อนุบาลสตูลค้นพบฟอสซิลแห่งใหม่จากการวิจัย

อนุบาลสตูลค้นพบฟอสซิลแห่งใหม่จากการเรียนด้วยกระบวนการวิจัย : เยี่ยมสถานศึกษา โดยกันยา มาศภูมิ ปชส.สพป.สตูล 08-7396-6007

ichaddfa7fd6bkijhed9e.jpg

“การเรียนรู้จากเดิมที่มีครูยืนถือชอล์กหน้ากระดานดำ พูดความรู้ให้ฟัง บอกให้จด ให้ท่องจำ ภายในห้องสี่เหลี่ยมแคบๆ คงจะไม่สามารถพัฒนาเด็กให้สามารถเรียนรู้หรือรู้ทันข้อมูลข่าวสารหรือความรู้ต่างๆ ที่มีมากมาย หลากหลายแขนงที่มีอยู่ทุกที่บนโลกไร้พรมแดนแห่งนี้ ทว่าการปรับเปลี่ยนปฏิรูปการสอนแนวใหม่ที่สอนให้เด็กรู้จักวิธีการคิด รู้จักการแสวงหา/สืบค้น การคิดวิเคราะห์และสังเคราะห์ เช่น การเรียนด้วยกระบวนการวิจัยที่โรงเรียนอนุบาลสตูล ทำให้นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ค้นพบแหล่งฟอสซิลแห่งใหม่ใน อ.เมือง จ.สตูล” นายสุทธิ สายสุนีย์ ผู้อำนวยการโรงเรียนอนุบาลสตูล กล่าว โรงเรียนอนุบาลสตูล เป็นโรงเรียนมาตรฐานสากลเมื่อปี 2553 มีหลักสูตรการจัดการเรียนรู้ด้วยตนเอง โดยใช้นวัตกรรมการเรียนรู้ด้วยกระบวนการวิจับ 10 ขั้นตอน ซึ่งเป็นการจัดการเรียนรู้ที่ส่งเสริมนักเรียนให้รู้จักกระบวนการประชาธิปไตย การสื่อสาร การรู้จักแสวงหาความรู้ผ่านสื่อต่างๆ อาทิ ความรู้จากชุมชน/อินเทอร์เน็ต/ธรรมชาติ และทุกอย่างรอบๆ ตัว นำไปสู่กระบวนการคิด การวิเคราะห์ และการสังเคราะห์องค์ความรู้ในที่สุด นายสุทธิ เล่าว่า ในแต่ละปีเด็กทุกห้องจะมีโครงงานการเรียนรู้ที่เป็นโครงงานตามความสนใจของเด็ก ทำให้มีความรู้ใหม่ๆ จากโจทย์วิจัยเกิดขึ้นเสมอ กระบวนการวิจัย 10 ขั้นตอน เริ่มต้นจากเรียนรู้เรื่องใกล้ตัว พัฒนาโจทย์ไปสู่โจทย์วิจัย ออกเก็บข้อมูลจากแหล่งต่างๆ พร้อมศึกษาหาความรู้เพิ่มเติม เพื่อนำไปสู่วิเคราะห์และประมวลผลพัฒนาเป็นองค์ความรู้ และนำเผยแพร่ให้ชุมชนหรือสาธารณชนทราบ ใช้เวลาในการเรียนรู้ 1 ปีการศึกษาอย่างเช่นนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4/6 ทำโครงงานศึกษาเรื่องตามรอยฟอสซิลในพื้นที่ อ.เมืองสตูล สำหรับกระบวนการเรียนรู้ เริ่มต้นจากการที่นักเรียนในห้องเสนอโจทย์โครงงาน และเหตุผลสนับสนุน จากนั้นก็จะมาร่วมกันลงเสียงโหวตเพื่อเลือกโจทย์ที่จะเรียนร่วมกันทั้งห้อง จนได้โจทย์โครงงานที่จะศึกษาร่วมกัน คือ “ตามรอยฟอสซิลในพื้นที่ อ.เมืองสตูล” เนื่องจากมีความสนใจว่า จ.สตูล มีฟอสซิลที่มีอายุค่อนข้างยาวนานที่สุดในประเทศไทย โดยมีครูฉวีวรรณ ฮะอุรา เป็นที่ปรึกษา ครูฉวีวรรณ อธิบายว่า เมื่อได้โจทย์ที่จะเรียนรู้แล้ว นักเรียนจะร่วมกันวางแผนการศึกษา สืบค้นความรู้ฟอสซิลจากอินเทอร์เน็ต หนังสือ พิพิธภัณฑ์ธรรมชาติวิทยา โรงเรียนกำแพงวิทยา อ.ละงู พิพิธภัณฑ์ช้างดึกดำบรรพ์ทุ่งหว้า อ.ทุ่งหว้า จ.สตูล รวมถึงการได้รับความรู้และคำแนะนำจาก อ.ธรรมรัตน์ นุตะธีระ อาจารย์ประจำพิพิธภัณฑ์ธรรมชาติวิทยา หลังจากนั้นนักเรียนเริ่มลงพื้นที่สำรวจสถานที่ต่างๆ ที่คาดว่าจะมีซากฟอสซิลในท้องที่ อ.เมืองสตูล ด้วยความคาดหวังว่าจะได้พบฟอสซิลใน อ.เมืองสตูล อาทิ เขาโต๊ะพญาวัง ถ้ำวัดถ้ำเขาจีน ริมคลองบ้านนาแค ฯลฯ จนกระทั่งเมื่อมาลงพื้นที่สำรวจที่บ่อดินบริเวณบ้านปอเกาะยามู ต.ควนขัน อ.เมืองสตูล ซึ่งทำให้นักเรียนรู้สึกตื่นเต้นเมื่อได้พบกับซากฟอสซิลกระจัดกระจายทั่วบริเวณ เช่น ฟอสซิลหมึกโบราณ หรือนอร์ติลอย ขนาดความยาว 20 เซนติเมตร พลับพลึงทะเล หรือไครนอยด์ หอยกาบคู่ หรือโฟสิโนโคมิญา จำนวนมาก โดยมีสำนักงานทรัพยากรธรณีเขต 4 สุราษฎร์ธานี ผู้อำนวยการอุทยานธรณีสตูล ลงมาพิสูจน์การค้นพบซากฟอสซิลในท้องที่ที่พบเจอด้วย แต่การเรียนรู้ของนักเรียนไม่ได้หยุดแค่เพียงได้ค้นพบฟอสซิลเท่านั้น นักเรียนกลับคิดต่อไปถึงการสร้างจิตสำนึกผู้ใหญ่ในท้องถิ่นให้ร่วมรณรงค์อนุรักษ์บ่อหินสถานที่พบฟอสซิล เพื่อเป็นแหล่งศึกษาเรียนรู้ของชุมชนและคนรุ่นหลังต่อไปอีกด้วย นายสุทธิ กล่าวว่า กรณีการเรียนรู้นักเรียน ป.4/6 ที่ไปค้นพบซากฟอสซิลในท้องที่ ต.ควนขัน อ.เมืองสตูล ทำให้เชื่อมั่นว่า นวัตกรรมการเรียนรู้ด้วยกระบวนการวิจัย สามารถตอบโจทย์ปฏิรูปการศึกษาและนโยบายลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้ ที่ปรับเปลี่ยนการเรียนรู้และพัฒนานักเรียนใน 4 H คือ ด้านสมอง:Head ด้านจิตใจ:Heart ด้านอาชีพ:Hand และด้านสุขภาพ:Health อีกทั้งยังดึงให้หลายฝ่ายเข้ามาเกี่ยวข้องกับการศึกษา ไม่ว่าจะเป็นพ่อแม่ ผู้ปกครอง ที่ร่วมตามหาซากฟอสซิลร่วมกับเด็กๆ หรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่เข้ามาอนุรักษ์บ่อดินแหล่งฟอสซิล ตามคำเรียกร้องของเด็กๆ สนใจเยี่ยมชม โรงเรียนอนุบาลสตูล สอบถามได้ที่ กันยา มาศภูมิ ปชส.สพป.สตูล 08-7396-6007

วันอังคารที่ 10 พฤษภาคม 2559

ขอบคุณแหล่งข้อมูล: หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

%d bloggers like this: