อาชีวะจับมือ มจพ. และ๑๙ สถานประกอบการชั้นนำของประเทศ พัฒนาครูฝึกช่างเทคนิคขั้นสูงตามแนวทางมาตรฐานเยอรมัน

%E0%B8%9B%E0%B8%812.jpg

สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา กับมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ (มจพ.) องค์กรความร่วมมือระหว่างประเทศเยอรมัน (GIZ) สถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ (องค์การมหาชน) และสถานประกอบการชั้นนำของประเทศ สร้างความร่วมมือในการพัฒนาหลักสูตรการฝึกอบรมทางด้านเทคโนโลยีหลักสูตรการฝึกอบรมครูฝึกในสถานประกอบการตามมาตรฐาน และหลักสูตรอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องไปสู่การพัฒนาครูฝึกช่างเทคนิคขั้นสูงตามแนวทางมาตรฐานของเยอรมัน (The Highly-Skilled Technical “Meister” Development Program on the Basis of the German Educational Standards) โดยจัดพิธีลงนามความร่วมมือทางวิชาการขึ้นในวันที่ 12 ตุลาคม 2559 ณ หอประชุมเบญจรัตน์ อาคารนวมินทรราชินี มจพ.โดยได้รับเกียรติจาก H.E. Mr. Peter Prugel เอกอัครราชทูตเยอรมันประจำประเทศไทย และ พลเอก ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นสักขีพยาน ในโอกาสนี้ พลเอก ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวขอบสถานเอกอัครราชทูตเยอรมันประจำประเทศไทย มจพ. และองค์กรสถานประกอบการทั้ง 19 แห่ง ที่ตระหนักถึงความสำคัญของการร่วมกันสร้างแรง งานที่มีคุณภาพตามนโบบายประชารัฐ ด้านการยกระดับคุณภาพวิชาชีพ ในการส่งเสริมการอาชีวศึกษาและเทคโนโลยี เพื่อสร้างแรงงานที่มีทักษะและพัฒนาคุณภาพมาตรฐานการศึกษาให้เชื่อมโยงกับมาตรฐานวิชาชีพ โดยเน้นให้สถานประกอบการมีส่วนร่วมในการจัดการศึกษา ที่เน้นการพัฒนาแรงงานช่างเทคนิคให้มีความรู้ ทักษะ และคุณลักษณะ เพื่อให้เกิดสมรรถนะตามมาตรฐานวิชาชีพและตรงตามความต้องการของสถานประกอบการในภาคอุตสาหกรรม เพื่อการแข่งขันทางเศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรมในยุคประเทศไทย 4.0 ดร. สุเทพ ชิตยวงษ์ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา กล่าวว่า แนวโน้มที่ประเทศไทยจะขาดแรงงานฝีมือด้านทักษะ ที่ตรงกับความต้องการของสถานประกอบการเนื่องจากเทคโนโลยีที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว สอศ. ซึ่งมีการจัดการเรียนการสอนอาชีวศึกษาระบบทวิภาคี ได้เตรียมที่จะพัฒนาครู และครูฝึกในสถานประกอบการ ให้มีมาตรฐาน โดยได้ทำความร่วมมือกับมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ “เพื่อพัฒนาครู ฝึกช่างเทคนิคขั้นสูงตามแนว ทางมาตรฐานของเยอรมัน” ซึ่งสอศ.มุ่งเน้นให้เกิดความร่วมมือกันเพื่อประโยชน์ของทุกฝ่าย โดยในกลุ่มมีสถานประกอบการ ที่จะเข้าร่วมโครงการฯ ณ วันนี้ จำนวน19 องค์กรโดยสถานประกอบการชั้นนำที่ลงนามร่วมกันในโครงการฯ ส่วนหนึ่งก็เป็นภาคีเครือข่ายในการจัดอาชีวศึกษาระบบทวิภาคี ด้าน ศาสตราจารย์ ดร.ธีรวุฒิ บุญยโสภณ อธิการบดี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ (มจพ.) กล่าวว่า ปัจจัยหนึ่งที่สำคัญของปัญหาการขาดบุคลากรที่เป็นผู้เชื่อมต่อองค์ความรู้ และสร้างความร่วมมือระหว่างสถานศึกษา ผู้ปฏิบัติงาน และสถานประกอบการ ซึ่งในประเทศเยอรมันปัญหานี้ ถูกแก้ไขด้วยการกำหนดมาตรฐานผู้ฝึกอาชีพที่เรียกว่า “Meister” หรือ “ครูฝึกช่างเทคนิคชั้นสูง” ซึ่งครูฝึกช่างเทคนิคขั้นสูงจะเป็นผู้ที่ได้รับการอบรม และผ่านขั้นตอนการทดสอบความรู้ในด้านต่าง ๆ เพื่อที่จะได้รับวุฒิบัตร สำหรับการประกอบวิชาชีพเป็น ครูฝึกที่รับรองโดยสภาหอการค้าหรือสภาอุตสาหกรรมของประเทศเยอรมัน มจพ. ได้เล็งเห็นถึงปัญหาดังกล่าว จึงได้ร่วมมือทางวิชาการ กับหอการค้าเยอรมันไทย เพื่อที่จะนำรูปแบบการฝึกครู “Meister” หรือ “ครูฝึกช่างเทคนิคขั้นสูง” ของประเทศเยอรมันไปใช้ โดยกำหนดให้มีการพัฒนาหลักสูตรร่วมกับภาคอุตสาหกรรมและสถาบันการศึกษา การฝึกอบรม การทดสอบ และกิจกรรมอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้มีมาตรฐานและระบบการพัฒนาครูฝึกช่างเทคนิคขั้นสูง ตามคุณภาพมาตรฐานของประเทศเยอรมัน และได้รับการรับรองจากหอการค้าเยอรมันไทย โดยหลักสูตร Thai-German Meister ที่จะเปิดการเรียนการสอนทั้งหมดด้วยกัน 3 สาขาอาชีพ ใช้เวลาในการอบรมทั้งหมด 800 ชั่วโมง (ตามมาตรฐานเยอรมัน) ประกอบด้วย สาขาไฟฟ้าอุตสาหกรรมและอิเล็กทรอนิกส์ สาขาเครื่องกลอุตสาหกรรม และสาขาแมคคาทรอนิกส์ โดยในแต่ละหลักสูตรในแต่ละสาขาอาชีพ จะแบ่งออกเป็น 3 ส่วนด้วยการกันคือ ส่วนที่ 1 การฝึกอบรมทางด้านเทคโนโลยี (480 ชม.) ส่วนที่ 2 การฝึกอบรมเป็นผู้ฝึกในสถานประกอบการ (In-company Trainer) ตามมาตรฐานอาเซียน (120 ชม.) และส่วนที่ 3 การฝึกอบรมทางด้านกฎหมายและการบริหารองค์กร (200 ชม.)

19 องค์กร ที่ร่วมลงนามตามโครงการ “พัฒนาครูฝึกช่างเทคนิคขั้นสูงตามแนวทางมาตรฐานของเยอรมัน (The Highly-Skilled Technical “Meister” Development Program on the Basis of the German Educational Standards) สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา สถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ องค์กรความร่วมมือระหว่างประเทศของเยอรมัน (GIZ) บริษัท ซีเมนส์ จำกัด บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน) และบริษัทในเครือ (SCG) บริษัท บี.กริม เพาเวอร์ จำกัด บริษัท เบทาโกร จำกัด (มหาชน) บริษัท บุญรอด บริวเวอร์รี่ จำกัด บริษัท ดาลินี่ จำกัด บริษัท เพรซิเดนท์ เบเกอรี่ จำกัด (มหาชน) บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) บริษัท ยูแทค ไทย จำกัด บริษัท สมบูรณ์ แอ๊ดวานซ์ เทคโนโลยี จำกัด (มหาชน) บริษัท น้ำตาลมิตรผล จำกัด บริษัทเวสเทิร์น ดิจิตอล (ประเทศไทย) จำกัด บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลล์ จำกัด บริษัท เอชจีเอสที (ประเทศไทย) จำกัด บริษัท โรงงานเหล็กกรุงเทพฯ จำกัด และบริษัท เซฟ-ที-คัท แมนูแฟคเจอริ่ง จำกัด

กลุ่มประชาสัมพันธ์ สอศ. 12 ตุลาคม 2559

ขอบคุณแหล่งข้อมูล: สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา

%d bloggers like this: