มทร.รัตนโกสินทร์หนุนนศ.โกอินเตอร์เรียนวิชาการ

มทร.รัตนโกสินทร์หนุนนศ.โกอินเตอร์เรียนวิชาการ- รู้จักชีวิตชาวเมืองลอดช่อง : เกศกาญจน์ บุญเพ็ญ ภาพจาก มทร.รัตนโกสินทร์

kd7haebi9cje78bghg88f.jpg

“มหาวิทยาลัยมีนโยบายในการพัฒนาคุณภาพสู่มาตรฐานสากล รวมถึงมาตรฐานอาเซียน สนับสนุนการสร้างให้คณะ/สาขาวิชาต่างๆ สร้างเครือข่ายความร่วมมือกับมหาวิทยาลัยชั้นนำในต่างประเทศโดยเฉพาะกลุ่มประเทศอาเซียน เพื่อประโยชน์ต่อการแลกเปลี่ยนความรู้ทางวิชาการ การพัฒนาหลักสูตรการเรียนการสอน ศิลปะ วัฒนธรรม รวมถึงแลกเปลี่ยนนักศึกษาและคณาจารย์ระหว่างกันอันจะนำมาสู่การยกระดับคุณภาพในทุกด้านๆ” ผศ.ศิวะ วสุธราภิวัฒก์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลรัตนโกสินทร์ (มทร.รัตนโกสินทร์) อธิบายถึงนโยบายการพัฒนาคุณภาพนักศึกษา โครงการ Themasek Foundation Specialis’ Community Action and Leadership Exchange Programme เป็นหนึ่งตัวอย่างความร่วมมือระหว่าง มทร.รัตนโกสินทร์ และวิทยาลัยนันยางโปลีเทคนิค ประเทศสิงคโปร์ ในการแลกเปลี่ยนนักศึกษาของทั้ง 2 สถาบัน ซึ่งได้รับการสนับสนุนทุนการศึกษาจากมูลนิธิเทมาเส็ก สิงคโปร์ มาต่อเนื่อง ปีนี้เป็นปีที่ 2 ที่นักศึกษา มทร.รัตนโกสินทร์ 25 คน ผ่านการคัดเลือกมาจากทุกคณะ/สาขาเดินทางไปศึกษาดูงานที่สิงคโปร์ 3 สัปดาห์ ระหว่างวันที่ 8-26 มิถุนายน 2558 เช่นเดียวกัน นักศึกษาสิงคโปร์ 25 คน เดินทางมาใช้ชีวิตในไทยเวลา 2 สัปดาห์ ระหว่างวันที่ 10-23 กันยายน 2558 หลักแลกเปลี่ยนความรู้ทางวิชาการ ศิลปะ วัฒนธรรม เศรษฐกิจ และสังคมของสองประเทศนับเป็นการสร้างมิตรภาพระหว่างกัน.. “วิทยาลัยนันยางฯ และมทร.รัตนโกสินทร์ มีการเรียนการสอนที่คล้ายคลึงกัน โดยเฉพาะในด้านเทคโนโลยีและมุ่งเน้นผลิตบัณฑิตนักปฏิบัติ แต่จุดอ่อนของนักศึกษาเราคือภาษาอังกฤษ 3 สัปดาห์ที่นักศึกษาอยู่สิงคโปร์ ทำให้เขาตระหนักถึงความสำคัญของภาษา ได้เรียนรู้และกล้าที่พูดมากขึ้น ได้มิตรภาพ เมื่อเข้าร่วมประชาคมอาเซียน ที่จะเกิดการเคลื่อนย้ายแรงงานเสรีมากขึ้น นักศึกษาจะมีเครือข่ายเป็นเพื่อนต่างชาติ หรือถ้ามีโอกาสไปทำงานสิงคโปร์ก็ง่ายขึ้น เพราะรู้จักวัฒนธรรม สังคมเป็นทุน โครงการนี้จึงเปรียบเสมือนการเตรียมตัวบัณฑิตของเราด้วย” ผศ.ศิวะ กล่าว เมื่อนักศึกษาที่เดินทางกลับมาจะต้องทำรายงานเสนอสิ่งที่ได้เรียนรู้มา และเป็นพี่เลี้ยงให้คำแนะนำแก่รุ่นน้องๆ รวมถึงร่วมดูแลนักศึกษาจากสิงคโปร์ที่มาแลกเปลี่ยนด้วย มหาวิทยาลัยมีความตั้งใจจะขยายผลโครงการลักษณะนี้ต่อเนื่อง ซึ่งมทร.รัตนโกสินทร์ได้จัดกิจกรรมที่เน้นสร้างความเข้าใจสังคม เศรษฐกิจ วัฒนธรรมของไทย เปิดสอนศิลปะไทยเป็นหลักสูตรระยะสั้น มีอาจารย์วิทยาลัยเพาะช่าง มทร.รัตนโกสินทร์ สอนผลิตชิ้นงาน การวาดลายไทย เขียนภาพสีน้ำ นำนักศึกษาไปศึกษาดูงานแหล่งผลินสินค้าโอท็อปของ จ.นครปฐม สะท้อนวิถีชีวิตความเป็นอยู่คนไทยได้ อาทิ เครื่องปั้นดินเผาศิลาดล, มะเขือเทศราชินี แม่ฉุยในกลุ่มวิสาหกิจชุมชนอำเภอดอนตูม, การเป่าแก้ว หัตถกรรมสานผักตบชวา เป็นต้น โดยนักศึกษาต้องทำโครงการเสนอผลิตภัณฑ์ที่ประยุกต์จากความรู้ได้เยี่ยมชมมานำเสนอก่อนจบโครงการด้วย โดยโครงงานใดน่าสนใจทางจังหวัดนครปฐมก็จะไปขยายผลพัฒนาผลิตภัณฑ์ชุมชนต่อไป ขณะที่ 6 ตัวแทนนักศึกษา ประกอบด้วย “ณัฐวรเศรษฐ์ น้อยนาเวศ” ปี 4 คณะวิศวกรรมศาสตร์ สาขาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ “วีรวิทย์ สวนกำจัด, ฉัตรพงศ์ เทอดคุณ ปี 4 คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์และการออกแบบ สาขาเทคโนโลยีสถาปัตยกรรม “กนกพร นีระพงษ์, ปนัดดา รอดโพธิ์ทอง” ปี 3 คณะบริหารธุรกิจ สาขาบริหารธุรกิจระหว่างประเทศ หลักสูตรนานาชาติ และ “มนตรี จิตรเพียรค้า” คณะวิศวะ สาขาวิศวกรรมโทรคมนาคม ได้ร่วมกันถ่ายทอดเรื่องราวตลอด 3 สัปดาห์ที่ไปอยู่สิงคโปร์ “ณัฐวรเศรษฐ์” เล่าว่า ได้ประสบการณ์ทั้งในและนอกห้องเรียน การศึกษาในสิงคโปร์จะเน้นให้ลงมือปฏิบัติ นักศึกษาจะมีความทะเยอทะยานและมีความมุ่งมั่น อาจารย์พร้อมจะส่งเสริมผลักดัน การศึกษามีระบบระเบียบไม่อะลุ่มอล่วยแบบของไทย ที่วิทยาลัยนันยางฯ เปิดสอนสาขาวิชาที่หลากหลายประมาณ 50 สาขา แต่ละสาขาผู้เรียนก็ต้องรู้เรื่องนั้นอย่างลึกซึ้ง ไม่ใช่รู้ทุกเรื่องแต่รู้แค่พื้นๆ และการผลิตบุคลากรเน้นเหมาะสมกับความต้องการแรงงาน เด็กมีงานรองรับ บริษัทได้กำลังคนตามต้องการ ลงทุนอย่างมากคืออุปกรณ์เทคโนโลยี ซึ่งแต่ละเครื่องมูลค่า 10-20 ล้านบาท เรียกได้ว่าเกือบจะจำลองโรงงานมาไว้ในวิทยาลัย ได้รับรู้และเขาใจว่าต้องเป็นคนรู้จักวางแผน คิดสร้างสรรค์อย่างเป็นระบบและให้ความสำคัญกับการอนุรักษ์รักษาสิ่งแวดล้อม “ปนัดดา-กนกพร” เล่าว่า ได้เปิดโลกการเรียนรู้ใหม่ บรรยากาศการเรียนการสอนที่สนุกสนาน เห็นความกระตือรือร้นของนักศึกษาในการตั้งคำถามหรือตอบคำถามของอาจารย์ กระตุ้นให้เรามีความกล้าและไม่อายที่จะตั้งคำถามโดยไม่กังวลว่าจะผิด ซึ่งจะไม่ค่อยพบบรรยากาศแบบนี้ในการเรียนของบ้านเรา ปัญหาการสื่อสารเป็นสิ่งที่น้องนักศึกษาทั้ง 6 คนบอกเป็นเสียงเดียวกัน แต่เพื่อนสิงคโปร์เข้าใจและพยายามช่วยแก้ไขให้ ได้พัฒนาทักษะภาษาอังกฤษไปในตัว เห็นชัดว่า เพื่อนชาวสิงคโปร์พยายามศึกษาภาษาอื่นๆ อย่างภาษาจีน ภาษาอินเดีย และบางคนเริ่มเรียนรู้ภาษาไทยด้วย นักศึกษาไทยต้องเร่งฝึกฝนพัฒนาทักษะภาษามากขึ้น ไม่ใช่แค่อังกฤษ อยากฝากถึงคนรุ่นใหม่ด้วยว่า หากเห็นโอกาสอยู่ตรงหน้าขอให้พยายามคว้าโอกาสนั้น บางคนพูดภาษาอังกฤษไม่เก่งก็ตัดใจไม่สู้ทั้งที่ตัวเองมีความสามารถอื่นๆ อยากให้พยายามพัฒนาจุดเด่นที่มีส่วนตรงไหนที่เป็นจุดด้อยก็ค่อยๆ แก้ไขไปเพราะสิ่งที่เราได้รับกลับมานั้นคุ้มค่าอย่างมาก..

วันศุกร์ที่ 2 ตุลาคม 2558

ขอบคุณแหล่งข้อมูล: หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

Advertisements
%d bloggers like this: