพื้นที่ ณ ห้องประชุม 1 ชั้น 4 โดยมีประเด็นดังนี้ 1. รายการศาสตร์พระราชาสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน

– อุ่นไอรัก คลายความหนาว ความภาคภูมิใจคนในชาติ นิทรรศการประวัติศาสตร์ชาติไทย จัดกิจกรรมตั้งแต่วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2561 ถึงวันที่ 11 มีนาคม 2561

2. เลขาธิการพบเพื่อนครู ”ลงถึงครู รู้ถึงนักเรียน ลงสู่ประชาชน”

– การจัดกิจกรรม อุ่นไอรัก คลายความหนาว ประชาสัมพันธ์เชิญชวน ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา นักเรียน ประชาชน มาศึกษาดูงาน

– การสื่อสารองค์กร ต้องมีการปรับตัวและพัฒนาระบบการสื่อสารอย่างเป็นทางการสู่โรงเรียน ให้มีความรวดเร็วในการถ่ายทอดการรับรู้

– การประชุม ผอ.สพท.ทั่วประเทศ ครั้งที่ 1/2561 ระหว่างวันที่ 8 – 10 กุมภาพันธ์ 2561 ณ สพป.นครราชสีมา เขต 4 และจะประชุมครั้งต่อไป ณ จังหวัดเชียงใหม่ ประมาณเดือน พฤษภาคม 2561 หรือ มิถุนายน 2561 โดยมีการแบ่งสายไปศึกษาดูงานตามสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาและสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา

– การพัฒนาโรงเรียน ตามแนวทาง Benchmark และ PLC การพัฒนาบนฐานของความต้องการอย่างแท้จริง เพื่อนำไปสู่แนวทางการแก้ไขปัญหาโดยการเน้นกลุ่มและการเทียบเคียงภายในกลุ่ม สร้างเครือข่าย ความร่วมมือ ความต้องการตรงกัน จะเห็นถึงแก่นแท้ของการพัฒนา

– การล่วงละเมินทางเพศนักเรียนและยาเสพติด ให้โรงเรียนมีมาตรการป้องกัน โดยกำหนดเป็นแนวทางร่วมกันระหว่างโรงเรียนและผู้ปกครอง

– การจัดทำสื่อวีดิทัศน์ การเรียนการสอนโดยเน้นทักษะอาชีพเพื่อการมีงานทำของโรงเรียนพร้าววิทยาคม และโรงเรียนดอยสะเก็ดวิทยาคม ความยาวประมาณไม่เกิน 15 นาที มอบงานประชาสัมพันธ์ประสานกับสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน นำเสนอในรายการ “พุธเช้า ข่าวโรงเรียน”

– การงานจัดศิลปหัตถกรรมนักเรียนระดับชาติ ครั้งที่ 67 ภายใต้แนวคิด “นวัตกรรมและความคิดสร้างสรรค์สู่การพัฒนาสังคมและชุมชน” ซึ่งจะจัดในวันที่ 11-13 กุมภาพันธ์ 2561 ณ ศูนย์ประชุมธรรมศาสตร์รังสิต นักเรียนได้แสดงออกถึงทักษะความสามารถทางวิชาการ และทุกเขตพื้นที่การศึกษาได้รับรางวัลอย่างทั่วถึง

– หลักสูตรอาชีพขั้นพื้นฐาน (หลักสูตรระยะสั้นพัฒนาเพิ่มเติม, หลักสูตรสาระเพิ่มเติมสอดคล้องกับบริบทของแต่ละท้องถิ่น,หลักสูตรทวิศึกษาโดยความร่วมมือระหว่างสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.)และสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.)

– โครงการส่งเสริมนิสัยรักการอ่านโดยใช้หนังสือพระราชนิพนธ์

– การใช้ hi speed internet จะมีการประชุม Conference ในวันพรุ่งนี้ เวลา 09.00 น. ให้ศึกษานิเทศก์ที่รับผิดชอบ DLTV และเจ้าหน้าที่ ICT ร่วมประชุมทางไกล

– พฤติกรรมนักเรียนใน วันวาเลนไทน์ แจ้งสถานศึกษาร่วมมือกับทุกภาคส่วนในระดับอำเภอ ตรวจความเรียบร้อยดูแลความปลอดภัยเด็กนักเรียน ต่อจากนั้น เวลา 09.00 น.เป็นต้นไป ดร.สิทธิชัย มูลเขียน ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 34 ประชุมรองผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 34 ผู้อำนวยการกลุ่ม ผู้อำนวยการหน่วยตรวจสอบภายในและบุคลากรทางการศึกษา เพื่อแจ้งประเด็นข้อราชการสืบเนื่องจาก พุธเช้า ข่าว สพฐ.และหารือข้อราชการ ดังนี้ 1. การเสนอของบแลกเป้า

2. การดำเนินงานตามตัวชี้วัด 15 จุดเน้นของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 34

3. การสร้างเครือข่ายการพัฒนาโรงเรียน ตามแนวทาง Benchmark

4. การประชุมผู้อำนวยการโรงเรียน ในวันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2561 ณ โรงเรียนปางมะผ้าพิทยาสรรพ์ อำเภอปางมะผ้า จังหวัดแม่ฮ่องสอน

5. กลไกการขับเคลื่อน การสร้างการรับรู้ทั่วถึงทั้งองค์กร

6. การกำหนดตัวชี้วัดการปฏิบัติงานของบุคลากรทุกระดับ

7. การพัฒนาคุณภาพนักเรียนเป็นรายบุคคล

8. การใช้ห้องเรียนเป็นฐานการพัฒนาคุณภาพ

9. การใช้โรงเรียนเป็นฐานการสนับสนุน

10. การใช้เขตพื้นที่เป็นหน่วยขับเคลื่อนความสำเร็จทุกมิติ

11. การให้อำนาจการตัดสินใจอยู่ที่หน้างานของหน่วยปฏิบัติทุกระดับ (ห้องเรียน โรงเรียน เขตพื้นที่ กลุ่มจังหวัด ภาค)

12. การพัฒนาโรงเรียน ตามแนวทาง Benchmark และ PLC

13. ฯลฯ

ทั้งนี้ รองผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 34 ผู้อำนวยการกลุ่ม ผู้อำนวยการหน่วยตรวจสอบภายใน ได้รายงานผลการปฏิบัติงานตามภารกิจหน้าที่ความรับผิดชอบทีผ่านมาให้ที่ประชุมได้รับทราบ

15 กุมภาพันธ์ 2561

ขอบคุณแหล่งข้อมูล: สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ

รวบรวมข่าว สพฐ. ในวันที่ ๑๐ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๑

++ แม่ฮ่องสอน เขต 1 ร่วมสัมมนา ผอ.สพป.ทั่วประเทศ 1/2561 ++

1047962.jpg

<< ท่านผอ.อุทัย กาญจนะ ผอ.สพป.แม่ฮ่องสอน เขต 1 มอหมายให้ท่านรอง

สุภาพ กาวิ รองผอ.สพป.แม่ฮ่องสอน เขต 1 เข้าร่วมประชุมสัมมนา ผอ.สพป.ทั่วประเทศ ครั้งที่1/2561 ระหว่างวันที่ 8-10 กุมภาพันธ์ 2561 ณ หอประชุม สพป.นครราชสีมา เขต 4 เพื่อรับนโยบายในการพัฒนาคุณภาพการศึกษาจาก สพฐ. ซึ่งเมื่อก่อนเป็นระบบแบบบนลงล่าง กว่านโยบายจะลงไปถึงครูและนักเรียนก็ใช้เวลานาน ขณะที่ปัจจุบันเราได้รับรู้ข้อมูลเกือบจะตลอดเวลา การประชุมบ่อยครั้งก็จะลดจำนวนไป แต่ถึงแม้จะได้รับข้อมูลข่าวสารที่รวดเร็ว ก็อาจจะเข้าใจได้ไม่ตรงกันหรือไม่ชัดเจนเท่ากับได้รับข้อมูลงานจากสภาพที่เป็นจริง ซึ่งเจตนารมณ์ในบางเรื่องที่สำคัญต่อการปฏิบัติ หากได้ประชุมทำความเข้าใจพร้อมหน้ากันก็จะสามารถถ่ายทอดโดยตรงได้ดีกว่า โดยดร.บุญรักษ์ ยอดเพชร เลขาธิการ กพฐ. ให้เกียรติเป็นประธานในพิธีเปิดการประชุมสัมมนา ++++ >>ธีรธิดา พรหมมาแบน ข่าว//

สพป.พิษณุโลก เขต 3 รับโล่เชิดชูเกียรติจัดกิจกรรมลูกเสือดีเด่น

1047980.jpg

ดร.วิเชียร ทรงศรี ผอ.สพป.พิษณุโลก เขต 3 รับโล่เชิดชูเกียรติสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาที่จัดกิจกรรมลูกเสือดีเด่น ประจำปีงบประมาณ 2560 จาก สพฐ. ในวันประชุมผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาทั่วประเทศครั้งที่ 1/2561 ณ หอประชุม สพป.นครราชสีมา เขต 4 ซึ่ง สพฐ. ดำเนินการคัดเลือก สพท.ที่จัดกิจกรรมลูกเสือดีเด่น ประจำปีงบประมาณ 2560 โดยมีวัตถุประสงค์ที่สำคัญคือ การยกย่อง ชมเชย สพท. ที่ตั้งใจพัฒนางานลูกเสือจนเป็นที่ประจักษ์ ตลอดจนเป็นขวัญกำลังใจและให้เกียรติแก่ผู้บริหาร สพท. ข้าราชการในสังกัด ครู-อาจารย์ และผู้มีส่วนเกี่ยวข้องที่ช่วยกันส่งเสริมสนับสนุนกิจการลูกเสือให้เจริญก้าวหน้า จากการดำเนินงานกิจกรรมลูกเสือที่หลากหลาย มีคุณภาพ มีประโยชน์ เป็นไปตามแผนปฏิบัติการประจำปี และวัตถุประสงค์ของคณะลูกเสือแห่งชาติ จึงส่งผลให้ สพป.พิษณุโลก เขต 3 ได้รับรางวัล “สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาที่จัดกิจกรรมลูกเสือดีเด่น”

ภาพข่าวประชาสัมพันธ์ โดย ปาริชาติ ทองแท้

ประธานสหวิทยาเขตกำแพง สพม.28 รับมอบสื่อ ห้องสมุด และเปิดศูนย์ฝึกฝนเรียนรู้การสอนภาษาจีนกลาง และศูนย์เผยแพร่ภาษาและวัฒนธรรมจีนอันดีงามในต่างประเทศ

1048009.jpg

วันศุกร์ที่ 9 กุมภาพันธ์ 2561 นายวิเชียร บุญมาก ผู้อำนวยการ โรงเรียนห้วยทับทันวิทยาคม ในนาม ประธานสหวิทยาเขตกำแพง สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 28 ให้เกียรติเป็นประธาน รับมอบหนังสือเรียน และเครื่องฉาย (Projector) พร้อมจอภาพ (Projection Screen) ในพิธีเปิด “ห้องสมุดภาษาจีน ศูนย์ฝึกฝนเรียนรู้การสอนภาษาจีนกลาง ศูนย์เผยแพร่ภาษาและวัฒนธรรมจีนอันดีงาม ในต่างประเทศ” ที่โรงเรียนโรงเรียนทุ่งไชยพิทยา รัชมังคลาภิเษก ซึ่งได้รับมอบจากมหาวิทยาลัยฮว๋าเฉียว ประเทศจีน อันเป็นการสนับสนุนต่อเนื่อง ที่เกิดจากการจัดค่ายภาษาและวัฒนธรรมจีนฯ ด้วยความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาฮว๋าเฉียว ประเทศจีน กับโรงเรียนทุ่งไชยพิทยา รัชมังคลาภิเษก ตั้งแต่ปี 2558 เป็นต้นมา ในการนี้ นายวีระศักดิ์ จันทะรัตน์ ผู้อำนวยการโรงเรียนทุ่งไชยพิทยา รัชมังคลาภิเษก นายบุญชิต คุณมาศ รองผู้อำนวยการ พร้อมด้วยคณะครู – นักเรียน ได้ร่วมเป็นเกียรติในพิธีนี้ด้วย นับว่าเป็นก้าวสำคัญอีกก้าวหนึ่ง ในการร่วมกันพัฒนา และส่งเสริมการเรียนการสอนภาษาจีน ให้มีคุณภาพมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ ยังเป็นการดำเนินงานที่สอดรับกับนโยบายการศึกษา ไทยแลนด์ 4.0 และเตรียมพร้อมรับมือกับความเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้น ตามนโยบายเส้นทางสายไหม (One belt One road) อีกด้วย วุฒิศักดิ์ สุภิษะ..ภาพ / ข่าว

10 กุมภาพันธ์ 2561

ขอบคุณแหล่งข้อมูล: สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ

ผอ.สพป.สุราษฎร์ธานี เขต ๒ ร่วมประชุม ผอ.สพท.ทั่วประเทศ ครั้งที่๑/๒๕๖๑

1047896.jpg

เมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2561 เวลา 08.00-12.00 นายประทีป ทองด้วง ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสุราษฎร์ธานี เขต 2 เข้าร่วมประชุมสัมมนาผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาทั่วประเทศ ครั้งที่ 1/2561 ระหว่างวันที่ 8-10 กุมภาพันธ์ 2561 ณ หอประชุม สพป.นครราชสีมา เขต 4 เพื่อรับนโยบายในการพัฒนาคุณภาพการศึกษาจากสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน และ ภาคบ่าย ตั้งแต่เวลา 13.00 – 18.00 น. แบ่งกลุ่มตาม Cluster เพื่อศึกษาดูงาน โรงเรียนในสังกัด สพป.นครราชสีมา เขต 1 – 7 และ สพม.เขต 31 ซึ่ง ผอ.สพป.สุราษฎร์ธานี เขต 2 เป็นสมาชิกใน Cluster 6 มีสมาชิก จำนวน 10 ท่าน ประกอบด้วย ผอ.สพป.นครศรีธรรม เขต 1, 2, 3 และ 4 ผอ.สพป.ชุมพร เขต 1, 2 , ผอ.สพป.สุราษฎร์ธานี เขต 1, 2 และ 3, ผอ.สพป.พัทลุง เขต1, 2 โดยมี นายเสนอ ทองจีน ผอ.สพป.นครศรีธรรมราช เขต 1 เป็นประธาน ลงพื้นที่ศึกษาดูงาน ณ โรงเรียนวัดวชิราลงกรณวราราม สพป.นครราชสีมา เขต 4 ซึ่งโรงเรียนนี้เป็นโรงเรียนพระราชทานระดับก่อนประถมศึกษาขนาดเล็ก ปี 2559 โดยมี ผอ.โรงเรียน คณะครู และนักเรียน ให้การต้อนรับเป็นอย่างดียิ่ง

09 กุมภาพันธ์ 2561

ขอบคุณแหล่งข้อมูล: สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ

รมว.ศธ มอบโล่ประกาศเกียรติคุณ การแข่งขันเทคนิคการคิดเลขเร็วแบบอินเดียและร่วมประชุมคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน

1043506.JPG

วันที่ ๓๑ มกราคม ๒๕๖๑ ณ ห้องประชุม ๑ อาคาร สพฐ. ๔ ชั้น ๒ กระทรวงศึกษาธิการ นายแพทย์ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) เป็นประธานพิธีมอบโล่ประกาศเกียรติคุณ รางวัลการแข่งขันเทคนิคการคิดเลขเร็วแบบอินเดีย (เวทคณิต) และผู้สนับสนุนการแข่งขัน รางวัลการคัดเลือกสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา และสถานศึกษาที่ส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพและมาตรฐานการศึกษาประสบผลสำเร็จ กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ ประจำปี พ.ศ. ๒๕๖๐ และ รางวัลครูผู้สร้างพลังการเรียนรู้ (Active Teacher Award) ให้แก่นักเรียนและครูในสังกัด (สพฐ.) จำนวน ๒๙ รายการ โดยมีผู้เข้าร่วมประกอบด้วยผู้อำนวยการโรงเรียน ครูผู้สอน นักเรียน และนักวิชาการศึกษาของสำนักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา ตามที่นายกรัฐมนตรี (พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา) กล่าวในงานนายกรัฐมนตรี พบเพื่อนครู เมื่อวันที่ ๑๓ พฤษภาคม ๒๕๕๙ ที่ว่า “คนอินเดียคิดเลขหลักแสน ล้าน คูณ หาร บวก ลบ ภายในเวลาไม่กี่วินาที”

สพฐ. โดยสำนักวิชาการและมาตรฐานการศึกษาจึงได้ดำเนินงานเพื่อพัฒนาและขับเคลื่อนเทคนิคการคิดเลขเร็วแบบอินเดีย (เวทคณิต) สู่ห้องเรียน เพื่อให้ผู้เรียนรู้จักคิดอย่างเป็นระบบ รู้จักคิดอย่างมีเหตุผล สามารถแก้ปัญหาได้อย่างมีประสิทธิภาพ อีกทั้งกระทรวงศึกษาธิการมีนโยบายพัฒนาคุณภาพการศึกษา ยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน และส่งเสริมสนับสนุนให้ครูผู้สอนได้พัฒนาผู้เรียนให้มีทักษะการคิด ทักษะการคิดคำนวณ ลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา และครูผู้สอนมีเทคนิควิธีการสอนที่หลากหลาย จัดการเรียนรู้ในลักษณะ Active Learning สพฐ. จึงได้จัดการแข่งขัน คัดเลือกและประกวดผลงานในกิจกรรมต่าง ๆ ขึ้น และเพื่อเป็นการสร้างขวัญและกำลังใจแก่ผู้มีส่วนร่วมในการพัฒนางานดังกล่าว สพฐ. จึงได้มอบรางวัล และโล่ประกาศเกียรติคุณเพื่อมอบให้แก่ผู้ที่ได้รับรางวัล ตลอดจนผู้ให้สนับสนุนการดำเนินงานของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน จำนวน ๒๙ ราย ดังนี้

๑. โรงเรียนที่ได้รับรางวัลการแข่งขันเทคนิคการคิดเลขเร็วแบบอินเดีย (เวทคณิต) และผู้สนับสนุน

การแข่งขัน จำนวน ๑๖ ราย แบ่งเป็น ระดับประถมศึกษา ได้แก่ ประเภทเดี่ยว ชนะเลิศ เหรียญทอง เด็กหญิงอิสรีย์ เกตุทะเล โรงเรียนวัดดอนไก่เตี้ย สพป.เพชรบุรี เขต ๑ รองชนะเลิศอันดับ ๑ เหรียญเงิน เด็กชายณัฏฐ์พัฒน์ กิจจาพูล โรงเรียนอนุบาลสระบุรี สพป.สระบุรี เขต ๑ รองชนะเลิศอันดับ ๒ เหรียญทองแดง เด็กหญิงมณฑิชา เบียดขุนทด โรงเรียนชุมชนคงวิทยา สพป.นครราชสีมา เขต ๖ ประเภททีม ชนะเลิศ เหรียญทอง เด็กชายณัฏฐ์พัฒน์ กิจจาพูล และเด็กชายศิวพงษ์ เปรมปรี โรงเรียนอนุบาลสระบุรี สพป.สระบุรี เขต ๑ รองชนะเลิศอันดับ ๑ เหรียญเงิน เด็กชายณัฐพัชร์ เชื้อกิตติศักดิ์ และ เด็กชายสิรวิชญ์ ครองตาเนิน โรงเรียนอนุบาลลำปาง (เขลางค์รัตน์อนุสรณ์) สพป.ลำปาง เขต ๑ รองชนะเลิศอันดับ ๒ เหรียญทองแดง เด็กหญิงนลิน สุขปราโมทย์ และเด็กหญิงพรทิพย์ จันทะมาศ โรงเรียนอนุบาลวัดลูกแกประชาชนูทิศ สพป.กาญจนบุรี เขต ๒

ระดับมัธยมศึกษา ประเภทเดี่ยว ได้แก่ ชนะเลิศ เหรียญทอง เด็กชายพีรพัฒน์ นาปรัง โรงเรียนสามัคคีวิทยาคม สพม. เขต ๓๖ รองชนะเลิศอันดับ ๑ เหรียญเงิน เด็กหญิงเกื้อการย์ ปุญญมัย โรงเรียนพะเยาพิทยาคม สพม. เขต ๓๖ รองชนะเลิศอันดับ ๒ เหรียญทองแดง เด็กหญิงภานรินทร์ สุริยะฉันทนานนท์ โรงเรียนประจวบวิทยาลัย สพม.เขต ๑๐ ประเภททีม ชนะเลิศ เหรียญทอง เด็กหญิงพรปวีณ์ ภูดีหิน และ เด็กหญิงสุชัญญา สุวรรณวัฒนา โรงเรียนบางสะพานวิทยา สพม. เขต ๑๐

รองชนะเลิศอันดับ ๑ เหรียญเงิน เด็กหญิงญานิศา ทองลอง และเด็กภิชชาภา ทองทุม โรงเรียนศรียานุสรณ์ สพม. เขต ๑๗ รองชนะเลิศอันดับ ๒ เหรียญทองแดง เด็กนายณัฐนนท์ ศรีเจริญ และเด็กชายพรหมพิริยะ อัครเศรษฐโชติ โรงเรียนกาญจนาภิเษกวิทยาลัย สุพรรณบุรี สพม. เขต ๙

ผู้สนับสนุนการแข่งขัน แบ่งเป็น ผู้ให้การสนับสนุนสถานที่แข่งขัน นายวีระพงค์ ประดิษฐ์ ผู้อำนวยการโรงเรียนสายปัญญารังสิต สพม. เขต ๔ ผู้ให้การสนับสนุนเงินรางวัล นายวรางค์ วงศ์วรกุล ผู้ให้การสนับสนุนเป็นวิทยากรและเงินรางวัล นายสมชาย ศรีวรางกูล และนางสาวลัดดาวัลย์ ด่านศิริวิโรจน์

๒. รางวัลการคัดเลือกสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา และสถานศึกษาที่ส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพและมาตรฐานการศึกษาประสบผลสำเร็จ กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ ประจำปี พ.ศ. ๒๕๖๐ จำนวน ๙ ราย แบ่งเป็น ประเภทสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ได้แก่ สพป.อุดรธานี เขต ๒ ได้รับรางวัล ระดับดี ประเภทสถานศึกษาระดับประถมศึกษา โรงเรียนวัดบางไกรนอก (แย้มพร้อมอุปถัมภ์) สพป.นนทบุรี เขต ๑ ได้รับรางวัล ระดับดีเด่น โรงเรียนบางสะพาน สพป.ประจวบคีรีขันธ์ เขต ๑ ได้รับรางวัล ระดับดีเด่น โรงเรียนอนุบาลด่านช้าง สพป.สุพรรณบุรี เขต ๓ ได้รับรางวัล ระดับดี โรงเรียนบ้านยา สพป.อุดรธานี เขต ๓ ได้รับรางวัล ระดับดี โรงเรียนสฤษดิเดช สพป.จันทบุรี เขต ๑ ได้รับรางวัล ระดับดี ประเภทสถานศึกษาระดับมัธยมศึกษา โรงเรียนกาญจนาภิเษกวิทยาลัย นครปฐม (พระตำหนักสวนกุหลาบมัธยม) สพม. เขต ๙ ได้รับรางวัล ระดับดีเด่น โรงเรียนมัธยมวัดสิงห์ สพม. เขต ๑ ได้รับรางวัล ระดับดีเด่น และโรงเรียนสมุทรปราการ สพม. เขต ๖ ได้รับรางวัล ระดับดี

๓. รางวัลครูผู้สร้างพลังการเรียนรู้ (Active Teacher Award) จำนวน ๔ ราย แบ่งเป็น หน่วยการเรียนรู้ เรื่อง เทคโนโลยีดีเอ็นเอ นายขวัญ ตาใจ ครู โรงเรียนพิษณุโลกพิทยาคม สพม. เขต ๓๙ หน่วยการเรียนรู้บูรณาการ เรื่อง บ้านอุ๊ยขาดน้ำ (ความดันและหลักแบร์นูลลี) ครู โรงเรียนยุพราชวิทยาลัย สพม. เขต ๓๔ นางบุปผา ธนะชัยขันธ์ นายธีรุตม์ บุญมา และนางสุกัญญา เหมืองสอง จากนั้น นายแพทย์ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.)ได้เดินทางย้งห้องประชุม ๑ อาคาร สพฐ. ๔ ชั้น ๒ เพื่อร่วมประชุมกับคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานเพื่อร่วมฟังผลการดำเนินงานด้านวิชาการการประเมินคุณธรรมความโป่รงใสในการทำงาน รายงานการจัดงานทางวิชาการโครงการโรงเรียนภาคใต้

ดูภาพทั้งหมด

https://www.facebook.com/media/set/?set=a.1566533590109559.1073742614.10…

หยก ข่าว

31 มกราคม 2561

ขอบคุณแหล่งข้อมูล: สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ

สุพรรณบุรี เขต ๓ รับชมรายการ “พุธเช้า ข่าว สพฐ.” ครั้งที่ ๔/๒๕๖๑ วันที่ ๓๑ มกราคม ๒๕๖๑

1043442.JPG

31 มกราคม 2561 ตั้งแต่เวลา 07.30 – 9.00 น. ดร.ไพศาล ปันแดน ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสุพรรณบุรี เขต 3 มอบหมายให้ นายวิทยา ยางสุด นายอำนวยดี ดี ประสิทธิ์ รองผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสุพรรณบุรี เขต 3 พร้อมผู้อำนวยการกลุ่ม/หน่วย รับชมรายการ “พุธเช้า ข่าว สพฐ.” ตรงถึงครู รู้ถึงนักเรียนและประชาชน ครั้งที่ 4/2561 โดยแบ่งการนำเสนอเป็น 2 ช่วง ช่วงเวลา 07.30 – 8.00 น. รายการ พุธเช้า ข่าวโรงเรียน เป็นการนำเสนอผลการดำเนินงานของโรงเรียนต่างๆ และช่วงเวลา 08.00 – 09.00 น. ช่วงรายการ พุธเช้า ข่าว สพฐ. นำเสนอสาระสำคัญในการนำมาปฏิบัติงานตามนโยบาย ดังนี้ 1) ศาสตร์พระราชา 2) เลขาธิการ กพฐ. พบเพื่อนครู 2.1 การสร้างเครือขายสื่อสารของเขตพื้นที่ 2.2 การขับเคลื่อนนโยบาย ไทยนิยมของรัฐบาล 2.3 การลงพื้นที่ปฏิบัติราชการ ของ เลขา กพฐ. 2.4 การติดตามการใช้อินเทอร์เน็ตของโรงเรียนเขตพื้นที่สูง 2.5 ค่าใช้จ่ายในการเช่าใช้อินเทอร์เน็ต 2.6 การประชุม กพฐ. 2.7 การมอบรางวัลชนะเลิศ การแข่งขันคิดเลขเร็วแบบอินเดีย 2.8 การปฏิบัติราชการของ เลขา กพฐ. สัปดาห์หน้า 3. การจัดงานศิลปหัตถกรรมนักเรียน ระดับชาติ 4. การบริหารจัดการเครือข่ายอินเทอร์เน็ต 5. เว็บไซต์ ติวฟรี.com 6. โครงการประกวดทักษะภาษาไทยของโรงเรียนในถิ่นทุรกันดาร สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ 7. VTR บทบาทของครูกับเด็กซึมเศร้า 8. ประชุม ผอ.สพท. ณ จังหวัดนครราชสีมา และ 9. โครงการโรงเรียนประชารัฐ จังหวัดชายแดนภาคใต้

31 มกราคม 2561

ขอบคุณแหล่งข้อมูล: สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ

สพฐ.ลงพื้นที่สอบครูผู้ช่วครั้งที่๒

1023825.JPG

**สพฐ. ลงพื้นที่ติดตามการสอบครูผู้ช่วยครั้งที่ 2 ปี พ.ศ. 2560 วันที่ 16 ธันวาคม 2560 นายบุญรักษ์ ยอดเพชร เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (เลขาธิการ กพฐ.) พร้อมด้วย นายณรงค์ แผ้วพลสง รองเลขาธิการ กพฐ. และผู้บริหารของ สพฐ. ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมสนามสอบแข่งขันเพื่อบรรจุและแต่งตั้งบุคคลเข้ารับราชการเป็นข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่งครูผู้ช่วย กรณีที่มีความจำเป็นหรือมีเหตุพิเศษ ครั้งที่ 2 ปี พ.ศ. 2560 ณ โรงเรียนสันติราษฎร์วิทยาลัย เขตราชเทวี กรุงเทพมหานคร เลขาธิการ กพฐ. กล่าวว่า การสอบแข่งขันฯ ในครั้งนี้ จัดสอบระหว่างวันที่ 16-17 ธันวาคม 2560 โดยแบ่งเป็น 3 ภาค คือ วันเสาร์ที่ 16 ธันวาคม 2560 สอบภาค ก ความรอบรู้ และความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับความประพฤติและการปฏิบัติของวิชาชีพครู ภาค ข ความรู้ความสามารถที่ใช้เฉพาะตำแหน่ง และวันอาทิตย์ที่ 17 ธันวาคม 2560 สอบภาค ค ความเหมาะสมกับตำแหน่งและวิชาชีพ ซึ่งจะใช้วิธีประเมินโดยการสอบสัมภาษณ์ เพื่อคัดเลือกผู้ที่เหมาะสมกับตำแหน่งครูผู้ช่วยในวิชาเอกต่าง ๆ จากนั้นจะประกาศผลการคัดเลือกภายในวันศุกร์ที่ 22 ธันวาคม 2560 ต่อไป สำหรับส่วนกลางในเขตกรุงเทพมหานคร มีสนามสอบ 2 โรงเรียน คือ โรงเรียนสันติราษฎร์วิทยาลัย และโรงเรียนพิบูลประชาสรรค์ โดยสนามสอบโรงเรียนสันติราษฎร์วิทยาลัย มีผู้สมัครสอบทั้งหมด 621 คน มีตำแหน่งว่าง 252 ตำแหน่ง จาก 31 วิชาเอก ขณะที่โรงเรียนพิบูลประชาสรรค์ จะเป็นการจัดสอบสำหรับส่วนการศึกษาพิเศษ มีผู้สมัครสอบจำนวน 522 คน มีตำแหน่งว่าง 199 ตำแหน่ง จาก 35 วิชาเอก ขณะที่ภาพรวมทั้งประเทศ มีผู้สมัครสอบทั้งสิ้น 19,201 คน มีตำแหน่งว่าง 4,680 ตำแหน่ง จาก 56 วิชาเอก ซึ่งได้จัดสนามสอบแข่งขันในโรงเรียนสังกัด สพฐ. กระจายกันไปทั้ง 18 เขตตรวจราชการทั่วประเทศ โดยในการสอบแข่งขันฯครั้งนี้ วิชาเอกที่มีผู้สมัครมากที่สุด 5 อันดับ ได้แก่ 1. คอมพิวเตอร์ 2. สังคมศึกษา 3. วิทยาศาสตร์ 4. ปฐมวัย 5. ภาษาอังกฤษ ขณะที่เขตที่มีผู้สมัครสอบมากที่สุด คือ เขต 14 ซึ่งมีสนามสอบในจังหวัดนครราชสีมา ชัยภูมิ บุรีรัมย์ และสุรินทร์ มีผู้สมัครสอบทั้งสิ้นจำนวน 2,949 คน เลขาธิการ กพฐ. กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับมาตรการป้องกันการทุจริตการสอบ จะมีการกำหนดให้หน่วยรับสมัครกรอกเลขประจำตัวประชาชน 13 หลัก ของผู้สมัครในโปรแกรมผู้สมัครสอบครูผู้ช่วยของ สพฐ. เพื่อตรวจสอบบุคคลที่สมัครสอบมากกว่า 1 แห่ง และแจ้งผู้ดำเนินการคัดเลือกให้เฝ้าระวังว่าบุคคลนั้นเข้าสอบข้อเขียนที่หน่วยสอบใดและมีการเข้าสอบซ้ำซ้อนหรือไม่ จากนั้นจะมีการติดตามการคัดเลือกระหว่างสอบ โดยแต่งตั้งผู้แทน สพฐ. จากส่วนกลางไปสังเกตสถานการณ์ต่างๆ ร่วมกับประธาน Cluster หากพบเหตุการณ์ที่อาจสุ่มเสี่ยง หรือส่อไปในทางไม่สุจริตให้รายงานเลขาธิการ กพฐ. ทันที นอกจากนั้น เพื่อให้การเข้าสอบดำเนินไปอย่างโปร่งใสและตรวจสอบได้อย่างรัดกุมที่สุด ก่อนเข้าห้องสอบจึงได้ให้ผู้เข้าสอบถอดนาฬิกาข้อมือ เข็มขัด โทรศัพท์มือถือ ไอแพด และเครื่องมือสื่อสารทุกชนิด โดยอนุญาตให้ผู้เข้าสอบนำบัตรประจำตัวผู้สอบ ขึ้นตึกสอบเท่านั้น “สนามสอบทุกแห่งเข้มงวดเรื่องการทุจริตตั้งแต่ก่อนสอบ ระหว่างสอบและหลังสอบ โดยเฉพาะสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาที่จัดสนามสอบเอง อีกทั้งผู้สมัครสอบทุกคนต้องฝากอุปกรณ์ทุกอย่างไว้ที่เจ้าหน้าที่ เพื่อป้องกันการนำเอาอุปกรณ์สื่อสารต่างๆ เข้าไปภายในห้องสอบ เพื่อความยุติธรรม โปร่งใส ตรวจสอบได้ ซึ่งจะเป็นการสร้างความเชื่อถือแก่สังคมทั้งในส่วนของ สพฐ. / สพท. และทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง” เลขาธิการ กพฐ. กล่าว

16 ธันวาคม 2560

ขอบคุณแหล่งข้อมูล: สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ

ลงโทษนักเรียน นักศึกษา อย่างไรจึงจะไม่ถูกผู้ปกครองฟ้องร้องความผิด

1021989.jpg

ลงโทษนักเรียน นักศึกษาอย่างไร

จึงจะไม่ถูกผู้ปกครองฟ้องร้องความผิด

ดร.ถวิล อรัญเวศ

รอง ผอ.สพป.นครราชสีมา เขต 4 ทุกวันนี้มักจะมีข่าวจากวิทยุโทรทัศน์และหนังสือพิมพ์กรณีที่ครูลงโทษนักเรียนเกินกว่าเหตุจน

ผู้ปกครองร้องเรียนผ่านสื่อต่างๆ เพื่อฟ้องร้องเอาความผิดกับครู จึงอยากจะนำเรื่องการลงโทษนักเรียนมาเล่าสู่กันฟัง

อย่างน้อยก็จะทำให้ครูเราได้ระมัดระวังสำหรับที่จะลงโทษนักเรียน ต้องลงโทษให้ถูกต้องกับระเบียบที่ได้เปลี่ยนแปลงไป

การลงโทษนักเรียนมีจุดประสงค์หลักเพื่อให้นักเรียนที่ถูกครูลงโทษต้องหลาบจำ และไม่ทำพฤติกรรมเช่นนั้นอีก

โดยต้องการให้มีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมไปในทางที่ถูกต้องดีงามตามที่สังคมกำหนด

แนวคิดของจุดประสงค์ของการลงโทษนักเรียนยังมีอยู่ถึงแม้ว่าจะมีวิธีการที่เปลี่ยนไป

แต่จุดประสงค์หลักยังไม่เปลี่ยนแปลง เพราะแนวคิดด้านการลงโทษนักเรียน

นักศึกษาได้พัฒนาไปมาก มีการศึกษาวิจัยถึงระดับปริญญาเอก โดยสาระสำคัญ

ต้องการให้การลงโทษเกิดประโยชน์กับสังคมและปัจเจกบุคคลมากที่สุด จะเห็นได้ว่า

ได้มีการปรับเปลี่ยนวิธีการลงโทษจากวิธีที่ใช้การเฆี่ยนตี ซึ่งเชื่อกันว่าเป็นการทำร้ายร่างกายและจิตใจ

ทำให้นักเรียนเก็บกดกลายมาเป็นการแก้ไขพฤติกรรม และการจำกัด หรือกักขัง ไม่ให้สร้าง

ความเดือดร้อนให้กับสังคมหรือผู้อื่น หรือการตัดคะแนนความประพฤติแทนการเฆี่ยนตี ซึ่งเป็นแนวคิดของ

นักการศึกษาและนักจิตวิทยา การลงโทษนักเรียนนักศึกษา แนวคิดการลงโทษเป็นความจำเป็นในการสร้างคนให้มีคุณภาพ ถึงกับมีคำกล่าวว่า

“รักวัวให้ผูก รักลูกให้ตี” และเมื่อเอ่ยถึงคำว่า “ไม้เรียว” เชื่อว่าใครหลายๆ คนที่มีตำแหน่งหน้าที่การงานระดับสูง

หรือ เป็นเพียงพนักงานธรรมดา ๆ ก็คงจะเคยผ่านการอบรมบ่มเพาะจากโรงเรียน หรือสถาบันการศึกษามาอย่างเข้มข้นคง

ได้เคยสัมผัสและรู้จักรสชาติของไม้เรียวแล้วบ้างโดยเฉพาะคนรุ่นก่อนๆ

ถ้ามองย้อนกลับไปถึงนัยของการทำโทษนักเรียนนักศึกษาในอดีต ดูเหมือนจะถูกทำโทษด้วยไม้เรียวกันเป็นประจำจนเป็นเรื่องปกติ

และเมื่อมีงานเลี้ยงรุ่นของบรรดาศิษย์เก่าของโรงเรียนต่างๆ ที่มารวมตัวกันต่างนำเรื่องการโดนไม้เรียวหรือการทำโทษต่างๆ เช่น เดินเป็ด

ขนมจีบ สองเกลียวบิดพุง คาบไม้บรรทัด ขว้างด้วยแปลงลบกระดาน วิ่งรอบสนาม ให้ล้างส้วม ให้ทำงานหนักอื่น ๆ และที่หนักมากที่สุดคือ

การเฆี่ยนตีหน้าเสาธง หรือหน้าชั้นเรียน เรื่องการลงโทษและถูกทำโทษด้วยวิธีแปลกๆ นี้เมื่อเวลาผ่านไป ได้ถูกนำมาพูดกันอย่างสนุกสนาน ยิ่งถ้าครูคนไหนดุ

หรือทำโทษบ่อยมากๆ ก็จะเป็นที่จดจำของบรรดาลูกศิษย์ ซึ่งอาจเป็นทั้งที่รักและที่เกลียดชังด้วยก็มี การทำโทษด้วยการใช้ไม้เรียวเฆี่ยน ตี

หรือ การทำโทษด้วยวิธีการต่าง ๆ ที่เกิดเป็นความบอบช้ำไม่เฉพาะด้านร่างกายเท่านั้นยังส่งผลต่อด้านจิตใจของนักเรียนและผู้ปกครองอีกด้วย

จึงมีคำถามตามมาว่าครูควร ลงโทษแบบไหน ถึงจะเรียกว่าอยู่ในระดับที่เหมาะสม คำตอบที่น่าจะเป็นไปได้มากที่สุดก็คือ

ครูควรมีจิตสำนึกของความเป็นครูอันเป็นแนวคิดพื้นฐานที่ครูควรตระหนัก เพราะหากมีการทำโทษด้วยจิตสำนึกดังกล่าว

ถึงแม้ว่าจะออกมาในรูปแบบของการ เฆี่ยนตี แต่ก็ด้วยความมุ่งหมายที่ต้องการให้ผู้เรียนเข็ดหลาบ หรือหลาบจำ

ไม่ต้องการให้มีพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์เช่นนั้นอีก นักเรียนหรือผู้ปกครองอาจจะยอมรับได้ยกเว้นการเฆี่ยนตี

เกินกว่าเหตุใช้อารมณ์โกรธ หรือมีอารมณ์โกรธมาจากเรื่องอื่นแต่มาลงกับนักเรียนก็คงจะ

ไม่เหมาะสม ปัจจุบันจิตสำนึกของครู (บางคน) ขาดหายไปจึงเกิดกรณีเป็นข่าวในเรื่องการทำโทษนักเรียนหรือ

นักศึกษาจนเกินกว่าเหตุ และเมื่อพิจารณาแล้วการทำโทษในบางครั้งแทบจะไม่มีเยื่อใยความผูกพันระหว่าง

ความเป็นครูกับศิษย์ให้เห็นเลย ฉะนั้น จึงเป็นปัญหาตามมา และทำให้มีการร้องเรียนครูถึงกับต้องถูกลงโทษ

ทางวินัย หรือให้ย้ายครูคนนั้นออกจากโรงเรียนก็มี ลงโทษนักเรียนอย่างไรจึงจะไม่ถูกผู้ปกครองฟ้องร้องความผิด

การลงโทษนักเรียนนักศึกษาที่จะพ้นผิดหรือจะไม่ถูกผู้ปกครองฟ้องร้องความผิด ครูต้องลงโทษ

ตามระเบียบกระทรวงศึกษาธิการว่าด้วยการลงโทษนักเรียนนักศึกษา

ระเบียบกระทรวงศึกษาธิการว่าด้วยการลงโทษนักเรียนและนักศึกษา พ.ศ. 2548

ได้กำหนดวิธีการลงโทษไว้ซึ่งจะนำมากล่าวถึงในประเด็นที่เป็นสาระสำคัญดังนี้ ข้อ 4. …“การลงโทษ” หมายความว่า การลงโทษนักเรียนหรือนักศึกษาที่กระทำความผิด

โดยมีความมุ่งหมายเพื่อการอบรมสั่งสอน

ข้อ 5 โทษที่จะลงโทษแก่นักเรียนหรือนักศึกษาที่กระทำความผิด มี 4 สถาน ดังนี้

1. ว่ากล่าวตักเตือน

2. ทำทัณฑ์บน

3. ตัดคะแนนความประพฤติ

4. ทำกิจกรรมเพื่อให้ปรับเปลี่ยนพฤติกรรม

ข้อ 6 ห้ามลงโทษนักเรียนและนักศึกษาด้วยวิธีรุนแรง หรือแบบกลั่นแกล้ง หรือลงโทษด้วยความโกรธ

หรือด้วยความพยาบาท โดยให้คำนึงถึงอายุของนักเรียนหรือนักศึกษา และความร้ายแรงของพฤติการณ์ประกอบ

การลงโทษด้วย

การลงโทษนักเรียนหรือนักศึกษาให้เป็นไปเพื่อเจตนาที่จะแก้นิสัยและความประพฤติไม่ดีของนักเรียนหรือนักศึกษา

ให้รู้สำนึกในความผิดและกลับมาประพฤติตนตนในทางที่ดีต่อไป ให้ผู้บริหารโรงเรียน หรือผู้ที่ผู้บริหารโรงเรียนมอบหมาย

เป็นผู้มีอำนาจในการลงโทษ นักเรียนนักศึกษา

ข้อ 7. การว่ากล่าวตักเตือน ใช้ในกรณีนักเรียนหรือนักศึกษากระทำความผิดไม่ร้ายแรง

ข้อ 8. การทำทัณฑ์บน ใช้ในกรณีนักเรียนหรือนักศึกษาที่ประพฤติตนไม่เหมาะสมกับสภาพนักเรียนหรือนักศึกษา

ตามกฎกระทรวงว่าด้วยความประพฤตินักเรียนและนักศึกษา หรือกรณีทำให้เสื่อมเสียชื่อเสียงและเกียรติศักดิ์ของสถานศึกษา

หรือฝ่าฝืนระเบียบของสถานศึกษา หรือได้รับโทษว่ากล่าวตักเตือนแล้ว แต่ยังไม่เข็ดหลาบ

การทำทัณฑ์บน ให้ทำเป็นหนังสือ และเชิญบิดามารดาหรือผู้ปกครองมาบันทึกรับทราบความผิดและรับรองการทำทัณฑ์บน ไว้ด้วย ข้อ 9. การตัดคะแนนความประพฤติ ให้เป็นไปตามระเบียบปฏิบัติว่าด้วยการตัดคะแนนความประพฤตินักเรียนและนักศึกษาของแต่ละสถานศึกษากำหนด

และให้ทำบันทึกข้อมูลไว้เป็นหลักฐาน ข้อ 10 การทำกิจกรรมเพื่อให้ปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ใช้ในกรณีที่นักเรียนและนักศึกษากระทำความผิดที่สมควรต้องปรับเปลี่ยนพฤติกรรม

การจัดกิจกรรมให้เป็นไปตามแนวทางที่กระทรวงศึกษาธิการกำหนด ซึ่งก่อนหน้าปี 2542 กระทรวงศึกษาธิการมีระเบียบลงโทษนักเรียน

ที่อนุญาตให้ครูใช้ไม้เรียวตีนักเรียนได้

หลังจากปี 2542 มีระเบียบลงโทษนักเรียน ห้ามลงโทษนักเรียนโดยการตี และล่าสุดจากระเบียบข้างต้นโดยปรับปรุงระเบียบกระทรวงศึกษาธิการ

ว่าด้วย เรื่องการลงโทษนักเรียนและนักศึกษา ประกาศ ณ วันที่ 18 มกราคม พ.ศ. 2548 กำหนดบทลงโทษไว้อย่างชัดเจน คือ ว่ากล่าวตักเตือน ทำทัณฑ์บน

ตัดคะแนนความประพฤติ และทำกิจกรรมเพื่อปรับพฤติกรรม เท่านั้น นั่นหมายความว่าครูไม่ควรลงโทษนักเรียนและนักศึกษา ด้วยวิธีการอื่นๆ

นอกเหนือจาก 4 มาตรการนี้ การลงโทษนักเรียนและนักศึกษาที่เหมาะสม

การลงโทษควรเป็นวิธีการสุดท้ายสำหรับครู/อาจารย์ที่จะพึงกระทำต่อผู้เรียน และการทำโทษต้องอยู่บนเจตนาของความต้องการ

แก้ไขพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมเท่านั้น การทำการบ้านผิด ตอบคำถามผิด หรือมีการเรียนที่ล่าช้า ไม่สมควรได้รับการลงโทษด้วยวิธีการที่รุนแรงมาก

อาจารย์หลายท่านได้แสนอความเห็นไว้ว่าในอดีตการทำการบ้านผิด ตอบคำถามผิด หรือการเรียนที่ล่าช้า จะถูกทำโทษจากครู/อาจารย์

อย่างรุนแรงด้วยการเฆี่ยน ตี หรือทำร้ายร่างกายด้วยวิธีการต่าง ๆ

การลงโทษที่เหมาะสมในยุคปัจจุบันจึงควรละเว้นการทำร้ายร่างการและจิตใจ วิธีการต่าง ๆ

ที่เกี่ยวกับการทำร้ายร่างกายอย่างสิ้นเชิง ความผิดต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นอันเป็นผลจากกระบวนการเรียนการสอนนั้น

ต้องได้รับการแก้ไขด้วยกระบวนการเรียนการสอนและการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนที่เหมาะสม

ถ้านักเรียนหรือนักศึกษาทำความผิดที่ไม่เกี่ยวข้องกับการเรียนการสอนและสมควรต้องได้รับการลงโทษ

ครู/อาจารย์ควรหลีกเลี่ยงความรับผิดชอบในการแก้ไขพฤติกรรมด้วยการทำร้าย ร่างกายหรือจิตใจ ด้วยประการทั้งปวง

เช่น การลงโทษด้วยการเฆี่ยน ตี หรือด่าว่าด้วยถ้อยคำที่กระทบความรู้สึกอย่างรุนแรง ครู/อาจารย์ควรให้ผู้ที่

มีหน้าที่รับผิดชอบโดยตรงดำเนินการจะดีกว่า เช่น พ่อแม่ ผู้ปกครอง หรือเจ้าหน้าที่บ้านเมืองจากหน่วยงานที่

รับผิดชอบในการแก้ไขความประพฤติของ เยาวชน หรือคนในสังคม ซึ่งเจ้าหน้าที่เหล่านั้นเป็นผู้มีความรู้ความเข้าใจ

และมีความชำนาญในกระบวนการและวิธีการลงโทษตามลักษณะของพฤติกรรมที่ควรได้รับ

การลงโทษ เพราะครู/อาจารย์ไม่ได้รับการฝึกอบรมหรือได้รับการสั่งสอน มาให้เป็นผู้พิจารณาโทษและลงโทษผู้เรียนอย่างเป็นระบบ

การตัดสินลงโทษของครูจึงมีความผิดพลาดได้ง่าย เพราะครูมักจะใช้อารมณ์ และความรู้สึกของตนเองตัดสินเป็นสำคัญ

ยิ่งถ้าครูเป็นผู้เกี่ยวข้องและมีส่วนกับการการทำผิดของผู้เรียนด้วยแล้ว ยิ่งทำให้ความเป็นธรรมและความชอบธรรมลดลงมาก

ครูควรหมดหน้าที่ลงโทษผู้เรียนด้วยการทำร้ายร่างกายและจิตใจของผู้เรียนอีกต่อไป สรุป

การลงโทษนักเรียน ก็เพื่ออบรมสั่งสอนหรือเพื่อให้นักเรียนที่ถูกครูลงโทษเข็ดหลาบ

ไม่ทำพฤติกรรมเช่นนั้นอีกต่อไป มีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมไปในทางที่ถูกต้องดีงามตามที่สังคมกำหนด

เป็นความจำเป็นในการสร้างคนให้มีคุณภาพ ครูควรจะลงโทษตามแนวทางระเบียบว่าด้วยการลงโทษนักเรียนที่ได้ปรับปรุงแก้ไข

ฉบับปัจจุบัน ปี 2548 โดยโทษที่จะลงโทษแก่นักเรียนหรือนักศึกษาที่กระทำความผิด มี 4 สถาน คือว่ากล่าวตักเตือน ทำทัณฑ์บน

ตัดคะแนนความประพฤติ ทำกิจกรรมเพื่อให้ปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ห้ามลงโทษนักเรียนและนักศึกษาด้วยวิธีรุนแรง

หรือแบบกลั่นแกล้ง หรือลงโทษด้วยความโกรธ หรือด้วยความพยาบาท โดยให้คำนึงถึงอายุของนักเรียนหรือนักศึกษา

และความร้ายแรงของพฤติการณ์ประกอบการลงโทษด้วย การลงโทษนักเรียนหรือนักศึกษาให้เป็นไปเพื่อเจตนาที่จะแก้นิสัยและความ

ประพฤติไม่ดีของนักเรียนหรือนักศึกษาให้รู้สำนึกในความผิด และกลับมาประพฤติตนในทางที่ดีต่อไป

ให้ผู้บริหารโรงเรียนหรือผู้อำนวยการสถานศึกษา หรือผู้ที่ผู้บริหารโรงเรียนหรือผู้อำนวยการสถานศึกษามอบหมาย

เป็นผู้มีอำนาจในการลงโทษนักเรียน นักศึกษา การว่ากล่าวตักเตือน ในกรณีนักเรียนหรือนักศึกษากระทำความผิดไม่ร้ายแรง

การทำทัณฑ์บนใช้ในกรณีนักเรียนหรือนักศึกษาที่ประพฤติตนไม่เหมาะสมกับสภาพ นักเรียนหรือนักศึกษา

ตามกฎกระทรวงว่าด้วยความประพฤตินักเรียนและนักศึกษา หรือกรณีทำให้เสื่อมเสียชื่อเสียงและเกียรติศักดิ์ของสถานศึกษา

หรือฝ่าฝืนระเบียบของสถานศึกษา หรือได้รับโทษว่ากล่าวตักเตือนแล้ว แต่ยังไม่เข็ดหลาบ

การทำทัณฑ์บนให้ทำเป็นหนังสือและเชิญบิดามารดาหรือผู้ปกครองมาบันทึกรับทราบความผิดและรับรองการทำทัณฑ์บน

ไว้ด้วย การตัดคะแนนความประพฤติ ให้เป็นไปตามระเบียบปฏิบัติว่าด้วยการตัดคะแนนความประพฤตินักเรียนและนักศึกษาของแต่ละสถานศึกษากำหนด

และให้ทำบันทึกข้อมูลไว้เป็นหลักฐาน ส่วนการทำกิจกรรมเพื่อให้ปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ใช้ในกรณีที่นักเรียนและนักศึกษากระทำความผิดที่สมควรต้องปรับเปลี่ยน พฤติกรรม การจัดกิจกรรมให้เป็นไปตามแนวทางที่กระทรวงศึกษาธิการกำหนด ก่อนปี 2542 กระทรวงศึกษาธิการมีระเบียบลงโทษนักเรียน ที่อนุญาตให้ครูใช้ไม้เรียวเฆี่ยนตีนักเรียนได้ (ไม่เกิน 6 ที ที่ก้น) หลังจากปี 2542 เป็นต้นมา ได้มีระเบียบลงโทษนักเรียน ห้ามลงโทษนักเรียนโดยการตี และล่าสุดจากระทรวงศึกษาธิการได้ออกระเบียบการลงโทษนักเรียนและนักศึกษา ประกาศ ณ วันที่ 18 มกราคม พ.ศ. 2548 กำหนดบทลงโทษไว้อย่างชัดเจน คือ ว่ากล่าวตักเตือน ทำทัณฑ์บน ตัดคะแนนความประพฤติ และทำกิจกรรมเพื่อปรับพฤติกรรมเท่านั้น นั่นหมายความว่าครูไม่ควรลงโทษนักเรียนและนักศึกษา ด้วยวิธีการอื่นๆ นอกเหนือจาก 4 มาตรการนี้ เพราะไม่เช่นนั้น อาจจะได้รับโทษหรือถูกฟ่องร้องกรณีลงโทษไม่ถูกระเบียบได้ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับโรงเรียนและผู้ปกครองว่าจะสร้างความเข้าอกเข้าใจกันได้เพียงไร จึงจะหาทางออกที่ดีงามได้ แต่ถ้าการลงโทษที่กระทำโดยยึดตามระเบียบกระทรวงศึกษาธิการที่แก้ไขเป็นปัจจุบันก็จะทำให้ผู้ปกครอง ไม่สามารถฟ้องร้องความผิดกับครูได้ หรือกรณีได้สร้างความเข้าใจอันดีงามระหว่างนักเรียนและผู้ปกครองแล้ว ผู้ปกครองอาจจะไม่ฟ้องร้องเอาผิดกับผู้บริหารและครูได้เพราะลงโทษด้วยเมตตาจิตหวังความดีงามของนักเรียนเป็นที่ตั้ง และการลงโทษที่ไม่เกินเหตุไม่เป็นอันตรายต่อร่างกายและจิตใจของนักเรียน หรือนักศึกษา……….. แหล่งข้อมูลเพิ่มเติม

12 ธันวาคม 2560

ขอบคุณแหล่งข้อมูล: สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ

ข่าวสารสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาพื้นฐาน วันที่ ๒๘ พฤศจิกายน ๒๕๖๐

สพฐ.ออกอากาศสดรายการ บ่ายนี้มีคำตอบ ตอน “ทำความเข้าใจ…เกณฑ์รับนักเรียนปี 2561”

1017982.JPG

+ นายณรงค์ แผ้วพลสง รองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน พร้อมด้วย นายสวัสดิ์ เพชรบูรณ์ ผู้อำนวยการโรงเรียนหอวัง และนายเทียน กล่ำบุตร ผู้อำนวยการโรงเรียนจันทร์หุ่นบำเพ็ญ เป็นร่วมรายการ ออกอากาศสดรายการบ่ายนี้มีคำตอบ “ทำความเข้าใจ…เกณฑ์รับนักเรียนปี 2561” เพื่อสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับนโยบายและแนวทางการรับนักเรียน ปีการศึกษา 2561 และให้ผู้ปกครองทุกท่านได้เตรียมความพร้อมสำหรับการส่งบุตรหลานเข้าเรียนในระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน โดยเฉพาะการเข้าเรียนในระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 และระดับชั้นมัธมศึกษาปีที่ 4 ทั้งในโรงเรียนทั่วไป และโรงเรียนที่มีอัตราการแข่งขันสูง โดยมีเจ้าหน้าที่จากสำนักนโยบายและแผนการศึกษาขั้นพื้นฐาน ร่วมตอบข้อซักถามทางโทรศัพท์ โดยมีนายวิศาล ดิลกวณิช และนางสาวสุนทรี อรรถสุข เป็นพิธีกร ณ สถานีโทรทัศน์โมเดิร์นไนน์ทีวี กรุงเทพมหานคร เมื่ออังคารวันที่ 28 พฤศจิกายน 2560.

ภาพ/ข่าว บรรจง ตั้งคำ

ดูภาพทั้งหมด https://www.facebook.com/baanjong/media_set?set=a.1752667421441065.10737…

เลขาธิการ กพฐ. รับมอบเงินช่วยเหลือผู้ประสบภัย ณ ห้องประชุม สพฐ.4 กระทรวงศึกษาธิการ

1017966.JPG

***เลขาธิการ กพฐ. รับมอบเงินช่วยเหลือผู้ประสบภัย

29 พฤศจิกายน 2560 นายบุญรักษ์ ยอดเพชร เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน รับมอบเงินเพื่อช่วยเหลือนักเรียนที่ประสบอุบัติเหตุจากรถบัสทัศนศึกษาคว่ำที่จังหวัดนครราชราชสีมา จากสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาเขต 1 (สพม.1) จำนวน 60,000 บาท พร้อมทั้งรับมอบเงินตามโครงการต้านภัยหนาวจาก สพม.1 จำนวน 150,000 บาท สพม.2 จำนวน 150,000 บาท สพป.กทม. จำนวน 20,000 บาท พร้อมทั้งมอบเครื่องอุปโภคบริโภคอีก มูลค่า 50,000 บาท สำนักบริหารงานการศึกษาพิเศษ จำนวน 100,000 บาท และสมาคมนักธุรกิจเอสเอ็มอีรุ่นใหม่มอบอุปกรณ์กีฬายี่ห้อ แกรมม่า มูลค่า 100,000 บาท และปุ๋ยอินทรีย์ ฮาลาล ตรานกอินทรีย์คู่ มูลค่า 100,000 บาท ให้โรงเรียนในโครงการ Active Learning จังหวัดชายแดนภาคใต้ นางอุษณีย์ ธโนสวรรย์ รองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน จำนวน 10,000 บาท นางนิรมล ตู้จินดา ผู้เชี่ยวชาญ สพฐ. จำนวน 10,000 บาท นางสาวนิจสุดา อภินันทาภรณ์ ผู้อำนวยการสถาบันภาษาไทย สพฐ. จำนวน 10,000 บาท

ขอขอบคุณสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ผู้ที่สนับสนุนเงินช่วยเหลือและเครื่องอุปโภคบริโภคต่างๆ เพื่อช่วยเหลือและบรรเทาความเดือดร้อนให้กับนักเรียนที่ประสบอุบัติเหตุ และนักเรียนที่อยู่ในพื้นที่ประสบภัยหนาว จากนี้ สพฐ. จะเดินทางไปเยี่ยมนักเรียนและเพื่อนครูที่ จ.แม่ฮ่องสอน พร้อมทั้งมอบเครื่องอุปโภคบริโภค และเงินช่วยเหลือต่อไป

เปิดการแข่งขันบาสเกตบอลนักเรียน สพฐ.-โมโน แชมเปี้ยนคัพ 2017

1017894.JPG

วันที่ 28 พฤศจิกายน 2560 เวลา 15.00 น. นายอรรถพร สิงหวิชัย ผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์ ให้เกียรติเป็นประธานในพิธีเปิดการแข่งขัน สพฐ. – โมโน แชมเปี้ยนคัพ 2017 บาสเกตบอลนักเรียนชิงชนะเลิศระดับภูมิภาพและระดับประเทศ ณ โรงเรียนสิรินธร สพม.33 จังหวัดสุรินทร์ โดยมี นายสำเริง บุญโต ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 33 เป็นผู้กล่าวรายงาน

โครงการนี้จัดโดย บริษัทโมโน สปอร์ต เอ็นเตอร์เทนเมนท์ จำกัด ร่วมมือกับสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ (สพฐ.) ดำเนินการสนับสนุนและส่งเสริม กีฬาบาสเกตบอล และเปิดโอกาสให้นักเรียน ในระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน เสริมสร้างประสบการณ์แข่งขัน เพื่อพัฒนา และ ต่อยอด สู่กีฬาอาชีพ ตามแนวนโยบายของรัฐบาล ซึ่งในการแข่งขันบาสเกตบอล “สพฐ.-โมโน แชมเปี้ยนคัพ 2017” รอบชิงชนะเลิศ ระดับภูมิภาคครั้งนี้ มีการชิงชัยจำนวน 6 รุ่น ทั้งชายและหญิง ได้แก่ / รุ่นอายุ 14 ปี/ อายุ 16 ปี /และอายุ 18 ปี จากภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มี 20 จังหวัดได้แก่ เลย หนองบัวลำภู อุดรธานี หนองคาย บึงกาฬ กาฬสินธุ์ สกลนคร ขอนแก่น ร้อยเอ็ด มหาสารคาม นครราชสีมา บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ อุบลราชธานี ยโสธร อำนาจเจริญ นครพนม ชัยภูมิ และมุกดาหาร

กำหนดจัดการแข่งขัน ระหว่างวันที่ 28 พฤศจิกายน ถึง วันที่ 4 ธันวาคม 2560 ซึ่ง โรงเรียนได้รับเกียรติเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขัน

เงินรางวัลได้รับการสนับสนุนจาก บริษัทโมโน สปอร์ต เอ็นเตอร์เทนเมนท์ จำกัด ซึ่งในรอบชิงชนะเลิศระดับภูมิภ้าค ทุกรุ่นจะได้รับทุนการศึกษา ทีมที่ชนะเลิศจะได้รับ 15,000 บาท พร้อมถ้วยเกียรติยศและเกียรติบัตร รองชนะเลิศ จะได้รับ 10,000 บาท ทีมครองร่วมอันดับ 3 (รุ่นละ 2 ทีม) ได้รับจำนวน 5,000 บาท พร้อมเกียรติบัตร

นอกจากนี้ ยังมีค่าบำรุงทีม ทีมที่ชนะเลิศและรองชนะเลิศภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ประเภททีมชายและทีมหญิง รวม 12 ทีม ๆ ละ 10,000 บาท

และในวันนี้ นายธีระทัศน์ อัครฉัตรรัตน์ ผู้อำนวยการโรงเรียนสิรินธร นำทีมผู้บริหารโรงเรียน คณะครู นักเรียน ร่วมให้การต้อนรับและเป็นเจ้าบ้านที่ดี อีกทั้งยังได้รับเกียรติจากผู้บริหารสถานศึกษาในสังกัด สพม.33 ร่วมเป็นเกียรติในพิธีเปิดฯ ครั้งนี้ด้วย พิชญ์สิณี เจริญรัตน์ ปชส.สพม.33 ภาพ/ข่าว

ติดตามภาพกิจกรรม ได้ที่ https://www.facebook.com/media/set/?set=a.1364190163704459.1073743791.10…

28 พฤศจิกายน 2560

ขอบคุณแหล่งข้อมูล: สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ

สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเปิดการประชุมวิชาการระดับชาติ องค์การเกษตรกรในอนาคตแห่งประเทศไทย ในพระราชูปถัมภ์ฯ (อกท.) ครั้งที่ ๓๘

DSC_1989.JPG

เช้าวันนี้ (3 กุมภาพันธ์ 2560) เวลา 09.04 น. สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเปิดการประชุมวิชาการระดับชาติ ของสมาชิกองค์การเกษตรกรในอนาคต แห่งประเทศไทยในพระราชูปถัมภ์ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ครั้งที่ 38 ซึ่งสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ จัดขึ้นระหว่างวันที่ 2 – 5 กุมภาพันธ์ 2559 ณ วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีอุทัยธานี ตำบลหนองแก อำเภอเมืองอุทัยธานี จังหวัดอุทัยธานี เมื่อรถยนต์พระที่นั่งถึงวิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีอุทัยธานี ตำบลหนองแก อำเภอเมืองอุทัยธานี จังหวัดอุทัยธานี (วงดุริยางค์บรรเลงเพลงมหาชัย) นายประภัสสร์ มาลากาญจน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดอุทัยธานี พลเอก สุรเชษฐ์ ชัยวงศ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลจังหวัดอุทัยธานี ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 31 ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 6 (นายสุเทพ ชิตยวงษ์) เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (นายอริยะ สุวรรณปากแพรก) ประธานอำนวยการ อกท. ระดับชาติ (นายประเวศ วรางกูร) ผู้อำนวยการวิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีอุทัยธานี ประธานคณะกรรมการดำเนินงาน ฯ และครูที่ปรึกษา อกท.ระดับชาติ เฝ้าฯ รับเสด็จ จากนั้น นายกเหล่ากาชาดจังหวัดอุทัยธานี และผู้แทนสมาชิก อกท. ทูลเกล้า ฯ ถวายพวงมาลัย สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินเข้าในหอประชุม (ดนตรีบรรเลงเพลงมหาชัย) ประทับพระราชอาสน์ (นายวณิชย์ อ่วมศรี) รองเลขาธิการคณะกรรมการ การอาชีวศึกษา เข้าเฝ้าฯ ทูลเกล้าฯ ถวายสูจิบัตรการประชุมวิชาการ และหนังสือที่ระลึก รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการกราบบังคมทูลถวายรายงานการจัดประชุมวิชาการฯ โอกาสนี้ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม ให้สมาชิกองค์การเกษตรเกษตรในอนาคตแห่งประเทศไทย ในพระราชูปถัมภ์ฯ ผู้บริหาร และผู้ทำคุณประโยชน์แก่องค์การเกษตรกรในอนาคตแห่งประเทศไทยเข้ารับพระราชทานเกียรติบัตร (25 ราย) ผู้มีจิตศรัทธาบริจาคเงินสมทบมูลนิธิ อกท.เข้ารับพระราชทานของที่ระลึก (จำนวน 130 ราย) ประธานกรรมการดำเนินการจัดการประชุมวิชาการฯ เข้าเฝ้าฯ ทูลเกล้าฯ ถวายเงิน และรับพระราชทานของที่ระลึก สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงมีพระราชดำรัสเปิดการประชุมวิชาการระดับชาติ องค์การเกษตรกรในอนาคตแห่งประเทศไทย ในพระราชูปถัมภ์ ครั้งที่ 38 ดังนี้ “ข้าพเจ้ายินดีที่ได้มาเป็นประธานเปิดการประชุมวิชาการระดับชาติองค์การเกษตรกรในอนาคตแห่งประเทศไทยที่จัดขึ้นเป็นครั้งที่ 38 ในวันนี้ การประชุมวิชาการลักษณะนี้ นับว่าเป็นประโยชน์อย่างมากในทางส่งเสริมและพัฒนาการศึกษาวิชาที่ว่าด้วยการเกษตร ในสถานศึกษาด้านเกษตรกรรมของประเทศ เกษตรกรรมเป็นกิจกรรมเพื่อการดำรงชีวิตของมนุษย์ที่มีมาแต่ครั้งโบราณ และมีพัฒนาการเรื่องมาเป็นลำดับ ตามยุคสมัยที่เปลี่ยนแปลงไป ในปัจจุบันเทคโนโลยีการเกษตรเจริญก้าวหน้าเป็นอย่างยิ่ง แต่กระนั้น การเกษตรยังคงต้องพึ่งพาทรัพยากรสำคัญ ได้แก่ ดิน และน้ำ เช่นที่เคยเป็นมา นักศึกษาทั้งหลายที่จะเป็นเกษตรกรแห่งอนาคต จึงควรจะต้องศึกษาและทำความเข้าใจธรรมชาติของทรัพยากร 2 สิ่งนี้ ให้มีความรู้ท่องแท้ และศึกษาค้นคว้า ทดลองหาวิธีทำการเกษตร ที่เหมาะสม อย่างที่สมัยนี้เรียกกันว่าเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม คือไม่ทำความเสียหายแก่ทรัพยากร หรือเมื่อทรัพยากรเสื่อมโทรมลง ก็ต้องเรียนรู้วิธีอนุรักษ์ เพื่อให้เกิดความยั่งยืน สามารถใช้ประโยชน์สืบต่อไปได้อีกหลายชั่วอายุคน ข้าพเจ้าขอเปิดการประชุมวิชาการระดับชาติ องค์การเกษตรกรในอนาคตแห่งประเทศไทย ครั้งที่ 38 ณ บัดนี้ ขอให้การประชุมบรรลุวัตถุประสงค์จงทุกประการ ทั้งขอให้ท่านทั้งหลายที่มาร่วมในการประชุมนี้ มีแต่ความสุข ความสำเร็จ โดยทั่วกัน” จากนั้น เสด็จออกจากหอประชุม ไปยังศาลาชัยพฤกษ์ ทอดพระเนตรนิทรรศการเทิดพระเกียรติองค์อุปถัมภ์องค์การฯ ของดีเมืองอุทัย และพระราชดำเนินไปยังอาคารราชพฤกษ์ ทอดพระเนตร นิทรรศการ “เพชรดี 4 ภาค องค์การเกษตรกรในอนาคตแห่งประเทศไทย” หน่วยสมาชิกดีเด่น สมาชิกศิษย์เก่าดีเด่น สมาชิกด้านพัฒนาสังคม และบริการชุมชนดีเด่น นิทรรศการผลงานการแข่งขันทักษะศิลปะเกษตร นิทรรศการวิชาการเกษตรของหน่วย อกท. จำนวน 12 หน่วย ประกอบด้วย (1) หน่วยกำแพงเพชร “นวัตกรรมการผลิตปุ๋ยยูเรียน้ำจากถั่วเหลือง” (2) หน่วยอุดรธานี “ข้าวเม่าพอเพียงเพื่อพ่อ” (3) หน่วยเพชรบุรี “อาหารโค – TMR-PHETCH 4.0” (4) หน่วยพังงา “ข้าวดอกข่า สู่อาชีพ” (5) หน่วยสุโขทัย “น้องเดือน มหัศจรรย์เพื่อนร่วมโลก” (6) หน่วยชัยนาท “เห็ดฟาง ไบโอเทค (การเพาะเห็นฟางโรงเรือนไม่อบไอน้ำ) (7) หน่วยนครราชสีมา “ไส้เดือน พญาดิน อินทรีย์วัตถุ” (8) หน่วยบุรีรัมย์ “แจ่วบ่องทันใจ” (9) หน่วยลำพูน “ตะคร้อ..พอเพียง” (10) หน่วยสตูล “ปลาของพ่อ” (11) หน่วยสมุทรสาคร “ปลัง ปั๋ง มั่งคั่ง ยั่งยืน” (12) หน่วยระนอง “ผักปลาโซล่าเซล Aquaponics” เสด็จทอดพระเนตรนิทรรศการความร่วมมือโครงการชีววิถี เพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน นิทรรศการโครงการเกษตรเพื่ออาหารกลางวันของวิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีอุทัยธานี นิทรรศการความก้าวหน้าของสถาบันการอาชีวศึกษาศึกษาเกษตร 4 ภาค นิทรรศการกล้วย นิทรรศการอาชีวะเกษตรก้าวไกล ขับเคลื่อนประเทศไทย 4.0 นิทรรศการวิชาการของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มุมมองแปลก/ ใหม่/ ใหญ่/ ดัง ของดีเมืองอุทัย จากนั้นเสด็จเข้าอาคารทูลกระหม่อมแก้ว ประทับพระราชอาสน์ รองเลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา เข้าเฝ้าฯ ทูลเกล้าฯ ถวายเอกสารทางวิชาการ ทรงรับฟังการสัมมนาผลงานทางวิชาการ และทอดพระเนตรผลงานวิชาการ เรื่อง “วิถีเพียงพอ ตามพ่อสอน” การพัฒนารูปแบบการเลี้ยงหอยขมเชิงเกษตรอินทรีย์ สู่เกษตรอย่างยั่งยืน และทอดพระเนตร ของหน่วยศูนย์ศิลปาชีพบางไทร หลังจากนั้นเสด็จพระราชดำเนินออกจากอาคารทูลกระหม่อมแก้วไปยังอาคารศูนย์วิทยบริการ ทรงปลูก ”ต้นแก้ว” เสด็จพระราชดำเนินขึ้นอาคารประทับพัก พระราชทานฉายพระรูปแก่คณะบุคคล จำนวน 5 คณะ ทรงลงพระนามาภิไธยในสมุดที่ระลึก เสวยพระกระยาหารกลางวัน แล้วเสด็จพระราชดำเนินกลับ

3 กุมภาพพันธ์ 2560

ขอบคุณแหล่งข้อมูล: สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา