บิ๊กตู่ใช้ม.๔๔ปลดชาญณรงค์ผอ.สมศ.

7ab5k8ead8cbj5eikjf8b.jpg

เมื่อวันที่ 16 พฤษภาคม พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ประกาศคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ 23/2559 เรื่อง การปฏิบัติหน้าที่ของผู้อำนวยการสำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (องค์การมหาชน) หรือ สมศ. ว่า เพื่อให้การพัฒนาระบบการประเมินคุณภาพภายนอกและการประเมินผลการจัดการศึกษา อันเป็นกลไกสำคัญของการตรวจสอบคุณภาพของสถานศึกษาในแต่ละระดับ เป็นไปตามความมุ่งหมายและหลักการตามที่กำหนดในกฎหมายว่าด้วยการศึกษาแห่งชาติ อันจะเป็นประโยชน์ต่อการปฏิรูปการศึกษาของประเทศ อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 44 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พุทธศักราช 2557 หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติโดยความเห็นชอบของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ จึงมีคำสั่ง ดังต่อไปนี้ ข้อ 1 ให้ นายชาญณรงค์ พรรุ่งโรจน์ ผู้อำนวยการสำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (องค์การมหาชน) ระงับการปฏิบัติหน้าที่เป็นการชั่วคราวจนกว่าหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติจะมีคำสั่งเป็นอย่างอื่น ข้อ 2 ให้นายคมศร วงษ์รักษา รองผู้อำนวยสำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (องค์การมหาชน) รักษาราชการแทนผู้อำนวยการสำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (องค์การมหาชน) จนกว่าหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติจะมีคำสั่งเป็นอย่างอื่น ข้อ 3 คำสั่งให้ใช้บังคับตั้งแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป ลงคำสั่ง ณ วันที่ 16 พฤษภาคม พุทธศักราช 2559 ภายหลังมีคำสั่งดังกล่าว ศ.ดร.ชาญณรงค์ กล่าวให้สัมภาษณ์เพียงสั้นๆ ว่า ยังไม่ทราบว่ามีคำสั่งให้ระงับการปฏิบัติหน้าที่ จึงยังไม่ขอพูดอะไรมากขอดูคำสั่งก่อน ด้าน ศ.ดร.สมพงษ์ จิตระดับ อาจารย์ประจำคณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า คำสั่งดังกล่าว น่าจะเกิดจากความขัดแย้งในทางนโยบาย และแนวทางการทำงาน ระหว่าง สมศ. และผู้กำกับดูแล สมศ. หรือผู้รับฟังข้อมูล อย่างรัฐมนตรี และสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) โดย สมศ.พยายามปฏิบัติตามกรอบเวลา เพื่อให้มีการประเมินคุณภาพภายนอกรอบ 4 ทั้งที่ในส่วนของรัฐมนตรี และ สปท.เห็นว่าการประเมินต้องชะลอออกไปก่อน 2 ปี เพราะที่ผ่านมาต้องยอมรับว่า สมศ.มีจุดบกพร่อง ต้องปรับปรุงแก้ไข “คำสั่งระงับหน้าที่ ผอ.สมศ.ครั้งนี้ เชื่อว่า น่าจะส่งผลให้การประกันคุณภาพต้องเลื่อนออกไปอีก 2 ปีแน่นอน เพื่อปรับปรุงรายละเอียดต่างๆ รวมถึงน่าจะมีการปรับทิศทางการทำงาน ให้มีหลักการคิด แนวคิด และแนวปฏิบัติ ตัวบ่งชี้ต่างๆ ที่น่าจะลดลง สะท้อนการประกันคุณภาพการศึกษาที่ชัดเจนมากขึ้น อย่างไรก็ตาม โดยส่วนตัวมองว่า คำสั่งที่เกี่ยวข้องกับการศึกษา ตามที่ คสช.ใช้อำนาจตามมาตรา 44 นั้น ทุกคำสั่งที่ผ่านมา รวมถึงคำสั่งครั้งนี้ เป็นการใช้อำนาจที่ถูกจุด และเชื่อว่าคนในวงการการศึกษารู้สึกพอใจ เพราะเป็นเจตนาเพื่อแก้ปัญหาให้เกิดการพัฒนาและตรงกับความต้องการของคนส่วนใหญ่” ศ.ดร.สมพงษ์ กล่าว

วันจันทร์ที่ 16 พฤษภาคม 2559

ขอบคุณแหล่งข้อมูล: หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

%d bloggers like this: