Tag Archives: นครราชสีมา

สพฐ.ลงพื้นที่สอบครูผู้ช่วครั้งที่๒

1023825.JPG

**สพฐ. ลงพื้นที่ติดตามการสอบครูผู้ช่วยครั้งที่ 2 ปี พ.ศ. 2560 วันที่ 16 ธันวาคม 2560 นายบุญรักษ์ ยอดเพชร เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (เลขาธิการ กพฐ.) พร้อมด้วย นายณรงค์ แผ้วพลสง รองเลขาธิการ กพฐ. และผู้บริหารของ สพฐ. ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมสนามสอบแข่งขันเพื่อบรรจุและแต่งตั้งบุคคลเข้ารับราชการเป็นข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่งครูผู้ช่วย กรณีที่มีความจำเป็นหรือมีเหตุพิเศษ ครั้งที่ 2 ปี พ.ศ. 2560 ณ โรงเรียนสันติราษฎร์วิทยาลัย เขตราชเทวี กรุงเทพมหานคร เลขาธิการ กพฐ. กล่าวว่า การสอบแข่งขันฯ ในครั้งนี้ จัดสอบระหว่างวันที่ 16-17 ธันวาคม 2560 โดยแบ่งเป็น 3 ภาค คือ วันเสาร์ที่ 16 ธันวาคม 2560 สอบภาค ก ความรอบรู้ และความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับความประพฤติและการปฏิบัติของวิชาชีพครู ภาค ข ความรู้ความสามารถที่ใช้เฉพาะตำแหน่ง และวันอาทิตย์ที่ 17 ธันวาคม 2560 สอบภาค ค ความเหมาะสมกับตำแหน่งและวิชาชีพ ซึ่งจะใช้วิธีประเมินโดยการสอบสัมภาษณ์ เพื่อคัดเลือกผู้ที่เหมาะสมกับตำแหน่งครูผู้ช่วยในวิชาเอกต่าง ๆ จากนั้นจะประกาศผลการคัดเลือกภายในวันศุกร์ที่ 22 ธันวาคม 2560 ต่อไป สำหรับส่วนกลางในเขตกรุงเทพมหานคร มีสนามสอบ 2 โรงเรียน คือ โรงเรียนสันติราษฎร์วิทยาลัย และโรงเรียนพิบูลประชาสรรค์ โดยสนามสอบโรงเรียนสันติราษฎร์วิทยาลัย มีผู้สมัครสอบทั้งหมด 621 คน มีตำแหน่งว่าง 252 ตำแหน่ง จาก 31 วิชาเอก ขณะที่โรงเรียนพิบูลประชาสรรค์ จะเป็นการจัดสอบสำหรับส่วนการศึกษาพิเศษ มีผู้สมัครสอบจำนวน 522 คน มีตำแหน่งว่าง 199 ตำแหน่ง จาก 35 วิชาเอก ขณะที่ภาพรวมทั้งประเทศ มีผู้สมัครสอบทั้งสิ้น 19,201 คน มีตำแหน่งว่าง 4,680 ตำแหน่ง จาก 56 วิชาเอก ซึ่งได้จัดสนามสอบแข่งขันในโรงเรียนสังกัด สพฐ. กระจายกันไปทั้ง 18 เขตตรวจราชการทั่วประเทศ โดยในการสอบแข่งขันฯครั้งนี้ วิชาเอกที่มีผู้สมัครมากที่สุด 5 อันดับ ได้แก่ 1. คอมพิวเตอร์ 2. สังคมศึกษา 3. วิทยาศาสตร์ 4. ปฐมวัย 5. ภาษาอังกฤษ ขณะที่เขตที่มีผู้สมัครสอบมากที่สุด คือ เขต 14 ซึ่งมีสนามสอบในจังหวัดนครราชสีมา ชัยภูมิ บุรีรัมย์ และสุรินทร์ มีผู้สมัครสอบทั้งสิ้นจำนวน 2,949 คน เลขาธิการ กพฐ. กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับมาตรการป้องกันการทุจริตการสอบ จะมีการกำหนดให้หน่วยรับสมัครกรอกเลขประจำตัวประชาชน 13 หลัก ของผู้สมัครในโปรแกรมผู้สมัครสอบครูผู้ช่วยของ สพฐ. เพื่อตรวจสอบบุคคลที่สมัครสอบมากกว่า 1 แห่ง และแจ้งผู้ดำเนินการคัดเลือกให้เฝ้าระวังว่าบุคคลนั้นเข้าสอบข้อเขียนที่หน่วยสอบใดและมีการเข้าสอบซ้ำซ้อนหรือไม่ จากนั้นจะมีการติดตามการคัดเลือกระหว่างสอบ โดยแต่งตั้งผู้แทน สพฐ. จากส่วนกลางไปสังเกตสถานการณ์ต่างๆ ร่วมกับประธาน Cluster หากพบเหตุการณ์ที่อาจสุ่มเสี่ยง หรือส่อไปในทางไม่สุจริตให้รายงานเลขาธิการ กพฐ. ทันที นอกจากนั้น เพื่อให้การเข้าสอบดำเนินไปอย่างโปร่งใสและตรวจสอบได้อย่างรัดกุมที่สุด ก่อนเข้าห้องสอบจึงได้ให้ผู้เข้าสอบถอดนาฬิกาข้อมือ เข็มขัด โทรศัพท์มือถือ ไอแพด และเครื่องมือสื่อสารทุกชนิด โดยอนุญาตให้ผู้เข้าสอบนำบัตรประจำตัวผู้สอบ ขึ้นตึกสอบเท่านั้น “สนามสอบทุกแห่งเข้มงวดเรื่องการทุจริตตั้งแต่ก่อนสอบ ระหว่างสอบและหลังสอบ โดยเฉพาะสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาที่จัดสนามสอบเอง อีกทั้งผู้สมัครสอบทุกคนต้องฝากอุปกรณ์ทุกอย่างไว้ที่เจ้าหน้าที่ เพื่อป้องกันการนำเอาอุปกรณ์สื่อสารต่างๆ เข้าไปภายในห้องสอบ เพื่อความยุติธรรม โปร่งใส ตรวจสอบได้ ซึ่งจะเป็นการสร้างความเชื่อถือแก่สังคมทั้งในส่วนของ สพฐ. / สพท. และทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง” เลขาธิการ กพฐ. กล่าว

16 ธันวาคม 2560

ขอบคุณแหล่งข้อมูล: สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ

Advertisements

ลงโทษนักเรียน นักศึกษา อย่างไรจึงจะไม่ถูกผู้ปกครองฟ้องร้องความผิด

1021989.jpg

ลงโทษนักเรียน นักศึกษาอย่างไร

จึงจะไม่ถูกผู้ปกครองฟ้องร้องความผิด

ดร.ถวิล อรัญเวศ

รอง ผอ.สพป.นครราชสีมา เขต 4 ทุกวันนี้มักจะมีข่าวจากวิทยุโทรทัศน์และหนังสือพิมพ์กรณีที่ครูลงโทษนักเรียนเกินกว่าเหตุจน

ผู้ปกครองร้องเรียนผ่านสื่อต่างๆ เพื่อฟ้องร้องเอาความผิดกับครู จึงอยากจะนำเรื่องการลงโทษนักเรียนมาเล่าสู่กันฟัง

อย่างน้อยก็จะทำให้ครูเราได้ระมัดระวังสำหรับที่จะลงโทษนักเรียน ต้องลงโทษให้ถูกต้องกับระเบียบที่ได้เปลี่ยนแปลงไป

การลงโทษนักเรียนมีจุดประสงค์หลักเพื่อให้นักเรียนที่ถูกครูลงโทษต้องหลาบจำ และไม่ทำพฤติกรรมเช่นนั้นอีก

โดยต้องการให้มีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมไปในทางที่ถูกต้องดีงามตามที่สังคมกำหนด

แนวคิดของจุดประสงค์ของการลงโทษนักเรียนยังมีอยู่ถึงแม้ว่าจะมีวิธีการที่เปลี่ยนไป

แต่จุดประสงค์หลักยังไม่เปลี่ยนแปลง เพราะแนวคิดด้านการลงโทษนักเรียน

นักศึกษาได้พัฒนาไปมาก มีการศึกษาวิจัยถึงระดับปริญญาเอก โดยสาระสำคัญ

ต้องการให้การลงโทษเกิดประโยชน์กับสังคมและปัจเจกบุคคลมากที่สุด จะเห็นได้ว่า

ได้มีการปรับเปลี่ยนวิธีการลงโทษจากวิธีที่ใช้การเฆี่ยนตี ซึ่งเชื่อกันว่าเป็นการทำร้ายร่างกายและจิตใจ

ทำให้นักเรียนเก็บกดกลายมาเป็นการแก้ไขพฤติกรรม และการจำกัด หรือกักขัง ไม่ให้สร้าง

ความเดือดร้อนให้กับสังคมหรือผู้อื่น หรือการตัดคะแนนความประพฤติแทนการเฆี่ยนตี ซึ่งเป็นแนวคิดของ

นักการศึกษาและนักจิตวิทยา การลงโทษนักเรียนนักศึกษา แนวคิดการลงโทษเป็นความจำเป็นในการสร้างคนให้มีคุณภาพ ถึงกับมีคำกล่าวว่า

“รักวัวให้ผูก รักลูกให้ตี” และเมื่อเอ่ยถึงคำว่า “ไม้เรียว” เชื่อว่าใครหลายๆ คนที่มีตำแหน่งหน้าที่การงานระดับสูง

หรือ เป็นเพียงพนักงานธรรมดา ๆ ก็คงจะเคยผ่านการอบรมบ่มเพาะจากโรงเรียน หรือสถาบันการศึกษามาอย่างเข้มข้นคง

ได้เคยสัมผัสและรู้จักรสชาติของไม้เรียวแล้วบ้างโดยเฉพาะคนรุ่นก่อนๆ

ถ้ามองย้อนกลับไปถึงนัยของการทำโทษนักเรียนนักศึกษาในอดีต ดูเหมือนจะถูกทำโทษด้วยไม้เรียวกันเป็นประจำจนเป็นเรื่องปกติ

และเมื่อมีงานเลี้ยงรุ่นของบรรดาศิษย์เก่าของโรงเรียนต่างๆ ที่มารวมตัวกันต่างนำเรื่องการโดนไม้เรียวหรือการทำโทษต่างๆ เช่น เดินเป็ด

ขนมจีบ สองเกลียวบิดพุง คาบไม้บรรทัด ขว้างด้วยแปลงลบกระดาน วิ่งรอบสนาม ให้ล้างส้วม ให้ทำงานหนักอื่น ๆ และที่หนักมากที่สุดคือ

การเฆี่ยนตีหน้าเสาธง หรือหน้าชั้นเรียน เรื่องการลงโทษและถูกทำโทษด้วยวิธีแปลกๆ นี้เมื่อเวลาผ่านไป ได้ถูกนำมาพูดกันอย่างสนุกสนาน ยิ่งถ้าครูคนไหนดุ

หรือทำโทษบ่อยมากๆ ก็จะเป็นที่จดจำของบรรดาลูกศิษย์ ซึ่งอาจเป็นทั้งที่รักและที่เกลียดชังด้วยก็มี การทำโทษด้วยการใช้ไม้เรียวเฆี่ยน ตี

หรือ การทำโทษด้วยวิธีการต่าง ๆ ที่เกิดเป็นความบอบช้ำไม่เฉพาะด้านร่างกายเท่านั้นยังส่งผลต่อด้านจิตใจของนักเรียนและผู้ปกครองอีกด้วย

จึงมีคำถามตามมาว่าครูควร ลงโทษแบบไหน ถึงจะเรียกว่าอยู่ในระดับที่เหมาะสม คำตอบที่น่าจะเป็นไปได้มากที่สุดก็คือ

ครูควรมีจิตสำนึกของความเป็นครูอันเป็นแนวคิดพื้นฐานที่ครูควรตระหนัก เพราะหากมีการทำโทษด้วยจิตสำนึกดังกล่าว

ถึงแม้ว่าจะออกมาในรูปแบบของการ เฆี่ยนตี แต่ก็ด้วยความมุ่งหมายที่ต้องการให้ผู้เรียนเข็ดหลาบ หรือหลาบจำ

ไม่ต้องการให้มีพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์เช่นนั้นอีก นักเรียนหรือผู้ปกครองอาจจะยอมรับได้ยกเว้นการเฆี่ยนตี

เกินกว่าเหตุใช้อารมณ์โกรธ หรือมีอารมณ์โกรธมาจากเรื่องอื่นแต่มาลงกับนักเรียนก็คงจะ

ไม่เหมาะสม ปัจจุบันจิตสำนึกของครู (บางคน) ขาดหายไปจึงเกิดกรณีเป็นข่าวในเรื่องการทำโทษนักเรียนหรือ

นักศึกษาจนเกินกว่าเหตุ และเมื่อพิจารณาแล้วการทำโทษในบางครั้งแทบจะไม่มีเยื่อใยความผูกพันระหว่าง

ความเป็นครูกับศิษย์ให้เห็นเลย ฉะนั้น จึงเป็นปัญหาตามมา และทำให้มีการร้องเรียนครูถึงกับต้องถูกลงโทษ

ทางวินัย หรือให้ย้ายครูคนนั้นออกจากโรงเรียนก็มี ลงโทษนักเรียนอย่างไรจึงจะไม่ถูกผู้ปกครองฟ้องร้องความผิด

การลงโทษนักเรียนนักศึกษาที่จะพ้นผิดหรือจะไม่ถูกผู้ปกครองฟ้องร้องความผิด ครูต้องลงโทษ

ตามระเบียบกระทรวงศึกษาธิการว่าด้วยการลงโทษนักเรียนนักศึกษา

ระเบียบกระทรวงศึกษาธิการว่าด้วยการลงโทษนักเรียนและนักศึกษา พ.ศ. 2548

ได้กำหนดวิธีการลงโทษไว้ซึ่งจะนำมากล่าวถึงในประเด็นที่เป็นสาระสำคัญดังนี้ ข้อ 4. …“การลงโทษ” หมายความว่า การลงโทษนักเรียนหรือนักศึกษาที่กระทำความผิด

โดยมีความมุ่งหมายเพื่อการอบรมสั่งสอน

ข้อ 5 โทษที่จะลงโทษแก่นักเรียนหรือนักศึกษาที่กระทำความผิด มี 4 สถาน ดังนี้

1. ว่ากล่าวตักเตือน

2. ทำทัณฑ์บน

3. ตัดคะแนนความประพฤติ

4. ทำกิจกรรมเพื่อให้ปรับเปลี่ยนพฤติกรรม

ข้อ 6 ห้ามลงโทษนักเรียนและนักศึกษาด้วยวิธีรุนแรง หรือแบบกลั่นแกล้ง หรือลงโทษด้วยความโกรธ

หรือด้วยความพยาบาท โดยให้คำนึงถึงอายุของนักเรียนหรือนักศึกษา และความร้ายแรงของพฤติการณ์ประกอบ

การลงโทษด้วย

การลงโทษนักเรียนหรือนักศึกษาให้เป็นไปเพื่อเจตนาที่จะแก้นิสัยและความประพฤติไม่ดีของนักเรียนหรือนักศึกษา

ให้รู้สำนึกในความผิดและกลับมาประพฤติตนตนในทางที่ดีต่อไป ให้ผู้บริหารโรงเรียน หรือผู้ที่ผู้บริหารโรงเรียนมอบหมาย

เป็นผู้มีอำนาจในการลงโทษ นักเรียนนักศึกษา

ข้อ 7. การว่ากล่าวตักเตือน ใช้ในกรณีนักเรียนหรือนักศึกษากระทำความผิดไม่ร้ายแรง

ข้อ 8. การทำทัณฑ์บน ใช้ในกรณีนักเรียนหรือนักศึกษาที่ประพฤติตนไม่เหมาะสมกับสภาพนักเรียนหรือนักศึกษา

ตามกฎกระทรวงว่าด้วยความประพฤตินักเรียนและนักศึกษา หรือกรณีทำให้เสื่อมเสียชื่อเสียงและเกียรติศักดิ์ของสถานศึกษา

หรือฝ่าฝืนระเบียบของสถานศึกษา หรือได้รับโทษว่ากล่าวตักเตือนแล้ว แต่ยังไม่เข็ดหลาบ

การทำทัณฑ์บน ให้ทำเป็นหนังสือ และเชิญบิดามารดาหรือผู้ปกครองมาบันทึกรับทราบความผิดและรับรองการทำทัณฑ์บน ไว้ด้วย ข้อ 9. การตัดคะแนนความประพฤติ ให้เป็นไปตามระเบียบปฏิบัติว่าด้วยการตัดคะแนนความประพฤตินักเรียนและนักศึกษาของแต่ละสถานศึกษากำหนด

และให้ทำบันทึกข้อมูลไว้เป็นหลักฐาน ข้อ 10 การทำกิจกรรมเพื่อให้ปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ใช้ในกรณีที่นักเรียนและนักศึกษากระทำความผิดที่สมควรต้องปรับเปลี่ยนพฤติกรรม

การจัดกิจกรรมให้เป็นไปตามแนวทางที่กระทรวงศึกษาธิการกำหนด ซึ่งก่อนหน้าปี 2542 กระทรวงศึกษาธิการมีระเบียบลงโทษนักเรียน

ที่อนุญาตให้ครูใช้ไม้เรียวตีนักเรียนได้

หลังจากปี 2542 มีระเบียบลงโทษนักเรียน ห้ามลงโทษนักเรียนโดยการตี และล่าสุดจากระเบียบข้างต้นโดยปรับปรุงระเบียบกระทรวงศึกษาธิการ

ว่าด้วย เรื่องการลงโทษนักเรียนและนักศึกษา ประกาศ ณ วันที่ 18 มกราคม พ.ศ. 2548 กำหนดบทลงโทษไว้อย่างชัดเจน คือ ว่ากล่าวตักเตือน ทำทัณฑ์บน

ตัดคะแนนความประพฤติ และทำกิจกรรมเพื่อปรับพฤติกรรม เท่านั้น นั่นหมายความว่าครูไม่ควรลงโทษนักเรียนและนักศึกษา ด้วยวิธีการอื่นๆ

นอกเหนือจาก 4 มาตรการนี้ การลงโทษนักเรียนและนักศึกษาที่เหมาะสม

การลงโทษควรเป็นวิธีการสุดท้ายสำหรับครู/อาจารย์ที่จะพึงกระทำต่อผู้เรียน และการทำโทษต้องอยู่บนเจตนาของความต้องการ

แก้ไขพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมเท่านั้น การทำการบ้านผิด ตอบคำถามผิด หรือมีการเรียนที่ล่าช้า ไม่สมควรได้รับการลงโทษด้วยวิธีการที่รุนแรงมาก

อาจารย์หลายท่านได้แสนอความเห็นไว้ว่าในอดีตการทำการบ้านผิด ตอบคำถามผิด หรือการเรียนที่ล่าช้า จะถูกทำโทษจากครู/อาจารย์

อย่างรุนแรงด้วยการเฆี่ยน ตี หรือทำร้ายร่างกายด้วยวิธีการต่าง ๆ

การลงโทษที่เหมาะสมในยุคปัจจุบันจึงควรละเว้นการทำร้ายร่างการและจิตใจ วิธีการต่าง ๆ

ที่เกี่ยวกับการทำร้ายร่างกายอย่างสิ้นเชิง ความผิดต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นอันเป็นผลจากกระบวนการเรียนการสอนนั้น

ต้องได้รับการแก้ไขด้วยกระบวนการเรียนการสอนและการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนที่เหมาะสม

ถ้านักเรียนหรือนักศึกษาทำความผิดที่ไม่เกี่ยวข้องกับการเรียนการสอนและสมควรต้องได้รับการลงโทษ

ครู/อาจารย์ควรหลีกเลี่ยงความรับผิดชอบในการแก้ไขพฤติกรรมด้วยการทำร้าย ร่างกายหรือจิตใจ ด้วยประการทั้งปวง

เช่น การลงโทษด้วยการเฆี่ยน ตี หรือด่าว่าด้วยถ้อยคำที่กระทบความรู้สึกอย่างรุนแรง ครู/อาจารย์ควรให้ผู้ที่

มีหน้าที่รับผิดชอบโดยตรงดำเนินการจะดีกว่า เช่น พ่อแม่ ผู้ปกครอง หรือเจ้าหน้าที่บ้านเมืองจากหน่วยงานที่

รับผิดชอบในการแก้ไขความประพฤติของ เยาวชน หรือคนในสังคม ซึ่งเจ้าหน้าที่เหล่านั้นเป็นผู้มีความรู้ความเข้าใจ

และมีความชำนาญในกระบวนการและวิธีการลงโทษตามลักษณะของพฤติกรรมที่ควรได้รับ

การลงโทษ เพราะครู/อาจารย์ไม่ได้รับการฝึกอบรมหรือได้รับการสั่งสอน มาให้เป็นผู้พิจารณาโทษและลงโทษผู้เรียนอย่างเป็นระบบ

การตัดสินลงโทษของครูจึงมีความผิดพลาดได้ง่าย เพราะครูมักจะใช้อารมณ์ และความรู้สึกของตนเองตัดสินเป็นสำคัญ

ยิ่งถ้าครูเป็นผู้เกี่ยวข้องและมีส่วนกับการการทำผิดของผู้เรียนด้วยแล้ว ยิ่งทำให้ความเป็นธรรมและความชอบธรรมลดลงมาก

ครูควรหมดหน้าที่ลงโทษผู้เรียนด้วยการทำร้ายร่างกายและจิตใจของผู้เรียนอีกต่อไป สรุป

การลงโทษนักเรียน ก็เพื่ออบรมสั่งสอนหรือเพื่อให้นักเรียนที่ถูกครูลงโทษเข็ดหลาบ

ไม่ทำพฤติกรรมเช่นนั้นอีกต่อไป มีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมไปในทางที่ถูกต้องดีงามตามที่สังคมกำหนด

เป็นความจำเป็นในการสร้างคนให้มีคุณภาพ ครูควรจะลงโทษตามแนวทางระเบียบว่าด้วยการลงโทษนักเรียนที่ได้ปรับปรุงแก้ไข

ฉบับปัจจุบัน ปี 2548 โดยโทษที่จะลงโทษแก่นักเรียนหรือนักศึกษาที่กระทำความผิด มี 4 สถาน คือว่ากล่าวตักเตือน ทำทัณฑ์บน

ตัดคะแนนความประพฤติ ทำกิจกรรมเพื่อให้ปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ห้ามลงโทษนักเรียนและนักศึกษาด้วยวิธีรุนแรง

หรือแบบกลั่นแกล้ง หรือลงโทษด้วยความโกรธ หรือด้วยความพยาบาท โดยให้คำนึงถึงอายุของนักเรียนหรือนักศึกษา

และความร้ายแรงของพฤติการณ์ประกอบการลงโทษด้วย การลงโทษนักเรียนหรือนักศึกษาให้เป็นไปเพื่อเจตนาที่จะแก้นิสัยและความ

ประพฤติไม่ดีของนักเรียนหรือนักศึกษาให้รู้สำนึกในความผิด และกลับมาประพฤติตนในทางที่ดีต่อไป

ให้ผู้บริหารโรงเรียนหรือผู้อำนวยการสถานศึกษา หรือผู้ที่ผู้บริหารโรงเรียนหรือผู้อำนวยการสถานศึกษามอบหมาย

เป็นผู้มีอำนาจในการลงโทษนักเรียน นักศึกษา การว่ากล่าวตักเตือน ในกรณีนักเรียนหรือนักศึกษากระทำความผิดไม่ร้ายแรง

การทำทัณฑ์บนใช้ในกรณีนักเรียนหรือนักศึกษาที่ประพฤติตนไม่เหมาะสมกับสภาพ นักเรียนหรือนักศึกษา

ตามกฎกระทรวงว่าด้วยความประพฤตินักเรียนและนักศึกษา หรือกรณีทำให้เสื่อมเสียชื่อเสียงและเกียรติศักดิ์ของสถานศึกษา

หรือฝ่าฝืนระเบียบของสถานศึกษา หรือได้รับโทษว่ากล่าวตักเตือนแล้ว แต่ยังไม่เข็ดหลาบ

การทำทัณฑ์บนให้ทำเป็นหนังสือและเชิญบิดามารดาหรือผู้ปกครองมาบันทึกรับทราบความผิดและรับรองการทำทัณฑ์บน

ไว้ด้วย การตัดคะแนนความประพฤติ ให้เป็นไปตามระเบียบปฏิบัติว่าด้วยการตัดคะแนนความประพฤตินักเรียนและนักศึกษาของแต่ละสถานศึกษากำหนด

และให้ทำบันทึกข้อมูลไว้เป็นหลักฐาน ส่วนการทำกิจกรรมเพื่อให้ปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ใช้ในกรณีที่นักเรียนและนักศึกษากระทำความผิดที่สมควรต้องปรับเปลี่ยน พฤติกรรม การจัดกิจกรรมให้เป็นไปตามแนวทางที่กระทรวงศึกษาธิการกำหนด ก่อนปี 2542 กระทรวงศึกษาธิการมีระเบียบลงโทษนักเรียน ที่อนุญาตให้ครูใช้ไม้เรียวเฆี่ยนตีนักเรียนได้ (ไม่เกิน 6 ที ที่ก้น) หลังจากปี 2542 เป็นต้นมา ได้มีระเบียบลงโทษนักเรียน ห้ามลงโทษนักเรียนโดยการตี และล่าสุดจากระทรวงศึกษาธิการได้ออกระเบียบการลงโทษนักเรียนและนักศึกษา ประกาศ ณ วันที่ 18 มกราคม พ.ศ. 2548 กำหนดบทลงโทษไว้อย่างชัดเจน คือ ว่ากล่าวตักเตือน ทำทัณฑ์บน ตัดคะแนนความประพฤติ และทำกิจกรรมเพื่อปรับพฤติกรรมเท่านั้น นั่นหมายความว่าครูไม่ควรลงโทษนักเรียนและนักศึกษา ด้วยวิธีการอื่นๆ นอกเหนือจาก 4 มาตรการนี้ เพราะไม่เช่นนั้น อาจจะได้รับโทษหรือถูกฟ่องร้องกรณีลงโทษไม่ถูกระเบียบได้ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับโรงเรียนและผู้ปกครองว่าจะสร้างความเข้าอกเข้าใจกันได้เพียงไร จึงจะหาทางออกที่ดีงามได้ แต่ถ้าการลงโทษที่กระทำโดยยึดตามระเบียบกระทรวงศึกษาธิการที่แก้ไขเป็นปัจจุบันก็จะทำให้ผู้ปกครอง ไม่สามารถฟ้องร้องความผิดกับครูได้ หรือกรณีได้สร้างความเข้าใจอันดีงามระหว่างนักเรียนและผู้ปกครองแล้ว ผู้ปกครองอาจจะไม่ฟ้องร้องเอาผิดกับผู้บริหารและครูได้เพราะลงโทษด้วยเมตตาจิตหวังความดีงามของนักเรียนเป็นที่ตั้ง และการลงโทษที่ไม่เกินเหตุไม่เป็นอันตรายต่อร่างกายและจิตใจของนักเรียน หรือนักศึกษา……….. แหล่งข้อมูลเพิ่มเติม

12 ธันวาคม 2560

ขอบคุณแหล่งข้อมูล: สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ

ข่าวสารสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาพื้นฐาน วันที่ ๒๘ พฤศจิกายน ๒๕๖๐

สพฐ.ออกอากาศสดรายการ บ่ายนี้มีคำตอบ ตอน “ทำความเข้าใจ…เกณฑ์รับนักเรียนปี 2561”

1017982.JPG

+ นายณรงค์ แผ้วพลสง รองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน พร้อมด้วย นายสวัสดิ์ เพชรบูรณ์ ผู้อำนวยการโรงเรียนหอวัง และนายเทียน กล่ำบุตร ผู้อำนวยการโรงเรียนจันทร์หุ่นบำเพ็ญ เป็นร่วมรายการ ออกอากาศสดรายการบ่ายนี้มีคำตอบ “ทำความเข้าใจ…เกณฑ์รับนักเรียนปี 2561” เพื่อสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับนโยบายและแนวทางการรับนักเรียน ปีการศึกษา 2561 และให้ผู้ปกครองทุกท่านได้เตรียมความพร้อมสำหรับการส่งบุตรหลานเข้าเรียนในระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน โดยเฉพาะการเข้าเรียนในระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 และระดับชั้นมัธมศึกษาปีที่ 4 ทั้งในโรงเรียนทั่วไป และโรงเรียนที่มีอัตราการแข่งขันสูง โดยมีเจ้าหน้าที่จากสำนักนโยบายและแผนการศึกษาขั้นพื้นฐาน ร่วมตอบข้อซักถามทางโทรศัพท์ โดยมีนายวิศาล ดิลกวณิช และนางสาวสุนทรี อรรถสุข เป็นพิธีกร ณ สถานีโทรทัศน์โมเดิร์นไนน์ทีวี กรุงเทพมหานคร เมื่ออังคารวันที่ 28 พฤศจิกายน 2560.

ภาพ/ข่าว บรรจง ตั้งคำ

ดูภาพทั้งหมด https://www.facebook.com/baanjong/media_set?set=a.1752667421441065.10737…

เลขาธิการ กพฐ. รับมอบเงินช่วยเหลือผู้ประสบภัย ณ ห้องประชุม สพฐ.4 กระทรวงศึกษาธิการ

1017966.JPG

***เลขาธิการ กพฐ. รับมอบเงินช่วยเหลือผู้ประสบภัย

29 พฤศจิกายน 2560 นายบุญรักษ์ ยอดเพชร เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน รับมอบเงินเพื่อช่วยเหลือนักเรียนที่ประสบอุบัติเหตุจากรถบัสทัศนศึกษาคว่ำที่จังหวัดนครราชราชสีมา จากสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาเขต 1 (สพม.1) จำนวน 60,000 บาท พร้อมทั้งรับมอบเงินตามโครงการต้านภัยหนาวจาก สพม.1 จำนวน 150,000 บาท สพม.2 จำนวน 150,000 บาท สพป.กทม. จำนวน 20,000 บาท พร้อมทั้งมอบเครื่องอุปโภคบริโภคอีก มูลค่า 50,000 บาท สำนักบริหารงานการศึกษาพิเศษ จำนวน 100,000 บาท และสมาคมนักธุรกิจเอสเอ็มอีรุ่นใหม่มอบอุปกรณ์กีฬายี่ห้อ แกรมม่า มูลค่า 100,000 บาท และปุ๋ยอินทรีย์ ฮาลาล ตรานกอินทรีย์คู่ มูลค่า 100,000 บาท ให้โรงเรียนในโครงการ Active Learning จังหวัดชายแดนภาคใต้ นางอุษณีย์ ธโนสวรรย์ รองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน จำนวน 10,000 บาท นางนิรมล ตู้จินดา ผู้เชี่ยวชาญ สพฐ. จำนวน 10,000 บาท นางสาวนิจสุดา อภินันทาภรณ์ ผู้อำนวยการสถาบันภาษาไทย สพฐ. จำนวน 10,000 บาท

ขอขอบคุณสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ผู้ที่สนับสนุนเงินช่วยเหลือและเครื่องอุปโภคบริโภคต่างๆ เพื่อช่วยเหลือและบรรเทาความเดือดร้อนให้กับนักเรียนที่ประสบอุบัติเหตุ และนักเรียนที่อยู่ในพื้นที่ประสบภัยหนาว จากนี้ สพฐ. จะเดินทางไปเยี่ยมนักเรียนและเพื่อนครูที่ จ.แม่ฮ่องสอน พร้อมทั้งมอบเครื่องอุปโภคบริโภค และเงินช่วยเหลือต่อไป

เปิดการแข่งขันบาสเกตบอลนักเรียน สพฐ.-โมโน แชมเปี้ยนคัพ 2017

1017894.JPG

วันที่ 28 พฤศจิกายน 2560 เวลา 15.00 น. นายอรรถพร สิงหวิชัย ผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์ ให้เกียรติเป็นประธานในพิธีเปิดการแข่งขัน สพฐ. – โมโน แชมเปี้ยนคัพ 2017 บาสเกตบอลนักเรียนชิงชนะเลิศระดับภูมิภาพและระดับประเทศ ณ โรงเรียนสิรินธร สพม.33 จังหวัดสุรินทร์ โดยมี นายสำเริง บุญโต ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 33 เป็นผู้กล่าวรายงาน

โครงการนี้จัดโดย บริษัทโมโน สปอร์ต เอ็นเตอร์เทนเมนท์ จำกัด ร่วมมือกับสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ (สพฐ.) ดำเนินการสนับสนุนและส่งเสริม กีฬาบาสเกตบอล และเปิดโอกาสให้นักเรียน ในระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน เสริมสร้างประสบการณ์แข่งขัน เพื่อพัฒนา และ ต่อยอด สู่กีฬาอาชีพ ตามแนวนโยบายของรัฐบาล ซึ่งในการแข่งขันบาสเกตบอล “สพฐ.-โมโน แชมเปี้ยนคัพ 2017” รอบชิงชนะเลิศ ระดับภูมิภาคครั้งนี้ มีการชิงชัยจำนวน 6 รุ่น ทั้งชายและหญิง ได้แก่ / รุ่นอายุ 14 ปี/ อายุ 16 ปี /และอายุ 18 ปี จากภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มี 20 จังหวัดได้แก่ เลย หนองบัวลำภู อุดรธานี หนองคาย บึงกาฬ กาฬสินธุ์ สกลนคร ขอนแก่น ร้อยเอ็ด มหาสารคาม นครราชสีมา บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ อุบลราชธานี ยโสธร อำนาจเจริญ นครพนม ชัยภูมิ และมุกดาหาร

กำหนดจัดการแข่งขัน ระหว่างวันที่ 28 พฤศจิกายน ถึง วันที่ 4 ธันวาคม 2560 ซึ่ง โรงเรียนได้รับเกียรติเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขัน

เงินรางวัลได้รับการสนับสนุนจาก บริษัทโมโน สปอร์ต เอ็นเตอร์เทนเมนท์ จำกัด ซึ่งในรอบชิงชนะเลิศระดับภูมิภ้าค ทุกรุ่นจะได้รับทุนการศึกษา ทีมที่ชนะเลิศจะได้รับ 15,000 บาท พร้อมถ้วยเกียรติยศและเกียรติบัตร รองชนะเลิศ จะได้รับ 10,000 บาท ทีมครองร่วมอันดับ 3 (รุ่นละ 2 ทีม) ได้รับจำนวน 5,000 บาท พร้อมเกียรติบัตร

นอกจากนี้ ยังมีค่าบำรุงทีม ทีมที่ชนะเลิศและรองชนะเลิศภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ประเภททีมชายและทีมหญิง รวม 12 ทีม ๆ ละ 10,000 บาท

และในวันนี้ นายธีระทัศน์ อัครฉัตรรัตน์ ผู้อำนวยการโรงเรียนสิรินธร นำทีมผู้บริหารโรงเรียน คณะครู นักเรียน ร่วมให้การต้อนรับและเป็นเจ้าบ้านที่ดี อีกทั้งยังได้รับเกียรติจากผู้บริหารสถานศึกษาในสังกัด สพม.33 ร่วมเป็นเกียรติในพิธีเปิดฯ ครั้งนี้ด้วย พิชญ์สิณี เจริญรัตน์ ปชส.สพม.33 ภาพ/ข่าว

ติดตามภาพกิจกรรม ได้ที่ https://www.facebook.com/media/set/?set=a.1364190163704459.1073743791.10…

28 พฤศจิกายน 2560

ขอบคุณแหล่งข้อมูล: สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ

สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเปิดการประชุมวิชาการระดับชาติ องค์การเกษตรกรในอนาคตแห่งประเทศไทย ในพระราชูปถัมภ์ฯ (อกท.) ครั้งที่ ๓๘

DSC_1989.JPG

เช้าวันนี้ (3 กุมภาพันธ์ 2560) เวลา 09.04 น. สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเปิดการประชุมวิชาการระดับชาติ ของสมาชิกองค์การเกษตรกรในอนาคต แห่งประเทศไทยในพระราชูปถัมภ์ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ครั้งที่ 38 ซึ่งสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ จัดขึ้นระหว่างวันที่ 2 – 5 กุมภาพันธ์ 2559 ณ วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีอุทัยธานี ตำบลหนองแก อำเภอเมืองอุทัยธานี จังหวัดอุทัยธานี เมื่อรถยนต์พระที่นั่งถึงวิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีอุทัยธานี ตำบลหนองแก อำเภอเมืองอุทัยธานี จังหวัดอุทัยธานี (วงดุริยางค์บรรเลงเพลงมหาชัย) นายประภัสสร์ มาลากาญจน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดอุทัยธานี พลเอก สุรเชษฐ์ ชัยวงศ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลจังหวัดอุทัยธานี ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 31 ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 6 (นายสุเทพ ชิตยวงษ์) เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (นายอริยะ สุวรรณปากแพรก) ประธานอำนวยการ อกท. ระดับชาติ (นายประเวศ วรางกูร) ผู้อำนวยการวิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีอุทัยธานี ประธานคณะกรรมการดำเนินงาน ฯ และครูที่ปรึกษา อกท.ระดับชาติ เฝ้าฯ รับเสด็จ จากนั้น นายกเหล่ากาชาดจังหวัดอุทัยธานี และผู้แทนสมาชิก อกท. ทูลเกล้า ฯ ถวายพวงมาลัย สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินเข้าในหอประชุม (ดนตรีบรรเลงเพลงมหาชัย) ประทับพระราชอาสน์ (นายวณิชย์ อ่วมศรี) รองเลขาธิการคณะกรรมการ การอาชีวศึกษา เข้าเฝ้าฯ ทูลเกล้าฯ ถวายสูจิบัตรการประชุมวิชาการ และหนังสือที่ระลึก รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการกราบบังคมทูลถวายรายงานการจัดประชุมวิชาการฯ โอกาสนี้ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม ให้สมาชิกองค์การเกษตรเกษตรในอนาคตแห่งประเทศไทย ในพระราชูปถัมภ์ฯ ผู้บริหาร และผู้ทำคุณประโยชน์แก่องค์การเกษตรกรในอนาคตแห่งประเทศไทยเข้ารับพระราชทานเกียรติบัตร (25 ราย) ผู้มีจิตศรัทธาบริจาคเงินสมทบมูลนิธิ อกท.เข้ารับพระราชทานของที่ระลึก (จำนวน 130 ราย) ประธานกรรมการดำเนินการจัดการประชุมวิชาการฯ เข้าเฝ้าฯ ทูลเกล้าฯ ถวายเงิน และรับพระราชทานของที่ระลึก สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงมีพระราชดำรัสเปิดการประชุมวิชาการระดับชาติ องค์การเกษตรกรในอนาคตแห่งประเทศไทย ในพระราชูปถัมภ์ ครั้งที่ 38 ดังนี้ “ข้าพเจ้ายินดีที่ได้มาเป็นประธานเปิดการประชุมวิชาการระดับชาติองค์การเกษตรกรในอนาคตแห่งประเทศไทยที่จัดขึ้นเป็นครั้งที่ 38 ในวันนี้ การประชุมวิชาการลักษณะนี้ นับว่าเป็นประโยชน์อย่างมากในทางส่งเสริมและพัฒนาการศึกษาวิชาที่ว่าด้วยการเกษตร ในสถานศึกษาด้านเกษตรกรรมของประเทศ เกษตรกรรมเป็นกิจกรรมเพื่อการดำรงชีวิตของมนุษย์ที่มีมาแต่ครั้งโบราณ และมีพัฒนาการเรื่องมาเป็นลำดับ ตามยุคสมัยที่เปลี่ยนแปลงไป ในปัจจุบันเทคโนโลยีการเกษตรเจริญก้าวหน้าเป็นอย่างยิ่ง แต่กระนั้น การเกษตรยังคงต้องพึ่งพาทรัพยากรสำคัญ ได้แก่ ดิน และน้ำ เช่นที่เคยเป็นมา นักศึกษาทั้งหลายที่จะเป็นเกษตรกรแห่งอนาคต จึงควรจะต้องศึกษาและทำความเข้าใจธรรมชาติของทรัพยากร 2 สิ่งนี้ ให้มีความรู้ท่องแท้ และศึกษาค้นคว้า ทดลองหาวิธีทำการเกษตร ที่เหมาะสม อย่างที่สมัยนี้เรียกกันว่าเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม คือไม่ทำความเสียหายแก่ทรัพยากร หรือเมื่อทรัพยากรเสื่อมโทรมลง ก็ต้องเรียนรู้วิธีอนุรักษ์ เพื่อให้เกิดความยั่งยืน สามารถใช้ประโยชน์สืบต่อไปได้อีกหลายชั่วอายุคน ข้าพเจ้าขอเปิดการประชุมวิชาการระดับชาติ องค์การเกษตรกรในอนาคตแห่งประเทศไทย ครั้งที่ 38 ณ บัดนี้ ขอให้การประชุมบรรลุวัตถุประสงค์จงทุกประการ ทั้งขอให้ท่านทั้งหลายที่มาร่วมในการประชุมนี้ มีแต่ความสุข ความสำเร็จ โดยทั่วกัน” จากนั้น เสด็จออกจากหอประชุม ไปยังศาลาชัยพฤกษ์ ทอดพระเนตรนิทรรศการเทิดพระเกียรติองค์อุปถัมภ์องค์การฯ ของดีเมืองอุทัย และพระราชดำเนินไปยังอาคารราชพฤกษ์ ทอดพระเนตร นิทรรศการ “เพชรดี 4 ภาค องค์การเกษตรกรในอนาคตแห่งประเทศไทย” หน่วยสมาชิกดีเด่น สมาชิกศิษย์เก่าดีเด่น สมาชิกด้านพัฒนาสังคม และบริการชุมชนดีเด่น นิทรรศการผลงานการแข่งขันทักษะศิลปะเกษตร นิทรรศการวิชาการเกษตรของหน่วย อกท. จำนวน 12 หน่วย ประกอบด้วย (1) หน่วยกำแพงเพชร “นวัตกรรมการผลิตปุ๋ยยูเรียน้ำจากถั่วเหลือง” (2) หน่วยอุดรธานี “ข้าวเม่าพอเพียงเพื่อพ่อ” (3) หน่วยเพชรบุรี “อาหารโค – TMR-PHETCH 4.0” (4) หน่วยพังงา “ข้าวดอกข่า สู่อาชีพ” (5) หน่วยสุโขทัย “น้องเดือน มหัศจรรย์เพื่อนร่วมโลก” (6) หน่วยชัยนาท “เห็ดฟาง ไบโอเทค (การเพาะเห็นฟางโรงเรือนไม่อบไอน้ำ) (7) หน่วยนครราชสีมา “ไส้เดือน พญาดิน อินทรีย์วัตถุ” (8) หน่วยบุรีรัมย์ “แจ่วบ่องทันใจ” (9) หน่วยลำพูน “ตะคร้อ..พอเพียง” (10) หน่วยสตูล “ปลาของพ่อ” (11) หน่วยสมุทรสาคร “ปลัง ปั๋ง มั่งคั่ง ยั่งยืน” (12) หน่วยระนอง “ผักปลาโซล่าเซล Aquaponics” เสด็จทอดพระเนตรนิทรรศการความร่วมมือโครงการชีววิถี เพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน นิทรรศการโครงการเกษตรเพื่ออาหารกลางวันของวิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีอุทัยธานี นิทรรศการความก้าวหน้าของสถาบันการอาชีวศึกษาศึกษาเกษตร 4 ภาค นิทรรศการกล้วย นิทรรศการอาชีวะเกษตรก้าวไกล ขับเคลื่อนประเทศไทย 4.0 นิทรรศการวิชาการของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มุมมองแปลก/ ใหม่/ ใหญ่/ ดัง ของดีเมืองอุทัย จากนั้นเสด็จเข้าอาคารทูลกระหม่อมแก้ว ประทับพระราชอาสน์ รองเลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา เข้าเฝ้าฯ ทูลเกล้าฯ ถวายเอกสารทางวิชาการ ทรงรับฟังการสัมมนาผลงานทางวิชาการ และทอดพระเนตรผลงานวิชาการ เรื่อง “วิถีเพียงพอ ตามพ่อสอน” การพัฒนารูปแบบการเลี้ยงหอยขมเชิงเกษตรอินทรีย์ สู่เกษตรอย่างยั่งยืน และทอดพระเนตร ของหน่วยศูนย์ศิลปาชีพบางไทร หลังจากนั้นเสด็จพระราชดำเนินออกจากอาคารทูลกระหม่อมแก้วไปยังอาคารศูนย์วิทยบริการ ทรงปลูก ”ต้นแก้ว” เสด็จพระราชดำเนินขึ้นอาคารประทับพัก พระราชทานฉายพระรูปแก่คณะบุคคล จำนวน 5 คณะ ทรงลงพระนามาภิไธยในสมุดที่ระลึก เสวยพระกระยาหารกลางวัน แล้วเสด็จพระราชดำเนินกลับ

3 กุมภาพพันธ์ 2560

ขอบคุณแหล่งข้อมูล: สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา

เชิญน้อง ม.ปลาย ภาคอีสาน เข้าร่วมงานเปิดบ้าน PI สู่หัวใจแพทย์ชนบท ครั้งที่ ๓!

เชิญชวนน้องๆ ม.4 และ ม.5 ที่มีภูมิลำเนาในจังหวัด ชัยภูมิ นครราชสีมา บุรีรัมย์ สุรินทร์ เข้ามาเรียนรู้กิจกรรมต่างๆที่จะปลุกความเป็นแพทย์ในงาน “เปิดบ้าน PI สู่หัวใจแพทย์ชนบท ครั้งที่ 3” ช่วงเวลาที่เปิดรับสมัคร : วันนี้ – 5 พฤศจิกายน ประกาศผลการรับสมัคร : วันที่ 15 พฤศจิกายน วันที่จัดกิจกรรม : วันที่ 24 -25 ธันวาคม ค่าใช้จ่าย : ไม่มีค่าใช้จ่าย ดาวน์โหลดใบสมัครออนไลน์ : คลิกที่นี่ สอบถามรายละเอียดเพิมเติม : คลิกที่นี่

ขอบคุณแหล่งข้อมูล: อินเตอร์เน็ต

สพป.นครราชสีมา เขต ๒ และวิทยาลัยเทคนิคสุรนารี จัดโครงการอบรมแนะแนวสู่อาชีพ

898281.jpg

สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครราชสีมา เขต ๒ นำโดย นายวิชา มานะดี ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครราชสีมา เขต ๒ พร้อมด้วยผู้อำนวยการกลุ่มนิเทศติดตาม และประเมินผลการจัดการศึกษา ศึกษานิเทศก์ ผู้บริหารสถานศึกษาคณะครูและนักเรียนในสังกัด ร่วมโครงการอบรมแนะแนวสู่อาชีพ จากความร่วมมือระหว่าง วิทยาลัยเทคนิคสุรนารี และสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครราชสีมา เขต ๒ โดยมีกิจกรรมการประชุมโปรแกรมแนะแนวการศึกษา และกิจกรรมแนะแนวการศึกษาอาชีวศึกษา โครงการฐานวิทยาศาสตร์ และทวิภาคี ให้กับผู้บริหารและคณะครูและนักเรียนได้สัมผัสประสบการณ์จริง ในวันที่ ๒๐ กันยายน ๒๕๕๙ ณ วิทยาลัยเทคนิคสุรนารี อำเภอโชคชัย จังหวัดนครราชสีมา

ชมภาพเพิ่มเติมที่ “>https://www.facebook.com/สพปนครราชสีมา-เขต-2-141626932624166/photos/?tab=album&album_id=1066935580093292

20 กันยายน 2559

ขอบคุณแหล่งข้อมูล: สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ

ข่าวสารสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาพื้นฐาน วันที่ ๓๑ สิงหาคม ๒๕๕๙

ข้าราชการครู สพป.พังงา รับมอบโล่เกียรติยศและเกียรติบัตรจากผู้ว่าราชการจังหวัดพังงา

892064.jpg

30 สิงหาคม 2559 ณ ห้องประชุมองค์การบริหารส่วนจังหวัดพังงา นายภัคพงศ์ ทวิพัฒน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดพังงา ประธานที่ประชุมคณะกรรมการจังหวัดฯ มอบเกียรติบัตรโครงการยกย่องเชิดชูเกียรติสถานศึกษาดีเด่นทางวัฒนธรรมด้านดนตรีไทยและดนตรีพื้นบ้าน ระดับจังหวัด ประจำปี 2559 ให้แก่โรงเรียนบ้านทุ่งเจดีย์ เกียรติบัตรโครงการสร้างสรรค์ศิลปะการแสดงพืั้นเมือง จังหวัดพังงา ประจำปี 2559 ให้แก่โรงเรียนอนุบาลพังงา,วิทยาลัยเทคนิคพังงา,โรงเรียนดีบุกพังงาวิทยายน,โรงเรียนเทศบาลบ้านย่านยาว,โรงเรียนบ้านกระโสมและโรงเรียนเกาะปันหยี ตลอดจนเกียรติบัตร”สุดยอดส้วม” จังหวัดพังงา ประกอบด้วย โรงเรียนบ้านเขาเฒ่า ได้รับรางวัลประเภทสถานศึกษาระดับสุดยอดส้วมแห่งปี,โรงเรียนบ้านบางครั่ง,โรงเรียนวัดนิโครธคุณากร,โรงเรียนวัดบางเสียด ได้รับรางวัลระดับชมเชย, โรงเรียนวัดเหมืองประชารามและโรงเรียนคุระบุรี ได้รับระดับผ่านเกณฑ์มาตรฐานส้วมกรมอนามัย และนางอุบล กลิ่นเกษร รับรางวัลประเภทผู้มีบทบาทดีเด่นในการพัฒนาส้วมสาธารณะ ระดับสุดยอดส้วมแห่งปี

สพป.ขอนแก่น เขต 5 ร่วมประชุมยกระดับคุณภาพการศึกษาในศตวรรษที่ 21

891552.JPG

เมื่อวันที่ 29 สิงหาคม 2559 นายณฤทธิ์ วิเศษศักดิ์ ผอ.สพป.ขอนแก่น เขต 5 นำข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาในสังกัด ร่วมการประชุมและบรรยายพิเศษ เรื่อง ยกระดับคุณภาพการศึกษาในศตวรรษที่ 21 ในพื้นที่จังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนกลาง ประกอบด้วย ขอนแก่น ชัยภูมิ นครราชสีมา มหาสารคาม และกาฬสินธุ์ ณ ศูนย์ประชุมอเนกประสงค์กาญจนาภิเษก มหาวิทยาลัยขอนแก่น โดยมี พล.อ.สุรเชษฐ์ ชัยวงศ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานเปิดและพบปะผู้ร่วมประชุมเพื่อสร้างความเข้าใจการพัฒนาตนเองของครูและบุคลากรทางการศึกษาด้วยระบบครู TEPE Online ซึ่งวิธีพัฒนาครูและบุคลากรทางการศึกษาแห่งอนาคตที่สอดคล้องกับการพัฒนาในศตวรรษที่ 21 นำเทคโนโลยีการสื่อสารที่ทันสมัยมาใช้ โดยครูสามารถพัฒนาตนเองได้ทุกคน ทุกที่ และทุกเวลา พร้อมๆ กับทำหน้าที่จัดการเรียนการสอนในห้องเรียนควบคู่กันไป และภายในงานนี้ยังมีนิทรรศการเผยแพร่สื่อนวัตกรรม กิจกรรม และโครงการตามนโยบายของ สพฐ. ให้ผู้เข้าร่วมประชุมมีโอกาสแลกเปลี่ยนเรียนรู้แนวทางบริหารและจัดการเรียนการสอน+++++

:: ติดตามข่าวและภาพข่าวเพิ่มเติมได้ที่ http://www.kkn5.org และ http://www.facebook.com/prkkn5

กีฬาสหวิทยาเขตป้อมปราการ ประจำปี 2559

892162.JPG

+ดร.ธีระวัฒน์ วรรณนุช ผอ.สพม.6 ปฏิบัติหน้าที่รองศึกษาธิการภาค 3 เป็นประธานเปิดการแข่งขันกีฬาสหวิทยาเขตป้อมปราการ ประจำปี 2559 โดยมีวัตถุประสงค์การจัดงาน เพื่อให้นักเรียนมีสุขภาพพลานามัยแข็งแรง ใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ ห่างไกลยาเสพติด เป็นการฝึกทักษะในการเรียนของกลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษา และเป็นการบูรณาการเรียนรู้สู่ประชาคมอาเซียน และเสริมสร้างความสามารถด้านทักษะการแข่งขันกีฬา ด้านความมีคุณธรรม จริยธรรม ฝึกการเป็นผู้นำ ผู้ตามที่ดี มีน้ำใจเป็นนักกีฬา รู้แพ้ รู้ชนะ และรู้จักอภัยเสริมสร้างความสามัคคี รู้จักการทำงานเป็นหมู่คณะ เคารพกฎกติกา และรู้จักวางแผนในการทำงาน มีนักเรียนเข้าร่วมกิจกรรม จำนวน 549 คน จากโรงเรียน 6 โรงเรียน ได้แก่ โรงเรียนวัดใหม่สมุทรกิจวิทยาคม,โรงเรียนวัดทรงธรรม,โรงเรียนวิสุทธิกษัตรี,โรงเรียนสาขลาสุธีราอุปถัมภ์,โรงเรียนราชประชาสมาสัย ฝ่ายมัธยมรัชดาภิเษก ในพระบรมราชูปถัมภ์และโรงเรียนป้อมนาคราชสวาทยานนท์ ประเภทกีฬาที่แข่งขัน ได้แก่ ฟุตบอล ฟุตซอล บาสเกตบอล วอลเลย์บอล วอลเลย์บอลชายหาด เซปักตะกร้อ เปตอง เทเบิลเทนิส แข่งขันตั้งแต่วันที่ 30-31 สิงหาคม 2559 ณ สนามกีฬาโรงเรียนราชประชาสมาสัย ฝ่ายมัธยมรัชดาภิเษก ในพระบรมราชูปถัมภ์ จังหวัดสมุทรปราการ (จันทรา…ภาพ/ข่าว)

31 สิงหาคม 2559

ขอบคุณแหล่งข้อมูล: สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ

ประชาสัมพันธ์ สพป. ๑ สิงหาคม ๒๕๕๙

ดร.รตนภูมิ โนสุ ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเชียงใหม่เขต 2 ต้อนรับคณะศึกษาดูงาน จาก สพป.นครราชสีมา เขต 3

882114.jpg

ดร.รตนภูมิ โนสุ ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเชียงใหม่เขต 2 ต้อนรับคณะศึกษาดูงาน จาก สพป.นครราชสีมา เขต 3 นำคณะโดยนายนิเวศน์ อุดมรัตน์ ผู้อำนวยการ สพป.นครราชสีมาเขต 3 มีผู้บริหารการศึกษาผู้บริหารโรงเรียนร่วมศึกษาดูงานจำนวน 90 คน ช่วงแรก นางกรศิริ กรองสุดยอด พิธีกร ได้เรียนเชิญผู้นำองค์กรทั้งสองพร้อมคณะร่วมประกอบพิธีปฏิญญาเขตสุจริต ต่อจากนั้น ผอ.สพป.เชียงใหม่เขต 2 กล่าวต้อนรับ มีนางสาวเกษราภรณ์ สิงห์คมณี ศึกษานิเทศก์ สพป.เชียงใหม่เขต 2 บรรยาย การขับเคลื่อนนโยบายลดเวลาเรียนเพิ่มเวลารู้ มีคณะครูและนักเรียนร่วมนำเสนอผลงานด้านอาชีพซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรมลดเวลาเรียนเพิ่มเวลารู้ โดย นางสาวทัศนียา ไชยสมบัติ ผู้อำนวยการ.โรงเรียนบ้านโป่ง อ.สันทราย และคณะครูนักเรียนโรงเรียนวัดแม่แก้ดน้อยร่วมสาธิการทำขนมและบริการแก่คณะผู้ร่วมงาน โดยการสนับสนับของนายณรงค์ ลุมมา ผู้อำนวยการโรงเรียน //

ลำปาง เขต ๑ อบรมพนักงานเจ้าหน้าที่ส่งเสริมความประพฤตินักเรียน

881872.JPG

1 สิงหาคม 2559 นายสุทิน แก้วพนา ผอ.สพป.ลำปาง เขต 1 ปฏิบัติหน้าที่ศึกษาธิการจังหวัดลำปาง เป็นประธานการฝึกอบรมพนักงานเจ้าหน้าที่ส่งเสริมความประพฤตินักเรียนนักศึกษา ณ ห้องประชุมคุรุมนตรี สพป.ลำปาง เขต 1 โดยได้รับความอนุเคราะห์วิทยากรของศูนย์เสมารักษ์ จังหวัดเชียงใหม่ มาให้ความรู้แก่ผู้เข้ารับการฝึกอบรมในครั้งนี้

ตามที่สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ได้กำหนดนโยบายให้มีการดูแลช่วยเหลือและคุ้มครองนักเรียน โดยให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาทุกเขต ได้ตระหนักถึงสถานการณ์เด็กนักเรียนในสังคมไทยปัจจุบันที่นับวันจะทวีความรุนแรงมากขึ้น ส่งผลกระทบต่อเด็กนักเรียนและการพัฒนาคุณภาพการศึกษาของชาติ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาลำปาง เขต 1 จึงมีความจำเป็นต้องพัฒนาบุคลากรทุกฝ่ายให้สามารถช่วยเหลือให้นักเรียนทุกคนได้รับโอกาสในการพัฒนาทางการศึกษาอย่างต่อเนื่อง เพื่อเสริมสร้างทัศนคติและความภาคภูมิใจในการปฏิบัติหน้าที่ การสร้างทีมพนักงานเจ้าหน้าที่ส่งเสริมความประพฤตินักเรียนและนักศึกษาในสถานศึกษา และสามารถนำความรู้ ทักษะและประสบการณ์ไปประยุกต์ใช้ในการปฏิบัติงานได้อย่างถูกต้องและมีประสิทธิภาพ

ผุสดี เครือสาร ข่าว/ภาพ

1 สิงหาคม 2559

ขอบคุณแหล่งข้อมูล: สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ

รวมข่าว สพป. วันที่ ๑๒ พฤษภาคม ๒๕๕๙

สพป.ปราจีนบุรี เขต 1 อบรมSmart Area (MASS++)

853074.jpg

เมื่อวันที่ 12 พฤษภาคม 2559 นายดำเนิน เพียรค้า ผอ.สพป.ปราจีนบุรี เขต 1 มอบให้นายวีรวิทย์ สิทธิภาณุพงศ์ ผู้อำนวยการศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการศึกษา สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาปราจีนบุรี เขต 1 เป็นประธานการประชุมระบบสนับสนุนการบริหารจัดการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา Smart Area (MASS++) ภาคเช้าอบรมให้แก่ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ของโรงเรียนในเขตอำเภอเมืองปราจีนบุรี อำเภอบ้านสร้าง และอำเภอศรีมโหสถ จำนวน 60 คน และภาคบ่ายอบรมให้แก่ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ของโรงเรียนในเขตอำเภอประจันตคาม อำเภอศรีมโพธิ และโรงเรียนเอกชนทุกโรงเรียน จำนวน 70 คน เพื่อเป็นการอบรมการใช้งานระบบรับ – ส่งหนังสือราชการ แทน ระบบงานสำนักงานอิเล็กทรอนิกส์ (e-Office สพฐ.) โดยได้รับความอนุเคราะห์จากนายวุฒิศักดิ์ ปริยงค์ นักวิชาการคอมพิวเตอร์ชำนาญการ สพม. 18 เป็นวิทยากรในการอบรมการใช้งาน ณ ห้องประชุมสมานฉันท์ สพป.ปราจีนบุรี เขต 1…….อ่านข่าวนี้ ผ่านทางเว็บไซต์ สพป.ปราจีนบุรี เขต 1 ทาง http://www.prachin1.go.th/e-news/ReNews.php?reNews=291

สพป.นครราชสีมา เขต 2 เปิดแถลงข่าว โครงการพัฒนาทักษะการเรียนรู้และนวัตกรรมสู่ประชาคมอาเซียน

853017.jpg

สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครราชสีมา เขต ๒ นำโดย นายวิชา มานะดี ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครราชสีมา เขต ๒ (ประธานเปิดการประชุมและบรรยายพิเศษ) พร้อมด้วย นายวีรพัฒน์ อติโรจน์ รองผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาฯ ผู้อำนวยการกลุ่มนิเทศ ติดตาม และประเมินผลการจัดการศึกษา คณะศึกษานิเทศก์ ผู้บริหารสถานศึกษา และคณะครูผู้สอนประวัติศาสตร์ ของโรงเรียนนำร่องสู่ทุกโรงเรียนเครือข่ายในสังกัด เปิดแถลงข่าวการใช้ศูนย์การเรียนรู้หมู่บ้านเครื่องปั่นดินเผาด่านเกวียน เป็นแหล่งเรียนรู้วิชาประวัติศาสตร์ และส่งเสริมนโยบาย “ลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้” และเปิดการประชุมเชิงปฏิบัติการ ครูประวัติศาสตร์ โครงการพัฒนาทักษะการเรียนรู้และนวัตกรรมสู่ประชาคมอาเซียน ในระหว่างวันที่ ๑๒-๑๓ พฤษภาคม ๒๕๕๙ ณ ศูนย์การเรียนรู้หมู่บ้านเครื่องปั่นดินเผาด่านเกวียน ตำบลด่านเกวียน อำเภอโชคชัย จังหวัดนครราชสีมา

ชมภาพเพิ่มเติมที่ https://www.facebook.com/media/set/?set=a.965227513597433.1073742346.141…

สพป.อุดรธานี เขต 2 ร่วมงาน “คลองผดุงสร้างสุขสัญจร กระทรวงศึกษาธิการจังหวัดอุดรธานี”

852981.JPG

ดร.ประกอบ จันทรทิพย์ ผอ.สพป.อุดรธานี เขต 2 ร่วมพิธีเปิดงาน “ คลองผดุงสร้างสุขสัญจร กระทรวงศึกษาธิการจังหวัดอุดรธานี ” โดยมี นายแพทย์ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานในพิธี

สืบเนื่องจาก กระทรวงศึกษาธิการได้จัดงาน “การศึกษาสร้างชาติ กระทรวงศึกษาสร้างสุขสัญจร” ที่บริเวณริมคลองผดุงเกษม ข้างทำเนียบรัฐบาล ระหว่างวันที่ 1-24 เมษายน 2559 ปรากฏว่าได้รับความสนใจจากประชาชนทั่วไป โดยเฉพาะนักเรียนและผู้ปกครองเป็นจำนวนมาก ได้มีโอกาสซื้อสินค้าราคาถูกและเป็นธรรม ประกอบกับนายกรัฐมนตรี พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา มีความประสงค์จะขยายตลาดคลองผดุงฯ ไปยังจังหวัดต่างๆ

สำนักงานศึกษาธิการจังหวัดอุดรธานี จึงได้จัดงาน “คลองผดุงสร้างสุขสัญจร กระทรวงศึกษาธิการจังหวัด อุดรธานี” โดยความร่วมมือของหน่วยงานในสังกัดกระทรวงศึกษาธิการจังหวัดอุดรธานี ทุกแห่ง ร่วมกันจำหน่ายสินค้าอุปโภคชุดเครื่องแบบนักเรียน และจัดแสดงนิทรรศการผลงานนักเรียน ณ โรงเรียนบ้านหมากแข้ง จังหวัดอุดรธานี เมื่อวันที่ 11 พฤษภาคม 2559

12 พฤษภาคม 2559

ขอบคุณแหล่งข้อมูล: สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ

สพป.นครราชสีมา เขต ๒ ร่วมกิจกรรม คลองผดุงสร้างสุขสัญจร โดยกระทรวงศึกษาธิการร่วมกับจังหวัดนครราชสีมา

852792.jpg

สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครราชสีมา เขต ๒ นำโดย นายวิชา มานะดี ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครราชสีมา เขต ๒ พร้อมด้วยผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาและมัธยมศึกษาหรือผู้ปฏิบัติราชการแทนฯ องค์การค้า สกสค./สกสค.นม. ผู้บริหารหน่วยงานการศึกษาทั้งภาครัฐและเอกชน และรักษาการผู้อำนวยการสำนักงานศึกษาธิการในจังหวัดนครราชสีมา ผู้บริหารสถานศึกษาและครู นักเรียน นักศึกษา ร่วมพิธีเปิดงาน “คลองผดุงสร้างสุขสัญจร โดยกระทรวงศึกษาธิการ และจังหวัดนครราชสีมา” เพื่อช่วยเหลือแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายของผู้ปกครองในช่วงก่อนเปิดภาคเรียน และนิทรรศการ “ลดเวลาเรียนเพิ่มเวลารู้” พร้อมทั้งร่วมต้อนรับ พลเอก ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ประธานเปิดงาน ในวันที่ ๑๑ พฤษภาคม ๒๕๕๙ ณ สนามหน้าศาลากลางจังหวัดนครราชสีมา โดยงานดังกล่าวจะจัดขึ้นในระหว่างวันที่ ๑๑-๑๓ พฤษภาคม ๒๕๕๙

ชมภาพเพิ่มเติมที่ https://www.facebook.com/media/set/?set=a.964684393651745.1073742344.141…

12 พฤษภาคม 2559

ขอบคุณแหล่งข้อมูล: สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ