Tag Archives: การเรียนการสอน

นางมลฤดี แพทย์ปฐม “ ครูดีในดวงใจ” ปี ๒๕๖๑ สพม.๑๔

1050930.jpg

ขอแสดงความยินดีกับนางมลฤดี แพทย์ปฐม ครูโรงเรียนภูเก็ตวิทยาลัย ได้รับรางวัล “ครูดีในดวงใจ” ครั้งที่ 15 พ.ศ 2561 โดยได้รับโล่ประกาศเกียรติคุณ ในวันที่ 16 มกราคม 2561

+นางมลฤดี แพทย์ปฐม ครูแนะแนว ใช้หลัก “แนะแนวเพื่อบริหารเวลาในการเรียน” กล่าวว่า ตนมีความมุ่งมั่นตั้งแต่เด็กว่าอยากประกอบอาชีพครู เพราะเห็นแบบอย่างที่ดีของครูหลายท่าน และได้รับแรงบันดาลใจจากคุณครูอุไรวรรณ รอดสุวรรณน้อย ครูแนะแนวโรงเรียนกัลยาณีศรีธรรมชาติ ทำให้ตัดสินใจเลือกศึกษาต่อวิชาเอกแนะแนว และในการจัดการเรียนการสอนได้มีการวางแผนการทำงานแนะแนว 3 ด้าน คือ งานบริการแนะแนว งานจัดกิจกรรมแนะแนว และงานประสานระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียน โดยเน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ มีการวิเคราะห์สภาพปัญหา ความต้องการความสนใจของนักเรียน นอกจากนั้น ยังได้ใช้เทคนิคและสื่อการเรียนรู้ที่หลากหลาย ให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้ รู้จักวางแผนการเรียน และปรับตัวได้อย่างเหมาะสมในการอยู่ร่วมกับผู้อื่นได้อย่างมีความสุข / เรวดี…ข่าว

19 กุมภาพันธ์ 2561

ขอบคุณแหล่งข้อมูล: สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ

Advertisements

สพม.๓๔ รับชม Video Conference พุธเช้า ข่าวสพฐ.

1049648.JPG

วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2561 เวลา 08.00 น. ดร.สิทธิชัย มูลเขียน ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 34 พร้อมด้วย รองผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 34 ผู้อำนวยการกลุ่ม ผู้อำนวยการหน่วยตรวจสอบภายในและบุคลากรทางการศึกษา ติดตามรับชมรายการ พุธเช้า ข่าวสพฐ. ครั้งที่ 6/2561 โดย ดร.บุญรักษ์ ยอดเพชร เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน เป็นประธานประชุมผ่านระบบ VDO Conference เพื่อให้ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา รับทราบแนวทางการดำเนินงานการจัดการศึกษาในการนำนโยบายสู่การปฏิบัติ ส่งตรงถึงครู รู้ถึงนักเรียนและประชาชน อย่างทั่วถึงทุกภาคทุกพื้นที่ ณ ห้องประชุม 1 ชั้น 4 โดยมีประเด็นดังนี้ 1. รายการศาสตร์พระราชาสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน

– อุ่นไอรัก คลายความหนาว ความภาคภูมิใจคนในชาติ นิทรรศการประวัติศาสตร์ชาติไทย จัดกิจกรรมตั้งแต่วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2561 ถึงวันที่ 11 มีนาคม 2561

2. เลขาธิการพบเพื่อนครู ”ลงถึงครู รู้ถึงนักเรียน ลงสู่ประชาชน”

– การจัดกิจกรรม อุ่นไอรัก คลายความหนาว ประชาสัมพันธ์เชิญชวน ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา นักเรียน ประชาชน มาศึกษาดูงาน

– การสื่อสารองค์กร ต้องมีการปรับตัวและพัฒนาระบบการสื่อสารอย่างเป็นทางการสู่โรงเรียน ให้มีความรวดเร็วในการถ่ายทอดการรับรู้

– การประชุม ผอ.สพท.ทั่วประเทศ ครั้งที่ 1/2561 ระหว่างวันที่ 8 – 10 กุมภาพันธ์ 2561 ณ สพป.นครราชสีมา เขต 4 และจะประชุมครั้งต่อไป ณ จังหวัดเชียงใหม่ ประมาณเดือน พฤษภาคม 2561 หรือ มิถุนายน 2561 โดยมีการแบ่งสายไปศึกษาดูงานตามสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาและสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา

– การพัฒนาโรงเรียน ตามแนวทาง Benchmark และ PLC การพัฒนาบนฐานของความต้องการอย่างแท้จริง เพื่อนำไปสู่แนวทางการแก้ไขปัญหาโดยการเน้นกลุ่มและการเทียบเคียงภายในกลุ่ม สร้างเครือข่าย ความร่วมมือ ความต้องการตรงกัน จะเห็นถึงแก่นแท้ของการพัฒนา

– การล่วงละเมินทางเพศนักเรียนและยาเสพติด ให้โรงเรียนมีมาตรการป้องกัน โดยกำหนดเป็นแนวทางร่วมกันระหว่างโรงเรียนและผู้ปกครอง

– การจัดทำสื่อวีดิทัศน์ การเรียนการสอนโดยเน้นทักษะอาชีพเพื่อการมีงานทำของโรงเรียนพร้าววิทยาคม และโรงเรียนดอยสะเก็ดวิทยาคม ความยาวประมาณไม่เกิน 15 นาที มอบงานประชาสัมพันธ์ประสานกับสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน นำเสนอในรายการ “พุธเช้า ข่าวโรงเรียน”

– การงานจัดศิลปหัตถกรรมนักเรียนระดับชาติ ครั้งที่ 67 ภายใต้แนวคิด “นวัตกรรมและความคิดสร้างสรรค์สู่การพัฒนาสังคมและชุมชน” ซึ่งจะจัดในวันที่ 11-13 กุมภาพันธ์ 2561 ณ ศูนย์ประชุมธรรมศาสตร์รังสิต นักเรียนได้แสดงออกถึงทักษะความสามารถทางวิชาการ และทุกเขตพื้นที่การศึกษาได้รับรางวัลอย่างทั่วถึง

– หลักสูตรอาชีพขั้นพื้นฐาน (หลักสูตรระยะสั้นพัฒนาเพิ่มเติม, หลักสูตรสาระเพิ่มเติมสอดคล้องกับบริบทของแต่ละท้องถิ่น,หลักสูตรทวิศึกษาโดยความร่วมมือระหว่างสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.)และสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.)

– โครงการส่งเสริมนิสัยรักการอ่านโดยใช้หนังสือพระราชนิพนธ์

– การใช้ hi speed internet จะมีการประชุม Conference ในวันพรุ่งนี้ เวลา 09.00 น. ให้ศึกษานิเทศก์ที่รับผิดชอบ DLTV และเจ้าหน้าที่ ICT ร่วมประชุมทางไกล

– พฤติกรรมนักเรียนใน วันวาเลนไทน์ แจ้งสถานศึกษาร่วมมือกับทุกภาคส่วนในระดับอำเภอ ตรวจความเรียบร้อยดูแลความปลอดภัยเด็กนักเรียน ต่อจากนั้น เวลา 09.00 น.เป็นต้นไป ดร.สิทธิชัย มูลเขียน ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 34 ประชุมรองผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 34 ผู้อำนวยการกลุ่ม ผู้อำนวยการหน่วยตรวจสอบภายในและบุคลากรทางการศึกษา เพื่อแจ้งประเด็นข้อราชการสืบเนื่องจาก พุธเช้า ข่าว สพฐ.และหารือข้อราชการ ดังนี้ 1. การเสนอของบแลกเป้า

2. การดำเนินงานตามตัวชี้วัด 15 จุดเน้นของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 34

3. การสร้างเครือข่ายการพัฒนาโรงเรียน ตามแนวทาง Benchmark

4. การประชุมผู้อำนวยการโรงเรียน ในวันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2561 ณ โรงเรียนปางมะผ้าพิทยาสรรพ์ อำเภอปางมะผ้า จังหวัดแม่ฮ่องสอน

5. กลไกการขับเคลื่อน การสร้างการรับรู้ทั่วถึงทั้งองค์กร

6. การกำหนดตัวชี้วัดการปฏิบัติงานของบุคลากรทุกระดับ

7. การพัฒนาคุณภาพนักเรียนเป็นรายบุคคล

8. การใช้ห้องเรียนเป็นฐานการพัฒนาคุณภาพ

9. การใช้โรงเรียนเป็นฐานการสนับสนุน

10. การใช้เขตพื้นที่เป็นหน่วยขับเคลื่อนความสำเร็จทุกมิติ

11. การให้อำนาจการตัดสินใจอยู่ที่หน้างานของหน่วยปฏิบัติทุกระดับ (ห้องเรียน โรงเรียน เขตพื้นที่ กลุ่มจังหวัด ภาค)

12. การพัฒนาโรงเรียน ตามแนวทาง Benchmark และ PLC

13. ฯลฯ

ทั้งนี้ รองผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 34 ผู้อำนวยการกลุ่ม ผู้อำนวยการหน่วยตรวจสอบภายใน ได้รายงานผลการปฏิบัติงานตามภารกิจหน้าที่ความรับผิดชอบทีผ่านมาให้ที่ประชุมได้รับทราบ

15 กุมภาพันธ์ 2561

ขอบคุณแหล่งข้อมูล: สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ

ประชาสัมพันธ์ สพฐ. ๑๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๑

ดร.ไพศาล ปันแดน ผอ.สพป.สุพรรณบุรี เขต 3 พร้อมคณะ รับชมการประชุมทางไกล การขยายผลการศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียม (DLTV) สำหรับโรงเรียนสาขา

1049796.JPG

15 กุมภาพันธ์ 2561 ดร.ไพศาล ปันแดน ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสุพรรณบุรี เขต 3 พร้อมคณะ รับชมการประชุมทางไกล ด้วยระบบวีดีโอคอนเฟอเรนซ์ เรื่อง การขยายผลการศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียม (DLTV) สำหรับโรงเรียนสาขา และระบบผลิตพลังงานไฟฟ้าจากแสงอาทิตย์ของโรงเรียนในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน การประชุมเพื่อชี้แจงการดำเนินงาน การขอรับการสนับสนุนงบประมาณ เกี่ยวกับ 1) อุปกรณ์รับสัญญาณการศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียม (DLTV) สำหรับโรงเรียนสาขา 2) การซ่อมแซมอุปกรณ์รับสัญญาณการศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียม (DLTV) ของโรงเรียนในโครงการขยายผลการศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียม ปีงบประมาณ 2557 3) การซ่อมแซมและการขอติดตั้งระบบผลิตพลังงานไฟฟ้าจากแสงอาทิตย์ (Solar cell) และเครื่องปั่นไฟ 4) การปรับปรุงอุปกรณ์สำหรับโรงเรียนที่มีปัญหาระบบไฟฟ้า 5) งบประมาณสำหรับการจัดให้มีเครือข่ายอินเทอร์เน็ตของโรงเรียนที่ไม่มีสัญญาณอินเทอร์เน็ตเข้าถึง และ 6) งบประมาณสำหรับการปรับปรุงระบบเครือข่ายภายใน สำหรับโรงเรียนที่ใช้เครือข่าย UniNet

สพป.ฉะเชิงเทรา เขต ๒ ดำเนินโครงการเตรียมความพร้อมและพัฒนาอย่างเข้ม สำหรับฝึกอบรมครูผู้ช่วย สู่การเป็นครูมืออาชีพในประชาคมอาเซียน

1049637.JPG

วันที่ ๑๔ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๑ เวลา ๐๙.๐๐ น. นายจักรพงษ์ แซ่คู รองผอ.สพป.ฉะเชิงเทรา เขต ๒ เป็นประธานพิธีเปิดโครงการเตรียมความพร้อมและพัฒนาอย่างเข้ม สำหรับฝึกอบรมครูผู้ช่วย สู่การเป็นครูมืออาชีพในประชาคมอาเซียน โดยมีนายนำพล รมพิพัฒน์ นักทรัพยากรบุคคลชำนาญการพิเศษ ปฏิบัติหน้าที่แทนผู้อำนวยการกลุ่มพัฒนาครูและบุคลากรทางการศึกษา เป็นผู้กล่าวรายงานวัตถุประสงค์เพื่อให้ครูผู้ช่วย มีความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับการปฏิบัติงาน ระเบียบวินัย การรักษาวินัย และนำความรู้ที่ได้รับไปพัฒนาการจัดการเรียนการสอน ประจำปีงบประมาณ ๒๕๖๑ หลักสูตรการอบรม จำนวน ๔ ครั้ง ครั้งที่ ๑ วันที่ ๑๔ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๑ มีผู้เข้ารับการอบรมจำนวน ๔๓ คน ซึ่งได้รับเกียรติจากนายประสาร เศวตสุพร กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ในคณะกรรมการติดตาม ตรวจสอบ ประเมินผล และนิเทศการศึกษาของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาฉะเชิงเทรา เขต ๒ เป็นวิทยากรให้ความรู้ในครั้งนี้ ณ ห้องประชุม ๑ สพป.ฉะเชิงเทรา เขต ๒ /ปรียาภรณ์ โอสถานนท์ นักประชาสัมพันธ์ชำนาญการพิเศษ ภาพ/ข่าว

เด็กเก่งเลย 2 งานศิลปห้ตถกรรมนักเรียน ครั้งที่ 67 ปีการศึกษา 2560

1049801.jpg

สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเลย เขต 2 ขอนำเสนอผลงานแห่งความภาคภูมิใจของนักเรียนในสังกัด งานศิลปหัตถกรรมนักเรียนระดับชาติ ครั้งที่ 67 ประจำปีการศึกษา 2560 ณ ธรรมศาสตร์ศูนย์รังสิต ดังนี้

1. การประกวดมารยาทงามอย่างไทย ประเภทนักเรียนที่มีความบกพร่องทางการได้ยิน ระดับชั้น ป.1-6 เด็กหญิงไอญฎา ขุนทิพย์ และ เด็กชายกิตติพงษ์ ปาคา โรงเรียนบ้านเอราวัณ

2. การประกวดขับขานประสานเสียง ระดับชั้น ป.1-6 ร.ร.วรราชวิทยา รางวัลเหรียญทอง 5 รายการ

1.เหรียญทอง อันดับ 4 การแข่งขันคิดเลขเร็ว ม.1-3 ร.ร.บ้านเพิ่ม

2.เหรียญทอง อันดับ 4 การแข่งขันวาดภาพระบายสี นร.บกพร่องทางร่างกาย ม.1-3 ร.ร.บ้านท่าช้างคล้องฯ

3.เหรียญทอง อันดับ 4 การวาดภาพ โปรแกรม Paint นร. บกพร่องทางสติปัญญา ป.1-6 ร.ร.บ้านโนนสวรรค์

การแข่งขันขับร้องเพลงไทยลูกทุ่ง ประเภทหญิง ม.1-3 ร.ร.บ้านห้วยส้ม

5. เหรียญทองอันดับ 8 การแข่งขันการสร้างเกมสร้างสรรค์จากคอมพิวเตอร์ ม.1-3 ร.ร.บ้านโคกขมิ้น เหรียญเงิน

การประกวดผลงานสิ่งประดิษฐ์ทางวิทยาศาสตร์ ป.4-6 ร.ร.บ้านซำนกจิบ เหรียญทองแดง 2 รายการ

1. การแข่งขันกวีเยาวชนคนรุ่นใหม่ กลอนสี่ ป.4-6 ร.ร. วรราชวิทยา

2.การประกวดโครงงานวิทยาศาสตร์ ประเภทสิ่งประดิษฐ์ ป.4-6 ร.ร.บ้านซำนกจิบ

15 กุมภาพันธ์ 2561

ขอบคุณแหล่งข้อมูล: สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ

รวบรวมข่าว สพฐ. ในวันที่ ๑๐ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๑

++ แม่ฮ่องสอน เขต 1 ร่วมสัมมนา ผอ.สพป.ทั่วประเทศ 1/2561 ++

1047962.jpg

<< ท่านผอ.อุทัย กาญจนะ ผอ.สพป.แม่ฮ่องสอน เขต 1 มอหมายให้ท่านรอง

สุภาพ กาวิ รองผอ.สพป.แม่ฮ่องสอน เขต 1 เข้าร่วมประชุมสัมมนา ผอ.สพป.ทั่วประเทศ ครั้งที่1/2561 ระหว่างวันที่ 8-10 กุมภาพันธ์ 2561 ณ หอประชุม สพป.นครราชสีมา เขต 4 เพื่อรับนโยบายในการพัฒนาคุณภาพการศึกษาจาก สพฐ. ซึ่งเมื่อก่อนเป็นระบบแบบบนลงล่าง กว่านโยบายจะลงไปถึงครูและนักเรียนก็ใช้เวลานาน ขณะที่ปัจจุบันเราได้รับรู้ข้อมูลเกือบจะตลอดเวลา การประชุมบ่อยครั้งก็จะลดจำนวนไป แต่ถึงแม้จะได้รับข้อมูลข่าวสารที่รวดเร็ว ก็อาจจะเข้าใจได้ไม่ตรงกันหรือไม่ชัดเจนเท่ากับได้รับข้อมูลงานจากสภาพที่เป็นจริง ซึ่งเจตนารมณ์ในบางเรื่องที่สำคัญต่อการปฏิบัติ หากได้ประชุมทำความเข้าใจพร้อมหน้ากันก็จะสามารถถ่ายทอดโดยตรงได้ดีกว่า โดยดร.บุญรักษ์ ยอดเพชร เลขาธิการ กพฐ. ให้เกียรติเป็นประธานในพิธีเปิดการประชุมสัมมนา ++++ >>ธีรธิดา พรหมมาแบน ข่าว//

สพป.พิษณุโลก เขต 3 รับโล่เชิดชูเกียรติจัดกิจกรรมลูกเสือดีเด่น

1047980.jpg

ดร.วิเชียร ทรงศรี ผอ.สพป.พิษณุโลก เขต 3 รับโล่เชิดชูเกียรติสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาที่จัดกิจกรรมลูกเสือดีเด่น ประจำปีงบประมาณ 2560 จาก สพฐ. ในวันประชุมผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาทั่วประเทศครั้งที่ 1/2561 ณ หอประชุม สพป.นครราชสีมา เขต 4 ซึ่ง สพฐ. ดำเนินการคัดเลือก สพท.ที่จัดกิจกรรมลูกเสือดีเด่น ประจำปีงบประมาณ 2560 โดยมีวัตถุประสงค์ที่สำคัญคือ การยกย่อง ชมเชย สพท. ที่ตั้งใจพัฒนางานลูกเสือจนเป็นที่ประจักษ์ ตลอดจนเป็นขวัญกำลังใจและให้เกียรติแก่ผู้บริหาร สพท. ข้าราชการในสังกัด ครู-อาจารย์ และผู้มีส่วนเกี่ยวข้องที่ช่วยกันส่งเสริมสนับสนุนกิจการลูกเสือให้เจริญก้าวหน้า จากการดำเนินงานกิจกรรมลูกเสือที่หลากหลาย มีคุณภาพ มีประโยชน์ เป็นไปตามแผนปฏิบัติการประจำปี และวัตถุประสงค์ของคณะลูกเสือแห่งชาติ จึงส่งผลให้ สพป.พิษณุโลก เขต 3 ได้รับรางวัล “สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาที่จัดกิจกรรมลูกเสือดีเด่น”

ภาพข่าวประชาสัมพันธ์ โดย ปาริชาติ ทองแท้

ประธานสหวิทยาเขตกำแพง สพม.28 รับมอบสื่อ ห้องสมุด และเปิดศูนย์ฝึกฝนเรียนรู้การสอนภาษาจีนกลาง และศูนย์เผยแพร่ภาษาและวัฒนธรรมจีนอันดีงามในต่างประเทศ

1048009.jpg

วันศุกร์ที่ 9 กุมภาพันธ์ 2561 นายวิเชียร บุญมาก ผู้อำนวยการ โรงเรียนห้วยทับทันวิทยาคม ในนาม ประธานสหวิทยาเขตกำแพง สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 28 ให้เกียรติเป็นประธาน รับมอบหนังสือเรียน และเครื่องฉาย (Projector) พร้อมจอภาพ (Projection Screen) ในพิธีเปิด “ห้องสมุดภาษาจีน ศูนย์ฝึกฝนเรียนรู้การสอนภาษาจีนกลาง ศูนย์เผยแพร่ภาษาและวัฒนธรรมจีนอันดีงาม ในต่างประเทศ” ที่โรงเรียนโรงเรียนทุ่งไชยพิทยา รัชมังคลาภิเษก ซึ่งได้รับมอบจากมหาวิทยาลัยฮว๋าเฉียว ประเทศจีน อันเป็นการสนับสนุนต่อเนื่อง ที่เกิดจากการจัดค่ายภาษาและวัฒนธรรมจีนฯ ด้วยความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาฮว๋าเฉียว ประเทศจีน กับโรงเรียนทุ่งไชยพิทยา รัชมังคลาภิเษก ตั้งแต่ปี 2558 เป็นต้นมา ในการนี้ นายวีระศักดิ์ จันทะรัตน์ ผู้อำนวยการโรงเรียนทุ่งไชยพิทยา รัชมังคลาภิเษก นายบุญชิต คุณมาศ รองผู้อำนวยการ พร้อมด้วยคณะครู – นักเรียน ได้ร่วมเป็นเกียรติในพิธีนี้ด้วย นับว่าเป็นก้าวสำคัญอีกก้าวหนึ่ง ในการร่วมกันพัฒนา และส่งเสริมการเรียนการสอนภาษาจีน ให้มีคุณภาพมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ ยังเป็นการดำเนินงานที่สอดรับกับนโยบายการศึกษา ไทยแลนด์ 4.0 และเตรียมพร้อมรับมือกับความเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้น ตามนโยบายเส้นทางสายไหม (One belt One road) อีกด้วย วุฒิศักดิ์ สุภิษะ..ภาพ / ข่าว

10 กุมภาพันธ์ 2561

ขอบคุณแหล่งข้อมูล: สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ

ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงศึกษาธิการตรวจเยี่ยมโรงเรียนบ้านทรายมูล สังกัดสพป.เชียงใหม่ เขต ๔

1040463.JPG

วันที่ 24 มกราคม 2561เวลา09.30 น. รองศาสตราจารย์ นายแพทย์โศภณ นภาธร ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงศึกษาธิการ พร้อมด้วย นายสมเกียรติ สรรคพงษ์ ที่ปรึกษา สพฐ.ด้านเทคโนโลยีเพื่อการเรียนการสอน และ รศ.ดร.สมศักดิ์ มิตะถา ผอ.สำนักงานบริหารเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อพัฒนาการศึกษา สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา นำคณะ เดินทางมาตรวจเยี่ยมโรงเรียนบ้านทรายมูล อำเภอหางดง จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อติดตามการบริหารจัดการเครือข่ายอินเทอร์เน็ตโรงเรียน พร้อมนี้ ได้เดินทางมาตรวจเยี่ยม ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศ สพป.เชียงใหม่ เขต 4 ในการนี้ นายกิตติภัช กนกธาดาสกุล ผอ.สพป.เชียงใหม่ เขต 4 ได้มอบหมายให้ นาย ไพโรจน์ เดชะบุญ รอง ผอ.สพป.เชียงใหม่ เขต 4 ปฏิบัติราชการแทน นำคณะประกอบด้วย นางนารี โนภีระ ผอ.โรงเรียนบ้านทรายมูล นางเบญจมาภรณ์ พัฒนพงศา ผอ.กลุ่มนโยบายและแผน นายทิพากร ศิริพัฒนพงศ์ ผอ.กลุ่มส่งเสริมการศึกษาทางไกล เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร พร้อมด้วย คณะผู้บริหารโรงเรียน ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา คณะครู นักเรียนโรงเรียนบ้านทรายมูล ร่วมให้การต้อนรับ และอำนวยความสะดวกในการตรวจเยี่ยม ภาพ/ข่าว กลุ่มงานประชาสัมพันธ์ สพป.เชียงใหม่ เขต 4https://www.facebook.com/p.pongthanakom/media_set?set=a.149549992418450.1073742018.100020903514052&type=3&pnref=story

25 มกราคม 2561

ขอบคุณแหล่งข้อมูล: สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ

สพป.ชุมพร เขต ๑ รวมพลังยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนกลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์และวิทยาศาตร์ ตามแนวทาง สสวท. โดยใช้กิจกรรมเป็นฐาน

1034519.JPG

วันที่ 14 มกราคม 2561 เวลา 09.00 น. ณ โรงแรมมรกต ทวิน อำเภอเมือง จังหวัดชุมพร นางสาวพนอ ทิพย์พิมลรัตน์ ผอ.สพป.ชุมพร เขต 1 เป็นประธาน/บรรยายพิเศษ ในการประชุมเชิงปฏิบัติการยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนกลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์ ตามแนวทาง สสวท. โดยใช้กิจกรรมเป็นฐาน โดยมี นางชมัยพร รัตนพรหม ปฏิบัติหน้าที่ ผอ.กลุ่มนิเทศติดตามและประเมินผลการจัดการศึกษา ซึ่งการประชุมในครั้งนี้ สพป.ชุมพร เขต 1 ได้ตระหนักในความสำคัญ จึงเตรียมความพร้อมให้กับนักเรียน ครู ในสังกัด ให้สามารถนำแนวทางการจัดกิจกรรมของ สสวท. ไปใช้ในการจัดการเรียนการสอน เพื่อส่งผลต่อการยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยมีคุณครูกลุ่มเป้าหมาย กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ และวิทยาศาสตร์ รวมทั้งสิ้น จำนวน 223 คน ประกอบด้วยกลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ ระดับ ชั้น ป.6 จำนวน 75 คน, กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ ระดับ ชั้น ป.6 จำนวน 70 คน, กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ ระดับชั้น ม.3 จำนวน 38 คน และ กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ ระดับชั้น ป.3 จำนวน 40 คน

ภาพ/วิภารัตน์ กวาวหนึ่ง

ข่าว/นิตา คุณวุฒิ

14 มกราคม 2561

ขอบคุณแหล่งข้อมูล: สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ

การประชุมติดตามการใช้อินเทอร์เน็ตของสถานศึกษาในสังกัด

1029968.JPG

เวลา 11.00 น. ห้องประชุมชั้น 2 สพป.นครปฐม เขต 1 นายไพฑูรย์ อรุณศรีประดิษฐ์ ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครปฐม เขต 1 เป็นประธานประชุมคณะกรรมการติดตามการใช้อินเทอร์เน็ตของสถานศึกษา สืบเนื่องจาก กระทรวงศึกษาธิการ มีนโยบายเร่งด่วน ที่จะดำเนินการปรับปรุง พัฒนา ระบบอินเทอร์เน็ตของสถานศึกษาในสังกัด ให้สามารถจัดการเรียนการสอนได้อย่างมีประสิทธิภาพ และทั่วถึงทุกพื้นที่ โดยให้สถานศึกษาสามารถเลือกใช้บริการอินเทอร์เน็ตที่มีความเหมาะสม ตรงกับความต้องการของสถานศึกษา แล้วเสร็จตามที่กระทรวงศึกษาธิการกำหนด และตามข้อสั่งการของ เลขาธิการ กพฐ.ในคราวประชุมConference เมื่อวันที่ 22 ธ.ค.2560 ที่ผ่านมาโดยให้ สพท.ดำเนินการแต่งตั้งคณะกรรมการติดตามการใช้อินเทอร์เน็ตของสถานศึกษาในสังกัด สพป.นครปฐม เขต 1 จึงดำเนินการแต่งตั้งคณะกรรมการดังกล่าวพร้อมทั้งประชุมชี้แจงบทบาทหน้าที่คณะกรรมการฯ ให้รับทราบพร้อมปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มความสามารถ ภาพ https://www.facebook.com/esanpt1/

http://www.pathomnakhon.org/area1

03 มกราคม 2561

ขอบคุณแหล่งข้อมูล: สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ

รวมข่าวการศึกษาสพฐ. วันที่ ๒๖ ธันวาคม ๒๕๖๐

สพป. ฉะเชิงเทรา เขต ๒ ประชุมคณะกรรมการติดตาม ตรวจสอบ ประเมินผลและนิเทศการศึกษา

1027474.JPG

วันที่ ๒๖ ธันวาคม ๒๕๖๐ เวลา ๐๙.๐๐ น. นายวิสูตร เจริญวงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาฉะเชิงเทรา เขต ๒ เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการติดตาม ตรวจสอบ ประเมินผล และนิเทศการศึกษา ของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาฉะเชิงเทรา เขต ๒ เพื่อรายงานผลการคัดเลือกตัวแทนนักเรียนไปเข้าร่วมการแข่งขันศิลปหัตถกรรมนักเรียนระดับภาคกลางและภาคตะวันออก ครั้งที่ ๖๗ ปีการศึกษา ๒๕๖๐ ในระหว่างวันที่ ๔ -๖ มกราคม ๒๕๖๑ ณ จังหวัดนครนายก การกำหนดกรอบแนวทางการประเมินคุณภาพภายนอกรอบสี่ (พ.ศ. ๒๕๕๙ – ๒๕๖๓) การร่างแผนยุทธศาสตร์พัฒนาการเขียน และการพัฒนาการจัดการเรียนการสอนโรงเรียนในสังกัด ผู้เข้าร่วมประชุมประกอบด้วย รองผอ.สพป.ฉะเชิงเทรา เขต ๒ ศึกษานิเทศก์ สพป.ฉะเชิงเทรา เขต ๒ ณ ห้องประชุมพุทธโสธร สพป.ฉะเชิงเทรา เขต ๒

/ปรียาภรณ์ โอสถานนท์ นักประชาสัมพันธ์ชำนาญการ ภาพ/ข่าว

สพป.สิงห์บุรี ขับเคลื่อนและมอบนโยบายการบริหารการจัดการศึกษา แก่ผู้บริหารสถานศึกษา

1027860.jpg

สพป.สิงห์บุรี ประชุมผู้บริหารสถานศึกษา เพื่อขับเคลื่อนและมอบนโยบายการบริหารการจัดการศึกษา สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสิงห์บุรี จัดประชุมผู้บริหารสถานศึกษา เพื่อขับเคลื่อนและมอบนโยบายการบริหารการจัดการศึกษา ก่อนเข้าวาระประชุมรับชม VTR การรายผลการดำเนินงาน สพป.สิงห์บุรี กิจกรรมแสดงความจงรักภักดีต่อสถาบัน ถวายความเคารพ หน้าพระบรมฉายาลักษณ์สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวิชราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร กล่าวคำปฏิญาณข้าราชการ สพป.สิงห์บุรี กิจกรรมยกยกเชิดชูเกียรติ เพื่อสร้างขวัญและกำลังใจในการปฏิบัติงาน การมอบประกาศนียบัตรการคัดเลือกผู้บังคับบัญชาลูกเสือดีเด่น ประจำปี 2559 (จำนวน 4 รางวัล) ดร.พิเชฐร์ วันทอง ผอ.สพป.สิงห์บุรี นำเสนอจุดเน้นแนวทางการปฏิบัติงานสำคัญ การประชุม เพื่อขับเคลื่อนและมอบนโยบายการจัดการศึกษา สพป.สิงห์บุรี เมื่อ วันจันทร์ ที่ 25 ธันวาคม 2560 ณ ห้องประชุมขุนสรรค์พันเรือง ชั้น 5 ศาลากลางจังหวัดสิงห์บุรี

สพป.นศ.๑ ประชุมสัมมนาผู้บริหารในสังกัดมอบนโยบาย

1028376.jpg

วันที่ ๒๖ ธันวาคม ๒๕๖๐ ณ ห้องประชุมโรงแรมราวดี สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครศรีธรรมราช เขต ๑ ประชุมสัมมนาการนำนโยบายสู่การปฏิบัติสำหรับผู้บริหารสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ศึกษานิเทศก์และผู้อำนวยการโรงเรียนในสังกัดเพื่อพัฒนาคุณภาพผู้เรียนและยกระดับผลสัมฤทธิ์ผู้เรียน นายเสนอ ทองจีน ผอ.สพป.นครศรีธรรมราช เขต ๑ เป็นประธานเปิดการประชุมสัมมนา และนายเจิดศักดิ์ ภูชงค์ รอง.ผอ.สพป.นครศรีธรรมราช เขต ๑ พูดคุยการติดตามการเบิกจ่ายงบประมาณ ปีงบประมาณ ๒๕๖๐และปีงบประมาณ ๒๕๖๑ นางกฤษณา ชั้นแก้ว ผู้อำนวยการหน่วยตรวจสอบภายในซ้อมความเข้าใจในการรายงานข้อมูลทางการเงินและนายอนุรักษ์ รักทอง รอง.ผอ.สพป.นครศรีธรรมราช เขต ๑ พูดคุยสรุปผลการแข่งขันงานศิลปหัตถกรรมนักเรียนภาคใต้ ครั้งที่ ๖๗ และสรุปตัวแทนเข้าแข่งขันงานศิลปหัตถกรรมนักเรียนระดับชาติในวันที่ ๑๑-๑๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๑ สำหรับภาคบ่ายแบ่งกลุ่มเครือข่ายจัดทำโครงการเพื่อยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน NT, O-net// สุภาพร ดาราจิตร ภาพ/จรวยพร อัตปัญญา รายงาน

26 ธันวาคม 2560

ขอบคุณแหล่งข้อมูล: สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ

ลงโทษนักเรียน นักศึกษา อย่างไรจึงจะไม่ถูกผู้ปกครองฟ้องร้องความผิด

1021989.jpg

ลงโทษนักเรียน นักศึกษาอย่างไร

จึงจะไม่ถูกผู้ปกครองฟ้องร้องความผิด

ดร.ถวิล อรัญเวศ

รอง ผอ.สพป.นครราชสีมา เขต 4 ทุกวันนี้มักจะมีข่าวจากวิทยุโทรทัศน์และหนังสือพิมพ์กรณีที่ครูลงโทษนักเรียนเกินกว่าเหตุจน

ผู้ปกครองร้องเรียนผ่านสื่อต่างๆ เพื่อฟ้องร้องเอาความผิดกับครู จึงอยากจะนำเรื่องการลงโทษนักเรียนมาเล่าสู่กันฟัง

อย่างน้อยก็จะทำให้ครูเราได้ระมัดระวังสำหรับที่จะลงโทษนักเรียน ต้องลงโทษให้ถูกต้องกับระเบียบที่ได้เปลี่ยนแปลงไป

การลงโทษนักเรียนมีจุดประสงค์หลักเพื่อให้นักเรียนที่ถูกครูลงโทษต้องหลาบจำ และไม่ทำพฤติกรรมเช่นนั้นอีก

โดยต้องการให้มีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมไปในทางที่ถูกต้องดีงามตามที่สังคมกำหนด

แนวคิดของจุดประสงค์ของการลงโทษนักเรียนยังมีอยู่ถึงแม้ว่าจะมีวิธีการที่เปลี่ยนไป

แต่จุดประสงค์หลักยังไม่เปลี่ยนแปลง เพราะแนวคิดด้านการลงโทษนักเรียน

นักศึกษาได้พัฒนาไปมาก มีการศึกษาวิจัยถึงระดับปริญญาเอก โดยสาระสำคัญ

ต้องการให้การลงโทษเกิดประโยชน์กับสังคมและปัจเจกบุคคลมากที่สุด จะเห็นได้ว่า

ได้มีการปรับเปลี่ยนวิธีการลงโทษจากวิธีที่ใช้การเฆี่ยนตี ซึ่งเชื่อกันว่าเป็นการทำร้ายร่างกายและจิตใจ

ทำให้นักเรียนเก็บกดกลายมาเป็นการแก้ไขพฤติกรรม และการจำกัด หรือกักขัง ไม่ให้สร้าง

ความเดือดร้อนให้กับสังคมหรือผู้อื่น หรือการตัดคะแนนความประพฤติแทนการเฆี่ยนตี ซึ่งเป็นแนวคิดของ

นักการศึกษาและนักจิตวิทยา การลงโทษนักเรียนนักศึกษา แนวคิดการลงโทษเป็นความจำเป็นในการสร้างคนให้มีคุณภาพ ถึงกับมีคำกล่าวว่า

“รักวัวให้ผูก รักลูกให้ตี” และเมื่อเอ่ยถึงคำว่า “ไม้เรียว” เชื่อว่าใครหลายๆ คนที่มีตำแหน่งหน้าที่การงานระดับสูง

หรือ เป็นเพียงพนักงานธรรมดา ๆ ก็คงจะเคยผ่านการอบรมบ่มเพาะจากโรงเรียน หรือสถาบันการศึกษามาอย่างเข้มข้นคง

ได้เคยสัมผัสและรู้จักรสชาติของไม้เรียวแล้วบ้างโดยเฉพาะคนรุ่นก่อนๆ

ถ้ามองย้อนกลับไปถึงนัยของการทำโทษนักเรียนนักศึกษาในอดีต ดูเหมือนจะถูกทำโทษด้วยไม้เรียวกันเป็นประจำจนเป็นเรื่องปกติ

และเมื่อมีงานเลี้ยงรุ่นของบรรดาศิษย์เก่าของโรงเรียนต่างๆ ที่มารวมตัวกันต่างนำเรื่องการโดนไม้เรียวหรือการทำโทษต่างๆ เช่น เดินเป็ด

ขนมจีบ สองเกลียวบิดพุง คาบไม้บรรทัด ขว้างด้วยแปลงลบกระดาน วิ่งรอบสนาม ให้ล้างส้วม ให้ทำงานหนักอื่น ๆ และที่หนักมากที่สุดคือ

การเฆี่ยนตีหน้าเสาธง หรือหน้าชั้นเรียน เรื่องการลงโทษและถูกทำโทษด้วยวิธีแปลกๆ นี้เมื่อเวลาผ่านไป ได้ถูกนำมาพูดกันอย่างสนุกสนาน ยิ่งถ้าครูคนไหนดุ

หรือทำโทษบ่อยมากๆ ก็จะเป็นที่จดจำของบรรดาลูกศิษย์ ซึ่งอาจเป็นทั้งที่รักและที่เกลียดชังด้วยก็มี การทำโทษด้วยการใช้ไม้เรียวเฆี่ยน ตี

หรือ การทำโทษด้วยวิธีการต่าง ๆ ที่เกิดเป็นความบอบช้ำไม่เฉพาะด้านร่างกายเท่านั้นยังส่งผลต่อด้านจิตใจของนักเรียนและผู้ปกครองอีกด้วย

จึงมีคำถามตามมาว่าครูควร ลงโทษแบบไหน ถึงจะเรียกว่าอยู่ในระดับที่เหมาะสม คำตอบที่น่าจะเป็นไปได้มากที่สุดก็คือ

ครูควรมีจิตสำนึกของความเป็นครูอันเป็นแนวคิดพื้นฐานที่ครูควรตระหนัก เพราะหากมีการทำโทษด้วยจิตสำนึกดังกล่าว

ถึงแม้ว่าจะออกมาในรูปแบบของการ เฆี่ยนตี แต่ก็ด้วยความมุ่งหมายที่ต้องการให้ผู้เรียนเข็ดหลาบ หรือหลาบจำ

ไม่ต้องการให้มีพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์เช่นนั้นอีก นักเรียนหรือผู้ปกครองอาจจะยอมรับได้ยกเว้นการเฆี่ยนตี

เกินกว่าเหตุใช้อารมณ์โกรธ หรือมีอารมณ์โกรธมาจากเรื่องอื่นแต่มาลงกับนักเรียนก็คงจะ

ไม่เหมาะสม ปัจจุบันจิตสำนึกของครู (บางคน) ขาดหายไปจึงเกิดกรณีเป็นข่าวในเรื่องการทำโทษนักเรียนหรือ

นักศึกษาจนเกินกว่าเหตุ และเมื่อพิจารณาแล้วการทำโทษในบางครั้งแทบจะไม่มีเยื่อใยความผูกพันระหว่าง

ความเป็นครูกับศิษย์ให้เห็นเลย ฉะนั้น จึงเป็นปัญหาตามมา และทำให้มีการร้องเรียนครูถึงกับต้องถูกลงโทษ

ทางวินัย หรือให้ย้ายครูคนนั้นออกจากโรงเรียนก็มี ลงโทษนักเรียนอย่างไรจึงจะไม่ถูกผู้ปกครองฟ้องร้องความผิด

การลงโทษนักเรียนนักศึกษาที่จะพ้นผิดหรือจะไม่ถูกผู้ปกครองฟ้องร้องความผิด ครูต้องลงโทษ

ตามระเบียบกระทรวงศึกษาธิการว่าด้วยการลงโทษนักเรียนนักศึกษา

ระเบียบกระทรวงศึกษาธิการว่าด้วยการลงโทษนักเรียนและนักศึกษา พ.ศ. 2548

ได้กำหนดวิธีการลงโทษไว้ซึ่งจะนำมากล่าวถึงในประเด็นที่เป็นสาระสำคัญดังนี้ ข้อ 4. …“การลงโทษ” หมายความว่า การลงโทษนักเรียนหรือนักศึกษาที่กระทำความผิด

โดยมีความมุ่งหมายเพื่อการอบรมสั่งสอน

ข้อ 5 โทษที่จะลงโทษแก่นักเรียนหรือนักศึกษาที่กระทำความผิด มี 4 สถาน ดังนี้

1. ว่ากล่าวตักเตือน

2. ทำทัณฑ์บน

3. ตัดคะแนนความประพฤติ

4. ทำกิจกรรมเพื่อให้ปรับเปลี่ยนพฤติกรรม

ข้อ 6 ห้ามลงโทษนักเรียนและนักศึกษาด้วยวิธีรุนแรง หรือแบบกลั่นแกล้ง หรือลงโทษด้วยความโกรธ

หรือด้วยความพยาบาท โดยให้คำนึงถึงอายุของนักเรียนหรือนักศึกษา และความร้ายแรงของพฤติการณ์ประกอบ

การลงโทษด้วย

การลงโทษนักเรียนหรือนักศึกษาให้เป็นไปเพื่อเจตนาที่จะแก้นิสัยและความประพฤติไม่ดีของนักเรียนหรือนักศึกษา

ให้รู้สำนึกในความผิดและกลับมาประพฤติตนตนในทางที่ดีต่อไป ให้ผู้บริหารโรงเรียน หรือผู้ที่ผู้บริหารโรงเรียนมอบหมาย

เป็นผู้มีอำนาจในการลงโทษ นักเรียนนักศึกษา

ข้อ 7. การว่ากล่าวตักเตือน ใช้ในกรณีนักเรียนหรือนักศึกษากระทำความผิดไม่ร้ายแรง

ข้อ 8. การทำทัณฑ์บน ใช้ในกรณีนักเรียนหรือนักศึกษาที่ประพฤติตนไม่เหมาะสมกับสภาพนักเรียนหรือนักศึกษา

ตามกฎกระทรวงว่าด้วยความประพฤตินักเรียนและนักศึกษา หรือกรณีทำให้เสื่อมเสียชื่อเสียงและเกียรติศักดิ์ของสถานศึกษา

หรือฝ่าฝืนระเบียบของสถานศึกษา หรือได้รับโทษว่ากล่าวตักเตือนแล้ว แต่ยังไม่เข็ดหลาบ

การทำทัณฑ์บน ให้ทำเป็นหนังสือ และเชิญบิดามารดาหรือผู้ปกครองมาบันทึกรับทราบความผิดและรับรองการทำทัณฑ์บน ไว้ด้วย ข้อ 9. การตัดคะแนนความประพฤติ ให้เป็นไปตามระเบียบปฏิบัติว่าด้วยการตัดคะแนนความประพฤตินักเรียนและนักศึกษาของแต่ละสถานศึกษากำหนด

และให้ทำบันทึกข้อมูลไว้เป็นหลักฐาน ข้อ 10 การทำกิจกรรมเพื่อให้ปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ใช้ในกรณีที่นักเรียนและนักศึกษากระทำความผิดที่สมควรต้องปรับเปลี่ยนพฤติกรรม

การจัดกิจกรรมให้เป็นไปตามแนวทางที่กระทรวงศึกษาธิการกำหนด ซึ่งก่อนหน้าปี 2542 กระทรวงศึกษาธิการมีระเบียบลงโทษนักเรียน

ที่อนุญาตให้ครูใช้ไม้เรียวตีนักเรียนได้

หลังจากปี 2542 มีระเบียบลงโทษนักเรียน ห้ามลงโทษนักเรียนโดยการตี และล่าสุดจากระเบียบข้างต้นโดยปรับปรุงระเบียบกระทรวงศึกษาธิการ

ว่าด้วย เรื่องการลงโทษนักเรียนและนักศึกษา ประกาศ ณ วันที่ 18 มกราคม พ.ศ. 2548 กำหนดบทลงโทษไว้อย่างชัดเจน คือ ว่ากล่าวตักเตือน ทำทัณฑ์บน

ตัดคะแนนความประพฤติ และทำกิจกรรมเพื่อปรับพฤติกรรม เท่านั้น นั่นหมายความว่าครูไม่ควรลงโทษนักเรียนและนักศึกษา ด้วยวิธีการอื่นๆ

นอกเหนือจาก 4 มาตรการนี้ การลงโทษนักเรียนและนักศึกษาที่เหมาะสม

การลงโทษควรเป็นวิธีการสุดท้ายสำหรับครู/อาจารย์ที่จะพึงกระทำต่อผู้เรียน และการทำโทษต้องอยู่บนเจตนาของความต้องการ

แก้ไขพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมเท่านั้น การทำการบ้านผิด ตอบคำถามผิด หรือมีการเรียนที่ล่าช้า ไม่สมควรได้รับการลงโทษด้วยวิธีการที่รุนแรงมาก

อาจารย์หลายท่านได้แสนอความเห็นไว้ว่าในอดีตการทำการบ้านผิด ตอบคำถามผิด หรือการเรียนที่ล่าช้า จะถูกทำโทษจากครู/อาจารย์

อย่างรุนแรงด้วยการเฆี่ยน ตี หรือทำร้ายร่างกายด้วยวิธีการต่าง ๆ

การลงโทษที่เหมาะสมในยุคปัจจุบันจึงควรละเว้นการทำร้ายร่างการและจิตใจ วิธีการต่าง ๆ

ที่เกี่ยวกับการทำร้ายร่างกายอย่างสิ้นเชิง ความผิดต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นอันเป็นผลจากกระบวนการเรียนการสอนนั้น

ต้องได้รับการแก้ไขด้วยกระบวนการเรียนการสอนและการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนที่เหมาะสม

ถ้านักเรียนหรือนักศึกษาทำความผิดที่ไม่เกี่ยวข้องกับการเรียนการสอนและสมควรต้องได้รับการลงโทษ

ครู/อาจารย์ควรหลีกเลี่ยงความรับผิดชอบในการแก้ไขพฤติกรรมด้วยการทำร้าย ร่างกายหรือจิตใจ ด้วยประการทั้งปวง

เช่น การลงโทษด้วยการเฆี่ยน ตี หรือด่าว่าด้วยถ้อยคำที่กระทบความรู้สึกอย่างรุนแรง ครู/อาจารย์ควรให้ผู้ที่

มีหน้าที่รับผิดชอบโดยตรงดำเนินการจะดีกว่า เช่น พ่อแม่ ผู้ปกครอง หรือเจ้าหน้าที่บ้านเมืองจากหน่วยงานที่

รับผิดชอบในการแก้ไขความประพฤติของ เยาวชน หรือคนในสังคม ซึ่งเจ้าหน้าที่เหล่านั้นเป็นผู้มีความรู้ความเข้าใจ

และมีความชำนาญในกระบวนการและวิธีการลงโทษตามลักษณะของพฤติกรรมที่ควรได้รับ

การลงโทษ เพราะครู/อาจารย์ไม่ได้รับการฝึกอบรมหรือได้รับการสั่งสอน มาให้เป็นผู้พิจารณาโทษและลงโทษผู้เรียนอย่างเป็นระบบ

การตัดสินลงโทษของครูจึงมีความผิดพลาดได้ง่าย เพราะครูมักจะใช้อารมณ์ และความรู้สึกของตนเองตัดสินเป็นสำคัญ

ยิ่งถ้าครูเป็นผู้เกี่ยวข้องและมีส่วนกับการการทำผิดของผู้เรียนด้วยแล้ว ยิ่งทำให้ความเป็นธรรมและความชอบธรรมลดลงมาก

ครูควรหมดหน้าที่ลงโทษผู้เรียนด้วยการทำร้ายร่างกายและจิตใจของผู้เรียนอีกต่อไป สรุป

การลงโทษนักเรียน ก็เพื่ออบรมสั่งสอนหรือเพื่อให้นักเรียนที่ถูกครูลงโทษเข็ดหลาบ

ไม่ทำพฤติกรรมเช่นนั้นอีกต่อไป มีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมไปในทางที่ถูกต้องดีงามตามที่สังคมกำหนด

เป็นความจำเป็นในการสร้างคนให้มีคุณภาพ ครูควรจะลงโทษตามแนวทางระเบียบว่าด้วยการลงโทษนักเรียนที่ได้ปรับปรุงแก้ไข

ฉบับปัจจุบัน ปี 2548 โดยโทษที่จะลงโทษแก่นักเรียนหรือนักศึกษาที่กระทำความผิด มี 4 สถาน คือว่ากล่าวตักเตือน ทำทัณฑ์บน

ตัดคะแนนความประพฤติ ทำกิจกรรมเพื่อให้ปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ห้ามลงโทษนักเรียนและนักศึกษาด้วยวิธีรุนแรง

หรือแบบกลั่นแกล้ง หรือลงโทษด้วยความโกรธ หรือด้วยความพยาบาท โดยให้คำนึงถึงอายุของนักเรียนหรือนักศึกษา

และความร้ายแรงของพฤติการณ์ประกอบการลงโทษด้วย การลงโทษนักเรียนหรือนักศึกษาให้เป็นไปเพื่อเจตนาที่จะแก้นิสัยและความ

ประพฤติไม่ดีของนักเรียนหรือนักศึกษาให้รู้สำนึกในความผิด และกลับมาประพฤติตนในทางที่ดีต่อไป

ให้ผู้บริหารโรงเรียนหรือผู้อำนวยการสถานศึกษา หรือผู้ที่ผู้บริหารโรงเรียนหรือผู้อำนวยการสถานศึกษามอบหมาย

เป็นผู้มีอำนาจในการลงโทษนักเรียน นักศึกษา การว่ากล่าวตักเตือน ในกรณีนักเรียนหรือนักศึกษากระทำความผิดไม่ร้ายแรง

การทำทัณฑ์บนใช้ในกรณีนักเรียนหรือนักศึกษาที่ประพฤติตนไม่เหมาะสมกับสภาพ นักเรียนหรือนักศึกษา

ตามกฎกระทรวงว่าด้วยความประพฤตินักเรียนและนักศึกษา หรือกรณีทำให้เสื่อมเสียชื่อเสียงและเกียรติศักดิ์ของสถานศึกษา

หรือฝ่าฝืนระเบียบของสถานศึกษา หรือได้รับโทษว่ากล่าวตักเตือนแล้ว แต่ยังไม่เข็ดหลาบ

การทำทัณฑ์บนให้ทำเป็นหนังสือและเชิญบิดามารดาหรือผู้ปกครองมาบันทึกรับทราบความผิดและรับรองการทำทัณฑ์บน

ไว้ด้วย การตัดคะแนนความประพฤติ ให้เป็นไปตามระเบียบปฏิบัติว่าด้วยการตัดคะแนนความประพฤตินักเรียนและนักศึกษาของแต่ละสถานศึกษากำหนด

และให้ทำบันทึกข้อมูลไว้เป็นหลักฐาน ส่วนการทำกิจกรรมเพื่อให้ปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ใช้ในกรณีที่นักเรียนและนักศึกษากระทำความผิดที่สมควรต้องปรับเปลี่ยน พฤติกรรม การจัดกิจกรรมให้เป็นไปตามแนวทางที่กระทรวงศึกษาธิการกำหนด ก่อนปี 2542 กระทรวงศึกษาธิการมีระเบียบลงโทษนักเรียน ที่อนุญาตให้ครูใช้ไม้เรียวเฆี่ยนตีนักเรียนได้ (ไม่เกิน 6 ที ที่ก้น) หลังจากปี 2542 เป็นต้นมา ได้มีระเบียบลงโทษนักเรียน ห้ามลงโทษนักเรียนโดยการตี และล่าสุดจากระทรวงศึกษาธิการได้ออกระเบียบการลงโทษนักเรียนและนักศึกษา ประกาศ ณ วันที่ 18 มกราคม พ.ศ. 2548 กำหนดบทลงโทษไว้อย่างชัดเจน คือ ว่ากล่าวตักเตือน ทำทัณฑ์บน ตัดคะแนนความประพฤติ และทำกิจกรรมเพื่อปรับพฤติกรรมเท่านั้น นั่นหมายความว่าครูไม่ควรลงโทษนักเรียนและนักศึกษา ด้วยวิธีการอื่นๆ นอกเหนือจาก 4 มาตรการนี้ เพราะไม่เช่นนั้น อาจจะได้รับโทษหรือถูกฟ่องร้องกรณีลงโทษไม่ถูกระเบียบได้ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับโรงเรียนและผู้ปกครองว่าจะสร้างความเข้าอกเข้าใจกันได้เพียงไร จึงจะหาทางออกที่ดีงามได้ แต่ถ้าการลงโทษที่กระทำโดยยึดตามระเบียบกระทรวงศึกษาธิการที่แก้ไขเป็นปัจจุบันก็จะทำให้ผู้ปกครอง ไม่สามารถฟ้องร้องความผิดกับครูได้ หรือกรณีได้สร้างความเข้าใจอันดีงามระหว่างนักเรียนและผู้ปกครองแล้ว ผู้ปกครองอาจจะไม่ฟ้องร้องเอาผิดกับผู้บริหารและครูได้เพราะลงโทษด้วยเมตตาจิตหวังความดีงามของนักเรียนเป็นที่ตั้ง และการลงโทษที่ไม่เกินเหตุไม่เป็นอันตรายต่อร่างกายและจิตใจของนักเรียน หรือนักศึกษา……….. แหล่งข้อมูลเพิ่มเติม

12 ธันวาคม 2560

ขอบคุณแหล่งข้อมูล: สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ

ข่าว สพฐ. ๓ ธันวาคม ๒๕๖๐

สพป.ชุมพร เขต 1 จัดประชุมเชิงปฏิบัติการพัฒนาการศึกษาเพื่อยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน

1019333.JPG

เมื่อวันที่ 2 ธันวาคม 2560 เวลา 09.00 น. นางสาวพนอ ทิพย์พิมลรัตน์ ผอ.สพป.ชุมพร เขต 1 เป็นประธาน/บรรยายพิเศษในพิธีเปิดการประชุมเชิงปฏิบัติการพัฒนาการศึกษาเพื่อยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน โดยมี นางชมัยพร รัตนพรหม ปฏิบัติหน้าที่ ผอ.กลุ่มนิเทศติดตามและประเมินผลการจัดการศึกษา กล่าวรายงาน ณ ห้องปทุมทิพย์ โรงแรมมรกต อ.เมือง ่จ.ชุมพร

การประชุมในวันนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อ พัฒนาความรู้ความเข้าใจในการเลือกใช้เทคนิควิธีการจัดการเรียนรู้ของครูผู้สอนในสถานศึกษาที่จัดการศึกษาขั้นพื้นฐานทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ทุกระดับชั้น ให้ตอบสนองต่อการยกระดับคุณภาพผู้เรียนให้สอดคล้องตรงตามมาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัดในหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560) และเป็นพื้นฐานสำคัญในการจัดประสบการณ์สู่การเรียนรู้แบบ Active learning ตอบสนองการพัฒนาคุณภาพการศึกษาตามยุทธศาสตร์การพัฒนาประเทศไทย 4.0, เพื่อพัฒนาทักษะการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ของครูผู้สอนในสถานศึกษาที่จัดการศึกษาขั้นพื้นฐานทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ของครูผู้สอนในสถานศึกษาที่จัดการศึกษาขั้นพื้นฐานทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ทุกระดับชั้นให้สามารถพัฒนาเทคนิควิธีการจัดการเรียนรู้ที่ตอบสนองต่อการยกระดับคุณภาพผู้เรียนผ่านกระบวนการคิดขั้นพื้นฐานและการคิดขั้นสูง ด้วยการลงมือปฏิบัติจริง บรรลุผลตรงตามมาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัดในหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560), เพื่อเสริมสร้างเจตคติที่ดีของครูผู้สอนในสถานศึกษาที่จัดการศึกษาขั้นพื้นฐานทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ทุกระดับชั้น ในการเลือกใช้เทคนิควิธีการจัดการเรียนรู้ให้ตอบสนองต่อการยกระดับคุณภาพผู้เรียนให้เรียนรู้ได้ในระดับความสามารถแก้ปัญหา สร้างความรู้ได้ด้วยตนเอง เกิดการเรียนรู้แท้ มีความเข้าใจที่คงทน สอดคล้องตรงตามมาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัดในหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560) และเพื่อให้ครูผู้สอนในสถานศึกษาที่จัดการศึกษาขั้นพื้นฐานทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ทุกระดับชั้นในเขตพื้นที่ สร้างเครือข่ายการเรียนรู้ร่วมกันด้วยกระบวนการสร้างชุมชนการเรียนรู้ของครูมืออาชีพที่เหมาะสมในบริบทของตน ซึ่งผู้เข้าร่วมการอบรมในครั้งนี้ ประกอบด้วยครูผู้สอนสาระการเรียนรู้ จำนวน 350 คน และวิทยากรผู้ให้ความรู้ คือ อาจารย์ชลชาสน์ ศักดาลักษณ์ และ ดร.วารินท์พร ฟันเฟืองฟู

ภาพ/ข่าว วิภารัตน์ กวาวหนึ่ง

เลขาธิการ กพฐ. ผอ.สพม.34 ผอ.สถานศึกษา เฝ้ารับเสด็จสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี

1019063.jpg

วันที่ 30 พฤศจิกายน 2560 เวลา 12.22 น. สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนิน โดยเฮลิคอปเตอร์ พระที่นั่ง ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ จัดถวาย มายังโรงเรียนบ้านเลโคะ อำเภอสบเมย จังหวัดแม่ฮ่องสอน เพื่อทรงเปิดอาคารเรียนเฉลิมพระเกียรติฯ ที่มูลนิธิฮารนามซิงห์ฮารมันส์กอร์ สัจจา สร้างขึ้นเพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ในโอกาสที่ทรงเจริญพระชนมายุ 60 พรรษา โดยอาคารเรียนดังกล่าว เป็นอาคาร 2 ชั้น ขนาด 4 ห้องเรียน เพื่อรองรับการจัดการเรียนการสอนให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

โรงเรียนบ้านเลโคะ ตั้งขึ้นเมื่อปี 2518 เป็นโรงเรียนขยายโอกาสทางการศึกษาเพียงแห่งเดียวในตำบลสบเมย เปิดทำการสอนสอนตั้งแต่ชั้นเด็กเล็กถึงระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น มีนักเรียนในเขตพื้นที่บริการจากบ้านเลโคะ, บ้านห้วยน้ำใส, บ้านทิยาเพอ, บ้านกลอโคะ, บ้านแม่ลามา, บ้านทรายลือ และบ้านซื่อมื่อ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงรับโรงเรียนบ้านเลโคะ เข้าในโครงการพัฒนาเด็กและเยาวชนในถิ่นทุรกันดาร เมื่อปีการศึกษาที่ผ่านมา

โอกาสนี้ ดร.บุญรักษ์ ยอดเพชร เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน พร้อมด้วย ดร.สิทธิชัย มูลเขียน ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 34 ผู้อำนวยการโรงเรียนสบเมยวิทยาคม ผู้อำนวยการโรงเรียนขุนยวมวิทยา ผู้อำนวยการโรงเรียนปางมะผ้าพิทยาสรรพ์ ผู้อำนวยการโรงเรียนแม่ลาน้อยดรุณสิกข์ ผู้อำนวยการโรงเรียนเฉลิมรัชวิทยาคม ผู้อำนวยการโรงเรียนอมก๋อยวิทยาคม ผู้อำนวยการโรงเรียนแม่ตื่นวิทยาคม ผู้อำนวยการโรงเรียนแม่สะเรียง”บริพัตรศึกษา ผู้อำนวยการโรงเรียนห้องสอนศึกษาในพระอุปถัมภ์ฯ ผู้อำนวยการโรงเรียนปายวิทยาคาร ผู้อำนวยการโรงเรียนแม่ออนวิทยาลัย ผู้อำนวยการโรงเรียนสองแคววิทยาคม ผู้อำนวยการโรงเรียนสันติสุข ผู้อำนวยการโรงเรียนแม่แจ่ม เฝ้ารับเสด็จฯ พร้อมถวายรายงานการดำเนินงานโครงการพัฒนาเด็กและเยาวชนในถิ่นทุรกันดารตามพระราชดำริ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารี ปีการศึกษา 2560 ในการนี้ ผู้อำนวยการโรงเรียนกาวิละวิทยาลัย ได้ถวายรายงาน ผลการดำเนินงาน งานสวนพฤกษศาสตร์โรงเรียน โครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืช อันเนื่องมาจากพระราชดำริ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี และครูโรงเรียนสันติสุข ได้น้อมเกล้า ฯ ถวายผลงานผ้าปักลายม้ง ซึ่งเป็นผลงานของนักเรียนกิจกรรมหารายได้ระหว่างเรียน ดูภาพกิจกรรม https://www.facebook.com/supaporn.yosboonruang/media_set?set=a.190645725…

สพฐ.จัดคาราวานรินน้ำใจช่วยภัยหนาวบรรเทาความเดือนร้อน ครู นักเรียน ณ บริเวณหน้ากระทรวงศึกษาธิการ กรุงเทพฯ

1019476.JPG

*** วันที่ 4 ธันวาคม 2560 นายแพทย์ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) เป็นประธานในพิธีปล่อยคาราวานโครงการรินน้ำใจช่วยภัยหนาว สพฐ. เพื่อมอบผ้าห่มกันหนาว เสื้อกันหนาว อุปกรณ์การเรียน อุปกรณ์กีฬา และทุนการศึกษา ให้แก่ นักเรียนและโรงเรียนที่ประสบภัยหนาวในพื้นที่

จังหวัดแม่ฮ่องสอน ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ พร้อมด้วยนายบุญรักษ์ ยอดเพชร เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน และผู้บริหารของ สพฐ. ร่วมปล่อยคาราวานโดยพร้อมเพรียงกัน ณ บริเวณหน้ากระทรวงศึกษาธิการ กรุงเทพฯ

นายบุญรักษ์ ยอดเพชร เลขาธิการ กพฐ. กล่าวว่า จากการสำรวจจำนวนนักเรียนที่ประสบภัยหนาว พบว่ามีนักเรียนจำนวน 276,000 คน ที่ได้รับผลกระทบจากภัยหนาว โดยสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ได้ตระหนักถึงความเดือดร้อนของโรงเรียนในสังกัด สพฐ. ที่อยู่ในเขตพื้นที่ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เนื่องจากช่วงระยะเวลาระหว่างเดือนตุลาคมถึงเดือนกุมภาพันธ์ของทุกปีเป็นช่วงฤดูหนาว โดยอุณหภูมิต่ำสุดบริเวณภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือลดลงอยู่ในเกณฑ์อากาศหนาวเย็นเกือบทั่วไปอย่างต่อเนื่อง ดังนั้น เพื่อเป็นการช่วยเหลือและบรรเทาความเดือดร้อนของนักเรียนในพื้นที่ประสบภัยหนาวดังกล่าว จึงได้จัดโครงการรินน้ำใจช่วยภัยหนาว สพฐ. โดยจะมอบผ้าห่มกันหนาว เสื้อกันหนาว อุปกรณ์การเรียน อุปกรณ์กีฬา และทุนการศึกษา ให้แก่โรงเรียนที่ประสบภัยหนาวในพื้นที่ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เป็นการช่วยเหลือโรงเรียนที่ประสบภัยหนาว รวมทั้งสนับสนุนและส่งเสริมให้โรงเรียนได้มีอุปกรณ์การเรียนการสอนที่ดี มีคุณภาพ ก่อให้เกิดบรรยากาศการเรียนรู้แก่นักเรียน และบุคลากรทางการศึกษาของโรงเรียน ขณะที่นายแพทย์ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รมว.ศธ. ได้กล่าวชื่นชม สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา และโรงเรียนในสังกัด ที่มีความห่วงใยเด็กนักเรียนที่ประสบกับสภาวะอากาศหนาว ซึ่งจากการที่ สพฐ. รวมถึงหน่วยงานในสังกัด และภาคเอกชน ได้ร่วมมือร่วมใจกันดำเนินงานตามโครงการรินน้ำใจช่วยภัยหนาว สพฐ. โดยเริ่มจากโรงเรียนในพื้นที่ภาคเหนือตอนบน ซึ่งจะประสบภัยหนาวมากกว่าพื้นที่ภาคอื่นๆ นั้น จะช่วยบรรเทาความเดือดร้อนจากภัยหนาวให้แก่นักเรียนที่ขาดแคลนได้จำนวนหนึ่ง แม้จะไม่ครอบคลุมทั่วทั้งหมด แต่ก็เป็นจุดเริ่มต้นที่ดี เพราะจะเป็นตัวอย่างในการร่วมมือร่วมใจกันช่วยเหลือผู้ที่ขาดแคลน และหวังว่าจะมีหน่วยงานอื่นได้นำไปเป็นแบบอย่างต่อไป

ดูคลิป https://youtu.be/RUBvb9Y6LQo

บรรพต ข่าว

3 ธันวาคม 2560

ขอบคุณแหล่งข้อมูล: สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ