อึ้ง!ชายปรึกษาหมอถูกหญิงรุก-หลอกมีเซ็กส์

อึ้ง!ปัญหาเพศวัยรุ่นเริ่มสลับขั้ว ชายปรึกษาถูกหญิงรุก-หลอกมีเซ็กส์ ขณะที่อัตราวัยใสท้องไม่พร้อมยังเยอะ สัดส่วน 52 ต่อแสนประชากร ร้อยละ 30 ยินยอมพร้อมใจมีเซ็กส์

fiijjke8k7aakaj5aece7.jpg

เมื่อวันที่ 11 กุมภาพันธ์ ที่อาคารสุขภาพแห่งชาติ กระทรวงสาธารณสุข(สธ.) พญ.พรรณพิมล วิปุลากร รองอธิบดีกรมสุขภาพจิต กล่าวในเวที สช. เจาะประเด็น “สานพลังสังคม…สกัดท้องวัยทีน” จัดโดยสำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ(สช.)ว่า จากการติดตามอัตราการคลอดในหญิงอายุ 15-19 ปี ในปี 2556 พบว่า สัดส่วนอยู่ที่ 52 คนต่อประชากรหญิงวัยเดียวกัน 1,000 คน ซึ่งเป็นตัวเลขที่มากกว่าค่ากลางที่ 50 คนต่อประชากรพันคน จากการสำรวจ พบสัดส่วนมากในพื้นที่จ.ชลบุรีและจ.สมุทรสาคร อย่างไรก็ตาม เมื่อมีการสอบถามกลุ่มที่ตั้งครรภ์ไม่พร้อมสามารถแบ่งออกเป็น 3 กลุ่ม คือ 1.ประมาณเกือบร้อยละ 5 ถูกใช้กำลังบังคับจากฝ่ายชาย 2.กลุ่มวัยรุ่นที่เลือกมีเพศสัมพันธ์เอง โดยไม่ถูกบังคับ มีลักษณะยินยอมพร้อมใจอีกร้อยละ 30 และ3. กลุ่มที่ปล่อยให้บรรยากาศพาไป คือ ไม่ได้ตั้งใจจะมีเพศสัมพันธ์ แต่ด้วยบรรยากาศอีกร้อยละ 70 ซึ่งช่วงวันวาเลนไทน์จะพบกลุ่มนี้มาก เนื่องจากเทศกาล และบรรยากาศชักจูงง่าย

พญ.พรรณพิมล กล่าวอีกว่า การป้องกันต้องพิจารณาเป็นกลุ่มๆ โดยกลุ่มราวร้อยละ 5 สิ่งสำคัญคือ มักเป็นกลุ่มที่ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ อ่อนแอ และเป็นกลุ่มเรียบร้อย หากประมาทหรือไว้ใจคนมากเกินไปก็มีโอกาสถูกล่วงละเมิดทางเพศ ส่วนกลุ่มร้อยละ 30 ที่พร้อมใจมีเซ็กส์นั้น ตรงนี้เราต้องให้ความรู้ในการป้องกันการติดเชื้อทางเพศสัมพันธ์ และการตั้งครรภ์ เนื่องจากหากจะห้ามอย่างเดียวคงเป็นไปไม่ได้ ต้องให้ความรู้ตระหนักถึงปัญหาที่จะตามมาด้วย และกลุ่มสุดท้ายประมาณ 60- 70 เป็นกลุ่มที่ปล่อยให้บรรยากาศพาไป สิ่งสำคัญต้องไม่อยู่กันสองต่อสอง หรือต้องรู้จักปฏิเสธ หักห้ามใจ และคิดถึงผลลัพธ์ที่จะเกิดขึ้น อย่างไรก็ตาม ทั้งหมดขึ้นอยู่กับพ่อแม่ ต้องรู้จักสื่อสารให้เป็น และกล้าที่จะคุยเรื่องเพศกับลูก โดยต้องหาโอกาสที่ดีในการสอน เช่น ในเทศกาลวาเลนไทน์ถือเป็นโอกาสที่ดีในการสอนเรื่องเพศ ส่วนการสอนเรื่องเพศศึกษาในโรงเรียนนั้น อยากให้มีการปรับการสอน เนื่องจากที่ผ่านมาหากสอนตามหลักสูตร จะเน้นความรู้แต่ในชีวิตเด็กใช้ทักษะ ทำให้ความรู้ที่ได้ไม่ทันกับการใช้งานของเด็ก แต่ไม่ใช่ความรู้ไม่สำคัญ

“ปัญหาที่สำคัญอย่างหนึ่งในการตั้งครรภ์วัยรุ่น พบว่า วัยรุ่นอายุไม่ถึง 20 ปีมีการตั้งครรภ์ซ้ำถึงร้อยละ 20 โดยกลุ่มนี้มีจำนวนหนึ่งที่เป็นการตั้งครรภ์ครั้งที่ 3 ดังนั้น ต้องมีมาตรการในการดูแลป้องกันอย่างบูรณาการ ทั้งการจัดบริการวัยรุ่น ต้องมีคลินิกหรือบริการที่เป็นมิตรสำหรับวัยรุ่น โดยทุกอย่างต้องเริ่มจากพ่อแม่ในการสอนและรับฟัง อย่างที่ผ่านมา มีผู้ชาย อายุ 16 ปี มีแฟนผู้หญิงอายุ 17 ปีมาปรึกษาเรื่องเพศว่า ถ้าอยู่กัน2ต่อ2ผู้หญิงอยากที่จะมีเพศสสัมพันธ์ด้วยตลอด ตนรู้สึกอึดอัด ไม่รู้จะบอกอย่างไร หรืออีกกรณีเป็นนักศึกษาแพทย์บอกว่า อยากฆ่าตัวตายเพราะรู้สึกเหมือนถูกฟันแล้วทิ้ง สิ่งเหล่านี้สะท้อนว่าวัยรุ่นยังตามหารักแท้และพ่อแม่ยังมีความสำคัญในเรื่องมิติทางเพศไม่ต่างจากเดิม แต่ที่มีแนวโน้มเปลี่ยนไปคือ ผู้หญิงมีความมั่นใจและแสดงออกมากขึ้น ขณะที่ผู้ชายให้ความสำคัญกับเรื่องความสัมพันธ์และความรู้สึกมากขึ้น สิ่งสำคัญต้องมีการสอนอย่างถูกวิธี” พญ.พรรณพิมล กล่าว

ด้านน.ส.จิตติมา ภาณุเตชะ ผู้จัดการแผนงานสร้างเสริมสุขภาวะทางเพศ มูลนิธิสร้างควาเข้าใจเรื่องสุขภาพผู้หญิง กล่าวว่า การจะทำให้เด็กเข้าใจและเรียนรู้เรื่องเพศ ต้องทำให้เข้าใจว่าเรื่องเพศเป็นวิถีชีวิต โดยในการพูดคุยหรือให้ความรู้เกี่ยวกับเรื่องเพศกับเด็กและวัยรุ่น ต้องเน้นแบบ เล็ก ชัด ลึก และต่อเนื่อง กล่าวคือ ต้องเริ่มจากประเด็นที่กลุ่มคนเล็กๆสนใจ แล้วพูดคุยให้ความรู้เรื่องนั้นอย่างตรงไปตรงมาตรงประเด็นแบบเจาะลึก เช่น สนใจเรื่องอวัยวะเพศหญิงก็เรียกตรงๆตามที่เรียกไม่ต้องใช้ศัพท์แทนว่า จิ๊มิ หรือจิ๋ม โดยต้องทำอย่างต่อเนื่อง ซึ่งหากดำเนินการเช่นนี้จะเป็นการติดตั้งความคิด 2 เรื่องให้กับเด็ก คือ เพศเป็นเรื่องของเขา และเรื่องเพศคุยและพูดได้ เห็นได้จากการประเมินผลหลังจากจัดค่ายวัยใสที่ใช้แนวทางนี้ พบว่า เด็กม.2กล่าที่จะถามปรึกษาว่า ตกขาวผิดปกติมีสีเหลืองและมีกลิ่นจะต้องทำอย่างไร เป็นต้น

วันพุธที่ 11 กุมภาพันธ์ 2558

ขอบคุณแหล่งข้อมูล: หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

Advertisements
%d bloggers like this: