Tag Archives: ฉะเชิงเทรา

อาชีวะชวนเรียน…หลักสูตรระยะสั้นสร้างอาชีพ

%E0%B8%9B%E0%B8%81.jpg

สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) เชิญชวนผู้สนใจร่วม โครงการ ฝึกอบรมระยะสั้นฐานสมรรถนะ “Education to Employment Vocational Booth Camp ครั้งที่ 1”เริ่มดีเดย์แล้ว วันที่ 1 มีนาคม 2560 ทั่วประเทศ นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เปิดเผยว่า สอศ. เดินหน้านำนโยบายสู่การปฏิบัติจัดโครงการฝึกอบรมระยะสั้นฐานสมรรถนะ“Education to Employment Vocational Booth Camp” ครั้งที่ 1 ซึ่งมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อพัฒนาทักษะกำลังคนให้มีโอกาสมีงานทำมากขึ้นสอดคล้องกับความต้องการของตลาดแรงงานและการประกอบอาชีพอิสระ เป็นหลักสูตรเข้มข้นสามารถปฏิบัติงานและประกอบอาชีพได้จริงลักษณะหลักสูตรคือต่อยอดหรือเพิ่มทักษะใหม่ ให้กับผู้ว่างงาน ผู้สำเร็จการศึกษาใหม่ ประชาชนทั่วไป โดยผู้ผ่านการฝึกอบรมสามารถนำความรู้ ความสามารถกลับไปทำงานในสถานประกอบการหรือในท้องถิ่นแก้ปัญหาความขาดแคลนกำลังคนในสาขาขาดแคลน และเพิ่มศักยภาพในการแข่งขันของประเทศ และสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจซึ่งการพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพกำลังคนเป็นเรื่องสำคัญเป็นนโยบายที่รัฐบาลพยามยามขับเคลื่อนมาโดยตลอดการดำเนินงานในครั้งนี้สอดรับกับยุทธศาสตร์ชาติระยะ 20 ปี (พ.ศ. 2560 – 2579) ด้านการสร้างความสามารถในการแข่งขัน และด้านการพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพคนและภารกิจของสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษาซึ่งเป็นหน่วยงานหลักของประเทศในการผลิตและพัฒนากำลังคน การฝึกอบรมหลักสูตรระยะสั้นฐานสมรรถนะหัวใจสำคัญ คือหลักสูตร การพัฒนาหลักสูตรและการฝึกอบรมต้องมี สถานประกอบการผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านในอาชีพนั้นๆ มาร่วมดำเนินการและเป็นวิทยากร ตลอดจนร่วมกำหนดค่าตอบแทน ตามระดับทักษะฝีมือ ซึ่งจะเกิดการยอมรับและผู้เรียนได้เรียนรู้จากผู้ที่มีประสบการณ์จริง และสิ่งที่สำคัญที่ต้องการเน้น คือSkill English Ethics ครูต้องปลูกฝังให้ผู้เรียนเป็นคน ขยัน ใฝ่เรียนรู้ ตรงเวลา หรือ Work Hard be Nice จึงจะถือว่าสมบูรณ์ เป็นคนที่จะตอบโจทย์ตลาดแรงงานได้อย่างแท้จริง

ด้านนายสุเทพ ชิตยวงษ์ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษากล่าวว่าโครงการดังกล่าว สอศ.ได้จัดหลักสูตรที่เปิดสอนแบ่งเป็น2 กลุ่ม กลุ่มที่ 1 หลักสูตรที่สอดคล้องกับ Growth(S-Curve,New S-curve, Thailand 4.0 Super Cluster) ทั้งหมด 550 หลักสูตร ผู้เข้ารับการอบรมจำนวน 20,933 คน กลุ่มที่ 2 หลักสูตรตามความต้องการท้องถิ่น (Local Needs และ SMEs) จำนวน2,106 หลักสูตร ผู้เข้ารับการอบรมจำนวน 61,206 คนโดยมีตัวอย่างหลักสูตร ดังนี้ วิทยาลัยเทคนิคถลาง หลักสูตรการตรวจสอบร้อยร้าว (ช่างอากาศยาน)วิทยาลัยเทคนิคสมุทรสงคราม หลักสูตรอาชีพช่างผลิตชิ้นส่วนอุปกรณ์แม่พิมพ์ปั๊มโลหะเบื้องต้นวิทยาลัยสารพัดช่างตราด หลักสูตรงานติดตั้งกล้องวงจรปิดและกล้องไอพี (CCTV and IP Camera)และการรับสัญญาณโทรทัศน์วิทยาลัยเทคนิคภูเก็ต หลักสูตรการซ่อมบำรุงเครื่องยนต์ Out board สำหรับสาขาซ่อมบำรุงเรือวิทยาลัยประมงสมุทรสาคร หลักสูตรมาตรฐานและการควบคุมคุณภาพการผลิตสู่สากล และหลักสูตรการประกอบตู้ปลาและจัดพรรณไม้น้ำเชิงพาณิชย์วิทยาลัยสารพัดช่างสมุทรปราการ หลักสูตรซอยผม ดัดผมAdvanceวิทยาลัยอาชีวศึกษาภูเก็ต หลักสูตรเครื่องดื่มม๊อคเทล (Mocktail)วิทยาลัยเทคนิคสัตหีบ หลักสูตรตรวจสอบโดยไม่ทำลายวิทยาลัยการอาชีพบ้านไผ่ หลักสูตรขนส่งระบบราง (อาณัฐสัญญาณ 7 สถานี)วิทยาลัยเทคนิคมีนบุรี หลักสูตรการควบคุมหุ่นยนต์แขนกลช่างพิมพ์และวิทยาลัยอาชีวศึกษาฉะเชิงเทราหลักสูตรศิลปะการแกะสลักผักและผลไม้ส่วนกลุ่มเป้าหมายที่จะเข้าร่วมโครงการ แบ่งเป็น 2 ประเภท คือ1.กลุ่มนักเรียน นักศึกษา ระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ( ปวช.)3 และประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) 2ที่ต้องการฝึกทักษะอาชีพด้านอื่นเพิ่มเติม เพื่อออกไปทำงาน และ2. กลุ่มประชาชนทั่วไปเช่น ผู้ว่างงาน ผู้สำเร็จการศึกษาใหม่ ผู้ประกอบอาชีพอิสระ ผู้ที่ต้องการเพิ่มทักษะในการปฏิบัติงาน ให้มีความเชี่ยวชาญและสามารถนำประสบการณ์ไปเทียบโอนคุณวุฒิวิชาชีพ ผู้สนใจสามารถติดต่อได้ที่ศูนย์ส่งเสริมอาชีวศึกษาจังหวัดทุกจังหวัด และสถานศึกษาสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.)ทุกแห่ง โดยโครงการ Education to Employment Vocational Booth Camp นี้จะจัดอย่างต่อเนื่องทุกภาคฤดูร้อนหรืออาจจะขยายผลให้มีการฝึกในช่วงวันเสาร์และอาทิตย์ ผู้เข้ารับการอบรมหลักสูตรฝึกอบรมของ สอศ. จะได้รับความรู้ที่พิเศษ เข้มข้น เพิ่ม เสริมสร้างสมรรถนะ และเป็นที่ยอมรับจากภาคสถานประกอบการ สามารถพัฒนาแรงงานที่ศักยภาพให้กับประเทศชาติในยุค Thailand 4.0 ได้ กลุ่มประชาสัมพันธ์ 1 มีนาคม 2560

ขอบคุณแหล่งข้อมูล: สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา

Advertisements

รวมข่าว สพฐ. วันที่ ๘ ตุลาคม ๒๕๕๙

สพม.6 ประชุมผู้บริหารสถานศึกษา ครั้งที่ 8/2559

902890.JPG

+ดร.ธีระวัฒน์ วรรณนุช ผอ.สพม.6 ปฏิบัติหน้าที่ รองศึกษาธิการภาค 3 เป็นประธานการประชุมผู้บริหารสถานศึกษาสังกัด สพม.6 โดยก่อนเริ่มระเบียบวาระการประชุม มอบประกาศเกียรติคุณสถานศึกษาที่มีการบริหารจัดการและดำเนินงานจัดระบบการดูแลช่วยเหลือนักเรียนอย่างมีคุณภาพและต่อเนื่อง เพื่อรับรางวัลระบบการดูแลช่วยเหลือนักเรียน ประจำปี 2559 ดังนี้ ประเภทสถานศึกษามัธยมศึกษาขนาดใหญ่ รางวัลเกียรติบัตรระดับทองแดง ได้แก่ โรงเรียนราชประชาสมาสัย ฝ่ายมัธยมฯ ประเภทสถานศึกษามัธยมศึกษาขนาดกลาง รางวัลเกียรติบัตรระดับเงิน ได้แก่ โรงเรียน

ดอนฉิมพลีพิทยาคม ประเภทสถานศึกษามัธยมศึกษาขนาดเล็ก โล่รางวัลดีเด่น และรางวัลเกียรติบัตรระดับทอง ได้แก่ โรงเรียนมัธยมวัดใหม่สมุทรกิจวิทยาคม และมอบเกียรติบัตรและโล่ประกาศเกียรติคุณ โรงเรียนในฝันที่ได้รับการรับรองความยั่งยืน ตามเป้าหมายของโรงเรียนในฝัน ปีงบประมาณ 2559 จำนวน 2 แห่ง ได้แก่ โรงเรียนหาดอมราอักษรลักษณ์วิทยา จังหวัดสมุทรปราการ และโรงเรียนสนามชัยเขต จังหวัดฉะเชิงเทรา และมอบโล่รางวัลโรงเรียนต้นแบบโครงการโรงเรียนปลอดขยะ (Zero Waste School) ได้แก่ โรงเรียนราชประชาสมาสัย ฝ่ายมัธยม ฯ จังหวัดสมุทรปราการ โรงเรียนบางบ่อวิทยาคม จังหวัดสมุทรปราการ และโรงเรียนหาดอมราอักษรลักษณ์วิทยา จังหวัดสมุทรปราการ และมอบช่อดอกไม้แสดงความยินดี ผอ.กิตติศักดิ์ ชาญอักษร ผอ.โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาน้อมเกล้าสมุทรปราการ ได้เลื่อนวิทยฐานะระดับเชี่ยวชาญ และดำเนินการประชุมตามระเบียบวาระการประชุมฯ ครั้งที่ 8/2559 เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2559 ณ ห้องประชุมโรงเรียนบางบ่อวิทยาคม จังหวัดสมุทรปราการ (กิตติคุณ…ภาพ/จันทรา…ข่าว)

“น้ำเต้าขาควาย” การเรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงที่โรงเรียนบ้านท่าน้ำเค็มใต้

902680.jpg

. “น้ำเต้าขาควาย” การเรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง@โรงเรียนบ้านท่าน้ำเค็มใต้ ภายใต้แนวคิด ร่วมคิด ร่วมทำ ร่วมรับผิดชอบ และร่วมชื่นชม” ….หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ถูกน้อมนำเข้าสู่การจัด การเรียนการสอนในสถานศึกษาทุกแห่ง โดยเป้าหมายสำคัญ คือ การปลูกฝังให้เด็กและเยาวชนรู้จักการใช้ชีวิตที่พอเพียง เห็นคุณค่าของทรัพยากรต่าง ๆ รู้จักการอยู่ร่วมกับผู้อื่นด้วยความเอื้อเฟื้อ เผื่อแผ่ และแบ่งปัน มีจิตสำนึกรักษ์สิ่งแวดล้อม เห็นคุณค่าของวัฒนธรรม ค่านิยม เอกลักษณ์แห่งความเป็นไทย โดยที่ไม่หลงไปกับกระแสสังคมในปัจจุบัน

.โรงเรียนบ้านท่าน้ำเค็มใต้ หมู่ที่ 10 ต.ท่าแพ อ.ท่าแพ จ.สตูล เป็นโรงเรียนหนึ่งที่นำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง เข้าสู่การเรียนการสอนโดยบูรณาการในหลักสูตรสถานศึกษา และวิชาการงานอาชีพ สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 -6 เน้นทักษะกระบวนการทำงานเพื่อการนำไปใช้ในชีวิตประจำวัน โดยจัดการเรียนรู้ภาคทฤษฎีในห้องเรียน ก่อนนำสู่การปฏิบัติในภาค สนาม เริ่มตั้งแต่เวลา 14:00 – 16:00 น.

.โดยได้ปรับพื้นที่บริเวณโรงเรียน เนื้อที่กว่า 1ไร่ เป็นแปลงเรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง 3 ลักษณะ คือ 1) แปลงผักสวนครัว 2) แปลงเรียนรู้ เริ่มตั้งแต่การเตรียมดิน การปลูก การดูแลรักษา การเก็บเกี่ยวผลผลิต 3) แปลงพ่อแม่ปลูกลูกรักษา ด้วยมุ่งหวังช่วยสร้างความผูกพันและความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างพ่อแม่ ลูก และลดปัญหาความขัดแย้งในครอบครัวอีกทางหนึ่งด้วย

.สำหรับผักที่ปลูกนั้น มี ผักบุ้ง ผักกวางตุ้ง ตะไคร้ พริก มะละกอ ชะอม และจุดเด่นคือน้ำเต้าขาควาย (ลักษณะคล้ายฟักเขียว แต่ผลจะโตกว่ามาก) ซึ่งเมื่อน้ำเต้าขาควายออกผลครั้งใด เด็ก ๆ จะพากันตื่นเต้นดีใจมาก เพราะน้ำเต้าขาควาย มีผลที่ใหญ่และยาวคล้ายขาควาย ถ้าผลโตเต็มทีน้ำหนักตกเฉลี่ยผลละ ประมาณ 7-8 กิโลกรัม มี ความยาวเฉลี่ยประมาณ 60-80 เซนติเมตร เลยทีเดียว

.ผลผลิตจากเกษตรพอเพียงที่เกิดขึ้นทั้งหมด นักเรียนจะแบ่งหน้าที่กันจัดการ เช่น จัดทำบัญชีผลผลิต จัดจำหน่าย จัดแบ่งรายได้ โดยมีครูคอยให้คำปรึกษาและดูแลอย่างใกล้ชิด ผลผลิตส่วนใหญ่จะจำหน่ายเข้าสู่โครงการอาหารกลางวัน ในโรงเรียน เพื่อปรุงเป็นอาหารกลางวันที่ให้แก่นักเรียน ผลผลิตที่เหลือจะจำหน่ายให้แก่ครู ผู้ปกครอง และชุมชน เงินที่ได้จากการจำหน่ายผลผลิตแต่ละครั้ง ส่วนหนึ่งหักเป็นรายได้แก่นักเรียนเพื่อเป็นขวัญและกำลังใจ

.นายอาหลี ลิมานัน ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านท่าน้ำเค็มใต้ กล่าวว่า โรงเรียนได้พันธุ์น้ำเต้าขาควายจากการไปศึกษาดูงานการศึกษาทางภาคเหนือ จึงได้นำมาให้นักเรียนทดลองปลูกร่วมกับการปลูกผักชนิดอื่น ๆ ในการเรียนรู้เกษตรพอเพียง พบว่านักเรียนเกิดความสนุกและมีความสุขในการเรียนรู้ ด้านผู้ปกครองก็เต็มใจเข้ามาทำกิจกรรมร่วมกับลูกๆ ซึ่งเป็นไปตามเจตนารมณ์ของการบริหารที่ต้องการให้ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการศึกษาได้ “ร่วมคิด ร่วมทำ ร่วมรับผิดชอบ และร่วมชื่นชม”

.นางเจ๊ะมีด๊ะ มะสมาน ผู้ปกครองนักเรียน กล่าวว่า รู้สึกดีใจที่ลูก ๆ ได้เรียนรู้เกษตรพอเพียงและได้ลงมือปฏิบัติจริงๆ ซึ่งคิดว่าเป็นการเรียนรู้ที่สามารถนำกลับไปต่อยอดที่บ้านได้ ขอบคุณผู้บริหารโรงเรียนและครูที่ให้โอกาสผู้ปกครองเข้ามามีส่วนร่วมกับทุกกิจกรรมของโรงเรียน

ศึกษาธิการจังหวัดลพบุรี จัดประชุมสัมมนาแลกเปลี่ยนเรียนรู้ การจัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์ของเด็กปฐมวัย

902813.jpg

7 ตุลาคม 2559 ดร.ปัญญา แก้วเหล็ก ผอ.สพป.ลพบุรีเขต1 ปฏิบัติหน้าทร่ศึกษาธิการจังหวัดลพบุรี เป็นประธานเปิดการประชุมสัมมนาแลกเปลี่ยนเรียนรู้ การจัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์ของเด็กปฐมวัย ให้กับครูปฐมวัย ณ ห้องประชุมโรงเรียนอนุบาลจังหวัดทหารบกลพบุรี

โครงการบ้านนักวิทยาศาสตร์น้อยประเทศไทย เป็นโครงการที่สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงพระกรุณาพระราชทานพระราชดำริ ให้คณะกรรมการนำไปพิจารณาริเริ่มดำเนินการนำร่องในประเทศไทย โดยได้ทอดพระเนตรตัวอย่างโครงการนี้ คราวเสด็จพระราชดำเนินเยือนประเทศเยอรมันนี เมื่อปี พ.ศ.2552 โดยที่มาของโครงการบ้านนักวิทยาศาสตร์น้อย มาจากการประเมินผลของโครงการ PIZA ที่พบว่า ความรู้และทักษะทางวิทยาศาสตร์ของเด็กไทย ยังอยู่ในระดับต่ำกว่าค่าเฉลี่ย อีกทั้งยังขาดแคลนนักวิทยาศาสตร์และวิศวกร ที่จะร่วมมือขับเคลื่อนและพัฒนาประเทศ งานวิจัยยืนยันว่า เราควรสร้างทัศนคติที่ดีด้านการเรียนรู้ ทักษะและกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ให้กับเด็กตั้งแต่ระดับปฐมวัย (อายุ3-6 ปี) เพราะเป็นช่วงอายุที่มีความสามารถในการเรียนรู้และจดจำมากที่สุด ซึ่งโครงการได้รับการสนับสนุนเป็นอย่างดีจากหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชน เพื่อส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และเป็นแนวทางการพัฒนาการเรียนการสอนวิทยาศาสตร์สำหรับเด็กปฐมวัย

ปัจจุบัน สพฐ. มีโรงเรียนที่ได้รับการคัดเลือกให้เข้าโครงการ ” บ้านนักวิทยาศาสตร์น้อย ประเทศไทย” ตั้งแต่ปีงบประมาณ 2554 – 2559 แล้ว จำนวน 6 รุ่น รวมทั้งหมด 13065 โรงเรียน (เป็นโรงเรียนสังกัด สพป.ลพบุรีเขต1 จำนวน 86 โรงเรียน) โดยโรงเรียนในแต่ะรุ่น มีผลการประเมินโครงงานวิทยาศาสตร์ผ่านเกณฑ์การประเมินเพื่อรับตราพระราชทานครบทุกโรงเรียน 100% ทุกปีการศึกษา ซึ่งสะม้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่น ตั้งใจในการพัฒนาคุณภาพเด็กไทยตั้งแต่ระดับปฐมวัย ของผู้บริหารสถานศึกษาและครูปฐมวัยที่เข้าร่วมโครงการในสังกัดอย่างต่อเนื่อง

ในปีการศึกษา 2559 นี้ สพป.ลพบุรีเขต1 มีโรงเรียนที่ต้องเข้ารับการประเมิน 2 รุ่น รวม 46 โรงเรียน ได้แก่ รุ่นที่3 เป็นการประเมินคงสภาพ 33 โรงเรียน รุ่นที่ 6 เป็นการประเมินเพื่อรับจราพระราชทานครั้งแรก จำนวน 13 โรงเรียน โดยเฉพาะการประเมินคงสภาพของรุ่นที่3 สพฐ.ได้กำหนดเกณฑ์การผ่านประเมินเพื่อรับตราพระราชทานเพิ่มมากขึ้น คือ ต้องผ่านการประเมินในระบบออนไลน์ และประเมินโครงงานวิทยาศาสตร์ของเด็กปฐมวัย ในรูปแบบของวัฏจักรการสืบเสาะถึง3รอบ ประกอบกับครูผู้สอนปฐมวัยในสังกัด ส่วนใหญ่ไม่ใช่เอกปฐมวัยและวิทยาศาสตร์ จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่ สพป.ต้องทำความเข้าใจและพัฒนาตรูปฐมวัยให้มีความรู้ ทักษะ กระบวนการจัดการเรียนรู้ด้วยโครงงานวิทยาศาสตร์ เพื่อไปสู่การจัดประสบการณ์การเรียนรู้ให้เด็กมีทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ โดยสามารถจัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์แบบวัฏจักรการสืบเสาะ ซึ่งเป็นเอกสารส่วนหนึ่งของการประเมินประกอบการประเมินออนไลน์ ให้ทุกโรงเรียนในโครงการ สามารถพัฒนาให้ผ่านเกณฑ์การประเมิน เพื่อรับตราพระราชทานได้ทุกโรงเรียน เหมือนทุกปีการศึกษาที่ผ่านมา

การประชุมสัมมนาครั้งนี้ ได้รับความร่วมมือจากคณะศึกษานิเทศก์ ที่รับผิดชอบโครงการบ้านนักวิทยาศาสตร์น้อย ประเทศไทย ทีมงานครูผู้สอนปฐมวัย ที่ทำหน้าที่ LT ครูปฐมวัยที่ทำหน้าที่เป็นประธานรุ่น เลขานุการทุกรุ่น และครูแกนนำที่อาสาเข้ามาช่วยเป็นทีมวิทยากรและประสานงานการประชุม ผู้บริหารและคณะครูโรงเรียนอนุบาลทหารบกจังหวัดลพบุรี ที่ให้ความอนุเคราะห์ด้านสถานที่จัดประชุมและอำนวยความสะดวกต่างๆ

ภคจิรา ภาพ ข่าว รายงาน

8 ตุลาคม 2559

ขอบคุณแหล่งข้อมูล: สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ

ข่าว สพฐ. ๑๙ กันยายน ๒๕๕๙

สอบครูผู้ช่วย ครั้งที่ 1 ปี พ.ศ. 2559

898142.JPG

+ สพม.6 ได้รับมอบหมายจากสำนักงานศึกษาธิการจังหวัดสมุทรปราการ ดำเนินการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุและแต่งตั้งบุคคลเข้ารับราชการเป็นข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่งครูผู้ช่วย ครั้งที่ 1 ปี พ.ศ.2559 ณ สนามสอบโรงเรียนสตรีสมุทรปราการ จังหวัดสมุทรปราการ โดยนายชลิต เพ็ชรรัตน์ ผอ.สพป.สมุทรปราการ เขต 1 ปฏิบัติหน้าที่ ศึกษาธิการจังหวัดสมุทรปราการ อำนวยการสอบ ซึ่งการดำเนินการสอบเป็นไปด้วยความเรียบร้อย และ ดร.ธีระวัฒน์ วรรณนุช ผอ.สพม.6 ปฏิบัติหน้าที่รองศึกษาธิการภาค 3 ตรวจเยี่ยมการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุและแต่งตั้ง ฯ ณ สนามสอบโรงเรียนนครนายกพิทยาคม โรงเรียนอนุบาลปราจีนบุรี และสนามสอบโรงเรียนสตรีสมุทรปราการ ในการสอบ ภาค ก ภาค ข และภาค ค ซึ่งการดำเนินการสอบเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ระหว่างวันที่ 17-19 กันยายน 2559 (ธันนธร/ภาพ…จันทรา/ข่าว)

สพป.ระยอง เขต 1 ประชุมการจัดทำแผนพัฒนาการศึกษาจังหวัดระยอง สู่การปฏิบัติ

898073.jpg

สพป.ระยอง เขต 1 ประชุมการจัดทำแผนพัฒนาการศึกษาจังหวัดระยอง สู่การปฏิบัติ

20 ก.ย.59 นายสมศักดิ์ สุวรรณสุจริต ผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง ในฐานะประธานกรรมการศึกษาธิการจังหวัดระยอง ประธานการประชุมสัมมนาการนำแผนพัฒนาการศึกษาจังหวัดระยอง พ.ศ.2560-2564 สู่การปฏิบัติ โดยมีผู้เข้าร่วมประชุมประกอบด้วย คณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัดระยอง, หัวหน้าหน่วยงานทางศึกษาในจังหวัดระยอง, รอง ผอ.สพป.ระยอง เขต 1, ผอ.กลุ่ม ทุกกลุ่ม ของ สพป.ระยอง เขต 1 รวมทั้งสิ้น 45 คน วัตถุประสงค์เพื่อให้หน่วยงานทางการศึกษาในจังหวัดระยองได้นำแผนพัฒนาการศึกษา สู่การปฏิบัติ เพื่อให้เกิดความเชื่อมโยง สอดคล้องกัน โดยมีนายธวัชชัย อุ่ยพานิช ผอ.สพป.ระยอง เขต 1 ปฏิบัติหน้าที่ ศึกษาธิการจังหวัดระยอง กล่าวรายงาน ณ ห้องประชุมสร้อยทอง โรงแรมโกลเด้นซิตี้ อ.เมือง จ.ระยอง

ศธจ.ฉะเชิงเทรา สอบครูผู้ช่วย ครั้ง ๑/๒๕๕๙

898206.JPG

สำนักงานศึกษาธิการจังหวัดฉะเชิงเทรา ดำเนินการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุ และแต่งตั้งบุคคลเข้ารับราชการครู และบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่งครูผู้ช่วย ครั้งที่ ๑ ปี พ.ศ. ๒๕๕๙ ในระหว่างวันที่ ๑๗ – ๑๙ กันยายน ๒๕๕๙ เป็นการสอบภาค ก (ข้อเขียน) มีสนามสอบจำนวน ๒ โรงเรียน คือ โรงเรียนวัดดอนทอง และโรงเรียนเบญจมราชรังสฤษฎิ์ ๒ มีผู้สมัครสอบทั้งหมด ๑,๗๒๘ คน เข้าสอบ ๑,๖๔๙ คน ขาดสอบ ๗๙ คน สำหรับบรรยากาศสอบวันแรก นายสุเทพ ชิตยวงษ์ รองเลขาธิการ กพฐ. และ นางจินตนา มีแสงพราว ศึกษาธิการภาค ๓ ได้ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมสนามสอบแข่งขัน ฯ ณ สนามสอบโรงเรียนเบญจมราชรังสฤษฎิ์ ๒ ซึ่งในการสอบครั้งนี้ นายกวินทร์เกียรติ นนธ์พละ ศึกษาธิการจังหวัดฉะเชิงเทรา และนายตั้ง อสิพงษ์ รองศึกษาธิการจังหวัดฉะเชิงเทรา เป็นผู้ควบคุม ดูแลการปฏิบัติทุกขั้นตอนการดำเนินงานของเจ้าหน้าที่อย่างใกล้ชิด และเพิ่มความระมัดระวังเป็นพิเศษเกี่ยวกับการป้องกันการทุจริตทุกสนามสอบ

19 กันยายน 2559

ขอบคุณแหล่งข้อมูล: สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ

รวบรวมข่าว สพฐ. ในวันที่ ๙ กันยายน ๒๕๕๙

โครงการพัฒนาบุคลากรด้านเทคนิควิธีการสอน

895290.JPG

+ ดร.ธีระวัฒน์ วรรณนุช ผอ.สพม.6 ปฏิบัติหน้าที่รองศึกษาธิการภาค 3 เป็นประธานเปิดโครงการพัฒนาบุคลกรด้านเทคนิควิธีการสอน โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาครูผู้สอนสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ภาษาต่างประเทศ สังคมศึกษาศาสนาและวัฒนธรรม คณิตศาสตร์ และวิทยาศาสตร์ ของโรงเรียนในสังกัดสหวิทยาเขตเบญจมราชรังสฤษฏิ์ ให้มีความรู้ความเข้าใจด้านเทคนิควิธีการสอน และสามารถนำไปปรับใช้ในการจัดการเรียนการสอนได้ และนำความรู้ที่ได้รับไปขยายผลแก่เพื่อนครูในสถานศึกษา และส่งเสริมให้ครูจัดการเรียนการสอนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้ผู้เรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนและผลการทดสอบแห่งชาติ (O-Net) สูงขึ้น ผู้เข้ารับการอบรม ประกอบด้วย ครูผู้สอนกลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ภาษาต่างประเทศ สังคมศาสนาและวัฒนธรรม คณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์ ของโรงเรียนในสังกัดสหวิทยาเขตเบญจมราชรังสฤษฏิ์ จำนวน 9 โรงเรียน รวมทั้งสิ้น ได้รับเกียรติจากผู้ช่วยศาสตราจารย์ขัณธ์ชัย อธิเกียรติ อาจารย์ประจำภาควิชาหลักสูตรและการสอนคณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง เป็นวิทยากรให้ความรู้ เมื่อวันที่ 10 กันยายน 2559 ณ โรงเรียนเบญจมราชรังสฤษฏิ์ จังหวัดฉะเชิงเทรา (จันทรา…ภาพ/ข่าว)

สพป.นครพนม เขต ๑ จัดอบรมนักบินน้อย

895283.JPG

วันที่ ๑๐ กันยายน ๒๕๕๙ เวลา ๐๘.๓๐ น. นายเพิ่มพูน พงษ์พวงเพชร ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครพนม เขต ๑ มอบหมายให้ ดร.รัฐศาสตร์ กองสินแก้ว รองผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครพนม เขต ๑ เป็นประธานเปิดการพัฒนาความคิดสร้างสรรค์ สู่วิทยาศาสตร์อากาศยาน นักบินน้อย โดยมีนางวัฒนา กงวิรัตน์ หัวหน้ากลุ่มงานพัฒนาหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐานและกระบวนการเรียนรู้ สพป.นครพนม เป็นผู้กล่าวรายงาน เพื่อให้การพัฒนาการจัดการเรียนการสอน ด้านวิทยาศาสตร์อากาศยาน นักบินน้อย ให้ก้าวสู่สากลต่อไป สพป.นครพนม เขต ๑ จึงได้จัดทำโครงการนี้ขึ้นมาโดยมี นางจีรพร ตติยะรัตน์ ศึกษานิเทศก์ชำนาญการพิเศษ เป็นผู้รับผิดชอบโครงการ เพื่อพัฒนาครูผู้สอน ให้สามารถจัดการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญด้วยเครื่องร่อน เครื่องบินพลังยาง และสามารถเป็นกรรมการตัดสินกิจกรรมการแข่งขันได้ เพื่อพัฒนาทักษะ ความสามารถของนักเรียน ด่านการออกแบบ การคิดวิเคราะห์ ให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นด้วยความรู้ทางด้านอากาศยาน ผู้เข้าอบรมจากโรงเรียนในสังกัด จำนวน ๒๑ โรงเรียน ในการนี้ขอขอบคุณโรงเรียนนครพนมวิทยาคม ที่สนับสนุนวิทยากร และสถานที่ในการอบรม

https://www.facebook.com/gallery.nkp1/photos/?tab=album&album_id=1780259…

ภาพ/ข่าว : ลัคนา มั่นธรณ์ นักประชาสัมพันธ์ สพป.นครพนม เขต ๑

อบรมปฏิบัติการ การจัดกิจกรรมส่งเสริมค่านิยมหลักของคนไทย ๑๒ ประการ

895188.JPG

สพป.บุรีรัมย์ เขต ๑ อบรมปฏิบัติการ การจัดกิจกรรมส่งเสริมค่านิยมหลักของคนไทย ๑๒ ประการ สร้างสรรค์ประเทศไทยให้เข้มแข็ง เมื่อวันที่ ๙ กันยายน ๒๕๕๙ ณ หอประชุมพิมานพรหม สพป.บุรีรัมย์ เขต ๑ นางวิไลลักษณ์ จุลเสริม รอง ผอ.สพป.บุรีรัมย์ เขต ๑ เป็นประธานในพิธีเปิดการอบรมปฏิบัติการ การจัดกิจกรรมส่งเสริมค่านิยมหลักของคนไทย ๑๒ ประการ เพื่อสร้างความตระหนักในการรับรู้ ความเข้าใจในค่านิยมหลัก ๑๒ ประการ กระตุ้นจิตสำนึกของครูให้ประพฤติตนเป็นแบบอย่างในการปฏิบัติตามค่านิยมหลักของคนไทย และเพื่อให้โรงเรียนในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาบุรีรัมย์ เขต ๑ ดำเนินการตามนโยบายส่งเสริมค่านิยมหลักของคนไทย ๑๒ ประการ ของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน และแนวทางของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา โดยมีครูผู้รับผิดชอบกิจกรรมส่งเสริมค่านิยมหลักของคนไทยเข้ารับการอบรม จำนวน ๒๐๒ คน วิทยากรบรรยาย นายปัญญา ยางนอก ผู้อำนวยการกลุ่มนิเทศ ติดตามและประเมินผลการจัดการศึกษา ตามที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) และกระทรวงศึกษาธิการมีนโยบายสร้างสรรค์ ประเทศไทยให้เข้มแข็ง โดยต้องสร้างคนในชาติให้มีค่านิยมหลักของคนไทย ๑๒ ประการ เพื่อเป็นพื้นฐานสำคัญในการปลูกฝังค่านิยม คุณธรรม จริยธรรมให้เกิดขึ้นกับเยาวชนไทย ซึ่งค่านิยมดังกล่าวครอบคลุมและสอดคล้องกับคุณลักษณะอันพึงประสงค์ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ เพื่อให้การพัฒนาผู้เรียนในด้านคุณธรรม จริยธรรมและค่านิยม ๑๒ ประการ มีแนวปฏิบัติที่ชัดเจนมากยิ่งขึ้น

9 กันยายน 2559

ขอบคุณแหล่งข้อมูล: สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ

รวมข่าว สพป. วันที่ ๒๖ สิงหาคม ๒๕๕๙

สุดยอดเด็กไทยคว้าแชมป์หุ่นยนต์นานาชาติ 3 เหรียญทอง 4 เหรียญเงิน 2 เหรียญทองแดง พร้อมรางวัล Performant Award จากเวที World Robot Game 2016

890852.jpg

***สุดยอดเด็กไทยคว้าแชมป์หุ่นยนต์นานาชาติ 3 เหรียญทอง 4 เหรียญเงิน 2 เหรียญทองแดง พร้อมรางวัล Performant Award และคะแนนรวมสูงสุด จากเวที World Robot Game 2016 วันที่ 24-28 สิงหาคม 2559 ณ ประเทศอินโดนีเซีย �จากการที่ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ร่วมกับสมาคมวิชาการหุ่นยนต์แห่ง ประเทศไทย (TRS) โดยการสนับสนุนของสมาคมส่งเสริมเทคโนโลยีไทย – ญี่ปุ่น (ส.ส.ท.) นำคณะนักเรียนไปแข่งขันหุ่นยนต์นานาชาติ ในเวที World Robot Game 2016 ณ เมืองบันดุง ประเทศอินโดนีเซีย 6 ทีม ทีมละ 2 คน นักเรียนไทยสามารถคว้ารางวัล 3 เหรียญทอง 4 เหรียญเงิน 2 เหรียญทองแดง พร้อมรางวัล Performant Award และคะแนนรวมสูงสุด โดยการแข่งขันในครั้งนี้มีประเทศที่เข้าร่วมการแข่งขัน 5 ประเทศ ได้แก่ อินโดนีเซีย จีน เวียดนาม สิงคโปร์ และประเทศไทย มีจำนวนผู้เข้าแข่งขันกว่า 350 คน ดร.พิธาน พื้นทอง ที่ปรึกษาด้านระบบพัฒนาเครือข่ายและการมีส่วนร่วม ผู้นำคณะข้าราชการและนักเรียนเข้าร่วมการแข่งขัน กล่าวว่า ตามที่ สพฐ. ได้ส่งผลงานหุ่นยนต์นานาชาติของนักเรียนในสังกัด สพฐ. เข้าร่วมการแข่งขันในเวที World Robot Game 2016 ณ เมืองบันดุง ประเทศอินโดนีเซีย จำนวน 6 ทีม 8 ประเภท ผลการแข่งขันปรากฏว่านักเรียนไทยได้รับรางวัล 3 เหรียญทอง โดยโรงเรียนบ้านอินทร์แปลง สพป.สกลนคร เขต 3 คว้าได้ 2 เหรียญทอง ในประเภทหุ่นยนต์ค้นหาและกู้ภัย (Search &Rescue Robot) รุ่นจูเนียร์ และประเภทหุ่นยนต์ซูโม่ขา (Sumo Robot) รุ่นจูเนียร์ โดยเด็กชายสิริชัย กลมเกลี้ยง และ เด็กชายตะวัน ทองสุข นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 และอีกหนึ่งเหรียญทองคือประเภทหุ่นยนต์เคลื่อนที่ตามเส้น(Line Tracing Robot-iBEAM) รุ่นซีเนียร์ โดยนายนทีเทพ ชัยศิรินทร์ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนหนองบัว สพม.เขต 42 จังหวัดนครสวรรค์ สำหรับรางวัลเหรียญเงิน 4 เหรียญ โรงเรียนแปลงยาวพิทยาคม สพม.เขต 6 จังหวัดฉะเชิงเทรา คว้ามาได้ 2 เหรียญเงินในประเภทประเภทหุ่นยนต์ค้นหาและกู้ภัย (Search &Rescue Robot) รุ่นซีเนียร์ และประเภทหุ่นยนต์ซูโม่ขา (Sumo Robot) รุ่นซีเนียร์ โดยเด็กชายบัญชา พวงพิกุล และ เด็กชายโสภณ บัวตัน นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 นอกจากนี้ยังมีประเภทหุ่นยนต์ดับเพลิง (Fire Fighting Robot) รุ่นซีเนียร์ โดยนายกฤตเมธ ถาวงค์ และ นายนิรันดร์ วงศ์พรมมา นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5โรงเรียนศรีสวัสดิ์วิทยาคาร สพม.เขต 37 จังหวัดน่าน และประเภทหุ่นยนต์เคลื่อนที่ตามเส้น(Line Tracing Robot-iBEAM) รุ่นซีเนียร์ โดยนายสหรัฐ ปฏิสนธิ์ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนหนองบัว สพม.เขต 42 จังหวัดนครสวรรค์ ส่วนรางวัลเหรียญทองแดง 2 เหรียญ ได้แก่ ประเภทหุ่นยนต์ดับเพลิง (Fire Fighting Robot) รุ่นซีเนียร์ โดยนายอภิสิทธิ์ บุญทูล นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 และ นายธนากร หอมนวล นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนมัธยมทับทิมสยาม 04 ในพระอุปถัมภ์ สพม.เขต 33 จังหวัดสุรินทร์ และประเภทหุ่นยนต์ดำน้ำ(Underwater Robot) โดยนายนทีเทพ ชัยศิรินทร์ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนหนองบัว สพม.เขต 42 จังหวัดนครสวรรค์ พร้อมกันนี้ นายหัสวรรษ อัคติ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 เด็กชายปุณยวัฒน์ เจริญท้าว นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 โรงเรียนกาญจนาภิเษกวิทยาลัย กาฬสินธุ์ สพม. เขต 24 จังหวัดกาฬสินธุ์ ยังคว้ารางวัล Performant Award มาครองได้อีกด้วย ที่ปรึกษา สพฐ. กล่าวทิ้งท้ายว่า ขอแสดงความยินดีกับนักเรียนไทยและครูที่ปรึกษาทุกคน ที่ได้รับรางวัลและนำชื่อเสียงมาสู่ประเทศชาติในครั้งนี้ ซึ่งนอกเหนือจากที่ได้รับรางวัลแล้วยังเป็นการสะท้อนได้ถึงความสำเร็จของกระบวนการจัดการเรียนการสอนของครูผ่านสื่อหุ่นยนต์อีกด้วย และถือเป็นการเปิดโอกาสให้นักเรียนไทยได้แสดงความสามารถ รวมทั้งเป็นการได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้และทำงานร่วมกันเป็นทีม เพื่อที่จะได้นำความรู้และประสบการณ์มาพัฒนาด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีในอนาคต ให้เกิดความคิดสร้างสรรค์และนวัตกรรมใหม่ ๆ ซึ่งจะเป็นแรงขับเคลื่อนในการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ ต่อไป

ทิพวรรณภาพ ข่าว

สุดยอดเด็กไทยคว้าแชมป์หุ่นยนต์นานาชาติ 3 เหรียญทอง 4 เหรียญเงิน 2 เหรียญทองแดง พร้อมรางวัล Performant Award ณ ประเทศอินโดนีเซีย

890880.jpg

***สุดยอดเด็กไทยคว้าแชมป์หุ่นยนต์นานาชาติ 3 เหรียญทอง 4 เหรียญเงิน 2 เหรียญทองแดง พร้อมรางวัล Performant Award และคะแนนรวมสูงสุด จากเวที World Robot Game 2016 วันที่ 24-28 สิงหาคม 2559 ณ ประเทศอินโดนีเซีย �จากการที่ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ร่วมกับสมาคมวิชาการหุ่นยนต์แห่ง ประเทศไทย (TRS) โดยการสนับสนุนของสมาคมส่งเสริมเทคโนโลยีไทย – ญี่ปุ่น (ส.ส.ท.) นำคณะนักเรียนไปแข่งขันหุ่นยนต์นานาชาติ ในเวที World Robot Game 2016 ณ เมืองบันดุง ประเทศอินโดนีเซีย 6 ทีม ทีมละ 2 คน นักเรียนไทยสามารถคว้ารางวัล 3 เหรียญทอง 4 เหรียญเงิน 2 เหรียญทองแดง พร้อมรางวัล Performant Award และคะแนนรวมสูงสุด โดยการแข่งขันในครั้งนี้มีประเทศที่เข้าร่วมการแข่งขัน 5 ประเทศ ได้แก่ อินโดนีเซีย จีน เวียดนาม สิงคโปร์ และประเทศไทย มีจำนวนผู้เข้าแข่งขันกว่า 350 คน ดร.พิธาน พื้นทอง ที่ปรึกษาด้านระบบพัฒนาเครือข่ายและการมีส่วนร่วม ผู้นำคณะข้าราชการและนักเรียนเข้าร่วมการแข่งขัน กล่าวว่า ตามที่ สพฐ. ได้ส่งผลงานหุ่นยนต์นานาชาติของนักเรียนในสังกัด สพฐ. เข้าร่วมการแข่งขันในเวที World Robot Game 2016 ณ เมืองบันดุง ประเทศอินโดนีเซีย จำนวน 6 ทีม 8 ประเภท ผลการแข่งขันปรากฏว่านักเรียนไทยได้รับรางวัล 3 เหรียญทอง โดยโรงเรียนบ้านอินทร์แปลง สพป.สกลนคร เขต 3 คว้าได้ 2 เหรียญทอง ในประเภทหุ่นยนต์ค้นหาและกู้ภัย (Search &Rescue Robot) รุ่นจูเนียร์ และประเภทหุ่นยนต์ซูโม่ขา (Sumo Robot) รุ่นจูเนียร์ โดยเด็กชายสิริชัย กลมเกลี้ยง และ เด็กชายตะวัน ทองสุข นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 และอีกหนึ่งเหรียญทองคือประเภทหุ่นยนต์เคลื่อนที่ตามเส้น(Line Tracing Robot-iBEAM) รุ่นซีเนียร์ โดยนายนทีเทพ ชัยศิรินทร์ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนหนองบัว สพม.เขต 42 จังหวัดนครสวรรค์ สำหรับรางวัลเหรียญเงิน 4 เหรียญ โรงเรียนแปลงยาวพิทยาคม สพม.เขต 6 จังหวัดฉะเชิงเทรา คว้ามาได้ 2 เหรียญเงินในประเภทประเภทหุ่นยนต์ค้นหาและกู้ภัย (Search &Rescue Robot) รุ่นซีเนียร์ และประเภทหุ่นยนต์ซูโม่ขา (Sumo Robot) รุ่นซีเนียร์ โดยเด็กชายบัญชา พวงพิกุล และ เด็กชายโสภณ บัวตัน นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 นอกจากนี้ยังมีประเภทหุ่นยนต์ดับเพลิง (Fire Fighting Robot) รุ่นซีเนียร์ โดยนายกฤตเมธ ถาวงค์ และ นายนิรันดร์ วงศ์พรมมา นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5โรงเรียนศรีสวัสดิ์วิทยาคาร สพม.เขต 37 จังหวัดน่าน และประเภทหุ่นยนต์เคลื่อนที่ตามเส้น(Line Tracing Robot-iBEAM) รุ่นซีเนียร์ โดยนายสหรัฐ ปฏิสนธิ์ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนหนองบัว สพม.เขต 42 จังหวัดนครสวรรค์ ส่วนรางวัลเหรียญทองแดง 2 เหรียญ ได้แก่ ประเภทหุ่นยนต์ดับเพลิง (Fire Fighting Robot) รุ่นซีเนียร์ โดยนายอภิสิทธิ์ บุญทูล นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 และ นายธนากร หอมนวล นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนมัธยมทับทิมสยาม 04 ในพระอุปถัมภ์ สพม.เขต 33 จังหวัดสุรินทร์ และประเภทหุ่นยนต์ดำน้ำ(Underwater Robot) โดยนายนทีเทพ ชัยศิรินทร์ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนหนองบัว สพม.เขต 42 จังหวัดนครสวรรค์ พร้อมกันนี้ นายหัสวรรษ อัคติ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 เด็กชายปุณยวัฒน์ เจริญท้าว นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 โรงเรียนกาญจนาภิเษกวิทยาลัย กาฬสินธุ์ สพม. เขต 24 จังหวัดกาฬสินธุ์ ยังคว้ารางวัล Performant Award มาครองได้อีกด้วย ที่ปรึกษา สพฐ. กล่าวทิ้งท้ายว่า ขอแสดงความยินดีกับนักเรียนไทยและครูที่ปรึกษาทุกคน ที่ได้รับรางวัลและนำชื่อเสียงมาสู่ประเทศชาติในครั้งนี้ ซึ่งนอกเหนือจากที่ได้รับรางวัลแล้วยังเป็นการสะท้อนได้ถึงความสำเร็จของกระบวนการจัดการเรียนการสอนของครูผ่านสื่อหุ่นยนต์อีกด้วย และถือเป็นการเปิดโอกาสให้นักเรียนไทยได้แสดงความสามารถ รวมทั้งเป็นการได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้และทำงานร่วมกันเป็นทีม เพื่อที่จะได้นำความรู้และประสบการณ์มาพัฒนาด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีในอนาคต ให้เกิดความคิดสร้างสรรค์และนวัตกรรมใหม่ ๆ ซึ่งจะเป็นแรงขับเคลื่อนในการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ ต่อไป

ทิพวรรณภาพ/ข่าว

26 สิงหาคม 2559

ขอบคุณแหล่งข้อมูล: สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ

สพป.ฉะเชิงเทรา เขต ๑ ร่วมพิธีเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ

886802.JPG

ร่วมพิธีเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ 12 สิงหาคม 2559

เมื่อวันที่ 12 สิงหาคม 2559 นายกวินทร์เกียรติ นนธ์พละ ผอ.สพป.ฉะเชิงเทรา เขต 1 พร้อมด้วย นายนุสินธ์ รุ่งเดช นายสัมพันธ์ พรสกุลศักดิ์ รองฯผอ.สพป.ฉะเชิงเทรา เขต 1 และข้าราชการในสังกัด ร่วมพิธีเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินีนาถเนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 84 พรรษา 12 สิงหาคม 2559 โดยมีนายอนุกูล ตังคณานุกูลชัย ผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทรา เป็นประธานกล่าวถวายราชสดุดีเฉลิมพระเกียรติถวายพระพรชัยมงคล ต่อมาเป็นการมอบเกียรติบัตรแม่ดีเด่น และสตรีไทยดีเด่น ซึ่งผู้ทีได้รับรางวับสตรีไทยดีเด่นของจังหวัดฉะเชิงเทรา ได้แก่นางมารยาท ตังคณานุกูลชัย และเพื่อเป็นการเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินีนาถ ได้มีการมอบทุนการศึกษาสำหรับเด็กและเยาวชนให้แก่นักเรียนในจังหวัดฉะเชิงเทรา ณ ศาลาจัตุรมุข หน้าศาลากลางจังหวัดฉะเชิงเทรา

13 สิงหาคม 2559

ขอบคุณแหล่งข้อมูล: สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ

๑ โรงเรียน ๑ อาชีพ ๑ ผลิตภัณฑ์ โรงเรียนดีประจำตำบล

872968.JPG

1 โรงเรียน 1 อาชีพ 1 ผลิตภัณฑ์ โรงเรียนดีประจำตำบล ##สพป.ฉะเชิงเทรา เขต 1 จัดประกวดผลงานนักเรียนในโรงเรียนดีประจำตำบล ภายใต้แนวคิด 1 โรงเรียน 1 อาชีพ 1 ผลิตภัณฑ์ โดยให้โรงเรียนดีประจำตำบลทั้ง 51 แห่ง ส่งผลงาน เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์/อาชีพ ที่โดดเด่นของโรงเรียนที่เป็นผลงานวิธีปฏิบัติที่ดี (Best Practices) ในหัวข้อ 1 โรงเรียน 1 อาชีพ 1 ผลิตภัณฑ์

##การจัดการศึกษาของโรงเรียนดีประจำตำบล ต้องสนองนโยบายด้านการส่งเสริมอาชีพและการเป็นโรงเรียนทำมาหากิน อันจะสะท้อนให้เห็นกระบวนการบริหารจัดการและการจัดการเรียนรู้ของโรงเรียน ที่ผู้เรียนสามารถนำมาพัฒนางานอาชีพจนเกิดเป็นผลงาน/ผลิตภัณฑ์ได้ โรงเรียนดีประจำตำบลได้ดำเนินการจัดการเรียนการสอนในด้านวิชาชีพมาซึ่งแล้วแต่บริบทของท้องถิ่นตนเอง ซึ่งปรากฎเป็นผลงานด้านวิชาชีพ และมีกระบวนการหรือวิธีปฏิบัติที่ดี (Best Practices) พร้อมเผยแพร่ต่อสาธารณชนได้

##ทั้งนี้เพื่อเป็นการส่งเสริมกระบวนการจัดการเรียนรู้และการบริหารจัดการให้กับโรงเรียนดีประจำตำบล กระตุ้นให้เกิดการพัฒนาวิชาชีพและการขับเคลื่อนงานการศึกษาอย่างต่อเนื่อง และเป็นการเผยแพร่ผลงานของโรงเรียนที่เป็นวิธีปฏิบัติที่ดี (Best Practices)

ในลักษณะของ “๑ โรงเรียน ๑ อาชีพ ๑ ผลิตภัณฑ์” สพป.ฉะเชิงเทรา เขต 1 ดำเนินการโดย นายสุขใจ ดวงประเสริฐ ศึกษานิเทศก์ชำนาญการพิเศษ ผู้รับผิดชอบโครงการโรงเรียนดีประจำตำบล จึงได้จัดการประเมิน 1 โรงเรียน 1 อาชีพ 1 ผลิตภัณฑ์ ของโรงเรียนดีประจำตำบลในสังกัด สพป.ฉะเชิงเทรา เขต 1 มีโรงเรียนดีประจำตำบล เข้าร่วมรับการประเมิน จำนวน 51 แห่ง ระหว่างวันที่ 2-3 กรกฎาคม 2559 ณ โรงเรียนวัดดอนทอง อำเภอเมือง จังหวัดฉะเชิงเทรา……

02 กรกฎาคม 2559

ขอบคุณแหล่งข้อมูล: สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ

รวมข่าว สพป. เมื่อวันที่ ๑๗ มิถุนายน ๒๕๕๙

สพป.ฉะเชิงเทรา เขต 1 ระดมความคิดเห็นการรับนักเรียน ปีการศึกษา 2559

866360.JPG

สพป.ฉะเชิงเทรา เขต 1 ระดมความคิดเห็นเกี่ยวกับการรับนักเรียน ปีการศึกษา 2559

เมื่อวันที่ 17 มิถุนายน 2559 นายพัฒนพงษ์ เสมานิตย์ รองฯผอ.สพป.ฉะเชิงเทร เขต 1 เป็นประธานในการจัดประชุมระดมความคิดเห็น ระดับสำนักงานเขตพื้นที่ เกี่ยวกับนโยบายการรับนักเรียน และปัญหาอุปสรรคต่าง ๆ ของโรงเรียนที่เกี่ยวกับการรับนักเรียน เพื่อใช้เป็นข้อมูลในการจัดทำนโยบายแนวทางการรับนักเรียนของ สพฐ.ต่อไป

โดยผู้เข้าร่วมประชุมประกอบไปด้วย รองฯผอ.สพป. รองฯผอ.โรงเรียน เจ้าหน้าที่ที่รับผิดชอบการรับนักเรียน คณะกรรมการรับนักเรียนระดับเขตพื้นที่การศึกษา ผู้อำนวยการโรงเรียนที่มีอัตราการแข่งขันสูง คณะกรรมการสถานศึกษา ผู้ปกครองนักเรียน นักเรียน ร่วมกันแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับการรับนักเรียน ปัญหาอุปสรรคที่พบ และประเด็นอื่น ๆ จากการระดมความคิดเห็นเกี่ยวกับนโยบาย แนวปฏิบัติ ส่วนใหญ่เห็นด้วย แต่จะไม่เห็นด้วยในเรื่องของการใช้ผลคะแนน O-NET และให้ข้อเสนอแนะควรทำคุณภาพของโรงเรียนให้ดี และเท่าเทียมกัน นักเรียนสามารถเรียนได้ในพื้นที่ใกล้เคียงของตนเอง ไม่ต้องมาเรียนที่ตัวเมือง ลดค่าใช้จ่ายภาระของผู้ปกครองได้ โดยจัดประชุม ณ ห้องประชุมบางปะกง สพป.ฉะเชิงเทรา เขต 1……

โรงเรียนบ้านโคกหัวช้าง สพป.บุรีรัมย์ เขต ๑ โรงเรียน อย.น้อยระดับดีเยี่ยม

866262.jpg

โรงเรียนบ้านโคกหัวช้าง ได้รับมอบป้ายรับรอง อย.น้อยระดับดีเยี่ยม ประจำปี ๒๕๕๘ จากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ที่สามารถจัดกิจกรรมด้านอาหารและสุขภาพแก่นักเรียนได้ตามเกณฑ์มาตรฐาน นายสมกิจ อาจจุฬา ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านโคกหัวช้าง กล่าวถึงการดำเนินกิจกรรม อย.น้อย ของโรงเรียนว่า โรงเรียนได้เข้าร่วมโครงการ อย.น้อย เพื่อสร้างความตระหนักและให้นักเรียนมีความรู้ในการเลือกบริโภคอาหารและผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพและปลอดภัย เพื่อให้มีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรง โดยได้ดำเนินการกิจกรรมต่างๆ ตามมาตรฐาน ๗ ด้าน ของโครงการ อย.น้อย ได้แก่ จัดให้มีชุมนุม อย.น้อย ในโรงเรียน มีนักเรียนแกนนำ และคณะกรรมการจัดทำแผนงานโครงการต่างๆ เช่น การรณรงค์ให้ความรู้ กิจกรรมพูดหน้าเสาธง เสียงตามสาย ป้ายนิเทศ เดินรณรงค์ และกิจกรรมตรวจสอบ ฉลากยา อาหารและเครื่องสำอาง กิจกรรมส่งเสริมสุขภาพ สำรวจพฤติกรรมการบริโภคของนักเรียน ตรวจสุขาภิบาลอาหารในโรงเรียน ความสะอาดห้องน้ำ ห้องส้วม ห้องพยาบาล การตรวจและดูแลสุขภาพนักเรียน รวมทั้งบูรณาการการเรียนการสอน ในเรื่องอาหาร สุขาภิบาล สุขภาพ ในสาระการเรียนรู้ และในกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน การเกษตรปลอดสารพิษ พร้อมกับได้การขยายผลสู่ชุมชน โดยมีบุคลากรจากกระทรวงสาธารณสุขให้ความรู้ และเป็นที่ปรึกษาในการจัดกิจกรรม นอกจากนี้ โรงเรียนได้ร่วมกับโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลหัววัว เข้าร่วมกิจกรรมคู่หูโรงเรียนส่งเสริมสุขภาพ กิจกรรมการกระโดดเชือก เพื่อนักเรียนไทยสุขภาพแข็งแรง กิจกรรมเครือข่ายโรงเรียนส่งเสริมสุขภาพ กิจกรรมโรงเรียนส่งเสริมสุขภาพระดับจังหวัด มาตั้งแต่ปี ๒๕๕๔ และดำเนินกิจกรรมอย่างต่อเนื่อง และได้รับการประเมินการดำเนินงานจากคณะกรรรมการโครงการ อย.น้อย ให้ได้รับป้ายรับรองมาตรฐาน อย.น้อยระดับดีเยี่ยม ประจำปี ๒๕๕๘ โครงการ อย.น้อย เป็นโครงการรณรงค์ให้เกิดความปลอดภัยด้านอาหารและผลิตภัณฑ์สุขภาพ ของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาว (อย.) กระทรวงสาธารณสุข โดยมีเป้าหมายเป็นกลุ่มเด็กและเยาวชนในสถานศึกษาเน้นส่งเสริมและเผยแพร่ให้ความรู้ผ่านกิจกรรมต่างๆ ก็เพื่อให้นักเรียนได้เรียนรู้จากการปฏิบัติจริง และได้ช่วยเหลือเพื่อน ๆ ครอบครัว และชุมชน ด้วยการให้ความรู้การบริโภคอย่างเหมาะสม ปลอดภัย และ นักเรียน อย.น้อย จะได้พัฒนากระบวนการคิด การวางแผนการทำงาน การแสดงออก และการสร้างสัมพันธ์ที่ดีกับเพื่อน อย.น้อย โรงเรียนอื่น ๆ ทำให้เกิดเป็นเครือข่ายและเปลี่ยนเรียนรู้ที่กว้างขวางขึ้นศากุน ศิริพานิช…รายงาน

สพฐ. ลงพื้นที่ จ.สตูล ติดตามการขับเคลื่อนนโยบายลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้ ในโครงการที่เข้าร่วมโครงการฯ ใหม่ ปี 2559

866748.JPG

.วันที่ 17 มิถุนายน 2559 นายสงวน ศรีสุข ประธานคณะกรรมการติดตามขับเคลื่อนนโยบายลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้. สพฐ. พร้อมด้วยนางสุนีย์. สิทธิธนะ จากสำนักติดตามและประเมินผลการจัดการศึกษา สพฐ. ลงพื้นที่จังหวัดสตูลติดตามการดำเนินงานขับเคลื่อนกิจกรรมลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้ ในโรงเรียนที่เข้าร่วมโครงการลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้ (ใหม่) ปีการศึกษา 2559 สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสตูล โดยมีนายสมศักดิ์ พรหมสุทธิ์ รอง ผอ.สพป.สตูล ให้การต้อนรับและร่วมประชุมรับนโยบายการติดตามกับผู้บริหารโรงเรียนในโครงการลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้ ทั้งหมด 114 โรง ณ ห้องประชุมกัลปพฤกษ์ สพป.สตูล

.ภายหลังการประชุมฯ คณะกรรมการติดตามฯ นายจักรพงษ์ ทองเพ็ชร์ รอง ผอ.สพป.สตูล ซึ่งรับผิดชอบดูแลโรงเรียนในอำเภอเมืองสตูล และศึกษานิเทศก์ สพป.สตูล.ได้ลงพื้นที่ติดตามการขับเคลื่อนกิจกรรมลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้ เชิงประจักษ์ที่โรงเรียนบ้านทุ่งวิมาน ต.บ้านควน อ.เมือง ซึ่งได้เข้าร่วมโครงการลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้ ในปีการศึกษา 2559 โดยมี ว่าทีร้อยตรีบุญทิพย์ แก้วเนื้ออ่อน ผู้อำนวยการโรงเรียน พร้อมด้วยคณะครู ผู้ปกครอง และนักเรียน ร่วมให้การต้อนรับ และนำเยี่ยมชมการจัดกิจกรรมฯ เพิ่มเวลารู้ต่าง ๆ ซึ่งได้จัดกิจกรรมเพิ่มเวลารู้หลากหลายตามบริบทพื้นที่โรงเรียนที่ตอบสนองการพัฒนาตามหลัก 4 เอช (H) คือ พัฒนาสมอง (Head) พัฒนาจิตใจ (Hert) พัฒนาทักษะการปฏิบัติ (Hand) และพัฒนาสุขภาพ (Health) ให้นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1- มัธยมศึกษาปีที่ 3 ได้เลือกปฎิบัติตามความถนัด ความสนใจ และความต้องการทั้งปฏิบัติด้วยตนเองหรือปฏิบัติเป็นกลุ่ม

.สำหรับ “กิจกรรมเพิ่มเวลารู้” ที่น่าสนใจและเป็นการสร้างทักษะอาชีพให้นักเรียน ก็คือ “กิจกรรมลับมีดกรีดยาง” ที่จัดให้แก่นักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1-3 โดยได้เชิญนายโกบ หวันอาหลัง วิทยากรท้องถิ่นที่อาสาเข้ามาช่วยสอนให้ฟรี ทำให้นักเรียนได้เรียนรู้วิชาชีพผ่านการลงมือปฏิบัติจริงอย่างมีความสุข ส่วนภูมิปัญญาท้องถิ่นก็เกิดความภูมิใจที่ได้ถ่ายทอดความรู้ ผู้ปกครอง/ชุมชนดีใจที่บุตรหลานชอบมาโรงเรียน

.ปัจจุบัน สพป.สตูล มีโรงเรียนในโครงการลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้ ทั้งหมด 114 โรง โดยเป็นโรงเรียนนำร่องและโรงเรียนคู่ขนาน ที่เข้าร่วมโครงการฯ ปีการศึกษา 2558 จำนวน 34 โรง และปีการศึกษา 2559 มีโรงเรียนที่เข้าร่วมโครงการฯ อีก จำนวน 80 โรง ซึ่งที่ผ่านมาได้ดำเนินการขับเคลื่อนนโยบายลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้ ไปสู่โรงเรียน ตั้งแต่การให้ความรู้แก่ผู้บริหาร ครูผู้สอน การลงพื้นที่นิเทศและให้การช่วยเหลือ รวมถึงการจัดซิมโพเซียม เมื่อสิ้นปีการศึกษา 2558 และพบว่ากิจกรรมลดเวลารู้ ไม่ได้ส่งผลให้คุณภาพการศึกษาต่ำลง

17 มิถุนายน 2559

ขอบคุณแหล่งข้อมูล: สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ

สพป.ฉะเชิงเทรา เขต ๑ ส่งมอบกิจการงานของสถานศึกษาเอกชนในจังหวัด

865074.JPG

**นายกวินทร์เกียรติ นนธ์พละ ผอ.สพป.ฉะเชิงเทรา เขต 1 ทำพิธีส่งมอบกิจการงานของสถานศึกษาเอกชนในจังหวัดฉะเชิงเทรา จำนวน 8 แห่ง ให้นายสุริยะ จิตรพิไลเลิศ ประธานคณะกรรมการการอาชีวศึกษาจังหวัดฉะเชิงเทรา ตามคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ 8/2559 เรื่อง การบริหารจัดการรวมสถานศึกษาอาชีวศึกษาภาครัฐและเอชน ลงวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2559 **จังหวัดฉะเชิงเทรา มีสถานศึกษาเอกชนในระบบประเภทอาชีวศึกษา จำนวน 8 แห่ง คือ 1) วิทยาลัยเทคโนโลยียานยนต์โตโยต้า 2) วิทยาลัยอาชีวศึกษาพาณิชยการฉะเชิงเทรา 3) วิทยาลัยเทคโนโลยีศรีวรการ 4) วิทยาลัยเทคโนโลยีฉะเชิงเทรา 5) วิทยาลัยเทคโนโลยีบางปะกงบริหารธุรกิจ 6) วิทยาลัยเทคโนโลยีอาเซียนไทยบ้านโพธิ์ 7) วิทยาลัยเทคโนโลยีวิถุีอิสลาม 8) วิทยาลัยเทคโนโลยีการจัดการนวัตกรรม **วัตถุุประสงค์ในการโอนกิจการงานสถานศึกษาเอกชนให้คณะกรรมการอาชีวศึกษาจังหวัด ก็เพื่อให้มีคุณภาพได้มาตรฐาน และมีความคล่องตัวยิ่งขึ้น ดังนั้น สพป.ฉะเชิงเทรา เขต 1 โดยกลุ่มส่งเสริมสถานศึกษาเอกชน จึงได้จัดพิธีมอบกิจการงานสถานศึกษาเอกชนในจังหวัดฉะเชิงเทราขึ้น ณ ห้องประชุมเมืองฉะเชิงเทรา สพป.ฉะเชิงเทรา เขต 1 เมื่อวันที่ 14 มิถุนายน 2559

15 มิถุนายน 2559

ขอบคุณแหล่งข้อมูล: สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ

สพป.ฉะเชิงเทรา เขต ๒ ขับเคลื่อน“ลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้” ปีการศึกษา ๒๕๕๙

854923.JPG

วันที่ ๑๖ พฤษภาคม ๒๕๕๙ นายตั้ง อสิพงษ์ ผอ.สพป.ฉะเชิงเทรา เขต ๒ เป็นประธานในพิธีเปิดและบรรยายพิเศษโครงการ “ลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้” ปีการศึกษา ๒๕๕๙ รุ่นที่ ๑ ผู้เข้าร่วมโครงการประกอบด้วยผู้บริหารโรงเรียนและข้าราชการครู นักเรียน ใน อ.บางคล้า อ.แปลงยาว อ.คลองเขื่อน และ อ.ท่าตะเกียบ ณ โรงเรียนวัดเสม็ดเหนือ

“นายตั้ง อสิพงษ์ กล่าวขอบคุณทุกโรงเรียนที่ให้ความร่วมมือในการขับเคลื่อน O-net สู่จุดหมายได้เกินความคาดหมาย สำหรับโรงเรียนที่ไม่สามารถเพิ่มผลคะแนน O-net ให้สูงขึ้นได้ ทาง สพป.ฉะเชิงเทรา เขต ๒ จะให้ความช่วยเหลือให้แนวทางในการพัฒนาการศึกษา โดยต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกฝ่าย ด้วยความเต็มใจ และความมุ่งมั่นของทุกคน ที่จะขับเคลื่อนการศึกษาไทยไปสู่ผลสำเร็จตามนโยบายของรัฐบาล กระทรวงศึกษาธิการ และ สพฐ. ได้อย่างมีประสิทธิภาพ และการจัดทำโครงการในครั้งนี้เพื่อให้ทุกโรงเรียนได้ปฏิบัติตามนโยบายของกระทรวงศึกษาธิการที่จะลดเวลาเรียนในห้องเรียนเป็นเวลา ๒ ชั่วโมง นักเรียนจะได้ร่วมทำกิจกรรม 4H (Head-Heart-Hand-Health) ตามความถนัดและสนใจของตัวเองได้ตั้งแต่เวลา ๑๔.๐๐ น. เพื่อให้นักเรียนมีความสุข มีทักษะการคิดวิเคราะห์ในระดับที่สามารถนำไปใช้ในชีวิตประจำวันได้” และได้มีการจัดนิทรรศการ แลกเปลี่ยนเรียนรู้ในการจัดกิจกรรม “ลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้” สู่กันและกัน ทุกคนให้ความสนใจ และเต็มใจในการดำเนินกิจกรรม และร่วมพัฒนากิจกรรม “ลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้” ไปพร้อม ๆ กัน

16 พฤษภาคม 2559

ขอบคุณแหล่งข้อมูล: สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ