ศธ.เพิ่งตื่น!ทำวิจัยแอดมิสชั่นส์-รับตรง

ศธ.เพิ่งตื่น!ทำวิจัยแอดมิสชั่นส์-รับตรง ตอบโจทย์ผู้เรียนเหมาะสมไม่สร้างภาระ

ck79hbb87a6hebageada8.jpg

เมื่อวันที่ 6 พ.ย.2557 นพ.เฉลิมชัย บุญยะลีพรรณ อธิการบดีมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว) ในฐานะรองประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.)การศึกษาและกีฬา สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) คนที่ 1 กล่าวว่า จากการหารือร่วมกับพล.ร.อ.ณรงค์ พิพัฒนาศัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เห็นสอดคล้องกันว่า ระบบการคัดเลือกบุคคลเข้าศึกษาต่อในสถาบันอุดมศึกษา ควรเป็นระบบที่มีความหลากหลาย เหมาะสม และสามารถคัดเลือกนักศึกษาเข้าเรียนได้ตรงตามที่คณะ/สาขาต้องการ เป็นระบบที่มีความเป็นธรรม และไม่สร้างภาระให้กับเด็กและผู้ปกครอง ดังนั้น การรับนักเรียนเข้าเรียนต่อในสถาบันอุดมศึกษาจึงจำเป็นต้องมี 2 ระบบ คือระบบรับตรง และระบบแอดมิสชั่นส์ ถึงจะตอบโจทย์ในข้างต้นได้ โดยระบบแอดมิสชั่นส์จะตอบโจทย์ในเรื่องความเป็นธรรมและไม่สร้างภาระให้กับเด็กและผู้ปกครอง ส่วนระบบรับตรง ก็อาจจะคัดเลือกเด็กได้ตรงตามความต้องการมากกว่า แต่สร้างภาระ ซึ่งในส่วนนี้ ที่ผ่านมาทปอ. มีมติขอความร่วมมือ มหาวิทยาลัยในสังกัด 27 แห่งขอให้ลดการสอบตรงลง มาใช้ข้อสอบกลางมากขึ้น

“ขณะเดียวกันยังมอบให้มศว ทำวิจัยระบบการเข้าศึกษาต่อในสถาบันอุดมศึกษา โดยศึกษาเปรียบเทียบเด็กที่เข้าเรียนระบบรับตรง กับระบบแอดมิสชั่นส์ ว่าเด็กที่มา ผ่านระบบใดมีคุณภาพมากกว่ากัน ซึ่งหากผลวิจัยออกมาว่า เด็กที่เข้าศึกษาในระบบใด มีคุณภาพ ต่อไปมหาวิทยาลัยก็ควรเพิ่มสัดส่วนการรับเด็กเข้าเรียนในระบบดังกล่าวให้มากขึ้น ทั้งนี้ สาเหตุที่ทปอ. สนับสนุนให้ทำวิจัยเรื่องดังกล่าว เพราะอยากให้มีงานวิชาการมาสนับสนุนแนวทางการทำงานในอนาคต จะได้ไม้เกิดข้อถกเถียงอย่างที่ผ่านมา ดังนั้นขณะนี้จึงยังไม่สามารถบอกได้ชัดเจนว่าควรจะจัดสัดส่วนการรับเด็กเข้าเรียนในระบบใดมากกว่ากัน และหากผลวิจัยมีความชัดเจนจะเสนอให้ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องพิจารณาต่อไป

ศ.ดร.สมคิด เลิศไพฑูรย์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) กล่าวว่า ส่วนตัวเห็นด้วยกับรมว.ศึกษาธิการ ที่จะต้องมีการกำหนดสัดส่วนระหว่างการแอดมิสชั่นส์ และการรับตรงให้ชัดเจน โดยที่ผ่านมาทปอ. ขอความร่วมมือมหาวิทยาลัยต่าง ๆ ให้กำหนดสัดส่วนรับตรงและแอดมิสชั่นส์อยู่ที่ 50:50 แต่บางแห่งก็ยังมีการรับตรงเกินกว่า 50% ไปบ้าง ซึ่งตรงนี้ตนไม่ทราบตัวเลขที่ชัดเจนว่าจะถึง 70% หรือไม่ ทั้งนี้คงไม่สามารถบอกได้ว่า สัดส่วนการรับตรงทุกมหาวิทยาลัยจะเพิ่มขึ้นเหมือนกันหมด เพราะธรรมชาติของแต่ละแห่ง หรือแต่ละคณะ/สาขา แตกต่างกัน แต่ก็ยอมรับว่าปัญหาเด็กวิ่งรอกสอบ ยังเป็นปัญหาใหญ่ ซึ่งทปอ.พยายามหาทางแก้ไข โดยเมื่อเร็ว ๆ ทปอ. มีมติขอความร่วมมือ ให้มหาวิทยาลัยต่าง ๆ มาใช้ข้อสอบกลาง ซึ่งจะมีทั้ง วิชาสามัญ 9 วิชา การทดสอบความถนัดทั่วไปหรือGAT และวิชาความถนัดทางวิชาการ/วิชาชีพ หรือPAT โดยจะเริ่มในปีการศึกษา 2559 เพื่อไม่ให้นักเรียนต้องวิ่งสอบหลายที่

“แต่มติดังกล่าว ไม่ใช่การบังคับให้มหาวิทยาลัยทุกแห่ง ไปใช้ข้อสอบกลางทั้งหมด เพราะบางคณะ/สาขาก็ไม่สามารถใช้ข้อสอบกลางร่วมกันคณะ/สาขาอื่น ๆ ได้ อาทิ คณะนิติศาสตร์ ของมธ. ที่จะต้องดูการเขียนย่อความ เพราะในการเรียนการสอนต้องใช้ทักษะในเรื่องการเรียงความเป็นหลัก ดังนั้นจึงไม่จำเป็นต้องเน้นวิชาสามัญเหมือนคณะ/สาขาอื่น ๆ ดังนั้น มติดังกล่าวจึงเป็นการขอความร่วมมือ ไม่ใช่ว่าต่อไปทุกคณะ/สาขา จะไปเปิดรับตรงเองไม่ได้ ซึ่งส่วนใหญ่ก็เห็นด้วย แต่ก็ให้เป็นความสมัครใจของแต่ละแห่ง ”ศ.ดร.สมคิดกล่าว

วันพฤหัสบดีที่ 6 พฤศจิกายน 2557

ขอบคุณแหล่งข้อมูล: หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

Advertisements
%d bloggers like this: