แบ่งงานศธ.

k6ck6jbfbhaa779c6gjaa.jpg

19 ก.ย.57 พล.ร.อ.ณรงค์ พิพัฒนาศัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) เปิดเผยว่า ตนได้ลงนามในคำสั่ง ศธ.ที่ 885/2557 เรื่องมอบอำนาจให้ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมช.ศธ.) สั่งและปฎิบัติราชการแทน ดังนี้ ดร.กฤษณพงศ์ กีรติกร รมช.ศธ. ดูแล สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) สถาบันระหว่างประเทศเพื่อการค้าและการพัฒนา (สคพ.) สถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ (สทศ.) โรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์ (มวส.) และมหาวิทยาลัยในกำกับ

“นอกจากนี้ให้ ดร.กฤษณพงศ์ บริหารราชการเกี่ยวกับภารกิจ หลักสูตรการเรียนการสอน , การผลิต พัฒนาครู และบุคลากรทางการศึกษา , การพัฒนาระบบเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการศึกษา และการวัดผลและประเมินผลการศึกษา , ตอบกระทู้ถามชี้แจงญัตติ ที่เกี่ยวกับรัฐสภา ในงานที่ได้รับมอบหมาย และงานอื่นๆที่ รมว.ศธ.มอบหมาย” พล.ร.อ.ณรงค์ กล่าว

พล.ร.อ.ณรงค์ กล่าวต่อไปว่า ส่วน พล.ท.สุรเชษฐ์ ชัยวงศ์ รมช.ศธ. ให้ดูแล สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) สำนักงานเลขาธิการคุรุสภา (คส.) สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา (สกสค.) งานเกี่ยวกับงานคดีของ ศธ. งานเกี่ยวกับความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ อาทิ แต่งตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริง ความรับผิดทางละเมิด ,การวินิจฉัยสั่งการ และการบริหารราชการเกี่ยวกับภารกิจ , การเตรียมความพร้อมสู่ประชาคมอาเซียน , การพัฒนาการศึกษาในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ,ตอบกระทู้ถามชี้แจงญัตติ ที่เกี่ยวกับรัฐสภา ในงานที่ได้รับมอบหมาย และงานอื่นๆที่ รมว.ศธ.มอบหมาย ทั้งนี้ตั้งแต่วันที่ 17 ก.ย.เป็นต้นไป

“ผมได้มอบหมายงานให้ รมช.ศธ.ดูแลงานขององค์กรหลัก องค์กรในกำกับ และภารกิจที่เกี่ยวข้องกับองค์กรนั้นๆ เพื่อให้มีการบูรณาการเชื่อมโยงและสอดคล้องกันทั้งระบบ ในส่วนของผมดูแลรับผิดชอบสำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (สป.) สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา (สกศ.) และภารกิจอื่นๆ เช่น การปฏิรูปการศึกษา การพัฒนาโครงสร้างและระบบบริหารจัดการ และเงินอุดหนุนรายหัว ทั้งนี้ ผมให้ความสำคัญกับอาชีวศึกษาเป็นอย่างมาก จะใช้อาชีวศึกษาเป็นตัวขับเคลื่อนประเทศ เพื่อให้ “อาชีวะสร้างชาติ” และตอบสนองกับภาคอุตสาหกรรม รวมทั้งภาคการเกษตรให้ชัดเจนยิ่งขึ้น ในการทำงานของกระทรวงศึกษาธิการจะมีการบูรณาการกับกระทรวงอื่นๆ ให้มากยิ่งขึ้น ซึ่งจะเห็นผลโดยเร็วต่อไป” พล.ร.อ.ณรงค์ กล่าวในที่สุด

‘พล.ร.อ.ณรงค์’ สั่ง ศธ.จับ ‘นร.-นศ.’ ฝึกวินัยเพิ่ม แก้ปัญหาเด็กตีกัน วันนี้ 19 ก.ย. นายบัณฑิตย์ ศรีพุทธางกูร เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาเอกชน (สช.) กล่าวว่า ในวันจันทร์ที่ 22 กันยายนนี้ จะเชิญวิทยาลัยอาชีววศึกษาเอกชนที่เป็นกลุ่มเสี่ยงประมาณ 6 โรงและวิทยาลัยอาชีวศึกษาเอกชนในกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ที่ตั้งอยู่ใกล้วิทยาลัยกลุ่มเสี่ยงรวมทั้งหมด 18 แห่ง มาประชุมร่วมกัน เวลา 09.00 น.ที่อาคารสำนักงานชั่วคราวของ สช. (โรงเรียนโยนออฟอาร์ค) เพื่อซักซ้อมมาตรการแก้ไขปัญหานักเรียนก่อเหตุทะเลาะวิวาท ซึ่ง สช.ได้ปรับใหม่ตามแนวทางชอง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี สาระสำคัญของเกณฑ์ที่ปรับใหม่ คือ เมื่อนักศึกษาของโรงเรียนใดก่อเหตุจะถูกปิดการเรียนการสอนทันที ตั้งแต่ 3-7 วันระหว่างที่มีการสอบสวนหากโรงเรียนไม่สามารถทำแผนป้องกันเหตุให้ผ่านการพิจารณาของ สช.ได้ก็จะไม่ได้รับอนุญาตให้เปิด ขณะเดียวกัน ถ้าโรงเรียนใดเป็นฝ่ายก่อเหตุครบ 3 ครั้งต่อปีให้งดรับนักศึกษาในปีการศึกษาถัดไป ด้าน นางสุทธศรี วงษ์สมาน ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) กล่าวว่า ในการประชุมหารือระหว่าง พล.ร.อ.ณรงค์ พิพัฒนาศัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) และผู้บริหารองค์กรหลัก ศธ.วันนี้ (19 ก.ย.) รมว.ศธ. ได้ย้ำถึงการป้องกันปัญหานักเรียนก่อเหตุทะเลาะวิวาทอีกครั้งและรมว.ศธ.ได้ให้ความเห็นในที่ประชุมว่าควรมีการฝึกระเบียบวินัยให้แก่นัก เรียน นักศึกษาเพิ่มขึ้น เพราะปัจจุบันวินัยของนักเรียน นักศึกษาค่อนข้างย่อหย่อน เด็กจึงทำอะไรไม่ยั้งคิด อาทิเช่น ก่อเหตุทะเลาะวิวาทกัน เพราะฉะนั้นจะต้องเข้มงวดระเบียบวินัย “ซึ่งดิฉันได้ย้ำไปทาง สช.แล้วว่าถ้าโรงเรียนใดก่อเหตุครบ 3 ครั้งให้งดรับนักศึกษาในปีถัดไป แต่ทันทีที่เกิดเหตุให้ปิดการเรียนการสอน 3-7 วันโดยเป็นอำนาจของผู้บริหารสถานศึกษาสั่งปิดได้ทันทีและให้รายงานมายัง สช.” นางสุทธิศรี กล่าว

‘พล.ร.อ.ณรงค์’ สั่ง ศธ.จับ ‘นร.-นศ.’ ฝึกวินัยเพิ่ม แก้ปัญหาเด็กตีกัน

วันนี้ 19 ก.ย. นายบัณฑิตย์ ศรีพุทธางกูร เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาเอกชน (สช.) กล่าวว่า ในวันจันทร์ที่ 22 กันยายนนี้ จะเชิญวิทยาลัยอาชีววศึกษาเอกชนที่เป็นกลุ่มเสี่ยงประมาณ 6 โรงและวิทยาลัยอาชีวศึกษาเอกชนในกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ที่ตั้งอยู่ใกล้วิทยาลัยกลุ่มเสี่ยงรวมทั้งหมด 18 แห่ง มาประชุมร่วมกัน เวลา 09.00 น.ที่อาคารสำนักงานชั่วคราวของ สช. (โรงเรียนโยนออฟอาร์ค) เพื่อซักซ้อมมาตรการแก้ไขปัญหานักเรียนก่อเหตุทะเลาะวิวาท ซึ่ง สช.ได้ปรับใหม่ตามแนวทางชอง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี สาระสำคัญของเกณฑ์ที่ปรับใหม่ คือ เมื่อนักศึกษาของโรงเรียนใดก่อเหตุจะถูกปิดการเรียนการสอนทันที ตั้งแต่ 3-7 วันระหว่างที่มีการสอบสวนหากโรงเรียนไม่สามารถทำแผนป้องกันเหตุให้ผ่านการพิจารณาของ สช.ได้ก็จะไม่ได้รับอนุญาตให้เปิด ขณะเดียวกัน ถ้าโรงเรียนใดเป็นฝ่ายก่อเหตุครบ 3 ครั้งต่อปีให้งดรับนักศึกษาในปีการศึกษาถัดไป

ด้าน นางสุทธศรี วงษ์สมาน ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) กล่าวว่า ในการประชุมหารือระหว่าง พล.ร.อ.ณรงค์ พิพัฒนาศัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) และผู้บริหารองค์กรหลัก ศธ.วันนี้ (19 ก.ย.) รมว.ศธ. ได้ย้ำถึงการป้องกันปัญหานักเรียนก่อเหตุทะเลาะวิวาทอีกครั้งและรมว.ศธ.ได้ให้ความเห็นในที่ประชุมว่าควรมีการฝึกระเบียบวินัยให้แก่นัก เรียน นักศึกษาเพิ่มขึ้น เพราะปัจจุบันวินัยของนักเรียน นักศึกษาค่อนข้างย่อหย่อน เด็กจึงทำอะไรไม่ยั้งคิด อาทิเช่น ก่อเหตุทะเลาะวิวาทกัน เพราะฉะนั้นจะต้องเข้มงวดระเบียบวินัย

“ซึ่งดิฉันได้ย้ำไปทาง สช.แล้วว่าถ้าโรงเรียนใดก่อเหตุครบ 3 ครั้งให้งดรับนักศึกษาในปีถัดไป แต่ทันทีที่เกิดเหตุให้ปิดการเรียนการสอน 3-7 วันโดยเป็นอำนาจของผู้บริหารสถานศึกษาสั่งปิดได้ทันทีและให้รายงานมายัง สช.” นางสุทธิศรี กล่าว

วันศุกร์ที่ 19 กันยายน 2557

ขอบคุณแหล่งข้อมูล: หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

Advertisements
%d bloggers like this: