กรมการจัดหางานเตือนสติแรงงานไทยก่อนเดินทาง

กรมการจัดหางานเตือนสติแรงงานไทย “ตรวจสอบให้ดี”ก่อนตัดสินใจไปทำงานต่างประเทศ

88cg7kek5dfkgd87jd89g.jpeg

กรมการจัดหางาน เตือนแรงงานไทย ใช้สติก่อนตัดสินใจไปทำงานต่างประเทศ เพราะยังมีแรงงานไทยนิยมเดินทางไปทำงานต่างประเทศ บางรายถูกหลอกลวง หรือลักลอบไปทำงาน แต่ปัญหาสำคัญที่สุดที่เกิดขึ้นในวันนี้ คือแรงงานที่เดินทางไปโดยถูกหลอกลวงผ่านทางเว็บไซต์ต่างๆ และทางโซเชียลมีเดีย ก่อนตัดสินใจสมัครไปทำงานต่างประเทศ หรือจ่ายเงินค่าบริการให้แก่ใคร ควรสอบถาม หรือตรวจสอบข้อเท็จจริงทุกครั้ง

อัญชลี สินธุพันธ์ รองอธิบดีกรมการจัดหางาน กระทรวงแรงงาน กล่าวถึงสถานการณ์ปัญหาแรงงานไทยในต่างประเทศ และมาตรการดำเนินการช่วยเหลือป้องกันและป้องปรามต่างๆ เพื่อไม่ให้แรงงานไทยตกเป็นเหยื่อของการถูกหลอกลวงว่า ปัจจุบันสถิติแรงงานไทยที่เดินทางไปทำงานต่างประเทศลดลง เนื่องจากปัจจัยภายนอก เช่น เศรษฐกิจของประเทศที่ต้องการแรงงานในประเทศสูงมากน้อยเพียงใด หากเมื่อใดที่เกิดภาวะวิกฤติขึ้น เช่น ฝนแล้ง หรือการเลิกจ้าง ก็มีแนวโน้มให้เกิดการไปแรงงานต่างประเทศสูงขึ้น จากข้อมูลจะพบว่า แรงงานที่เดินทางไปต่างประเทศแบบถูกต้องตามกฎหมาย และได้รับการรับรองโดยกรมการจัดหางาน เฉลี่ยปีละ 6-7 หมื่นคน ส่วนปัญหาของแรงงานไทยในต่างประเทศ ส่วนใหญ่มีแนวโน้มเปลี่ยนแปลงไปตามสถานการณ์ และการเปลี่ยนแปลงของยุคสมัย ในอดีตมักพบปัญหาเรื่องแรงงานต้องเสียค่าใช้จ่ายในการดำเนินการค่อนข้างสูงเกินความเป็นจริง แต่ปัจจุบันปัญหาดังกล่าวลดลง เพราะมีการจัดส่งโดยรัฐบาลเพิ่มมากขึ้น ปัญหาที่เกิดขึ้นส่วนใหญ่เป็นเรื่องการหลอกลวง โดยสายและนายหน้ายังคงมีอยู่ในบางพื้นที่ แต่ปัญหาสำคัญที่สุดที่เกิดขึ้นในวันนี้ คือแรงงานที่เดินทางไปโดยถูกหลอกลวงผ่านทางเว็บไซต์ต่างๆ และทางโซเชียลมีเดีย อาทิ เฟซบุ๊ก เป็นต้น โดยกลุ่มมิจฉาชีพจะมีกลวิธีในการหลอกลวง และโฆษณาชวนเชื่อ โดยการใช้หน้าม้าเพื่อกระตุ้นให้คนที่อยากเดินทางไปทำงานที่ต่างประเทศอาจหลงเชื่อ หรือเข้าใจผิด ซึ่งการล่อลวงในลักษณะนี้ เป็นภารกิจที่กรมการจัดหางานพยายามป้องกันและปราบปรามให้ลดน้อยลง แต่ต้องยอมรับว่า ไม่สามารถตามควบคุมได้หมด เนื่องจากสื่อสังคมออนไลน์เป็นปัจจัยที่ควบคุมได้ยาก “สาเหตุที่ทำให้คนไทยอยากเดินทางไปทำงานที่ต่างประเทศ ส่วนหนึ่งเกิดจากวัฒนธรรมเอาอย่าง เช่น เห็นเพื่อนบ้านไปทำงานกลับมาแล้วมีบ้านหลังใหญ่โต หรือมีรถขับ จึงมองว่า การเดินทางไปทำงานต่างประเทศ คือความสำเร็จที่สร้างรายได้ ซึ่งในความเป็นจริง มีบางคนที่ประสบความสำเร็จ และบางคนที่ประสบความล้มเหลว เช่น อาจถูกหลอกไปตั้งแต่ต้น แล้วไม่ได้ทำงาน หรือกลับมามีเงินมีรายได้ แต่ต้องแลกกับสภาพร่างกายที่ทรุดโทรม ดังนั้น ผู้ที่ตั้งใจจะเดินทางไปทำงานจริง อยากให้ไปอย่างถูกกฎหมาย และมีวินัย ซึ่งแรงงานที่ได้รับการว่าจ้างผ่านการรับรองจากกรมการจัดหางาน จะได้รับการคุ้มครองสิทธิ์ กรมการจัดหางานจะช่วยดูตั้งแต่สัญญาว่าจ้าง ว่ามีความเป็นธรรมหรือไม่ ค่าจ้างที่ได้รับ หากไม่มีความเหมาะสม กรมการจัดหางานก็จะไม่อนุมัติ เพราะถือว่าไปแล้วอาจไม่คุ้มค่าการเดินทางไปทำงานต่างประเทศโดยผิดกฎหมาย หรือถูกหลอกลวง” กรณีที่แรงงานเดินทางไปโดยผิดกฎหมาย จะมีผลเสียต่อตัวเอง เช่น อาจถูกหลอกลวง ถูกว่าจ้างหรือเลิกจ้างอย่างไม่เป็นธรรม หรือในกรณีที่แรงงานมีปัญหา หรือถูกจับ รวมถึงกรณีที่ป่วยไข้หรือประสบอุบัติเหตุ กรมการจัดหางาน หรือหน่วยงานภาครัฐ อาจให้การช่วยเหลือแก่แรงงานไม่ได้ เนื่องจากไม่มีข้อมูลของแรงงานที่ถูกต้อง ดังนั้น จึงขอให้คนหางานตรวจสอบข้อเท็จจริงในเรื่องความมีอยู่จริงของนายจ้าง ตำแหน่งงาน ค่าจ้าง หรือสวัสดิการ กับกรมการจัดหางาน ก่อนตัดสินใจจ่ายเงินค่าบริการ หรือค่าใช้จ่าย ให้ผู้มาชักชวน เพราะหากหลงเชื่อยอมจ่ายเงินให้ไปแล้ว โอกาสที่จะได้รับเงินคืนน้อยมาก สำหรับวิธีการที่แรงงานจะไม่ถูกนายหน้าหรือบริษัทจัดหางานเถื่อนหลอกลวง นั้น รองอธิบดีกรมการจัดหางาน กล่าวว่า ประการแรก อยากให้พึงระวังว่า การไปทำงานโดยผ่านบริษัทจัดหางานที่ไม่ขึ้นทะเบียนกับกรมการจัดหางาน แสดงว่า คุณกำลังถูกหลอก เพราะหากขึ้นทะเบียนถูกต้อง กรมการจัดหางานจะให้บริษัทเหล่านี้วางเงินประกันด้วย สำหรับในกรณีที่แรงงานที่ถูกว่าจ้างแล้วมีปัญหา ไม่ได้รับความเป็นธรรม หรือถูกเลิกจ้าง ทางกรมการจัดหางานสามารถที่จะหักเงินประกันจากตรงนี้ มาช่วยชดเชยให้แก่ผู้ถูกว่าจ้างที่ได้รับผลกระทบได้ การไปทำงานต่างประเทศอย่างถูกต้องตามกฎหมาย มีอยู่ 5 วิธี ได้แก่ การเดินทางโดยบริษัทจัดหางานจัดส่ง (www.overseas.doe.go.th/hiring.php) กรมการจัดหางานจัดส่ง (www.overseas.doe.go.th/hiring.php) การแจ้งเดินทางไปทำงานด้วยตัวเอง การมีนายจ้างในประเทศไทยพาลูกจ้างไปทำงาน (www.overseas.doe.go.th/hiring.php) และนายจ้างในประเทศไทยส่งลูกจ้างไปฝึกงาน ส่วนการเดินทางไปกับบริษัทที่ไม่ได้ขึ้นทะเบียนกับกรมการจัดหางาน หรือมีการเดินทางไปทำงานนอกเหนือจากวิธีนี้ ต้องถือว่าผิดกฎหมาย “วิธีป้องกันตนเองในเบื้องต้น กรณีที่มีผู้มาชักชวนให้ไปทำงานในต่างประเทศ โดยอ้างว่า สามารถส่งไปทำงานในตำแหน่งงานที่มีรายได้ดี ขอให้คนหางานตรวจสอบข้อเท็จจริงเรื่องความมีอยู่จริงของนายจ้าง ตำแหน่งงาน ค่าจ้าง หรือสวัสดิการ กับกรมการจัดหางาน ก่อนตัดสินใจจ่ายเงินค่าบริการ หรือค่าใช้จ่าย ให้ผู้มาชักชวน เพราะหากหลงเชื่อยอมจ่ายเงินให้ไปแล้ว โอกาสที่จะได้รับเงินคืนน้อยมาก อยากให้ผู้ที่จะเดินทางไปทำงานต่างประเทศ ลองคำนวณถึงรายรับที่จะได้ โดยอยากให้ดูจากรายได้พื้นฐานที่เป็นจริง เช่น เงินเดือน หรือค่าจ้าง ได้เท่าไหร่ อย่าไปคำนวณจากรายได้เพิ่มเติมอื่น เช่น ค่าโอที ซึ่งเป็นรายได้ที่อาจไม่แน่นอน โดยให้คำนวณรายรับที่ได้มากกว่าสามเท่าของรายได้ปัจจุบันที่ได้รับจากการทำงานในประเทศหรือไม่ เพราะผู้ใช้แรงงานต้องไม่ลืมคำนึงถึงรายจ่ายในการดำรงชีพต่างๆ อาทิ ค่าอาหาร ค่าที่พัก เป็นต้น เนื่องจากในบางประเทศอาจมีค่าครองชีพสูงมากคนไม่คุ้มกับรายได้ที่ได้รับ” รองอธิบดีกรมการจัดหางาน กล่าวถึง มาตรการป้องกันไม่ให้ผู้ที่เดินทางไปทำงานต่างประเทศถูกหลองลวง ว่า ที่ผ่านมา กรมการจัดหางานมีโครงการอบรมต่างๆ เพื่อเผยแพร่ข้อมูล และให้ความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องแก่ผู้ที่สนใจ โดยเฉพาะในภูมิภาคที่มีผู้ใช้แรงงานมาก อาทิ ภาคเหนือ และตะวันออกเฉียงเหนือ อย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ เพื่อเป็นมาตรการป้องกันการถูกหลอกลวง หรือโดนจ้างอย่างไม่เป็นธรรม หรือรายได้ไม่เป็นไปตามที่ตกลง ซึ่งการแก้ไขปัญหาการหลอกลวงคนหางานไปทำงานในต่างประเทศ ต้องเริ่มจากการสร้างความรู้/ความเข้าใจให้แก่คนหางาน ถึงโทษ-ภัยจากการหลงเชื่อนายหน้า หรือบริษัทจัดหางาน ที่หลอกลวง หรือชักชวนให้เดินทางไปทำงานในต่างประเทศอย่างผิดกฎหมาย โดยเฉพาะผู้ที่อ้างว่า สามารถช่วยเหลือให้ไปทำงานในต่างประเทศได้ โดยไม่ต้องผ่านขั้นตอนของหน่วยงานภาครัฐ ก่อนตัดสินใจสมัครไปทำงานต่างประเทศ หรือจ่ายเงินค่าบริการให้แก่ใคร ควรสอบถามหรือตรวจสอบข้อเท็จจริง เกี่ยวกับความมีอยู่จริงของนายจ้าง ตำแหน่งงาน หรือค่าจ้าง กับกรมการจัดหางานก่อนทุกครั้ง ประชาชนที่สนใจตำแหน่งงานในต่างประเทศ สามารถลงทะเบียนแสดงความประสงค์ที่จะเดินทางไปทำงานต่างประเทศได้ ที่สำนักงานจัดหางานจังหวัด และสำนักจัดหางานกรุงเทพฯ เขตพื้นที่ 1-10 ซึ่งทางกรมการจัดหางานจะเป็นสื่อกลางในการช่วยประชาสัมพันธ์ตำแหน่งงานว่าง ที่จัดส่งโดยรัฐในแต่ละประเทศ ซึ่งบางประเทศอาจจะมีความประสงค์รับแรงงานในแต่ละปี 1-2 ครั้งบ้าง

คำแนะคำในการเตรียมตัวของผู้ที่จะเดินทางไปทำงานต่างประเทศ ต้องเป็นผู้ที่มีสุขภาพแข็งแรง ทั้งร่างกายและจิตใจ โดยต้องคำนึงถึงสิ่งที่อาจต้องพบเจอ เช่น การปรับตัวให้เข้ากับสภาพภูมิอากาศที่แตกต่างจากประเทศไทย เวลาไปอย่าคิดว่าเป็นงานสบาย หากสุขภาพไม่แข็งแรง อาจเจ็บป่วยกลับมา รวมถึง อาการคิดถึงบ้าน ซึ่งอาจทำให้เป็นโรคซึมเศร้าเหงาได้ บางคนอาจใช้ชีวิตไปในทางที่ผิด เช่น ดื่มสุรา เล่นการพนัน จนทำให้รายได้ไม่เพียงพอในที่สุด ฝากเตือนคนหางาน อยากให้พิจารณาถึงความเป็นจริง เช่น จะได้รับรายได้ดีเท่านั้นจริงหรือไม่ ตรวจสอบให้ชัดเจนว่า มีวีซ่ากับสัญญาจ้างงานจริงหรือไม่ หากมีข้อสงสัย กรมการจัดหางาน ยินดีให้คำปรึกษา หรือให้คำแนะนำ อีกทั้งช่วยในการตรวจสอบได้ ในต่างจังหวัด สามารถติดต่อได้ที่ สำนักงานจัดหางานจังหวัดที่มีอยู่ในทุกจังหวัด ส่วนในกรุงเทพฯ ติดต่อได้ที่สำนักงานจัดหางานกรุงเทพฯ เขตพื้นที่ 1-10 หรือสายด่วนกรมการจัดหางาน โทร.1694

วันเสาร์ที่ 3 ตุลาคม 2558

ขอบคุณแหล่งข้อมูล: หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

Advertisements
%d bloggers like this: