ความในใจบังซีร

a8aa9fb6a9hajka8ba55i.jpg

หากติดตามหน้าเฟซ “หนุ่ม ช่างฝัน” ก็จะได้อินไปกับการท่องทะเลทราย “อัลวาฮาต อัลบะห์รียะห์” เกือบ 100 ชีวิต ของนักศึกษาไทยในประเทศอียิปต์ ซึ่งไม่ง่ายนักที่เราจะเดินทางไปกันง่ายๆ เพราะอยู่ห่างไกลจากเมืองไคโร ประมาณ 380 กิโลเมตร ถึงเมือง “อัลวาฮาต อัลบะห์รียะ”

หลังจากนั้นต้องเปลี่ยน “รถจี๊ป” สําหรับล่องไปยังท้องทะเลทราย ซึ่งต้องออกเดินทางแบบกองคาราวานเท่านั้น การล่องลอยไปกับ รถจี๊ป ได้พบสิ่งแปลกประหลาดอย่างไม่น่าเชื่อมากมาย ไม่ว่าจะเป็น ทะเลทรายละเอียดสุดขอบฟ้า เม็ดทรายสีเหลืองทอง ภูเขาไฟคล้ายลาวาสีดําไหม้เกรียม ภูเขาคริสตัลที่ส่องแสงระยิบระยับเมื่อกระทบกับแสงจากเม็ดทราย และทะเลทรายขาวดั่งหิมะ พร้อมกับภูเขารูปร่างแปลกประหลาดมากมาย ลมเย็นยามค่ำคืนถูกกลบด้วยกองไฟ ไออุ่นจากควันอาหาร ไก่ ไส้กรอก แพะย่าง และแกงแบบอาหรับ ทําให้คลายความหนาวได้อย่างอัศจรรย์ ปิดท้ายค่ำคืนด้วยการนอนนับดาวไปด้วยกัน

ไม่ใช่ง่ายๆ ที่จะจัดทัวร์แบบมืออาชีพอย่างนี้ได้ แต่นักศึกษาธรรมดาๆ คนหนึ่ง ที่ไม่เคยคิดว่าตัวเองจะทําได้และไม่เคยคิดว่ารอยยิ้มของผู้คน “ทําให้เรามีกําลังใจที่จะสู้ต่อไป”

วันนี้ “คอลัมน์เปิดโลกการศึกษามุสลิม” ขอแนะนําหนุ่มร่างกะทัดรัด ในตําแหน่งทัศนศึกษาของสมาคม ปี 58 ซึ่งได้ชื่อว่า “เหยี่ยวทะเลทราย” ผู้ทําให้ลูกทีมประทับใจอย่างไม่รู้ลืม และเป็นอีกหนึ่งผลงานที่ประกาศให้โลกรู้ว่า การเป็นนักศึกษาศาสนาในประเทศอียิปต์แท้จริงแล้วเป็นแค่ชื่อเท่านั้นเอง ทั้งที่จริง “ทักษะการเรียนรู้ก็คือ สามัญ และสามัญก็คือศาสนา”

“ตําแหน่งทัศนศึกษาฯ ในขณะเป็นนักศึกษา สองสิ่งนี้เป็นสิ่งที่ต่างกันอย่างชัดเจน แต่ความต่างกลับเป็นสิ่งที่ส่งเสริมซึ่งกันและกัน เพราะการท่องเที่ยวแต่ละครั้งต้องวางระบบ เวลา จุดต่างๆ ให้ชัดเจน ต้องเดินหน้าอยู่หนึ่งก้าวเสมอ สิ่งเหล่านี้เองสอนให้เรารู้จักการวางแผนในการเรียน การอ่านหนังสือ ให้เป็นระบบ ระเบียบ ยิ่งขึ้น ยิ่งไปกว่านั้น เรายังได้ศึกษาถึงสิ่งที่ไม่ได้อยู่ในห้องเรียนอีกด้วย และสิ่งนี่ คือ สิ่งที่เราต้องพบในอนาคตแห่งเวทีชีวิต”

นายสัญชัย หลงจิ หรือ “บังซีร” เป็นคนสมุทรปราการ เป็นลูกของนายพ่อ นายสุชาติ กับ นางโสภา หลงจิ มีอาชีพค้าขายอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ “บังซีร” มีพี่น้องทั้งหมด 6 คน ตนเองเป็นคนที่ 5 จบด้านศาสนาระดับมัธยมปลายจาก โรงเรียนอิสลามศรีวนา และสายสามัญ ม.6 กศน. หลังจากนั้นมุ่งหน้าสู่ประเทศอียิปต์ เมื่อวันที่ 19 ตุลาคม 2011 ปัจจุบันศึกษาที่มหาวิทยาลัยอัลอัซฮัร คณะนิติศาสตร์อิสลาม ปี 3 ปีนี้ได้เข้ารับตําแหน่งเป็น “ทัศนศึกษาและวัฒนธรรมของสมาคม” ซึ่งเป็นตัวแทนจากชมรม

ที่อิสลามศรีวนา “บังซีร” ไม่กล้าแสดงออก ไม่มั่นใจตัวเอง แต่เพราะประโยคหนึ่งจากรุ่นพี่ทําให้ “บังซีร” กล้าที่จะพิสูจน์ตัวเองคือ “น้องซีร คนนะ ไม่ได้เลือกตําแหน่งหรอกนะ แต่ตําแหน่งแหละที่เลือกคน และคนที่ดีที่สุดคือคนที่ทําประโยชน์ให้สังคม”

เมื่อเข้ามาอยู่ที่สมาคม ทุกอย่างคือห้องเรียนห้องใหม่ มีเพื่อนใหม่ ภาคกลาง ภาคใต้ ทุกคนอยู่กันอย่างพี่น้อง และได้รู้ระบบการทํางานที่ไม่เคยรู้มาก่อนว่าจะวางโครงการแต่ละโครงการอย่างไรให้เหมาะสมกับวันเวลา และที่สําคัญทุกคนทำงานเพื่อสังคม เมื่อโครงการจบลง รอยยิ้มเเห่งความสุขของคณะกรรมการสมาคมและมวลสมาชิก มันทําให้รู้สึกดีอย่างบอกไม่ถูก ยิ่งเพิ่มพลังให้แก่ตัวเอง

การตัดสินใจนําทัวร์ไปยังทะเลทราย “บังซีร” บอกว่า ทะเลทรายห่างไกลจากชุมชน และเมื่อคนมาอยู่ร่วมกัน สนุกด้วยกัน ลําบากด้วยกัน สิ่งที่จะเกิดขึ้นในหัวใจ คือความเห็นอกเห็นใจ ความรัก ระหว่างกันและกัน ซึ่งความรู้สึกต่างๆ เหล่านี้ รวมอยู่ที่ “ท้องทะเลทราย”

การท่องเที่ยวทะเลทรายเริ่มด้วยการวางแผน ค้นหาและสอบถามข้อมูลจากที่ปรึกษา เขียนโครงการส่งสถานเอกอัครราชทูต รวบรวมรายชื่อผู้เข้ารวมโครงการ ตรวจดูสถานที่ และที่สําคัญส่งชื่อไปยังหน่วยความมั่นคงของอียิปต์ “ความปลอดภัย” เป็นสิ่งสําคัญที่สุด ซึ่งได้รับการดูแลจากเจ้าหน้าที่อียิปต์เป็นอย่างดี มีตํารวจนอกเครื่องแบบร่วมเดินทาง ทําให้การเดินทางของเรามันสุดขีด

ในอนาคต “บังซีร” บอกว่า อยากมีบริษัทเป็นของตัวเอง โดยใช้ระบบอิสลามเป็นตัวกําหนด อยากตั้งกองทุนช่วยเหลือน้องๆ ที่เรียนเก่ง แต่ขาดทุนทรัพย์ให้ได้มาเรียนในอียิปต์ เพราะครั้งหนึ่งมีเพื่อนที่เรียนเก่งมาก แต่ขาดทุนทรัพย์ ทำให้พลาดโอกาสที่จะมาศึกษาที่ไคโร นี่คือความฝันอันสูงสุด

“บังซีร” มีคติประจำใจสั้นๆ ง่ายๆ ในการที่จะพิชิตอียิปต์คือ “อยู่อย่างอดทน และใช้ชีวิตเหมือนคนเดินทาง จะสนุกและมีความสุขกับอียิปต์”

วันพฤหัสบดีที่ 26 มีนาคม 2558

ขอบคุณแหล่งข้อมูล: หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

Advertisements
%d bloggers like this: