Tag Archives: ความรู้

สอศ. บูรณาการวิชาเรียน-กิจกรรม สร้างสรรค์สิ่งประดิษฐ์ของคนรุ่นใหม่ ๒๕๖๐ โชว์ ๔-๗ พ.ค. ๒๕๖๐

%E0%B8%9B%E0%B8%81.JPG

สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา กำหนดจัดประกวดสิ่งประดิษฐ์ของคนรุ่นใหม่ และการแข่งขันหุ่นยนต์ยุวชนอาชีวศึกษา ระดับชาติ 2560 ในงาน “ประชารัฐร่วมพัฒนา สุดยอดนวัตกรรมอาชีวศึกษา” ระหว่างวันที่ 4-7 พฤษภาคม 2560 ณ ห้อง เอ็ม ซี ซี ฮอลล์ ชั้น 4 ห้างสรรพสินค้าเดอะมอลล์ สาขาบางกะปิ กรุงเทพฯ

ดร. สุเทพ ชิตยวงษ์ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา เปิดเผยว่าสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษามีโยบายส่งเสริมการมีส่วนร่วมในกิจกรรมต่าง ๆ ของสถานศึกษาอาชีวศึกษารัฐบาลและสถานศึกษาอาชีวศึกษาเอกชน ในด้านวิชาการ และกิจกรรมการพัฒนาการเรียนการสอน เพื่อให้นักเรียน นักศึกษา สามารถนำความรู้ทางวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีวิศวกรรมศาสตร์ และคณิตศาสตร์ ไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันในงานอาชีพ และสามารถพัฒนาต่อยอดองค์ความรู้ที่เกิดจากการคิดนวัตกรรม สิ่งประดิษฐ์ โครงงานวิทยาศาสตร์อาชีวศึกษา สู่ชุมชนและเชิงพาณิชย์ ด้วยการวิจัยและพัฒนานวัตกรรมและเทคโนโลยี โดยในปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๐ ได้กำหนดจัด “ประชารัฐร่วมพัฒนา สุดยอดนวัตกรรมอาชีวศึกษา” การประกวดสิ่งประดิษฐ์ของคนรุ่นใหม่ และการแข่งขันหุ่นยนต์ยุวชนอาชีวศึกษา 2560 ระหว่างวันที่ 4-7 พฤษภาคม 2560 ณ ห้องเอ็ม ซี ซี ฮอลล์ ห้างสรรพสินค้า เดอะมอลล์ สาขาบางกะปิ กรุงเทพฯ ทั้งนี้เพื่อยกระดับคุณภาพอาชีวศึกษา พัฒนาการสร้างนวัตกรรมและสิ่งประดิษฐ์สู่เชิงพาณิชย์ และนานาชาติ พร้อมทั้งส่งเสริมสนับสนุนผลงานนวัตกรรมสิ่งประดิษฐ์ฯ ให้ได้รับความคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญา เพื่อก้าวไปสู่ Thailand ๔.๐ และเปิดเป็นเวทีให้นักเรียนนักศึกษา ได้นำผลงานสิ่งประดิษฐ์เข้าร่วมประกวดและแสดงให้ประชาชนได้ร่วมชมผลงานด้วย

เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา กล่าวต่อไปว่า “ประชารัฐร่วมพัฒนา สุดยอดนวัตกรรมอาชีวศึกษา” การประกวดสิ่งประดิษฐ์ของคนรุ่นใหม่ และการแข่งขันหุ่นยนต์ยุวชนอาชีวศึกษา 2560 มีผลงานที่ผ่านการคัดเลือกจากการประกวดจากระดับจังหวัด และระดับภาค 5 ภาค รวมจำนวนทั้งสิ้น 220 ผลงาน จากจำนวนทั้งหมดกว่า 5,000 ผลงาน แบ่งการประกวดออกเป็น 11 ประเภท ได้แก่ ประเภทที่ 1 สิ่งประดิษฐ์ด้านพัฒนาคุณภาพชีวิต ประเภทที่ 2 สิ่งประดิษฐ์ด้านการประกอบอาชีพ ประเภทที่ 3 สิ่งประดิษฐ์ด้านผลิตภัณฑ์สำเร็จรูป ประเภทที่ 4 สิ่งประดิษฐ์ด้านการอนุรักษ์พลังงาน (แบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม) ได้แก่กลุ่มผลิตพลังงาน และกลุ่มการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน ประเภทที่ 5 สิ่งประดิษฐ์ด้านการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ประเภทที่ 6 สิ่งประดิษฐ์ด้านการแพทย์ และชีวอนามัย และประเภทที่ 7 สิ่งประดิษฐ์ด้านผลิตภัณฑ์อาหาร ประเภทที่ 8 สิ่งประดิษฐ์ด้านเทคโนโลยีการเกษตร (เครื่องมืออุปกรณ์เพื่อการดำนา) ประเภทที่ 9 สิ่งประดิษฐ์ด้านหัตถศิลป์ ประเภทที่ 10 สิ่งประดิษฐ์ด้านนวัตกรรมซอฟแวร์ และระบบสมองกลฝังตัว (Software & Embedded System Innovation) แบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม ได้แก่กลุ่มพัฒนาซอฟต์แวร์ และกลุ่มพัฒนาระบบสมองกลฝังตัว ประเภทที่ 11 สิ่งประดิษฐ์ด้านบำบัดน้ำ (น้ำเพื่อปะชาชน)นอกจากนี้ยังได้กำหนดให้มีการประกวดประเภทองค์ความรู้ การนำเสนอผลงานวิจัยนวัตกรรมและสิ่งประดิษฐ์ของคนรุ่นใหม่ภาคภาษาอังกฤษ เพื่อการเข้าสู่ความเป็นมาตรฐานสากล จำนวน 20 ผลงาน และเพื่อเป็นการส่งเสริมเยาวชนระดับประถมศึกษา สังกัดโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดน กองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน ให้เป็นนักคิดนักประดิษฐ์ และมีทัศนคติที่ดีในการศึกษาต่อในการเรียนสายวิชาชีพ สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา จึงได้จัดการแข่งขันหุ่นยนต์ยุวชนอาชีวศึกษาขึ้น โดยคัดเลือกจากทีม ของนักเรียน โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดน ในพื้นที่ ระดับภาค ทั้ง 4 ภาค เข้าสู่ระดับชาติ ชิงถ้วยรางวัล พระราชทาน สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี จำนวน 16 ทีม เข้าร่วมการแข่งขันในครั้งนี้ด้วย

สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ได้เล็งเห็นความสำคัญ ของการส่งเสริมสนับสนุน การวิจัยและพัฒนาสิ่งประดิษฐ์มา โดยตลอด ทั้งในด้านปริมาณ และคุณภาพ มาจนถึงปีการศึกษาปัจจุบัน มีผลงานสิ่งประดิษฐ์ มากกว่า 25,000 ผลงาน สามารถพัฒนาต่อยอดในเชิงพาณิชย์ จนสามารถ จดสิทธิบัตรได้ และอยู่ระหว่างการส่งเสริม และพัฒนา ประมาณ 100 ผลงาน และในโอกาสนี้สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษาได้รับพระกรุณาธิคุณจากสมเด็จพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ เสด็จเป็นองค์ประธานในพิธีประทานรางวัลแก่ผู้ชนะการประกวดฯ ในวันที่ 7 พฤษภาคม 2560

กลุ่มประชาสัมพันธ์ 5 พฤษภาคม 2560

ขอบคุณแหล่งข้อมูล: สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา

Advertisements

สอศ. เตรียมหลักสูตรต่อเนื่องอาชีวศึกษา-โคเซ็น ๕ ปี พร้อมเปิดปีการศึกษา๒๕๖๑

page.JPG

นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ พร้อมคณะผู้บริหารระดับสูงกระทรวงศึกษาธิการ ให้การต้อนรับ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ วัฒนธรรม กีฬา วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ประเทศญี่ปุ่น (Mr.Hirokaza Matsuno) และเอกอัครราชทูตประเทศญี่ปุ่น (Mr. Shiro Sadoshima) พร้อมคณะ เพื่อหารือความก้าวหน้าและตรวจเยี่ยม สถาบันเทคโนโลยีวิศวกรรมศาสตร์ไทย-ญี่ปุ่น โคเซน ณ สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา

ดร.สุเทพ ชิตยวงษ์ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา เปิดเผยว่า ตามที่สำนักงานคณะกรรมการ การอาชีวศึกษา และ NIT ได้ร่วมกันพัฒนาหลักสูตรต่อเนื่อง 5 ปี ตามมาตรฐานของ KOSEN โดยสถาบัน NIT โดยมี Dr. Matsumoto Tsutomu มาปฏิบัติงานในตำแหน่งผู้อำนวยการสถาบันเทคโนโลยีและวิศวกรรมศาสตร์ ไทย – ญี่ปุ่น โคเซ็น (Japanese – Thai KOSEN Institute of Engineering and Technology) ซึ่งตั้งอยู่ที่ชั้น 3 สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา และกำหนดเปิดการเรียนการสอนในรูปแบบ KOSEN ในปีการศึกษา 2561 พร้อมกันนี้ วันที่ 1 พฤษภาคม 2560 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ วัฒนธรรม กีฬา วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ประเทศญี่ปุ่น (Mr.Hirokaza Matsuno) และเอกอัครราชทูตประเทศญี่ปุ่น (Mr. Shiro Sadoshima) พร้อมคณะ จะเข้าเยี่ยมคารวะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์) เพื่อหารือความก้าวหน้าและตรวจเยี่ยม สถาบันเทคโนโลยีวิศวกรรมศาสตร์ไทย-ญี่ปุ่น โคเซน ในโอกาสนี้ด้วย

เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา กล่าวต่อไปว่า สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ได้ตั้งเป้าหมายไว้ว่าจะผลิตกำลังคนคุณภาพให้แก่ภาคอุตสาหกรรม ให้มีความพร้อมทั้งความรู้ ทักษะ และสมรรถนะในการทำงาน และมุ่งหวังว่าในอนาคตเราจะจัดตั้งศูนย์การเรียนรู้และฝึกอบรมเพื่อพัฒนากำลังคนภาคอุตสาหกรรม ของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ให้มีมาตรฐานเป็นที่ยอมรับในระดับสากล และในขณะเดียวกันก็จะสนับสนุนเด็กที่มีผลการเรียนดีมีความสามารถ ให้ได้รับทุนการศึกษาเพื่อไปศึกษาต่อในระดับที่สูงขึ้น ณ ประเทศญี่ปุ่น และกลับมาบรรจุรับราชการ เป็นครูที่มีคุณภาพ และเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาเยาวชนของชาติ โดยหลักสูตรต่อเนื่อง 5 ปี ตามมาตรฐานของ KOSEN โดยสถาบัน NIT จะนำร่อง ในสาขาวิชาเมคคาทรอนิกส์ และอิเล็กทรอนิกส์ ในวิทยาลัยอาชีวศึกษาเทคโนโลยีฐานวิทยาศาสตร์ (ชลบุรี) และวิทยาลัยเทคนิคสุรนารี ภายใต้การสนับสนุนของ JICAและมีวิทยาลัยเทคนิคพังงา เป็นสถานศึกษาสมทบ ซึ่งปัจจุบันคณะทำงานพัฒนาหลักสูตรต่อเนื่อง 5 ปี ตามมาตรฐานของ KOSENได้ดำเนินการกำหนดโครงสร้างหลักสูตร รูปแบบการเรียนการสอน และรายละเอียดรายวิชาในภาพรวม เรียบร้อยแล้ว ซึ่งในปี 2560 นี้จะร่วมกันพัฒนาหลักสูตรให้สมบูรณ์พร้อมเปิดการเรียนการสอนในปีการศึกษา 2561

กลุ่มประชาสัมพันธ์ 1 พฤษภาคม 2560

ขอบคุณแหล่งข้อมูล: สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา

สอศ.ร่วม ๓ สมาคมโรงงานน้ำตาลทรายผลิตกำลังคนรองรับงานอุตสาหกรรมความหวาน

7.jpg

ดร.สุเทพ ชิตยวงษ์ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา เปิดเผย สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ร่วมกับ 3 สมาคมการค้าอุตสาหกรรมน้ำตาล ได้แก่ สมาคมโรงงานน้ำตาลไทย สมาคมผู้ผลิตน้ำตาลและชีวพลังงานไทย และสมาคมการค้าอุตสาหกรรมน้ำตาล ผนึกกำลังผลักดันให้มีการพัฒนาอุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาลทราย อย่างเป็นระบบ มีแผนงานรองรับและเป้าหมาย แก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นจากโรงงานอุตสาหกรรมน้ำตาลและเสริมสร้างระบบให้เกิดความเป็นธรรม รวมไปถึงการร่วมดูแลสิ่งแวดล้อมและผลกระทบที่เกิดจากการปลูกอ้อย ที่สำคัญ จะร่วมกันผลิตบุคลากรที่มีทักษะและสร้างนักเทคโนโลยีรองรับอุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาล เพื่อให้อุตสาหกรรมนี้มีความเข้มแข็ง และมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น สอดคล้องกับความต้องการของผู้ประกอบการ และจะพัฒนาผู้เรียนทั้งในระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) ประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) และระดับปริญญาเทคโนโลยีสายปฏิบัติการ ในรูปแบบการเรียนการสอนที่หลากหลาย และรูปแบบทวิภาคี การเข้ารับการฝึกอบรม และฝึกอาชีพในสถานประกอบการ การพัฒนาหลักสูตรที่เกี่ยวข้อง รวมไปถึงการส่งเสริมฝึกอบรมให้แก่ครู และบุคลากรอาชีวศึกษาให้มีความรู้ และทักษะทางอุตสาหกรรมอ้อย และน้ำตาลทราย

เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา กล่าวต่อไปว่าในความร่วมมือครั้งนี้ สอศ.ได้รับความร่วมมือ จากสมาคมโรงงานน้ำตาลไทย สมาคมผู้ผลิตน้ำตาลและชีวพลังงานไทย และ สมาคมการค้าอุตสาหกรรมน้ำตาล ซึ่งมีโรงงานรวมอยู่ทั้งหมด 55 แห่ง ในพื้นที่ 28 จังหวัดทั่วประเทศ โดยมี บริษัท ไทยชูการ์ มิลเลอร์ จำกัด เป็นผู้ประสานงานความร่วมมือในครั้งนี้ สำหรับสาขาที่อาชีวศึกษาจะจัดส่งให้ไปเรียนรู้หรือฝึกประสบการณ์ในโรงงานอุตสาหกรรมน้ำตาล เบื้องต้นได้เตรียมสาขาซ่อมบำรุงเครื่องกล สาขาเครื่องมือการเกษตรและเทคโนโลยีการจัดการเกษตรสมัยใหม่ เพื่อรองรับระบบการจัดการในโรงงานอย่างครบวงจร

กลุ่มประชาสัมพันธ์ 28 มีนาคม 2560

ขอบคุณแหล่งข้อมูล: สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา

อาชีวะชวนเรียน…หลักสูตรระยะสั้นสร้างอาชีพ

%E0%B8%9B%E0%B8%81.jpg

สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) เชิญชวนผู้สนใจร่วม โครงการ ฝึกอบรมระยะสั้นฐานสมรรถนะ “Education to Employment Vocational Booth Camp ครั้งที่ 1”เริ่มดีเดย์แล้ว วันที่ 1 มีนาคม 2560 ทั่วประเทศ นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เปิดเผยว่า สอศ. เดินหน้านำนโยบายสู่การปฏิบัติจัดโครงการฝึกอบรมระยะสั้นฐานสมรรถนะ“Education to Employment Vocational Booth Camp” ครั้งที่ 1 ซึ่งมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อพัฒนาทักษะกำลังคนให้มีโอกาสมีงานทำมากขึ้นสอดคล้องกับความต้องการของตลาดแรงงานและการประกอบอาชีพอิสระ เป็นหลักสูตรเข้มข้นสามารถปฏิบัติงานและประกอบอาชีพได้จริงลักษณะหลักสูตรคือต่อยอดหรือเพิ่มทักษะใหม่ ให้กับผู้ว่างงาน ผู้สำเร็จการศึกษาใหม่ ประชาชนทั่วไป โดยผู้ผ่านการฝึกอบรมสามารถนำความรู้ ความสามารถกลับไปทำงานในสถานประกอบการหรือในท้องถิ่นแก้ปัญหาความขาดแคลนกำลังคนในสาขาขาดแคลน และเพิ่มศักยภาพในการแข่งขันของประเทศ และสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจซึ่งการพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพกำลังคนเป็นเรื่องสำคัญเป็นนโยบายที่รัฐบาลพยามยามขับเคลื่อนมาโดยตลอดการดำเนินงานในครั้งนี้สอดรับกับยุทธศาสตร์ชาติระยะ 20 ปี (พ.ศ. 2560 – 2579) ด้านการสร้างความสามารถในการแข่งขัน และด้านการพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพคนและภารกิจของสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษาซึ่งเป็นหน่วยงานหลักของประเทศในการผลิตและพัฒนากำลังคน การฝึกอบรมหลักสูตรระยะสั้นฐานสมรรถนะหัวใจสำคัญ คือหลักสูตร การพัฒนาหลักสูตรและการฝึกอบรมต้องมี สถานประกอบการผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านในอาชีพนั้นๆ มาร่วมดำเนินการและเป็นวิทยากร ตลอดจนร่วมกำหนดค่าตอบแทน ตามระดับทักษะฝีมือ ซึ่งจะเกิดการยอมรับและผู้เรียนได้เรียนรู้จากผู้ที่มีประสบการณ์จริง และสิ่งที่สำคัญที่ต้องการเน้น คือSkill English Ethics ครูต้องปลูกฝังให้ผู้เรียนเป็นคน ขยัน ใฝ่เรียนรู้ ตรงเวลา หรือ Work Hard be Nice จึงจะถือว่าสมบูรณ์ เป็นคนที่จะตอบโจทย์ตลาดแรงงานได้อย่างแท้จริง

ด้านนายสุเทพ ชิตยวงษ์ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษากล่าวว่าโครงการดังกล่าว สอศ.ได้จัดหลักสูตรที่เปิดสอนแบ่งเป็น2 กลุ่ม กลุ่มที่ 1 หลักสูตรที่สอดคล้องกับ Growth(S-Curve,New S-curve, Thailand 4.0 Super Cluster) ทั้งหมด 550 หลักสูตร ผู้เข้ารับการอบรมจำนวน 20,933 คน กลุ่มที่ 2 หลักสูตรตามความต้องการท้องถิ่น (Local Needs และ SMEs) จำนวน2,106 หลักสูตร ผู้เข้ารับการอบรมจำนวน 61,206 คนโดยมีตัวอย่างหลักสูตร ดังนี้ วิทยาลัยเทคนิคถลาง หลักสูตรการตรวจสอบร้อยร้าว (ช่างอากาศยาน)วิทยาลัยเทคนิคสมุทรสงคราม หลักสูตรอาชีพช่างผลิตชิ้นส่วนอุปกรณ์แม่พิมพ์ปั๊มโลหะเบื้องต้นวิทยาลัยสารพัดช่างตราด หลักสูตรงานติดตั้งกล้องวงจรปิดและกล้องไอพี (CCTV and IP Camera)และการรับสัญญาณโทรทัศน์วิทยาลัยเทคนิคภูเก็ต หลักสูตรการซ่อมบำรุงเครื่องยนต์ Out board สำหรับสาขาซ่อมบำรุงเรือวิทยาลัยประมงสมุทรสาคร หลักสูตรมาตรฐานและการควบคุมคุณภาพการผลิตสู่สากล และหลักสูตรการประกอบตู้ปลาและจัดพรรณไม้น้ำเชิงพาณิชย์วิทยาลัยสารพัดช่างสมุทรปราการ หลักสูตรซอยผม ดัดผมAdvanceวิทยาลัยอาชีวศึกษาภูเก็ต หลักสูตรเครื่องดื่มม๊อคเทล (Mocktail)วิทยาลัยเทคนิคสัตหีบ หลักสูตรตรวจสอบโดยไม่ทำลายวิทยาลัยการอาชีพบ้านไผ่ หลักสูตรขนส่งระบบราง (อาณัฐสัญญาณ 7 สถานี)วิทยาลัยเทคนิคมีนบุรี หลักสูตรการควบคุมหุ่นยนต์แขนกลช่างพิมพ์และวิทยาลัยอาชีวศึกษาฉะเชิงเทราหลักสูตรศิลปะการแกะสลักผักและผลไม้ส่วนกลุ่มเป้าหมายที่จะเข้าร่วมโครงการ แบ่งเป็น 2 ประเภท คือ1.กลุ่มนักเรียน นักศึกษา ระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ( ปวช.)3 และประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) 2ที่ต้องการฝึกทักษะอาชีพด้านอื่นเพิ่มเติม เพื่อออกไปทำงาน และ2. กลุ่มประชาชนทั่วไปเช่น ผู้ว่างงาน ผู้สำเร็จการศึกษาใหม่ ผู้ประกอบอาชีพอิสระ ผู้ที่ต้องการเพิ่มทักษะในการปฏิบัติงาน ให้มีความเชี่ยวชาญและสามารถนำประสบการณ์ไปเทียบโอนคุณวุฒิวิชาชีพ ผู้สนใจสามารถติดต่อได้ที่ศูนย์ส่งเสริมอาชีวศึกษาจังหวัดทุกจังหวัด และสถานศึกษาสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.)ทุกแห่ง โดยโครงการ Education to Employment Vocational Booth Camp นี้จะจัดอย่างต่อเนื่องทุกภาคฤดูร้อนหรืออาจจะขยายผลให้มีการฝึกในช่วงวันเสาร์และอาทิตย์ ผู้เข้ารับการอบรมหลักสูตรฝึกอบรมของ สอศ. จะได้รับความรู้ที่พิเศษ เข้มข้น เพิ่ม เสริมสร้างสมรรถนะ และเป็นที่ยอมรับจากภาคสถานประกอบการ สามารถพัฒนาแรงงานที่ศักยภาพให้กับประเทศชาติในยุค Thailand 4.0 ได้ กลุ่มประชาสัมพันธ์ 1 มีนาคม 2560

ขอบคุณแหล่งข้อมูล: สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา

รับสมัครตัวแทนไทยไปร่วมงานนิทรรศการงานมหกรรมโลก เวิลด์ เอ็กซ์โป ณ คาซัคสถาน

กระทรวงพลังงานเปิดรับสมัครบุคคลทั่วไปนิสิต นักศึกษาเป็นตัวแทนประเทศไทย ที่มีความสามารถด้านภาษารัสเซีย หรือ คาซัค หรือ อังกฤษ ผู้มีใจรักความเป็นไทย ไปเผยแพร่วัฒนธรรม และนวัตกรรมพลังงานไทยในบทบาทเจ้าหน้าที่ส่วนนิทรรศการงานมหกรรมโลก เวิลด์ เอ็กซ์โป ณ กรุงอัสตานา สาธารณรัฐคาซัคสถานขยายเวลารับสมัครถึง 21 กุมภาพันธ์

ระหว่างวันที่ 10 มิถุนายน – 10 กันยายน 2560 ณ กรุงอัสตานา สาธารณรัฐคาซัคสถาน พร้อมค่าตอบแทน และประสบการณ์สุดล้ำค่า

หมดเขตรับใบสมัครวันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2560 *ผู้ผ่านการคัดเลือกต้องเดินทางไปปฏิบัติหน้าที่ ณ สาธารณรัฐคาซัคสถาน เป็นระยะเวลา 4 เดือน นับตั้งแต่ 15 พฤษภาคม – 15 กันยายน 2560 (วันที่อาจเปลี่ยนแปลงตามความเหมาะสม)

หน้าที่ จัดการหน้าที่ประจำวันภายในอาคารศาลาไทยตามที่ได้รับมอบหมาย รวมไปถึงสามารถแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าได้ เป็นผู้นำเสนอข้อมูลในนิทรรศการ ควบคุมอุปกรณ์ในการจัดแสดงนิทรรศการ รวมถึงสามารถตอบคำถามแก่ผู้เข้าชมงานได้ สามารถทำหน้าที่เป็นตัวแทนของประเทศไทย (Pavilion Ambassador) ในการเข้าร่วมกิจกรรมกับนานาประเทศตามที่ได้รับมอบหมายรวมทั้งการทำหน้าที่ประชาสัมพันธ์โครงการฯ ต่อสื่อมวลชน

คุณสมบัติ มีความรู้ภาษารัสเซีย หรือ ภาษาคาซัค/ภาษาอังกฤษ หรือภาษาไทยในระดับดีถึงดีมาก (หากมีผลทดสอบวัดระดับภาษาอังกฤษ TOEIC/TOEFL/ IELTS/ TU-GET/ CU-TEP และ/หรือ ผลทดสอบวัดระดับภาษารัสเซีย ТРКИ-1/ ТРКИ-2 จะพิจารณาเป็นพิเศษ) นิสิต นักศึกษา หรือบุคคลทั่วไป อายุ18 ปีขึ้นไป และไม่เกิน 30 ปี ในวันปิดรับสมัคร (เกิดหลังวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2530) มีความสามารถในการจัดการหน้าที่ประจำวันที่ได้รับมอบหมาย รวมไปถึงสามารถแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าได้ สามารถเป็นผู้นำเสนอข้อมูลในนิทรรศการ รวมถึงสามารถตอบคำถามแก่ผู้เข้าชมงานได้ มีบุคลิกภาพดีและอัธยาศัยดีเหมาะสมแก่การทำหน้าที่เป็นตัวแทนของประเทศไทย สามารถทำงานได้ตลอดระยะเวลาการจัดงานและช่วงการเตรียมงานก่อนการจัดงาน (15 พฤษภาคม -15 กันยายน 2560)

ผลตอบแทน ค่าตอบแทนเป็นรายเดือน (เริ่มจ่ายตั้งแต่วันที่เดือนทางไปปฏิบัติงาน) ค่าตอบแทนเป็นรายวันในกรณีที่มีการอบรมก่อนการเดินทางไปปฏิบัติงานจริง ที่พักในบริเวณที่จัดงาน Expo หรือ ที่พักและรถบริการรับ-ส่งในกรณีที่ที่พักไม่ได้อยู่ในบริเวณการจัดงาน วีซ่าและตั๋วเครื่องบินไป-กลับ (เที่ยวเดียว) ผลประโยชน์อื่นๆ ที่จะได้รับนอกเหนือจากค่าตอบแทน ได้แก่ ประกันอุบัติเหตุ ประกันสุขภาพ (ตลอดระยะเวลาที่ปฏิบัติหน้าที่ใน สาธารณรัฐคาซัคสถาน)

http://www.thailandpavilion2017.com/th/volunteer

ขอบคุณแหล่งข้อมูล: อินเตอร์เน็ต

สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเปิดการประชุมวิชาการระดับชาติ องค์การเกษตรกรในอนาคตแห่งประเทศไทย ในพระราชูปถัมภ์ฯ (อกท.) ครั้งที่ ๓๘

DSC_1989.JPG

เช้าวันนี้ (3 กุมภาพันธ์ 2560) เวลา 09.04 น. สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเปิดการประชุมวิชาการระดับชาติ ของสมาชิกองค์การเกษตรกรในอนาคต แห่งประเทศไทยในพระราชูปถัมภ์ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ครั้งที่ 38 ซึ่งสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ จัดขึ้นระหว่างวันที่ 2 – 5 กุมภาพันธ์ 2559 ณ วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีอุทัยธานี ตำบลหนองแก อำเภอเมืองอุทัยธานี จังหวัดอุทัยธานี เมื่อรถยนต์พระที่นั่งถึงวิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีอุทัยธานี ตำบลหนองแก อำเภอเมืองอุทัยธานี จังหวัดอุทัยธานี (วงดุริยางค์บรรเลงเพลงมหาชัย) นายประภัสสร์ มาลากาญจน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดอุทัยธานี พลเอก สุรเชษฐ์ ชัยวงศ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลจังหวัดอุทัยธานี ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 31 ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 6 (นายสุเทพ ชิตยวงษ์) เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (นายอริยะ สุวรรณปากแพรก) ประธานอำนวยการ อกท. ระดับชาติ (นายประเวศ วรางกูร) ผู้อำนวยการวิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีอุทัยธานี ประธานคณะกรรมการดำเนินงาน ฯ และครูที่ปรึกษา อกท.ระดับชาติ เฝ้าฯ รับเสด็จ จากนั้น นายกเหล่ากาชาดจังหวัดอุทัยธานี และผู้แทนสมาชิก อกท. ทูลเกล้า ฯ ถวายพวงมาลัย สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินเข้าในหอประชุม (ดนตรีบรรเลงเพลงมหาชัย) ประทับพระราชอาสน์ (นายวณิชย์ อ่วมศรี) รองเลขาธิการคณะกรรมการ การอาชีวศึกษา เข้าเฝ้าฯ ทูลเกล้าฯ ถวายสูจิบัตรการประชุมวิชาการ และหนังสือที่ระลึก รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการกราบบังคมทูลถวายรายงานการจัดประชุมวิชาการฯ โอกาสนี้ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม ให้สมาชิกองค์การเกษตรเกษตรในอนาคตแห่งประเทศไทย ในพระราชูปถัมภ์ฯ ผู้บริหาร และผู้ทำคุณประโยชน์แก่องค์การเกษตรกรในอนาคตแห่งประเทศไทยเข้ารับพระราชทานเกียรติบัตร (25 ราย) ผู้มีจิตศรัทธาบริจาคเงินสมทบมูลนิธิ อกท.เข้ารับพระราชทานของที่ระลึก (จำนวน 130 ราย) ประธานกรรมการดำเนินการจัดการประชุมวิชาการฯ เข้าเฝ้าฯ ทูลเกล้าฯ ถวายเงิน และรับพระราชทานของที่ระลึก สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงมีพระราชดำรัสเปิดการประชุมวิชาการระดับชาติ องค์การเกษตรกรในอนาคตแห่งประเทศไทย ในพระราชูปถัมภ์ ครั้งที่ 38 ดังนี้ “ข้าพเจ้ายินดีที่ได้มาเป็นประธานเปิดการประชุมวิชาการระดับชาติองค์การเกษตรกรในอนาคตแห่งประเทศไทยที่จัดขึ้นเป็นครั้งที่ 38 ในวันนี้ การประชุมวิชาการลักษณะนี้ นับว่าเป็นประโยชน์อย่างมากในทางส่งเสริมและพัฒนาการศึกษาวิชาที่ว่าด้วยการเกษตร ในสถานศึกษาด้านเกษตรกรรมของประเทศ เกษตรกรรมเป็นกิจกรรมเพื่อการดำรงชีวิตของมนุษย์ที่มีมาแต่ครั้งโบราณ และมีพัฒนาการเรื่องมาเป็นลำดับ ตามยุคสมัยที่เปลี่ยนแปลงไป ในปัจจุบันเทคโนโลยีการเกษตรเจริญก้าวหน้าเป็นอย่างยิ่ง แต่กระนั้น การเกษตรยังคงต้องพึ่งพาทรัพยากรสำคัญ ได้แก่ ดิน และน้ำ เช่นที่เคยเป็นมา นักศึกษาทั้งหลายที่จะเป็นเกษตรกรแห่งอนาคต จึงควรจะต้องศึกษาและทำความเข้าใจธรรมชาติของทรัพยากร 2 สิ่งนี้ ให้มีความรู้ท่องแท้ และศึกษาค้นคว้า ทดลองหาวิธีทำการเกษตร ที่เหมาะสม อย่างที่สมัยนี้เรียกกันว่าเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม คือไม่ทำความเสียหายแก่ทรัพยากร หรือเมื่อทรัพยากรเสื่อมโทรมลง ก็ต้องเรียนรู้วิธีอนุรักษ์ เพื่อให้เกิดความยั่งยืน สามารถใช้ประโยชน์สืบต่อไปได้อีกหลายชั่วอายุคน ข้าพเจ้าขอเปิดการประชุมวิชาการระดับชาติ องค์การเกษตรกรในอนาคตแห่งประเทศไทย ครั้งที่ 38 ณ บัดนี้ ขอให้การประชุมบรรลุวัตถุประสงค์จงทุกประการ ทั้งขอให้ท่านทั้งหลายที่มาร่วมในการประชุมนี้ มีแต่ความสุข ความสำเร็จ โดยทั่วกัน” จากนั้น เสด็จออกจากหอประชุม ไปยังศาลาชัยพฤกษ์ ทอดพระเนตรนิทรรศการเทิดพระเกียรติองค์อุปถัมภ์องค์การฯ ของดีเมืองอุทัย และพระราชดำเนินไปยังอาคารราชพฤกษ์ ทอดพระเนตร นิทรรศการ “เพชรดี 4 ภาค องค์การเกษตรกรในอนาคตแห่งประเทศไทย” หน่วยสมาชิกดีเด่น สมาชิกศิษย์เก่าดีเด่น สมาชิกด้านพัฒนาสังคม และบริการชุมชนดีเด่น นิทรรศการผลงานการแข่งขันทักษะศิลปะเกษตร นิทรรศการวิชาการเกษตรของหน่วย อกท. จำนวน 12 หน่วย ประกอบด้วย (1) หน่วยกำแพงเพชร “นวัตกรรมการผลิตปุ๋ยยูเรียน้ำจากถั่วเหลือง” (2) หน่วยอุดรธานี “ข้าวเม่าพอเพียงเพื่อพ่อ” (3) หน่วยเพชรบุรี “อาหารโค – TMR-PHETCH 4.0” (4) หน่วยพังงา “ข้าวดอกข่า สู่อาชีพ” (5) หน่วยสุโขทัย “น้องเดือน มหัศจรรย์เพื่อนร่วมโลก” (6) หน่วยชัยนาท “เห็ดฟาง ไบโอเทค (การเพาะเห็นฟางโรงเรือนไม่อบไอน้ำ) (7) หน่วยนครราชสีมา “ไส้เดือน พญาดิน อินทรีย์วัตถุ” (8) หน่วยบุรีรัมย์ “แจ่วบ่องทันใจ” (9) หน่วยลำพูน “ตะคร้อ..พอเพียง” (10) หน่วยสตูล “ปลาของพ่อ” (11) หน่วยสมุทรสาคร “ปลัง ปั๋ง มั่งคั่ง ยั่งยืน” (12) หน่วยระนอง “ผักปลาโซล่าเซล Aquaponics” เสด็จทอดพระเนตรนิทรรศการความร่วมมือโครงการชีววิถี เพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน นิทรรศการโครงการเกษตรเพื่ออาหารกลางวันของวิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีอุทัยธานี นิทรรศการความก้าวหน้าของสถาบันการอาชีวศึกษาศึกษาเกษตร 4 ภาค นิทรรศการกล้วย นิทรรศการอาชีวะเกษตรก้าวไกล ขับเคลื่อนประเทศไทย 4.0 นิทรรศการวิชาการของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มุมมองแปลก/ ใหม่/ ใหญ่/ ดัง ของดีเมืองอุทัย จากนั้นเสด็จเข้าอาคารทูลกระหม่อมแก้ว ประทับพระราชอาสน์ รองเลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา เข้าเฝ้าฯ ทูลเกล้าฯ ถวายเอกสารทางวิชาการ ทรงรับฟังการสัมมนาผลงานทางวิชาการ และทอดพระเนตรผลงานวิชาการ เรื่อง “วิถีเพียงพอ ตามพ่อสอน” การพัฒนารูปแบบการเลี้ยงหอยขมเชิงเกษตรอินทรีย์ สู่เกษตรอย่างยั่งยืน และทอดพระเนตร ของหน่วยศูนย์ศิลปาชีพบางไทร หลังจากนั้นเสด็จพระราชดำเนินออกจากอาคารทูลกระหม่อมแก้วไปยังอาคารศูนย์วิทยบริการ ทรงปลูก ”ต้นแก้ว” เสด็จพระราชดำเนินขึ้นอาคารประทับพัก พระราชทานฉายพระรูปแก่คณะบุคคล จำนวน 5 คณะ ทรงลงพระนามาภิไธยในสมุดที่ระลึก เสวยพระกระยาหารกลางวัน แล้วเสด็จพระราชดำเนินกลับ

3 กุมภาพพันธ์ 2560

ขอบคุณแหล่งข้อมูล: สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา

สมัครด่วน! ทุนให้เปล่า!!! สำหรับคนจะจบ ม.๓ ที่เลือกเรียน ปวช. เกรดเฉลี่ยไม่ต้ำกว่า ๒.๕

วัตถุประสงค์ เพื่อสนับสนุนให้นักเรียนที่จบชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 และเลือกเรียนต่อในสายวิชาชีพ ได้มีความรู้ความสามารถในการประกอบอาชีพ เป็นที่พึ่งของตนเองและสังคมต่อไป การให้ทุน มูลนิธิฯ ให้ทุนตรงแก่นักเรียน คุณสมบัติผู้รับทุน เป็นนักเรียนจบชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 เรียนดีและมีความประพฤติดี มีความรับผิดชอบ ผลการเรียนระดับมัธยมศึกษาตอนต้นไม่เคยต่ำกว่า 2.0 และเฉลี่ยไม่ต่ำกว่า 2.5 มีหลักฐานยืนยันการรับเข้าเรียนในโรงเรียนสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษาหรือโรงเรียนวิชาชีพอื่นๆ ของหน่วยราชการหรือรัฐวิสาหกิจ (ยกเว้นในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล) ซึ่งมีหลักสูตรการศึกษาที่ได้รับความเห็นชอบจากกระทรวงศึกษาธิการ และเป็นโรงเรียนที่ได้รับความเห็นชอบจากมูลนิธิฯ มีความตั้งใจที่จะประกอบอาชีพในแขนงวิชาที่เรียน ทุนและการเบิกจ่าย ทุนการศึกษาวิชาชีพระดับ ปวช. เป็นทุนการศึกษาแบบให้เปล่าเป็นเงิน 7,000 บาท ต่อทุนต่อปี มูลนิธิฯ จะจ่ายเข้าบัญชีของนักเรียนในทุกต้นปีการศึกษา เพื่อให้เบิกจ่ายตามความจำเป็นระหว่างปี นักเรียนมีหน้าที่รับผิดชอบในการรายงานการใช้ทุนให้มูลนิธิฯ รับทราบเมื่อจบปีการศึกษา ระยะเวลาการให้ทุน ตามระยะเวลาของหลักสูตรการเรียน ทั้งนี้ไม่เกิน 3 ปี การให้ทุนจะถูกยกเลิกในกรณี นักเรียนเลิกเรียนหรือถูกให้ออกจากสถาบัน หรือ มูลนิธิฯ ไม่ได้รับรายงานผลการเรียนอย่างเป็นทางการที่โรงเรียนออกให้นักเรียน หรือไม่ได้รับรายงานการเบิกใช้ทุนจากนักเรียน หรือ เหตุอื่นซึ่งมูลนิธิฯ เห็นว่าทำให้ผู้รับทุนขาดคุณสมบัติ เมื่อเรียนจบหลักสูตร ปวช. นักเรียนผู้รับทุน ปวช. ของมูลนิธิฯ มีสิทธิ์ยื่นใบสมัครรับทุน ปวส. ต่อเนื่อง ดูรายละเอียดได้ในหน้าทุน ปวส. ของมูลนิธิฯ ขั้นตอนการขอรับทุน นักเรียนดาวน์โหลดใบสมัครขอรับทุนการศึกษาวิชาชีพในเว็บไซต์ของมูลนิธิฯ หรือขอใบสมัครจากมูลนิธิฯ ทางไปรษณีย์ นักเรียนกรอกใบสมัครรับทุนการศึกษาวิชาชีพอย่างครบถ้วน พร้อมเอกสารประกอบ ได้แก่

1) เอกสารแจ้งผลการเรียนอย่างเป็นทางการ (มัธยมศึกษาปีที่ 1-3)

2) จดหมายแนะนำจากผู้อำนวยการโรงเรียน

และส่งให้มูลนิธิฯ พิจารณาภายในวันที่ 15 กุมภาพันธ์ มูลนิธิฯ จะแจ้งผลการพิจารณาให้นักเรียนทราบภายในเดือนมีนาคม ที่มา : http://www.rchewa.com/2017/01/26/study-rchewa-2/

ขอบคุณแหล่งข้อมูล: อินเตอร์เน็ต

รวมภาพกิจกรรม “อาชีวะอาสา” เทศกาลปีใหม่ ๒๕๖๐ ตรวจสภาพรถยนต์/รถจักรยานยนต์…ฟรี

page.jpg

ดร.สุเทพ ชิตยวงษ์ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ตรวจเยี่ยมให้กำลังใจครูและนศ.ศูนย์อาชีวะอาสา ค่ายบางระจันวิทยาลัยเทคนิคสิงห์บุรี ดร.สุเทพ ชิตยวงษ์ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ตรวจเยี่ยมให้กำลังใจ ครู และนักศึกษาอาชีวะที่ออกให้บริการ ณ “ศูนย์อาชีวะอาสาเทศกาลปีใหม่ 2560” หน้าตลาดสดเนื่องจำนงค์ อ.บ้านบึง จ.ชลบุรี ดำเนินการโดย วิทยาลัยเทคนิคชลบุรี ******************************************************************** ดร.บุญส่ง จำปาโพธิ์ รองเลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา เข้าตรวจเยี่ยมศูนย์อาชีวะจิตอาสา เทศกาลปีใหม่ 2560 ให้กำลังใจคณะครูและนักศึกษา ณ ศูนย์อาชีวะอาสาของ วก.ศรีสะเกษ,วท.ศรีสะเกษ,วก.ขุนหาญ และ วท.กันทรลักษ์ “อาชีวะจิตอาสา พักคน พักรถ” ดร.บุญส่ง จำปาโพธิ์ รองเลขาธิการ กอศ.ตรวจเยี่ยมโครงการอาชีวะอาสา เทศกาลปีใหม่ 2560 “ขับรถมีน้ำใจ รักษาวินัยจราจร” ที่สถานศึกษาในพื้นที่ อศจ. อุบลราชธานี จำนวน 7 ศูนย์ ได้แก่ วิทยาลัยสารพัดช่างอุบลราชธานี วิทยาลัยเทคนิคอุบลราชธานี วิทยาลัยการอาชีพวารินชำราบ วิทยาลัยเทคนิคพิบูลมังสาหาร วิทยาลัยเทคนิคเดชอุดม วิทยาลัยการอาชีพเขมราฐ และวิทยาลัยตระการพืชผลเพื่อตรวจเยี่ยมการปฏิบัติงานและให้กำลังใจแก่คณะครู นักเรียน นักศึกษา ในการปฏิบัติหน้าที่จิตอาสาบริการประชาชนในช่วงเทศกาลปีใหม่โดยเป็นโครงการที่สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวะศึกษาร่วมกับกรมการขนส่งทางบกร่วมกันจัดขึ้นเพื่อลดความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุที่เกิดจากผู้ขับรถและตัวรถ และสนับสนุนให้นักเรียนนักศึกษาได้ใช้ เวลาว่างในการเพิ่มพูนทักษะประสบการณ์วิชาชีพ นำความรู้มาใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อตนเองและสังคม ด้วยการให้บริการตรวจสภาพรถยนต์และรถจักรยานยนต์บริการประชาชนด้านแนะนำเส้นทางไปยังแหล่งท่องเที่ยวภายในจังหวัดบริการน้ำดื่มและการรักษาพยาบาลเบื้องต้นตลอดจนให้บริการข้อมูลในการเดินทางและลดอุบัติภัยทางการจราจรในช่วงเทศกาลปีใหม่ 2560 ระหว่างวันที่ 29 ธันวาคม 2559 – 4 มกราคม 2560 *********************************************************** “ศูนย์อาชีวะอาสาเทศกาลปีใหม่ 2560” หน้าห้างบิ๊กซีชลบุรี ต.ห้วยกะปิ จ.ชลบุรี ดำเนินการโดย วช.ชลบุรี หน้าปั๊ม ปตท. (สหกรณ์เกษตรบางละมุง) ต.นาเกลือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี ดำเนิการโดย วท.พัทยา หน้าวิทยาลัยเทคนิคสัตหีบ จ.ชลบุรี ดำเนินการโดย วท.สัตหีบ นายสุนันท์ เทพศรี ที่ปรึกษาพิเศษอาชีวศึกษา และกลุ่มประชาสัมพันธ์ สอศ.ตรวจเยี่ยม พูดคุยและมอบน้ำเครื่องให้กับศูนย์อาชีวะอาสา หน้าตลาดสดเนื่องจำนงค์ อ.บ้านบึง จ.ชลบุรี ดำเนินการโดย วท.ชลบุรี กลุ่มประชาสัมพันธ์ 5 ธันวาคม 2560

ขอบคุณแหล่งข้อมูล: สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา

ประชุมเชิงปฏิบัติการการจัดการเรียนการสอนรูปแบบ KOSEN ประเทศญี่ปุ่น

page.jpg

ดร. สุเทพ ชิตยวงษ์ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษาเป็นประธานในพิธีเปิดการประชุมเชิงปฏิบัติการการจัดการเรียนการสอนรูปแบบKOSEN ประเทศญี่ปุ่นโครงการความร่วมมือไทย – ญี่ปุ่น ณ วิทยาลัยอาชีวศึกษาเทคโนโลยีฐานวิทยาศาสตร์ (ชลบุรี) ตามที่ประเทศไทย ได้ก้าวเข้าสู่ประชาคมอาเซียนและก้าวสู่การเป็นไทยแลนด์ 4.0 และสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ให้ความสำคัญในการขับเคลื่อนส่งเสริมให้สถานศึกษาระดับอาชีวศึกษา มีความเป็นเลิศเฉพาะด้าน อาทิ การจัดการศึกษาด้านเทคโนโลยีฐานวิทยาศาสตร์ และการจัดการศึกษาอาชีวศึกษาสู่มาตรฐานสากล การพัฒนาหลักสูตรให้ทันสมัยมีคุณภาพ ใช้เป็นแนวทางการจัดการเรียนการสอน เพื่อสร้างเสริมประสบการณ์ ทักษะชีวิต ความคิดสร้างสรรค์ และเป็นการเตรียมความพร้อมให้นักเรียนนักศึกษา ในด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ไปสู่การสร้างนวัตกรรมและสร้างกำลังคนทางอาชีวศึกษา ให้ตอบสนองความต้องการตลาดแรงงานของประเทศ และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันระดับอาเซียน และระดับสากล การจัดการเรียนการสอนในรูปแบบ KOSEN ของประเทศญี่ปุ่น สามารถรองรับกับสภาวะการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น และเตรียมความพร้อมกับการก้าวเข้าสู่การเป็นประชาคมอาเซียน สู่มาตรฐานสากล การจัดฝึกอบรมการประชุมเชิงปฏิบัติการการจัดการเรียนการสอนรูปแบบ KOSEN ประเทศญี่ปุ่น โดยมีวัตถุประสงค์คือ 1. เพื่อพัฒนาและเพิ่มศักยภาพให้แก่ครูและบุคลากรทางการศึกษานักเรียนนักศึกษา ให้ได้รับความรู้ด้านการพัฒนาหลักสูตร สื่อ เทคนิคและวิธีการจัดการเรียนการสอนรูปแบบ KOSEN ซึ่งมีมาตรฐานและเป็นที่ยอมรับในระดับสากล 2. เพื่อให้ครูและบุคลากรทางการศึกษาได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้และมีประสบการณ์ตรงกับผู้เชี่ยวชาญจากประเทศญี่ปุ่น เพื่อให้เกิดความเข้าใจอันจะนำไปสู่การพัฒนาวิชาชีพเพื่อพัฒนาครูผู้สอนในด้านการจัดการเรียนการสอนตามแบบ KOSEN ในสถานศึกษาให้มีมาตรฐานเทียบเท่า KOSEN ของประเทศญี่ปุ่น 3. เพื่อเป็นการเสริมสร้างความพร้อมในการพัฒนานักเรียน นักศึกษา สู่ประชาคมอาเซียน และมาตรฐานสากล 4. เพื่อเป็นการพัฒนาความร่วมมือระหว่างประเทศไทยกับประเทศญี่ปุ่น การฝึกอบรมครั้งนี้ มีคณะครูจากวิทยาลัยในโครงการฐานวิทยาศาสตร์ ทั้ง 5 แห่ง จำนวน 20 คน นักเรียน จากวิทยาลัยอาชีวศึกษาเทคโนโลยีฐานวิทยาศาสตร์ จำนวน 50 คน จากวิทยาลัยเทคนิคสุรนารี จำนวน 50 คน จำนวนทั้งสิ้น 120 คน ณ ห้องประชุมวิทยาลัยอาชีวศึกษาเทคโนโลยีฐานวิทยาศาสตร์(ชลบุรี)

ขอบคุณแหล่งข้อมูล: สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา

“วิทยาลัยเทคนิคศรีสะเกษ” “วิทยาลัยเทคโนโลยีตั้งตรงจิตรบริหารธุรกิจ” คว้าแชมป์ “อวด-ดี อาชีวะ ๒”

5.jpg

สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) ร่วมกับ บริษัท ทีวีบูรพา จำกัด จัดโครงการ “อวด-ดี อาชีวะ 2” เพื่อให้น้องๆ ชาวอาชีวะได้เห็นคุณค่าของตนและของสังคม ใช้ฝีมือและสมองโชว์ผลงานอวดความดี อวดความเจ๋ง อวดไอเดีย ร่วมประกวดภาพยนตร์และสารคดีเพื่อชิงทุนการศึกษาในครั้งนี้ โดยมีบุคลากรและชาวอาชีวศึกษาสนใจเข้าร่วมกิจกรรมโครงการถึง 73 วิทยาลัย ทั้งอาชีวศึกษาภาครัฐและเอกชน ร่วมส่งผลงาน 90 ผลงาน และได้คัดเลือก 25 ทีมสุดเจ๋ง ที่ผ่านเข้ารอบสุดท้ายในโครงการอวด-ดี อาชีวะ ปี 2 ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของ คนช่างสร้างชาติ, สุดยอดฝีมือ, สุดยอดนวัตกรรม, อาชีวะเปลี่ยนชีวิต และจิตอาสาอาชีวะ ซึ่งเรื่องราวเหล่านี้คือ เรื่องดีๆ ของชาวอาชีวศึกษา โครงการ อวด-ดี อาชีวะ 2 แบ่งการประกวดออกเป็น ภาพยนตร์สารคดีสั้นและสารคดี เพื่อชิงทุนการศึกษา กว่า 450,000 บาท 1.สาขาภาพยนตร์สารคดี คือ สื่อวีดิทัศน์ที่สร้างขึ้นจากเรื่องจริง หรือสร้างจากเค้าโครงเรื่องจริง หรือดัดแปลงปรุงแต่งจากเรื่องจริง โดยไม่บิดเบือนหรือเกินจริง ถ่ายทอดผ่านตัวละคร หรือนักแสดงสมมติ ในเหตุการณ์ที่จำลองเสมือนจริง 2.สาขาสารคดี คือ สื่อวีดิทัศน์ที่สร้างขึ้นจากเรื่องจริง โดยไม่มีการดัดแปลง ถ่ายทอดเรื่องราวจากบุคคลคนนั้นจริงๆ ในเหตุการณ์หรือสถานการณ์จริงทั้งหมด “อวด-ดี อาชีวะ ปี 2” ได้ “สร้างทักษะพิเศษ” และ “เสริมอาวุธ” ทางปัญญาอย่างทรงประสิทธิภาพและครบวงจรให้ชาวอาชีวศึกษามีทักษะในการสื่อสารเป็นความรู้ติดตัว เพื่อประโยชน์ในการประกอบอาชีพในอนาคต และยังเป็น “นักสื่อสาร” “นักประชาสัมพันธ์” ชั้นเยี่ยม เพื่อเป็นกลไกอันแข็งแกร่งที่จะช่วยสร้างค่านิยมอาชีวศึกษาอย่างยั่งยืน งานประกาศผลรางวัล โครงการ “อวด-ดี อาชีวะ 2” จัดขึ้น ณ Crystal Design Center (CDC) ห้อง Crystal Grand Ballroom ในวันที่ 30 พฤศจิกายน 2559 โดยมี ดร.บุญส่ง จำปาโพธิ์ รองเลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา และดร.ชาญเวช บุญประเดิม ที่ปรึกษาพิเศษ ฯ ให้เกียรติเป็นประธานในการจัดงานครั้งนี้

รางวัลภาพยนตร์และสารคดี อวด-ดี อาชีวะ 2 1. รางวัล “สุดยอดผลงาน อวด-ดีอาชีวะ ปี 2” ทุนการศึกษารางวัลละ 50,000 บาท 1.1 รางวัลชนะเลิศสาขาภาพยนตร์ ผลงานเรื่อง เฟรมมือหนึ่ง : วิทยาลัยเทคโนโลยีตั้งตรงจิตรบริหารธุรกิจ 1.2 รางวัลชนะเลิศสาขาสารคดี ผลงานเรื่อง INNOVATOR นวัตกรรมเปลี่ยนโลก : วิทยาลัยเทคนิคศรีสะเกษ 2. รางวัลยอดเยี่ยมทางด้านเนื้อหา ทุนการศึกษารางวัลละ 30,000 บาท 2.1 คนช่างสร้างชาติ ผลงานเรื่อง วิศวกรชีวิต : วิทยาลัยอาชีวศึกษาธนบุรี 2.2 สุดยอดนวัตกรรม ผลงานเรื่องINNOVATOR นวัตกรรมเปลี่ยนโลก : วิทยาลัยเทคนิคศรีสะเกษ 2.3 สุดยอดฝีมือ ผลงานเรื่อง The Dress Up : วิทยาลัยอาชีวศึกษานครสวรรค์ 2.4 อาชีวะเปลี่ยนชีวิต ผลงานเรื่อง จิกซอว์ : วิทยาลัยการอาชีพกาญจนบุรี 2.5 จิตอาสาอาชีวะ ผลงานเรื่อง เรื่องธรรมดา…ธรรมดา : วิทยาลัยเทคนิคโพธาราม 3. รางวัลยอดเยี่ยมสาขาต่างๆ ด้าน Production ทุนการศึกษารางวัลละ 20,000 บาท 3.1 บทสารคดียอดเยี่ยม ผลงานเรื่อง INNOVATOR นวัตกรรมเปลี่ยนโลก : วิทยาลัยเทคนิคศรีสะเกษ 3.2 บทภาพยนตร์ยอดเยี่ยม ผลงานเรื่อง จิกซอว์ : วิทยาลัยการอาชีพกาญจนบุรี 3.3 ถ่ายภาพยอดเยี่ยม ผลงานเรื่อง The Dress Up : วิทยาลัยอาชีวศึกษานครสวรรค์ 3.4 ลำดับภาพยอดเยี่ยม ผลงานเรื่อง : ไอ้เก้อ สุดยอดโมเดลรถเกี่ยวข้าว :วิทยาลัยการอาชีพศรีสะเกษ 3.5 พิธีกรยอดเยี่ยม “นางสาวธัญลักษณ์ วงศ์ปาน” ผลงานเรื่อง เรื่องธรรมดา…ธรรมดา : วิทยาลัยเทคนิคโพธาราม 3.6 นักแสดงนำยอดเยี่ยม “นางสาวกัญญารัตน์ ยูฮันเงาะ” ผลงานเรื่อง ดวงดาวน้อย : วิทยาลัยบริหารธุรกิจและการท่องเที่ยวกรุงเทพ 3.7 รางวัล ขวัญใจชาวอาชีวศึกษา หรือ Popular Vote ผลงานเรื่อง INNOVATOR นวัตกรรมเปลี่ยนโลก : วิทยาลัยเทคนิคศรีสะเกษ กลุ่มประชาสัมพันธ์ / 6 ธันวาคม 2559

ขอบคุณแหล่งข้อมูล: สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา