อาชีพในฝันเด็กไทยปี๒๕๕๙

be75bgiaib5be6bcbaaa6.jpg

แพทย์ยังครองอันดับหนึ่งอาชีพในฝันของเด็กไทยในปี 2559 ผลสำรวจอาชีพในฝันของเด็กไทยปี 2559 ของกลุ่มบริษัทอเด็คโก้ ประเทศไทย พบว่าอาชีพแพทย์ยังคงเป็นอาชีพในฝันอันดับหนึ่งของเด็กไทย อาชีพมาแรงที่ขึ้นมาติด 1 ใน 5 อันดับอาชีพในฝัน และอาชีพที่เท่ที่สุดคือ นักกีฬา ด้านไอดอลในดวงใจคือคุณพ่อคุณแม่ กลุ่มบริษัทอเด็คโก้ ประเทศไทย สรุปผลการรวบรวมข้อมูลจากเด็กไทยที่มีอายุระหว่าง 7-14 ปี จำนวน 1,546 คน พบว่าแพทย์ยังคงเป็นอาชีพในฝันอันดับหนึ่งติดต่อกันเป็นปีที่ 7 โดยเหตุผลที่ใฝ่ฝันอยากเป็นคุณหมอนั้นเพราะต้องการช่วยเหลือผู้อื่น อยากรักษาดูแลคนในครอบครัวและเป็นอาชีพที่สร้างรายได้ดี อันดับรองลงมาคือ นักกีฬา เชฟทำอาหาร วิศวกร และครู ตามลำดับ เทรนด์อาชีพที่มาแรงในปีนี้คือ นักกีฬา เพราะเด็กๆ ส่วนใหญ่ชอบเล่นกีฬา นอกจากทำให้ร่างกายแข็งแรงแล้ว ยังอยากสร้างชื่อเสียงให้ประเทศ อาชีพเชฟทำอาหารก็เป็นอีกอาชีพที่เด็กๆ ให้ความสนใจด้วยความรักในการทำอาหาร ในปีนี้ยังมีอาชีพใหม่ๆ ที่เด็กอยากเป็นคือ นักรีวิวด้วยการอัดคลิปวิดีโอลงในยูทูบ ด้วยเหตุผลที่ว่า อยากทำให้คนอื่นมีความสุขเมื่อได้ดูคลิปและเป็นความชอบส่วนตัวในการรีวิวสินค้า และอาชีพบาริสต้าร้านกาแฟสตาร์บัคส์ เพราะมีคนชอบดื่มกาแฟยี่ห้อนี้เยอะ ผลสรุปอันดับอาชีพที่เท่ที่สุดพบว่า อันดับหนึ่งยังคงเป็นอาชีพแพทย์ รองลงมาคือ ทหาร ตำรวจ นักแสดง นักร้อง และนักกีฬา ตามลำดับ โดยส่วนใหญ่คำตอบมักจะสอดคล้องกับอาชีพในฝัน เช่น ฝันอยากจะเป็นแพทย์ อาชีพที่คิดว่าเท่ที่สุดก็คือแพทย์ หรือฝันว่าอยากเป็นนักกีฬา อาชีพที่คิดว่าเท่ที่สุดก็คือนักกีฬา แต่ก็มีบางส่วนที่คำตอบอาชีพที่เท่ที่สุดแตกต่างจากอาชีพในฝัน เช่น ฝันว่าอยากจะเป็นเชฟทำอาหารแต่คิดว่าอาชีพที่เท่ที่สุดคืออาชีพแพทย์ หรืออยากเป็นคุณครูแต่คิดว่าอาชีพที่เท่ที่สุดคือทหาร เมื่อถามถึงเงินเดือนที่อยากได้ เด็กส่วนใหญ่อยากได้เงินเดือนประมาณ 50,000–100,000 บาท โดยเงินเดือนที่อยากได้สูงสุดคือ มากกว่า 1,000,000 บาท และเงินเดือนต่ำสุดคือ ไม่เห็นว่าเม็ดเงินเป็นสิ่งที่สำคัญ เช่น เด็กคนหนึ่งอยากเป็นแพทย์ตอบว่า ถ้าสามารถรักษาให้คนอื่นหายได้คงจะได้ความภูมิใจเป็นเงินเดือน อีกคนอยากเป็นนักทำแอนิเมชั่นตอบว่า เงินเดือนเท่าไรก็ได้ขอให้มีความสุขก็พอ หรือเด็กคนหนึ่งอยากเป็นนักวิทยาศาสตร์ตอบว่า ไม่ต้องการเงินเดือนหากทำงานแล้วธรรมชาติกลับมาสวยงามดังเดิมและคนไทยหันมาชอบธรรมชาติมากขึ้น เมื่อถามถึง 3 สิ่งที่อยากทำหากได้เป็นนายกรัฐมนตรี เด็กส่วนใหญ่ตอบว่า ต้องการพัฒนาประเทศให้เจริญรุ่งเรือง ปฏิรูปการศึกษา ช่วยเหลือผู้ยากไร้และดูแลประชาชน นอกจากนี้ยังมีเด็กอีกจำนวนไม่น้อยที่มีความรักธรรมชาติ โดยระบุว่าอยากพัฒนาและดูแลสิ่งแวดล้อมให้ดี เห็นได้ว่าน้องๆ ใส่ใจความเป็นอยู่ของประชาชนในประเทศอยากให้มีคุณภาพชีวิตที่ดียิ่งขึ้น ด้านไอดอลในดวงใจของเด็กไทยพบว่า อันดับหนึ่งคือ คุณพ่อคุณแม่ จะเห็นได้ว่าพ่อแม่นั้น นอกจากจะเป็นคนสำคัญที่สุดแล้วยังเป็นแบบอย่างที่น้องๆ อยากเจริญรอยตามอีกด้วย ไอดอลอันดับสองรองลงมาคือ คุณหมอคนเก่งที่ช่วยรักษาคนไข้ อันดับสามตกเป็นของ ลิโอเนล เมสซี นักฟุตบอลชื่อดังชาวอาร์เจนตินา สอดคล้องกับอาชีพในฝันที่อยากเป็นนักกีฬา อันดับสี่คือ “ญาญ่า” อุรัสยา เสปอร์บันด์ นักแสดงคนเก่งที่เพิ่งได้รับพระราชทานปริญญาบัตรจากรั้วจามจุรี และอันดับห้าคือ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หรือ คุณลุงตู่ นายกรัฐมนตรีคนปัจจุบันนั่นเอง คำถามที่เพิ่มเติมขึ้นมาในปีนี้ ถามถึงวิชาที่น้องๆ ชอบเรียนมากที่สุด คือ วิชาวิทยาศาสตร์ รองลงมาคือวิชาคณิตศาสตร์ วิชาพลศึกษา วิชาศิลปะและวิชาคอมพิวเตอร์ ตามลำดับ เมื่อถามถึงสิ่งที่สนุกที่สุดที่ทำในวันหยุด ส่วนใหญ่ตอบว่าไปเที่ยวพักผ่อน รองลงมาคือเล่นเกม และเล่นกีฬา พบว่าร้อยละ 12 ของเด็กไทยยังคำนึงถึงการเรียนแม้ในวันหยุด ชอบอ่านหนังสือและเรียนพิเศษเพิ่มพูนความรู้ในวันหยุด ทุกปีเมื่อถามว่าอยากอยู่ประเทศอะไรมากที่สุดในโลก เด็กมากกว่าครึ่งเลือกอยู่ประเทศไทย ในปีนี้จึงปรับคำถามโดยถามว่า นอกเหนือจากประเทศไทยอยากอยู่ประเทศใดในโลก ผลสำรวจชี้ว่าน้องๆ อยากอยู่ประเทศญี่ปุ่นเป็นอันดับแรก รองลงมาคือสหรัฐอเมริกาและประเทศอังกฤษ ซึ่งเป็นประเทศศูนย์กลางเศรษฐกิจและมีความก้าวล้ำทางเทคโนโลยีที่น้องๆ ส่วนมากให้ความสนใจ

วันศุกร์ที่ 8 มกราคม 2559

ขอบคุณแหล่งข้อมูล: หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

Advertisements
%d bloggers like this: