Tag Archives: ท้องถิ่น

อาชีวะชวนเรียน…หลักสูตรระยะสั้นสร้างอาชีพ

%E0%B8%9B%E0%B8%81.jpg

สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) เชิญชวนผู้สนใจร่วม โครงการ ฝึกอบรมระยะสั้นฐานสมรรถนะ “Education to Employment Vocational Booth Camp ครั้งที่ 1”เริ่มดีเดย์แล้ว วันที่ 1 มีนาคม 2560 ทั่วประเทศ นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เปิดเผยว่า สอศ. เดินหน้านำนโยบายสู่การปฏิบัติจัดโครงการฝึกอบรมระยะสั้นฐานสมรรถนะ“Education to Employment Vocational Booth Camp” ครั้งที่ 1 ซึ่งมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อพัฒนาทักษะกำลังคนให้มีโอกาสมีงานทำมากขึ้นสอดคล้องกับความต้องการของตลาดแรงงานและการประกอบอาชีพอิสระ เป็นหลักสูตรเข้มข้นสามารถปฏิบัติงานและประกอบอาชีพได้จริงลักษณะหลักสูตรคือต่อยอดหรือเพิ่มทักษะใหม่ ให้กับผู้ว่างงาน ผู้สำเร็จการศึกษาใหม่ ประชาชนทั่วไป โดยผู้ผ่านการฝึกอบรมสามารถนำความรู้ ความสามารถกลับไปทำงานในสถานประกอบการหรือในท้องถิ่นแก้ปัญหาความขาดแคลนกำลังคนในสาขาขาดแคลน และเพิ่มศักยภาพในการแข่งขันของประเทศ และสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจซึ่งการพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพกำลังคนเป็นเรื่องสำคัญเป็นนโยบายที่รัฐบาลพยามยามขับเคลื่อนมาโดยตลอดการดำเนินงานในครั้งนี้สอดรับกับยุทธศาสตร์ชาติระยะ 20 ปี (พ.ศ. 2560 – 2579) ด้านการสร้างความสามารถในการแข่งขัน และด้านการพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพคนและภารกิจของสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษาซึ่งเป็นหน่วยงานหลักของประเทศในการผลิตและพัฒนากำลังคน การฝึกอบรมหลักสูตรระยะสั้นฐานสมรรถนะหัวใจสำคัญ คือหลักสูตร การพัฒนาหลักสูตรและการฝึกอบรมต้องมี สถานประกอบการผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านในอาชีพนั้นๆ มาร่วมดำเนินการและเป็นวิทยากร ตลอดจนร่วมกำหนดค่าตอบแทน ตามระดับทักษะฝีมือ ซึ่งจะเกิดการยอมรับและผู้เรียนได้เรียนรู้จากผู้ที่มีประสบการณ์จริง และสิ่งที่สำคัญที่ต้องการเน้น คือSkill English Ethics ครูต้องปลูกฝังให้ผู้เรียนเป็นคน ขยัน ใฝ่เรียนรู้ ตรงเวลา หรือ Work Hard be Nice จึงจะถือว่าสมบูรณ์ เป็นคนที่จะตอบโจทย์ตลาดแรงงานได้อย่างแท้จริง

ด้านนายสุเทพ ชิตยวงษ์ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษากล่าวว่าโครงการดังกล่าว สอศ.ได้จัดหลักสูตรที่เปิดสอนแบ่งเป็น2 กลุ่ม กลุ่มที่ 1 หลักสูตรที่สอดคล้องกับ Growth(S-Curve,New S-curve, Thailand 4.0 Super Cluster) ทั้งหมด 550 หลักสูตร ผู้เข้ารับการอบรมจำนวน 20,933 คน กลุ่มที่ 2 หลักสูตรตามความต้องการท้องถิ่น (Local Needs และ SMEs) จำนวน2,106 หลักสูตร ผู้เข้ารับการอบรมจำนวน 61,206 คนโดยมีตัวอย่างหลักสูตร ดังนี้ วิทยาลัยเทคนิคถลาง หลักสูตรการตรวจสอบร้อยร้าว (ช่างอากาศยาน)วิทยาลัยเทคนิคสมุทรสงคราม หลักสูตรอาชีพช่างผลิตชิ้นส่วนอุปกรณ์แม่พิมพ์ปั๊มโลหะเบื้องต้นวิทยาลัยสารพัดช่างตราด หลักสูตรงานติดตั้งกล้องวงจรปิดและกล้องไอพี (CCTV and IP Camera)และการรับสัญญาณโทรทัศน์วิทยาลัยเทคนิคภูเก็ต หลักสูตรการซ่อมบำรุงเครื่องยนต์ Out board สำหรับสาขาซ่อมบำรุงเรือวิทยาลัยประมงสมุทรสาคร หลักสูตรมาตรฐานและการควบคุมคุณภาพการผลิตสู่สากล และหลักสูตรการประกอบตู้ปลาและจัดพรรณไม้น้ำเชิงพาณิชย์วิทยาลัยสารพัดช่างสมุทรปราการ หลักสูตรซอยผม ดัดผมAdvanceวิทยาลัยอาชีวศึกษาภูเก็ต หลักสูตรเครื่องดื่มม๊อคเทล (Mocktail)วิทยาลัยเทคนิคสัตหีบ หลักสูตรตรวจสอบโดยไม่ทำลายวิทยาลัยการอาชีพบ้านไผ่ หลักสูตรขนส่งระบบราง (อาณัฐสัญญาณ 7 สถานี)วิทยาลัยเทคนิคมีนบุรี หลักสูตรการควบคุมหุ่นยนต์แขนกลช่างพิมพ์และวิทยาลัยอาชีวศึกษาฉะเชิงเทราหลักสูตรศิลปะการแกะสลักผักและผลไม้ส่วนกลุ่มเป้าหมายที่จะเข้าร่วมโครงการ แบ่งเป็น 2 ประเภท คือ1.กลุ่มนักเรียน นักศึกษา ระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ( ปวช.)3 และประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) 2ที่ต้องการฝึกทักษะอาชีพด้านอื่นเพิ่มเติม เพื่อออกไปทำงาน และ2. กลุ่มประชาชนทั่วไปเช่น ผู้ว่างงาน ผู้สำเร็จการศึกษาใหม่ ผู้ประกอบอาชีพอิสระ ผู้ที่ต้องการเพิ่มทักษะในการปฏิบัติงาน ให้มีความเชี่ยวชาญและสามารถนำประสบการณ์ไปเทียบโอนคุณวุฒิวิชาชีพ ผู้สนใจสามารถติดต่อได้ที่ศูนย์ส่งเสริมอาชีวศึกษาจังหวัดทุกจังหวัด และสถานศึกษาสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.)ทุกแห่ง โดยโครงการ Education to Employment Vocational Booth Camp นี้จะจัดอย่างต่อเนื่องทุกภาคฤดูร้อนหรืออาจจะขยายผลให้มีการฝึกในช่วงวันเสาร์และอาทิตย์ ผู้เข้ารับการอบรมหลักสูตรฝึกอบรมของ สอศ. จะได้รับความรู้ที่พิเศษ เข้มข้น เพิ่ม เสริมสร้างสมรรถนะ และเป็นที่ยอมรับจากภาคสถานประกอบการ สามารถพัฒนาแรงงานที่ศักยภาพให้กับประเทศชาติในยุค Thailand 4.0 ได้ กลุ่มประชาสัมพันธ์ 1 มีนาคม 2560

ขอบคุณแหล่งข้อมูล: สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา

Advertisements

การประกวดออกแบบชุดประจำจังหวัดจันทบุรี ระยอง และ ตราด เข้าร่วมประกวดเวที Miss Grand Thailand ๒๐๑๗

ขอเชิญเยาวชนและประชาชนที่สนใจ เข้าร่วมประกวดออกแบบชุดประจำชาติ ภายใต้แนวคิด “ทะเลภาคตะวันออก ผลไม้ท้องถิ่น อัญมณี” เพื่อค้นหาชุดประจำจังหวัดจันทบุรี ระยอง และตราด เข้าร่วมประกวดเวที Miss Grand Thailand 2017 ช่วงเวลาที่เปิดรับผลงาน : วันนี้ – 4 มีนาคม 2560 ช่องทางการส่งผลงานเข้าประกวด : E-mail: missgrandOriental_thailand@hotmail.com ดาวน์โหลดใบสมัคร : คลิกที่นี่ อ่านรายละเอียดการประกวด : คลิกที่นี่

ขอบคุณแหล่งข้อมูล: อินเตอร์เน็ต

สุดยอดเด็กไทย ก้าวไกลสู่สากล โรงเรียนบ้านหนองซอน ต้นแบบสภานักเรียนระดับประเทศ ส่งเสริมพัฒนาประชาธิปไตย เกิดผลสัมฤทธิ์อย่างเป็นรูปธรรม

889165.JPG

สุดยอดเด็กไทย ก้าวไกลสู่สากล

โรงเรียนบ้านหนองซอน ต้นแบบสภานักเรียนระดับประเทศ ส่งเสริมพัฒนาประชาธิปไตย

โดยลงนามบันทึกตกลงร่วมมือว่าด้วยการส่งเสริมพัฒนากิจกรรมสภานักเรียนให้เป็นพลเมืองดีตามวิถีประชาธิปไตย ระหว่าง

โรงเรียนบ้านหนองซอน สพป.มหาสารคาม เขต 3 กับ โรงเรียนบ้านโคกบัวค้อ สพป.มหาสารคาม เขต 1 และ

โรงเรียนบ้านหนองซอน สพป.มหาสารคาม เขต 3 กับ โรงเรียนเทศบาล 2 (เมืองเก่าวิทยา) สังกัดเทศบาลเมืองชัยภูมิ จังหวัดชัยภูมิ วันที่ 18 สิงหาคม 2559 เวลา 09.00-16.30 น. นายเกษม จันสามารถ ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านหนองซอน พร้อมด้วยคณะกรรมการสภานักเรียน ได้ต้อนรับคณะกรรมการสภานักเรียนจาก โรงเรียนบ้านโคกบัวค้อ สพป.มหาสารคาม เขต 1 อ.เมือง จ.มหาสารคาม นำโดยนายสุรพล ปะตินังผู้อำนวยการโรงเรียน และคณะกรรมการสภานักเรียนโรงเรียนเทศบาล 2 อ.เมือง จ.ชัยภูมิ นำโดยนายสุรชัย ดลเจิม ผู้อำนวยการโรงเรียน ซึ่งมาแลกเปลี่ยนเรียนรู้และลงนามบันทึกตกลงร่วมมือขยายเครือข่าย

โดยมีวัตถุประสงค์ร่วมกันในการที่จะดำเนินการส่งเสริมนักเรียนให้มีความตระหนักในบทบาทหน้าที่ของนักเรียน กระทำตนให้เป็นประโยชน์ต่อผู้อื่น โดยการเรียนรู้กระบวนการเลือกตั้งอย่างมีคุณภาพผ่านกระบวนการกิจกรรมประชาธิปไตยในโรงเรียน , เพื่อจะร่วมมือกันดำเนินกิจกรรมสภานักเรียนที่เน้นคุณธรรม 3 ประการ ได้แก่ การมีคารวธรรม สามัคคีธรรม และปัญญาธรรม และเพื่อจะร่วมมือกันประเมินประสิทธิภาพและประสิทธิผล ตลอดจนทบทวนการปฏิบัติตามข้อตกลงที่ได้ร่วมมือกันต่อไป

นายเกษม จันสามารถ ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านหนองซอนเปิดเผยว่า โรงเรียนบ้านหนองซอนเป็นโรงเรียนส่งเสริมประชาธิปไตย โรงเรียนดีประจำอำเภอ โรงเรียนต้นแบบโรงเรียนในฝัน และโรงเรียนประชาธิปไตยตัวอย่าง ได้รับรางวัลเหรียญทอง รองชนะเลิศอันดับ2การแข่งกิจกรรมสภานักเรียน ระดับชาติ เป็นตัวแทนของภาค 2 ปี และรางวัลที่ภาคภูมิใจที่สุดคือ รางวัลต้นแบบสภานักเรียนระดับประเทศ ในปี พ.ศ. 2558 โรงเรียนได้เสริมสร้างเด็กผ่านกระบวนการกิจกรรมโดยตรงอย่างต่อเนื่อง เพื่อมุ่งสร้างคนให้เป็นความหวังของชุมชน จากการสังเกตนักเรียนที่เข้ามาร่วมกิจกรรมสภานักเรียนจะมีจิตอาสาสูง ทำงานในโรงเรียน จะเป็นผู้ช่วยครูทุก ๆ กิจกรรมในโรงเรียน เช่น จัดบอร์ดนิทรรศการวันสำคัญ ๆ กิจกรรมหน้าเสาธง โดยครูจะเป็นเพียงผู้ควบคุมและฝึกภาวะความเป็นผู้นำเท่านั้น เด็กจะมีวินัย กล้าคิด กล้าทำ กล้าแสดงออก และจะมีทักษะการใช้ชีวิตติดตัวไปตลอดชีวิตด้วย

กิจกรรมสภานักเรียน มีหัวใจหลักในการมุ่งพัฒนาวินัยนักเรียนให้รู้จักการมีคารวธรรม สามัคคีธรรม และปัญญาธรรม ส่วนผลพลอยได้คือการแข่งขันกิจกรรมสภานักเรียน. รางวัลโรงเรียนประชาธิปไตยตัวอย่างและรางวัลต้นแบบสภานักเรียนระดับประเทศ

ทางด้านนายสุรพล ปะตินัง ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านโคกบัวค้อ สพป.มหาสารคาม เขต 1 เปิดเผยว่า ต้องการให้นักเรียนได้รู้จักคุ้นเคย ส่งเสริมซึ่งกันและกัน เป็นเพื่อนกัน คนที่จะทำงานสภานักเรียนได้นั้น มนุษยสัมพันธ์เป็นเรื่องสำคัญ จึงเปิดโอกาสให้นักเรียนมีรากฐานความเป็นประชาธิปไตยตั้งแต่ตอนนี้ และจากสภาพการณ์ปัจจุบันสังคมอ่อนแอมาก ในระดับโรงเรียนเห็นว่าเป็นเรื่องที่ดี หากจะมีการดำเนินกิจกรรมประชาธิปไตยให้เป็นรูปเป็นร่าง สร้างความเข้มแข็ง ฝึกฝนให้นักเรียนมีประสบการณ์หลากหลายมุมมอง ฝึกความเป็นผู้นำผู้ตามที่ดี นำไปปรับใช้โรงเรียน จะเกิดประโยชน์ในชีวิต อย่างน้อยคือจะต้องเป็นผู้นำครอบครัว ดูแลครอบครัวซึ่งก็เป็นหนึ่งเป้าหมายในทักษะชีวิตจริง

ส่วนทางด้านนายสุรชัย ดลเจิม ผู้อำนวยการโรงเรียนเทศบาล 2 จังหวัดชัยภูมิ เปิดเผยว่า

ดีใจที่ได้นำนักเรียนมาแลกเปลี่ยนเรียนรู้ เป็นส่งเสริมประสบการณ์ส่งเสริมการเป็นประชาธิปไตย และการมีทักษะชีวิต เพราะสภานักเรียนเป็นกลไกที่สำคัญที่จะช่วยพัฒนาโรงเรียนตามกระบวนการนิติธรรม และเป็นการปลูกฝังทัศนคติ ค่านิยมความเป็นประชาธิปไตย มีจิตวิญญาณในการใช้หลักธรรมาภิบาลเพื่อให้นักเรียนเติบโตเป็นพลเมืองดีของสังคมและประเทศชาติ สอดคล้องกับโรงเรียนเทศบาล ที่มีสมาชิก 12 คน มีนายก รองนายก เป็นการลอกเลียนแบบมาจากการปกครองส่วนท้องถิ่น ที่มาวันนี้ได้รับประสบการณ์ตรงในโรงเรียนและนำไปใช้ในชีวิต

นายเกษม จันสามารถ ในฐานะที่ปรึกษาสภานักเรียนเปิดเผยอีกว่า ข้อมูลพื้นฐานตามหลักการประชาธิปไตย จะต้องมีโครงการ หลักการบริหาร ดำเนินการ กิจกรรมที่ทำเรียกว่า “สภานักเรียน” ซึ่งรัฐบาล รมต.ศธ. มีแนวทางชัดเจนให้ทุกโรงเรียนในเขตพื้นที่ของ สพฐ. จะต้องมีสภานักเรียนทุกโรงเรียน ปัจจัยสำคัญที่ทำให้ประสบผลสำเร็จ คือผู้บริหาร เพราะเป็นผู้ที่มีอำนาจในการตัดสินใจขับเคลื่อนทุกกิจกรรมให้เกิดผล กล้าคิด กล้าทำจะประสบผลสำเร็จ ต่อมาคือครู ที่มีจิตอาสาสูง เสียสละ ทั้งในเวลาและหลังเวลาเลิกเรียน รวมทั้งวันหยุด, นักเรียน ที่มีจิตอาสา เสียสละ ,ผู้ปกครอง จะต้องให้ความร่วมมือ ซึ่งโรงเรียนบ้านหนองซอนครูจะต้องไปหาผู้ปกครองว่าอยู่ค่ำเพราะอะไร ไปสร้างความเข้าใจให้ผู้ปกครองทราบ รวมทั้งชุมชนด้วยเช่นกัน

ในขณะที่นางอุลัยวรรณ กงเพชร ครูที่ปรึกษาสภานักเรียน ได้อธิบายถึงองค์ประกอบ และกิจกรรมต่าง ๆ ที่ส่งเสริมกระบวนการประชาธิปไตยว่ามีอะไรบ้าง และทำอย่างไรให้ประสบผลสำเร็จ ตลอดจนสาธิต นำเสนอ แลกเปลี่ยนเรียนรู้กระบวนการ/กิจกรรมร่วมกัน

โดยโรงเรียนมีเอกลักษณ์ในการส่งเสริมประชาธิปไตยในโรงเรียนให้เข้มแข็ง มีขั้นตอน กระบวนการบริหารจัดการที่เป็นเลิศ ชัดเจน สามารถบูรณาการกิจกรรมทุกกลุ่มการเรียนรู้ ทำให้ผลงานเชิงประจักษ์เป็นที่ยอมรับทั้งในระดับชาติ ระดับภาค ระดับเขตพื้นที่ ระดับโรงเรียน และชุมชน ทั้งหมดนี้ภายใต้ที่ปรึกษาสภานักเรียนได้แก่นายเกษม จันสามารถ ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านหนองซอน, นางอุลัยวรรณ กงเพชร , นางสายหยุด ศรีจันทร์ชัย และนายชัยยงค์ หีบแก้ว ครูที่ปรึกษาสภานักเรียนโรงเรียนบ้านหนองซอน เกษม จันสามารถ, อุลัยวรรณ กงเพชร : ข้อมูลข่าว

ทิพยฉัตร ฉัตรทอง นักประชาสัมพันธ์ : ภาพ/ข่าว

20 สิงหาคม 2559

ขอบคุณแหล่งข้อมูล: สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ

โรงเรียนมิตรภาพที่ ๓๔ จัดพิธีทอดผ้าป่าเพื่อการศึกษา หาทุนสร้างโครงหลังคาเหล็ก (โดม) คลุมพื้นสนามกีฬา เพื่อเป็นสถานที่จัดกิจกรรม และใช้งานของชุมชน

886517.jpg

เมื่อวันที่ 12 สิงหาคม 2559 เวลา 13.00 น. นายกนก ปิ่นตบแต่ง ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเพชรบุรี เขต 1 เป็นประธานในพิธีทอดผ้าป่ามหากุศล จัดสร้างโครงเหล็กคลุมพื้นสนามเด็กเล่น ของโรงเรียนมิตรภาพที่ 34 อำเภอบ้านแหลม โดยมีเตี่ยหนึ่ง และป้าเซี้ยม สรรหาสุข เป็นหัวเรือใหญ่ในการจัดหาทุนก่อสร้าง

สืบเนื่องมาจากเมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา เกิดพายุฤดูร้อน พัดเข้าโรงเรียน ก่อให้เกิดความเสียหายกับสนามเด็กเล่น อาคารประกอบ และอาคารเรียนบางส่วน ซึ่งโรงเรียนก็ได้ดำเนินการซ่อมแซมเสร็จเป็นที่เรียบร้อย แต่ปัจจุบัน พื้นที่สำหรับที่จะให้นักเรียนได้ออกกำลังกาย หรือเป็นสถานที่จัดกิจกรรมการเรียนการสอนของโรงเรียน มีน้อย อีกทั้งหากชุมชนมาขออนุญาตใช้พื้นที่ของโรงเรียนในการจัดกิจกรรม ก็มีไม่เพียงพอ จึงได้คิดจัดสร้างหลังคาโค้ง (โดม) คลุมพื้นสนามกีฬาของโรงเรียน ขนาด 450 ตรม. ด้วยงบประมาณในการก่อสร้างที่คำนวนโดยช่างประมาณ 400,000 บาท (สี่แสนบาทถ้วน) แต่โรงเรียนยังขาดทุนทรัพย์ จึงได้จัดพิธีทอดผ้าป่าหาทุนสร้างหลังคาโค้งดังกล่่าว

นายจุมพล สรรพอุดม ผอ.รร.มิตรภาพที่ 34 ได้กล่าวว่า การรวบรวมทุนก่อสร้างในครั้งนี้ ได้รับความอนุเคราะห์จากคหบดีในเขตอำเภอบ้านแหลมเป็นอย่างดี อีกทั้งพี่น้องประชาชนในท้องถิ่น ผู้ปกครองนักเรียน คณะครู คณะกรรมการสถานศึกษา ร่วมกันบริจาคเป็นจำนวนเงินทังสิ้น 393,435 บาท (สามแสนเก้าหมื่นสามพันสี่ร้อยสามสิบห้าบาทถ้วน) คาดว่า คงเพียงพอในการก่อสร้าง หลังจากนี้จะดำเนินการทันที จะแล้วเสร็จประมาณเดือนพฤศจิกายน 2559 และที่สำคัญยิ่ง การก่อสร้างโครงหลังคาเหล็ก (โดม) คลุมพื้นสนามในครั้งนึ้ ถือเป็นงานที่สำคัญยิ่ง เพราะเป็นการก่อสร้างเพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ เนื่องในวโรกาสเฉลิมพระชนมพรรษา 7 รอบ 84 ปี 12 สิงหาคม 2559 อนึ่ง ในพิธีวันนี้ ผู้ปกครอง และผู้ใจบุญ ได้นำอาหารกลางวันประกอบด้วย ก๋วยเตี๋ยวหมูน้ำแดง , ข้าวมันไก่ , ขนมจีน , หอยทอด , ขนม และน้ำดื่มมาเลี้ยงนักเรียน และผู้มาร่วมงานทุกคน

ดูภาพกิจกรรม

https://www.facebook.com/k.tinakorn/media_set?set=a.1116688691718951.107…

12 สิงหาคม 2559

ขอบคุณแหล่งข้อมูล: สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ

ผอ.สพป.เพชรบุรี เขต ๑ ติดตามโครงการ ลดเวลาเรียน – เพิ่มเวลารู้ ณ รร.วัดเทพประชุมนิมิตร

884945.jpg

***นายกนก ปิ่นตบแต่ง ผอ.สพป.เพชรบุรี เขต 1 ติดตามโครงการ ลดเวลาเรียน – เพิ่มเวลารู้ ณ รร.วัดเทพประชุมนิมิตร ซึ่ง รร.วัดเทพประชุมนิมิตรได้จัดกิจกรรมสนองนโยบายของกระทรวงศึกษาธิการ ด้วยการจัดกิจกรรม ลดเวลาเรียน – เพิ่มเวลารู้ ให้นักเรียนทุกวัน โดยแบ่งกิจกรรมออกเป็นหลากหลาย ทั้งภาคทฤษฎี และภาคปฏิบัติ เช่น กิจกรรมการปลูกพืชผักสวนครัว , การทำไข่เค็มสมุนไพร , การทำน้ำดื่มเพื่อสุขภาพ , การปลูกข้าวในบ่อซีเมนต์ แป็นต้น กิจกรรมทุกกิจกรรม จะให้นักเรียนเป็นผู้ปฏิบัติ โดยมีครู และภูมิปัญญาท้องถิ่นเป็นผู้ให้ความรู้ ซึ่งหลังจากที่นักเรียนได้เข้าร่วมกิจกรรมนี้แล้ว นักเรียนแสดงความคิดเห็นว่า “เป็นกิจกรรมที่ดีมาก สามารถนำไปใช้ในชีวิตประจำวันได้ สร้างรายได้ และจะนำไปบอกต่อให้กับผู้ปกครอง”

ผอ.สพป.เพชรบุรี่ เขต 1 ได้กล่าวว่า รร.วัดเทพประชุมนิมิตร เป็นโรงเรียนขนาดเล็ก แต่สามารถหลอมรวมการจัดกิจกรรมได้เป็นอย่างดี นักเรียนมีความสุข สามารถนำเอาเรื่องราวต่าง ๆ ที่จัดในกิจกรรมลดเวลาเรียน – เพิ่มเวลารู้ ไปใช้ในชีวิตประจำวันได้ โรงเรียนรู้จักปรับปรุงบรรยากาศ นำเอาสิ่งของที่ไร้ประโยชน์ มาสร้างเป็นสิ่งที่มีประโยชน์ได้ เช่น โอ่งแตก นำมาเป็นแปลงนาปลูกข้าว ถังน้ำซีเมนต์แบบ ฝ.30 นำมาปรับปรุงแต่งโฉม เป็นห้องอาบน้ำ และห้องส้วม มีการปลูกไม่้แบบผสมผสานโาดยนำเอาไม้ยืนต้น ปลูกรวมกับไม้ล้มลุกในที่เดียวกัน (ถังซีเมนต์) เป็นต้น

ทินกร กล่่ทอง ภาพ / ข่าว

ดูภาพกิจกรรท https://www.facebook.com/k.tinakorn/posts/1113445648709922

08 สิงหาคม 2559

ขอบคุณแหล่งข้อมูล: สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ

สพป.อุบล เขต ๔ เปิดศูนย์การเรียนรู้ประชาร่วมใจ ศูนย์ควบรวมโรงเรียนขนาดเล็ก

881904.jpg

@ สพป.อุบล เขต 4 เปิดศูนย์การเรียนรู้ประชาร่วมใจ ศูนย์ควบรวมโรงเรียนขนาดเล็ก @

ดร.สมศักดิ์ จังตระกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี เป็นประธานเปิดศูนย์การเรียนรู้ประชาร่วมใจ ศูนย์ควบรวมโรงเรียนขนาดเล็ก โรงเรียนบ้านโพธิ์มูลเพียเภ้าและโรงเรียนบ้านนาสะแบง อำเภอวารินชำราบ จังหวัดอุบลราชธานี สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอุบลราชธานี เขต 4 โดยมี ชมรมยุวอาสาต้นกล้าวัฒนธรรมจังหวัดอุบลราชธานี และเครือข่ายเยาวชนจิตอาสา ร่วมพัฒนาห้องสมุดมีชีวิตและฐานกิจกรรมการเรียนรู้ ตามโครงการยุวอาสาต้นกล้าวัฒนธรรม สานสัมพันธ์ปันน้ำใจ ครั้งที่ 3 โดยมีเยาวชนเข้าร่วมกิจกรรม 50 คน ในครั้งนี้ได้รับเกียรติจาก นายสุรพล สายพันธ์ อดีตผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี ดร.วันชัย บุญทอง นางสุพรรณิการ์ อุดม รองผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอุบลราชธานี เขต 4 ผู้นำองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น คณะกรรมการสถานศึกษาสถานศึกษา และผู้ปกครองทั้งสองโรงเรียนได้ร่วมพิธีเปิดและเยี่ยมชมศูนย์ควบรวมโรงเรียนขนาดเล็กโรงเรียนบ้านโพธิ์มูลเพียเภ้าและโรงเรียนบ้านนาสะแบง เมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม 2559 ณ โรงเรียนบ้านโพธิ์มูลเพียเภ้า อำเภอวารินชำราบ จังหวัดอุบลราชธานี

::::::ศิรินทิพย์ ล้ำเลิศ นักประชาสัมพันธ์ สพป.อบ.4 / รายงาน ::::::

01 สิงหาคม 2559

ขอบคุณแหล่งข้อมูล: สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ

สพฐ.เดินหน้ายกร่างแผนยุทธศาสตร์พัฒนาคุณภาพการศึกษาพื้นที่สูงจังหวัดชายแดนภาคเหนือ

876733.JPG

ดร.บุญรักษ์ ยอดเพชร ผู้ช่วยเลขาธิการกพฐ. ประธานเปิดการประชุมสัมมนาพัฒนาการศึกษาพื้นที่สูงจังหวัดชายแดนภาคเหนือ โดยมีจุดประสงค์เพื่อยกระดับคุณภาพการศึกษาในพื้นที่สูงจังหวัดชายแดนภาคเหนือและเพื่อให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาและมัธยมศึกษาในพื้นที่สูงจังหวัดชายแดนภาคเหนือ กำหนดแนวทางการพัฒนาร่วมกันตามยุทธศาสตร์พระราชทาน เข้าใจ เข้าถึงและพัฒนา โดยมี ศึกษาธิการภาค ศึกษาธิการจังหวัด ผู้อำนวยการสพท. รองผอ.สพท. ผอ.กลุ่มนโยบายและแผน ผอ.กลุ่มนิเทศฯ ศึกษานิเทศก์ จาก 6 จังหวัดภาคเหนือ คือ ตาก แม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ เชียงราย พะเยา น่าน รวม 22 สพท. จำนวน 250 คน โดยมีเป้าหมายเพื่อยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนให้มีค่าเฉลี่ยเพิ่มขึ้น เพื่อสร้างความยั่งยืนในการพัฒนาและยกระดับคุณภาพการศึกษา โดยหน่วยรับผิดชอบ คือ สถาบันภาษาไทย สำนักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา สพฐ. โดยมีนางสาวนิจสุดา อภินันทาภรณ์ รองผอ.สำนักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา สพฐ. พร้อมคณะ ประกอบด้วยนางสาวดวงใจ บุญยะภาสและนางสาวกระแสสินธุ์ ปล้องมณี ผู้รับผิดชอบโครงการ

ทั้งนี้ ในการประชุมสัมมนาครั้งนี้ ได้แบ่งกลุ่มคณะผู้ประชุมเป็น 4 กลุ่มเพื่อระดมวิสัยทัศน์ ประสบการณ์ ให้สอดรับกับนโยบาย จุดเน้นและยุทธศาสตร์ของสพฐ.เพื่อร่างแผนยุทธศาสตร์ส่งเสริมและพัฒนาเสนอสพฐ. โดยแบ่งเป็น 4 ยุทธศาสตร์ ประกอบด้วย (1) เร่งพัฒนาและส่งเสริมการพัฒนาการเรียนรู้ภาษาไทยให้นักเรียนอ่านออกเขียนได้ (2) พัฒนารูปแบบวิธีสอนการอ่านออกเขียนได้อ่านคล่อง เขียนคล่อง (3) สร้างความเข้มแข็งการบริหารจัดการยกระดับคุณภาพการศึกษาและ (4) เร่งส่งเสริมการมีส่วนร่วมขององค์กร รัฐ เอกชนและชุมชนท้องถิ่น

สำหรับสถานที่ประชุมสัมมนา คือ โรงแรมริมกกรีสอร์ทเชียงราย อ.เมือง จ.เชียงราย ระหว่างวันที่ 10-12 กรกฎาคม 2559

14 กรกฎาคม 2559

ขอบคุณแหล่งข้อมูล: สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ

โรงเรียนบ้านกองโค สพป.อุตรดิตถ์ เขต ๑ สืบสานกิจกรรม “ปลูกข้าวปลูกใจเด็กไทยรักข้าว”

876547.jpg

8 กรกฎาคม 2559 นายสุมิตร เกิดกล่ำ ปลัดจังหวัดอุตรดิตถ์ ให้เกียรติเป็นประธานในพิธีจัดกิจกรรม“ปลูกข้าวปลูกใจเด็กไทยรักข้าว” ประจำปี 2559 ณ โรงเรียนบ้านกองโค อำเภอพิชัย จังหวัดอุตรดิตถ์ โดยมี นายประสงค์ อุไรวรณ์ นายอำเภอพิชัย นายเฉลิม ปาลาศ รองผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอุตรดิตถ์ เขต 1 และ นายกนต์ธร เกิดบำรุง ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านกองโค ร่วมให้การต้อนรับ โดยมี นายศิวกรณ์ สัทธิ์ธรรมนุวงศ์ รองผู้อำนวยการศูนย์เมล็ดพันธ์ข้าวแพร่กล่าวรายงาน นายกนต์ธร เกิดบำรุง ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านกองโค กล่าวว่า กิจกรรม“ปลูกข้าวปลูกใจเด็กไทยรักข้าว”เป็นกิจกรรมที่จัดขึ้นในรูปแบบบูรณาการร่วมกันระหว่างโรงเรียนบ้านกองโค อำเภอพิชัย จังหวัดอุตรดิตถ์ และศูนย์ เมล็ดพันธ์ข้าวแพร่ และสืบสานกิจกรรมดังกล่าว มากว่า 10 ปี โดยมี กิจกรรม “ข้าวนาโยน” เป็นส่วนหนึ่งของ “ปลูกข้าวปลูกใจเด็กไทย รักข้าว” “ข้าวนาโยน” เป็นการทำนาแบบใหม่ที่เป็นการผสมผสานกันระหว่างนาดำ กับ นาหว่านน้ำตม เป็นวิธีการโยนตุ้มต้นกล้าที่เพาะไว้แล้วลงในแปลงซึ่งสามารถนำมาใช้แทนการถอนกล้าปักดำด้วยแรงงานคน กิจกรรม “ปลูกข้าวปลูกใจเด็กไทยรักข้าว” เป็นกิจกรรมที่จัดขึ้นเพื่อสืบสานวัฒนธรรม ประเพณี ทุกปี เพื่อเป็นการส่งเสริมให้เยาวชนและนักเรียน ได้ตระหนักถึงความสำคัญของอาชีพการทำนา เสริมสร้างทัศนคติของเยาวชนและนักเรียน ให้มีจิตสำนึกในการอนุรักษ์วัฒนธรรม รักษาประเพณี ที่เกี่ยวข้องกับข้าวให้ดำรงอยู่ โดยมีโรงเรียนบ้านกองโคเป็นศูนย์ในการเรียนรู้เรื่องข้าวและชาวนา มีการเรียนรู้จากการปฏิบัติจริงตามขั้นตอนการปลูกข้าว ทำนา การจัดกิจกรรม“ปลูกข้าวปลูกใจเด็กไทยรักข้าว” ประกอบด้วย การถ่ายทอดความรู้เรื่องข้าวตั้งแต่เริ่มปลูกข้าวจนถึงเก็บเกี่ยวการปลูกข้าวโดยวิธีโยนกล้า,การปลูกข้าวด้วยเครื่องหย่อนกล้า รวมทั้งวัฒนธรรมประเพณีและภูมิปัญญาท้องถิ่นเรื่องข้าวและชาวนา ให้นักเรียนและเยาวชนได้มีส่วนร่วมในการปฏิบัติจริง และการดูแลรักษาแปลงนาข้าวโดยมีวิทยากรจากศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวแพร่ และกลุ่มผู้ผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวในท้องถิ่น บรรยายให้ความรู้ และมีการจัดทำแปลงเรียนรู้ โดยเตรียมแปลงให้พร้อมที่จะเป็นจุดถ่ายทอดให้แก่นักเรียนในโรงเรียน และโรงเรียนใกล้เคียง รวมทั้งเยาวชนในท้องถิ่น ตามขั้นตอนของการทำนา ตั้งแต่การปลูก การดูแลรักษาแปลงนา การกำจัดศัตรูข้าว การรวมกลุ่มจัดทำสารกำจัดศัตรูข้าว และสาธิตทำปุ๋ยหมักชีวภาพ จนถึงวิทยาการหลังการเก็บเกี่ยว และการสาธิตการแปรรูปผลิตภัณฑ์ โดยในภาคทฤษฎี ได้มีการการทดสอบความรู้เกี่ยวกับการทำนากับนักเรียนโรงเรียนบ้านกองโค ในระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ถึงปีที่ 6 การแข่งขันปลูกข้าวด้วยวิธีการโยนกล้าของนักเรียนและเยาวชน รวมถึงการจัดนิทรรศการของส่วนราชการ หน่วยงานต่างๆ ในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ในจังหวัดอุตรดิตถ์ เครือข่าย ปชส. : ภาพ/กรรณิกา : ข่าวและรายงาน

13 กรกฎาคม 2559

ขอบคุณแหล่งข้อมูล: สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ

สพป.ปข. ๒ อบรมโครงการ “พัฒนาแนะแนวในสถานศึกษาและอาชีพ ประจำปี ๒๕๕๙”

874672.JPG

นายสมสันต์ ลือกำลัง รอง ผอ.สพป.ปข. 2 เป็นประธานในพิธีเปิดการอบรมโครงการ “พัฒนาแนะแนวในสถานศึกษาและอาชีพ ประจำปี 2559” เพื่อให้ครูแนะแนวได้นำความรู้ที่ได้รับนำไปจัดกิจกรรมที่ส่งเสริมและสนับสนุนการจัดการศึกษาในโรงเรียน เพื่อพัฒนาผู้เรียนให้เกิดการเรียนรู้อันจะนำไปสู่สมรรถนะที่สำคัญ 5 ประการและคุณลักษณะอันพึงประสงค์ 8 ประการ ซึ่งเป็นเป้าหมายสำคัญของผู้เรียนตามที่ระบุไว้ในหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 ด้วยคณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบตามที่กระทรวงแรงงานเสนอ เรื่องการเตรียมความพร้อมแก่กำลังแรงงานก่อนเข้าสู่ตลาดแรงงาน เมื่อวันที่ 29 ธันวาคม 2558 โดยให้กระทรวงแรงงานร่วมกับกระทรวงศึกษาธิการ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และหน่วยงานต่าง ๆ ที่จัดให้มีการศึกษาในระดับมัธยมศึกษาดำเนินการให้นักเรียนระดับมัธยมศึกษาปีที่ 3 และมัธยมศึกษาตอนปลายทุกคน ได้รับการแนะแนวการศึกษาและอาชีพก่อนสำเร็จการศึกษาตามกระบวนการแนะแนวครบถ้วนทุกขั้นตอน และกำหนดให้การแนะแนวการศึกษาและอาชีพแก่นักเรียนระดับมัธยมศึกษาปีที่ 3 และมัธยมศึกษาตอนปลายเป็นเป้าหมายและตัวชี้วัดผลการดำเนินงานประจำปีของสถานศึกษา การให้บริการแนะแนวการศึกษาและอาชีพ จำเป็นต้องมีครูซึ่งทำหน้าที่แนะแนวให้ความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับการพัฒนางานแนะแนวทั้งระบบและครูแนะแนวสามารถใช้กระบวนการแนะแนวครบทุกขั้นตอน รวมทั้งมีทักษะปฏิบัติเกี่ยวกับการใช้เครื่องมือทางการแนะแนวให้แก่ผู้เรียนให้สามารถพัฒนาตนเองตามศักยภาพอันจะนำไปสู่ชีวิตที่ดีต่อไป โดยมีคุณครูผู้สอนที่รับผิดชอบงานแนะแนว จำนวน 88 โรงเรียน เข้ารับการอบรม ณ ห้องประชุมสามพระยา ชั้น 3 สพป.ปข. 2

07 กรกฎาคม 2559

ขอบคุณแหล่งข้อมูล: สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ

สพป.นครพนม เขต ๑ จัดพัฒนาครูผู้สอนและครูผู้ดูแลเด็ก รุ่นที่ ๑

873219.JPG

เมื่อวันที่ ๒ กรกฎาคม ๒๕๕๙ เวลา ๐๙.๐๐ น. สำนักงาน ปปส.ภาค ๔ ร่วมกับศูนย์อำนวยการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดจังหวัดนครพนม สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครพนม เขต ๑ และเขต ๒ สำนักงานส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นจังหวัดนครพนม ร่วมกันจัดโครงการพัฒนาครูผู้สอนและครูผู้ดูแลเด็ก เพื่อเสริมสร้างภูมิคุ้มกันยาเสพติดในเด็กปฐมวัย พื้นที่จังหวัดนครพนม เพื่อพัฒนาความรู้ ความเข้าใจ ในการดูแลเด็กปฐมวัย ที่ส่งผลต่อการพัฒนาและเสริมสร้างพื้นฐานภูมิคุ้มกันยาเสพติด ในเด็กปฐมวัย เพื่อพัฒนาครูปฐมวัย ให้มีหลักคิดแนวทางเชิงวิชาการ สำหรับเสริมสร้างพื้นฐานภูมิคุ้มกันยาเสพติดให้กับเด็กปฐมวัย ตลอดจนสามารถประยุกต์ใช้เครื่องมือต่าง ๆ และตระหนักถึงความสำคัญของสื่อนิทานชุด “อ่านอุ่นรัก” และสื่อการเล่นชุด “เล่นล้อมรัก” และสื่ออื่น ๆ ที่นำมาใช้เป็นเครื่องมือ สำหรับสอนเสริมสร้างพื้นฐานภูมิคุ้มกันยาเสพติดในเด็กปฐมวัย ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ผู้เข้ารับการอบรมรุ่นที่ ๑ ประกอบด้วย ครูผู้สอนระดับปฐมวัย ในโรงเรียนสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครพนม เขต ๑, เขต ๒ และโรงเรียนตชด. รวมทั้งสิ้น ๔๕๓ คน โดยมีนายเอกราช มณีกรรณ์ นายอำเภอเมืองนครพนม เป็นประธานเปิดโครงการฯ นายสุขบดินทร์ สุทธะมา รองผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครพนม เขต ๒ เป็นผู้กล่าวรายงาน ในการนี้ นายเดชวิษณุ ภู่เจริญ ผู้แทนสำนักงานป้องกันและปราบปรามยาเสพติด ภาค ๔ นายปราโมทย์ ผายทอง ศอ.ปส.จ.นครพนม นางกนกพร ด้วงคำภา ผู้อำนวยการกลุ่มส่งเสริมการจัดการศึกษา สพป.นครพนม เขต ๑ พร้อมคณะ นายวงษ์ใส เตโช ผู้อำนวยการกลุ่มส่งเสริมการจัดการศึกษา สพป.นครพนม เขต ๒ พร้อมคณะ ร่วมเป็นเกียรติในพิธีเปิด และขอขอบคุณคณะวิทยากรทุกหน่วยงาน ณ ห้องประชุมหนองบึก สหกรณ์ออมทรัพย์ครูนครพนม จำกัด<<<

https://www.facebook.com/gallery.nkp1/photos/?tab=album&album_id=1750608…

ภาพ/ข่าว : ลัคนา มั่นธรณ์ นักประชาสัมพันธ์ สพป.นครพนม เขต ๑

04 กรกฎาคม 2559

ขอบคุณแหล่งข้อมูล: สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ