งบบัตรทอง ความเห็นต่าง-ชนวนย้ายปลัดสธ.

เทียบเคียง…แนวคิดจัดสรร “งบบัตรทอง” ความเห็นต่าง-ชนวนย้ายปลัดสธ. : โดย…ทีมข่าวสาธารณสุข

bdjabaab5bc87ab57hibc.jpg

สธ.เสนอจัดสรรงบบัตรทองรูปแบบใหม่ ของเดิมทำให้โรงพยาบาลขาดสภาพคล่องการเงิน ขณะที่ สปสช.เห็นว่าดีอยู่แล้ว และตั้งกองทุนช่วยเหลือโรงพยาบาลในเขตประชากรน้อยหรือพื้นที่ทุรกันดารที่มีปัญหา

หลัง “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี สั่งย้าย นพ.ณรงค์ สหเมธาพัฒน์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข ไปอยู่สำนักนายกรัฐมนตรี เกิดคำถามขึ้นมากมายว่า แนวคิดหรือหลักการที่เป็นรากเหง้าของระบบสาธารณสุขที่ นพ.ณรงค์ ระบุว่าเป็นความเห็นต่างของ 2 แนวคิดในการพัฒนาระบบสาธารณสุขนั้น คือเรื่องอะไร?

2 แนวคิดที่ นพ.ณรงค์ หมายถึง ได้แก่ “แนวคิดการใช้งานนำเงิน” และ “แนวคิดการใช้เงินนำงาน” ซึ่งเชื่อมโยงไปสู่แนวทางการจัดสรรงบประมาณกองทุนหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ หรือ งบบัตรทอง โดยกระทรวงสาธารณสุขเสนอให้มีการปรับปรุง เพราะใช้มานานถึง 12 ปี และให้ยึดแนวคิดเรื่องงานนำเงิน ขณะที่ สปสช.ยืนยันว่า ระบบเดิมมีความโปร่งใสดีอยู่แล้ว แต่กระทรวงสาธารณสุขโจมตีว่า เป็นแนวคิดเงินนำงาน โดยงบประมาณบัตรทองราว 1.4-1.5 แสนล้านบาท สำหรับให้บริการประกันสุขภาพแก่คนไทยราว 48 ล้านคน

กลไกการจัดสรรงบเหมาจ่ายรายหัวของบัตรทองแบบเดิม ที่มี สปสช.เป็นผู้ดูแล จะแบ่งเป็น 9 รายการ คือ 1.ค่าใช้จ่ายผู้ป่วยนอกทั่วไป แยกย่อยเป็น 1.1 บริการที่จ่ายแบบเหมาจ่ายตามจำนวนผู้มีสิทธิ์บัตรทองในแต่ละจังหวัด 1.2 บริการที่จ่ายตามผลงานบริการ โดยใช้ผลงานจากข้อมูลการให้บริการผู้ป่วยนอกและบริการสร้างเสริมสุขภาพและป้องกันโรค เช่น ข้อมูลการวางแผนครอบครัว ข้อมูลการให้บริการวัคซีน เป็นต้น และ 1.3 บริการที่จ่ายตามเกณฑ์คุณภาพและผลงานบริการปฐมภูมิ แบ่งเป็น 2 ส่วน คือ จ่ายตามตัวชี้วัดเกณฑ์คุณภาพและผลการบริการปฐมภูมิและงบเสริมสร้างความเข้มแข็งระบบบริการปฐมภูมิ ซึ่งเหล่านี้หน่วยบริการจะต้องจัดทำข้อมูลแล้วแสดงให้ สปสช.เพื่อขอรับเงิน

2.การบริหารจัดการค่าใช้จ่ายผู้ป่วยใน กรอบการบริหารจัดการกำหนดให้มีการบริหารระดับเขต โดยจัดสรรเป็นแบบ Global Budget ระดับเขต ซึ่งต้องมีการคำนวณน้ำหนักสัมพัทธ์ (Relative Weight : RW) ผู้ป่วยในตามระบบค่าบริการเหมาจ่ายตามกลุ่มวินิจฉัยโรคร่วม (Diagnosis Related Group : DRG) เพื่อนำมาใช้ในการคำนวณวงเงิน Global Budget ระดับเขตตามที่หลักเกณฑ์กำหนด แล้วจัดสรรให้แก่เขตโดยใช้ข้อมูลผลการให้บริการที่เกิดขึ้นและจำนวนผู้มีสิทธิ์ จากนั้นจัดสรรค่าใช้จ่ายเพื่อบริการผู้ป่วยในให้หน่วยบริการ โดยให้ สปสช.เขตกำหนดอัตราจ่ายต่อผลรวมค่าหน่วยสัมพัทธ์ (Adjusted Relative Weight : adjRW) เบื้องต้นอัตราหนึ่ง และการคำนวณอัตราจ่ายจาก Global Budget ระดับเขต โดยใช้ข้อมูลผลงานบริการผู้ป่วยในของปีนั้น และอาจใช้ข้อมูลผู้ป่วยในปีที่ผ่านมาร่วมด้วย เพื่อใช้ในการคำนวณค่าใช้จ่ายผู้ป่วยในให้แก่หน่วยบริการ

3.การบริหารจัดการค่าใช้จ่ายบริการกรณีเฉพาะ แบ่งย่อยเป็นค่าใช้จ่ายกรณีบริการค่าใช้จ่ายสูง, ค่าใช้จ่ายกรณีอุบัติเหตุ เจ็บป่วยฉุกเฉิน และค่าใช้จ่ายกรณีโรคเฉพาะ บริการเฉพาะ อาทิ โรคหืดและปอดอุดกั้นเรื้อรัง วัณโรค มะเร็งเม็ดเลือดขาว เป็นต้น 4.ค่าใช้จ่ายบริการสร้างเสริมสุขภาพและป้องกันโรค 5.ค่าใช้จ่ายฟื้นฟูสมรรถภาพด้านการแพทย์ 6.ค่าใช้จ่ายบริการการแพทย์แผนไทย 7.งบค่าเสื่อม 8.เงินช่วยเหลือเบื้องต้นกรณีผู้รับบริการที่ได้รับความเสียหายจากการรับบริการ และ 9.เงินช่วยเหลือเบื้องต้น กรณีผู้ให้บริการที่ได้รับความเสียหายจากการให้บริการ

ดังนั้นเห็นได้ว่า การจัดสรรงบบัตรทองในส่วนของงบเหมาจ่ายรายหัวแบบเดิม มีความสลับซับซ้อนและแยกย่อยจำนวนมาก อาจยากต่อการตรวจสอบ แต่โดยหลักการจะจัดสรรให้หน่วยบริการ ด้วยการนำงบเหมาจ่ายรายหัวต่อคนต่อปีคูณด้วยจำนวนประชากรที่อยู่ในสิทธิบัตรทองของแต่ละจังหวัด แล้วภายในจังหวัดจะไปเกลี่ยงบให้แก่หน่วยบริการภายในจังหวัด อย่างไรก็ตาม ไม่ได้จัดสรรไปให้หน่วยบริการโดยตรง แต่จะกันไว้ในส่วนกลาง สำหรับ สปสช.บริหารจัดการเอง เช่น งบผู้ป่วยนอกที่จัดสรรตามผลงานบริการ ซึ่งหน่วยบริการจะต้องนำข้อมูลผลงานมายื่นเพื่อรับเงิน หรือการส่งเสริมป้องกันโรคก็มีการกันไว้เป็นเงินกองทุนย่อยๆ เช่น กองทุนวัคซีนต่างๆ ทำให้เหลืองบเหมาจ่ายรายหัวไปถึงหน่วยบริการไม่เต็มเม็ดตามจำนวนที่สำนักงบประมาณอนุมัติ

เหล่านี้ จึงทำให้คนสาธารณสุขสะท้อนปัญหาว่า ส่งผลให้หน่วยบริการขาดสภาพคล่องทางการเงิน นำมาสู่การที่กระทรวงสาธารณสุขเสนอแนวในการจัดสรรงบบัตรทองรูปแบบใหม่ โดยอ้างว่าจะทำให้หน่วยบริการได้รับงบเหมาจ่ายรายหัวในการให้บริการประชาชนแบบเต็มเม็ดเต็มหน่วย มี 4 ข้อ

ได้แก่ 1.ในการจัดทำกรอบงบประมาณที่จะจัดสรรให้ดำเนินการในระดับเขตสุขภาพ เพราะระดับพื้นที่จะรู้สภาพที่แท้จริงของหน่วยบริการแต่ละแห่งได้ดีกว่า และจะได้จัดสรรงบให้เหมาะสมกับแต่ละแห่งภายในเขตเดียวกัน เช่น จัดสรรให้หน่วยบริการที่มีปัญหาสภาพคล่องทางการเงินมากกว่าหน่วยบริการอื่นๆ ภายในเขตเดียวกัน เนื่องจากการจัดสรรระดับจังหวัดที่ผ่านมาไม่ใช่คำตอบ จากการที่หน่วยบริการภายในจังหวัดเดียวกันบางครั้งก็ไม่สามารถอุ้มกันได้ไหว เพราะต่างมีปัญหาสภาพคล่อง

2.ปรับการจัดสรรงบเหมาจ่ายรายหัวจากเดิมที่แบ่งเป็น 9 รายการให้เหลือเพียง 4 รายการ คือ งบผู้ป่วยนอก งบผู้ป่วยใน งบส่งเสริมสุขภาพและป้องกันโรค รวมทั้ง 4 กลุ่มอื่นๆ เช่น บริการกรณีเฉพาะ ฟื้นฟูสมรรถภาพ แพทย์แผนไทย ค่าเสื่อม และมาตรา 41 ช่วยเหลือผู้เสียหายจากการรับบริการ เพื่อไม่ให้แต่ละรายการแตกแยกย่อยออกไปมากทำให้ยากต่อการตรวจสอบ

3.การบริหารเงินเดือนระดับเขต สามารถยืดหยุ่นตามรูปแบบแต่ละพื้นที่ โดยใช้ยอดเงินเดือนรายจังหวัด และปรับลดค่าแรงตามหลักเกณฑ์และวงเงินรวมที่สำนักงบประมาณกำหนด และ 4.ตัววัดผลที่เสนอต่อสำนักงบประมาณแจ้งเป็นเป้าหมายรายเขต

การที่กระทรวงสาธารณสุขเสนอเช่นนี้ อ้างว่าจะเป็นการช่วยแก้ปัญหาด้านการเงินที่โรงพยาบาลในสังกัดกระทรวงสาธารณสุขกำลังเผชิญอยู่ในเรื่องขาดสภาพคล่องทางการเงิน เพราะหากโรงพยาบาลประมาณการงบได้อย่างชัดเจน จะสามารถบริหารจัดการงบประมาณเพื่อใช้ในการลงทุนเรื่องอุปกรณ์ทางการแพทย์หรือเรื่องอื่นๆ ที่จำเป็นในการให้บริการประชาชนได้อย่างเหมาะสม

ขณะที่ สปสช.เห็นว่า ระบบเดิมมีความโปร่งใส แต่ยอมรับว่า อาจจะส่งผลต่อสภาพทางการเงินของโรงพยาบาลที่อยู่ในเขตประชากรน้อยหรือพื้นที่ทุรกันดาร อย่างไรก็ตาม มีการตั้งกองทุนเฉพาะในการช่วยเหลือโรงพยาบาลเหล่านั้นไว้แล้ว และข้อเสนอของกระทรวงสาธารณสุขอาจนำไปสู่การสร้างปัญหาให้โรงพยาบาลมากขึ้น

แต่แท้จริง ไม่ใช่เรื่องยากที่ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องจะพิจารณาว่า ควรไปในทิศทางแนวคิดใด หากยึด “ข้อมูลเชิงประจักษ์” เพราะคำตอบมีพร้อมแสดงอยู่ที่โรงพยาบาล เพียงแค่ลงไปดูหรือรับฟังความจริงจากพื้นที่ !!

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: