ครูตุ๋ยนร.ลาออกแล้ว!

“เลขาฯ กพฐ.” เผย ครูตุ๋ยนร.ลาออกแล้ว “สพฐ.” ยันเดินหน้าสอบวินัยต่อจนเสร็จสิ้นกระบวนการ เตรียมส่งเรื่องให้คุรุสภาเพิกถอนใบอนุญาตฯ ป้องกันไม่ให้กลับมาเป็นครูอีก

hkbhjd95fidacbej7iabi.jpeg

28 มี.ค. 58 ดร.กมล รอดคล้าย เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) เปิดเผยกรณี 2 นักเรียนชายจากโรงเรียนดัง ถูกอาจารย์ล่วงละเมิดทางเพศ ขณะเดินทางไปดูงานโครงการนักเรียนวิทยาศาสตร์สู่สากล ระหว่างวันที่ 8 – 11 มีนาคม ที่ประเทศสิงคโปร์ ว่า ได้รับรายงานอย่างไม่เป็นทางการจากศูนย์เฉพาะกิจช่วยเหลือนักเรียนของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ว่า ครูรายดังกล่าวได้ลาออกจากโรงเรียนไปแล้ว “อย่างไรก็ตาม แม้เจ้าตัวลาออกไปแล้ว แต่การดำเนินคดีทางอาญาที่ผู้ปกครองไปแจ้งความไว้ ยังคงเดินหน้าต่อไป รวมถึงดำเนินการทางวินัย ก็ต้องเดินหน้าไปจนสิ้นสุดกระบวนการเช่นกัน ซึ่งอยู่ในขั้นตอนตรวจสอบข้อเท็จจริง โดยกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริงซึ่งมีแนวโน้มสูงว่าจะมีมูล เพราะเจ้าตัวเองก็ลาออกด้วย เพราะฉะนั้นหลังจากกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงสรุปผลการสอบสวนแล้ว ก็จะมีการตั้งกรรมการสอบสวนทางวินัยต่อไป” ดร.กมล กล่าวอีกว่า จริงๆ แล้ว ครูรายดังกล่าวมีอายุราชการแค่ 7 ปี ไม่มีสิทธิ์ได้เงินบำนาญอยู่แล้ว แต่หากผลการสอบสวนทางวินัยออกมาเป็นความผิดทางวินัยร้ายแรง ต้องลงโทษโดยการปลดออก ไล่ออก และจะมีผลต่อเงินตอบแทนอื่นๆ ที่เจ้าตัวอาจมีสิทธิ์ได้รับ เพราะฉะนั้น สพฐ.จำเป็นต้องดำเนินการทางวินัยไปจนสิ้นสุดกระบวนการ นอกจากนี้ สพฐ.ยังทำเรื่องไปยังคุรุสภาด้วย ให้เพิกถอนใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครูของครูรายนี้ทันทีที่ผลสอบสวนทางวินัยออกมา เพื่อป้องกันไม่ให้กลับมาเป็นครูที่โรงเรียนอื่นได้อีก เลขาธิการ กพฐ. กล่าวต่อไปว่า ประเด็นเรื่องการเพิกถอนใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครูแก่ครูที่กระทำความผิดนั้น สพฐ.ได้หารือกับ พล.ร.อ.ณรงค์ พิพัฒนาศัย รมว.ศึกษาธิการ ซึ่งมีความคิดตรงกันว่า คุรุสภาจะต้องเข้ามามีบทบาทด้วยเมื่อเกิดเหตุครูกระทำผิดขึ้น คุรุสภาจัดหน่วยเข้าไปร่วมในการสอบสวน ที่สำคัญ สพฐ.จะเสนอให้คุรุสภาระงับใช้ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครูเป็นการชั่วคราว ระหว่างครูที่ถูกกล่าวหาว่ากระทำผิดถูกสอบสวน หากผลการสอบสวนออกมาว่าผิดจริงก็ให้เพิกถอนใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครูเป็นการถาวร แต่ถ้าผลการสอบสวนออกมาว่าไม่ผิด หรือถ้าเจ้าตัวไปสู้คดีแล้วผลการดำเนินคดีออกมาว่าไม่มีความผิด ก็สามารถขอคืนใบอนุญาตได้ “ส่วนกรณีของครูรายนี้ ให้เป็นกรณีตัวอย่าง และผลการสืบสวนข้อเท็จจริงน่าเชื่อสูงว่ามีมูล สพฐ.จะเสนอให้คุรุสภาเพิกถอนใบอนุญาตทันทีที่ผลการสอบสวนทางวินัยออกมา” ลดรับ นร.เข้า ร.ร.ดัง ดร.กมล ให้สัมภาษณ์ภายหลังตรวจเยี่ยมการสอบคัดเลือกรับนักเรียน ม.1 ที่สนามสอบโรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย ถึงการเตรียมดำเนินงานตามนโยบายลดขนาดห้องเรียนของกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) โดยกำหนดให้ สพฐ.รับนักเรียนต่อห้องในระดับปฐมวัยและประถมศึกษา ห้องละไม่เกิน 30 คนต่อห้อง ส่วนระดับมัธยมศึกษา ไม่เกิน 40 คนต่อห้อง โดยให้เวลาดำเนินการ 5 ปี ซึ่งปัจจุบันสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) กำหนดจำนวนนักเรียนต่อห้องไว้ที่ 40 คนเช่นกัน แต่เนื่องจากมีความต้องการเข้าเรียนในโรงเรียนยอดนิยมมากจึงผ่อนผันให้โรงเรียนขยายห้องเรียนได้อีก 10 คน รวมเป็นห้องละ 50 คน อย่างไรก็ตาม เพื่อสนองนโยบายดังกล่าว สพฐ.จะไปกำหนดแผนในการรับนักเรียนในอีก 5 ปี ให้สอดรับกับนโยบายนี้ โดยตั้งใจไว้ว่าจะลดการรับนักเรียนของโรงเรียนดังลงปีละ 2 คนต่อห้อง ครบ 5 ปี จำนวนนักเรียนจะลดลงเหลือ 40 คนต่อห้อง พอดีตามนโยบาย ดังนั้น ในปี 2559 โรงเรียนแข่งขันสูงอาจรับนักเรียนห้องละไม่เกิน 48 คน ดร.กมล กล่าวอีกว่า ประเด็นสำคัญของนโยบายลดขนาดห้องเรียน ไม่ใช่การจำกัดจำนวนรับนักเรียนของโรงเรียนดัง แต่ความสำเร็จอยู่ที่การพัฒนาคุณภาพของโรงเรียนทุกแห่งให้มีมาตรฐานทัดเทียมกัน เพราะฉะนั้น สพฐ.จะเร่งพัฒนาคุณภาพของโรงเรียนเครือข่าย โรงเรียนพี่โรงเรียนน้อง โรงเรียนในสหวิทยาเขต โดยตามแผนที่วางไว้ โรงเรียนดังจะเข้าไปช่วยโรงเรียนเครือข่ายในการจัดการเรียนการสอน อาทิ ส่งครูไปช่วยสอน จัดสอนทางไกลไปยังโรงเรียนเครือข่าย เป็นต้น เลขาธิการ กพฐ. กล่าวถึงการสอบคัดเลือกในปีนี้ว่า การรับนักเรียนในชั้นเรียนปกติ ระดับชั้น ม.1 ของโรงเรียนในสังกัด สพฐ.นั้น แบ่งเป็นการรับนักเรียนในพื้นที่บริการโดยการสอบคัดเลือก และการรับนักเรียนในพื้นที่บริการโดยการจับสลากและการสอบคัดเลือกรับนักเรียนทั่วไป ซึ่งในวันนี้ (28 มี.ค.) เป็นการจัดสอบคัดเลือกรับนักเรียนในพื้นที่บริการและสอบคัดเลือกรับนักเรียนทั่วไปของโรงเรียนที่มีการแข่งขันสูงประมาณ 290 แห่ง ซึ่งในภาพรวมเป็นไปด้วยความเรียบร้อย และในวันที่ 29 มีนาคมจะเป็นการสอบคัดเลือกเข้า ม.4 และจะประกาศผลการสอบคัดเลือกในวันที่ 2 เมษายน ส่วนการจับสลากรับนักเรียนในพื้นที่บริการจะมีขึ้นในวันที่ 5 เมษายน ทั่วประเทศ “สพฐ.ยืนยันว่า มีที่เรียนเพียงพอสำหรับเด็กทุกคน หลังจากวันประกาศผลการสอบคัดเลือกและการจับสลากแล้ว หากเด็กรายใดยังไม่มีที่เรียนให้ไปยื่นความจำนงขอรับการจัดสรรที่เรียนได้ที่โรงเรียนในพื้นที่บริการหรือที่สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา สพฐ.ตั้งใจว่าจะจัดสรรที่เรียนให้เด็กทุกคนเรียบร้อยก่อนเทศกาลสงกรานต์” ด้าน นายเชิดศักดิ์ ศุภโสภณ ผู้อำนวยการ ร.ร.สวนกุหลาบวิทยาลัย กล่าวว่า ปีการศึกษา 2558 นี้ มีนักเรียนมาสมัครสอบคัดเลือกมากกว่าปีที่แล้ว โดยในพื้นที่บริการ มีนักเรียนมาสมัคร 284 คน รับได้ 96 คน อัตราแข่งขัน 1 : 2 ส่วนนักเรียนนอกเขตพื้นที่บริการมาสมัคร 980 คน รับได้ 144 คน อัตราแข่งขัน 1 : 6 ส่วนปีที่ผ่านมา อัตราแข่งขัน 1 : 5 อย่างไรก็ตาม นักเรียนที่พลาดหวังจากการสอบเข้า ร.ร.สวนกุหลาบฯ ก็ยังมีที่เรียนในโรงเรียนที่อยู่ในสหวิทยาเขตเดียวกันรองรับได้อย่างเพียงพอ นายเชิดศักดิ์ กล่าวถึงนโยบายลดขนาดห้องเรียน ว่า เป็นนโยบายที่ดีเพราะจะทำให้การดูแลนักเรียนทั่วถึงมากขึ้น และถ้าผู้ปกครองไม่เลือกที่เรียนแล้ว ยืนยันว่ามีที่เรียนเพียงพอสำหรับเด็กทุกคนแน่นอน ซึ่งจริงๆ แล้วคุณภาพของโรงเรียนแต่ละแห่งก็ไม่แตกต่างกัน ขอให้ผู้ปกครองเชื่อมั่นในคุณภาพโรงเรียนในสังกัด สพฐ. ทั้งนี้ แผนการรับนักเรียน ม.1 ปีการศึกษา 2558 ทั่วประเทศ จำนวน 30,900 โรงเรียน อยู่ที่ 6 แสนคน เฉพาะโรงเรียนที่มีอัตราการแข่งขันสูง มีแผนรับอยู่ที่ 121,324 คน เบื้องต้นโรงเรียนได้รายงานยอดสมัครเบื้องต้น 80% พบว่า มียอดสมัคร 91,645 คน

28 มี.ค. 58 ดร.กมล รอดคล้าย เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) เปิดเผยกรณี 2 นักเรียนชายจากโรงเรียนดัง ถูกอาจารย์ล่วงละเมิดทางเพศ ขณะเดินทางไปดูงานโครงการนักเรียนวิทยาศาสตร์สู่สากล ระหว่างวันที่ 8 – 11 มีนาคม ที่ประเทศสิงคโปร์ ว่า ได้รับรายงานอย่างไม่เป็นทางการจากศูนย์เฉพาะกิจช่วยเหลือนักเรียนของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ว่า ครูรายดังกล่าวได้ลาออกจากโรงเรียนไปแล้ว

“อย่างไรก็ตาม แม้เจ้าตัวลาออกไปแล้ว แต่การดำเนินคดีทางอาญาที่ผู้ปกครองไปแจ้งความไว้ ยังคงเดินหน้าต่อไป รวมถึงดำเนินการทางวินัย ก็ต้องเดินหน้าไปจนสิ้นสุดกระบวนการเช่นกัน ซึ่งอยู่ในขั้นตอนตรวจสอบข้อเท็จจริง โดยกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริงซึ่งมีแนวโน้มสูงว่าจะมีมูล เพราะเจ้าตัวเองก็ลาออกด้วย เพราะฉะนั้นหลังจากกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงสรุปผลการสอบสวนแล้ว ก็จะมีการตั้งกรรมการสอบสวนทางวินัยต่อไป”

ดร.กมล กล่าวอีกว่า จริงๆ แล้ว ครูรายดังกล่าวมีอายุราชการแค่ 7 ปี ไม่มีสิทธิ์ได้เงินบำนาญอยู่แล้ว แต่หากผลการสอบสวนทางวินัยออกมาเป็นความผิดทางวินัยร้ายแรง ต้องลงโทษโดยการปลดออก ไล่ออก และจะมีผลต่อเงินตอบแทนอื่นๆ ที่เจ้าตัวอาจมีสิทธิ์ได้รับ เพราะฉะนั้น สพฐ.จำเป็นต้องดำเนินการทางวินัยไปจนสิ้นสุดกระบวนการ นอกจากนี้ สพฐ.ยังทำเรื่องไปยังคุรุสภาด้วย ให้เพิกถอนใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครูของครูรายนี้ทันทีที่ผลสอบสวนทางวินัยออกมา เพื่อป้องกันไม่ให้กลับมาเป็นครูที่โรงเรียนอื่นได้อีก

เลขาธิการ กพฐ. กล่าวต่อไปว่า ประเด็นเรื่องการเพิกถอนใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครูแก่ครูที่กระทำความผิดนั้น สพฐ.ได้หารือกับ พล.ร.อ.ณรงค์ พิพัฒนาศัย รมว.ศึกษาธิการ ซึ่งมีความคิดตรงกันว่า คุรุสภาจะต้องเข้ามามีบทบาทด้วยเมื่อเกิดเหตุครูกระทำผิดขึ้น คุรุสภาจัดหน่วยเข้าไปร่วมในการสอบสวน ที่สำคัญ สพฐ.จะเสนอให้คุรุสภาระงับใช้ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครูเป็นการชั่วคราว ระหว่างครูที่ถูกกล่าวหาว่ากระทำผิดถูกสอบสวน หากผลการสอบสวนออกมาว่าผิดจริงก็ให้เพิกถอนใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครูเป็นการถาวร แต่ถ้าผลการสอบสวนออกมาว่าไม่ผิด หรือถ้าเจ้าตัวไปสู้คดีแล้วผลการดำเนินคดีออกมาว่าไม่มีความผิด ก็สามารถขอคืนใบอนุญาตได้

“ส่วนกรณีของครูรายนี้ ให้เป็นกรณีตัวอย่าง และผลการสืบสวนข้อเท็จจริงน่าเชื่อสูงว่ามีมูล สพฐ.จะเสนอให้คุรุสภาเพิกถอนใบอนุญาตทันทีที่ผลการสอบสวนทางวินัยออกมา”

ดร.กมล ให้สัมภาษณ์ภายหลังตรวจเยี่ยมการสอบคัดเลือกรับนักเรียน ม.1 ที่สนามสอบโรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย ถึงการเตรียมดำเนินงานตามนโยบายลดขนาดห้องเรียนของกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) โดยกำหนดให้ สพฐ.รับนักเรียนต่อห้องในระดับปฐมวัยและประถมศึกษา ห้องละไม่เกิน 30 คนต่อห้อง ส่วนระดับมัธยมศึกษา ไม่เกิน 40 คนต่อห้อง โดยให้เวลาดำเนินการ 5 ปี ซึ่งปัจจุบันสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) กำหนดจำนวนนักเรียนต่อห้องไว้ที่ 40 คนเช่นกัน แต่เนื่องจากมีความต้องการเข้าเรียนในโรงเรียนยอดนิยมมากจึงผ่อนผันให้โรงเรียนขยายห้องเรียนได้อีก 10 คน รวมเป็นห้องละ 50 คน อย่างไรก็ตาม เพื่อสนองนโยบายดังกล่าว สพฐ.จะไปกำหนดแผนในการรับนักเรียนในอีก 5 ปี ให้สอดรับกับนโยบายนี้ โดยตั้งใจไว้ว่าจะลดการรับนักเรียนของโรงเรียนดังลงปีละ 2 คนต่อห้อง ครบ 5 ปี จำนวนนักเรียนจะลดลงเหลือ 40 คนต่อห้อง พอดีตามนโยบาย ดังนั้น ในปี 2559 โรงเรียนแข่งขันสูงอาจรับนักเรียนห้องละไม่เกิน 48 คน ดร.กมล กล่าวอีกว่า ประเด็นสำคัญของนโยบายลดขนาดห้องเรียน ไม่ใช่การจำกัดจำนวนรับนักเรียนของโรงเรียนดัง แต่ความสำเร็จอยู่ที่การพัฒนาคุณภาพของโรงเรียนทุกแห่งให้มีมาตรฐานทัดเทียมกัน เพราะฉะนั้น สพฐ.จะเร่งพัฒนาคุณภาพของโรงเรียนเครือข่าย โรงเรียนพี่โรงเรียนน้อง โรงเรียนในสหวิทยาเขต โดยตามแผนที่วางไว้ โรงเรียนดังจะเข้าไปช่วยโรงเรียนเครือข่ายในการจัดการเรียนการสอน อาทิ ส่งครูไปช่วยสอน จัดสอนทางไกลไปยังโรงเรียนเครือข่าย เป็นต้น เลขาธิการ กพฐ. กล่าวถึงการสอบคัดเลือกในปีนี้ว่า การรับนักเรียนในชั้นเรียนปกติ ระดับชั้น ม.1 ของโรงเรียนในสังกัด สพฐ.นั้น แบ่งเป็นการรับนักเรียนในพื้นที่บริการโดยการสอบคัดเลือก และการรับนักเรียนในพื้นที่บริการโดยการจับสลากและการสอบคัดเลือกรับนักเรียนทั่วไป ซึ่งในวันนี้ (28 มี.ค.) เป็นการจัดสอบคัดเลือกรับนักเรียนในพื้นที่บริการและสอบคัดเลือกรับนักเรียนทั่วไปของโรงเรียนที่มีการแข่งขันสูงประมาณ 290 แห่ง ซึ่งในภาพรวมเป็นไปด้วยความเรียบร้อย และในวันที่ 29 มีนาคมจะเป็นการสอบคัดเลือกเข้า ม.4 และจะประกาศผลการสอบคัดเลือกในวันที่ 2 เมษายน ส่วนการจับสลากรับนักเรียนในพื้นที่บริการจะมีขึ้นในวันที่ 5 เมษายน ทั่วประเทศ “สพฐ.ยืนยันว่า มีที่เรียนเพียงพอสำหรับเด็กทุกคน หลังจากวันประกาศผลการสอบคัดเลือกและการจับสลากแล้ว หากเด็กรายใดยังไม่มีที่เรียนให้ไปยื่นความจำนงขอรับการจัดสรรที่เรียนได้ที่โรงเรียนในพื้นที่บริการหรือที่สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา สพฐ.ตั้งใจว่าจะจัดสรรที่เรียนให้เด็กทุกคนเรียบร้อยก่อนเทศกาลสงกรานต์” ด้าน นายเชิดศักดิ์ ศุภโสภณ ผู้อำนวยการ ร.ร.สวนกุหลาบวิทยาลัย กล่าวว่า ปีการศึกษา 2558 นี้ มีนักเรียนมาสมัครสอบคัดเลือกมากกว่าปีที่แล้ว โดยในพื้นที่บริการ มีนักเรียนมาสมัคร 284 คน รับได้ 96 คน อัตราแข่งขัน 1 : 2 ส่วนนักเรียนนอกเขตพื้นที่บริการมาสมัคร 980 คน รับได้ 144 คน อัตราแข่งขัน 1 : 6 ส่วนปีที่ผ่านมา อัตราแข่งขัน 1 : 5 อย่างไรก็ตาม นักเรียนที่พลาดหวังจากการสอบเข้า ร.ร.สวนกุหลาบฯ ก็ยังมีที่เรียนในโรงเรียนที่อยู่ในสหวิทยาเขตเดียวกันรองรับได้อย่างเพียงพอ นายเชิดศักดิ์ กล่าวถึงนโยบายลดขนาดห้องเรียน ว่า เป็นนโยบายที่ดีเพราะจะทำให้การดูแลนักเรียนทั่วถึงมากขึ้น และถ้าผู้ปกครองไม่เลือกที่เรียนแล้ว ยืนยันว่ามีที่เรียนเพียงพอสำหรับเด็กทุกคนแน่นอน ซึ่งจริงๆ แล้วคุณภาพของโรงเรียนแต่ละแห่งก็ไม่แตกต่างกัน ขอให้ผู้ปกครองเชื่อมั่นในคุณภาพโรงเรียนในสังกัด สพฐ. ทั้งนี้ แผนการรับนักเรียน ม.1 ปีการศึกษา 2558 ทั่วประเทศ จำนวน 30,900 โรงเรียน อยู่ที่ 6 แสนคน เฉพาะโรงเรียนที่มีอัตราการแข่งขันสูง มีแผนรับอยู่ที่ 121,324 คน เบื้องต้นโรงเรียนได้รายงานยอดสมัครเบื้องต้น 80% พบว่า มียอดสมัคร 91,645 คน

ดร.กมล ให้สัมภาษณ์ภายหลังตรวจเยี่ยมการสอบคัดเลือกรับนักเรียน ม.1 ที่สนามสอบโรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย ถึงการเตรียมดำเนินงานตามนโยบายลดขนาดห้องเรียนของกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) โดยกำหนดให้ สพฐ.รับนักเรียนต่อห้องในระดับปฐมวัยและประถมศึกษา ห้องละไม่เกิน 30 คนต่อห้อง ส่วนระดับมัธยมศึกษา ไม่เกิน 40 คนต่อห้อง โดยให้เวลาดำเนินการ 5 ปี ซึ่งปัจจุบันสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) กำหนดจำนวนนักเรียนต่อห้องไว้ที่ 40 คนเช่นกัน แต่เนื่องจากมีความต้องการเข้าเรียนในโรงเรียนยอดนิยมมากจึงผ่อนผันให้โรงเรียนขยายห้องเรียนได้อีก 10 คน รวมเป็นห้องละ 50 คน

อย่างไรก็ตาม เพื่อสนองนโยบายดังกล่าว สพฐ.จะไปกำหนดแผนในการรับนักเรียนในอีก 5 ปี ให้สอดรับกับนโยบายนี้ โดยตั้งใจไว้ว่าจะลดการรับนักเรียนของโรงเรียนดังลงปีละ 2 คนต่อห้อง ครบ 5 ปี จำนวนนักเรียนจะลดลงเหลือ 40 คนต่อห้อง พอดีตามนโยบาย ดังนั้น ในปี 2559 โรงเรียนแข่งขันสูงอาจรับนักเรียนห้องละไม่เกิน 48 คน

ดร.กมล กล่าวอีกว่า ประเด็นสำคัญของนโยบายลดขนาดห้องเรียน ไม่ใช่การจำกัดจำนวนรับนักเรียนของโรงเรียนดัง แต่ความสำเร็จอยู่ที่การพัฒนาคุณภาพของโรงเรียนทุกแห่งให้มีมาตรฐานทัดเทียมกัน เพราะฉะนั้น สพฐ.จะเร่งพัฒนาคุณภาพของโรงเรียนเครือข่าย โรงเรียนพี่โรงเรียนน้อง โรงเรียนในสหวิทยาเขต โดยตามแผนที่วางไว้ โรงเรียนดังจะเข้าไปช่วยโรงเรียนเครือข่ายในการจัดการเรียนการสอน อาทิ ส่งครูไปช่วยสอน จัดสอนทางไกลไปยังโรงเรียนเครือข่าย เป็นต้น

เลขาธิการ กพฐ. กล่าวถึงการสอบคัดเลือกในปีนี้ว่า การรับนักเรียนในชั้นเรียนปกติ ระดับชั้น ม.1 ของโรงเรียนในสังกัด สพฐ.นั้น แบ่งเป็นการรับนักเรียนในพื้นที่บริการโดยการสอบคัดเลือก และการรับนักเรียนในพื้นที่บริการโดยการจับสลากและการสอบคัดเลือกรับนักเรียนทั่วไป ซึ่งในวันนี้ (28 มี.ค.) เป็นการจัดสอบคัดเลือกรับนักเรียนในพื้นที่บริการและสอบคัดเลือกรับนักเรียนทั่วไปของโรงเรียนที่มีการแข่งขันสูงประมาณ 290 แห่ง ซึ่งในภาพรวมเป็นไปด้วยความเรียบร้อย และในวันที่ 29 มีนาคมจะเป็นการสอบคัดเลือกเข้า ม.4 และจะประกาศผลการสอบคัดเลือกในวันที่ 2 เมษายน ส่วนการจับสลากรับนักเรียนในพื้นที่บริการจะมีขึ้นในวันที่ 5 เมษายน ทั่วประเทศ

“สพฐ.ยืนยันว่า มีที่เรียนเพียงพอสำหรับเด็กทุกคน หลังจากวันประกาศผลการสอบคัดเลือกและการจับสลากแล้ว หากเด็กรายใดยังไม่มีที่เรียนให้ไปยื่นความจำนงขอรับการจัดสรรที่เรียนได้ที่โรงเรียนในพื้นที่บริการหรือที่สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา สพฐ.ตั้งใจว่าจะจัดสรรที่เรียนให้เด็กทุกคนเรียบร้อยก่อนเทศกาลสงกรานต์”

ด้าน นายเชิดศักดิ์ ศุภโสภณ ผู้อำนวยการ ร.ร.สวนกุหลาบวิทยาลัย กล่าวว่า ปีการศึกษา 2558 นี้ มีนักเรียนมาสมัครสอบคัดเลือกมากกว่าปีที่แล้ว โดยในพื้นที่บริการ มีนักเรียนมาสมัคร 284 คน รับได้ 96 คน อัตราแข่งขัน 1 : 2 ส่วนนักเรียนนอกเขตพื้นที่บริการมาสมัคร 980 คน รับได้ 144 คน อัตราแข่งขัน 1 : 6 ส่วนปีที่ผ่านมา อัตราแข่งขัน 1 : 5 อย่างไรก็ตาม นักเรียนที่พลาดหวังจากการสอบเข้า ร.ร.สวนกุหลาบฯ ก็ยังมีที่เรียนในโรงเรียนที่อยู่ในสหวิทยาเขตเดียวกันรองรับได้อย่างเพียงพอ

นายเชิดศักดิ์ กล่าวถึงนโยบายลดขนาดห้องเรียน ว่า เป็นนโยบายที่ดีเพราะจะทำให้การดูแลนักเรียนทั่วถึงมากขึ้น และถ้าผู้ปกครองไม่เลือกที่เรียนแล้ว ยืนยันว่ามีที่เรียนเพียงพอสำหรับเด็กทุกคนแน่นอน ซึ่งจริงๆ แล้วคุณภาพของโรงเรียนแต่ละแห่งก็ไม่แตกต่างกัน ขอให้ผู้ปกครองเชื่อมั่นในคุณภาพโรงเรียนในสังกัด สพฐ.

ทั้งนี้ แผนการรับนักเรียน ม.1 ปีการศึกษา 2558 ทั่วประเทศ จำนวน 30,900 โรงเรียน อยู่ที่ 6 แสนคน เฉพาะโรงเรียนที่มีอัตราการแข่งขันสูง มีแผนรับอยู่ที่ 121,324 คน เบื้องต้นโรงเรียนได้รายงานยอดสมัครเบื้องต้น 80% พบว่า มียอดสมัคร 91,645 คน

วันเสาร์ที่ 28 มีนาคม 2558

ขอบคุณแหล่งข้อมูล: หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

Advertisements
%d bloggers like this: