สพฐ.เตรียมปรับหลักสูตรครั้งใหญ่

สพฐ.เตรียมปรับหลักสูตรครั้งใหญ่ ยกร่างใหม่ทั้งหมด พร้อมเดินหน้าตามนโยบาย คสช. เริ่มสอนประวัติศาสตร์-หน้าที่พลเมือง ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 57

aabehbg5h8cbifbj5db7g.jpg

26 ส.ค.57 นายกมล รอดคล้าย เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) แถลงข่าวว่า สพฐ. เตรียมปรับหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐานครั้งใหญ่อีกรอบ ภายหลังประกาศใช้หลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. 2551 มาเป็นเวลา 6 ปี และได้ประกาศใช้ครบทุกช่วงชั้นแล้ว ซึ่งตามปกติจะต้องมีการทบทวนหลักสูตรเมื่อใช้หลักสูตรไประยะหนึ่งแล้วเพื่อให้เหมาะสมกับบริบทสังคมที่เปลี่ยนไป อีกทั้งจากการติดตามผลการใช้หลักสูตรโดยหน่วยงานภายในของสพฐ. และได้ให้มหาวิทยาลัยศิลปากร (มศก.) และสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทยหรือทีดีอาร์ไอ สะท้อนมุมมองจากภายนอกพบว่า

แม้หลักสูตรพ.ศ.2551 จะครอบคลุมทักษะการเรียนรู้ที่สำคัญสอดคล้องกับการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 และสอดคล้องกับการเตรียมคนเข้าสู่ประชาคมอาเซียน แต่เนื่องจากสภาพสังคมในปัจจุบันมีความเปลี่ยนแปลง ความคาดหวังของสังคมต่อการศึกษามีมากขึ้น จึงจำเป็นต้องทบทวนหลักสูตรรวมถึงการเรียนการสอน ให้ทันสมัยขึ้นเพื่อคุณภาพของผู้เรียน โดยการปรับหลักสูตรใหม่นี้ จะเป็นการยกร่างหลักสูตรใหม่ทั้งหมดตั้งแต่โครงสร้างหลักสูตร เวลาเรียน การแบ่งกลุ่มสาระวิชา และคุณลักษณะอันพึงประสงค์ที่ต้องการให้เกิดกับเด็ก

“ขณะนี้ คณะอนุกรรมการวิชาการและพัฒนาหลักสูตรของคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.)ที่มีนายอาจองค์ ชุมสาย ณ อยุธยา เป็นประธาน กำลังศึกษารายละเอียดต่าง ๆ ร่วมกับสพฐ. เพื่อสรุปหลักการและแนวทางของการปรับหลักสูตรใหม่ เสนอคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) พิจารณาเห็นชอบให้มีการปรับหลักสูตรครั้งใหญ่พร้อมตั้งคณะกรรมการขึ้นมาปรับหลักสูตร โดยการปรับหลักสูตรครั้งนี้จะปรับทั้งหมด เริ่มตั้งแต่การกำหนดเป้าหมายในการจัดการเรียนการ และคุณลักษณะที่ต้องการ จากนั้น จะมาทบทวนเนื้อหาที่จะใส่ไว้ในหลักสูตรใหม่ เมื่อตรงนี้ชัดเจนแล้ว จึงจะรู้ว่าหลักสูตรใหม่ ควรจะแบ่งออกเป็นกี่กลุ่มสาระวิชา และมีโครงสร้างเวลาเรียนเท่าไหร่

สำหรับตอนนี้ยังให้คำตอบไม่ได้ว่าการปรับหลักสูตรครั้งนี้จะช่วยลดเวลาเรียน ลงหรือไม่ แต่สพฐ. จะนำปัญหาที่เกิดจากการใช้หลักสูตรครั้งนี้ทั้งหมด อาทิ ปัญหาโครงสร้างเวลาเรียน ปัญหาการบ้านที่มากเกินไป รวมทั้งปัญหาอื่น ๆ มาเป็นข้อพิจารณาในการปรับหลักสูตรครั้งนี้ด้วย ”นายกมลกล่าวต่อว่า และว่า ส่วน การปรับหลักสูตรวิชาประวัติศาสตรและหน้าที่พลเมืองนั้น ขณะนี้สพฐ. ได้เตรียมจัดพิมพ์หนังสืออ่านนอกเวลา และหนังสืออ่านเพิ่มเติม รวมถึงจะเริ่มจัดอบรมครูแกนนำระดับมัธยมศึกษา 4 รุ่น จำนวน 1,206 คน เริ่มตั้งแต่เดือนกันยายน ถึงตุลาคม 2557 เพื่อให้ครูแกนนำไปขยายผลให้ครอบคลุมใน 225 เขตพื้นที่ ให้สามารถดำเนินการได้ทันทีในภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2557 นี้

นายสุชาติ วงศ์สุวรรณ อดีต ผู้ตรวจราชการศธ. ในฐานะคณะทำงานจัดทำรายวิชาหน้าที่พลเมือง กล่าวว่า ที่ผ่านมาสพฐ. ได้มีการเตรียมความพร้อมในการจัดการเรียนการสอนวิชาหน้าที่พลเมืองตามนโยบายของคณะรักษาความสงบแห่ง ชาติ (คสช.) เรียบร้อยแล้ว และพร้อมที่จะให้สถานศึกษาเริ่มจัดการเรียนการสอน ตั้งแต่ภาคเรียนที่ 2/2557 โดยสรุปแล้ว วิชาหน้าที่พลเมืองจะใช้ชั่วโมงเรียนในรายวิชาเพิ่มเติม ซึ่งตามปกติ โรงเรียนจะเป็นผู้เลือกรายวิชาเพิ่มเติมเอง

แต่เพื่อให้การจัดการเรียนการสอนในวิชานี้ เป็นไปในทิศทางเดียวกัน สพฐ. จึงกำหนดโครงสร้างหลักสูตรของวิชาหน้าที่พลเมืองพร้อมรายละเอียดของเนื้อหา ให้โรงเรียนนำใช้ โดยโครงสร้างหลักสูตร ระดับประถม จะเรียนทั้งหมด 6 รายวิชา ใช้เวลาเรียน 40 ชั่วโมงต่อปี ระดับมัธยมต้น เรียน 6 รายวิชา ใช้เวลาเรียน 20 ชั่วโมงต่อภาคเรียน คิดเป็น 3 หน่วยกิต ส่วนระดับม.ปลาย เรียนทั้งหมด 4 วิชา รวม 2 หน่วยกิต โดยโรงเรียนสามารถเลือกจัดการเรียนการสอนในชั้นใดก็ได้ แต่ให้ครบตามเวลาที่กำหนด คือ 80 ชั่วโมง ใน 3 ปี

“จริง ๆ แล้วเนื้อหาวิชาหน้าที่พลเมืองมีอยู่ในวิชาสังคมศึกษาและบูรณาการกลุ่มสาระอื่น ๆ อยู่แล้ว แต่จะเป็นการสอนในเชิงหลักการ เน้นคุณธรรมจริยธรรม ส่วนวิชาหน้าที่พลเมืองที่กำหนดขึ้นมาใหม่จะเน้นการปฏิบัติต่อยอดจากการเรียนหลักการ เพราะฉะนั้นการจัดการเรียนการสอนจึง เป็นในรูปแบบกิจกรรม ซึ่งสพฐ.ได้ทำตัวอย่างหน่วยการเรียนรู้ ส่งให้ส่งเรียนใช้เป็นแนวทางในการจัดการเรียนรู้ด้วย” นายสุชาติ กล่าว

วันอังคารที่ 26 สิงหาคม 2557

ขอบคุณแหล่งข้อมูล: หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

Advertisements
%d bloggers like this: