ศธ.มั่นใจเด็กไทยพร้อมก้าวสู่AECเต็มสูบ

ศธ.มั่นใจเด็กไทยพร้อมก้าวสู่AECเต็มสูบ หลังนำหลักสูตรแกนกลางอาเซียนใส่การเรียนทุกระดับ สั่ง สพฐ.อัดฉีด “ศูนย์อาเซียนศึกษา” รวม 447 ศูนย์ทั่วประเทศ

jbdbkb8ii79ea9ackg68k.jpg

16ธ.ค.2558 พล.อ.สุรเชษฐ์ ชัยวงศ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานการแถลงข่าวความพร้อมกระทรวงศึกษาธิการในการก้าวสู่ประชาคมอาเซียน โดย พล.อ.สุรเชษฐ์ ระบุว่า รัฐบาลโดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้ตระหนักถึงบทบาทและความสำคัญในการพัฒนาคุณภาพพลเมืองไทยให้สามารถเป็นพลเมืองของประชาคมอาเซียน ซึ่งนับตั้งแต่ปี 2559 ทุกประเทศในอาเซียนจะก้าวผ่านพรมแดนรัฐชาติสู่ภูมิภาคแห่งความร่วมมือด้านเศรษฐกิจ สังคม และความมั่นคง กระทรวงศึกษาธิการ ผ่านใต้การกำกับดูแลของ พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ รมว.ศึกษาธิการ จึงมุ่งสร้างให้เด็กและเยาวชน ให้พร้อมด้วยคุณภาพตามเกณฑ์มาตรฐานอาเซียน ผ่านเครือข่ายที่เข้มแข็ง ตามแนวทางแผนยุทธศาสตร์อาเซียนด้านการศึกษา พ.ศ.2558-62 ในการสร้างเยาวชนให้มีความสามารถในการสื่อสารทั้งภาษาอังกฤษและภาษาประเทศสมาชิกอาเซียน พัฒนาครูผู้สอนตามมาตรฐานสากลและมีศูนย์ขับเคลื่อนการสอนภาษาอยู่ในทุกอำเภอทั่วประเทศ พร้อมให้ความรู้ประชาคมอาเซียน ผ่านการนำหลักสูตรแกนกลางอาเซียน (ASEAN Curriculum Sourcebook) สู่การสอนทุกระดับชั้น พล.อ.สุรเชษฐ์ กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ยังต้องให้ความรู้ด้านเศรษฐศาสตร์และการค้าอาเซียนแก่นักเรียนประถมศึกษาและมัธยมศึกษา พัฒนานักศึกษาอาชีวะและมหาวิทยาลัยให้มีทักษะวิชาชีพที่สอดคล้องกับตลาดแรงงาน พร้อมเป็นผู้ประกอบการ สร้างทักษะ สมรรถนะสำคัญสำหรับพลเมืองในศตวรรษที่ 21 แก่ผู้เรียนทุกระดับ อีกทั้ง พัฒนากรอบคุณวุฒิแห่งชาติสู่กรอบคุณวุฒิอ้างอิงอาเซียน ทำให้ผู้ที่ได้รับวุฒิการศึกษาในประเทศสามารถเทียบกับกรอบคุณวุฒิวิชาชีพอาเซียน ซึ่งเป็นมาตรฐานกลางได้ เป็นประโยชน์ต่อแรงงานสามารถเทียบวุฒิการศึกษาของตนกับวุฒิประเทศอื่นๆ เพื่อการพัฒนาตน และผู้ประกอบการสามารถวางแผนด้านบุคลากรได้ “กระทรวงศึกษาธิการพร้อมเข้าสู่ประชาคมอาเซียนด้วยพลังเครือข่ายเข้มแข็ง โดยมึศูนย์อาเซียนศึกษาในทุกสังกัด ซึ่งเป็นแหล่งเรียนรู้และแม่ข่ายความรู้ประชาคมอาเซียนให้แก่ผู้เรียน บุคลากร สถานศึกษา และประชาชนทั่วไป รวม 447 ศูนย์ทั่วประเทศ ซึ่งในโอกาสการก้าวสู่ประชาคมอาเซียนนี้ สพฐ.ได้จัดสรรงบประมาณให้ศูนย์อาเซียนศึกษาด้วย เพื่อสร้างความเข้มแข็งในการพัฒนาการสอน” พล.อ.สุรเชษฐ์ ระบุ รมช.ศึกษาธิการ กล่าวด้วยว่า กระทรวงศึกษาธิการ ยังได้มีบทบาทสำคัญในการเป็นศูนย์กลางการศึกษาของภูมิภาค จากโครงการ Education Hub ที่พัฒนาหลักสูตรการจัดการเรียนการสอนและเสริมศักยภาพของโรงเรียน สังกัด สพฐ. ตามมาตรฐานสากล ให้พร้อมรับผู้เรียนจากภูมิภาคอาเซียนและนานาชาติ ระดับอาชีวศึกษาเป็นผู้ริเริ่มก่อตั้งเครือข่ายสมาพันธ์เทคนิคและอาชีวศึกษาและการฝึกอบรมแห่งภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (SEA-TVET) ระดับอุดมศึกษาเป็นที่ตั้งเครือข่ายมหาวิทยาลัยอาเซียน ซึ่งเป็นกลไกสำคัญในการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ บุคลากร นักศึกษา ระหว่างหน่วยงานการศึกษาของประเทศสมาชิกอาเซียนด้วย พล.อ.สุรเชษฐ์ กล่าวอีกว่า จากที่ได้ติดตามการดำเนินการของทุกภาคส่วน มีข้อบ่งชี้ความสำเร็จที่พบว่า เด็กและเยาวชนพร้อมเปิดใจเรียนรู้วัฒนธรรม ค่านิยมของประเทศอื่นๆ โดยไม่ลืมรากเหง้าความเป็นไทยของตน มีความรู้สึกเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันกับพลเมืองชาติอาเซียน สามารถมองข้ามผ่านพรมแดนและเส้นแบ่งรัฐชาติ แสดงให้เห็นว่าเยาวชนไทยพร้อมเป็นพลเมืองอาเซียนหนึ่งเดียวกันกับชาวอาเซียนโดยรวม สิ่งนี้จึงถือเป็นสัญญาณที่ดีของการดำเนินงานว่าไปสู่ทิศทางที่ถูกต้องแล้ว “กระทรวงศึกษาธิการมีความพร้อมในการดำเนินงานให้บรรลุหัวใจหลักที่แท้จริงของการจัดตั้งประชาคมอาเซียน ที่มุ่งหมายให้ประชาคมแห่งนี้เป็นประชาคม แห่งการแบ่งปันและเอื้ออาทร (Caring and Sharing Community)

วันพุธที่ 16 ธันวาคม 2558

ขอบคุณแหล่งข้อมูล: หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

Advertisements
%d bloggers like this: