เตรียมลูกปฐมวัยให้คุ้มค่าเล่นเรียนรู้พัฒนาการตามวัย

เตรียม”ลูกปฐมวัย”ให้คุ้มค่าเล่นเรียนรู้พัฒนาการตามวัย : ชุลีพร อร่ามเนตร

ih7idj7giaeac969hfigi.jpg

“การเลี้ยงเด็กคนหนึ่ง ก็เหมือนกับเราปลูกต้นไม้ที่ต้องค่อยๆ รดน้ำ พรวนดิน ใส่ปุ๋ย ดูแลอย่างใกล้ชิด และเฝ้ารอคอยการเจริญเติบโตทีละเล็กละน้อย เพราะการเลี้ยงเด็กต้องใช้เวลา ซึ่งถ้าเร่งให้เด็กเรียนรู้ พัฒนาเกินวัย ทำให้เด็กเติบโตได้แต่จะไม่สมบูรณ์ ไม่แน่น ไม่ถึงแก่นอย่างที่ควรจะเป็น” ผศ.ดร.ศศิลักษณ์ ขยันกิจ ประธานสาขาวิชาการศึกษาปฐมวัย คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย อธิบายมุมมองในการเลี้ยงดูเด็กปฐมวัยให้เหมาะสมกับช่วงวัย

ด้วยผลการวิจัยและติดตามพัฒนาการของเด็กปฐมวัยของไทย พบว่าเด็กไทยมีพัฒนาการที่ล่าช้าทั้งด้านสติปัญญา การคิดวิเคราะห์ การคิดสร้างสรรค์ ภาษา และการปรับตัว เนื่องจากเด็กปฐมวัยในขณะนี้กำลังอยู่ในสถานการณ์ถูก “เร่งสี เร่งวุ้น” กวดวิชาตั้งแต่อนุบาล ปัจจุบันมีโรงเรียนอนุบาลจำนวนมากจัดการเรียนการสอนที่มุ่งเตรียมเด็กเพื่อสอบเข้าโรงเรียนประถมชื่อดัง รวมถึงการเปิดคอร์สพิเศษตะลุยโจทย์เพื่อติวเพิ่มเติมในช่วงวันหยุดหรือปิดเทอม รวมถึงเร่งเรียน เขียนอ่าน เกินพัฒนาการเด็ก จากปรากฏการณ์การสอบแข่งขันเพื่อเข้าเรียนในโรงเรียนประถมชื่อดัง ซึ่งเกิดจากความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนในการจัดการศึกษาปฐมวัย

การดูแลเด็กปฐมวัยที่ดีที่สุด ผศ.ดร.ศศิลักษณ์ แนะนำว่า ต้องทำให้เด็กได้ใช้ประสาทสัมผัสจากการเล่นที่จะช่วยให้เด็กคิดสร้างสรรค์ จินตนาการอันนำไปสู่การพัฒนาการตามวัยที่เหมาะสมแก่เด็ก ซึ่งปัจจัยที่สำคัญที่สุดในการสะสม หรือจากการระดมความคิดเห็นของนักวิชาการ การสร้างความพร้อมสู่การจัดการศึกษาปฐมวัยที่มีคุณภาพ และคุ้มค่ามากที่สุด ต้องประกอบด้วยเด็กพร้อม คือการจัดการเรียนรู้แก่เด็กปฐมวัยให้สอดคล้องกับธรรมชาติตามวัย จัดสรรงบให้ครอบคลุมเด็กทุกวัย โดยเฉพาะเด็กด้อยโอกาส ครอบครัวพร้อมสนับสนุนสวัสดิการดูแลบุตรตั้งแต่อยู่ในครรภ์ โดยขยายระยะเวลาการลาคลอดให้ได้รับเงินเดือนไม่ต่ำกว่า 6 เดือน และระบบการศึกษาพร้อม โดยรัฐต้องกำหนดเป้าหมายชัดเจนในการพัฒนาเด็กให้เหมาะสมตามช่วงวัย จัดสรรงบประมาณที่ลงสู่ตัวเด็กไม่ใช่โครงสร้าง

นอกจากนั้น ต้องปรับการวัดประเมินผล เด็กปฐมวัย อาศัยการสังเกตเป็นหลัก ไม่ใช่การสอบเข้า และที่สำคัญ พ่อแม่ต้องลดความอยาก ความคาดหวัง ความต้องการของตัวเอง อย่าเอาลูกตัวเองไปเปรียบเทียบ หรือแข่งขันกับผู้อื่น เพราะเด็กทุกคนล้วนมีศักยภาพ มีความคิดมีจินตนาการ มีพัฒนาการที่แตกต่างกัน และพ่อแม่ ครอบครัวสามารถเติมเต็มความสามารถของพวกเขาได้หากเป็นไปตามการเรียนรู้ การเล่นแต่ละช่วงวัยของพวกเขา

ดร.ไกรยส ภัทราวาท ผู้เชี่ยวชาญด้านนโยบายเศรษฐศาสตร์ศึกษา สสค. กล่าวเสริมว่า ช่วงการศึกษาปฐมวัย เป็นช่วงโอกาสทองที่พ่อแม่ ครู โรงเรียนสามารถพัฒนาการของเด็กได้ทุกด้าน ไม่ว่าจะเป็นร่างกาย ความคิด สติปัญญา อารมณ์ และการปลูกฝังสิ่งดีๆ ให้เกิดขึ้น แต่สถานการณ์เด็กปฐมวัยของไทยที่ย่ำแย่นั้น ส่วนหนึ่งเกิดจากระบบการศึกษาปฐมวัยยังไม่ได้ถูกบรรจุเป็นการศึกษาภาคบังคับในรัฐธรรมนูญ ทั้งที่เป็นวัยที่สำคัญที่สุดในการเรียนรู้ และจากข้อมูลเจมส์ แฮคแมน นักเศรษฐศาสตร์รางวัลโนเบลปี 2543 ระบุว่า การลงทุนในเด็กปฐมวัยผ่านการพัฒนาทักษะด้านพฤติกรรม ความอดทนอดกลั้นจะสร้างผลตอบแทนคืนกลับทั้งต่อเด็กเยาวชนและต่อสังคมในอนาคตสูงมากถึง 7-12 เท่า เพราะหน้าต่างแห่งโอกาส ในการพัฒนาทักษะด้านต่างๆ ของมนุษย์ จะเกิดขึ้นอย่างเต็มที่ในช่วงปฐมวัยเท่านั่น

“ในประเทศไทย ยังมีเด็กในช่วงอายุ 2-5 ปี ร้อยละ 12 ไม่ได้รับโอกาสในการเข้าเรียนในศูนย์เด็กเล็กหรือโรงเรียนอนุบาล เพื่อเตรียมพร้อมในช่วงปฐมวัย ซึ่งข้อจำกัดเกิดจากด้านภูมิศาสตร์ ความยากจน และความรู้ความเข้าใจของครอบครัวในการส่งเสริมการเรียนรู้ของลูก รวมถึง สถานศึกษา ผู้บริหาร ครูขาดความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องในการจัดการศึกษาปฐมวัย ระบบการผลิตครูของสถาบันอุดมศึกษายังขาดกลไกในการกำกับติดตามที่มีคุณภาพ หลักสูตรที่มุ่งเน้นเฉพาะเนื้อหา และการวัดผลที่มุ่งการตัดสินมากกว่าการประเมินเพื่อพัฒนา ทำให้ครูปฐมวัยมุ่งให้เด็กท่องจำมากกว่าคิดวิเคราะห์ ฉะนั้น เรื่องนี้อาศัยภาครัฐฝ่ายเดียวในการสนับสนุนไม่ได้ แต่ทุกภาคส่วน องค์กรปกครองท้องถิ่น ภาคเอกชน และภาคประชาชน ต้องเข้ามามีส่วนร่วมด้วย”

ดร.นฤมล เนียมหอม ครูปฐมวัยโรงเรียนทุ่งมหาเมฆ กทม. แนะนำว่าการเล่น เป็นการเรียนรู้ที่เหมาะสมกับเด็กปฐมวัยอย่างมาก เพราะนอกจากจะเป็นการพัฒนาทางด้านร่างกาย กล้ามเนื้อต่างๆ แล้ว ยังเป็นการจุดประกาย สร้างสรรค์ให้เด็กๆ มีจินตนาการ การจัดการเรียนการสอน หรือการดูแลอบรมลูกๆ ปฐมวัยนั้น ต้องมีพื้นฐานมาจากการเล่น ซึ่งถือเป็นพื้นฐานที่ดีในการสร้างเด็กให้เป็นนักคิดในอนาคต มากกว่าการเร่งรัดวิชาการที่จะทำลายพื้นฐานที่มีค่าของเด็ก ดังนั้น การจะให้เด็กเรียนรู้ตามพัฒนา เล่นให้เหมาะสมกับช่วงวัยนั้น ปัญหาที่สำคัญที่สุด คือ ต้องใช้ความกล้าในการจัดการเรียนการสอนและทำความเข้าใจกับผู้ปกครองที่ยังคงมีความเชื่อมั่นว่าการอ่านออกเขียนได้ ของเด็กสำคัญกว่าการที่พวกเขาได้เล่นอย่างชาญฉลาด จึงอยากฝากพ่อแม่ และครูปฐมวัยช่วยกันจัดกิจกรรมการเล่นที่เหมาะสมให้แก่เด็ก

วันอังคารที่ 14 เมษายน 2558

ขอบคุณแหล่งข้อมูล: หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

Advertisements
%d bloggers like this: