Tag Archives: การศึกษา

สอศ. บูรณาการวิชาเรียน-กิจกรรม สร้างสรรค์สิ่งประดิษฐ์ของคนรุ่นใหม่ ๒๕๖๐ โชว์ ๔-๗ พ.ค. ๒๕๖๐

%E0%B8%9B%E0%B8%81.JPG

สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา กำหนดจัดประกวดสิ่งประดิษฐ์ของคนรุ่นใหม่ และการแข่งขันหุ่นยนต์ยุวชนอาชีวศึกษา ระดับชาติ 2560 ในงาน “ประชารัฐร่วมพัฒนา สุดยอดนวัตกรรมอาชีวศึกษา” ระหว่างวันที่ 4-7 พฤษภาคม 2560 ณ ห้อง เอ็ม ซี ซี ฮอลล์ ชั้น 4 ห้างสรรพสินค้าเดอะมอลล์ สาขาบางกะปิ กรุงเทพฯ

ดร. สุเทพ ชิตยวงษ์ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา เปิดเผยว่าสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษามีโยบายส่งเสริมการมีส่วนร่วมในกิจกรรมต่าง ๆ ของสถานศึกษาอาชีวศึกษารัฐบาลและสถานศึกษาอาชีวศึกษาเอกชน ในด้านวิชาการ และกิจกรรมการพัฒนาการเรียนการสอน เพื่อให้นักเรียน นักศึกษา สามารถนำความรู้ทางวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีวิศวกรรมศาสตร์ และคณิตศาสตร์ ไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันในงานอาชีพ และสามารถพัฒนาต่อยอดองค์ความรู้ที่เกิดจากการคิดนวัตกรรม สิ่งประดิษฐ์ โครงงานวิทยาศาสตร์อาชีวศึกษา สู่ชุมชนและเชิงพาณิชย์ ด้วยการวิจัยและพัฒนานวัตกรรมและเทคโนโลยี โดยในปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๐ ได้กำหนดจัด “ประชารัฐร่วมพัฒนา สุดยอดนวัตกรรมอาชีวศึกษา” การประกวดสิ่งประดิษฐ์ของคนรุ่นใหม่ และการแข่งขันหุ่นยนต์ยุวชนอาชีวศึกษา 2560 ระหว่างวันที่ 4-7 พฤษภาคม 2560 ณ ห้องเอ็ม ซี ซี ฮอลล์ ห้างสรรพสินค้า เดอะมอลล์ สาขาบางกะปิ กรุงเทพฯ ทั้งนี้เพื่อยกระดับคุณภาพอาชีวศึกษา พัฒนาการสร้างนวัตกรรมและสิ่งประดิษฐ์สู่เชิงพาณิชย์ และนานาชาติ พร้อมทั้งส่งเสริมสนับสนุนผลงานนวัตกรรมสิ่งประดิษฐ์ฯ ให้ได้รับความคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญา เพื่อก้าวไปสู่ Thailand ๔.๐ และเปิดเป็นเวทีให้นักเรียนนักศึกษา ได้นำผลงานสิ่งประดิษฐ์เข้าร่วมประกวดและแสดงให้ประชาชนได้ร่วมชมผลงานด้วย

เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา กล่าวต่อไปว่า “ประชารัฐร่วมพัฒนา สุดยอดนวัตกรรมอาชีวศึกษา” การประกวดสิ่งประดิษฐ์ของคนรุ่นใหม่ และการแข่งขันหุ่นยนต์ยุวชนอาชีวศึกษา 2560 มีผลงานที่ผ่านการคัดเลือกจากการประกวดจากระดับจังหวัด และระดับภาค 5 ภาค รวมจำนวนทั้งสิ้น 220 ผลงาน จากจำนวนทั้งหมดกว่า 5,000 ผลงาน แบ่งการประกวดออกเป็น 11 ประเภท ได้แก่ ประเภทที่ 1 สิ่งประดิษฐ์ด้านพัฒนาคุณภาพชีวิต ประเภทที่ 2 สิ่งประดิษฐ์ด้านการประกอบอาชีพ ประเภทที่ 3 สิ่งประดิษฐ์ด้านผลิตภัณฑ์สำเร็จรูป ประเภทที่ 4 สิ่งประดิษฐ์ด้านการอนุรักษ์พลังงาน (แบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม) ได้แก่กลุ่มผลิตพลังงาน และกลุ่มการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน ประเภทที่ 5 สิ่งประดิษฐ์ด้านการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ประเภทที่ 6 สิ่งประดิษฐ์ด้านการแพทย์ และชีวอนามัย และประเภทที่ 7 สิ่งประดิษฐ์ด้านผลิตภัณฑ์อาหาร ประเภทที่ 8 สิ่งประดิษฐ์ด้านเทคโนโลยีการเกษตร (เครื่องมืออุปกรณ์เพื่อการดำนา) ประเภทที่ 9 สิ่งประดิษฐ์ด้านหัตถศิลป์ ประเภทที่ 10 สิ่งประดิษฐ์ด้านนวัตกรรมซอฟแวร์ และระบบสมองกลฝังตัว (Software & Embedded System Innovation) แบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม ได้แก่กลุ่มพัฒนาซอฟต์แวร์ และกลุ่มพัฒนาระบบสมองกลฝังตัว ประเภทที่ 11 สิ่งประดิษฐ์ด้านบำบัดน้ำ (น้ำเพื่อปะชาชน)นอกจากนี้ยังได้กำหนดให้มีการประกวดประเภทองค์ความรู้ การนำเสนอผลงานวิจัยนวัตกรรมและสิ่งประดิษฐ์ของคนรุ่นใหม่ภาคภาษาอังกฤษ เพื่อการเข้าสู่ความเป็นมาตรฐานสากล จำนวน 20 ผลงาน และเพื่อเป็นการส่งเสริมเยาวชนระดับประถมศึกษา สังกัดโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดน กองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน ให้เป็นนักคิดนักประดิษฐ์ และมีทัศนคติที่ดีในการศึกษาต่อในการเรียนสายวิชาชีพ สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา จึงได้จัดการแข่งขันหุ่นยนต์ยุวชนอาชีวศึกษาขึ้น โดยคัดเลือกจากทีม ของนักเรียน โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดน ในพื้นที่ ระดับภาค ทั้ง 4 ภาค เข้าสู่ระดับชาติ ชิงถ้วยรางวัล พระราชทาน สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี จำนวน 16 ทีม เข้าร่วมการแข่งขันในครั้งนี้ด้วย

สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ได้เล็งเห็นความสำคัญ ของการส่งเสริมสนับสนุน การวิจัยและพัฒนาสิ่งประดิษฐ์มา โดยตลอด ทั้งในด้านปริมาณ และคุณภาพ มาจนถึงปีการศึกษาปัจจุบัน มีผลงานสิ่งประดิษฐ์ มากกว่า 25,000 ผลงาน สามารถพัฒนาต่อยอดในเชิงพาณิชย์ จนสามารถ จดสิทธิบัตรได้ และอยู่ระหว่างการส่งเสริม และพัฒนา ประมาณ 100 ผลงาน และในโอกาสนี้สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษาได้รับพระกรุณาธิคุณจากสมเด็จพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ เสด็จเป็นองค์ประธานในพิธีประทานรางวัลแก่ผู้ชนะการประกวดฯ ในวันที่ 7 พฤษภาคม 2560

กลุ่มประชาสัมพันธ์ 5 พฤษภาคม 2560

ขอบคุณแหล่งข้อมูล: สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา

Advertisements

สอศ. เตรียมหลักสูตรต่อเนื่องอาชีวศึกษา-โคเซ็น ๕ ปี พร้อมเปิดปีการศึกษา๒๕๖๑

page.JPG

นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ พร้อมคณะผู้บริหารระดับสูงกระทรวงศึกษาธิการ ให้การต้อนรับ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ วัฒนธรรม กีฬา วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ประเทศญี่ปุ่น (Mr.Hirokaza Matsuno) และเอกอัครราชทูตประเทศญี่ปุ่น (Mr. Shiro Sadoshima) พร้อมคณะ เพื่อหารือความก้าวหน้าและตรวจเยี่ยม สถาบันเทคโนโลยีวิศวกรรมศาสตร์ไทย-ญี่ปุ่น โคเซน ณ สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา

ดร.สุเทพ ชิตยวงษ์ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา เปิดเผยว่า ตามที่สำนักงานคณะกรรมการ การอาชีวศึกษา และ NIT ได้ร่วมกันพัฒนาหลักสูตรต่อเนื่อง 5 ปี ตามมาตรฐานของ KOSEN โดยสถาบัน NIT โดยมี Dr. Matsumoto Tsutomu มาปฏิบัติงานในตำแหน่งผู้อำนวยการสถาบันเทคโนโลยีและวิศวกรรมศาสตร์ ไทย – ญี่ปุ่น โคเซ็น (Japanese – Thai KOSEN Institute of Engineering and Technology) ซึ่งตั้งอยู่ที่ชั้น 3 สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา และกำหนดเปิดการเรียนการสอนในรูปแบบ KOSEN ในปีการศึกษา 2561 พร้อมกันนี้ วันที่ 1 พฤษภาคม 2560 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ วัฒนธรรม กีฬา วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ประเทศญี่ปุ่น (Mr.Hirokaza Matsuno) และเอกอัครราชทูตประเทศญี่ปุ่น (Mr. Shiro Sadoshima) พร้อมคณะ จะเข้าเยี่ยมคารวะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์) เพื่อหารือความก้าวหน้าและตรวจเยี่ยม สถาบันเทคโนโลยีวิศวกรรมศาสตร์ไทย-ญี่ปุ่น โคเซน ในโอกาสนี้ด้วย

เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา กล่าวต่อไปว่า สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ได้ตั้งเป้าหมายไว้ว่าจะผลิตกำลังคนคุณภาพให้แก่ภาคอุตสาหกรรม ให้มีความพร้อมทั้งความรู้ ทักษะ และสมรรถนะในการทำงาน และมุ่งหวังว่าในอนาคตเราจะจัดตั้งศูนย์การเรียนรู้และฝึกอบรมเพื่อพัฒนากำลังคนภาคอุตสาหกรรม ของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ให้มีมาตรฐานเป็นที่ยอมรับในระดับสากล และในขณะเดียวกันก็จะสนับสนุนเด็กที่มีผลการเรียนดีมีความสามารถ ให้ได้รับทุนการศึกษาเพื่อไปศึกษาต่อในระดับที่สูงขึ้น ณ ประเทศญี่ปุ่น และกลับมาบรรจุรับราชการ เป็นครูที่มีคุณภาพ และเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาเยาวชนของชาติ โดยหลักสูตรต่อเนื่อง 5 ปี ตามมาตรฐานของ KOSEN โดยสถาบัน NIT จะนำร่อง ในสาขาวิชาเมคคาทรอนิกส์ และอิเล็กทรอนิกส์ ในวิทยาลัยอาชีวศึกษาเทคโนโลยีฐานวิทยาศาสตร์ (ชลบุรี) และวิทยาลัยเทคนิคสุรนารี ภายใต้การสนับสนุนของ JICAและมีวิทยาลัยเทคนิคพังงา เป็นสถานศึกษาสมทบ ซึ่งปัจจุบันคณะทำงานพัฒนาหลักสูตรต่อเนื่อง 5 ปี ตามมาตรฐานของ KOSENได้ดำเนินการกำหนดโครงสร้างหลักสูตร รูปแบบการเรียนการสอน และรายละเอียดรายวิชาในภาพรวม เรียบร้อยแล้ว ซึ่งในปี 2560 นี้จะร่วมกันพัฒนาหลักสูตรให้สมบูรณ์พร้อมเปิดการเรียนการสอนในปีการศึกษา 2561

กลุ่มประชาสัมพันธ์ 1 พฤษภาคม 2560

ขอบคุณแหล่งข้อมูล: สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา

งานชุมนุมลูกเสือ เนตรนารีวิสามัญอาชีวศึกษา ระดับชาติ ครั้งที่ ๑๙

page.jpg

สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา จัดงานชุมนุมลูกเสือ เนตรนารีวิสามัญอาชีวศึกษา ระดับชาติ ครั้งที่ 19 “ลูกเสือวิสามัญ ก้าวตามรอยพ่อ สร้างสรรค์ช่อสะอาด พัฒนาชาติสู่ 4.0” ระหว่างวันที่ 1-7 เมษายน 2560 ณ ค่ายลูกเสือวชิราวุธ อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี โดยมี พลเอกสุทัศน์ กาญจนานนท์กุล ที่ปรึกษารัฐมนตรีช่วย ว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธาน ดร.สุเทพ ชิตยวงษ์ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา เปิดเผยว่า สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) ได้จัดกิจกรรมลูกเสือ เนตรนารีวิสามัญ ให้กับนักเรียน ระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) ชั้นปีที่ 1 ของสถานศึกษาในสังกัดทุกแห่ง เพื่อยกระดับคุณภาพการจัดการอาชีวศึกษาด้านความสามารถของผู้สำเร็จการศึกษาอาชีวศึกษา ให้มีขีดความสามารถในการแข่งขันทั้งสมรรถนะหลัก (Core Competency) และสมรรถนะการทำงานตามตำแหน่งหน้าที่ (Function Competency) ในการสร้างเสริมทักษะอาชีพในอนาคต ด้วยกิจกรรมลูกเสือ เพื่อปลูกฝังคุณธรรม วิถีประชาธิปไตย ความมีวินัยต่อตนเอง มีความรับผิดชอบต่องาน ในหน้าที่ของตน รู้จักเสียสละเพื่อประโยชน์ส่วนรวม พัฒนาทักษะการแก้ปัญหาด้านพฤติกรรม และการใช้เวลา ให้เกิดประโยชน์ เป็นพลเมืองที่ดีของประเทศชาติ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา กล่าวต่อไปว่า กิจกรรมลูกเสือ เนตรนารีวิสามัญอาชีวศึกษา ครั้งที่ 19 นี้ มีคำขวัญว่า “ลูกเสือวิสามัญ ก้าวตามรอยพ่อ สร้างสรรค์ช่อสะอาด พัฒนาชาติสู่ 4.0 “ ซึ่ง สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา น้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 โดยจัดพัฒนารูปแบบค่าย โดยแบ่งค่ายย่อยออกเป็น ค่ายทฤษฎีใหม่ ค่ายชัยพัฒนา ค่ายพอเพียง ค่ายฝนหลวง และค่ายหญ้าแฝก เพื่อให้ลูกเสือ เนตรนารีวิสามัญอาชีวศึกษา ได้เรียนรู้ และได้รับการปลูกฝังพฤติกรรมให้สอดคล้องกับโครงการในพระราชดำริพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9 ซึ่งกิจกรรมหลักของค่ายลูกเสือ ประกอบด้วย 4 กิจกรรมหลักคือ การเดินทางไกล การทดสอบกำลังใจ การทัศนศึกษา และการบริการชุมชน นอกจากนี้สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษายังได้ให้ความสำคัญต่อการเสริมสร้างทัศนคติ ค่านิยมความซื่อสัตย์สุจริต โดยใช้กิจกรรมลูกเสือ เนตรนารีวิสามัญเป็นแกน ในการเพิ่มเติมหลักสูตร “ลูกเสือช่อสะอาด”และส่งเสริมให้มีการจัดหน่วยลูกเสือช่อสะอาดในสถานศึกษาทุกแห่ง สำหรับงานชุมนุมลูกเสือ เนตรนารีวิสามัญอาชีวศึกษาครั้งที่ 19 นี้ ผู้เข้าร่วมชุมนุมจากทุกสถานศึกษาและ และผู้บังคับบัญชาลูกเสือ รวมทั้งสิ้น 4,787 คน โดยแบ่งเป็นเหล่าเสนา 3,216 คน เหล่าอากาศ 184 คน และ เหล่าสมุทร 284 คน กลุ่มประชาสัมพันธ์ 3 เมษายน 2560

ขอบคุณแหล่งข้อมูล: สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา

พิธีลงนามความร่วมมือระหว่าง สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา และ บริษัท พร้อม เทคโน เซอร์วิส จำกัด

1.2.jpg

ดร.บุญส่ง จำปาโพธิ์ รองเลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา เป็นประธานในพิธีลงนามความร่วมมือระหว่าง สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา และ บริษัท พร้อม เทคโน เซอร์วิส จำกัด ในวันพฤหัสบดีที่ 30 มีนาคม 2560 ณ ห้องประชุม 1 สำนักคณะกรรมการการอาชีวศึกษา สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา เป็นหน่วยงานหลักที่จัดการศึกษาวิชาชีพและผลิตกำลังคนระดับฝีมือ ระดับเทคนิค และระดับเทคโนโลยีตอบสนองความต้องการของตลาดแรงงาน และเพื่อเป็นการสร้างความเข้มแข็งให้กับภาคการผลิตและภาคบริการ ตามนโยบายของรัฐบาล การร่วมมือ กับ บริษัท พร้อม เทคโน เซอร์วิส จำกัด ในการอาชีวศึกษาระบบทวิภาคี ให้กับนักเรียน นักศึกษา ระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) ในสาขาวิชาไฟฟ้ากำลังและอิเล็กทรอนิกส์ ระดับปริญญาตรี สาขาวิชาเทคโนโลยีไฟฟ้ากำลังและเทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งเป็นการเรียนการสอนแบบบูรณาการ จึงเป็นสิ่งสำคัญของการจัดการเรียนการสอนที่จะทำให้นักเรียน นักศึกษา ของสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษามีคุณภาพ สำเร็จการศึกษาแล้วเป็นที่ต้องการของตลาดแรงงานสอดคล้องกับความต้องการของประเทศ และในส่วนของสถานศึกษาต้องปรับเปลี่ยนทิศทางการผลิตกำลังคนเพื่อตอบสนองความต้องการของสังคมที่กำลังจะก้าวสู่โลกยุคดิจิตอล เพื่อพัฒนาประเทศไปสู่การพึ่งตนเอง ต่อไป กลุ่มประชาสัมพันธ์ 30 มีนาคม 2560

ขอบคุณแหล่งข้อมูล: สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา

อาชีวะชวนเรียน…หลักสูตรระยะสั้นสร้างอาชีพ

%E0%B8%9B%E0%B8%81.jpg

สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) เชิญชวนผู้สนใจร่วม โครงการ ฝึกอบรมระยะสั้นฐานสมรรถนะ “Education to Employment Vocational Booth Camp ครั้งที่ 1”เริ่มดีเดย์แล้ว วันที่ 1 มีนาคม 2560 ทั่วประเทศ นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เปิดเผยว่า สอศ. เดินหน้านำนโยบายสู่การปฏิบัติจัดโครงการฝึกอบรมระยะสั้นฐานสมรรถนะ“Education to Employment Vocational Booth Camp” ครั้งที่ 1 ซึ่งมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อพัฒนาทักษะกำลังคนให้มีโอกาสมีงานทำมากขึ้นสอดคล้องกับความต้องการของตลาดแรงงานและการประกอบอาชีพอิสระ เป็นหลักสูตรเข้มข้นสามารถปฏิบัติงานและประกอบอาชีพได้จริงลักษณะหลักสูตรคือต่อยอดหรือเพิ่มทักษะใหม่ ให้กับผู้ว่างงาน ผู้สำเร็จการศึกษาใหม่ ประชาชนทั่วไป โดยผู้ผ่านการฝึกอบรมสามารถนำความรู้ ความสามารถกลับไปทำงานในสถานประกอบการหรือในท้องถิ่นแก้ปัญหาความขาดแคลนกำลังคนในสาขาขาดแคลน และเพิ่มศักยภาพในการแข่งขันของประเทศ และสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจซึ่งการพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพกำลังคนเป็นเรื่องสำคัญเป็นนโยบายที่รัฐบาลพยามยามขับเคลื่อนมาโดยตลอดการดำเนินงานในครั้งนี้สอดรับกับยุทธศาสตร์ชาติระยะ 20 ปี (พ.ศ. 2560 – 2579) ด้านการสร้างความสามารถในการแข่งขัน และด้านการพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพคนและภารกิจของสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษาซึ่งเป็นหน่วยงานหลักของประเทศในการผลิตและพัฒนากำลังคน การฝึกอบรมหลักสูตรระยะสั้นฐานสมรรถนะหัวใจสำคัญ คือหลักสูตร การพัฒนาหลักสูตรและการฝึกอบรมต้องมี สถานประกอบการผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านในอาชีพนั้นๆ มาร่วมดำเนินการและเป็นวิทยากร ตลอดจนร่วมกำหนดค่าตอบแทน ตามระดับทักษะฝีมือ ซึ่งจะเกิดการยอมรับและผู้เรียนได้เรียนรู้จากผู้ที่มีประสบการณ์จริง และสิ่งที่สำคัญที่ต้องการเน้น คือSkill English Ethics ครูต้องปลูกฝังให้ผู้เรียนเป็นคน ขยัน ใฝ่เรียนรู้ ตรงเวลา หรือ Work Hard be Nice จึงจะถือว่าสมบูรณ์ เป็นคนที่จะตอบโจทย์ตลาดแรงงานได้อย่างแท้จริง

ด้านนายสุเทพ ชิตยวงษ์ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษากล่าวว่าโครงการดังกล่าว สอศ.ได้จัดหลักสูตรที่เปิดสอนแบ่งเป็น2 กลุ่ม กลุ่มที่ 1 หลักสูตรที่สอดคล้องกับ Growth(S-Curve,New S-curve, Thailand 4.0 Super Cluster) ทั้งหมด 550 หลักสูตร ผู้เข้ารับการอบรมจำนวน 20,933 คน กลุ่มที่ 2 หลักสูตรตามความต้องการท้องถิ่น (Local Needs และ SMEs) จำนวน2,106 หลักสูตร ผู้เข้ารับการอบรมจำนวน 61,206 คนโดยมีตัวอย่างหลักสูตร ดังนี้ วิทยาลัยเทคนิคถลาง หลักสูตรการตรวจสอบร้อยร้าว (ช่างอากาศยาน)วิทยาลัยเทคนิคสมุทรสงคราม หลักสูตรอาชีพช่างผลิตชิ้นส่วนอุปกรณ์แม่พิมพ์ปั๊มโลหะเบื้องต้นวิทยาลัยสารพัดช่างตราด หลักสูตรงานติดตั้งกล้องวงจรปิดและกล้องไอพี (CCTV and IP Camera)และการรับสัญญาณโทรทัศน์วิทยาลัยเทคนิคภูเก็ต หลักสูตรการซ่อมบำรุงเครื่องยนต์ Out board สำหรับสาขาซ่อมบำรุงเรือวิทยาลัยประมงสมุทรสาคร หลักสูตรมาตรฐานและการควบคุมคุณภาพการผลิตสู่สากล และหลักสูตรการประกอบตู้ปลาและจัดพรรณไม้น้ำเชิงพาณิชย์วิทยาลัยสารพัดช่างสมุทรปราการ หลักสูตรซอยผม ดัดผมAdvanceวิทยาลัยอาชีวศึกษาภูเก็ต หลักสูตรเครื่องดื่มม๊อคเทล (Mocktail)วิทยาลัยเทคนิคสัตหีบ หลักสูตรตรวจสอบโดยไม่ทำลายวิทยาลัยการอาชีพบ้านไผ่ หลักสูตรขนส่งระบบราง (อาณัฐสัญญาณ 7 สถานี)วิทยาลัยเทคนิคมีนบุรี หลักสูตรการควบคุมหุ่นยนต์แขนกลช่างพิมพ์และวิทยาลัยอาชีวศึกษาฉะเชิงเทราหลักสูตรศิลปะการแกะสลักผักและผลไม้ส่วนกลุ่มเป้าหมายที่จะเข้าร่วมโครงการ แบ่งเป็น 2 ประเภท คือ1.กลุ่มนักเรียน นักศึกษา ระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ( ปวช.)3 และประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) 2ที่ต้องการฝึกทักษะอาชีพด้านอื่นเพิ่มเติม เพื่อออกไปทำงาน และ2. กลุ่มประชาชนทั่วไปเช่น ผู้ว่างงาน ผู้สำเร็จการศึกษาใหม่ ผู้ประกอบอาชีพอิสระ ผู้ที่ต้องการเพิ่มทักษะในการปฏิบัติงาน ให้มีความเชี่ยวชาญและสามารถนำประสบการณ์ไปเทียบโอนคุณวุฒิวิชาชีพ ผู้สนใจสามารถติดต่อได้ที่ศูนย์ส่งเสริมอาชีวศึกษาจังหวัดทุกจังหวัด และสถานศึกษาสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.)ทุกแห่ง โดยโครงการ Education to Employment Vocational Booth Camp นี้จะจัดอย่างต่อเนื่องทุกภาคฤดูร้อนหรืออาจจะขยายผลให้มีการฝึกในช่วงวันเสาร์และอาทิตย์ ผู้เข้ารับการอบรมหลักสูตรฝึกอบรมของ สอศ. จะได้รับความรู้ที่พิเศษ เข้มข้น เพิ่ม เสริมสร้างสมรรถนะ และเป็นที่ยอมรับจากภาคสถานประกอบการ สามารถพัฒนาแรงงานที่ศักยภาพให้กับประเทศชาติในยุค Thailand 4.0 ได้ กลุ่มประชาสัมพันธ์ 1 มีนาคม 2560

ขอบคุณแหล่งข้อมูล: สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา

ว.ภาพยนตร์ฯ สวนสุนันทา เปิดรับตรงปี ๖๐ วันนี้ – ๓๐ มี.ค.๖๐ (ฟรีค่าสมัคร)

วิทยาลัยการภาพยนตร์ ศิลปะการแสดงและสื่อใหม่

มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา ศูนย์การศึกษาจังหวัดนครปฐม

เปิดรับตรงปีการศึกษา 2560

1. การสร้างภาพยนตร์

2. การสร้างสรรค์และสื่อดิจิตอล

ติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่

http://www.sisa.ssru.ac.th

ขอบคุณแหล่งข้อมูล: อินเตอร์เน็ต

สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเปิดการประชุมวิชาการระดับชาติ องค์การเกษตรกรในอนาคตแห่งประเทศไทย ในพระราชูปถัมภ์ฯ (อกท.) ครั้งที่ ๓๘

DSC_1989.JPG

เช้าวันนี้ (3 กุมภาพันธ์ 2560) เวลา 09.04 น. สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเปิดการประชุมวิชาการระดับชาติ ของสมาชิกองค์การเกษตรกรในอนาคต แห่งประเทศไทยในพระราชูปถัมภ์ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ครั้งที่ 38 ซึ่งสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ จัดขึ้นระหว่างวันที่ 2 – 5 กุมภาพันธ์ 2559 ณ วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีอุทัยธานี ตำบลหนองแก อำเภอเมืองอุทัยธานี จังหวัดอุทัยธานี เมื่อรถยนต์พระที่นั่งถึงวิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีอุทัยธานี ตำบลหนองแก อำเภอเมืองอุทัยธานี จังหวัดอุทัยธานี (วงดุริยางค์บรรเลงเพลงมหาชัย) นายประภัสสร์ มาลากาญจน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดอุทัยธานี พลเอก สุรเชษฐ์ ชัยวงศ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลจังหวัดอุทัยธานี ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 31 ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 6 (นายสุเทพ ชิตยวงษ์) เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (นายอริยะ สุวรรณปากแพรก) ประธานอำนวยการ อกท. ระดับชาติ (นายประเวศ วรางกูร) ผู้อำนวยการวิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีอุทัยธานี ประธานคณะกรรมการดำเนินงาน ฯ และครูที่ปรึกษา อกท.ระดับชาติ เฝ้าฯ รับเสด็จ จากนั้น นายกเหล่ากาชาดจังหวัดอุทัยธานี และผู้แทนสมาชิก อกท. ทูลเกล้า ฯ ถวายพวงมาลัย สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินเข้าในหอประชุม (ดนตรีบรรเลงเพลงมหาชัย) ประทับพระราชอาสน์ (นายวณิชย์ อ่วมศรี) รองเลขาธิการคณะกรรมการ การอาชีวศึกษา เข้าเฝ้าฯ ทูลเกล้าฯ ถวายสูจิบัตรการประชุมวิชาการ และหนังสือที่ระลึก รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการกราบบังคมทูลถวายรายงานการจัดประชุมวิชาการฯ โอกาสนี้ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม ให้สมาชิกองค์การเกษตรเกษตรในอนาคตแห่งประเทศไทย ในพระราชูปถัมภ์ฯ ผู้บริหาร และผู้ทำคุณประโยชน์แก่องค์การเกษตรกรในอนาคตแห่งประเทศไทยเข้ารับพระราชทานเกียรติบัตร (25 ราย) ผู้มีจิตศรัทธาบริจาคเงินสมทบมูลนิธิ อกท.เข้ารับพระราชทานของที่ระลึก (จำนวน 130 ราย) ประธานกรรมการดำเนินการจัดการประชุมวิชาการฯ เข้าเฝ้าฯ ทูลเกล้าฯ ถวายเงิน และรับพระราชทานของที่ระลึก สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงมีพระราชดำรัสเปิดการประชุมวิชาการระดับชาติ องค์การเกษตรกรในอนาคตแห่งประเทศไทย ในพระราชูปถัมภ์ ครั้งที่ 38 ดังนี้ “ข้าพเจ้ายินดีที่ได้มาเป็นประธานเปิดการประชุมวิชาการระดับชาติองค์การเกษตรกรในอนาคตแห่งประเทศไทยที่จัดขึ้นเป็นครั้งที่ 38 ในวันนี้ การประชุมวิชาการลักษณะนี้ นับว่าเป็นประโยชน์อย่างมากในทางส่งเสริมและพัฒนาการศึกษาวิชาที่ว่าด้วยการเกษตร ในสถานศึกษาด้านเกษตรกรรมของประเทศ เกษตรกรรมเป็นกิจกรรมเพื่อการดำรงชีวิตของมนุษย์ที่มีมาแต่ครั้งโบราณ และมีพัฒนาการเรื่องมาเป็นลำดับ ตามยุคสมัยที่เปลี่ยนแปลงไป ในปัจจุบันเทคโนโลยีการเกษตรเจริญก้าวหน้าเป็นอย่างยิ่ง แต่กระนั้น การเกษตรยังคงต้องพึ่งพาทรัพยากรสำคัญ ได้แก่ ดิน และน้ำ เช่นที่เคยเป็นมา นักศึกษาทั้งหลายที่จะเป็นเกษตรกรแห่งอนาคต จึงควรจะต้องศึกษาและทำความเข้าใจธรรมชาติของทรัพยากร 2 สิ่งนี้ ให้มีความรู้ท่องแท้ และศึกษาค้นคว้า ทดลองหาวิธีทำการเกษตร ที่เหมาะสม อย่างที่สมัยนี้เรียกกันว่าเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม คือไม่ทำความเสียหายแก่ทรัพยากร หรือเมื่อทรัพยากรเสื่อมโทรมลง ก็ต้องเรียนรู้วิธีอนุรักษ์ เพื่อให้เกิดความยั่งยืน สามารถใช้ประโยชน์สืบต่อไปได้อีกหลายชั่วอายุคน ข้าพเจ้าขอเปิดการประชุมวิชาการระดับชาติ องค์การเกษตรกรในอนาคตแห่งประเทศไทย ครั้งที่ 38 ณ บัดนี้ ขอให้การประชุมบรรลุวัตถุประสงค์จงทุกประการ ทั้งขอให้ท่านทั้งหลายที่มาร่วมในการประชุมนี้ มีแต่ความสุข ความสำเร็จ โดยทั่วกัน” จากนั้น เสด็จออกจากหอประชุม ไปยังศาลาชัยพฤกษ์ ทอดพระเนตรนิทรรศการเทิดพระเกียรติองค์อุปถัมภ์องค์การฯ ของดีเมืองอุทัย และพระราชดำเนินไปยังอาคารราชพฤกษ์ ทอดพระเนตร นิทรรศการ “เพชรดี 4 ภาค องค์การเกษตรกรในอนาคตแห่งประเทศไทย” หน่วยสมาชิกดีเด่น สมาชิกศิษย์เก่าดีเด่น สมาชิกด้านพัฒนาสังคม และบริการชุมชนดีเด่น นิทรรศการผลงานการแข่งขันทักษะศิลปะเกษตร นิทรรศการวิชาการเกษตรของหน่วย อกท. จำนวน 12 หน่วย ประกอบด้วย (1) หน่วยกำแพงเพชร “นวัตกรรมการผลิตปุ๋ยยูเรียน้ำจากถั่วเหลือง” (2) หน่วยอุดรธานี “ข้าวเม่าพอเพียงเพื่อพ่อ” (3) หน่วยเพชรบุรี “อาหารโค – TMR-PHETCH 4.0” (4) หน่วยพังงา “ข้าวดอกข่า สู่อาชีพ” (5) หน่วยสุโขทัย “น้องเดือน มหัศจรรย์เพื่อนร่วมโลก” (6) หน่วยชัยนาท “เห็ดฟาง ไบโอเทค (การเพาะเห็นฟางโรงเรือนไม่อบไอน้ำ) (7) หน่วยนครราชสีมา “ไส้เดือน พญาดิน อินทรีย์วัตถุ” (8) หน่วยบุรีรัมย์ “แจ่วบ่องทันใจ” (9) หน่วยลำพูน “ตะคร้อ..พอเพียง” (10) หน่วยสตูล “ปลาของพ่อ” (11) หน่วยสมุทรสาคร “ปลัง ปั๋ง มั่งคั่ง ยั่งยืน” (12) หน่วยระนอง “ผักปลาโซล่าเซล Aquaponics” เสด็จทอดพระเนตรนิทรรศการความร่วมมือโครงการชีววิถี เพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน นิทรรศการโครงการเกษตรเพื่ออาหารกลางวันของวิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีอุทัยธานี นิทรรศการความก้าวหน้าของสถาบันการอาชีวศึกษาศึกษาเกษตร 4 ภาค นิทรรศการกล้วย นิทรรศการอาชีวะเกษตรก้าวไกล ขับเคลื่อนประเทศไทย 4.0 นิทรรศการวิชาการของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มุมมองแปลก/ ใหม่/ ใหญ่/ ดัง ของดีเมืองอุทัย จากนั้นเสด็จเข้าอาคารทูลกระหม่อมแก้ว ประทับพระราชอาสน์ รองเลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา เข้าเฝ้าฯ ทูลเกล้าฯ ถวายเอกสารทางวิชาการ ทรงรับฟังการสัมมนาผลงานทางวิชาการ และทอดพระเนตรผลงานวิชาการ เรื่อง “วิถีเพียงพอ ตามพ่อสอน” การพัฒนารูปแบบการเลี้ยงหอยขมเชิงเกษตรอินทรีย์ สู่เกษตรอย่างยั่งยืน และทอดพระเนตร ของหน่วยศูนย์ศิลปาชีพบางไทร หลังจากนั้นเสด็จพระราชดำเนินออกจากอาคารทูลกระหม่อมแก้วไปยังอาคารศูนย์วิทยบริการ ทรงปลูก ”ต้นแก้ว” เสด็จพระราชดำเนินขึ้นอาคารประทับพัก พระราชทานฉายพระรูปแก่คณะบุคคล จำนวน 5 คณะ ทรงลงพระนามาภิไธยในสมุดที่ระลึก เสวยพระกระยาหารกลางวัน แล้วเสด็จพระราชดำเนินกลับ

3 กุมภาพพันธ์ 2560

ขอบคุณแหล่งข้อมูล: สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา

สมัครด่วน! ทุนให้เปล่า!!! สำหรับคนจะจบ ม.๓ ที่เลือกเรียน ปวช. เกรดเฉลี่ยไม่ต้ำกว่า ๒.๕

วัตถุประสงค์ เพื่อสนับสนุนให้นักเรียนที่จบชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 และเลือกเรียนต่อในสายวิชาชีพ ได้มีความรู้ความสามารถในการประกอบอาชีพ เป็นที่พึ่งของตนเองและสังคมต่อไป การให้ทุน มูลนิธิฯ ให้ทุนตรงแก่นักเรียน คุณสมบัติผู้รับทุน เป็นนักเรียนจบชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 เรียนดีและมีความประพฤติดี มีความรับผิดชอบ ผลการเรียนระดับมัธยมศึกษาตอนต้นไม่เคยต่ำกว่า 2.0 และเฉลี่ยไม่ต่ำกว่า 2.5 มีหลักฐานยืนยันการรับเข้าเรียนในโรงเรียนสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษาหรือโรงเรียนวิชาชีพอื่นๆ ของหน่วยราชการหรือรัฐวิสาหกิจ (ยกเว้นในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล) ซึ่งมีหลักสูตรการศึกษาที่ได้รับความเห็นชอบจากกระทรวงศึกษาธิการ และเป็นโรงเรียนที่ได้รับความเห็นชอบจากมูลนิธิฯ มีความตั้งใจที่จะประกอบอาชีพในแขนงวิชาที่เรียน ทุนและการเบิกจ่าย ทุนการศึกษาวิชาชีพระดับ ปวช. เป็นทุนการศึกษาแบบให้เปล่าเป็นเงิน 7,000 บาท ต่อทุนต่อปี มูลนิธิฯ จะจ่ายเข้าบัญชีของนักเรียนในทุกต้นปีการศึกษา เพื่อให้เบิกจ่ายตามความจำเป็นระหว่างปี นักเรียนมีหน้าที่รับผิดชอบในการรายงานการใช้ทุนให้มูลนิธิฯ รับทราบเมื่อจบปีการศึกษา ระยะเวลาการให้ทุน ตามระยะเวลาของหลักสูตรการเรียน ทั้งนี้ไม่เกิน 3 ปี การให้ทุนจะถูกยกเลิกในกรณี นักเรียนเลิกเรียนหรือถูกให้ออกจากสถาบัน หรือ มูลนิธิฯ ไม่ได้รับรายงานผลการเรียนอย่างเป็นทางการที่โรงเรียนออกให้นักเรียน หรือไม่ได้รับรายงานการเบิกใช้ทุนจากนักเรียน หรือ เหตุอื่นซึ่งมูลนิธิฯ เห็นว่าทำให้ผู้รับทุนขาดคุณสมบัติ เมื่อเรียนจบหลักสูตร ปวช. นักเรียนผู้รับทุน ปวช. ของมูลนิธิฯ มีสิทธิ์ยื่นใบสมัครรับทุน ปวส. ต่อเนื่อง ดูรายละเอียดได้ในหน้าทุน ปวส. ของมูลนิธิฯ ขั้นตอนการขอรับทุน นักเรียนดาวน์โหลดใบสมัครขอรับทุนการศึกษาวิชาชีพในเว็บไซต์ของมูลนิธิฯ หรือขอใบสมัครจากมูลนิธิฯ ทางไปรษณีย์ นักเรียนกรอกใบสมัครรับทุนการศึกษาวิชาชีพอย่างครบถ้วน พร้อมเอกสารประกอบ ได้แก่

1) เอกสารแจ้งผลการเรียนอย่างเป็นทางการ (มัธยมศึกษาปีที่ 1-3)

2) จดหมายแนะนำจากผู้อำนวยการโรงเรียน

และส่งให้มูลนิธิฯ พิจารณาภายในวันที่ 15 กุมภาพันธ์ มูลนิธิฯ จะแจ้งผลการพิจารณาให้นักเรียนทราบภายในเดือนมีนาคม ที่มา : http://www.rchewa.com/2017/01/26/study-rchewa-2/

ขอบคุณแหล่งข้อมูล: อินเตอร์เน็ต

รมว.ศธ.ลงพื้นที่ภาคใต้ ช่วยเหลือประชาชนที่ประสบอุทกภัย

page.jpg

นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ พร้อมด้วย พล.ท.โกศล ประทุมชาติ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ, นายการุณ สกุลประดิษฐ์ เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน, นายสุภัทร จำปาทอง เลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา, นายสุเทพ ชิตยวงษ์ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา, นายประเสริฐ บุญเรือง รองปลัดกระทรวงศึกษาธิการ, นางรักขณา ตัณฑวุฑโฒ หัวหน้าสำนักงานรัฐมนตรี และผู้บริหารกระทรวงศึกษาธิการ ตรวจเยี่ยมพื้นที่ประสบอุทกภัยและมอบถุงยังชีพแก่ผู้ประสบอุทกภัยที่ ต.ท่าชี อ.บ้านนาสาร จำนวน 1,370 ถุง และ ต.เขาหัวควาย อ.พุนพิน จำนวน 1,000 ถุง

นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ กล่าวว่า สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ทรงห่วงใยพสกนิกรที่ประสบภัยพิบัติในครั้งนี้ และมีพระราชโองการสั่งให้องคมนตรีได้ติดตามดูแลประชาชนที่ประสบภัย ยังความซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้น รัฐบาลโดยกระทรวงศึกษาธิการ จึงรับสนองพระราชดำริ ด้วยการจัดโครงการ “รัฐบาลโดยกระทรวงศึกษาธิการช่วยเหลือประชาชน” พร้อมทั้งจัดขบวนคาราวานนักศึกษาจากวิทยาลัยอาชีวศึกษาและนักศึกษา กศน. ทั่วประเทศ ตั้งทีมให้ความช่วยเหลือ อีกทั้ง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐบาลก็มีความห่วงใยประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยเช่นกัน โดยทราบว่านายกรัฐมนตรีจะลงพื้นที่เยี่ยมผู้ประสบอุทกภัยภาคใต้ในสัปดาห์หน้า ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรีได้กำชับให้กระทรวงศึกษาธิการเข้าไปดูแลลูกหลานให้มีสถานที่เรียนหนังสือ เพื่อไม่ให้เด็กเสียโอกาสทางการศึกษา ซึ่งถือเป็นหน้าที่หลักของกระทรวงศึกษาธิการในการบูรณะโรงเรียนที่เสียหายให้กลับมามีสภาพดังเดิมหรือดีกว่าเดิม ส่วนการขยายเวลาเรียนหรือขยายเวลาปิดภาคเรียนสำหรับโรงเรียนที่น้ำท่วมแล้วสอนไม่ทันนั้น ถ้ามีเหตุผลและจำเป็นก็ต้องทำ แต่ควรมีความยืดหยุ่น และคาดว่าสถานศึกษาจะสามารถเตรียมการสอบโอเน็ต ป.6 ช่วงเดือนมีนาคมนี้ได้ทันเวลา เพราะสถานการณ์ดีขึ้นมากแล้ว โดยสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ได้ประเมินสถานการณ์และรายงานให้ทราบทุกวัน นอกจากนี้ สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) ได้จัดตั้งศูนย์อาชีวะบริการผู้ประสบอุทกภัยภาคใต้ 12 จังหวัด พร้อมทั้งส่งนักศึกษามาช่วยซ่อมอุปกรณ์ สิ่งของ ตลอดจนเครื่องใช้ไฟฟ้า การเดินทางมาให้ความช่วยเหลือที่จังหวัดสุราษฎร์ธานีในครั้งนี้ ถือเป็นการเปิดโอกาสให้กระทรวงศึกษาธิการได้ทำดี เราจะได้รู้ว่าเรามีหน้าที่อะไรและทำหน้าที่นั้นให้ดีที่สุด ซึ่งเงินที่นำมาช่วยเหลือก็เป็นเงินภาษีของประชาชน ดังนั้นหากประชาชนท่านใดไม่ได้รับความช่วยเหลือ ขอให้แจ้งมา อย่าอายที่จะขอความช่วยเหลือและต้องไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง เพราะเป็นสิท ธิ์ของทุกคน โดยกระทรวงศึกษาธิการไม่ต้องการความช่วยเหลือที่สร้างภาพ เราคนไทยด้วยกันอยากให้มีความห่วงใยกัน โอกาสนี้ นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ ได้นั่งเรือตรวจเยี่ยมโรงเรียนบ้านไทรงาม อ.พุนพิน ซึ่งยังไม่สามารถเปิดทำการเรียนการสอนได้ เพื่อรับทราบข้อมูลความเสียหายของโรงเรียนจากเหตุอุทกภัย และหารือแนวทางเร่งฟื้นฟู บูรณะ และซ่อมแซม ให้โรงเรียนเปิดทำการเรียนการสอนได้ทันทีภายหลังน้ำลด โดย รมว.ศึกษาธิการ กล่าวว่า สถานศึกษาในจังหวัดสุราษฎร์ธานีได้รับความเสียหายจากอุทกภัยจำนวน 276 โรงเรียน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นโรงเรียนประถมศึกษา และมีโรงเรียนที่ได้รับผลกระทบอย่างหนักอยู่ในอาการโคม่า 20 แห่ง เช่น โรงเรียนบ้านไทรงามซึ่งพื้นของอาคารเรียนทั้งสองหลังใช้งานไม่ได้ จึงต้องเร่งฟื้นฟูในเรื่องของกายภาพ และให้ สพฐ. ดูแลเรื่องการจัดทำงบประมาณในการปรับปรุงซ่อมแซม ส่วนเรื่องการจัดการเรียนการสอนได้แก้ปัญหาแล้ว เช่น การนำเด็กจากโรงเรียนต่าง ๆ มาเรียนรวมกัน และยืมสถานที่ของเอกชนมาใช้สอนหนังสือ เป็นต้น โดยพยายามทำเท่าที่สถานการณ์จะทำได้ ซึ่งตอนนี้มีข่าวดีคือระดับน้ำลดลงเรื่อย ๆ และที่น่ายินดีไปกว่านั้นคือ ได้รับความร่วมมือจากสถาบันอาชีวศึกษาจากภูมิภาคต่าง ๆ มาช่วยซ่อมสิ่งของ โดยมาตั้งศูนย์ฯ อยู่ที่สุราษฎร์ธานีเป็นเวลา 3 อาทิตย์แล้ว ซึ่งได้รับรายงานว่านักเรียนนักศึกษาอาชีวศึกษาได้ช่วยซ่อมของทั้งชิ้นเล็กและชิ้นใหญ่ประมาณ 80,000 ชิ้น ความร่วมมือร่วมใจกันช่วยเหลือประชาชนในครั้งนี้จึงถือเป็นมูลค่าที่ประมาณไม่ได้ Cr.ข่าวสำนักงานรัฐมนตรี กลุ่มประชาสัมพันธ์ 19 มกราคม 2560

ขอบคุณแหล่งข้อมูล: สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา

ประชุมเชิงปฏิบัติการการจัดการเรียนการสอนรูปแบบ KOSEN ประเทศญี่ปุ่น

page.jpg

ดร. สุเทพ ชิตยวงษ์ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษาเป็นประธานในพิธีเปิดการประชุมเชิงปฏิบัติการการจัดการเรียนการสอนรูปแบบKOSEN ประเทศญี่ปุ่นโครงการความร่วมมือไทย – ญี่ปุ่น ณ วิทยาลัยอาชีวศึกษาเทคโนโลยีฐานวิทยาศาสตร์ (ชลบุรี) ตามที่ประเทศไทย ได้ก้าวเข้าสู่ประชาคมอาเซียนและก้าวสู่การเป็นไทยแลนด์ 4.0 และสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ให้ความสำคัญในการขับเคลื่อนส่งเสริมให้สถานศึกษาระดับอาชีวศึกษา มีความเป็นเลิศเฉพาะด้าน อาทิ การจัดการศึกษาด้านเทคโนโลยีฐานวิทยาศาสตร์ และการจัดการศึกษาอาชีวศึกษาสู่มาตรฐานสากล การพัฒนาหลักสูตรให้ทันสมัยมีคุณภาพ ใช้เป็นแนวทางการจัดการเรียนการสอน เพื่อสร้างเสริมประสบการณ์ ทักษะชีวิต ความคิดสร้างสรรค์ และเป็นการเตรียมความพร้อมให้นักเรียนนักศึกษา ในด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ไปสู่การสร้างนวัตกรรมและสร้างกำลังคนทางอาชีวศึกษา ให้ตอบสนองความต้องการตลาดแรงงานของประเทศ และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันระดับอาเซียน และระดับสากล การจัดการเรียนการสอนในรูปแบบ KOSEN ของประเทศญี่ปุ่น สามารถรองรับกับสภาวะการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น และเตรียมความพร้อมกับการก้าวเข้าสู่การเป็นประชาคมอาเซียน สู่มาตรฐานสากล การจัดฝึกอบรมการประชุมเชิงปฏิบัติการการจัดการเรียนการสอนรูปแบบ KOSEN ประเทศญี่ปุ่น โดยมีวัตถุประสงค์คือ 1. เพื่อพัฒนาและเพิ่มศักยภาพให้แก่ครูและบุคลากรทางการศึกษานักเรียนนักศึกษา ให้ได้รับความรู้ด้านการพัฒนาหลักสูตร สื่อ เทคนิคและวิธีการจัดการเรียนการสอนรูปแบบ KOSEN ซึ่งมีมาตรฐานและเป็นที่ยอมรับในระดับสากล 2. เพื่อให้ครูและบุคลากรทางการศึกษาได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้และมีประสบการณ์ตรงกับผู้เชี่ยวชาญจากประเทศญี่ปุ่น เพื่อให้เกิดความเข้าใจอันจะนำไปสู่การพัฒนาวิชาชีพเพื่อพัฒนาครูผู้สอนในด้านการจัดการเรียนการสอนตามแบบ KOSEN ในสถานศึกษาให้มีมาตรฐานเทียบเท่า KOSEN ของประเทศญี่ปุ่น 3. เพื่อเป็นการเสริมสร้างความพร้อมในการพัฒนานักเรียน นักศึกษา สู่ประชาคมอาเซียน และมาตรฐานสากล 4. เพื่อเป็นการพัฒนาความร่วมมือระหว่างประเทศไทยกับประเทศญี่ปุ่น การฝึกอบรมครั้งนี้ มีคณะครูจากวิทยาลัยในโครงการฐานวิทยาศาสตร์ ทั้ง 5 แห่ง จำนวน 20 คน นักเรียน จากวิทยาลัยอาชีวศึกษาเทคโนโลยีฐานวิทยาศาสตร์ จำนวน 50 คน จากวิทยาลัยเทคนิคสุรนารี จำนวน 50 คน จำนวนทั้งสิ้น 120 คน ณ ห้องประชุมวิทยาลัยอาชีวศึกษาเทคโนโลยีฐานวิทยาศาสตร์(ชลบุรี)

ขอบคุณแหล่งข้อมูล: สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา