รวมข่าว สพฐ. วันที่ ๘ ตุลาคม ๒๕๕๙

สพม.6 ประชุมผู้บริหารสถานศึกษา ครั้งที่ 8/2559

902890.JPG

+ดร.ธีระวัฒน์ วรรณนุช ผอ.สพม.6 ปฏิบัติหน้าที่ รองศึกษาธิการภาค 3 เป็นประธานการประชุมผู้บริหารสถานศึกษาสังกัด สพม.6 โดยก่อนเริ่มระเบียบวาระการประชุม มอบประกาศเกียรติคุณสถานศึกษาที่มีการบริหารจัดการและดำเนินงานจัดระบบการดูแลช่วยเหลือนักเรียนอย่างมีคุณภาพและต่อเนื่อง เพื่อรับรางวัลระบบการดูแลช่วยเหลือนักเรียน ประจำปี 2559 ดังนี้ ประเภทสถานศึกษามัธยมศึกษาขนาดใหญ่ รางวัลเกียรติบัตรระดับทองแดง ได้แก่ โรงเรียนราชประชาสมาสัย ฝ่ายมัธยมฯ ประเภทสถานศึกษามัธยมศึกษาขนาดกลาง รางวัลเกียรติบัตรระดับเงิน ได้แก่ โรงเรียน

ดอนฉิมพลีพิทยาคม ประเภทสถานศึกษามัธยมศึกษาขนาดเล็ก โล่รางวัลดีเด่น และรางวัลเกียรติบัตรระดับทอง ได้แก่ โรงเรียนมัธยมวัดใหม่สมุทรกิจวิทยาคม และมอบเกียรติบัตรและโล่ประกาศเกียรติคุณ โรงเรียนในฝันที่ได้รับการรับรองความยั่งยืน ตามเป้าหมายของโรงเรียนในฝัน ปีงบประมาณ 2559 จำนวน 2 แห่ง ได้แก่ โรงเรียนหาดอมราอักษรลักษณ์วิทยา จังหวัดสมุทรปราการ และโรงเรียนสนามชัยเขต จังหวัดฉะเชิงเทรา และมอบโล่รางวัลโรงเรียนต้นแบบโครงการโรงเรียนปลอดขยะ (Zero Waste School) ได้แก่ โรงเรียนราชประชาสมาสัย ฝ่ายมัธยม ฯ จังหวัดสมุทรปราการ โรงเรียนบางบ่อวิทยาคม จังหวัดสมุทรปราการ และโรงเรียนหาดอมราอักษรลักษณ์วิทยา จังหวัดสมุทรปราการ และมอบช่อดอกไม้แสดงความยินดี ผอ.กิตติศักดิ์ ชาญอักษร ผอ.โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาน้อมเกล้าสมุทรปราการ ได้เลื่อนวิทยฐานะระดับเชี่ยวชาญ และดำเนินการประชุมตามระเบียบวาระการประชุมฯ ครั้งที่ 8/2559 เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2559 ณ ห้องประชุมโรงเรียนบางบ่อวิทยาคม จังหวัดสมุทรปราการ (กิตติคุณ…ภาพ/จันทรา…ข่าว)

“น้ำเต้าขาควาย” การเรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงที่โรงเรียนบ้านท่าน้ำเค็มใต้

902680.jpg

. “น้ำเต้าขาควาย” การเรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง@โรงเรียนบ้านท่าน้ำเค็มใต้ ภายใต้แนวคิด ร่วมคิด ร่วมทำ ร่วมรับผิดชอบ และร่วมชื่นชม” ….หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ถูกน้อมนำเข้าสู่การจัด การเรียนการสอนในสถานศึกษาทุกแห่ง โดยเป้าหมายสำคัญ คือ การปลูกฝังให้เด็กและเยาวชนรู้จักการใช้ชีวิตที่พอเพียง เห็นคุณค่าของทรัพยากรต่าง ๆ รู้จักการอยู่ร่วมกับผู้อื่นด้วยความเอื้อเฟื้อ เผื่อแผ่ และแบ่งปัน มีจิตสำนึกรักษ์สิ่งแวดล้อม เห็นคุณค่าของวัฒนธรรม ค่านิยม เอกลักษณ์แห่งความเป็นไทย โดยที่ไม่หลงไปกับกระแสสังคมในปัจจุบัน

.โรงเรียนบ้านท่าน้ำเค็มใต้ หมู่ที่ 10 ต.ท่าแพ อ.ท่าแพ จ.สตูล เป็นโรงเรียนหนึ่งที่นำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง เข้าสู่การเรียนการสอนโดยบูรณาการในหลักสูตรสถานศึกษา และวิชาการงานอาชีพ สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 -6 เน้นทักษะกระบวนการทำงานเพื่อการนำไปใช้ในชีวิตประจำวัน โดยจัดการเรียนรู้ภาคทฤษฎีในห้องเรียน ก่อนนำสู่การปฏิบัติในภาค สนาม เริ่มตั้งแต่เวลา 14:00 – 16:00 น.

.โดยได้ปรับพื้นที่บริเวณโรงเรียน เนื้อที่กว่า 1ไร่ เป็นแปลงเรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง 3 ลักษณะ คือ 1) แปลงผักสวนครัว 2) แปลงเรียนรู้ เริ่มตั้งแต่การเตรียมดิน การปลูก การดูแลรักษา การเก็บเกี่ยวผลผลิต 3) แปลงพ่อแม่ปลูกลูกรักษา ด้วยมุ่งหวังช่วยสร้างความผูกพันและความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างพ่อแม่ ลูก และลดปัญหาความขัดแย้งในครอบครัวอีกทางหนึ่งด้วย

.สำหรับผักที่ปลูกนั้น มี ผักบุ้ง ผักกวางตุ้ง ตะไคร้ พริก มะละกอ ชะอม และจุดเด่นคือน้ำเต้าขาควาย (ลักษณะคล้ายฟักเขียว แต่ผลจะโตกว่ามาก) ซึ่งเมื่อน้ำเต้าขาควายออกผลครั้งใด เด็ก ๆ จะพากันตื่นเต้นดีใจมาก เพราะน้ำเต้าขาควาย มีผลที่ใหญ่และยาวคล้ายขาควาย ถ้าผลโตเต็มทีน้ำหนักตกเฉลี่ยผลละ ประมาณ 7-8 กิโลกรัม มี ความยาวเฉลี่ยประมาณ 60-80 เซนติเมตร เลยทีเดียว

.ผลผลิตจากเกษตรพอเพียงที่เกิดขึ้นทั้งหมด นักเรียนจะแบ่งหน้าที่กันจัดการ เช่น จัดทำบัญชีผลผลิต จัดจำหน่าย จัดแบ่งรายได้ โดยมีครูคอยให้คำปรึกษาและดูแลอย่างใกล้ชิด ผลผลิตส่วนใหญ่จะจำหน่ายเข้าสู่โครงการอาหารกลางวัน ในโรงเรียน เพื่อปรุงเป็นอาหารกลางวันที่ให้แก่นักเรียน ผลผลิตที่เหลือจะจำหน่ายให้แก่ครู ผู้ปกครอง และชุมชน เงินที่ได้จากการจำหน่ายผลผลิตแต่ละครั้ง ส่วนหนึ่งหักเป็นรายได้แก่นักเรียนเพื่อเป็นขวัญและกำลังใจ

.นายอาหลี ลิมานัน ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านท่าน้ำเค็มใต้ กล่าวว่า โรงเรียนได้พันธุ์น้ำเต้าขาควายจากการไปศึกษาดูงานการศึกษาทางภาคเหนือ จึงได้นำมาให้นักเรียนทดลองปลูกร่วมกับการปลูกผักชนิดอื่น ๆ ในการเรียนรู้เกษตรพอเพียง พบว่านักเรียนเกิดความสนุกและมีความสุขในการเรียนรู้ ด้านผู้ปกครองก็เต็มใจเข้ามาทำกิจกรรมร่วมกับลูกๆ ซึ่งเป็นไปตามเจตนารมณ์ของการบริหารที่ต้องการให้ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการศึกษาได้ “ร่วมคิด ร่วมทำ ร่วมรับผิดชอบ และร่วมชื่นชม”

.นางเจ๊ะมีด๊ะ มะสมาน ผู้ปกครองนักเรียน กล่าวว่า รู้สึกดีใจที่ลูก ๆ ได้เรียนรู้เกษตรพอเพียงและได้ลงมือปฏิบัติจริงๆ ซึ่งคิดว่าเป็นการเรียนรู้ที่สามารถนำกลับไปต่อยอดที่บ้านได้ ขอบคุณผู้บริหารโรงเรียนและครูที่ให้โอกาสผู้ปกครองเข้ามามีส่วนร่วมกับทุกกิจกรรมของโรงเรียน

ศึกษาธิการจังหวัดลพบุรี จัดประชุมสัมมนาแลกเปลี่ยนเรียนรู้ การจัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์ของเด็กปฐมวัย

902813.jpg

7 ตุลาคม 2559 ดร.ปัญญา แก้วเหล็ก ผอ.สพป.ลพบุรีเขต1 ปฏิบัติหน้าทร่ศึกษาธิการจังหวัดลพบุรี เป็นประธานเปิดการประชุมสัมมนาแลกเปลี่ยนเรียนรู้ การจัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์ของเด็กปฐมวัย ให้กับครูปฐมวัย ณ ห้องประชุมโรงเรียนอนุบาลจังหวัดทหารบกลพบุรี

โครงการบ้านนักวิทยาศาสตร์น้อยประเทศไทย เป็นโครงการที่สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงพระกรุณาพระราชทานพระราชดำริ ให้คณะกรรมการนำไปพิจารณาริเริ่มดำเนินการนำร่องในประเทศไทย โดยได้ทอดพระเนตรตัวอย่างโครงการนี้ คราวเสด็จพระราชดำเนินเยือนประเทศเยอรมันนี เมื่อปี พ.ศ.2552 โดยที่มาของโครงการบ้านนักวิทยาศาสตร์น้อย มาจากการประเมินผลของโครงการ PIZA ที่พบว่า ความรู้และทักษะทางวิทยาศาสตร์ของเด็กไทย ยังอยู่ในระดับต่ำกว่าค่าเฉลี่ย อีกทั้งยังขาดแคลนนักวิทยาศาสตร์และวิศวกร ที่จะร่วมมือขับเคลื่อนและพัฒนาประเทศ งานวิจัยยืนยันว่า เราควรสร้างทัศนคติที่ดีด้านการเรียนรู้ ทักษะและกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ให้กับเด็กตั้งแต่ระดับปฐมวัย (อายุ3-6 ปี) เพราะเป็นช่วงอายุที่มีความสามารถในการเรียนรู้และจดจำมากที่สุด ซึ่งโครงการได้รับการสนับสนุนเป็นอย่างดีจากหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชน เพื่อส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และเป็นแนวทางการพัฒนาการเรียนการสอนวิทยาศาสตร์สำหรับเด็กปฐมวัย

ปัจจุบัน สพฐ. มีโรงเรียนที่ได้รับการคัดเลือกให้เข้าโครงการ ” บ้านนักวิทยาศาสตร์น้อย ประเทศไทย” ตั้งแต่ปีงบประมาณ 2554 – 2559 แล้ว จำนวน 6 รุ่น รวมทั้งหมด 13065 โรงเรียน (เป็นโรงเรียนสังกัด สพป.ลพบุรีเขต1 จำนวน 86 โรงเรียน) โดยโรงเรียนในแต่ะรุ่น มีผลการประเมินโครงงานวิทยาศาสตร์ผ่านเกณฑ์การประเมินเพื่อรับตราพระราชทานครบทุกโรงเรียน 100% ทุกปีการศึกษา ซึ่งสะม้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่น ตั้งใจในการพัฒนาคุณภาพเด็กไทยตั้งแต่ระดับปฐมวัย ของผู้บริหารสถานศึกษาและครูปฐมวัยที่เข้าร่วมโครงการในสังกัดอย่างต่อเนื่อง

ในปีการศึกษา 2559 นี้ สพป.ลพบุรีเขต1 มีโรงเรียนที่ต้องเข้ารับการประเมิน 2 รุ่น รวม 46 โรงเรียน ได้แก่ รุ่นที่3 เป็นการประเมินคงสภาพ 33 โรงเรียน รุ่นที่ 6 เป็นการประเมินเพื่อรับจราพระราชทานครั้งแรก จำนวน 13 โรงเรียน โดยเฉพาะการประเมินคงสภาพของรุ่นที่3 สพฐ.ได้กำหนดเกณฑ์การผ่านประเมินเพื่อรับตราพระราชทานเพิ่มมากขึ้น คือ ต้องผ่านการประเมินในระบบออนไลน์ และประเมินโครงงานวิทยาศาสตร์ของเด็กปฐมวัย ในรูปแบบของวัฏจักรการสืบเสาะถึง3รอบ ประกอบกับครูผู้สอนปฐมวัยในสังกัด ส่วนใหญ่ไม่ใช่เอกปฐมวัยและวิทยาศาสตร์ จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่ สพป.ต้องทำความเข้าใจและพัฒนาตรูปฐมวัยให้มีความรู้ ทักษะ กระบวนการจัดการเรียนรู้ด้วยโครงงานวิทยาศาสตร์ เพื่อไปสู่การจัดประสบการณ์การเรียนรู้ให้เด็กมีทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ โดยสามารถจัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์แบบวัฏจักรการสืบเสาะ ซึ่งเป็นเอกสารส่วนหนึ่งของการประเมินประกอบการประเมินออนไลน์ ให้ทุกโรงเรียนในโครงการ สามารถพัฒนาให้ผ่านเกณฑ์การประเมิน เพื่อรับตราพระราชทานได้ทุกโรงเรียน เหมือนทุกปีการศึกษาที่ผ่านมา

การประชุมสัมมนาครั้งนี้ ได้รับความร่วมมือจากคณะศึกษานิเทศก์ ที่รับผิดชอบโครงการบ้านนักวิทยาศาสตร์น้อย ประเทศไทย ทีมงานครูผู้สอนปฐมวัย ที่ทำหน้าที่ LT ครูปฐมวัยที่ทำหน้าที่เป็นประธานรุ่น เลขานุการทุกรุ่น และครูแกนนำที่อาสาเข้ามาช่วยเป็นทีมวิทยากรและประสานงานการประชุม ผู้บริหารและคณะครูโรงเรียนอนุบาลทหารบกจังหวัดลพบุรี ที่ให้ความอนุเคราะห์ด้านสถานที่จัดประชุมและอำนวยความสะดวกต่างๆ

ภคจิรา ภาพ ข่าว รายงาน

8 ตุลาคม 2559

ขอบคุณแหล่งข้อมูล: สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ

%d bloggers like this: