เตือนระวังโรคตาขี้เกียจในเด็ก

กรมการแพทย์เผย “โรคตาขี้เกียจ” ในเด็ก ถ้าไม่ได้รับการตรวจรักษาที่ถูกต้อง ทำให้ตามัวแบบถาวร แนะผู้ปกครองสังเกตความผิดปกติพบจักษุแพทย์ทันที

6kgjch56b5ebh869fcagi.jpg

6 ม.ค. 59 นพ.สุพรรณ ศรีธรรมมา อธิบดีกรมการแพทย์ กล่าวว่า โรคตาขี้เกียจ หรือ โรคตามัว เป็นโรคที่ทำให้ตาของเด็กมัวลง ถ้าไม่ได้รับการตรวจรักษาที่ถูกต้องอย่างทันท่วงทีอาจทำให้ตามัวแบบถาวร และไม่สามารถแก้ไขได้เมื่อโตแล้ว การมองเห็นในคนปกติเริ่มมีการพัฒนาของสายตาตั้งแต่แรกคลอด และจะสมบูรณ์เต็มที่เมื่ออายุประมาณ 10 ปี แล้วสายตาจะคงที่จนกระทั่งเป็นผู้ใหญ่ ซึ่งความผิดปกติของตาตั้งแต่เด็กจึงมีผลอย่างมากต่อการมองเห็นไปตลอดชีวิต การตรวจตาในเด็กเพื่อค้นหาความผิดปกติจึงมีความสำคัญมาก

เนื่องจากเด็กไม่สามารถบอกความผิดปกที่เกิดขึ้นกับตนเองได้เหมือนผู้ใหญ่ ผู้ปกครองจึงควรสังเกตความผิดปกติทางตาที่เกิดขึ้นกับเด็ก หากมีความผิดปกติด้านการมองเห็น และอาจสงสัยว่าเป็นโรคตาขี้เกียจ จะมีอาการสำคัญ คือ ในเด็กเล็ก อาจสังเกตเห็นลูกตาดำสั่น หรือเด็กไม่จ้องหน้า เด็กร้องไห้เมื่อถูกปิดตา 1 ข้าง หรือพยายามดึงมือที่ปิดตาออก สำหรับในเด็กโต ถ้าผู้ปกครองทดลองปิดตาทีละข้างสลับกัน เด็กจะมองเห็นภาพไม่ชัดเจนเหมือนคนปกติ ควรไปพบจักษุแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัยความผิดปกติที่เกิดขึ้น

สาเหตุของภาวะสายตาขี้เกียจ แบ่งเป็น 2 กลุ่ม คือ กลุ่มที่ 1 เกิดจากความบกพร่องของอวัยวะรับภาพและแปลผลภาพ เป็นกลุ่มที่รักษาได้น้อยมาก หรือไม่ได้เลย ตัวอย่างของโรคในกลุ่มนี้ เช่น โรคประสาทตาฝ่อ เป็นต้น และกลุ่มที่ 2 เกิดจากการบดบังภาพที่เข้าสู่จอประสาทตา เป็นกลุ่มที่พบได้บ่อย เช่น โรคตาเข หรือตาเหล่ โรคสายตาสั้น – ยาว – เอียง แบบไม่สมมาตร โรคที่ทำให้แสงผ่านเข้ามาในตาไม่ดี เช่น โรคต้อกระจกแต่แรกเกิด โรคเลือดออกในน้ำวุ้นลูกตา หนังตาตก เป็นต้น

สำหรับวิธีแก้ไขภาวะสายตาขี้เกียจ ได้แก่ 1. การแก้ไขที่สาเหตุ เช่น ถ้าเด็กมีปัญหาสายตาสั้นยาวไม่เท่ากันมากๆ ก็แก้ไขได้ด้วยการใช้แว่นเพื่อให้ตาทั้งสองข้างมองเห็นชัดๆ เท่ากัน หรือใกล้เคียงกัน 2. กระตุ้นให้เด็กใช้ตาข้างที่เป็นโรคตาขี้เกียจมากขึ้น ซึ่งมีหลายวิธีที่นิยมกัน คือ ปิดตาข้างที่มองเห็น เพื่อที่จะให้เด็กใช้สายตาข้างที่ขี้เกียจมากขึ้น 3. บำบัดสายตา เป็นการฟื้นฟูตาขี้เกียจด้วยการใช้เครื่องมือฝึกกล้ามเนื้อตา และโปรแกรมการฝึกบริหารกล้ามเนื้อตาด้วยคอมพิวเตอร์

นพ.สุพรรณ กล่าวอีกว่า การป้องกันภาวะตาขี้เกียจของเด็ก คือ 1. เด็กควรได้รับการสังเกตดวงตาตั้งแต่แรกคลอด โดยดูลักษณะขนาดของดวงตาทั่วๆ ไปว่าปกติหรือไม่ มีอะไรที่มาปิดตาดำของเด็กหรือไม่ 2. เมื่อเด็กมีอายุ 2 – 3 เดือน ผู้ปกครองต้องสังเกตว่าเด็กจ้องมองเวลาให้นมได้หรือไม่ เมื่อเด็กยังทำไม่ได้ ควรต้องปรึกษาแพทย์ 3. เมื่อเด็กอายุ 6 เดือน ควรจ้องมองตามวัตถุได้ โดยตาของเด็กปกติจะจ้องมองนิ่งๆ จับวัตถุได้ 4. เมื่ออายุ 3 ปี เด็กจะมีสายตาใกล้เคียงกับผู้ใหญ่พอให้ความร่วมมือในการวัดสายตาโดยใช้แผ่นภาพเป็นรูปภาพหรือรูปสัตว์ที่เด็กคุ้นเคยขนาดต่างๆ กัน ซึ่งสามารถวัดระดับการมองเห็นของเด็กได้ รวมถึงการตรวจดูว่าตาเหล่หรือไม่ จึงควรนำเด็กมาพบจักษุแพทย์เสมอ

วันพุธที่ 6 มกราคม 2559

ขอบคุณแหล่งข้อมูล: หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

Advertisements
%d bloggers like this: