ลงเรือแป๊ะต้องตามใจแป๊ะ แต่อย่าลืม เจ้าของเรือแป๊ะคือปชช.

หลากมิติเวทีทัศน์ : ลงเรือแป๊ะต้องตามใจแป๊ะ แต่อย่าลืม “เจ้าของเรือแป๊ะคือประชาชน” : โดย…ภาคภูมิ วิธานติรวัฒน์

6957667c6ai9kag6bgfcc.jpg

ประเทศไทยกำลังขับเคลื่อนด้วยแม่น้ำ 5 สาย สายใหญ่และทรงอิทธิพลที่สุดคือ คสช.และรัฐบาล ซึ่งมีผู้นำสูงสุดคนเดียวกัน ประกอบกับวาทะสำคัญที่ว่า ลงเรือแป๊ะต้องตามใจแป๊ะ ดังนั้นข้อเสนอให้มีการแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญของรัฐบาล จึงเป็นเรื่องที่คณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ หนึ่งในผู้ลงเรือแป๊ะคงต้องให้ความสำคัญ

ประเด็นคือ ข้อเสนอของรัฐบาลเป็นข้อเสนอ 1 ใน 9 ข้อเสนอ มีฐานะเช่นเดียวกับ 8 ข้อเสนอของ สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ หรือเป็นใบสั่งในฐานะแม่น้ำสายใหญ่

ข้อเสนอแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญของรัฐบาลมีทั้งหมด 117 เรื่อง (1) เป็นข้อเสนอที่มาจากข้าราชการในแต่ละกระทรวงทบวงกรม ข้อเสนอและเหตุผลจึงสะท้อนให้เห็นความหวั่นไหวหรือการไม่เห็นด้วยกับสิ่งที่คณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ ชูธงว่า สร้างพลเมืองให้เป็นใหญ่

รัฐบาลเสนอตัด สมัชชาพลเมือง สภาตรวจสอบภาคพลเมือง ออกจากรัฐธรรมนูญ และระบุถึงการบริหารท้องถิ่นเต็มพื้นที่จังหวัด ด้วยเหตุผลว่า “อาจเป็นการส่งสัญญาณให้เข้าใจได้ว่า ต้องการลดบทบาทหรือเลิกราชการส่วนภูมิภาค การบัญญัติในรัฐธรรมนูญเท่ากับกำหนดเจตนารมณ์ว่าต้องการเดินไปในทิศทางนั้น จึงต้องบัญญัติให้ชัดว่า ประสงค์จะให้มีราชการส่วนภูมิภาคไว้ การบริหารท้องถิ่นเป็นข้อยกเว้นเฉพาะที่มีความพร้อม”

รัฐบาลเสนอให้เพิ่มหลักการว่าด้วยการใช้สิทธิและเสรีภาพ ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ต้องไม่ขัดต่อกฎหมาย ซึ่งร่างรัฐธรรมนูญกำหนดข้อจำกัดของการใช้สิทธิเสรีภาพว่า ต้องไม่ละเมิดสิทธิและเสรีภาพของบุคคลอื่น ไม่เป็นปฏิปักษ์ต่อรัฐธรรมนูญ และความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน

การเพิ่มข้อความว่า “ไม่ขัดต่อกฎหมาย” มีปัญหาว่า กฎหมายหลายฉบับขัดต่อหลักสิทธิมนุษยชน และจะเป็นการให้อำนาจรัฐตรากฎหมายและใช้กฎหมายเป็นเครื่องมือจำกัดหรือละเมิดสิทธิมนุษยชนหรือไม่ โดยเฉพาะกลุ่มกฎหมายด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ทั้งขัดต่อหลักสิทธิมนุษยชนอันเป็นที่ยอมรับกันในทางสากล รวมทั้งกฎบัตรแห่งสหประชาชาติที่ประเทศไทยเป็นรัฐภาคี

รัฐบาลเสนอให้ตัดเนื้อหาที่ว่าด้วยองค์การอิสระด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ และให้เพิ่มว่า กระบวนการจัดทำรายงานผลกระทบด้านทรัพยากรธรรมชาติและสุขภาพ การจัดให้มีกระบวนการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนและผู้มีส่วนได้เสีย ให้เป็นไปตามที่กฎหมายบัญญัติ และเสนอให้ตัดเนื้อหาส่วนที่กำหนดให้รัฐต้องจัดให้มีกระบวนการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนอย่างทั่วถึงก่อนการดำเนินการเพื่อนำความคิดเห็นนั้นไปประกอบการพิจารณาจัดทำยุทธศาสตร์ชาติ แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม การเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ การผังเมือง การกำหนดเขตการใช้ประโยชน์ที่ดิน การตรากฎหมายหรือกฎที่อาจมีผลกระทบต่อส่วนได้เสียสำคัญของประชาชน โดยให้เหตุผลว่า

“ทำให้การดำเนินการต่างๆ อาจมีอุปสรรคได้ และอาจเป็นอุปสรรคต่อการบริหารราชการแผ่นดิน จึงควรให้ไปกำหนดในกฎหมายซึ่งจำเป็นต้องเร่งตราขึ้นอยู่แล้ว มิฉะนั้นจะถูกฟ้องร้องได้ทั้งที่ยังไม่มีการตรากฎหมาย”

องค์การอิสระด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ มีบัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2540 และ 2550 จนปัจจุบันยังไม่มีกฎหมายว่าด้วยองค์การอิสระ รัฐบาลปัจจุบันก็ไม่ได้ริเริ่มดำเนินการใดๆ ในเรื่องนี้ คงมีแต่ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีจัดตั้งองค์การอิสระแบบชั่วคราวเมื่อปี 2553 เพื่อหลีกเลี่ยงคำสั่งของศาลปกครองสูงสุดที่ให้ระงับโครงการที่อาจส่งผลกระทบรุนแรงไว้ก่อนจนกว่าจะมีการจัดตั้งองค์การอิสระด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพขึ้นมาให้ความเห็น ตามที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2550

ข้อเสนอนี้ จึงแสดงความประสงค์อย่างชัดเจนว่า รัฐบาลประสงค์ให้โครงการที่อาจมีผลกระทบต่อชุมชนอย่างรุนแรง ด้านสิ่งแวดล้อม ทรัพยากรธรรมชาติ และสุขภาพ ดำเนินการได้อย่างรวดเร็ว ไม่ต้องมีองค์การอิสระให้ความเห็น และต้องตัดออกจากรัฐธรรมนูญเพื่อไม่ให้ชุมชนใช้เป็นเหตุไปฟ้องคดีต่อศาล

รวมทั้งปัจจุบันยังไม่มีความริเริ่มใดๆ ที่แสดงให้เห็นว่า รัฐบาลนี้จะเร่งตรากฎหมายตามเหตุผลที่ระบุไว้ในข้อเสนอ หรือการกำหนดให้มีมาตรการคุ้มครองผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพที่จะเกิดขึ้นกับชุมชน การส่งเสริมสนับสนุนสิทธิชุมชน หรือการดูแลการดำเนินงานโครงการให้เป็นไปตามหลักความยั่งยืน และธรรมาภิบาลสิ่งแวดล้อม

นอกจากนี้มีข้อเสนอให้ตัดองค์การอิสระด้านการคุ้มครองผู้บริโภคและข้อความที่ว่าด้วยสาระของการคุ้มครองผู้บริโภคออกจากรัฐธรรมนูญ

ด้วยเหตุผลว่า เป็นรายละเอียด ไปกำหนดในกฎหมายอื่นดีกว่าและเป็นการกำหนดกรอบที่เข้มงวดเกินไปจนไม่อาจกำหนดเป็นอย่างอื่นได้ ซึ่งแสดงให้เห็นว่า ต้องการกำหนดให้เป็นอย่างอื่น หรือไม่ต้องมีองค์การอิสระด้านการคุ้มครองผู้บริโภค อันเป็นการก้าวถอยหลังไปจากพัฒนาการของสังคมไทย

รัฐบาลมีข้อเสนอที่ดีในส่วนที่ไม่ควบรวมคณะกรรมการสิทธิมนุษยชน กับผู้ตรวจการแผ่นดิน เพราะภารกิจต่างกัน แต่ยังคงเสนอให้ตุลาการเป็นองค์คณะส่วนใหญ่ของคณะกรรมการสรรหากรรมการในองค์กรตามรัฐธรรมนูญเช่นเดียวกับที่กำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญ 2550 ซึ่งสังคมไทยมีประสบการณ์แล้วว่า นำไปใช้สรรหาทุกองค์กรไม่เหมาะสม เพราะขัดกับหลักการอิสระและถ่วงดุลของอำนาจตุลาการ บริหารและนิติบัญญัติ เป็นการใช้อำนาจตุลาการก้าวล่วงมาในอำนาจบริหาร

รัฐบาลยืนยันมาตลอดว่า ไม่มีใบสั่งในการจัดทำรัฐธรรมนูญ ข้อเสนอของรัฐบาลซึ่งเป็นความเห็นของส่วนราชการ เมื่อเสนอแล้วก็ควรยุติความเห็นหรือการแทรกแซงกระบวนการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ กับสภาปฏิรูปแห่งชาติดำเนินการต่อจนสิ้นกระบวนการ

เจตนารมณ์ในการจัดทำร่างรัฐธรรมนูญ เพื่อสร้างพลเมืองให้เป็นใหญ่ หนุนสังคมที่เป็นธรรม การเมืองสะอาดและสมดุล นำชาติสู่สันติสุข ของคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ เป็นเจตนารมณ์ที่ดี สอดคล้องกับหลักการ อำนาจอธิปไตยเป็นของปวงชนชาวไทย ประชาชนจะต้องเป็นหลักและศูนย์กลางของการพัฒนาประเทศ ใช้สิทธิการมีส่วนร่วมผ่านตัวแทนที่เลือกตั้ง ควบคู่การใช้สิทธิโดยตรง

ลงเรือแป๊ะ ไม่ได้หมายความว่าต้องตามใจแป๊ะ แต่เป็นการช่วยกันทำงานเพื่อไปสู่เป้าหมายของการคืนความสุขแก่ประชาชนอย่างยั่งยืน ทั้งต้องตระหนักอยู่เสมอว่า เจ้าของเรือแป๊ะคือประชาชน

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: