Tag Archives: การแข่งขัน

สอศ. บูรณาการวิชาเรียน-กิจกรรม สร้างสรรค์สิ่งประดิษฐ์ของคนรุ่นใหม่ ๒๕๖๐ โชว์ ๔-๗ พ.ค. ๒๕๖๐

%E0%B8%9B%E0%B8%81.JPG

สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา กำหนดจัดประกวดสิ่งประดิษฐ์ของคนรุ่นใหม่ และการแข่งขันหุ่นยนต์ยุวชนอาชีวศึกษา ระดับชาติ 2560 ในงาน “ประชารัฐร่วมพัฒนา สุดยอดนวัตกรรมอาชีวศึกษา” ระหว่างวันที่ 4-7 พฤษภาคม 2560 ณ ห้อง เอ็ม ซี ซี ฮอลล์ ชั้น 4 ห้างสรรพสินค้าเดอะมอลล์ สาขาบางกะปิ กรุงเทพฯ

ดร. สุเทพ ชิตยวงษ์ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา เปิดเผยว่าสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษามีโยบายส่งเสริมการมีส่วนร่วมในกิจกรรมต่าง ๆ ของสถานศึกษาอาชีวศึกษารัฐบาลและสถานศึกษาอาชีวศึกษาเอกชน ในด้านวิชาการ และกิจกรรมการพัฒนาการเรียนการสอน เพื่อให้นักเรียน นักศึกษา สามารถนำความรู้ทางวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีวิศวกรรมศาสตร์ และคณิตศาสตร์ ไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันในงานอาชีพ และสามารถพัฒนาต่อยอดองค์ความรู้ที่เกิดจากการคิดนวัตกรรม สิ่งประดิษฐ์ โครงงานวิทยาศาสตร์อาชีวศึกษา สู่ชุมชนและเชิงพาณิชย์ ด้วยการวิจัยและพัฒนานวัตกรรมและเทคโนโลยี โดยในปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๐ ได้กำหนดจัด “ประชารัฐร่วมพัฒนา สุดยอดนวัตกรรมอาชีวศึกษา” การประกวดสิ่งประดิษฐ์ของคนรุ่นใหม่ และการแข่งขันหุ่นยนต์ยุวชนอาชีวศึกษา 2560 ระหว่างวันที่ 4-7 พฤษภาคม 2560 ณ ห้องเอ็ม ซี ซี ฮอลล์ ห้างสรรพสินค้า เดอะมอลล์ สาขาบางกะปิ กรุงเทพฯ ทั้งนี้เพื่อยกระดับคุณภาพอาชีวศึกษา พัฒนาการสร้างนวัตกรรมและสิ่งประดิษฐ์สู่เชิงพาณิชย์ และนานาชาติ พร้อมทั้งส่งเสริมสนับสนุนผลงานนวัตกรรมสิ่งประดิษฐ์ฯ ให้ได้รับความคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญา เพื่อก้าวไปสู่ Thailand ๔.๐ และเปิดเป็นเวทีให้นักเรียนนักศึกษา ได้นำผลงานสิ่งประดิษฐ์เข้าร่วมประกวดและแสดงให้ประชาชนได้ร่วมชมผลงานด้วย

เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา กล่าวต่อไปว่า “ประชารัฐร่วมพัฒนา สุดยอดนวัตกรรมอาชีวศึกษา” การประกวดสิ่งประดิษฐ์ของคนรุ่นใหม่ และการแข่งขันหุ่นยนต์ยุวชนอาชีวศึกษา 2560 มีผลงานที่ผ่านการคัดเลือกจากการประกวดจากระดับจังหวัด และระดับภาค 5 ภาค รวมจำนวนทั้งสิ้น 220 ผลงาน จากจำนวนทั้งหมดกว่า 5,000 ผลงาน แบ่งการประกวดออกเป็น 11 ประเภท ได้แก่ ประเภทที่ 1 สิ่งประดิษฐ์ด้านพัฒนาคุณภาพชีวิต ประเภทที่ 2 สิ่งประดิษฐ์ด้านการประกอบอาชีพ ประเภทที่ 3 สิ่งประดิษฐ์ด้านผลิตภัณฑ์สำเร็จรูป ประเภทที่ 4 สิ่งประดิษฐ์ด้านการอนุรักษ์พลังงาน (แบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม) ได้แก่กลุ่มผลิตพลังงาน และกลุ่มการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน ประเภทที่ 5 สิ่งประดิษฐ์ด้านการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ประเภทที่ 6 สิ่งประดิษฐ์ด้านการแพทย์ และชีวอนามัย และประเภทที่ 7 สิ่งประดิษฐ์ด้านผลิตภัณฑ์อาหาร ประเภทที่ 8 สิ่งประดิษฐ์ด้านเทคโนโลยีการเกษตร (เครื่องมืออุปกรณ์เพื่อการดำนา) ประเภทที่ 9 สิ่งประดิษฐ์ด้านหัตถศิลป์ ประเภทที่ 10 สิ่งประดิษฐ์ด้านนวัตกรรมซอฟแวร์ และระบบสมองกลฝังตัว (Software & Embedded System Innovation) แบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม ได้แก่กลุ่มพัฒนาซอฟต์แวร์ และกลุ่มพัฒนาระบบสมองกลฝังตัว ประเภทที่ 11 สิ่งประดิษฐ์ด้านบำบัดน้ำ (น้ำเพื่อปะชาชน)นอกจากนี้ยังได้กำหนดให้มีการประกวดประเภทองค์ความรู้ การนำเสนอผลงานวิจัยนวัตกรรมและสิ่งประดิษฐ์ของคนรุ่นใหม่ภาคภาษาอังกฤษ เพื่อการเข้าสู่ความเป็นมาตรฐานสากล จำนวน 20 ผลงาน และเพื่อเป็นการส่งเสริมเยาวชนระดับประถมศึกษา สังกัดโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดน กองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน ให้เป็นนักคิดนักประดิษฐ์ และมีทัศนคติที่ดีในการศึกษาต่อในการเรียนสายวิชาชีพ สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา จึงได้จัดการแข่งขันหุ่นยนต์ยุวชนอาชีวศึกษาขึ้น โดยคัดเลือกจากทีม ของนักเรียน โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดน ในพื้นที่ ระดับภาค ทั้ง 4 ภาค เข้าสู่ระดับชาติ ชิงถ้วยรางวัล พระราชทาน สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี จำนวน 16 ทีม เข้าร่วมการแข่งขันในครั้งนี้ด้วย

สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ได้เล็งเห็นความสำคัญ ของการส่งเสริมสนับสนุน การวิจัยและพัฒนาสิ่งประดิษฐ์มา โดยตลอด ทั้งในด้านปริมาณ และคุณภาพ มาจนถึงปีการศึกษาปัจจุบัน มีผลงานสิ่งประดิษฐ์ มากกว่า 25,000 ผลงาน สามารถพัฒนาต่อยอดในเชิงพาณิชย์ จนสามารถ จดสิทธิบัตรได้ และอยู่ระหว่างการส่งเสริม และพัฒนา ประมาณ 100 ผลงาน และในโอกาสนี้สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษาได้รับพระกรุณาธิคุณจากสมเด็จพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ เสด็จเป็นองค์ประธานในพิธีประทานรางวัลแก่ผู้ชนะการประกวดฯ ในวันที่ 7 พฤษภาคม 2560

กลุ่มประชาสัมพันธ์ 5 พฤษภาคม 2560

ขอบคุณแหล่งข้อมูล: สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา

Advertisements

งานชุมนุมลูกเสือ เนตรนารีวิสามัญอาชีวศึกษา ระดับชาติ ครั้งที่ ๑๙

page.jpg

สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา จัดงานชุมนุมลูกเสือ เนตรนารีวิสามัญอาชีวศึกษา ระดับชาติ ครั้งที่ 19 “ลูกเสือวิสามัญ ก้าวตามรอยพ่อ สร้างสรรค์ช่อสะอาด พัฒนาชาติสู่ 4.0” ระหว่างวันที่ 1-7 เมษายน 2560 ณ ค่ายลูกเสือวชิราวุธ อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี โดยมี พลเอกสุทัศน์ กาญจนานนท์กุล ที่ปรึกษารัฐมนตรีช่วย ว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธาน ดร.สุเทพ ชิตยวงษ์ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา เปิดเผยว่า สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) ได้จัดกิจกรรมลูกเสือ เนตรนารีวิสามัญ ให้กับนักเรียน ระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) ชั้นปีที่ 1 ของสถานศึกษาในสังกัดทุกแห่ง เพื่อยกระดับคุณภาพการจัดการอาชีวศึกษาด้านความสามารถของผู้สำเร็จการศึกษาอาชีวศึกษา ให้มีขีดความสามารถในการแข่งขันทั้งสมรรถนะหลัก (Core Competency) และสมรรถนะการทำงานตามตำแหน่งหน้าที่ (Function Competency) ในการสร้างเสริมทักษะอาชีพในอนาคต ด้วยกิจกรรมลูกเสือ เพื่อปลูกฝังคุณธรรม วิถีประชาธิปไตย ความมีวินัยต่อตนเอง มีความรับผิดชอบต่องาน ในหน้าที่ของตน รู้จักเสียสละเพื่อประโยชน์ส่วนรวม พัฒนาทักษะการแก้ปัญหาด้านพฤติกรรม และการใช้เวลา ให้เกิดประโยชน์ เป็นพลเมืองที่ดีของประเทศชาติ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา กล่าวต่อไปว่า กิจกรรมลูกเสือ เนตรนารีวิสามัญอาชีวศึกษา ครั้งที่ 19 นี้ มีคำขวัญว่า “ลูกเสือวิสามัญ ก้าวตามรอยพ่อ สร้างสรรค์ช่อสะอาด พัฒนาชาติสู่ 4.0 “ ซึ่ง สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา น้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 โดยจัดพัฒนารูปแบบค่าย โดยแบ่งค่ายย่อยออกเป็น ค่ายทฤษฎีใหม่ ค่ายชัยพัฒนา ค่ายพอเพียง ค่ายฝนหลวง และค่ายหญ้าแฝก เพื่อให้ลูกเสือ เนตรนารีวิสามัญอาชีวศึกษา ได้เรียนรู้ และได้รับการปลูกฝังพฤติกรรมให้สอดคล้องกับโครงการในพระราชดำริพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9 ซึ่งกิจกรรมหลักของค่ายลูกเสือ ประกอบด้วย 4 กิจกรรมหลักคือ การเดินทางไกล การทดสอบกำลังใจ การทัศนศึกษา และการบริการชุมชน นอกจากนี้สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษายังได้ให้ความสำคัญต่อการเสริมสร้างทัศนคติ ค่านิยมความซื่อสัตย์สุจริต โดยใช้กิจกรรมลูกเสือ เนตรนารีวิสามัญเป็นแกน ในการเพิ่มเติมหลักสูตร “ลูกเสือช่อสะอาด”และส่งเสริมให้มีการจัดหน่วยลูกเสือช่อสะอาดในสถานศึกษาทุกแห่ง สำหรับงานชุมนุมลูกเสือ เนตรนารีวิสามัญอาชีวศึกษาครั้งที่ 19 นี้ ผู้เข้าร่วมชุมนุมจากทุกสถานศึกษาและ และผู้บังคับบัญชาลูกเสือ รวมทั้งสิ้น 4,787 คน โดยแบ่งเป็นเหล่าเสนา 3,216 คน เหล่าอากาศ 184 คน และ เหล่าสมุทร 284 คน กลุ่มประชาสัมพันธ์ 3 เมษายน 2560

ขอบคุณแหล่งข้อมูล: สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา

อาชีวะชวนเรียน…หลักสูตรระยะสั้นสร้างอาชีพ

%E0%B8%9B%E0%B8%81.jpg

สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) เชิญชวนผู้สนใจร่วม โครงการ ฝึกอบรมระยะสั้นฐานสมรรถนะ “Education to Employment Vocational Booth Camp ครั้งที่ 1”เริ่มดีเดย์แล้ว วันที่ 1 มีนาคม 2560 ทั่วประเทศ นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เปิดเผยว่า สอศ. เดินหน้านำนโยบายสู่การปฏิบัติจัดโครงการฝึกอบรมระยะสั้นฐานสมรรถนะ“Education to Employment Vocational Booth Camp” ครั้งที่ 1 ซึ่งมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อพัฒนาทักษะกำลังคนให้มีโอกาสมีงานทำมากขึ้นสอดคล้องกับความต้องการของตลาดแรงงานและการประกอบอาชีพอิสระ เป็นหลักสูตรเข้มข้นสามารถปฏิบัติงานและประกอบอาชีพได้จริงลักษณะหลักสูตรคือต่อยอดหรือเพิ่มทักษะใหม่ ให้กับผู้ว่างงาน ผู้สำเร็จการศึกษาใหม่ ประชาชนทั่วไป โดยผู้ผ่านการฝึกอบรมสามารถนำความรู้ ความสามารถกลับไปทำงานในสถานประกอบการหรือในท้องถิ่นแก้ปัญหาความขาดแคลนกำลังคนในสาขาขาดแคลน และเพิ่มศักยภาพในการแข่งขันของประเทศ และสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจซึ่งการพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพกำลังคนเป็นเรื่องสำคัญเป็นนโยบายที่รัฐบาลพยามยามขับเคลื่อนมาโดยตลอดการดำเนินงานในครั้งนี้สอดรับกับยุทธศาสตร์ชาติระยะ 20 ปี (พ.ศ. 2560 – 2579) ด้านการสร้างความสามารถในการแข่งขัน และด้านการพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพคนและภารกิจของสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษาซึ่งเป็นหน่วยงานหลักของประเทศในการผลิตและพัฒนากำลังคน การฝึกอบรมหลักสูตรระยะสั้นฐานสมรรถนะหัวใจสำคัญ คือหลักสูตร การพัฒนาหลักสูตรและการฝึกอบรมต้องมี สถานประกอบการผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านในอาชีพนั้นๆ มาร่วมดำเนินการและเป็นวิทยากร ตลอดจนร่วมกำหนดค่าตอบแทน ตามระดับทักษะฝีมือ ซึ่งจะเกิดการยอมรับและผู้เรียนได้เรียนรู้จากผู้ที่มีประสบการณ์จริง และสิ่งที่สำคัญที่ต้องการเน้น คือSkill English Ethics ครูต้องปลูกฝังให้ผู้เรียนเป็นคน ขยัน ใฝ่เรียนรู้ ตรงเวลา หรือ Work Hard be Nice จึงจะถือว่าสมบูรณ์ เป็นคนที่จะตอบโจทย์ตลาดแรงงานได้อย่างแท้จริง

ด้านนายสุเทพ ชิตยวงษ์ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษากล่าวว่าโครงการดังกล่าว สอศ.ได้จัดหลักสูตรที่เปิดสอนแบ่งเป็น2 กลุ่ม กลุ่มที่ 1 หลักสูตรที่สอดคล้องกับ Growth(S-Curve,New S-curve, Thailand 4.0 Super Cluster) ทั้งหมด 550 หลักสูตร ผู้เข้ารับการอบรมจำนวน 20,933 คน กลุ่มที่ 2 หลักสูตรตามความต้องการท้องถิ่น (Local Needs และ SMEs) จำนวน2,106 หลักสูตร ผู้เข้ารับการอบรมจำนวน 61,206 คนโดยมีตัวอย่างหลักสูตร ดังนี้ วิทยาลัยเทคนิคถลาง หลักสูตรการตรวจสอบร้อยร้าว (ช่างอากาศยาน)วิทยาลัยเทคนิคสมุทรสงคราม หลักสูตรอาชีพช่างผลิตชิ้นส่วนอุปกรณ์แม่พิมพ์ปั๊มโลหะเบื้องต้นวิทยาลัยสารพัดช่างตราด หลักสูตรงานติดตั้งกล้องวงจรปิดและกล้องไอพี (CCTV and IP Camera)และการรับสัญญาณโทรทัศน์วิทยาลัยเทคนิคภูเก็ต หลักสูตรการซ่อมบำรุงเครื่องยนต์ Out board สำหรับสาขาซ่อมบำรุงเรือวิทยาลัยประมงสมุทรสาคร หลักสูตรมาตรฐานและการควบคุมคุณภาพการผลิตสู่สากล และหลักสูตรการประกอบตู้ปลาและจัดพรรณไม้น้ำเชิงพาณิชย์วิทยาลัยสารพัดช่างสมุทรปราการ หลักสูตรซอยผม ดัดผมAdvanceวิทยาลัยอาชีวศึกษาภูเก็ต หลักสูตรเครื่องดื่มม๊อคเทล (Mocktail)วิทยาลัยเทคนิคสัตหีบ หลักสูตรตรวจสอบโดยไม่ทำลายวิทยาลัยการอาชีพบ้านไผ่ หลักสูตรขนส่งระบบราง (อาณัฐสัญญาณ 7 สถานี)วิทยาลัยเทคนิคมีนบุรี หลักสูตรการควบคุมหุ่นยนต์แขนกลช่างพิมพ์และวิทยาลัยอาชีวศึกษาฉะเชิงเทราหลักสูตรศิลปะการแกะสลักผักและผลไม้ส่วนกลุ่มเป้าหมายที่จะเข้าร่วมโครงการ แบ่งเป็น 2 ประเภท คือ1.กลุ่มนักเรียน นักศึกษา ระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ( ปวช.)3 และประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) 2ที่ต้องการฝึกทักษะอาชีพด้านอื่นเพิ่มเติม เพื่อออกไปทำงาน และ2. กลุ่มประชาชนทั่วไปเช่น ผู้ว่างงาน ผู้สำเร็จการศึกษาใหม่ ผู้ประกอบอาชีพอิสระ ผู้ที่ต้องการเพิ่มทักษะในการปฏิบัติงาน ให้มีความเชี่ยวชาญและสามารถนำประสบการณ์ไปเทียบโอนคุณวุฒิวิชาชีพ ผู้สนใจสามารถติดต่อได้ที่ศูนย์ส่งเสริมอาชีวศึกษาจังหวัดทุกจังหวัด และสถานศึกษาสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.)ทุกแห่ง โดยโครงการ Education to Employment Vocational Booth Camp นี้จะจัดอย่างต่อเนื่องทุกภาคฤดูร้อนหรืออาจจะขยายผลให้มีการฝึกในช่วงวันเสาร์และอาทิตย์ ผู้เข้ารับการอบรมหลักสูตรฝึกอบรมของ สอศ. จะได้รับความรู้ที่พิเศษ เข้มข้น เพิ่ม เสริมสร้างสมรรถนะ และเป็นที่ยอมรับจากภาคสถานประกอบการ สามารถพัฒนาแรงงานที่ศักยภาพให้กับประเทศชาติในยุค Thailand 4.0 ได้ กลุ่มประชาสัมพันธ์ 1 มีนาคม 2560

ขอบคุณแหล่งข้อมูล: สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา

สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเปิดการประชุมวิชาการระดับชาติ องค์การเกษตรกรในอนาคตแห่งประเทศไทย ในพระราชูปถัมภ์ฯ (อกท.) ครั้งที่ ๓๘

DSC_1989.JPG

เช้าวันนี้ (3 กุมภาพันธ์ 2560) เวลา 09.04 น. สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเปิดการประชุมวิชาการระดับชาติ ของสมาชิกองค์การเกษตรกรในอนาคต แห่งประเทศไทยในพระราชูปถัมภ์ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ครั้งที่ 38 ซึ่งสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ จัดขึ้นระหว่างวันที่ 2 – 5 กุมภาพันธ์ 2559 ณ วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีอุทัยธานี ตำบลหนองแก อำเภอเมืองอุทัยธานี จังหวัดอุทัยธานี เมื่อรถยนต์พระที่นั่งถึงวิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีอุทัยธานี ตำบลหนองแก อำเภอเมืองอุทัยธานี จังหวัดอุทัยธานี (วงดุริยางค์บรรเลงเพลงมหาชัย) นายประภัสสร์ มาลากาญจน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดอุทัยธานี พลเอก สุรเชษฐ์ ชัยวงศ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลจังหวัดอุทัยธานี ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 31 ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 6 (นายสุเทพ ชิตยวงษ์) เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (นายอริยะ สุวรรณปากแพรก) ประธานอำนวยการ อกท. ระดับชาติ (นายประเวศ วรางกูร) ผู้อำนวยการวิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีอุทัยธานี ประธานคณะกรรมการดำเนินงาน ฯ และครูที่ปรึกษา อกท.ระดับชาติ เฝ้าฯ รับเสด็จ จากนั้น นายกเหล่ากาชาดจังหวัดอุทัยธานี และผู้แทนสมาชิก อกท. ทูลเกล้า ฯ ถวายพวงมาลัย สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินเข้าในหอประชุม (ดนตรีบรรเลงเพลงมหาชัย) ประทับพระราชอาสน์ (นายวณิชย์ อ่วมศรี) รองเลขาธิการคณะกรรมการ การอาชีวศึกษา เข้าเฝ้าฯ ทูลเกล้าฯ ถวายสูจิบัตรการประชุมวิชาการ และหนังสือที่ระลึก รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการกราบบังคมทูลถวายรายงานการจัดประชุมวิชาการฯ โอกาสนี้ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม ให้สมาชิกองค์การเกษตรเกษตรในอนาคตแห่งประเทศไทย ในพระราชูปถัมภ์ฯ ผู้บริหาร และผู้ทำคุณประโยชน์แก่องค์การเกษตรกรในอนาคตแห่งประเทศไทยเข้ารับพระราชทานเกียรติบัตร (25 ราย) ผู้มีจิตศรัทธาบริจาคเงินสมทบมูลนิธิ อกท.เข้ารับพระราชทานของที่ระลึก (จำนวน 130 ราย) ประธานกรรมการดำเนินการจัดการประชุมวิชาการฯ เข้าเฝ้าฯ ทูลเกล้าฯ ถวายเงิน และรับพระราชทานของที่ระลึก สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงมีพระราชดำรัสเปิดการประชุมวิชาการระดับชาติ องค์การเกษตรกรในอนาคตแห่งประเทศไทย ในพระราชูปถัมภ์ ครั้งที่ 38 ดังนี้ “ข้าพเจ้ายินดีที่ได้มาเป็นประธานเปิดการประชุมวิชาการระดับชาติองค์การเกษตรกรในอนาคตแห่งประเทศไทยที่จัดขึ้นเป็นครั้งที่ 38 ในวันนี้ การประชุมวิชาการลักษณะนี้ นับว่าเป็นประโยชน์อย่างมากในทางส่งเสริมและพัฒนาการศึกษาวิชาที่ว่าด้วยการเกษตร ในสถานศึกษาด้านเกษตรกรรมของประเทศ เกษตรกรรมเป็นกิจกรรมเพื่อการดำรงชีวิตของมนุษย์ที่มีมาแต่ครั้งโบราณ และมีพัฒนาการเรื่องมาเป็นลำดับ ตามยุคสมัยที่เปลี่ยนแปลงไป ในปัจจุบันเทคโนโลยีการเกษตรเจริญก้าวหน้าเป็นอย่างยิ่ง แต่กระนั้น การเกษตรยังคงต้องพึ่งพาทรัพยากรสำคัญ ได้แก่ ดิน และน้ำ เช่นที่เคยเป็นมา นักศึกษาทั้งหลายที่จะเป็นเกษตรกรแห่งอนาคต จึงควรจะต้องศึกษาและทำความเข้าใจธรรมชาติของทรัพยากร 2 สิ่งนี้ ให้มีความรู้ท่องแท้ และศึกษาค้นคว้า ทดลองหาวิธีทำการเกษตร ที่เหมาะสม อย่างที่สมัยนี้เรียกกันว่าเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม คือไม่ทำความเสียหายแก่ทรัพยากร หรือเมื่อทรัพยากรเสื่อมโทรมลง ก็ต้องเรียนรู้วิธีอนุรักษ์ เพื่อให้เกิดความยั่งยืน สามารถใช้ประโยชน์สืบต่อไปได้อีกหลายชั่วอายุคน ข้าพเจ้าขอเปิดการประชุมวิชาการระดับชาติ องค์การเกษตรกรในอนาคตแห่งประเทศไทย ครั้งที่ 38 ณ บัดนี้ ขอให้การประชุมบรรลุวัตถุประสงค์จงทุกประการ ทั้งขอให้ท่านทั้งหลายที่มาร่วมในการประชุมนี้ มีแต่ความสุข ความสำเร็จ โดยทั่วกัน” จากนั้น เสด็จออกจากหอประชุม ไปยังศาลาชัยพฤกษ์ ทอดพระเนตรนิทรรศการเทิดพระเกียรติองค์อุปถัมภ์องค์การฯ ของดีเมืองอุทัย และพระราชดำเนินไปยังอาคารราชพฤกษ์ ทอดพระเนตร นิทรรศการ “เพชรดี 4 ภาค องค์การเกษตรกรในอนาคตแห่งประเทศไทย” หน่วยสมาชิกดีเด่น สมาชิกศิษย์เก่าดีเด่น สมาชิกด้านพัฒนาสังคม และบริการชุมชนดีเด่น นิทรรศการผลงานการแข่งขันทักษะศิลปะเกษตร นิทรรศการวิชาการเกษตรของหน่วย อกท. จำนวน 12 หน่วย ประกอบด้วย (1) หน่วยกำแพงเพชร “นวัตกรรมการผลิตปุ๋ยยูเรียน้ำจากถั่วเหลือง” (2) หน่วยอุดรธานี “ข้าวเม่าพอเพียงเพื่อพ่อ” (3) หน่วยเพชรบุรี “อาหารโค – TMR-PHETCH 4.0” (4) หน่วยพังงา “ข้าวดอกข่า สู่อาชีพ” (5) หน่วยสุโขทัย “น้องเดือน มหัศจรรย์เพื่อนร่วมโลก” (6) หน่วยชัยนาท “เห็ดฟาง ไบโอเทค (การเพาะเห็นฟางโรงเรือนไม่อบไอน้ำ) (7) หน่วยนครราชสีมา “ไส้เดือน พญาดิน อินทรีย์วัตถุ” (8) หน่วยบุรีรัมย์ “แจ่วบ่องทันใจ” (9) หน่วยลำพูน “ตะคร้อ..พอเพียง” (10) หน่วยสตูล “ปลาของพ่อ” (11) หน่วยสมุทรสาคร “ปลัง ปั๋ง มั่งคั่ง ยั่งยืน” (12) หน่วยระนอง “ผักปลาโซล่าเซล Aquaponics” เสด็จทอดพระเนตรนิทรรศการความร่วมมือโครงการชีววิถี เพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน นิทรรศการโครงการเกษตรเพื่ออาหารกลางวันของวิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีอุทัยธานี นิทรรศการความก้าวหน้าของสถาบันการอาชีวศึกษาศึกษาเกษตร 4 ภาค นิทรรศการกล้วย นิทรรศการอาชีวะเกษตรก้าวไกล ขับเคลื่อนประเทศไทย 4.0 นิทรรศการวิชาการของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มุมมองแปลก/ ใหม่/ ใหญ่/ ดัง ของดีเมืองอุทัย จากนั้นเสด็จเข้าอาคารทูลกระหม่อมแก้ว ประทับพระราชอาสน์ รองเลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา เข้าเฝ้าฯ ทูลเกล้าฯ ถวายเอกสารทางวิชาการ ทรงรับฟังการสัมมนาผลงานทางวิชาการ และทอดพระเนตรผลงานวิชาการ เรื่อง “วิถีเพียงพอ ตามพ่อสอน” การพัฒนารูปแบบการเลี้ยงหอยขมเชิงเกษตรอินทรีย์ สู่เกษตรอย่างยั่งยืน และทอดพระเนตร ของหน่วยศูนย์ศิลปาชีพบางไทร หลังจากนั้นเสด็จพระราชดำเนินออกจากอาคารทูลกระหม่อมแก้วไปยังอาคารศูนย์วิทยบริการ ทรงปลูก ”ต้นแก้ว” เสด็จพระราชดำเนินขึ้นอาคารประทับพัก พระราชทานฉายพระรูปแก่คณะบุคคล จำนวน 5 คณะ ทรงลงพระนามาภิไธยในสมุดที่ระลึก เสวยพระกระยาหารกลางวัน แล้วเสด็จพระราชดำเนินกลับ

3 กุมภาพพันธ์ 2560

ขอบคุณแหล่งข้อมูล: สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา

ประชุมเชิงปฏิบัติการการจัดการเรียนการสอนรูปแบบ KOSEN ประเทศญี่ปุ่น

page.jpg

ดร. สุเทพ ชิตยวงษ์ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษาเป็นประธานในพิธีเปิดการประชุมเชิงปฏิบัติการการจัดการเรียนการสอนรูปแบบKOSEN ประเทศญี่ปุ่นโครงการความร่วมมือไทย – ญี่ปุ่น ณ วิทยาลัยอาชีวศึกษาเทคโนโลยีฐานวิทยาศาสตร์ (ชลบุรี) ตามที่ประเทศไทย ได้ก้าวเข้าสู่ประชาคมอาเซียนและก้าวสู่การเป็นไทยแลนด์ 4.0 และสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ให้ความสำคัญในการขับเคลื่อนส่งเสริมให้สถานศึกษาระดับอาชีวศึกษา มีความเป็นเลิศเฉพาะด้าน อาทิ การจัดการศึกษาด้านเทคโนโลยีฐานวิทยาศาสตร์ และการจัดการศึกษาอาชีวศึกษาสู่มาตรฐานสากล การพัฒนาหลักสูตรให้ทันสมัยมีคุณภาพ ใช้เป็นแนวทางการจัดการเรียนการสอน เพื่อสร้างเสริมประสบการณ์ ทักษะชีวิต ความคิดสร้างสรรค์ และเป็นการเตรียมความพร้อมให้นักเรียนนักศึกษา ในด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ไปสู่การสร้างนวัตกรรมและสร้างกำลังคนทางอาชีวศึกษา ให้ตอบสนองความต้องการตลาดแรงงานของประเทศ และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันระดับอาเซียน และระดับสากล การจัดการเรียนการสอนในรูปแบบ KOSEN ของประเทศญี่ปุ่น สามารถรองรับกับสภาวะการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น และเตรียมความพร้อมกับการก้าวเข้าสู่การเป็นประชาคมอาเซียน สู่มาตรฐานสากล การจัดฝึกอบรมการประชุมเชิงปฏิบัติการการจัดการเรียนการสอนรูปแบบ KOSEN ประเทศญี่ปุ่น โดยมีวัตถุประสงค์คือ 1. เพื่อพัฒนาและเพิ่มศักยภาพให้แก่ครูและบุคลากรทางการศึกษานักเรียนนักศึกษา ให้ได้รับความรู้ด้านการพัฒนาหลักสูตร สื่อ เทคนิคและวิธีการจัดการเรียนการสอนรูปแบบ KOSEN ซึ่งมีมาตรฐานและเป็นที่ยอมรับในระดับสากล 2. เพื่อให้ครูและบุคลากรทางการศึกษาได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้และมีประสบการณ์ตรงกับผู้เชี่ยวชาญจากประเทศญี่ปุ่น เพื่อให้เกิดความเข้าใจอันจะนำไปสู่การพัฒนาวิชาชีพเพื่อพัฒนาครูผู้สอนในด้านการจัดการเรียนการสอนตามแบบ KOSEN ในสถานศึกษาให้มีมาตรฐานเทียบเท่า KOSEN ของประเทศญี่ปุ่น 3. เพื่อเป็นการเสริมสร้างความพร้อมในการพัฒนานักเรียน นักศึกษา สู่ประชาคมอาเซียน และมาตรฐานสากล 4. เพื่อเป็นการพัฒนาความร่วมมือระหว่างประเทศไทยกับประเทศญี่ปุ่น การฝึกอบรมครั้งนี้ มีคณะครูจากวิทยาลัยในโครงการฐานวิทยาศาสตร์ ทั้ง 5 แห่ง จำนวน 20 คน นักเรียน จากวิทยาลัยอาชีวศึกษาเทคโนโลยีฐานวิทยาศาสตร์ จำนวน 50 คน จากวิทยาลัยเทคนิคสุรนารี จำนวน 50 คน จำนวนทั้งสิ้น 120 คน ณ ห้องประชุมวิทยาลัยอาชีวศึกษาเทคโนโลยีฐานวิทยาศาสตร์(ชลบุรี)

ขอบคุณแหล่งข้อมูล: สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา

Music Scholarship ๒๐๑๗ ชิงทุนการศึกษาด้านดนตรีทุนการศึกษา ๑๐๐%

โรงเรียนนานาชาติเดอะรีเจ้นท์กรุงเทพฯ (พระราม 9)โรงเรียนนานาชาติชั้นนำแห่งประเทศไทยที่ได้รับการขนานนามว่าเป็น “Home ofWell Rounded Leaders of the Future”ขอเชิญนักเรียนอายุระหว่าง 8 – 16 ปี ที่มีความสามารถพิเศษด้านดนตรีสายเปียโน ,ไวโอลิน , เซลโล่และแซกโซโฟนเข้าร่วมชิงทุนการศึกษา “Music Scholarship 2017”โครงการนี้จัดขึ้นเพื่อส่งเสริมศักยภาพของนักเรียนไทยก้าวไกลทางด้านวิชาการและการดนตรี ทั้งนี้ผู้ชนะการแข่งขันจะได้รับทุนการศึกษาเพื่อเข้าเรียนหลักสูตรนานาชาติของประเทศอังกฤษ IGCSEและ IBและยังได้รับการพัฒนาทางด้านดนตรีจากครูต่างชาติ โดยรางวัลสูงสุดผู้ชนะจะได้รับทุนการศึกษา 100%มูลค่ากว่า 6แสนบาทต่อปีการศึกษาและรางวัลอื่นๆ ตลอดจนโอกาสการขึ้นแสดงดนตรีในคอนเสิร์ตสำคัญร่วมกับศิลปินที่มีชื่อเสียงระดับสากล ปิดรับสมัครวันที่ 6 มกราคม และทดสอบความสามารถด้านดนตรีวันที่ 14 มกราคม 2560ผู้ที่สนใจสมัครเข้าร่วมโครงการส่งใบสมัครมาที่อีเมล์ admissions-bkk@regents.ac.th หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ 02 657 5777 ต่อ 202,092 362 8888 เว็บไซต์ http://www.regents.ac.th เฟสบุ๊ค https://www.facebook.com/RegentsBangkok/ ตัวอย่างค ลิปการเล่นแซกโซโฟนโดยนักเรียนทุนดนตรีของโรงเรียนนานาชาติรีเจ้นท์ https://www.youtube.com/watch?v=Wg7GjEG3h6Y

ขอบคุณแหล่งข้อมูล: อินเตอร์เน็ต

University of Vermont เปิดรับนักศึกษาเรียนต่อป.ตรีในอเมริกา พร้อมทุนการศึกษา $๑๐,๐๐๐

หากใครกำลังมองหามหาวิทยาลัยดีๆ เมืองปลอดภัย เพื่อเรียนต่อปริญญาตรี ประเทศอเมริกา อยากจะขอแนะนำมหาวิทยาลัยรัฐทางตะวันออกเฉียงเหนือของอเมริกา ในรัฐเมน ทีชื่อว่า University of Vermont

มหาวิทยาลัยนี้ตั้อยู่ในเมือง Burlington มลรัฐ Vermont ซึ่งอยู่ห่างจากนิวยอร์ค 6 ชั่วโมง บอสตัน 4 ชั่วโมง และเพียงชั่วโมงครึ่งจากเมืองมอนทรีออล ประเทศแคนาดา มหาวิทยาลัยนี้มีความเก่าแก่แห่งหนึ่ง ก่อตั้งในปี ค.ศ 1791 ทำให้มหาวิทยาลัยนี้เต็มไปด้วยเรื่องราวที่โดดเด่นทางประวัติศาสตร์ในตัวเมิอง Burlington ขนาดเล็กและมีความปลอดภัย ที่อยู่บนริมฝั่ง Lake Champlain และโอบล้อมด้วยธรรมชาติ ของ Adirondack และ Green Mountains อิกทั้งอบอวลด้วยบรรยากาศของวัฒนธรรมเก่าและใหม่ มีสเน่ห์และตื่นตาตื่นใจ สำหรับการพักผ่อนเพื่อความบรรเทิงใจในรูปแบบที่หลากหลาย อาทิ การชมคอนเสิร์ตแบบ Rock, Hip-Hop, Jazz, Reggae, Bluegrass, และ Classical การชมภาพยนตร์ นิทรรศการการแสดงศิลปะ งานสมโภชที่เกี่ยวกับขนบธรรมเนียมประเพณี และการแข่งขันกีฬา นอกจากนี้ยังเป็นแหล่งร้านอาหารนานาชนิด เช่น Bistros, Gastropubs, Ethnic Restaurants, Bakeries, Coffeehouses, และ แหล่งกำเนิดของไอศครีมที่มีชื่อเสียงอย่าง Ben & Jerry พร้อมทั้งกิจกรรมผจญภัย เช่น Snow Sports, Canoeing, Hiking, และ Camping

University of Vermont เป็นมหาวิทยาลัยรัฐบาลรัฐชั้นนำ ที่มีสาขาการเรียนที่มีชื่อเสียงระดับโลก ไม่ว่าจะเป็นด้าน Business Engineering, Nursing และ Biological Science ซึ่ง School of Business ได้รับการรับรองจาก AACSB (Professional accreditation) และ Undergraduate Engineering Programs ได้รับการรับรองจาก ABET (Professional accreditation) ซึ่งมหาวิทยาลัยได้รับการจัดอันดับในสาขาต่างๆ ดังนี้

Top 100 “Public Ivy” league university in the USA #89 National Universities (US News and World Report, 2016) #14th “Up and Coming Schools” list (US News and World Report, 2014) # 37th among more than 170 public universities (US News and World Report, 2016) #18 top public university for placing grads in the most prestigious medical, law and business graduate schools in the US (The Wall Street Journal)

มหาวิทยาลัย เปิดสอนหลักสูตรระดับปริญญาตรีกว่า 100 สาขา ให้เลือกจาก 7 คณะ College of Agriculture & Life Sciences College of Arts & Sciences School of Business Administration College of Education & Social Services College of Engineering & Mathematical Sciences The Rubenstein School of Environment & Natural Resources College of Nursing & Health Sciences

ขณะนี้ มหาวิทยาลัยเปิดโปรแกรมปริญญาตรี International Year One เทียบเท่าปีหนึ่ง เพื่อรับนักศึกษาต่างชาติที่มีผลการเรียนเกรดเฉลี่ย 2.5 ไม่ต้องใช้คะแนน SAT คะแนน IELTS ตั้งแต่ 5.5 เปิดรับทุกเทอม มกราคม พฤษภาคม และ สิงหาคม ระยะเวลาการเรียนของโปรแกรมขึ้นอยู่กับคะแนนภาษา

ข่าวดีสำหรับนักศึกษาต่างชาติที่สนใจเข้าร่วมโปรแกรมนี้ มีทุนการศึกษาสุงสุดถึง $10,000 โดยพิจารณาจากผลการเรียน ใบสมัครทุน และผู้สมัครก่อนมีสิทธิ์ก่อน หากเรียนได้เกรดเฉลี่ยไม่ต่ำกว่า 3.0 ในปีแรก ยังมีสิทธิ์ได้รับทุน $10,000 ตลอดสี่ปี

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ http://bit.ly/2dYePAm

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม เอ็ดเน็ท นอร์ท อเมริกา จำกัด ห้อง 1001 ชั้น 10 โซนเอ็ดดูเคชั่น เซ็นทรัล ลาดพร้าว 1693 ถ.พหลโยธินจตุจักร กรุงเทพฯ 10900 Tel: 66 (0) 2937 0870-4 มือถือ 0846730222

ขอบคุณแหล่งข้อมูล: อินเตอร์เน็ต

อาชีวะจับมือ มจพ. และ๑๙ สถานประกอบการชั้นนำของประเทศ พัฒนาครูฝึกช่างเทคนิคขั้นสูงตามแนวทางมาตรฐานเยอรมัน

%E0%B8%9B%E0%B8%812.jpg

สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา กับมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ (มจพ.) องค์กรความร่วมมือระหว่างประเทศเยอรมัน (GIZ) สถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ (องค์การมหาชน) และสถานประกอบการชั้นนำของประเทศ สร้างความร่วมมือในการพัฒนาหลักสูตรการฝึกอบรมทางด้านเทคโนโลยีหลักสูตรการฝึกอบรมครูฝึกในสถานประกอบการตามมาตรฐาน และหลักสูตรอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องไปสู่การพัฒนาครูฝึกช่างเทคนิคขั้นสูงตามแนวทางมาตรฐานของเยอรมัน (The Highly-Skilled Technical “Meister” Development Program on the Basis of the German Educational Standards) โดยจัดพิธีลงนามความร่วมมือทางวิชาการขึ้นในวันที่ 12 ตุลาคม 2559 ณ หอประชุมเบญจรัตน์ อาคารนวมินทรราชินี มจพ.โดยได้รับเกียรติจาก H.E. Mr. Peter Prugel เอกอัครราชทูตเยอรมันประจำประเทศไทย และ พลเอก ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นสักขีพยาน ในโอกาสนี้ พลเอก ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวขอบสถานเอกอัครราชทูตเยอรมันประจำประเทศไทย มจพ. และองค์กรสถานประกอบการทั้ง 19 แห่ง ที่ตระหนักถึงความสำคัญของการร่วมกันสร้างแรง งานที่มีคุณภาพตามนโบบายประชารัฐ ด้านการยกระดับคุณภาพวิชาชีพ ในการส่งเสริมการอาชีวศึกษาและเทคโนโลยี เพื่อสร้างแรงงานที่มีทักษะและพัฒนาคุณภาพมาตรฐานการศึกษาให้เชื่อมโยงกับมาตรฐานวิชาชีพ โดยเน้นให้สถานประกอบการมีส่วนร่วมในการจัดการศึกษา ที่เน้นการพัฒนาแรงงานช่างเทคนิคให้มีความรู้ ทักษะ และคุณลักษณะ เพื่อให้เกิดสมรรถนะตามมาตรฐานวิชาชีพและตรงตามความต้องการของสถานประกอบการในภาคอุตสาหกรรม เพื่อการแข่งขันทางเศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรมในยุคประเทศไทย 4.0 ดร. สุเทพ ชิตยวงษ์ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา กล่าวว่า แนวโน้มที่ประเทศไทยจะขาดแรงงานฝีมือด้านทักษะ ที่ตรงกับความต้องการของสถานประกอบการเนื่องจากเทคโนโลยีที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว สอศ. ซึ่งมีการจัดการเรียนการสอนอาชีวศึกษาระบบทวิภาคี ได้เตรียมที่จะพัฒนาครู และครูฝึกในสถานประกอบการ ให้มีมาตรฐาน โดยได้ทำความร่วมมือกับมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ “เพื่อพัฒนาครู ฝึกช่างเทคนิคขั้นสูงตามแนว ทางมาตรฐานของเยอรมัน” ซึ่งสอศ.มุ่งเน้นให้เกิดความร่วมมือกันเพื่อประโยชน์ของทุกฝ่าย โดยในกลุ่มมีสถานประกอบการ ที่จะเข้าร่วมโครงการฯ ณ วันนี้ จำนวน19 องค์กรโดยสถานประกอบการชั้นนำที่ลงนามร่วมกันในโครงการฯ ส่วนหนึ่งก็เป็นภาคีเครือข่ายในการจัดอาชีวศึกษาระบบทวิภาคี ด้าน ศาสตราจารย์ ดร.ธีรวุฒิ บุญยโสภณ อธิการบดี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ (มจพ.) กล่าวว่า ปัจจัยหนึ่งที่สำคัญของปัญหาการขาดบุคลากรที่เป็นผู้เชื่อมต่อองค์ความรู้ และสร้างความร่วมมือระหว่างสถานศึกษา ผู้ปฏิบัติงาน และสถานประกอบการ ซึ่งในประเทศเยอรมันปัญหานี้ ถูกแก้ไขด้วยการกำหนดมาตรฐานผู้ฝึกอาชีพที่เรียกว่า “Meister” หรือ “ครูฝึกช่างเทคนิคชั้นสูง” ซึ่งครูฝึกช่างเทคนิคขั้นสูงจะเป็นผู้ที่ได้รับการอบรม และผ่านขั้นตอนการทดสอบความรู้ในด้านต่าง ๆ เพื่อที่จะได้รับวุฒิบัตร สำหรับการประกอบวิชาชีพเป็น ครูฝึกที่รับรองโดยสภาหอการค้าหรือสภาอุตสาหกรรมของประเทศเยอรมัน มจพ. ได้เล็งเห็นถึงปัญหาดังกล่าว จึงได้ร่วมมือทางวิชาการ กับหอการค้าเยอรมันไทย เพื่อที่จะนำรูปแบบการฝึกครู “Meister” หรือ “ครูฝึกช่างเทคนิคขั้นสูง” ของประเทศเยอรมันไปใช้ โดยกำหนดให้มีการพัฒนาหลักสูตรร่วมกับภาคอุตสาหกรรมและสถาบันการศึกษา การฝึกอบรม การทดสอบ และกิจกรรมอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้มีมาตรฐานและระบบการพัฒนาครูฝึกช่างเทคนิคขั้นสูง ตามคุณภาพมาตรฐานของประเทศเยอรมัน และได้รับการรับรองจากหอการค้าเยอรมันไทย โดยหลักสูตร Thai-German Meister ที่จะเปิดการเรียนการสอนทั้งหมดด้วยกัน 3 สาขาอาชีพ ใช้เวลาในการอบรมทั้งหมด 800 ชั่วโมง (ตามมาตรฐานเยอรมัน) ประกอบด้วย สาขาไฟฟ้าอุตสาหกรรมและอิเล็กทรอนิกส์ สาขาเครื่องกลอุตสาหกรรม และสาขาแมคคาทรอนิกส์ โดยในแต่ละหลักสูตรในแต่ละสาขาอาชีพ จะแบ่งออกเป็น 3 ส่วนด้วยการกันคือ ส่วนที่ 1 การฝึกอบรมทางด้านเทคโนโลยี (480 ชม.) ส่วนที่ 2 การฝึกอบรมเป็นผู้ฝึกในสถานประกอบการ (In-company Trainer) ตามมาตรฐานอาเซียน (120 ชม.) และส่วนที่ 3 การฝึกอบรมทางด้านกฎหมายและการบริหารองค์กร (200 ชม.)

19 องค์กร ที่ร่วมลงนามตามโครงการ “พัฒนาครูฝึกช่างเทคนิคขั้นสูงตามแนวทางมาตรฐานของเยอรมัน (The Highly-Skilled Technical “Meister” Development Program on the Basis of the German Educational Standards) สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา สถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ องค์กรความร่วมมือระหว่างประเทศของเยอรมัน (GIZ) บริษัท ซีเมนส์ จำกัด บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน) และบริษัทในเครือ (SCG) บริษัท บี.กริม เพาเวอร์ จำกัด บริษัท เบทาโกร จำกัด (มหาชน) บริษัท บุญรอด บริวเวอร์รี่ จำกัด บริษัท ดาลินี่ จำกัด บริษัท เพรซิเดนท์ เบเกอรี่ จำกัด (มหาชน) บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) บริษัท ยูแทค ไทย จำกัด บริษัท สมบูรณ์ แอ๊ดวานซ์ เทคโนโลยี จำกัด (มหาชน) บริษัท น้ำตาลมิตรผล จำกัด บริษัทเวสเทิร์น ดิจิตอล (ประเทศไทย) จำกัด บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลล์ จำกัด บริษัท เอชจีเอสที (ประเทศไทย) จำกัด บริษัท โรงงานเหล็กกรุงเทพฯ จำกัด และบริษัท เซฟ-ที-คัท แมนูแฟคเจอริ่ง จำกัด

กลุ่มประชาสัมพันธ์ สอศ. 12 ตุลาคม 2559

ขอบคุณแหล่งข้อมูล: สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา

วันจันทร์ที่ ๑๐ ตุลาคม ๒๕๕๙ ที่โรงเรียนวัดนางสาว(ถาวรราษฎร์บำรุง) นายปรีดี ภูสีน้ำ ผอ.สพป.สมุทรสาคร ปฏิบัติหน้าที่ศึกษาธิการจังหวัดสมุทรสาครเป็นประธานพิธีเปิดการแข่งขันศิลปหัตถกรรมนักเรียนกลุ่มเครือข่ายโรงเรียนพัฒนาท่าจีน

903139.JPG

วันจันทร์ที่ 10 ตุลาคม 2559 ที่โรงเรียนวัดนางสาว(ถาวรราษฎร์บำรุง) นายปรีดี ภูสีน้ำ

ผอ.สพป.สมุทรสาคร ปฏิบัติหน้าที่ศึกษาธิการจังหวัดสมุทรสาครเป็นประธานพิธีเปิดการแข่งขันศิลปหัตถกรรมนักเรียนกลุ่มเครือข่ายโรงเรียนพัฒนาท่าจีน โดยมีนายสมบูรณ์ สาลีพันธ์ ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านปลายคลองน้อย ประธานกลุ่มเครือข่ายโรงเรียนพัฒนาท่าจีน กล่าวรายงาน จัดการแข่งขันรวม 43 รายการ มีนักเรียนเข้าร่วมแข่งขัน จำนวน 491 คน คณะกรรมการตัดสินการแข่งขันจากกลุ่มเครือข่ายโรงเรียนมหาชัย จำนวน 75 คน เพื่อคัดเลือกนักเรียนเป็นตัวแทนไปแข่งขันงานศิลปะหัตถกรรม ระดับภาคกลางและภาคตะวันออก ครั้งที่ 66 ณ จังหวัดจันทบุรี ต่อจากนั้นได้ตรวจเยี่ยมโรงเรียนวัดนางสาว น.ส.พรรณี ใจเพิ่ม ผู้อำนวยการโรงเรียนวัดนางสาว พร้อมคณะผู้บริหารพาเยี่ยมสนามแข่งขัน

10 ตุลาคม 2559

ขอบคุณแหล่งข้อมูล: สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ

อาชีวะเปิดเวทีแข่งขัน เฟ้นหาสุดยอดฝีมืออาชีวะไทย รับถ้วยรางวัลพระราชทานสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี

0.JPG

สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ลงนามความร่วมมือกับ สถานีวิทยุโทรทัศน์กองทัพบก ช่อง 5 เปิดตัวโครงการ “สุดยอดฝีมืออาชีวะไทย” Thailand’s Best Skills ระดมเด็กอาชีวะกว่า 1,000 คน ลงสนามแข่งขันหาสุดยอดฝีมือรับถ้วยรางวัลพระราชทานสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี โดยรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ พลเอก สุรเชษฐ์ ชัยวงศ์ ให้เกียรติเป็นประธานในพิธีเปิดงาน ณ อาคารเบญจรังสฤษฏ์ ชั้น 3 สถานีวิทยุโทรทัศน์กองทัพบกช่อง 5 พลเอก สุรเชษฐ์ ชัยวงศ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เปิดเผยว่า สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) ร่วมกับสถานีวิทยุโทรทัศน์กองทัพบกช่อง 5 ได้ร่วมกันจัดโครงการ “สุดยอดฝีมืออาชีวะไทย” Thailand’s Best Skills ขึ้น โดยจะรับสมัครนักศึกษาอาชีวศึกษาทุกสาขาวิชาจาก 5 ภาค ทั่วประเทศ เข้าร่วมการแข่งขันในระดับภาค และคัดเลือกเข้าแข่งขันระดับชาติ ทั้งแบบทีม และบุคคล โดยการเฟ้นหาสุดยอดฝีมืออาชีวะจากการเปิดเวทีการแข่งขันทักษะวิชาชีพ ในสาขาที่เปิดสอนในสถานศึกษาของอาชีวะ โครงการนี้จะช่วยเสริมสร้างภาพลักษณ์ และค่านิยมที่ดีให้กับผู้เรียนสายอาชีพ อีกทั้งยังเป็นการพัฒนาผู้เรียนอาชีวศึกษาให้เป็นผู้ทรงคุณค่าของสังคม โดยนำความรู้เชิงทักษะวิชาชีพที่เรียนมาออกช่วยเหลือสังคมได้อย่างเต็มที่ สำหรับโจทย์ในการแข่งขันทักษะวิชาชีพ ได้กำหนดไว้ 5 โจทย์ด้วยกัน คือ 1) รถตุ๊ก ๆ ดับเพลิง 2) บ้านสร้างสรรค์คู่ครัวไทย 3) โรบอท มาย เฟรนด์ 4) ห้องสมุดศตวรรษ 21” และ 5) เกษตรแปลงเล็กหัวใจใหญ่ ทุกโจทย์จะต้องใช้ความรู้และทักษะของนักศึกษาหลากหลายสาขามาบูรณาการร่วมกันในการคิดการ ออกแบบ และสร้างสรรค์ผลงาน ทั้งในระดับ ประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) และระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) เช่น การทำรถตุ๊ก ๆ ดับเพลิง 1 คัน ใน 1 ทีมของโจทย์นี้ จะต้องมีนักศึกษาสาขาช่างยนต์ ช่างเชื่อมโลหะ ช่างกลโรงงาน ร่วมทำงานด้วยกัน หรือบ้านสร้างสรรค์คู่ครัวไทย ใน 1 ทีม จะต้องมีนักศึกษาสาขาวิชาช่างเชื่อมโลหะ ช่างก่อสร้าง ช่างไฟฟ้า อิเล็กทรอนิกส์ สาขาวิชาอาหารและโภชนาการ สาขาการโรงแรม ร่วมกันทำงาน รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวปิดท้ายว่า การแข่งขันเพื่อเฟ้นหาสุดยอดฝีมืออาชีวะไทยครั้งนี้ คาดว่าจะมีนักศึกษาอาชีวศึกษาจาก 5 ภาคเข้าร่วมกิจกรรมมากกว่า 1,000 คน โดยจะเริ่มดำเนินการตั้งแต่วันที่ 10 ตุลาคม ถึงปลายเดือนพฤศจิกายน 2559 ซึ่ง สอศ. ได้รับความร่วมมืออย่างดีจากสถานีวิทยุโทรทัศน์กองทัพบกช่อง 5 ในการนำเทปการแข่งขันออกอากาศเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ เพื่อให้สาธารณชนได้รับชมและเห็นความสำคัญของการศึกษาด้านวิชาชีพ ซึ่งคาดว่าจะเป็นการเพิ่มจำนวนผู้เรียนของอาชีวศึกษา และเป็นผลดีกับการพัฒนากำลังคนเพื่อออกไปขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศในยุคไทยแลนด์ 4.0 ที่ต้องมีการพัฒนาด้านวิทยาการ ความคิดสร้างสรรค์ นวัตกรรมวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและการวิจัยเพื่อพัฒนา เพื่อต่อยอดอุตสาหกรรมเป้าหมายให้ก้าวไปอย่างมั่นคง กลุ่มประชาสัมพันธ์ / 5 ตุลาคม 2559

ขอบคุณแหล่งข้อมูล: สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา