นักวิจัยชาวบ้านกับงานอนุรักษ์ กู้วิกฤติฟื้นชีวิตอ่าวบ้านดอน

รักชีวิต รักษ์สิ่งแวดล้อม : นักวิจัยชาวบ้านกับงานอนุรักษ์ กู้วิกฤติฟื้นชีวิตอ่าวบ้านดอน : โดย…ธนชัย แสงจันทร์

f6bj7gkg5icfab5aaeiaa.jpg

อ่าวบ้านดอน เวิ้งน้ำขนาดใหญ่ของ จ.สุราษฎร์ธานี และของภาคใต้ ครอบคลุมพื้นที่ 6 อำเภอ ได้แก่ อ.ไชยา อ.ท่าฉาง อ.พุนพิน อ.เมือง อ.กาญจนดิษฐ์ และ อ.ดอนสัก มีความยาวของแนวชายฝั่งประมาณ 120 กิโลเมตร ที่สำคัญอ่าวบ้านดอน เป็นพื้นที่ชุ่มน้ำระดับนานาชาติ ที่มีความอุดมสมบูรณ์สูง เนื่องจากรับน้ำจืดจากแม่น้ำตาปี และคลองต่างๆ อีก 19 ลำคลอง ไหลลงสู่อ่าวไทย และตลอดแนวชายฝั่งมีป่าชายเลนแหล่งขุมทรัพย์สัตว์น้ำนานาชนิด เช่น ปลาดุกทะเล ปลากดทะเล ปูม้า ปูทะเล ปูแสม หอยนางรม หอยแมลงภู่ หอยลาย หอยตลับขาว หอยไฟไหม้ ที่เข้ามาอาศัยเพาะพันธุ์

ที่กล่าวมาทั้งหมด คือ ความสมบูรณ์ของทางธรรมชาติของอ่าวบ้านดอน แต่ภาพความสมบูรณ์นั้นกำลังจางหายไป จากการแย่งชิงและใช้ประโยชน์จากทรัพยากรอย่างฟุ่มเฟือยโดยไม่คำนึงถึงผลกระทบที่จะเกิดขึ้นในอนาคต และในปัจจุบันเวิ้งน้ำขนาดใหญ่แห่งนี้ ยังคงโดนการคุกคามของกลุ่มทุนที่เข้าไปใช้ประโยชน์ตามชายฝัง จนเกิดการใช้ทรัพยากรเกินความพอดี และเกินกำลังที่อ่าวจะรองรับได้ กระทั่งเกิดการเปลี่ยนแปลงและเปลี่ยนสภาพไปในที่สุด ส่งผลกระทบต่อชาวประมงชายฝั่ง จ.สุราษฎร์ธานี จนเป็นที่มาของการต่อสู้ปกป้องพื้นที่ทำกิน

วิรัตน์ สาระคง ผู้ประสานงานวิจัยเพื่อท้องถิ่น จ.สุราษฎร์ธานี เล่าถึงสถานการณ์อ่าวบ้านดอน ณ ปัจจุบันว่า สถานการณ์อ่าวบ้านดอนยังคงวิกฤติเพราะมีกลุ่มนายทุนเข้าไปทำฟาร์มกุ้งและเลี้ยงหอยแครงรุกล้ำเขตพื้นที่สาธารณประโยชน์ แม้ผู้ว่าราชการจังหวัดจะมีคำสั่งให้มีการรื้อถอน เมื่อปี 2555-2557 แต่ก็ไม่ความคืบหน้าแต่อย่างใด แถมยังขยายวงกว้างมากขึ้น ซึ่งแสดงให้เห็นอิทธิพลบางอย่างของกลุ่มนายทุน ที่ยังหาคำตอบไม่ได้ โดยชาวบ้านหวังว่าปัญหาที่มีมานานนับสิบปีจะได้รับการแก้ไขจากรัฐบาลคณะรักษาความสงบแห่งชาติ

ดูเหมือนว่าความหวังของชาวบ้านในพื้นที่อ่าวบ้านดอนจะเป็นจริง เมื่อ พ.ต.อำนาจ เกตุษา ผู้ช่วยนายทหารฝ่ายยุทธการจังหวัดทหารบกสุราษฎร์ธานี นำกำลังทหารจากค่ายวิภาวดีรังสิต ตำรวจน้ำสุราษฎร์ธานี อาสารักษาดินแดนประมงจังหวัดสุราษฎร์ธานี เจ้าท่าสุราษฎร์ธานี ผู้นำท้องถิ่นและเจ้าหน้าที่กรมทรัพยากรทางทะเลชายฝั่งเข้ารื้อถอนคอกเลี้ยงหอยแครงและขนำ ซึ่งรุกล้ำในเขตห่างจากชายฝั่ง 1,000 เมตร สำหรับบริเวณดังกล่าวเป็นพื้นที่สาธารณประโยชน์ เพื่อใช้ประโยชน์ร่วมกันด้านประมง โดยมีพื้นที่ครอบคลุมเริ่มต้นตั้งแต่ปากน้ำตาปีจุดรอยต่อระหว่าง อ.กาญจนดิษฐ์ กับ อ.เมือง ไปจนถึงเขตรอยต่อระหว่าง อ.เมือง กับ อ.พุนพิน ระยะทางประมาณ 8 กิโลเมตร และจากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่ามีการปักหลักคอกหอยแครงในเขต อ.เมือง มากถึง 6,000 ไร่

ภายหลังการรื้อถอน พ.ต.อำนาจ เปิดเผยว่า การลงพื้นที่ครั้งนี้เป็นไปตามคำสั่งของผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานีและผู้บังคับการจังหวัดทหารบกสุราษฎร์ธานี ที่ให้เร่งจัดระเบียบพื้นที่อ่าวบ้านดอน ซึ่งมีการร้องเรียนจากประมงชายฝั่งว่ามีการจับจองพื้นที่ทางทะเลจนถึงชายฝั่งเลี้ยงหอยแครง จนทำให้ประมงชายฝั่งเดือดร้อนไม่มีพื้นที่ทำมาหากิน จึงจำเป็นต้องเร่งจัดระเบียบพื้นที่ดังกล่าว โดยจะกระทำครอบคลุมทุกอำเภอของอ่าวบ้านดอน ซึ่งระยะแรกรื้อถอน 1,000 เมตร หลังจากนั้นจะขยายถึงเขต 3,000 เมตร ตามกฎหมายยกเว้นพื้นที่ที่ได้รับอนุญาต

ย้อนกลับไปก่อนหน้าตั้งแต่ปี 2551 ชาวบ้านและกลุ่มคนสุราษฎร์ธานี กลุ่มคนเล็กๆ ได้ร่วมกันสร้างพลังอันยิ่งใหญ่ ทำโครงการวิจัยในหัวข้อต่างๆ เพื่อหาคำตอบของปัญหา และแนวทางพลิกฟื้นอ่าวบ้านดอนให้กลับมาสมบูรณ์เหมือนเดิม โดยใช้เครื่องมือ และการสนับสนุนของฝ่ายวิจัยเพื่อท้องถิ่น ของสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย หรือ “สกว.” ที่มีชาวบ้านเป็นผู้ออกแบบทิศทาง กลไก การขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ และมีนักวิชาการ นักวิจัยเป็นผู้ช่วยในโครงการต่างๆ เช่น การสังเคราะห์ภาพรวมอ่าวบ้านดอน, “ประสานงานชุดเครือข่าย” การจัดการทรัพยากรอ่าวบ้านดอนและองค์กรภาคี, สถานการณ์ ผลกระทบและการแก้ปัญหาของชุมชนประมงพื้นบ้านในสถานการณ์อุทกภัย กรณีศึกษา พื้นที่อ่าวบ้านดอน

ทุกวันนี้ วิรัตน์ สาระคง และชาวบ้าน ยังคงเดินหน้าโครงการวิจัยอ่าวบ้านดอน เพราะมองว่า สถานการณ์โดยรวมยังมีการรุกคืบของกลุ่มทุน เพื่อจับจองผืนน้ำขยายเขตการเพาะเลี้ยงกุ้งและหอย ขณะเดียวกันก็มีการปล่อยของเสียจากอุตสาหกรรมลงอ่าว การใช้เครื่องมือประมงที่ผิดกฎหมาย อีกไม่ช้าในเขตดอนสักจะถูกใช้ให้เป็นเมืองหน้าด่าน เกิดท่าเทียบเรือเพื่อรองรับอุตสาหกรรม ซึ่งอาจตามมาด้วยการบุกรุกป่าชายเลนและผลกระทบสิ่งแวดล้อมที่มากขึ้น

ทั้งนี้ วิรัตน์ สาระคง ในฐานะผู้ประสานงานวิจัยเพื่อท้องถิ่น จ.สุราษฎร์ธานี ได้นำเสนอความคืบหน้าของโครงการวิจัยต่อ ผศ.ดร.บัญชร แก้วส่อง ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยเพื่อท้องถิ่น และสภาพปัญหาที่เปลี่ยนแปลงมากขึ้นตามที่กล่าวมาในข้างต้น ดังนั้นจึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งต่อการอาศัยความร่วมมือจากนักวิชาการในการสังเคราะห์งานวิจัย เพื่อออกแบบกระบวนการคิด และขยายฐานความรู้เดิมควบคู่ไปกับการสร้างเครือข่ายภาคประชาชนอย่างเข้มแข็ง โดยการรวมกลุ่มนักวิจัยชาวบ้านขอจดทะเบียนเป็น “สมาคมนักวิจัยเพื่อท้องถิ่นลุ่มน้ำตาปี” ซึ่งอยู่ระหว่างการขอจดทะเบียน ควบคู่กับการจัดทำเฟซบุ๊กแฟนเพจ “มหัศจรรย์แห่งชีวิต อ่าวบ้านดอน” เป็นเวทีแลกเปลี่ยนข้อมูล เพื่อการให้เกิดการตื่นตัวรับมือต่อการเปลี่ยนแปลงและการจัดการทางสังคม โดยสื่อออนไลน์

พร้อมประกาศยุทธศาสตร์พลเมือง ในเชิงตั้งคำถาม เพื่อให้เกิดการแลกเปลี่ยนข้อมูล ผ่าน เฟซบุ๊กแฟนเพจ “มหัศจรรย์แห่งชีวิต อ่าวบ้านดอน” ว่า ยุทธศาสตร์พลเมืองประการที่ 1.การพัฒนาคนและฟื้นฟูวิถีชีวิตผู้คนในอ่าวบ้านดอนจะทำอย่างไร ประการที่ 2.การพัฒนาและฟื้นฟูอ่าวบ้านดอนทำได้อย่างไร ประการที่ 3.จะมีการประสานพลังภาคีต่างๆ และร่วมมือกันได้อย่างไร ประการที่ 4.ถ้าจะมีการสื่อสารและขยายผลควรทำอย่างไร และประการสุดท้าย ในด้านการท่องเที่ยว ทั้งการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ สังคมและวัฒนธรรมรอบอ่าวบ้านดอนจะทำได้อย่างไร

ในทำนองเดียวกัน ประเทศไทยกำลังปฏิรูปเพื่อนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงที่ดีกว่าสภาพเดิมๆ ดังนั้นอ่าวบ้านดอนก็ไม่ต่างกับสถานการณ์ประเทศที่ต้องไปให้พ้นจากการเอาเปรียบ ฉ้อฉล คดโกง ความทุกข์ยากของผู้คน เพื่อไปสู่อ่าวบ้านดอนที่สวยงาม อุดมด้วยทรัพยากร น่าท่องเที่ยว ผู้คน ทั้งคนหาปลา คนกินปลาอยู่ร่วมกันอย่างผาสุก เราต่างให้ความเมตตา และซาบซึ้งในคุณค่าแห่งความเป็นอ่าวบ้านดอน

“มหัศจรรย์ที่กำลังจะเกิดขึ้น” ในอีกหลายๆ เวที ในความเป็นพลเมืองผู้ตื่นรู้ ที่จะช่วยกันปกปักรักษามิให้อ่าวบ้านดอนถูกรังแกอีกต่อไป แล้วคอยติดตาม”

ผศ.ดร.บัญชร ได้แนะนำนักวิจัยฝ่ายท้องถิ่นเพิ่มเติมว่า อ่าวบ้านดอนเป็นพื้นที่หลากหลายเรื่องราวที่เชื่อมโยงกัน ทั้งเรื่องระบบนิเวศ สิ่งแวดล้อม สังคม วัฒนธรรม และการเมือง หากหาวิธีการจัดการพื้นที่โดยภาคประชาชนได้จะน่าสนใจมาก เช่น การสร้างเครือข่ายในการจัดการ ดึงนักวิชาการมาร่วมกิจกรรม เพื่อให้ช่วยในเรื่องออกแบบการคิด สร้างความรู้จากท้องถิ่นให้เกิดการตื่นตัว เช่น การทำอีเอชไอเอโดยชาวบ้าน ซึ่งจะทำให้เจ้าของพื้นที่ได้รับทราบข้อมูลที่แท้จริง และลุกขึ้นมาเป็นแนวร่วม หรือฉายภาพที่เด่นชัดของวิถีชีวิต และความเป็นชุมชนท้องถิ่นอ่าวบ้านดอน เป็นต้น

นับว่าน่าสนใจ บริบททางสังคมของชาวบ้านอ่าวบ้านดอนในวันนี้ที่เปลี่ยนไป คือ หันมาเป็นนักอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติในท้องถิ่น ซึ่งก็เป็นตัวอย่างที่ดีของสังคม

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: