รามาฯเจาะเลือดแม่ตรวจลูกดาวน์!

คณะแพทย์รามาธิบดี เปิดตัวโครงการไทยนิพท์ ตรวจเลือดแม่คัดกรองทารกดาวน์ในครรภ์ ชี้แม่นยำสูงเทียบเคียงเจาะน้ำคร่ำ ลดความเสี่ยงแท้ง เริ่มเปิดให้บริการ ธ.ค.นี้

abecdbibigidh56i5jgg9.jpg

27 พ.ย. 57 ที่คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี สาขาเวชศาสตร์มารดาและทารกปริกำเนิด ภาควิชาสูติศาสตร์นรีเวชวิทยา ศูนย์จีโนมทางการแพทย์ โครงการพัฒนาศักยภาพประชากรไทย และศูนย์ความเป็นเลิศด้านชีววิทยาศาสตร์ (ทีเซลส์) ร่วมกันแถลงข่าวพัฒนาความเป็นเลิศในด้านการตรวจกรองสารทางพันธุกรรมทารกในครรภ์ จัดโครงการตรวจสารพันธุกรรมของทารกในครรภ์จากเลือดมารดา หรือ Thai Noninvasive Prenatal Test : Thai NIPT ชื่อไทยว่า ไทยนิพท์

รศ.นพ.พัญญู พันธ์บูรณะ อาจารย์จากสาขาเวชศาสตร์มารดาและทารกปริกำเนิด คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี กล่าวว่า ปัญหาเรื่องทารกพิการแต่กำเนิด ซึ่งเกิดจากโครโมโซมผิดปกติ อาการที่พบบ่อยคือ โครโมโซม 21 หรือกลุ่มอาการดาวน์ ซึ่งเป็นการผิดปกติหลายระบบโดยเฉพาะด้านสติปัญญาที่ต่ำกว่าปกติ หรือที่เรียกว่าเด็กปัญญาอ่อน ขณะนี้พบประมาณ 1.3 ต่อทารกเกิดมีชีพ 1,000 คน ส่วนใหญ่พบในกลุ่มแม่อายุ 35 ปี ขึ้นไปตั้งครรภ์ มากกว่าคุณแม่อายุน้อยๆ ตั้งครรภ์ เนื่องจากไข่ของแม่จะอายุเท่ากับแม่ ถ้าแม่อายุ 40 ปีไข่ก็จะอายุ 40 ปี ไข่จะไม่มีการสร้างใหม่ ต่างจากสเปิร์มของพ่อ ที่สร้างใหม่ทุก 3 เดือน ดังนั้น ไข่อายุมากขึ้นเวลาแบ่งเซลล์ของโครโมโซมก็จะมีความผิดปกติมากขึ้น เพราะฉะนั้น กลุ่มอาการดาวน์ต้องตรวจจากแม่ ตอนนี้แม่อายุมากแพทย์ก็จะแนะนำให้ตรวจคัดกรอง หรือตรวจเจาะน้ำคร่ำ

รศ.นพ.พัญญู กล่าวต่อว่า การตรวจคัดกรองในปัจจุบันจะเป็นการอัลตราซาวด์ ตรวจสารชีวเคมีเลือด ซึ่งเป็นการตรวจตามมาตรฐานต่างๆ เป็นการตรวจทางอ้อม ไม่ได้เป็นการตรวจวินิจฉัย ความแม่นยำก็ไม่มาก แต่ถ้าจะให้ตรวจวินิจฉัยตรวจโครโมโซม และดีเอ็นเอ แล้วมีผลที่แม่นยำนั้นต้องตรวจเจาะน้ำคร่ำ ซึ่งจะมีความเสี่ยงต่อการแท้งบุตร ติดเชื้อ คลอดก่อนกำหนด หรือถ้าเจาะน้ำคร่ำไม่ดีอาจจะไปถูกอวัยวะของเด็กได้ ดังนั้น โครงการไทยนิพท์ จะเป็นการตรวจคัดกรองที่มีความแม่นยำสูงเทียบเคียงกับการตรวจวินิจฉัยอย่างการเจาะน้ำคร่ำ โดยเป็นการตรวจหาสารทางพันธุกรรม หรือ ดีเอ็นเอ ของทารกจากเลือดสตรีตั้งครรภ์ โดยอาศัยเทคโนโลยีการถอดรหัสพันธุกรรมที่มีประสิทธิภาพสูงล้ำยุค มีความไว ความจำเพาะ ความละเอียดและรวดเร็ว ทำให้สามารถตรวจหากลุ่มอาการดาวน์ของทารกในครรภ์จากเลือดของมารดาด้วยความแม่นยำร้อยละ 99 มีผลบวกลวงน้อยกว่าร้อยละ 1 ซึ่งนับว่าดีที่สุดสำหรับการตรวจคัดกรองในปัจจุบัน

“โครงการไทยนิพท์ ถือเป็นวิวัฒนาการทางการแพทย์ เป็นโครงการที่สามารถพัฒนาขีดความสามารถในการตรวจวิเคราะห์และรายงานผลได้อย่างครบวงจรแห่งแรกในไทย โดยไม่ต้องส่งเลือดไปตรวจสอบยังต่างประเทศ”

รศ.นพ.พัญญู กล่าวด้วยว่า แม้ว่าการตรวจวิธีนี้จะมีความแม่นยำสูงมาก แต่หากผลออกมาว่ามีความเสี่ยงที่ทารกในครรภ์จะมีอาการดาวน์ ก็ต้องกลับไปใช้วิธีเจาะน้ำคร่ำเพื่อตรวจวินิจฉัยให้ชัดเจนมากยิ่งขึ้นอีกครั้ง แต่หากไม่พบความเสี่ยง แม่ตั้งครรภ์ ก็ไม่ต้องเจ็บจากการถูกเจาะน้ำคร่ำ ไม่เสี่ยงต่อการแท้งลูก นอกจากนั้น การตรวจวิเคราะห์และรายงานผลโครงการไทยนิพท์ ยังสามารถตรวจคัดกรองหาทารกที่มีความผิดปกติของโครโมโซมอื่นๆ ได้อีก นอกจากโครโมโซม 21 เช่น trisomy 13 , trisomy18 ตลอดจนโครโมโซมเพศหญิง และเพศชายได้

รศ.นพ.พัญญู กล่าวอีกว่า โรงพยาบาลรามาธิบดีเป็นโรงพยาบาลรัฐที่ไม่มุ่งหวังกำไร ทำให้การบริการมีต้นทุนถูกกว่าต่างประเทศ ไม่ว่าแม่ตั้งครรภ์จะอายุมาก หรือน้อย ก็ควรตรวจคัดกรอง โดยอายุครรภ์ที่แนะนำให้ตรวจ คือช่วง 10-24 สัปดาห์ ไม่แนะนำให้ตรวจในครรภ์แฝด และสามารถรายงานผลได้ภายใน 1 สัปดาห์ ทั้งนี้ การตรวจวิธีนี้เป็นการตรวจทางเลือก จึงยังไม่สามารถครอบคลุมการเบิกจ่ายจากรัฐบาลได้ โดยค่าบริการในการตรวจสำหรับสตรีที่ฝากครรภ์ที่โรงพยาบาลรามาธิบดี 14,000 บาท และจะเริ่มเปิดรับบริการได้ภายในเดือนธันวาคมนี้ ส่วนผู้ที่ไม่ได้ฝากครรภ์ที่โรงพยาบาลรามาธิบดี จะเริ่มให้บริการได้ตั้งแต่เดือนมกราคมปีหน้า คิดค่าบริการ 15,500 บาท

วันพฤหัสบดีที่ 27 พฤศจิกายน 2557

ขอบคุณแหล่งข้อมูล: หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

Advertisements
%d bloggers like this: